(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 26 : 26

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,027
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 186 ครั้ง
    1 มิ.ย. 60

VVVVVVVVVVV 

 

"You never find yourself

Until you face the truth."

-Pearl Bailey

 

(คุณจะไม่มีวันหาตัวเองเจอ

จนกว่าจะเผชิญหน้ากับความจริง)

—เพิร์ล เบลีย์

 

 

VVVV

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

ฉันกำลังลังเล อยู่ตรงประตูของห้องนั่งเล่นรวมบ้านกริฟฟินดอร์ ยืนอยู่ใต้เงามืด—ยังไม่มีใครข้างในนี้รู้ว่าฉันเข้ามาในห้องแล้ว ภายในห้องมีแต่เสียงพูดคุยของบุคคลที่คุ้นเคย ฉันโผล่หน้าเข้าไปและมองไปรอบๆ

เก้าอี้และโซฟาถูกจัดให้เป็นวงกลมอยู่รอบเตาผิง—แสงของมันแผ่ขยายออกไปทั่วห้องนั่งเล่นสีแดง แฮร์รี่และรอนนั่งอยู่ตรงข้ามแต่ละฝ่าย มีโต๊ะเล็กๆหนึ่งตัวขั้นกลางระหว่างพวกเขาสองคน เกมกระดานหมากรุกพ่อมดวางอยู่บนโต๊ะ บนโซฟาใกล้ๆกับแฮร์รี่ จินนี่นอนทอดตัวยาว สองมือหนุนหัวแทนหมอนและห่มผ้าอย่างเรียบร้อย ถัดไปนั้นเป็นท็องค์ที่อุ้มลูกของเธอไว้แนบอก ผมของท็องค์เป็นสีม่วงสั้นๆเหมือนเดิมแล้ว ดวงตาสองคู่เหม่อมองสิ่งที่ไกลออกไป ฉันนึกดีใจขึ้นมาที่เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ ถึงแม้ว่าเธอจะเคยเป็นนักเรียนบ้านฮัฟเฟิลพัฟมาก่อนก็ตาม

เฟร็ดและจอร์จนั่งอยู่ข้างรอน ทั้งคู่กำลังหาไอเดียเกี่ยวกับของที่จะขายในร้านของพวกเขาในอนาคต ถึงจะมีเพอร์ซี่ที่คอยบ่นว่าพวกเขาจะกำลังทำลายอนาคตของเด็กๆรุ่นถัดไปในฮอกวอตส์

เฟร็ดสบตาเข้ากับฉันพอดี เขาส่งรอยยิ้มกว้างข้ามห้องมาให้

“อ้าว สวัสดี เฮอร์ไมโอนี่” การทักทายของเขาทำให้ทุกคนในห้องหันมามองที่ฉันเป็นตาเดียว

“พวกเขากำลังลงไปหาอะไรใส่ท้องน่ะ” จอร์จว่า

“เธอจะไปด้วยก็ได้นะถ้าเธออยาก” เฟร็ดเสริม

“แล้วก็ฝากเอาบัตเตอร์เบียร์ขึ้นมาด้วย” จอร์จยกนิ้วโป้งให้

“ใช้เธอยังกะเป็นเอลฟ์ประจำบ้าน” ท็องค์ว่า สายตายังเหม่อมองไปที่อื่น แต่แล้วเธอก็หันมามองฉัน ส่งรอยยิ้มเล็กๆให้ “เธอเป็นยังไงบ้าง? ที่รัก”

“ดีขึ้นแล้วค่ะ ขอบคุณค่ะท็องค์” ฉันตอบไปตามความจริง—ฉันเคยคิดว่าเธอคงไม่รู้ว่าฉันกำลังรู้สึกอย่างไร แต่ปรากฏว่าเธอรู้ ความรู้สึกของเราสองคนเหมือนกัน เธอไม่ได้ถามอะไรฉันเพิ่ม ท็องค์จะเข้ามาช่วยเสมอเวลาที่ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีนัก

“เธอไปไหนมาน่ะ?” รอนถาม วางมือจากเกมกระดาน แฮร์รี่หมุนเก้าอี้ให้หันหน้ามาทางประตู

“เราคิดว่าพีฟส์กลืนเธอเข้าไปแล้ว”

“ฉันขอ..” ฉันเริ่ม รู้สึกหัวใจที่กำลังเต้นรัวขึ้น “ฉันขอคุยกับพวกนายสองคนตามลำพังได้ไหม?”

เฟร็ดและจอร์จยิ้มให้กันอย่างเจ้าเล่ห์ ท็องค์จ้องคู่แฝด แฮร์รี่และรอนพยักหน้า

“ได้สิ” แฮร์รี่ลุกขึ้น “ไปที่ห้องกัน”

ฉันกลืนน้ำลาย แข้งขาอ่อนแรง แต่ก็เดินไปตามที่เขาบอก ตามรอนและแฮร์รี่ไปที่ห้องของพวกเขา ประตูปิดลงตามหลังพวกเราเมื่อถึงที่หมาย แล้วพวกเขาก็หันหน้ามามองฉันเป็นตาเดียว รอนนั่งลงบนเตียง แฮร์รี่ซุกมือไว้ในกระเป๋ากางเกง

“โอเค” เขาพูด “ว่ามาสิ”

ฉันมองหน้าเพื่อนทั้งสองคนสลับกันไปมา “นายจำวันนั้นที่ฉันวิ่งตามมัลฟอยได้ไหม? วันที่เขาสาปเคที่ เบลล์ และที่ฉันบอกพวกนายว่าไม่มีอะไรสำคัญหลังจากนั้น..”

พวกเขาทำหน้าไม่เข้าใจ แต่พยักหน้า

“ฉัน..” ฉันสูดหายใจลึก “ฉันคิดว่ามีบางอย่างที่ฉันยังไม่ได้บอกพวกนาย”

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

ฉันบอกพวกเขาไปหมดแล้ว ทุกอย่างที่ฉันรู้ ฉันไม่ทันได้คิดถึงเรื่องนี้มาก่อนด้วยซ้ำ—แต่เมื่อจบเรื่องแรก เรื่องอื่นๆในหัวก็ทยอยกันไหลออกมาทางคำพูด และฉันก็บอกพวกเขาทุกเรื่องที่ฉันเคยคิดว่าฉันจะเก็บมันไว้เป็นความลับคนเดียว แต่สองคนที่ฉันกำลังพูดด้วยอยู่ตอนนี้คือแฮร์รี่กับรอน เพื่อนสนิทสองคนของฉัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อฉันเล่ามาถึงตอนที่พวกเราออกมาจากห้องทำงานของดัมเบิลดอร์พร้อมคำสั่งของเขา และเรื่องที่หลังจากนั้นเดรโกกับฉันก็ไม่ได้ติดต่อกันอีก เสียงของฉันสั่นเล็กน้อยเมื่อคิดถึงช่วงเวลานั้น ฉันมองหน้าเพื่อนทั้งสองคน ดูปฎิกิริยาของทั้งคู่

“อะไรนะ?” ฉันถาม หน้าขึ้นสีชมพู

“ฉันได้ยินที่เธอเล่ามาถูกใช่ไหมนี่?” รอนยกมือ “เธอจูบมัลฟอยเหมือนจะกลืนเข้าไปทั้งตัวเนี่ย?”

“ไม่! ฉันไม่ได้จูบจนแทบจะกลืนเขาเข้าไป รอน!” ฉันตะโกน กำมือเข้าหากัน “ฉันจูบเขา” ดวงตาของฉันมองไปที่แฮร์รี่ เสียงพูดอย่างสั่นเครือ “ฉันจูบเขา แล้วฉันก็จะทำมันอีกถ้ามีโอกาส..” ฉันกลืนน้ำลายอย่างเจ็บปวด “เพราะว่า..เพราะว่าฉันรักเขา” ฉันปาดน้ำตา ทั้งสองคนมองฉันเป็นตาเดียว รอนอ้าปากค้างอย่างไม่เชื่อ—แฮร์รี่มองฉันอย่างสงสัย เขากอดอก

“ฉันนึกสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าทำไมหมอนั่นถึงทำตัวแปลกๆในเพิงโหยหวน” เขาพึมพำ มองไปที่รอน “เฮอร์ไมโอนี่บอกเขา”

“แน่นอนที่สุด” รอนพยักหน้า แล้วเขาก็กลอกตา ยกสองมือขึ้นหนุนศีรษะ “โลกนี้มันบ้าไปกันหมด”

“แล้วมันก็อธิบายได้ว่าทำไมเฮอร์ไมโอนี่ถึงได้ทำตัวบ้าๆในช่วงที่ผ่านมา” แฮร์รี่บอกรอน “เธอเอาแต่ร้องไห้ แล้วก็ทะเลาะกับพวกเราในเรื่องไม่เป็นเรื่อง..”

“อ่าฮะ” รอนถอนหายใจ “นั่นช่วยให้เข้าใจได้เยอะขึ้นเลย”

สองมือของฉันกุมเข้าหากัน ทั้งสองคนตกอยู่ในความเงียบ ฉันกลั้นหายใจ ฉันคิดว่าพวกเขาจะตอบกลับมาด้วยท่าทีที่รุนแรงหรือแย่กว่านี้เสียอีก..

“พวกนาย..” ฉันลองพูดขึ้น “พวกนายไม่รู้สึกอะไรเลยหรอ?”

พวกเขาหันมามองฉัน

“ก็นะ ไมโอนี่” รอนเริ่ม “ถ้าเธอเริ่มเล่าเรื่องมาจากตอนที่เธอดูดปาก—จูบ—มัลฟอย” เขาอธิบาย “ฉันก็คงคิดว่าน่าจะต้องรอให้น้ำยาโพลี่จู๊ซหมดฤทธิ์ก่อน แต่หลังจากที่ได้ยินเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น” เขายกมือประกอบ “ฉันไม่รู้สิ –มัลฟอยดูเหมือนกลายเป็นคนละคน”

“ดัมเบิลดอร์ตายอย่างที่เขาตั้งใจไว้เอง” แฮร์รี่สูดหายใจ ดวงตาทอดมองออกไปไกล “เพื่อปกป้องเดรโกไว้จากการเป็นผู้กระทำผิด เป็นฆาตกร และสเนปกับคำปฎิญาณไม่คืนคำของเขา”

ฉันพยักหน้ารับ

“เขาวางแผนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” แฮร์รี่ถาม ฉันยักไหล่

“ไม่รู้สิ”

“แล้วเขาทำบ้าอะไรอยู่ตอนที่เบลล่าทริกซ์กรีดแขนเธอล่ะ?” รอนโพล่งออกมา มือของฉันจับแขนของตัวเองอัติโนมัติ

“เขากำลังคิดอยู่น่ะสิ” ฉันตอบให้ “ถ้าเขาช่วยฉัน ทุกคนในห้องนั้นจะต้องหันมาเล่นงานเขาแน่ และอาจจะฆ่าฉันด้วย” ฉันพยายามสงบสติ “แต่ก็ยังดี ฉันยังไม่ตาย และพวกเราก็หนีออกมาได้”

“ไม่ใช่พวกเราทุกคน” แฮร์รี่เตือน

“พวกเราเกือบทุกคน” ฉันแก้ให้ “ซึ่งก็ดีกว่าไม่มีเลย”

“เขาอยู่ที่ไหน ตอนเกิดสงครามในฮอกวอตส์?” รอนถาม ฉันมองกลับไปที่ประตู หรี่เสียงลง

“พยายามช่วยลูปิน”

รอนลุกขึ้นยืนจากเตียง แฮร์รี่เดินเข้ามาใกล้

“เธอหมายความว่ายังไง?” เขาถาม

“รูปพวกนั้นในห้องโถง” ฉันตอบให้กระจ่าง “พวกเขาเห็นสองคนนั้นทะลุเข้ามาทางหน้าต่างระหว่างสงคราม เดรโกลากลูปินมาด้วย ลูปินบาดเจ็บหนัก แล้วพวกเขาก็เข้าไปในห้องต้องประสงค์—ด้วยความบังเอิญ ฉันเดาว่าพวกเขาคงออกไปอยู่ที่ร้านหัวหมู นั่นคือเหตุผลว่าทำไมนายถึงเห็นเขาในเพิงโหยหวน แฮร์รี่”

“ทำไมเธอถึงยังไม่บอกท็องค์เรื่องนั้น?” แฮร์รี่สงสัย

“ฉันไม่อยากให้ความหวังเธอเสียเปล่าๆ” ฉันพูดเสียงต่ำ “หมายถึง..ถ้ารีมัสไม่..” ฉันไม่อาจต่อให้จบ ใบหน้าของแฮร์รี่ซีดลง

“มีเรื่องเยอะแยะให้ต้องคิดเลย” รอนนั่งลงตามเดิม

“ฉันรู้น่า ขอโทษที่ไม่ได้บอกพวกนายให้เร็วกว่านี้ แต่ฉัน—“

“เธอพูดถูก” แฮรรี่เอ่ย นั่งลงบ้าง “พวกเราต้องทำงานนี้ให้เสร็จ”

“แต่ตอนนี้ขอพักเอาแรงก่อน” รอนหัวเราะหึๆ

“ฉันรู้” ฉันกระซิบ หัวใจดำดิ่งอยู่ใต้มหาสมุทร แฮร์รี่ผงกหัวขึ้น

“เดี๋ยวนะ—นี่ทำให้เธอรู้สึกแย่หรือเปล่า?”

“หะ?—ก็แหงสิ!” ฉันร้อง “ฉันยอมให้เพื่อนที่รักที่สุดของฉันสองคนเกลียดคนที่ฉันรักไม่ได้หรอก—“

“เธอหมายถึง—เธอจะเลิกกับเขาถ้าพวกเราไม่สบายใจอย่างงั้นหรอ?” รอนขมวดคิ้ว ฉันไม่ได้ตอบกลับไป

“เพ้อเจ้อน่ะ เฮอร์ไมโอนี่” รอนยืนขึ้นอีก “ไร้สาระชะมัด”

“แต่” แฮร์รี่เสริมทันที “ถ้าเขาทำร้ายความรู้สึกของเธอล่ะก็—เรายินดีที่จะจัดการเขาให้เธอนะ”

ฉันหัวเราะอย่างขบขัน ยิ้มจางๆปรากฏบนใบหน้า แล้วก่อนที่พวกเขาจะได้พูดอะไรมากกว่านี้ ฉันก็เดินเข้าไปหาทั้งคู่ กอดเขาไว้ในอ้อมแขนให้พวกเขาได้ประหลาดใจ

“ขอบใจนะ” ฉันตอบ ก่อนจะปล่อยมือออกมา “ขอบใจนะ นายไม่รู้หรอกว่าการเก็บเรื่องนั้นไว้โดยที่ไม่ได้บอกพวกนายมันแย่ขนาดไหน” ฉันซบหน้าลงบนหน้าอกของรอน

“ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงไม่บอกเหมือนกัน” รอนยิ้มให้อย่างเบาบาง

“แล้ว..นั่นก็อธิบายได้ว่าทำไมเธอถึงได้เดินตามหามัลฟอยทั่วปราสาท” แฮร์รี่นึกขึ้นได้ ฉันพยักหน้า

“แต่ไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน” รอนต่อให้จบ ฉันมองไปที่สนามด้านนอก

“ฉันยังไม่ยอมแพ้ตอนนี้หรอก” แฮร์รี่สบตาฉัน รอยยิ้มผุดขึ้นที่ริมฝีปาก

“สิ่งเดียวที่ฉันรู้เกี่ยวกับมัลฟอยมาตลอด” เขาเล่าต่อ “คือ..เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอคิดว่าเขาหายไปแล้ว เขาก็จะโผล่หน้ามาให้เห็น”

“ขอบใจนะ แฮร์รี่” คำพูดของแฮร์รี่ช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง

 

VVVVVV

 

You'll remember me

When the west wind moves

Upon the fields of barley

You'll forget the sun

In his jealous sky

As we walk in fields of gold

So she took her love

For to gaze a while

Upon the fields of barley

In his arms she fell as her hair came down

Among the fields of gold

 

VVVVVVV

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

หนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น..

 

พวกเขาเดินทางออกมาจากฮอกวอตส์ในที่สุด ด้วยคำสั่งของอาจารย์และพ่อแม่ของฉันที่อยากจะเจอหน้าลูกสาวของเขาแทบแย่ ฉันยังไม่อยากกลับบ้านนัก—เลยเชิญพวกเขามาที่บ้านโพรงกระต่ายแทน แฮร์รี่ ท็องค์ รวมถึงเท็ดดี้ก็มาด้วย พวกเราใช้เวลายามบ่ายไปกับการเดินเล่นหรือเล่นเกม ขณะที่ฉันนั่งติดกับแม่ ได้กลิ่นดอกไม้อ่อนๆแบบที่แม่ชอบใช้ประจำ ใบหน้าของแต่ละคนดูมีความสุขอย่างเหลือเชื่อภายใต้แสงไฟในเตาผิง พ่อฉันกับนายวีสลีย์มักจะนั่งอยู่ด้วยกัน คุยกันเรื่องเทคโนโลยีของมักเกิ้ล—นายวีสลีย์ดูจะสนใจรถเป็นพิเศษ ท็องค์นั่งอยู่ในเก้าอี้โยกที่เป็นของนายวีสลีย์ เท็ดดี้อยู่บนตัก เธอจะร้องเพลงกล่อมให้ลูกชายตัวน้อยหลับขณะมองดูไฟในเตาผิงมอดไหม้ คุยกับมอลลี่เรื่องรีมัส  ส่วนเฟร็ด จอร์จ รอน และเพอร์ซี่คุยกัน—หรือเถียงกัน—เรื่องแผนการขยายร้านขายของเล่นของเฟร็ดและจอร์จ แฮร์รี่กับจินนี่ใช้เวลาด้วยกัน สบตาและยิ้มให้กันหลายครั้ง

ฉันรักพวกเขาทั้งหมดเหลือเกิน และความรู้สึกนั้นก็กัดกินจิตใจเมื่อตระหนักได้ว่ามีเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้นที่ขาดหายไป

ในเวลากลางวันที่พวกเราไมได้กำลังทานอาหารหรือเล่นเกม หรือฟังเพลงจากวิทยุ ฟังประกาศจากที่ต่างๆที่เกี่ยวกับรีมัส ฉันมักจะออกไปเดินเล่นในทุ่ง หญ้าขึ้นสูง ส่ายไปมาตามแรงลมอยู่แถวบ้านโพรงกระต่าย หญ้าในทุ่งหน้าบ้านทั้งสูงและคันเกินกว่าจะลงไปเดินได้ แต่ทางหลังบ้าน พืชชนิดนี้—เพียงแต่เป็นสีทอง สูงระดับเอว ฉันสามารถเอามือแตะไปมาขณะที่เดินเล่นได้อย่างสะดวก มองเห็นต้นไม้ต้นใหญ่อยู่ไกลลิบๆ สูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดอย่างรู้สึกคิดถึง

แม่เป็นคนที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นได้เสมอ บางครั้งท่านจะออกมาข้างนอก กุมมือฉันไว้ขณะเดินเล่นไปด้วยกัน ถามเรื่องโรงเรียนและเวทมนต์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบันไดเคลื่อนที่ได้ในฮอกวอตส์ หรือกฎของกีฬาควิชดิช

ทุกคนในบ้านโพรงกระต่ายรู้เรื่องของฉันกับเดรโกเป็นที่เรียบร้อย ฉันไม่รู้ว่ามันแพร่กระจายออกไปจากใครเป็นคนแรก อาจเป็นแฮร์รี่ที่บอกจินนี่ จินนี่บอกนางมอลลี่ ตามด้วยนายอาเธอร์ และท็องค์ แล้วก็เพอร์ซี่ จากนั้นก็เฟร็ดกับจอร์จ แต่แปลกที่ไม่มีใครพูดถึงมัน และฉันก็รู้สึกขอบคุณอยู่ลึกๆในเรื่องนั้น หลังจากสงคราม—และเรื่องนายลูปิน สามีที่รักของท็องค์ซึ่งหายไปเช่นเดียวกับเดรโก—เลยไม่มีใครเล่นตลกเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก นายและนางวีสลีย์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวมัลฟอยอยู่บ้าง พวกเขาคงจะคิดเหมือนกัน—ถ้าหากสูญเสียลูกชายไปสักคน

ฉันเดินเล่นในทุ่งหลังบ้าน บางครั้ง—ฉันก็หยุดเดิน แหงนหน้ามองท้องฟ้าสีคราม อ้อนวอนต่อพระเจ้า หวังว่าเดรโกจะปรากฏตัวขึ้นสักวัน ส่งความหวังออกไปให้เขา และทุกคืน—เวลานอนของฉันน้อยลง ฉันลืมตา กลั้นเสียงสะอื้นตอนกลางคืน

เสาร์บ่ายวันหนึ่ง ตอนที่พ่อ แม่ นายและนางวีสลีย์ออกไปข้างนอก—ขณะที่แม่พานางวีสลีย์ไปเยี่ยมบ้านของฉันส่วนพ่อกับนายวีสลีย์ไปศึกษาเพิ่มเรื่องรถ พวกผู้ชายทั้งหลายและจินนี่อยู่ชั้นบนบ้าน กำลังสนใจอะไรสักอย่างที่ดูเหมือนทีวี

ท็องค์ เท็ดดี้ และฉันนั่งอยู่ในห้องรับแขก หน้าต่างทุกบานเปิดรับลมอุ่น แสงอาทิตย์ยามบ่ายส่องเข้ามาทางช่องหน้าต่างทำให้ผ้าม่านปลิว กลิ่นหญ้าแห้งที่โดนแสงแดดลอยเข้ามาในบ้านตามสายลม ฉันนอนลงบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ มองหน้าท็องค์—ท็องค์ที่น่ารัก—อุ้มลูกชายของเธอไว้ในอ้อมแขน ท็องค์เหมือนจะรู้สึกได้และเงยหน้าขึ้นมาที่ฉัน

“เธอโอเคไหม? ที่รัก” ท็องค์ถาม นั่นทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ

“คุณล่ะคะ?” ฉันถามกลับ ดวงตาของเธอสั่นไหว

“ฉันจะไม่ยอมแพ้หรอกนะ” หญิงสาวว่า

เธอสบตาฉันอยู่สักพัก พยักหน้าให้อย่างเข้าใจ ท็องค์ยิ้มให้ลูกชายของเธอ แล้วพวกเราก็นั่งกันอยู่อย่างเงียบๆ เท็ดดี้ส่งเสียงหัวเราะเอิ้กอ๊าก ฉันพยายามจะยิ้ม

เสียงเหมือนอะไรสักอย่างกำลังกระพือดังออกมาจากข้างนอกหน้าต่าง ฉันลุกขึ้นยืน หันไปมองด้านหลัง

นกฮูกสีดำตัวใหญ่เกาะอยู่ตรงขอบ ดวงตาสีเหลืองทองสบตาฉัน มันขยับปีกไซร้ขน และส่งห่อกระดาษสีน้ำตาลให้

ฉันกับท็องค์มองหน้ากัน เธอยืนนิ่งเหมือนท่อนไม้

“ไปเอามันมาสิ!” เธอเร่ง ฉันรีบวิ่งออกไปคว้าห่อนั่นไว้ นกฮูกส่งเสียงอย่างรำคาญ แต่ฉันไม่สนใจ ห่อกระดาษนั้นพับมาอย่างหนา ท็องค์เดินตามมาอยู่ข้างๆฉัน อุ้มลูกมาด้วย

“นั่นอะไร?” เธอถามอย่างร้อนใจ ฉันเปิดห่อออก—

ตัวหมากรุกสีดำร่วงหล่นลงมาในมือฉัน

“โอ้ ท็องค์!” ฉันอ้าปากค้าง น้ำตาเอ่ออยู่ที่ขอบตา

“นั่น” เธอชี้ “กระดาษตรงนั้น มันเขียนไว้ว่าไง?”

มือของฉันสั่นอย่างตื่นเต้นขณะคลี่กระดาษออก เมื่อมันเปิดให้เห็น ลายมือที่คุ้นเคยก็ปรากฏแก่สายตา เป็นคำสองคำสั้นๆ

ตาเธอแล้ว

ฉันวิ่งตรงไปที่ประตู แทบจะกระโดดข้ามเก้าอี้ กระชากมันให้เปิดออก ท็องค์และเท็ดดี้ตามหลังมาติดๆ

ฉันวิ่งออกไปจากบ้านโพรงกระต่ายอย่างไม่คิด กำตัวหมากรุกสีดำไว้ในมือ ดวงตามองหาทุกอย่างในทุ่งจนทั่ว—

ตรงนั้น ในทุ่งใกล้ๆกับต้นไม้สูงใหญ่ ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งในเสื้อเชิ้ตขาวหลุดลุ่ยและกางเกงสีเข้มยืนพิงต้นไม้ ใบหน้าขาวซีดของเขาหันมาที่ฉัน สายลมพัดทำให้เส้นผมสีขาวบลอนด์ปลิวเล็กน้อย ร่างนั้นยืนนิ่ง

และเป็นฉันเองที่ออกวิ่งไปหาเขา

สองเท้าเหยียบลงบนหญ้า แสงแดดส่องลงมาที่หน้า หัวใจเต้นอย่างระทึก ฉันอ้าปากหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด

ร่างนั้นเองก็ก้าวออกมาจากต้นไม้เมื่อเขาเห็นฉัน ฉันจึงได้เห็นใบหน้าขาวซีดอย่างชัดเจน

ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเหมือนรูปสลัก ดวงตาสีฟ้าเจิดจ้าเหมือนท้องฟ้า ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม รอยแผลเป็นลึกอยู่บนแก้มซ้าย—และเป็นรอยแผลเดียวของเขาที่ฉันเห็นว่ามี ฉันหอบหายใจจนไม่สามารถเรียกชื่อเขาได้

แล้วเขาก็หยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ห่างกันเพียงไม้บรรทัดเดียว ฉันหยุดวิ่ง หน้าอกพองขึ้นและยุบลงอย่างแรง

เขายื่นมือออกมาสองข้าง คว้ามือซ้ายของฉันไว้อย่างอ่อนโยน กุมมือฉันไว้และพับแขนเสื้อของฉันขึ้นจนถึงข้อศอก ฉันได้แต่ยืนนิ่ง หอบและกำลังแปลกใจ—มองดูสิ่งที่เขาทำให้อย่างเบามือที่สุด

เขาดึงขึ้น และเผยให้เห็นรอยแผลเป็นน่ากลัวที่เบลล่าทริกซ์ทิ้งไว้ให้ฉัน

เดรโกลูบลงไปบนแผล สัมผัสนั่นทำให้ส่งกระแสไฟฟ้าไปทั่วแขน เขาก้มลงมา จูบลงไปบนรอยแผลที่น่ากลัว

แล้วเวลาก็ถูกหยุดนิ่ง

เดรโกเงยหน้า ดวงตาสีฟ้าเหมือนอัญมณีสบตาฉัน

ฉันดึงหน้าของเดรโกให้โน้มลงมา แนบริมฝีปากของฉันเข้ากับริมฝีปากของเดรโกอย่างไม่อาย เขาโอบกอดฉันอย่างแรง มือของฉันเสยไปบนเส้นผมสีบลอนด์ ฉันจูบเขาซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างไม่รู้จักเบื่อ จดจำรสชาติของริมฝีปาก เดรโกจูบตอบอย่างหิวและกระหาย ฉันรู้สึกได้ถึงทั้งน้ำตาที่ไหลลงมาและความปิติที่ผลิบานในจิตใจ

ริมฝีปากของเดรโกอ่อนโยน หวานช่ำเหมือนน้ำผึ้งและนุ่มนวลเหมือนขนนก

เขาถอนจูบออก สบตากับฉันโดยตรง ฉันกลั้นหายใจ

“ฉันรักเธอ เฮอร์ไมโอนี่ ฉันรักเธอ” เขาพูดขึ้นอย่างแผ่วเบา

“ฉันก็รักนาย เดรโก” ฉันตอบกลับ หัวเราะร่า น้ำตาไหลออกมาเยอะกว่าเดิม เดรโกปาดน้ำตาออกด้วยนิ้วโป้ง

“หยุดร้องไห้ได้แล้ว จริงๆนะ” เขาว่า แต่ยิ้มให้อย่างขบขัน ฉันคิดว่าเขาเองก็กำลังร้องไห้เหมือนกัน “เธอกำลังบังคับให้ฉันจูบเธออีก”

ฉันหัวเราะ แล้วเขาก็จูบฉันอีก อย่างลึกซึ้งและโหยหา นิ้วโป้งลูบแก้ม หัวใจของฉันพองโตจนคับอก เดรโกกอดฉันไว้ในแขนสองข้างที่แข็งแรง ซุกหน้าลงที่ระหว่างคอ และฉันก็กอดเขาไว้อย่างแน่นหนา

เขาเงยหน้าเหมือนกำลังมองบางอย่างข้างหลังฉัน

ท็องค์ยืนอยู่ข้างหลังพร้อมเท็ดดี้ เธอมองเดรโก เบิกตาโตอย่างประหลาดใจ เดรโกกลืนน้ำลาย ยืดตัวตรง

“ท็องค์คะ” ฉันเริ่ม “คุณ..รู้จักเดรโกมัลฟอยไหม?”

ท็องค์พยักหน้าให้สั้นๆ—ดูเหมือนเธอกำลังสนใจเรื่องอื่น ดวงตามองที่เดรโกอย่างไม่ละสายตา

“ผมคิดว่าผมมีบางอย่างจะให้คุณ นิมฟาดอร่า”

ท็องค์อ้าปากเพื่อที่จะพูด—

เดรโกหันหลังมองไปที่ต้นไม้ ฉันมองตามสายตาของเขา—

ร่างสูงใหญ่ ผมสีน้ำตาลของผู้ชายอีกคนเดินออกมาจากหลังต้นไม้ ผมของเขายุ่งไปตามแรงลม แสงอาทิตย์ทำให้รอยยิ้มของชายคนนั้นเจิดจ้ายิ่งขึ้น

“รีมัส!” ท็องค์ร้องอย่างมีความสุข วิ่งไปหาเขาด้วยกำลังที่มี ร่างสองร่างเหวี่ยงแขนกอดกัน จูบกัน หัวเราะอย่างมีความสุขที่สุดในโลก รีมัสอุ้มภรรยาของเขาและลูกขึ้น ฉันปาดน้ำตาที่ไหลงลงมาอย่างห้ามไม่ได้ออก ซบหน้าลงบนหน้าอกของเดรโก

ด้านหลังฉัน แฮร์รี่ เฟร็ด จินนี่ จอร์จ และเพอร์ซี่เดินออกมาจากบ้าน และแฮร์รี่ดูเหมือนจะเป็นคนแรกที่ได้สติ

“รีมัส! รีมัส!” เขาตะโกน เสียงนั้นทำให้ฉันใจอ่อนยวบ แฮร์รี่วิ่งเข้ามาหาพวกเรา รอนตามมาติดๆ รวมถึงทุกคนที่เห็นเหตุการณ์นั้น เดรโกกอดฉันให้แน่นขึ้น ก้มลงมาจูบหน้าผากอีกรอบ

รีมัสวางท็องค์และเท็ดดี้ลง รับอ้อมกอดของแฮร์รี่ที่วิ่งตรงเข้ามา

“แฮร์รี่ แฮร์รี่—เด็กชายผู้รอดชีวิตของฉัน” รีมัสคร่ำครวญ “เธอทำได้ เธอทำได้—ฉันภูมิใจในตัวเธอมากจริงๆ”

“คุณพูดถูก!” แฮร์รี่ตอบ สังเกตที่ไหล่รีมัส “เกิดอะไรขึ้นกับคุณกัน?”

“เดรโกช่วยฉันไว้” รีมัสชี้ไปที่ร่างสูงแต่อ่อนวัยกว่าเขา มองเดรโกอย่างเอ็นดูและชื่นชม “แอนโทนี่ โดโลฮอฟกำลังจะฆ่าฉันด้วย—เซคตัมเซมปร้า—แต่เดรโกเข้ามาทันเวลาพอดี เขาพาฉันเข้าไปที่ฮอกวอตส์ผ่านทางหน้าต่าง”

รีมัสหันไปพูดกับเดรโกโดยตรง ทุกคนมองไปที่เดรโกเป็นตาเดียว ฉันเองก็มองหน้าเขา—อย่างไม่อาจถอนสายตาออกไปได้

“พวกเราอยู่ในห้องต้องประสงค์” รีมัสอธิบายต่อ “ที่พาพวกเราทะลุออกไปยังร้านหัวหมู เดรโกออกไปพบสเนป หวังว่าเขาจะรักษาพวกเราไว้ แต่สเนปสิ้นใจไปก่อน” รีมัสกอดท็องค์ไว้ “เด็กชายผู้แสนฉลาด—เขาไปที่บ้านสเนป หาคาถาแก้เซมตัมเซมปร้านั่นจนเจอในสมุดของสเนป เขาช่วยชีวิตฉันไว้” รีมัสมองอย่างขอบคุณไปที่เดรโก “เดรโกอยู่ช่วยฉันรักษาแผลที่เหลือ จนฉันแข็งแรงพอที่จะเดินได้ และกลับมาหาพวกเธอ”

“นั่นคือสาเหตุที่นายได้แผลมาหรอ?” เฟร็ดถาม เดรโกนิ่งไปสักพัก และตอบรับ “ใช่”

ท็องค์ก้าวออกมาห่างจากสามีของเธอ หญิงสาวจูบลงบนแผลที่แก้มของเดรโก เขามองเธออย่างแปลกใจ

“ขอบคุณมากนะ ที่รัก” ท็องค์พูด วางสองมือลงบนแก้มของเดรโก “ขอบคุณมากจริงๆ”

ดวงตาของเดรโกสั่นไหว เขาปาดน้ำตาออกจากแก้มของตัวเอง

แฮร์รี่เป็นคนที่เดินเข้ามา ท็องค์หลบออกไปด้านข้าง เขามองหน้าเดรโกอยู่ชั่วครู่ เดรโกปล่อยมือจากฉัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมพูดอะไร แล้วเดรโกก็ยิ้มจางๆให้แฮร์รี่

“ก็จริงอย่างที่เขาว่ากันทั่วอังกฤษ” เดรโกพูด “แฮร์รี่ พอตเตอร์ยังมีชีวิตอยู่ และนาย วีสลีย์” เดรโกมองรอน ผู้ยืนอยู่ข้างหลังแฮร์รี่ “ฉันได้ยินมาว่าฮอครักซ์ทุกชิ้นบนโลกทำให้นายอยู่อย่างไม่เป็นสุขเท่าไหร่ แต่นายก็ทำได้ดีมาก” เขาหยุดไปสักพัก ดูกังวลและลังเลเล็กน้อย เดรโกยื่นมือออกมา “ฉันมัลฟอย เดรโก มัลฟอย”

แฮร์รี่มองเดรโกอย่างพิจารณา มองมาที่ฉัน และจับมือของเดรโกเขย่าตอบอย่างจริงใจ

“ดีใจที่ได้เจอนายอีกครั้ง”

“ฉันไม่แปลกใจเลย” เฟร็ดและจอร์จพูดพร้อมกัน หัวเราะคิกคัก

“ชินซะเถอะ” รอนตอบกลับ ฉันยิ้มอย่างขบขัน

เสียงดังกุกกักออกจากจากใกล้ๆบ้าน

“โอ้ พระเจ้า เขาซื้อมันมาจริงๆด้วย” จินนี่อุทาน นายวีสลีย์และพ่อฉันขับรถสีแดงใหม่เอี่ยมเข้ามาจอดในรั้ว ฉันเอื้อมลงไปจับมือเดรโก นิ้วของเราประสานกัน ฉันสบตาเขา

“มากับฉันหน่อย เดรโก” ฉันยิ้มให้ “มีบางคนที่ฉันอยากจะให้นายรู้จัก”

 

 

VVVVVV

 

 

บทส่งท้าย

 

 

VVV

"I fought against my better judgment,

My family's expectations,

The inferiority of your birth,

My rank and circumstance,

All of these things

But I am willing to put them aside and ask you to end my agony.
I love you
.

Most ardently.

Please do me the honor of accepting my hand."

-Mr. Darcy, to Elizabeth

 

(ผมสู้กับทิฐิทุกอย่างที่เคยมี

ความคาดหวังของครอบครัว

ต้นกำเนิดของคุณที่ต่ำต้อยกว่า

ฐานะของผมและทุกสถานการณ์

ทุกสิ่งทุกอย่าง—

ผมจะละทิ้งมันไว้ ผมจะขอให้คุณเป็นผู้ลบล้างทิฐิและความเย่อหยิ่งของผม ผมรักคุณ

อย่างรุนแรงและมากที่สุด

ได้โปรดรับมือของผมไว้เพื่อเป็นเกียรติแก่ผม

—มิสเตอร์ดาร์ซี่ แด่อลิซาเบธ)

 

 

 

 

VVVVVVV

 

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

ฉันขยับตัวเข้าหาสามีที่นอนอยู่บนโซฟาสีดำ มองใบหน้าขาวซีด ปัดผมสีบลอนด์ออกไปไว้หลังหู มองดูเด็กชายอายุสามขวบที่นอนอยู่กับเดรโก

“นายคิดว่าเขาจะนอนอีกรึเปล่า?” ฉันเกยคางบนไหล่ของเดรโก

“ฉันคิดว่าเขาคงจะชอบนอนตรงนี้” ท็องค์ส่งเสียงดังข้ามห้อง ฉันยิ้มให้ เท็ดดี้ดูสบายตัวมาก เขานอนอยู่บนหน้าอกของเดรโก แขนของเขากอดเท็ดดี้เอาไว้ เด็กชายค่อยๆกะพริบตา ถูนิ้วของเขากับนิ้วโป้งของเดรโก ชายหนุ่มวางคางไว้บนศีรษะเล็กๆของเท็ดดี้

“เขาน่าจะสบายดีถ้าได้อยู่กับฉัน” เดรโกยิ้ม ฉันห้ามตัวเองไม่ให้เผลอจูบเขาบนริมฝีปากเดี๋ยวนั้นเลย และแทนที่จะทำแบบนั้น ฉันขยับเข้าไปใกล้เดรโกมากขึ้น สัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย ท็องค์ยิ้มให้กับภาพที่เห็น เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงข้ามห้อง จิบไวน์อย่างสบายอารมณ์ อีกด้านของห้องเป็นต้นไม้ที่ยืนตระหง่านใกล้เตาผิง แสงสีทองของไฟโลมเลียต้นไม้ รอนนั่งอยู่บนที่พิงเท้าหน้าเตาผิง ข้างเดรโก เขากำลังอุ่นหลังเย็นๆและมองหน้าพวกเรา แฮร์รี่และจินนี่นั่งติดกันเหมือนคู่รักอยู่ด้านซ้ายของฉัน จินนี่พันริบบิ้นสีแดงและเขียวไว้บนนิ้วของเธอ แฮร์รี่นั่งค้อมตัวลงมา วางศอกไว้บนเข่า แว่นตาสะท้อนแสงไฟ ทุกคนแต่งชุดไปโบสถ์—พวกเราเพิ่งกลับมาจากที่นั่น—ชุดสีเขียวของฉันทำจากขนแกะ แฮร์รี่และรอนอยู่ในกางเกงขายาวและเสื้อแขนยาวกันหนาวที่ดูสบายตัว จินนี่และท็องค์สวมชุดสีแดงสดที่ดูสวยอย่างไม่น่าเชื่อ และเดรโกกับสูทสีดำตามแบบของเขา

“แล้ว..” ท็องค์เอียงคอมอง “รู้สึกยังไงบ้างกับคริสมาสต์ปีแรกในบ้านโพรงกระต่าย..?”

“ฉันชอบนะ” ฉันยิ้มกว้าง “ฉันไม่เคยได้แต่งเยอะบ้านขนาดนี้มาก่อนเลยทั้งชีวิต”

เดรโกพยักหน้าเห็นด้วย

นั่นแปลว่าอะไร?” ฉันถามเดรโก จิ้มนิ้วเข้าที่สีข้าง

“เปล่า ไม่มีอะไร” เดรโกพยายามหุบยิ้ม แฮร์รี่เห็นใบหน้าของเขาและยิ้มให้อย่างละห้อย

“ฉันว่าฉันรู้ว่านายหมายถึงอะไร เดรโก” แฮร์รี่พูด “บางทีเฮอร์ไมโอนี่ก็แสดงออกได้โอเวอร์มากไปหน่อย”

“ฉันว่าบ้านดูสวยดีชะมัด” รอนว่าบ้าง

“มันสวยจริงๆ เฮอร์ไมโอนี่” ท็องค์เห็นด้วย “ฉันก็อยากจะอยู่ใต้ต้นคริสมาสต์ต่อหรอก แต่รู้สึกว่าจะต้องพาเท็ดดี้ไปนอนซะแล้ว—แถมรีมัสก็รออยู่ข้างบน” เธอลุกขึ้น วางแก้วไวน์บนโต๊ะเตี้ย เดินตรงไปทางเดรโกเพื่อรับลูกชายของเธอขึ้นไปข้างบน เดรโกขยับตัว เท็ดดี้ส่งเสียงอย่างไม่พอใจ”

“ม่ายยยยย..” เด็กชายร้องงอแง

“ชู่ว ชู่ว” ท็องค์ส่งเสียง ก้มลงจูบหน้าผากเดรโก “สุขสันต์วันคริสมาสต์นะ ลูกพี่ลูกน้องฉัน”

“เช่นกัน นิมฟาดอร่า รักเธอนะ” เขาตอบ

“เหมือนกัน ทุกคนเลย” ท็องค์ขยับออกไป ไม่ได้พูดอะไรเรื่องที่เขาเรียกเธอด้วยชื่อต้น เธอขยิบตาให้ฉัน “อ้อ ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะถ้าอยากจะเสียงดังกัน—ห้องฉันอยู่บนชั้นสูงเกินกว่าที่จะได้ยินเสียงพวกเธออยู่แล้ว”

เสียงหัวเราะดังขึ้น ตามมาด้วยคำว่าราตรีสวัสดิ์และสุขสันต์วันคริสมาสต์ หลังจากที่ท็องค์จากไปแล้ว ประตูเปิดตามหลังเธอ

“เอาล่ะ พวกนายสองคน ทีนี้ก็บอกได้แล้วว่าพวกนายซ่อนอะไรเอาไว้ตั้งครึ่งวันที่ผ่านมา?” ฉันหันไปพูดกับแฮร์รี่และรอน

“ห้ามโกหกล่ะ” จินนี่เสริม

“ก็..เปล่า” รอนสารภาพ พยักเพยิดไปทางแฮร์รี่ “ก็แค่สิ่งนี้”

แฮร์รี่ยื่นกล่องสีเหลี่ยมเล็กๆที่หุ้มด้วยกระดาษสีเงินให้เดรโก

“นายซ่อนมันไว้ที่ไหนกัน?” ฉันถาม “ฉันคิดว่าเราเปิดของขวัญกันหมดแล้ว!

“เราฉลาดกว่าที่เธอคิดเยอะ เฮอร์ไมโอนี่” รอนตอบอย่างขำขัน เดรโกมองกล่องเล็กๆที่แฮร์รี่เพิ่งมอบให้เขาสลับไปมากับคนสองคน

“อะไรน่ะ?” เขาถามขึ้น

“เปิดมันออกสิ” แฮร์รี่ตอบ ฉันนั่งมองเดรโกดึงริบบิ้นและฉีกกระดาษห่อออกอย่างใจจดจ่อ

“หนักเหมือนกันนะ” เขาถือกล่องเล็กๆไว้ในมือ

“เราถึงกับต้องติดสินบนกะมาดามฮู้ดส์ไว้ด้วยลูกคนแรกของเรา” แฮร์รี่อธิบาย “หากันอยู่ตั้งหลายชั่วโมงใต้ฝุ่นหนาเป็นเมตร ในห้องเก็บของของปราสาท แต่เราก็หามันเจอจนได้”

“อย่างน้อย” รอนว่า “เราก็ยังหวังว่าเราจะหาเจอ”

เดรโกเปิดกล่องที่เขาเพิ่งได้ออก ลูกสนิชสีทองนอนแน่นิ่งอยู่ข้างใน ทุกคนกลั้นหายใจอย่างลุ้นๆ—

ปีกสีทองของลูกสนิชค่อยๆขยับ เดรโกปล่อยมือออกจากมัน มันลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา

แฮร์รี่และรอนส่งเสียงอย่างดีใจ ฉันต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองไว้

“นี่..ลูกสนิชของนายนี่นา!” เดรโกมองมันอยู่อย่างยาวนาน

“ฉันหวังว่านายจะรู้เรื่องนี้นะ” เขาบอกกับแฮร์รี่ “เรื่องที่นายสองคนเก็บเงินไว้เพื่อซื้อตั๋วไปดูควิชดิชเวิลด์คัพด้วยตัวเอง”

แฮร์รี่และรอนนิ่งเงียบ จินนี่อ้าปากอย่างงุนงง

“หะ?” รอนถาม

“ฉันซื้อตั๋วมาสามอันแล้วเรียบร้อย—เฮอร์ไมโอนี่เขียนจดหมายไปหาวิคเตอร์ ครัมแล้วด้วย ให้พวกเราสามคนเข้าไปเจอทีมพวกเขาได้ก่อนลงสนามแข่ง” เดรโกเว้นช่วงไว้สักพัก “ถ้าพวกนายไม่รังเกียจที่จะมากับเราด้วยน่ะ?”

ทั้งสองคนได้แต่นั่งอึ้ง

แฮร์รี่ค่อยๆยิ้มออกมาให้เดรโก กว้างที่สุดที่ฉันเคยเห็น

“นายล้อเล่นรึเปล่า?” รอนร้อง “แน่นอนสิ พวกเราจะไปกับนายแน่!

เดรโกลุกขึ้น เพื่อนของฉันทั้งสองคนก็ลุกขึ้น กระโจนเข้าใส่เขา เสียงยิ้มและหัวเราะดังไปทั่วห้อง พวกเขากอดกันแน่น ทั้งสองคนจับมือเดรโกเขย่าอย่างรุนแรง

“ขอบคุณมากสำหรับของขวัญ—จริงๆนะ” เดรโกมองลูกสนิช เขาเขย่ามือแฮร์รี่อย่าจริงใจที่สุด “ไม่อยากจะเชื่อว่านายจะหามันเจอ”

“ฉันคิดว่านายน่าจะชอบมัน”แฮร์รี่ยังจับมือเดรโกอยู่ “ดัมเบิลดอร์เคยให้ฉันอันนึง—มันพอจะช่วยให้หายคิดถึงบ้านและฮอกวอตส์ได้บ้าง”

“ใครลงแข่งควิชดิชปีนี้กัน?” รอนถามตอนที่พวกเขานั่งลงแล้ว

“ไม่ใช่ทีมแคนน่อนล่ะ” แฮร์รี่ตอบ

“หุบปากน่ะ” รอนโต้อย่างไม่ยอมแพ้ เดรโกหัวเราะหึๆ แขนข้างนึงโอบอยู่รอบไหล่ฉัน ฉันเอนตัวลงกับแขนของเขา เดรโกหยิบกล่องสีแดงขึ้นมาให้ ฉันเงยหน้า มองมันอย่างสนใจ

“ของขวัญส่งท้ายคริสมาสต์รึไง?” ฉันถาม หยิบมันขึ้นมาจากมือ ดวงตาของเขาเป็นประกายอย่างตื่นเต้น ฉันเปิดมันออก เสียงของแฮร์รี่ รอน และจินนี่ที่พูดคุยกันดังอยู่ข้างหลัง จนกระทั่งฉันเปิดมันออก ทุกอย่างรอบตัวก็เหมือนตกอยู่ในความเงียบ

“โอ้..พระเจ้า..” ฉันหยิบที่รวบผม—ประดับด้วยเพชรออกมาจากกล่อง –แบบเดียวกับที่เดรโกเคยให้ฉันในห้องต้องประสงค์เมื่อนานมาแล้ว “นี่มัน..มัน..”

“ของย่าฉันหรอ? ใช่” เขาต่อให้จบ “แล้วก็เป็นของแม่ฉัน ฉันถามเธอแล้ว—ตอนนี้มันเป็นของเธอแล้ว เฮอร์ไมโอนี่ แม่ฉันเองก็เต็มใจจะมอบมันให้เธอ”

“ทั้งที่ไม่ได้มาคริสมาสต์แต่เธอก็ยังส่งมาให้ฉันงั้นหรอ?” ดวงตาโตออกอย่างประหลาดใจ

เดรโกยกมุมปากข้างนึงขึ้น เลิกคิ้วให้ “ในเมื่อพวกเราผ่านความหยิ่งยโสของตระกูลมัลฟอยที่มีมาเป็นศตวรรษนั้นมาได้ ฉันก็คิดว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มต้นขึ้นอย่างดีเลยทีเดียว” เสียงของเขาต่ำลง “ทุกอย่างคงไม่เปลี่ยนไปง่ายๆในหนึ่งชั่วโมงหรอกนะ”

ฉันกะพริบตา ไม่อาจถอนสายตาไปจากใบหน้าของเขา

“ชอบไหม?” เขาถาม

“มันสวยมากเลย” ฉันกระซิบ มองริมฝีปากอ่อนนุ่มของเดรโกขยับเขยื้อน

“ฉันดีใจที่เธอชอบ” เดรโกกล่าว น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ เขาขยับหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากสัมผัสกัน “เพราะฉันจะไม่เอาไปคืนเขาแน่ๆ”

ฉันหัวเราะ เดรโกเงียบเสียงของฉันลงด้วยการจูบแนบแน่นขึ้นจนฉันแทบจะต้องนอนลงบนโซฟา –เสียงแฮร์รี่ รอน และจินนี่ที่คุยกันเรื่องทีมแคนน่อนยังดังอยู่รอบๆ แทนที่จะสนใจ ฉันให้นิ้วมือสัมผัสกับเส้นผมนุ่มสลวยของสามี แขนอีกข้างโอบอยู่รอบไหล่เขา และจูบตอบเดรโกอย่างที่เขาสมควรจะได้รับ

 

 

 

 

แล้วพวกเขาก็อยู่อย่างมีความสุขตลอดกาล

 

 

 

 

-จบ-

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

จบแล้วค่า รีดเดอร์ที่รักทุกท่าน ปิดตำนานเดรโกเฮอร์ไมโอนี่ลงอย่างสวยงามไปหนึ่งเรื่องเรียบร้อยค่ะ  

 

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราเริ่มอ่านเมื่อตั้งแต่มีนาปีที่แล้ว ตั้งแต่เริ่มก็ปรากฏว่าชอบมากๆ ชอบความสัมพันธ์ที่ไปอย่างช้าๆแบบนี้ slow build and slow burn จนมาถึงตอนจบ แอร้ย แบบว่าดีมากๆ อ่านจบภายในสามวันเลย แต่เพิ่งมาเริ่มแปลปลายปีที่แล้วนี่เอง ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะมีคนชอบแบบช้าๆแบบที่เราชอบหรือเปล่า จะเบื่อหรือเปล่าที่บางช่วงไม่มีโมเม้นต์ เพราะเห็นส่วนมากแต่ละเรื่องไปแบบเร็วๆ  555 แต่ก็ยังมีคนอ่านและเม้นต์ และโหวตให้ด้วย ต้องขอบคุณมากๆเลยค่ะที่มาเป็นกำลังใจให้เราแปลจบ >< เราชอบอ่านเม้นต์ของแต่ละคน อยากรู้ว่าแต่ละคนรู้สึกยังไง คิดเหมือนเราไหม เราอ่านของทุกคนค่ะไม่มีข้าม คนที่อ่านตั้งแต่ต้นเรื่อง ก็ขอบคุณมากนะคะที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงบทอวสานบทที่26นี้ ส่วนคนที่เพิ่งเข้ามาเจอ ก็ยินดีต้อนรับค่ะ รักรีดเดอร์ทุกคนนะคะ ชุ้บๆ <3


สุดท้ายนี้ ก็ขอบคุณทุกคนมากๆค่ะ รู้สึกยังไงกับตอนจบบอกกันได้ตรงกล่องข้างล่างนี่เลย



แล้วเจอกันใหม่เมื่อชาติต้องการและมีเดรเฮอร์เรื่องใหม่มาให้แปลนะคะ  บ้ายบายยยย~~

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 186 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #481 Birisine (@flannies11) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 22:15
    ขอบคุณมากค่ะ สนุกมากกก ดีทุกอย่างเลย
    #481
    0
  2. #478 pitchavee (@pitchavee) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 21:13
    ขอบคุณมากค่ะที่แปล แล้วก็คนแต่งด้วย เรื่องนี้สนุกมากจริงๆ เราอินไปด้วยเลย
    #478
    0
  3. #477 ชื่อ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 21:09

    .....ดีนะจบดีถ้าจบเศร้าเราคงตาย(ดูเพื่อน3ตัวนั้นอะให้มันไปห้องไม่ใช้โซฟา ใจเย็นเดรกใจเย็นๆ แม่มเอ้ยยซึ้ง)

    #477
    0
  4. #474 sskey29 (@sskey29) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 05:03

    อ่านไปบางตอนร้องไห้เลยค่ะ ปริ่มใจมากๆ
    #474
    0
  5. #470 RealPYD (@RealPYD) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:46
    ขอบคุณมากเลยนะคะที่ไรท์แปลฟิคดีๆแบบนี้ เรื่องนี้เราชอบมากๆๆแทบจะเป็นเดอะเบสในใจเดรไมโอนี่เลย ชอบที่ความสัมพันธ์ของตัวละครค่อยดำเนินไปอย่างช้าๆ เหมือนเห็นวิวัฒนาการของความรู้สึกแต่ละคนเลย ฟิคดีมากแต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือสกิลการแปลของไรท์ที่สุดยอด อ่านแล้วไม่สะดุดเลย บทบรรยายคือดีจริงๆ ชอบมากเลยนะคะ ไรท์เก่งมากๆ ภาษาดีสละสลวย ต้องขอบคุณไรท์จริงๆ ไม่งั้นคงไม่ได้อ่านฟิคดีๆกับการแปลดีๆแบบนี้
    #470
    0
  6. #469 Angels cry (@junelove-sakusa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:29

    ขอบคุณมากค่ะ สำหรับการแปลฟิคดี ๆ เรื่องนี้ให้อ่าน มันดีต่อใจสายเดรเฮอร์เอามาก ๆ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #469
    0
  7. #460 piinkhyun (@piinkhyun) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 16:47

    ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะไรท์ เราชอบมากๆ สนุกมากเลย ความสัมพันธ์ที่เริ่มขึ้นอย่างช้าๆแต่เพิ่มขึ้นในทุกวัน อ้ากกกกก คือเราชอบอ่านแบบนี้มาก จะติดตามผลงานเสมอนะคะ
    #460
    0
  8. #442 N_Ahgase&Army (@0804452409) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 00:56
    เป็นเรื่องที่อ่านจบเร็วมากๆ เพราะทุกอย่างมันดีไปหมด อ่านจบแล้วรู้สึกอิ่มเอม ได้รู้จักตัวละครในมุมที่ลึกซึ้งขึ้น เราชอบอ่านแนวนี้นะคะ มีความพัฒนาของความสัมพันธ์ และหวังจะให้ไรท์แปลอีกต่อไปเรื่อยๆ ถึงต้นฉบับจะดีแค่ไหนถ้าคนแปล แปลไม่ดีก็จบเห่ แต่ไรท์แปลได้ดีมากๆๆเหลือเชื่อเลย ขอบคุณมากนะคะ จะคอยติดตามและเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ
    #442
    0
  9. #430 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 13:29

    Happy ending โอ็ยยยยย ขอบคุณมากๆเลยค่ะที่แปลฟิคดีๆให้อ่าน มุกแย่างลงตัวไปหมด

    #430
    0
  10. #407 junmayonchi (@635aer) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 01:59
    เรื่องนี้สุดยอดมากๆเลยค่ะ อบบว่ามันตราตรึงมาก มันslow burn มากจริงๆ คือเรื่องมันดำเนินไปเรื่อยๆ ตอนอ่านแอบคิดว่าถ้าเป็นเราที่ต้องเข้าไปติดในห้องนั้นเป็นเวลาหลายๆวัน ต้องตายแน่ๆ คือมันอ่านแล้วให้ความรู้สึกอึดอัดมากๆเลยค่ะ แบบออกไปไหนไม่ได้ สถานที่วนๆอยู่แค่ไม่กี่แห่ง คือมันอ่านแล้วหายใจไม่ออก5555 แต่คือเรื่องนี้สุดยอดมาก แงงง เป็นนิยายในดวงใจเลยค่ะ ขอบคุณไรเตอร์มากๆเลยนะคะ ชอบมากๆเลย งื้ออออ❤❤❤
    #407
    0
  11. #406 bemymemory (@Ppbiggerduck) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 00:33

    ชอบมากๆเลยค่ะไรต์ อินมากก น้ำตาไหลตามตลอดเลย หน่วงมากกก ซึ้งมากกก ภาษาสวยมาก ความสัมพันธ์ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ลุ้นทุกตอนเลยค่ะ อินมากจริงๆ ขอบคุณทั้งผู้แต่งและผู้แปลที่สร้างสรรค์เรื่องดีๆมาให้อ่าน ชอบมากจริงๆค่ะ ขอบคุณค้าบบบบ
    #406
    0
  12. #404 Jnn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2562 / 11:53

    ดีมากๆเลยค่ะ ชอบมากๆ ทุกๆฉากที่ได้อ่านทำให้รู้สึกร่วมไปกับทุกตัวละครเลยจริงๆ ขอบคุณที่แปลฟิคดีๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ

    #404
    0
  13. #401 Wang88 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 09:12

    ขอบคุณนะคะที่แปลมาให้อ่าน นี่อ่านรวดเดียวจบสนุกมากกก ภาษาดีมากอ่านเพลินทุกตอน ชอบมากเลย ขอบคุณมากจริงๆ

    #401
    0
  14. #400 napxatsxrn (@napxatsxrn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 11:50
    ขอบคุณไรท์มากๆเลยนะคะที่แปลนิยายเรื่องนี้ ได้แชร์ความอบอุ่นให้พวกเรา ขอบคุณมากจริงๆค่ะ :-)
    #400
    0
  15. #399 Nammonsh (@Nammonsh) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 07:29
    ขอบคุณมานะคะที่แปลให้อ่านจนจบ เป็นเรื่อที่ชอบมากที่สุดเลยค่ะ
    #399
    0
  16. #394 deknoodo (@deknoodo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 00:59

    สวัสดีค่ะ เพิ่งเข้ามาเจอเรื่องนี้ เลยถือโอกาสอ่านจนจบรวดเดียวและเม้นในนี้เลย ก่อนอื่นต้องบอกว่าขอบคุณมากๆเลยค่ะที่แปลเรื่องนี้ให้อ่าน ทั้งผู้แต่งและผู้แปลเก่งมาก จินตนาการ พล็อตเรื่องของผู้แต่งทำให้เราอินมาก ไรเตอร์แปลได้เข้าถึงสุดๆมาก แอบมีหน่วงๆ บีบคั้นหัวใจ รวมถึงสำนวนการแปลที่ deep สุดๆ หน่วงหัวใจมากสุด ภาษาเข้าถึงที่สุด อารมร์ ความรู้สึก มันสุดๆมาก


    สนุกมากๆค่ะเรื่องนี้ แอบจินตนาการให้ในความเป็นจริงอยากให้ เจเค เขียนออกมาแนวๆนี้ แม้คนที่เกลียดกันจนเกินกว่าจะมารักกันได้แบบคู่นี้นั้น จริงๆมันสามารถทำได้ ทำได้แน่นอน


    รักเรื่องนี้ค่ะ และเรื่องนี้จะเป็นอีกเรื่อง ที่อยู่ในหัวใจและความทรงจำตลอดไปค่ะ








    -ข้าขอสาบานอย่างจริงจังว่าข้านั้นหาความดีไม่ได้-

    #394
    1
  17. #393 IsVeola (@IsVeola) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 01:05
    ขอบคุณไรท์มากๆที่แปลจนจบ เราชอบความหน่วงของเรื่องอ่ะ ตอนที่เดรโกข้อมือหัก สองคนพยายามรับสัมผัสกันมากที่สุดได้แค่จูบมือกับหน้าผากชนกัน มันหน่วงแบบฟินๆ ลำดับเรื่องดี แปลดี สนุกมากค่ะ
    #393
    0
  18. #370 nuttamon.p (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 19:39

    ขอบคุณมากๆนะคะที่แปลมาให้ได้อ่านกัน เนื้อหาเรื่องนี้เยียวยาจิตใจจากตอนจบของจริงได้ดีมากค่ะ ลำดับเวลาก็ดี ปมต่างๆของตัวละครก็ดี อ่านแล้วรู้สึกว่ายังอยู่ในโลกของแฮร์รี่ พ็อตเตอร์ที่เป็นโลกคู่ขนานจริงๆ


    ที่ชอบเรื่องนี้อีกอย่างคือการเอาสิ่งที่มีในโลกแห่งความจริงใส่เข้าไปด้วย เช่นนิทานหรือนิยายต่างๆ (โดยเฉพาะมิสเตอร์ดาร์ซี่ ที่อ่านเรื่องนี้แล้วต้องไปหานิยายของจริงกลับมาอ่านอีกครั้ง 55) มันทำให้คนอ่านเข้าใจความรู้สึกของตัวละครได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งมันดีมากกกก


    และเหนือสิ่งอื่นใด ที่ขาดไม่ได้คือคุณคนแปลค่ะ แม้ต้นฉบับจะแต่งมาดีแค่ไหน ถ้าหากคนแปลแปลได้ไม่ดี คนอ่านก็จะไม่อินและไม่เข้าถึงตัวละครได้มากขนาดนี้ ดังนั้นขอปรบมือให้คนแปลสักสามล้านครั้งเลยค่ะ 555 แปลดีมากกกกกก *ก.ไก่แปดล้านตัว* เลือกใช้คำได้สวยงาม เห็นได้ชัดถึงความใส่ใจรายละเอียดต่างๆ อาจจะมีพิมพ์ผิดหรือคำสลับบ้างเล็กน้อย แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอในการทำงานแบบนี้ และกว่าจะแปลได้ขนาดนี้ เราเข้าใจค่ะว่ามันเหนื่อยและปวดหัวมาก กว่าจะเลือกออกมาได้แต่ละคำ กว่าจะเข้าใจว่าประโยคนี้ต้องการจะสื่ออะไร มันยากมากกก (เราเองก็ทำงานเกี่ยวกับการแปลภาษาอยู่ค่ะ เข้าใจอย่างลึกซึ้งเลย 5555) เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณจริงๆค่ะที่ยอมเหนื่อยยอมสละเวลาแปลมาให้ได้อ่านกัน


    เขียนซะยาวเลย ขอโทษทีค่ะ 555

    เป็นกำลังใจให้นะคะ ติดตามรอชมผลงานถัดไปด้วยค่า สู้ๆนะค้า

    #370
    1
  19. #369 edhl (@tasinafafa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 20:03
    ขอบคุณมสกๆนะคะมันดีมากจริงๆ
    #369
    0
  20. #365 Shiho Miyano (@sherryshiho) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 23:02
    ขอบคุณมากเลยนะคะที่แปลมาให้อ่าน เราเฟฟไว้นานแล้วแต่เพิ่งมีเวลาอ่าน ฮือ เราชอบความสัมพันธ์แบบนี้นะคะ เนิบช้าแต่มั่นคง อยากให้คู่นี้คู่กันจริงๆ แต่ป้าเจเคใจร้าย ฮือ ถือว่าเป็นโลกคู่ขนานอีกโลกนึงให้เราฟิน 55555
    #365
    0
  21. #364 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 07:05

    ขอบคุณที่แปลให้อ่านนนะคะ เราชอบมากมันดูเรียลเหมือนเกิดขึ้นจริง ชอบที่มันค่อยๆเป็นค่อยๆไป ซึมซับบรรยากาศในเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสอง เราชอบอะไรแบบนี้นะ มันมีทั้งสุขสมปนเศร้่า เป็นอีกเรื่องที่ประทับใจมากค่ะ

    #364
    0
  22. #341 UK-You33733 (@krittiyaeye) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 08:33
    สนุกมากกๆค่ะ ละมุนใจ
    #341
    0
  23. #336 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 18:24
    ีรื่องนี้มันดีมากๆ ให้ความรู้สึกฮอกวอร์ตจริงๆเหมือนะปนเรื่องที่เกืดขึ้นจริงในแฮรี่พอตเตอร์;-; ขอบคุนที่นำมาแปลให้ได้อ่านนะคะ
    #336
    0
  24. #297 Fang Chonticha (@fchon) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 21:38
    ชอบมากเลยค่ะ เนื้อหาสมูทไปกับเนื้อเรื่อง ไทม์ไลน์ดีมาก ภาษาและบทเพลง กลอนต่างๆ ไรท์เตอร์เก่งมากกกก ติดตามผลงานนะคะ
    #297
    0
  25. #291 jongar (@sasichar) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 21:24
    ของขวัญสไตล์คนรวยอ่ะเนาะ ว้ายยยย เขินนนน
    #291
    0