(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 25 : 25

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,960
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    26 พ.ค. 60

VVVVVVVVVV

 

 

Let me not to the marriage of true minds

Admit impediments. Love is not love

Which alters when it alteration finds,

Or bends with the remover to remove:

O, no! it is an ever-fixed mark,

That looks on tempests and is never shaken;

It is the star to every wandering bark,

Whose worth's unknown, although his height be taken.

Love's not Time's fool, though rosy lips and cheeks

Within his bending sickle's compass come;

Love alters not with his brief hours and weeks,

But bears it out even to the edge of doom.

If this be error, and upon me prov'd,

I never writ, nor no man ever lov'd.

-William Shakespeare

 

 

VVVVVVV

 

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

น้ำตาแห่งความปิติไหลลงอาบแก้ม เสียงหัวเราะแห่งความดีใจดังก้องขณะที่สองเท้าของฉันวิ่งลงบันได แขนทั้งสองข้างโอบรอบคอแฮร์รี่และรอน คราวนี้พวกเขาทั้งสองคนไม่ได้ถือสากับการแสดงออกแบบผู้หญิงๆของฉัน กลับหัวเราะด้วยซ้ำที่ฉันก้มลงไปจูบแก้มพวกเขา พวกเราสามคนเดินกลับไปยังห้องโถงใหญ่ที่ทุกคนพักอยู่ ฉันกอดแฮร์รี่และรอนไว้ในแขนสองข้าง เสียงพูดคุยแห่งความสุข น้ำตาทั้งของความยินดีและความเสียใจ และบรรยากาศของความปรีดาลอยอยู่ในอากาศ

แฮร์รี่ถอนตัวออกมาก่อน ฉันหันหน้าไปมองเขา

“รอน เฮอร์ไมโอนี่ –ฉันคิดว่าฉันกำลังจะไปนอนดีกว่า” เขายิ้มให้อย่างเบาบาง ฉันขยี้ตา มองใบหน้าขาวซีดของแฮร์รี่

“ฉันก็ว่านายน่าจะไปนอนได้แล้ว –ในบางที” ฉันหัวเราะหึๆ “รอน นายช่วยเดินไปส่งแฮร์รี่หน่อยได้ไหม แล้วดูให้แน่ใจด้วยว่าเขาจะไม่โซเซจนตกบันไดลงมา –ฉันคิดว่าฉันจะไปหาจินนี่”

“อะไรทำให้เธอคิดว่าหมอนั่นดูแลตัวเองไม่ได้กัน?” รอนว่า แต่เขาก็หันหลัง กลับไปในทางเดียวกันกับแฮร์รี่ ตรงเข้าสู่ห้องนั่งเล่นรวมของกริฟฟินดอร์ ฉันมองภาพที่เห็นตรงหน้า หัวใจเปี่ยมไปด้วยความยินดีอย่างยิ่ง

ทุกอย่างจบลงแล้ว

กองทัพของเราทั้งพ่ายแพ้ และได้รับชัยชนะกลับคืนมา

แฮร์รี่ตาย และฟื้นคืนชีพ

โวลเดอมอร์ตายแล้ว

การต่อสู้กันระหว่างแฮร์รี่กับจอมมาร คาถาของจอมมารสะท้อนกลับและฆ่าเขาเอง –ด้วยไม้กายสิทธิ์ของแฮร์รี่ –ไม้ของเดรโก –เป็นนายเหนือไม้เอลเดอร์ของเขา ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยของโวลเดอมอร์ แต่ราคาของมันคือชีวิตทั้งชีวิต

พวกเราเป็นอิสระแล้ว

รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นมาบนใบหน้า ฉันหันกลับไปที่ห้องโถงใหญ่ กระโดดสลับเท้าไปมาเหมือนเด็กๆ

แสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ส่องลอดกระจกด้านบนเข้ามาทำให้ฉันต้องหยีตาลง ความสุขเปี่ยมล้นขณะที่สายตาของฉันจ้องมองทุกคน –บรรดาผู้รอดชีวิตทุกคน เพื่อนของฉัน พวกเขาโอบกอดกันอย่างดีใจ หัวเราะกัน พูดคุยกัน จูบกัน—

จนร่างสองร่างที่คุ้นเคยและแตกต่างไปจากคนอื่นก้าวเข้ามาในห้องโถงอย่างเร่งรีบ พวกเขาไม่ได้จับมือกันเหมือนคนอื่นๆ ฉันกะพริบตามอง กลืนน้ำลายลงคอ ร่างสองร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้จนฉันเห็นได้ชัด

ผมสีบลอนด์ที่ซีดจนแทบขาวของทั้งคู่ ชุดสีดำสะบัดไปมาทุกก้าวที่เดิน

ลูเซียสและนาร์ซิสซ่า มัลฟอย

ความอึดอัดตีขึ้นมาจุกแน่นในหน้าอก

และก่อนที่ฉันจะรู้ตัว ฉันก็เดินเข้าไปหาพวกเขาเสียแล้ว

ฉันเดินหลบเพื่อนๆที่ยืนขวางทาง หรือแทรกผ่านพวกเขาออกไป เสียงจอแจทั้งหลายเลือนหายไปจากการได้ยินทันทีที่ไม่สนใจฟัง

แล้วฉันก็ยืนอยู่ตรงหน้าของนาร์ซิสซ่า มัลฟอย

คราบน้ำตาเกาะอยู่บนแก้มของหญิงวัยกลางคน เธอเองก็ทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาหาฉันเหมือนกัน ขอบตาของเธอบวมช้ำ ลูเซียสมองเห็นฉัน ดวงตาของเขาเป็นประกายวูบวาบ ใบหน้าของลูเซียสซีดเหมือนไร้เลือด

“เธอ..” นาร์ซิสซ่าเอ่ย จัดเสื้อคลุมของเธอเองให้เรียบร้อย “เธอเห็นเดรโกมัลฟอยแถวนี้บ้างไหม?”

ฉันอ้าปากจะตอบ—

“ไม่มีประโยชน์หรอก นาร์ซิสซ่า” ลูเซียสพูด สายตามองไปรอบๆ “เธอไม่สนใจหรอกว่าเดรโกจะอยู่หรือจะตาย”

“แต่เธอรู้จักเขานะ ลูเซียส!” นาร์ซิสซ่าแทบจะตะคอกกลับใส่สามีของเธอ และฉันได้ยินความกลัวในน้ำเสียงนั้น หญิงสาวหันกลับมาที่ฉัน หน้าตาสวยสดนั้นสิ้นหวัง “ได้โปรด เธอเห็นเขาบ้างไหม?”

ฉันส่ายหน้า ความสุขทั้งหมดที่มีหายไปช้าๆเหมือนถูกสูบออก

“ไม่ค่ะ” ฉันกระซิบ “ฉันไม่เห็น”

“ไอ้เด็กพอตเตอร์นั่นโกหก” ลูเซียสคำราม กระแอมในลำคอ เขาหันไปอีกทางเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นใบหน้าและคิ้วที่ขมวดมุ่นของตัวเองในตอนนี้

“โกหกหรือ?” นาร์ซิสซ่าอ้าปากอย่างไม่เชื่อ สายตาสอดส่องไปทั่วพื้นที่ “เขา..ไม่ ไม่มีทาง! เขาบอกฉันว่าเดรโกยังมีชีวิตอยู่ เขาอยู่ในปราสาท! ฉันเลยยอมช่วยเขาจากจอมมาร –เพราะเขาบอกฉันว่าเดรโก—“

“เธอคิดว่ามันพูดจริงหรือไง?” ลูเซียสตอบให้ “มันก็แค่อยากเอาชีวิตรอดเท่านั้นแหละ—“

“ไม่..ไม่ ไม่..” นาร์ซิสซ่าทั้งตกใจและเสียใจเกินกว่าที่เธอจะพูดคำอื่นได้

“นาร์ซิสซ่า เรายัง— นาร์ซิสซ่า เราไปหาเขาที่อื่นก็ได้—“ ลูเซียสพยายามปลอบโยน ดึงแขนภรรยาของเขา

 “ไม่ ไม่..ไม่..” เธอส่ายหน้า ดูหวาดกลัวมากขึ้น

“นาร์ซิสซ่า มานี่เถอะ—“

ความเสียใจของหญิงสาวมีมากเกินกว่าที่จะระงับไว้ได้

“ลูเซียส!” เธอสะอื้น ฝังหน้าลงกับเสื้อคลุมของสามี –เสียงร้องไห้ดังออกมาจากริมฝีปาก

ลูเซียส –ชายคนนั้นที่แสนเย็นชา –ชายผู้เคยว่ากล่าวฉันเมื่อตอนปีสอง –ใบหน้าของลูเซียสว่างเปล่าไปชั่วครู่ –แล้วเขาก็ก้มลงกอดภรรยาไว้ในอ้อมแขน ดวงตาสีฟ้าปิดลง เขาเอียงคอ ซบหน้าลงบนไหล่ของนาร์ซิสซ่า

สายตาทุกคู่จ้องมองมาที่สองสามีภรรยาอย่างดูถูกและเหยียดหยัน แต่เสียงสะอื้นของนาร์ซิสซ่าที่ดังออกมาทำให้พวกเขาอดที่จะรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่ได้ ความเงียบเข้าปกคลุมบริเวณ เสียงดังจากการพูดคุยเมื่อสักครู่เบาลงจนหายไปในที่สุด

ฉันสูดหายใจลึกๆ ความรู้สึกอัดแน่นปะทุขึ้นมาเหมือนจะระเบิดออก หัวใจราวกับจะสลายออกเป็นเสี่ยงๆ

“แฮร์รี่..” ฉันพูดเสียงเบา ไม่มีใครได้ยินนอกจากตัวเอง “แฮร์รี่ไม่มีทางโกหกหรอก” ฉันเอ่ยด้วยเสียงดังขึ้น

ลูเซียสลืมตาสีฟ้าขึ้นมอง –ดวงตาสีฟ้าน้ำแข็งเหมือนเดรโก—น้ำตาสองหยดร่วงลงมาจากขอบตาแดงก่ำของเขา

 “เธอจะรู้อะไร มิสเกรนเจอร์?” เขาตอบด้วยเสียงสั่นเครือ ขมขื่นและอับอาย นาร์ซิสซ่าเงยหน้าขึ้น ฉันกลืนน้ำลาย รวบรวมสติ

“ถ้าแฮร์รี่บอกพวกคุณว่าเดรโกยังมีชีวิตอยู่ แปลว่าเดรโกยังมีชีวิตอยู่จริงๆ” ฉันพูด “เขา..เขาอาจจะอยู่ที่ไหนก็ได้ สงครามเพิ่งจะสงบลง เขาอาจจะซ่อนอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้.. ในปราสาทหลังใหญ่ขนาดนี้ ฉัน..ฉันว่าพวกเราอาจช่วยคุณได้..”

แก้มขาวซีดของนาร์ซิสซ่าขึ้นสีระเรื่อ เธอกับสามีของเธอสบตากัน เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นเหมือนเสียงลมที่พัดผ่านในทุ่งข้าว

“พวกเราไม่สามารถ—“ เธอว่า

“สามารถสิคะ” ฉันยืนยัน “เดรโกอยู่ข้างพวกเราตลอดเวลาในสงคราม” ฉันหันกลับไปยังดวงตาทุกคู่ที่มองพวกเราอยู่ “ฉันจะตามหาเดรโก มัลฟอย มีใครยินดีที่จะช่วยฉันไหม?”

“ฉันเอง เฮอร์ไมโอนี่” คำตอบรับดังขึ้นจากด้านหลัง ใบหน้าปิติสุขเหมือนตลอดเวลาของลูน่า เลิฟกู๊ดปรากฏขึ้น “ฉันเก่งเรื่องหาของที่หายไป” เธอพูด นาร์ซิสซ่ามองอย่างงุนงง เนวิลล์ ลองบอททอมยืนขึ้นอีกราย และพยักหน้าให้

“ฉันด้วย” เขาเสริม “ฉันจะช่วยยืนยันว่าสิ่งที่แฮร์รี่พูดเป็นเรื่องจริง”

และไม่ใช่เพียงแค่เนวิลล์กับลูน่า ทุกคนที่อยู่ในห้องโถงลุกขึ้นยืนเป็นกลุ่มๆ กลุ่มของนักเรียนและอาจารย์กระจายตัวกันไปยังที่ต่างๆ รวมถึงระเบียงและบันได สองสามีภรรยามัลฟอยยืนมองอย่างไม่เชื่อสายตา โดยเฉพาะลูเซียส เขามองศาสตราจารย์มักกอนนากัล เพอร์ซี่ วีสลีย์ และศาสตราจารย์ฟลิกวิตที่วิ่งไปตามระเบียงทุกชั้น และออกคำสั่งในนักเรียนบ้านกริฟฟินดอร์ตามหาเดรโกให้เจอ

“ลูน่า พวกเราลองขึ้นไปข้างบนกันไหม?” ฉันถามคนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ได้สิ” เสียงแผ่วเบาของเธอตอบกลับ

“ไปกันเถอะ” ฉันเดินตรงไปที่บันได ลูน่าตามหลังมาติดๆ ฉันอดที่จะหันกลับไปมองนายและนางมัลฟอยไม่ได้

พวกเขายังยืนอยู่ที่เดิม เหมือนคนสองคนที่สับสนและหลงทาง ฉันกลืนน้ำลาย ความรู้สึกแปลกๆแบบที่คุ้นเคยหวนคืนกลับเข้ามา ฉันเคยทำแบบนี้มาก่อนรึเปล่านะ?

“คุณและคุณนายมัลฟอยคะ?” ฉันเรียกด้วยความเคารพ “คุณอยากจะมากับพวกเราไหม?”

คนทั้งคู่เหมือนได้สติ ริมฝีปากของนายลูเซียสเผยอออก นาร์ซิสซ่ามองเขา กุมสองมือของเขาไว้ในมือของเธอและดึงให้เขาเดินตามเธอมา ฉันรู้สึกถึงลูน่าที่มองฉันจากด้านหลัง ริมฝีปากของเธอคลี่ยิ้มที่ชวนสงสัย ฉันไม่ได้หันไปมอง –คนสามคนที่เดินตามหลังและขึ้นบันไดไป

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

พวกเราเดินสำรวจกันทั่วปราสาท –ลูเซียส นาร์ซิสซ่า ลูน่า และฉัน รวมถึงห้องนั่งเล่นรวมของสลิธีรีน และหอคอยดูดาวชั้นบน เสียงนาร์ซิสซ่าตะโกนเรียกชื่อของเดรโก –เต็มไปด้วยความหวัง เสียงของนายลูเซียสที่มีอำนาจ เสียงของลูน่าที่อ่อนโยน เสียงของฉันที่ควบคุมไม่ให้สั่นเหมือนกำลังจะร้องไห้ ความหนาวเย็นแผ่ปกคลุม ท้องหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงไว้ด้วยหินเย็นๆ

ไม่ใช่แค่เดรโกคนเดียวที่หายตัวไป ในเวลาไม่นาน ทั้งโรงเรียนก็รู้ว่ารีมัส ลูปินเองก็หายไปด้วยเช่นกัน

กองกำลังออกตามหาด้วยความพยายามที่เพิ่มขึ้นสองเท่า คาถาทุกบทถูกนำมาใช้ นักเรียน อาจารย์ ผีและเอลฟ์ประจำบ้านทุกตนอยู่ทั่วทุกที่ ในห้องโถง ห้องนอน หอคอย ห้องเรียน สนามหญ้า ห้องครัว หรือแม้แต่ตู้เสื้อผ้า

ไม่มีแม้แต่เงาของพวกเขา ไม่ว่าเราจะพยายามมากขนาดไหนก็ตาม

วันเวลาแปรเปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน ความทุกข์ของนายและนางมัลฟอยแผ่ขยายออกมาจนเห็นได้ชัด ฉันกลั้นน้ำตาไว้ ซ่อนไว้ใต้ความกล้าหาญทุกส่วนที่มี

ชัยชนะจะมีประโยชน์อะไรถ้าฉันต้องเสียเขาไป

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

สามวันหลังจากนั้น..

 

 

ห้องโถงของฮอกวอตส์แทบจะว่างเปล่า นักเรียนหลายคนกลับบ้านแล้ว รวมถึงครอบครัวของพวกเขา –ผู้บาดเจ็บถูกนำตัวไปรักษาและผู้เสียชีวิตถูกจัดการกับศพอย่างสมเกียรติ ฉันไม่ได้โทษพวกเขาแต่อย่างใด มีเพียงแฮร์รี่ ครอบครัววีสลีย์ ท็องค์กับเท็ดดี้ และมัลฟอยสองคนที่ยังอยู่ ทำความสะอาดและตามหาลูกชายที่หายไปของพวกเขา ฉันเองก็ยังอยู่กับแฮร์รี่และรอน ฉันทิ้งพวกเขาไม่ลง –ฉันอาจจะบ้าก็ได้ที่ทำแบบนี้ ยิ่งฉันเห็นนายและนางมัลฟอยมากเท่าไหร่ ฉันยิ่งรู้สึกเจ็บปวดไปกับพวกเขามากขึ้น ฉันไม่สามารถทิ้งพวกเขาได้ –แม้ว่าที่ผ่านมานายและนางมัลฟอยจะคุยกับฉันแบบนับครั้งได้ก็ตาม ฉันได้แต่มองทั้งสองคนนั้นอยู่ไกลๆ เหมือนที่ฉันเคยทำกับเดรโก แต่ยิ่งฉันมองเห็นพวกเขามากขึ้น ฉันยิ่งเห็นบางส่วนของเดรโกที่ปรากฏอยู่ในตัวของสองคนนั้น และหัวใจของฉันเหมือนถูกบีบด้วยแรงมหาศาลทุกครั้งที่ฉันคิดถึงเดรโก

แฮร์รี่ยืนยันว่าเขาเห็นเดรโกอยู่กับศาสตราจารย์สเนปจริงๆ แต่เพียงไม่กี่นาทีก่อนที่สเนปจะตาย และเดรโกบอกเขาให้บอกนางนาร์ซิสซ่าเรื่องที่เขาซ่อนตัวอยู่ในปราสาท ลูเซียส –แน่นอนว่าลูเซียสไม่เชื่อแฮร์รี่ แต่นาร์ซิสซ่ายังไม่หมดหวัง เธอหาทุกร่องรอย ทุกหลักฐานที่แสดงว่าเดรโกยังมีชีวิตอยู่ เช่นเดียวกันกับฉัน แม้ว่าความหวังนั้นจะเริ่มดำดิ่งลงไปเรื่อยๆ

 ในช่วงเย็น ฉันเดินไปตามระเบียงทางเดินเพียงลำพัง มือนาบไปบนกำแพงหินเย็นเฉียบ ตรงเข้าไปยังห้องโถงกลางที่วุ่นวาย กลางโต๊ะนั่งรับประทานอาหาร มองดูดวงอาทิตย์ที่สาดแสงสีทองผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่เพิ่งซ่อมเสร็จเรียบร้อยเข้ามา ฉันนั่งลงบนโต๊ะประจำบ้านสลิธีรีน มองดูท้องฟ้าด้านนอกที่ค่อยๆกลายเป็นสีม่วงเข้ม เพดานกระจกด้านบนเหมือนถูกระบายไปด้วยสีชมพู และตามด้วยน้ำเงินเข้มหลังจากนั้น

หมู่ดาวโผล่ออกมาให้เห็นเมื่อตะวันลับขอบฟ้า ฉันนอนเหยียดยาวลงบนโต๊ะ สองมือหนุนหัวแทนหมอน มองตามดวงดาวที่ส่องประกายเจิดจ้าอยู่บนฟ้าเหมือนแสงลูกกลมดวงเล็กๆ

“สักวัน” ฉันกระซิบ “วันที่ฉันตกต่ำที่สุด และโลกทั้งโลกหนาวเหน็บ แต่เพียงแค่คิดถึงเธอในค่ำคืนนี้ ทุกอย่างที่เลวร้ายก็มลายหายพลัน..”

('Someday, when I'm awfully low, when the world is cold, I will feel a glow just thinking of you, and the way you look tonight )

ฉันกะพริบตาถี่ๆ น้ำตาไหลลงจากหัวตามาที่ข้างแก้ม ฉันปล่อยให้มันเป็นไปแบบนั้นอยู่สักพัก ก่อนจะลุกขึ้นนั่งและปาดมันออกไป ฉันกระโดดลงจากโต๊ะ กอดแขนสองข้างไว้ เดินลงไปยังห้องโถงอีกแห่ง

ฉันก้มหน้าลงต่ำ –ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่ากำลังจะไปไหน ฉันจะกลับไปที่ห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์ตอนนี้เลยก็ได้ ถ้าฉันอยากจะทำ และตอนนี้ฉันก็ไม่ได้อยากจะทำดังที่ว่า

ฉันฮัมเพลงที่ตัวเองไม่คุ้นเคยและเดินผ่านทางเดินไปเรื่อยๆ ไฟบนคบเพลิงประดับกำแพงไม่ได้ถูกจุด มีเพียงแสงที่พอจะลอดเข้ามาได้ให้ความสว่างพอมองเห็น

ฉันเงยหน้า กวาดตามองให้ทั่ว ดูเหมือนฉันเคยเดินมาที่ห้องตรงนี้มาแล้ว ฉันจำมันได้!

ที่ตรงนี้ที่เดรโกมาช่วยฉันไว้จากแครบกับกอยล์ แล้วศาสตราจารย์สเนปก็..

“ถ้าเธออยากได้ความช่วยเหลือใดๆล่ะก็..” เสียงของเขากังวานอยู่ในสมอง “อย่าลืมรูปภาพล่ะ”

ฉันขบคิดถึงคำพูดของสเนปซ้ำไปซ้ำมา มือดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาจากกระเป๋า

“ลูมอส” ฉันพูด เสียงไม่ได้ดังไปกว่าเสียงหายใจ แสงสว่างถูกจุดขึ้นที่ปลายไม้ทันที ฉันกวาดตามองโดยทั่ว รูปภาพที่ใกล้ที่สุดบนกำแพงนั้นว่างเปล่า แสงส่องไปไม่ถึงด้านบน ฉันจึงมองเห็นได้ไม่หมดนัก พวกเขาคงกลัวกับสงครามที่เพิ่งจบลง และคงจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่ง

ฉันกระแอมในลำคอให้โล่ง

“เอ่อ..สวัสดีค่ะ?” ฉันลองทัก เสียงก้องจนดังมากไปหน่อยทำให้ฉันนิ่วหน้า “มีใครอยู่บ้างไหมคะ? ใครก็ได้..?”

มีเพียงความเงียบและความมืดที่ตอบกลับมา

และแสงดวงเล็กๆที่ลอยเข้ามาหาฉัน แสงจากกำแพง

“สวัสดี?” เสียงเล็กแหลมแต่หนักแน่นดังขึ้น “ใครอยู่ตรงนั้นกัน?”

ฉันหันไปทางซ้าย และก้าวถอยหลัง

ในรูปภาพ ปรากฏเด็กหญิงอายุสิบสามจ้องกลับมาที่ฉัน ในมือถือเทียนไขหนึ่งเล่ม เธออยู่ในชุดสีครีม ผมสีน้ำตาลยาว ผิวขาวซีด รอยกระเล็กน้อยกระจายอยู่บนใบหน้าน่ารัก ดวงตาสีฟ้ากลมโต เธอยิ้มกว้างออกมาเมื่อฉันหันมามอง

“สวัสดี เฮอร์ไมโอนี่”

“เธอ..เธอรู้ชื่อฉันหรอ?” ฉันชะงัก

“รู้สิ!” เด็กหญิงหัวเราะคิกคัก “ฉันรู้จักเธอมาตั้งแต่วันที่เธอถูกคัดสรรแล้ว” แล้วเธอก็ขมวดคิ้ว “จะบ้าตาย ฉันอยากจะให้เธอมาอยู่บ้านแม่ฉันแทบแย่”

“เธอคือใคร?” ฉันถาม ยังคงไม่เข้าใจ

“ฉันเอง เฮเลน่า เรเวนคลอ” เธอประกาศก้อง ขมวดคิ้วอีก “วิญญาณฉันคงอยู่แถวๆนี้แหละ.. ฉันหวังว่าจะไม่เจอเธอหรอกนะ”

ฉันยิ้มบางๆให้เฮเลน่า

“เฮเลน่า?” อีกเสียงดังขึ้น เสียงนุ่มลื่นยิ่งกว่า จากที่ไหนสักแห่งด้านซ้ายบน “คุยกับใครน่ะ? เลยเวลานอนของลูกแล้ว!

เฮเลน่ากลอกตา

“หนูรู้ค่ะว่านี่มันกี่โมงแล้ว –แต่เคอร์ฟิวตอนนี้เนี่ยนะ?” เธอเหวี่ยงมือที่ถือเทียนไขไปอีกทาง “ขนาดห้องโถงใหญ่ยังวุ่นวายขนาดนี้เลย”

ฉันยิ้มให้ –จนความสงสัยและความจริงกับเรื่องตอนนี้เข้ามาแทรก ทำให้รอยยิ้มนั้นจางลง

ร่างสูงของแม่มดโผล่ออกมาจากรูปภาพข้างๆเฮเลน่า ใบหน้างดงามเช่นเดียวกัน ผมสีดำหยักศก ผิวขาวซีด ริมฝีปากสีแดง ดวงตาสีน้ำตาล เธออยู่ในชุดคลุมสีฟ้าตัวยาว รัดเกล้าสีเงินประดับอยู่บนศีรษะ หญิงสาวเลิกคิ้วมองลูกสาวและโอบข้างข้างนึงไว้บนไหล่ของเฮเลน่า เด็กหญิงเอนหลังพิงแม่ของเธอ แล้วโรเวน่า –โรเวน่า เรเวนคลอ –ก็หันหน้ามาทางฉัน

“สายันต์สวัสดิ์ มิสเกรนเจอร์” เธอเอ่ยทัก “ขอโทษแทนลูกสาวของฉันด้วย คงจะรบกวนเธอ”

“ไม่..ไม่เลยค่ะ” ฉันตอบ “เป็น..เป็นเกียรติอย่างมากค่ะที่ได้คุยกับคุณ ทำไม..” ฉันมองไปรอบๆก่อนจะกลับมาที่โรเวน่า สายตาแหลมคมมองฉันอย่างทะลุปรุโปร่ง “ทำไมฉันไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลยล่ะคะ?”

“เพราะว่าส่วนมากแล้วฉันอยู่ในห้องเรียนคาถาแปลงร่าง ห้องนั่งเล่นรวมบ้านเรเวนคลอ แล้วก็ห้องสมุด –และแน่นอนว่าห้องของอาจารย์ใหญ่ด้วย ฉันไม่ค่อยชอบไปไหนมากกว่าสามสี่ที่นี้นักหรอก ก็ฉันแก่แล้วนี่—“ แล้วเธอก็ยิ้มให้ “แต่เธอเคยเห็นฉันแล้ว ที่รัก เพียงแต่จำไม่ได้”

ฉันคงจะต้องยอมรับว่านั่นเป็นเรื่องจริง –ปีหลังๆฉันเริ่มให้ความสนใจกับพวกรูปภาพต่างๆน้อยลง และหันไปสนใจอย่างอื่นมากกว่า..

“หนูได้ยินเสียงเฮอร์ไมโอนี่เรียก” เฮเลน่าอธิบาย เงยหน้าขึ้นมองแม่ของเธอ ตามด้วยหน้าฉัน “หนูเลยออกมาดูเผื่อเธอจะต้องการอะไรบางอย่าง –คนอื่นๆดูเหมือนจะหายไปที่อื่นหมดแล้ว..”

“ฉันกลัวว่าพวกเขาคงไม่อยากกลับมาที่นี่เท่าไหร่” โรเวน่าเดา

“พวกคิดเยอะจนหลอน” เฮเลน่าว่า โรเวน่าเพียงแค่ยิ้มให้

“ให้ฉันช่วยอะไรเธอได้บ้าง มิสเกรนเจอร์?”

“ฉันอยากจะคุยกับพวกคุณบางคนค่ะ” ฉันตอบตามความจริง พยายามไม่แสดงความเสียใจ “และถามอะไรบางอย่าง..?”

โรเวน่ามองอย่างสนใจ –เธอชอบเวลาที่คนถามคำถามเสียจริง

“จริงหรือ?” เธอเลิกคิ้ว “เธอขอความช่วยเหลือจากพวกเราหรือ?” รอยย่นเล็กๆตรงหว่างคิ้วปรากฎขึ้น “เด็กนักเรียนมาถามคำถามฉัน เรื่องนี้ไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก”

“จริงด้วย –ใช่ไหมคะ?” เฮเลน่าว่า

“ฉันไม่เคยเข้าใจเรื่องนี้เลย” โรเวน่าส่ายหน้า ผมสีดำสะบัดเบาๆ “แหล่งความรู้ชั้นดีหลายศตวรรษอยู่ตรงนี้แล้วแท้ๆ” เธอยกมือประดับด้วยพลอยหลากสีขึ้น ชี้ไปที่รูปภาพอื่นๆ ถอนหายใจ “ไม่มีใครเคยถามทางไปห้องเรียนปรุงยาเสียด้วย”

“อ้า โรเวน่า เธอประหลาดใจกับเรื่องนี้ด้วยสินะ?”

เสียงนุ่มทุ้มลึก –เหมือนศาสตราจารย์สเนป ทำให้ใจฉันกระตุกขึ้นมาวูบหนึ่ง

ชายหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาที่กรอบรูปสีเงินขนาดใหญ่ตรงข้ามกับโรเวน่าและเฮเลน่า เรเวนคลอ อายุไม่มากนัก ผมยาวสีบลอนด์สตรอเบอรี่ประบ่า ใบหน้าแคบ คิ้วเข้ม ดวงตาสีเขียวคมที่สุดที่ฉันเคยเห็น เขาอยู่ในชุดคลุมสีเขียวมรกต

“ซัลลาซาร์!” เฮเลน่าโบกมือให้ “คุณมาทำอะไรตรงนี้ของปราสาทหรือคะ?”

ซัลลาซาร์ สลิธิริน –ผู้ชายคนนั้น –มองฉันอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนจะตอบเฮเลน่าอย่างไม่อ้อมค้อม

“ฉันมาเพราะรู้สึกถึงความประหลาดใจของแม่เธอที่ทะลุผ่านกำแพงมาน่ะสิ” ดวงตาสีเขียวเจิดจ้าของสลิธิรินมองใบหน้าของโรเวน่า “ฉันบอกเธอแล้วว่าอย่าไปใส่ใจมันมาก โรเวน่า ที่เด็กพวกนั้นหาคำตอบไม่ได้เพราะพวกมันไม่ยอมไปหาที่ห้องสมุดเอาเองต่างหาก พวกมันขี้เกียจจนใช้คาถาผิดๆและก่อความวินาศไปทั่ว”

“ห้องสมุดนั่นน่ะ” เสียงที่จริงใจและกล้าแกร่งดังขึ้นในกรอบรูปเหนือรูปของซัลลาซาร์ เบี่ยงไปทางขวาเล็กน้อย ฉันชูไม้กายสิทธิ์พอให้แสงส่องไปถึงได้—

ชายหนุ่มในวัยเดียวกันกับซัลลาซาร์ ผมสีทองเป็นลอนล้อมกรอบใบหน้าหล่อเหลา เขามีหนวดและเคราสั้นๆเหนือริมฝีปากและคาง ร่างนั้นอยู่ในเสื้อคลุมสีแดงสด ริมฝีปากคาบไปป์ ไหล่ข้างนึงของเขาเอนพิงผนังกรอบรูป ดาบคาดไว้ที่เข็มขัดตรงเอว

ก็อดริก กริฟฟินดอร์

“ฉันคงจะต้องพูดว่าประสบการณ์น่ะ เป็นอาจารย์ที่ดีที่สุดในชีวิต” กริฟฟินดอร์ว่า โบกไปป์ไปมา “เธอจะจำคาถาด้วยการใช้มันจริงๆได้ดีกว่าการท่องหรือทวนถึงสองเท่า”

“ฉันไม่ชอบน้ำเสียงแกเลย” สลิธิรินพูดอย่างไม่แยแส “โรเวน่าและฉันใช้เวลาครึ่งชีวิตอยู่ในห้องสมุด และฉันไม่—“

“จริงเหรอ นานเท่าไหร่กันล่ะ—ที่พวกเธอสองคนยังถกกันเรื่องห้องสมุดไม่เลิกอีก”

คราวนี้ฉันเงยหน้ามอง—

หญิงสาวอีกคนในชุดสีทองยาว ลอนผมสีดำหยิกยาวสยาย สวมหมวกใบใหญ่บนศีรษะ เดินมาหยุดอยู่ข้างๆกรอบรูปของโรเวน่าและเฮเลน่า

นั่นคือเฮลก้า ฮัฟเฟิลพัฟ

ฉันตบฝ่ามือเข้ากับหน้าผาก พยายามยืนตัวให้ตรง

“เราไม่ได้กำลังเถียง –เรากำลังปรึกษากัน” กริฟฟินดอร์แก้ให้ถูก

ความร่าเริงค่อยๆเลือนหายไปจากใบหน้าของโรเวน่า สลิธิรินถอนหายใจยาว

“อีกอย่าง” กริฟฟินดอร์หันมาที่ฉัน ดวงตาเป็นประกาย “พวกเราลืมสาวน้อยคนนี้ไปแล้วหรือไง”

บรรดาผู้ก่อตั้งฮอกวอตส์ที่เหลือมองมาที่ฉัน

“เธออยากจะรู้เรื่องอะไรล่ะ?” สลิธิรินว่า ฉันพิจารณาใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูจริงใจและสุภาพ ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ ผู้วิเศษสามคนที่เหลือ กริฟฟินดอร์ ฮัฟเฟิลพัฟ และเรเวนคลอ ต่างเป็นพ่อมดและแม่มดที่ทั้งกล้าหาญ มากด้วยสติปัญญา แล้วซัลลาซาร์ล่ะ พวกเขาเป็นเพื่อนกับซัลลาซาร์ได้ยังไงกันนะ หรือสลิธิรินอาจไม่ใช่ปีศาจเสมอไป..

“ฉัน..” ฉันพยายามรวบรวมความคิดตัวเอง “มีคนบอกฉันมาว่าเดรโก มัลฟอยยังอยู่ในปราสาทตอนมีสงคราม แต่ไม่มีใครที่หาเขาเจอ ฉันอยากรู้ว่า..มีใครพอจะรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา?”

ดวงตาของสลิธิรินเป็นประกายขึ้นมา แต่เขาถูกขัดก่อนที่จะได้อ้าปากตอบ

“เดรโก มัลฟอย ใช่ไหม? ที่เธอถามหา?” เสียงยานคางดังขึ้นจากด้านบน และร่างของหญิงสาว ผมยาวสีบลอนด์ซีด ท่าทางเริงร่าเหมือนนกน้อย ผิวของเธอขาวเผือด ร่างนั้นอยู่ในชุดสีเขียว อีกด้านของโรเวน่าและเฮเลน่า ดวงตาสีฟ้าอมเงินจดจ้อง

“เธอพูดว่าเดรโก มัลฟอยหรือเปล่า?”

“หยาบคายนะ อีเดน” สลิธิรินเตือน เขาถอนหายใจ “มิสเกรนเจอร์ นี่คือน้องสาวของฉันเอง อีเดน มัลฟอย หรือก่อนหน้านี้คืออีเดน สลิธิริน”

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ” ฉันแทบหยุดหายใจ เธอเพียงยิ้มให้ฉันอย่างสั้นๆ และมองไปที่ทุกๆคน

“ยกโทษให้ฉันด้วย ฉันเพิ่งได้ยินพวกคุณพูดถึงหลานของฉัน”

“ถูกแล้ว” โรเวน่าตอบ

“เขาเป็นยังไงบ้าง?” อีเดนถามอย่างสนใจ

“ฉันอยากรู้ว่าเขาจะยังอยู่ในปราสาทหรือเปล่า” ฉันทวนซ้ำ

“ฉันไม่เห็นเขามาเป็นเดือนแล้ว” เฮลก้าพูด “แต่ล่าสุดฉันเห็นว่าเขาตรงไปที่ห้องต้องประสงค์”

“ห้องต้องประสงค์?” ฉันหันไปมองเฮลก้าทันที เธอพยักหน้า

“ดูเหนื่อยและหมดแรง และหลังจากนั้นไม่กี่นาที สเนปก็ตามเขาเข้าไป”

ความเงียบเข้าปกคลุม เฮเลน่าเอนหลังหนุนแขนแม่ของเธอตามเดิม โรเวน่าโอบลูกสาวไว้ในแขนข้างเดียว ฉันสูดหายใจให้ลึกที่สุด

“เซเวอรัส สเนป” กริฟฟินดอร์ทวนชื่อ พ่นควันออกจากปาก “ฉันพนันข้างเขาด้วยเหรียญทองทั้งหมดที่มีเลยว่าเขาต้องได้แต่งงานกับลิลลี่ อีแวนส์”

“อะไรนะ—แกชอบเขามากกว่าเจมส์ พอตเตอร์ เด็กดีเด่นจากบ้านของตัวเองงั้นรึ?” สลิธิรินประชดประชัน

“เออสิ” กริฟฟินดอร์ตอบสั้นๆ “เซเวอรัสกล้าหาญยิ่งกว่าทุกคนที่ฉันเคยรู้จักมา”

“กำลังจะบอกว่ากริฟฟินดอร์ทั้งกล้าหาญและมีคุณธรรมล่ะสิ?” สลิธิรินว่าให้ กริฟฟินดอร์มองเขาหัวจดเท้า

“นายต้องชนะฉันทุกอย่างเลยรึไง เพื่อนยาก?”

สลิธิรินกะพริบตา คลายคิ้วที่ขมวดกันออก

“เขามีข้อดีของพวกนายทั้งสองคน” เฮลก้ามองพวกเขาทั้งสอง

“พวกเรากำลังพูดถึงเดรโกกันอยู่นะ” โรเวนน่าเตือน

“เขาเป็นเด็กดี” อีเดนออกความเห็น

“อะไรคือคำจำกัดความว่าดีของเธอกัน?” เฮลก้าร้อง “สาปเด็กปีหนึ่งในทางเดินและทำจมูกแฮร์รี่ พอตเตอร์หัก”

อีเดนกำลังจะตอบ แต่เฮเลน่าพูดออกมาก่อน

“เขาก็ยังมีสติปัญญาดีที่ตกหลุมรักเฮอร์ไมโอนี่!” เธอโบกเทียนไขไปมา ใบหน้าของฉันเริ่มขึ้นสีแดงและร้อนจี๋ ดวงตามองหาโรเวน่า

“พวกคุณ..? ทุกคนเลยหรือคะ..?”

“ใช่ พวกเรารู้เรื่องนี้กันทั้งหมด” ดวงตาของโรเวน่าเป็นประกาย

“ได้ยังไงกัน?” ฉันพูดออกมาอย่างตกใจ

โรเวน่าไม่ได้ตอบ เธอมองผ่านฉันไปที่สลิธิริน และกริฟฟินดอร์ ฉันต้องหันหลังกลับไปเพื่อมองไปที่คนเหล่านั้นตามโรเวน่า ทั้งสองคนดูสงบเสงี่ยมและสุภาพ

“พวกเราเห็นเธอข้างนอกห้องอาจารย์ใหญ่” อีเดนเอ่ยเบาๆ ใบหน้าเป็นสีชมพู สลิธิรินกระแอมคอ

“ยังไงก็ตาม..”

ดวงตาของฉันเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า

“ยังไงก็ตาม” ฮัฟเฟิลพัฟถอนหายใจ “เรากำลังพูดเรื่องเดรโกกับห้องต้องประสงค์ พวกเรารู้ว่าเขาและสเนปเข้ามาในห้องนี้ แต่ไม่รู้ว่ากำลังปรึกษาเรื่องอะไรกัน”

“ฉันรู้” เสียงต่ำและเงียบขรึมของโรเวนน่าพูดขึ้น ทำเอาฉันตกใจ และคนอื่นมองมาที่เธอ

“คุณรู้หรือคะ?” ฉันถามย้ำ เธอพยักหน้า

“เธอรู้ได้ไง?” กริฟฟินดอร์ถามเหมือนออกคำสั่ง โรเวน่ามองเขาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

“ฉันสร้างห้องนั่นขึ้นมา” แล้วเธอก็มองมาที่ฉันด้วยสายตาที่รู้อะไรบางอย่าง

“คุณได้ยินเสียงข้างในด้วยหรือคะ..?” ฉันถามอย่างใจคอไม่ดี

“แน่นอน” เธอพยักหน้า ฉันไม่รู้ว่าควรจะหน้าแดงด้วยความเขินหรือซีดเผือดด้วยความอับอายดี

“เอาล่ะๆ” กริฟฟินดอร์ตัดบท “เธอได้ยินเรื่องในห้องนั้นมานานเท่าไหร่แล้ว แล้วทำไมถึงไม่ยอมบอกพวกเรา?”

“ไม่มีใครถามฉันนี่” โรเวน่าตอบอย่างปกป้องตัวเอง “แต่ฉันรู้ว่าสเนปและเดรโกกำลังคุยเรื่องอะไรกัน เรื่องนั้นเกี่ยวกับแม่หนูคนนี้ด้วย”

ทุกคนมองมาที่ฉันเป็นตาเดียว

“เดรโกเสียใจอย่างมากที่เขาต้องให้เธอเผชิญหน้ากับเรื่องพวกนี้ –เรื่องที่เธอเจ็บปวดกับพวกมันและเขาไม่สามารถทำอะไรเพื่อที่จะหยุดมันได้”

ฉันกลืนน้ำลายอย่างลำบาก มือกุมไม้กายสิทธิ์ โรเวน่าพูดต่อ

“สเนปพยายามปลอบใจเขา บอกว่านั่นคือทางเลือกทางเดียว และเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว –การช่วยเธอในตอนนั้นจะเป็นภัยต่อทั้งชีวิตของเดรโกและของเธอเอง เดรโกเข้าใจเรื่องนี้ แต่เขายอมรับไว้ไม่ได้” โรเวนน่าเอียงคอมอง “เขาต้องรักเธอมากๆเลย เฮอร์ไมโอนี่”

ฉันขยี้ตา รู้สึกถึงความเคลื่อนไหวของรูปภาพแต่ละรูป—

“พอแล้ว พอแล้ว” เสียงของซัลลาซาร์พูดขึ้น ฉันมองไปที่เขาผ่านม่านน้ำตา คิ้วของชายหนุ่มขมวดแน่น มองโรเวนน่าอย่างรำคาญ

“อย่าทรมาณเธอนักสิ” เขาว่า—นั่นทำให้ฉันสะดุ้ง—ก่อนที่ดวงตาสีเขียวมรกตจะมองออกมาจากกรอบรูป “สาวน้อย เดรโกอยู่ในปราสาทนี่ในคืนนั้น เขาเข้ามาทางหน้าต่างที่แตก ชั้นเดียวกันกับห้องต้องประสงค์”

“จริงหรือคะ?” หัวใจของฉันเต้นโครมคราม “เกิดอะไรขึ้นกับเขาคะ?”

“เขาพาผู้ชายมาด้วยคนนึง” สลิธิรินเล่าต่อ “ดูเหมือนจะเป็นรีมัส ลูปิน”

“รีมัส!” บรรดารูปภาพทั้งหมดร้องออกมาเป็นเสียงเดียว ยกเว้นกริฟฟินดอร์ที่เรียกเขาว่า”จันทร์เจ้า!

“ลูปินบาดเจ็บ” ซัลลาซาร์บอก “เดรโกลากเขาออกมาจากห้อง ลงไปที่โถง เพื่อจะไปห้องพยาบาล”

“ฉันบอกแล้วว่าเขาเป็นเด็กดี” อีเดนแทรก

“แล้วยังไงต่อคะ?” ฉันถามต่อ

“เดรโกทั้งกึ่งอุ้มกึ่งลากลูปินไปตลอดทาง และให้เขาเอนพัก พิงกับผนัง” ชายหนุ่มถอนหายใจ “ยังไงก็เถอะ ผนังนั่นมันเป็นประตูเข้าห้องต้องประสงค์”

“งั้น..มัน..พวกเขา..” สลิธิรินพยักหน้า

“ใช่ –ประตูเปิดรับ และปิดลงตามหลังพวกนั้น”

“กระจกที่แตกคงอธิบายได้ว่าทำไมเดรโกถึงชุ่มเลือด เหมือนที่แฮร์รี่บอก” ฉันสรุป ความคิดทุกอย่างแล่นรัว “แต่..แต่ถ้าแฮร์รี่เห็นเขาในเพิงโหยหวน แล้วทำไมเขาถึงได้—“

“ฉันคิดว่าเธอรู้นะ มิสเกรนเจอร์” โรเวนน่าขัด “เรื่องที่ห้องต้องประสงค์เชื่อมต่อกับทางเดินไปร้านหัวหมู”

ทุกอย่างดูเหมือนจะหยุดนิ่ง ฉันก้มหน้าลง

“คุณหมายถึง..เขาออกไปแล้ว”

“เป็นไปได้อย่างมากเลยทีเดียว” กริฟฟินดอร์เสนอ “ไม่มีใครที่ฉันพูดด้วยมาบอกฉันเลยว่าเขาตายแล้ว”

“แล้วลูปินล่ะคะ?” ฉันสงสัย

ไม่มีใครตอบคำถาม ทั้งหมดต่างส่ายหน้าและยักไหล่

“หนูรู้ค่ะว่าคุณหมายถึงห้องไหน ซัลลาซาร์” เฮเลน่าเพิ่งตระหนัก  “ห้องที่หน้าต่างแตก” เธอลุกขึ้น ถือจานรองเทียนไขในมือ “มากับเราสิ เฮอร์ไมโอนี่ –มีอะไรจะให้เธอดู”

แล้วพวกเขาก็ออกไป เหมือนตอนที่พวกเขาเข้ามา—ผ่านกรอบรูป ลงไปตามระเบียง ฉันก้าวยาวๆเดินตามอย่างไม่รีรอ

พวกเราเดินลงไปที่ระเบียงและขึ้นบันไดจนมาถึงเส้นทางที่ดูคุ้นๆ—ทางใกล้ห้องต้องประสงค์ ฉันเลี้ยวตามพวกเขาตรงหัวมุมไม่กี่ครั้ง

“ตรงนั้น” ซัลลาซาร์กล่าว ฉันชะลอฝีเท้าลง

ชุดเกราะของอัศวินวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบอยู่ตรงภายในห้องขนาดใหญ่ พื้นห้องปูพรมไว้อย่างสวยงาม กระจกหน้าต่างลายอัศวินบนหลังม้าสีขาวในห้องนั้นมีรอยแตกออกตรงกลางด้านล่าง เศษกระจกแหลมคมเหมือนฟันปลา พื้นพรมเต็มไปด้วยชิ้นส่วนระบายสีที่แตกออกจากหน้าต่าง—รอยเลือดแห้งกรังเกาะอยู่บนชิ้นแต่ละชิ้น –และรอยเลือดเหมือนถูกลากจากหน้าประตูออกไปสู่ห้องโถง

เป็นภาพที่ไม่น่าดูสักเท่าไหร่— เขาทิ้งมีเพียงรอยเลือด ไร้ร่างของทั้งสองคน

สายลมตอนกลางคืนพัดเข้ามาทางหน้าต่าง

“แล้วเธอจะบอกพวกเขาเมื่อไหร่?”

กริฟฟินดอร์ยืนความสูงเต็มอยู่ในกรอบรูป ผ้าคลุมของเขาปลิวไปด้านหลัง เขามองอย่างตั้งใจ และรอคอย

“บอกใครคะ?”

“พอตเตอร์และวีสลีย์” เขาพูด หน้าฉันขึ้นสีชมพู

“บอกเรื่องอะไรคะ?”

“เธอรู้ว่าเรื่องอะไร”

ฉันยักไหล่ ก้มลงมองเท้าสองข้าง

“เขาอยากรู้ว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมบอกสักทีน่ะ รู้ไหม?” เขาพูดอีก “ดัมเบิลดอร์น่ะ”

ฉันเงยหน้าสบตากริฟฟินดอร์ และเขาเองก็ไม่ได้หลบตา

“จริงหรือคะ?”

เขาพยักหน้าและยักไหล่

“โวลเดอมอร์ตายแล้ว ทุกคนปลอดภัยแล้ว” เขาเลิกคิ้วให้ “ฉันว่าต่างฝ่ายต่างไม่ได้ถือโทษอีกฝ่ายแล้วล่ะ” เขากอดอก “เธอน่าจะใช้โอกาสนี้บอกพวกเขาซะ” ชายหนุ่มเอียงคอ “ฉันว่าพอตเตอร์และวีสลีย์ต้องเต็มใจช่วยเธอตามหาเดรโกแน่”

ริมฝีปากของฉันเม้มแน่น อะไรสักอย่างข้างในเหมือนพังทลาย แต่ในเมื่อกริฟฟินดอร์พูดแบบนั้น –คนก่อตั้งบ้านของฉันเองพูดออกมาเอง แล้วเขาก็มองฉันด้วยสายตาแบบนั้น..

“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบ “คุณอาจจะพูดถูก”

“สาวน้อย” เขาขยิบตาให้ “พวกเราอยู่ข้างเธอเสมอ”

แล้วพวกเขาก็หายไป ฉันหันกลับไปทางประตู และก็รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่เพียงคนเดียว

ฉันส่ายหน้า และทำสิ่งที่ต้องทำ

กริฟฟินดอร์บอกว่าเขาจะอยู่ข้างฉันเสมอ แล้วฉันก็เชื่อว่าเขาจะทำแบบนั้น –เสียงของพวกเขาเงียบไปแล้ว—ขณะที่ฉันเดินกลับไปยังโถงกลางที่เดิมและบอกความจริงให้พวกเขาฟังเกี่ยวกับสิ่งที่ฉันเพิ่งรู้มา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มาอัพต่อแล้วค่า หลังจากที่หายไปนาน(?) เพิ่งผ่านวิกฤตไฟนอลมาค่ะ แล้วก็รีบมาแปลลงเลย คิดถึงกันไหมมมมม < 3

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #459 piinkhyun (@piinkhyun) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 16:33
    ชอบสี่ผู้ก่อตั้งมากๆๆๆๆๆๆ
    #459
    0
  2. #429 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 13:20

    ขอให้หนูเฮอร์หาเดรโกเจอไวๆ

    #429
    0
  3. #363 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 06:26

    ออกมาเดี๋ยวนี้นะเดรโก

    #363
    0
  4. #335 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 18:01
    เดรหายไปไหนนนน;-;
    #335
    0
  5. วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 21:04
    เดรหายไปไสลูกกกกก
    #286
    0
  6. #251 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 01:29
    ไปไหนนนน
    #251
    0
  7. #191 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 19:42
    หนูเฮอร์สู้ๆ หาเดรให้เจอเร็วๆน้า
    #191
    0
  8. #151 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 13:02
    สงสารเฮอร์ เธอต้องทำได้ ฮึบๆ  

    งือออ สู้ๆน้าไร้เตอร์ 
    #151
    1
  9. #150 Chsnim (@Chsnim) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 20:05
     มาต่อไวๆนะไรท์ เดรโกต้องปลอดภัย5555
    #150
    1
  10. #149 tuktahiper (@tuktahiper) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 20:04
    Where are u now that I need uuuuu~มอบเพลงนี้ให้กับเฮอร์มี่ค่าจะหาเจอง่ายไหมละเนี่ยยย
    #149
    1
  11. #148 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 / 19:22
    ภารกิจต่อไป ตามหาเดรก >0>
    #148
    1