(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 24 : 24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,900
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 99 ครั้ง
    14 พ.ค. 60

VVVVVVVVV

 

Out of doubt,

Out of dark

To the day's rising
I came singing in the sun, sword unsheathing
.
To hope's end I rode and to heart's breaking
:
Now for wrath,

Now for ruin

And a red nightfall!

-Lord of the Rings

 

VVVVVVV

 

 

เดรโก

 

 

กลิ่นเลือดและฝุ่นกระจายอยู่รอบพื้นที่ เสียงกรีดร้อง ตะโกน สาปแช่งดังสะท้อนก้องไปทั่ว ทั้งใกล้และไกล ผมย่ำเท้าเดินผ่านป่าและเงามืดของต้นไม้ ดึงฮู้ดขึ้นคลุมศีรษะ ชายผ้าคลุมโบกสะบัดระอยู่รอบข้อเท้า

ผมเดินตรงเข้าไป จนใกล้จะถึงบริเวณชายขอบป่าที่ต้นไม้เริ่มน้อยลง มือกำไม้กายสิทธิ์ของเบลล่าทริกซ์

ถึงเวลาที่ผมจะต้องเอาจริงเสียที

พวกเขาจะรู้ว่าผมมาที่นี่ไม่ได้ ผมคิดว่าจอมมารคงรู้แล้วเรื่องเบลล่าทริกซ์ –ให้ผมมาแทนที่เธอ ถ้าเขาเชื่อว่าผมซื่อสัตย์และจงรักภักดี เขาอาจไว้ชีวิตครอบครัวผม แต่ถ้าไม่ เขาอาจจะไม่ฆ่าผม –แต่คงเป็นพ่อแม่ของผมแทน คิดว่าพวกเขาสองคนทรยศ เหมือนที่จอมมารทำกับศาสตราจารย์สเนป พอตเตอร์ที่เห็นเหตุการณ์บนหอคอย คงแพร่กระจายข่าวว่าผมเป็นคนลงมือจัดการดัมเบิลดอร์ไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย ผมคงไม่สามารถรับมือกับคาถามากมายที่ผมไม่รู้จักดีพอ –ดังนั้นการเจอกับพวกเขาตัวต่อตัวจึงเป็นอันตรายต่อชีวิตผมเช่นเดียวกัน

โชคดีที่ผมเคยเรียนเรื่องนี้มาบ้าง เรื่องการปลอมตัว การปิดกั้นใจ –และการใช้คาถาเพื่อทำลายสิ่งต่างๆ

มันคงจะดีกว่าถ้าผมลงมือจัดการก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว –เหมือนงู –เหมือนสัญลักษณ์ประจำบ้านของผม

ผมเดินอย่างเงียบที่สุด ตรงเข้าไปยังที่ที่วุ่นวายที่สุด –ตามเสียงที่ผมจำได้ ต้นไม้ที่ขึ้นเกะกะบังทัศนียภาพบางส่วนไว้ แต่ผมได้ยินเสียงคนสามคนพูดขึ้นอยู่ไม่ไกลนัก

“ลองทางอื่นไหม –แอบเข้าไป และแยกพวกมันออกจากกัน” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งพูดขึ้น

“ยังไงพวกมันก็คงช่วยกันป้องกันอยู่ในปราสาท” อีกเสียงแย้ง

“พวกมันไม่รู้เสียหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น” เสียงที่สามว่า “ฉันว่านี่คือทางที่ดีที่สุด –จอมมารเองก็เห็นด้วย” เสียงแรกสำทับ

“แกคุยกับท่านหรือ?” เสียงที่สามถาม

“ใช่”

“เยี่ยมมาก” เสียงที่สองว่า “งั้นฉันก็เห็นด้วย”

“เป็นความคิดที่ไม่เลว” ผมพูด เดินออกมาจากหลังต้นไม้ ใบหน้าถูกซ่อนไว้ใต้ฮู้ดคลุม

แมคแนร์ รู้ดวู้ด และเทรเวอร์หันกลับมา ทุกคนชี้ไม้มาที่ผม

“แกเป็นใคร?” รู้ดวู้ดถามเหมือนออกคำสั่ง ผมยกมือขึ้น ดึงฮู้ดลงให้พวกเขาเห็นหน้าชัดๆ พวกมันลดไม้ลงทันที

“เดรโก มัลฟอย” แมคแนร์พูด เขาจำผมได้

“แกมาที่นี่ได้ยังไง?” เทรเวอร์ถาม มองผมหัวจรดเท้า

“ฉันก็อยากจะตอบคำถามพวกแกอยู่หรอก –หนุ่มน้อยทั้งหลาย” ผมบอกเขา “แต่กลัวว่าจะไม่มีเวลาเนี่ยสิ พวกแกจะไม่ได้เข้าไปข้างใน”

“ทำไมล่ะ?” รู้ดวู้ดถาม “จอมมารเปลี่ยนคำสั่งงั้นรึ?”

“เปล่า” ผมตอบ

ผู้เสพความตายขยับตัว หรี่ตามองผมอย่างจับผิด

“แต่พวกแกยังพอมีทางเลือก” ผมว่าต่อ “ออกไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้ –หรือตาย”

พวกเขามองหน้ากัน

“อ๋อหรอ ใครจะมาฆ่าพวกฉันกัน?” แมคแนร์ถาม

“ก็พวกแกไง”

เทรเวอร์หัวเราะ ส่วนแมคแนร์ยิ้มเย้ย

“ไร้สาระ” รู้ดวู้ดแทรก ชี้ไม้ของเขามาที่ผม “เอกซ์เปลลิอาร์มัส!

ผมถอยหลัง –และปัดคาถาออกไป ผู้เสพความตายที่เหลือมองตามด้วยอารมณ์ที่เริ่มคุกรุ่น

“สตูเปฟาย!” เทรเวอร์สาป คำสาปสะท้อนเข้ากับเกราะกำบังของผมกลับไปหาพวกเขา ผ้าคลุมสะบัดไปมาด้านหลังผม

“อยู่เฉยๆ” ผมแนะนำ พวกนั้นยกไม้ขึ้น ผมโบกไม้ไปที่แมคแนร์ คำสาปรีดัคโตพุ่งออกจากปลายไม้ –กระแทกเข้าที่หน้าอกของเขา แมคแนร์กระเด็นไปกระแทกต้นไม้ข้างหลัง ตกลงมากองที่พื้น แน่นิ่งไป เทรเวอร์และรู้ดวู้ดหันกลับมามองผม –ผมป้องกันคำสาปของเขาไว้ได้ทัน เทรเวอร์ร่ายคาถาทันที

“อาวาดา เคดราฟวรา!

แสงสีเขียวสว่างวาบ สายฟ้าฟาดลงและหายวับไปในทันที ดวงตาของเทรเวอร์เบิกกว้างขึ้น ว่างเปล่า แล้วเขาก็ล้มลงกับพื้น หงายหลัง

ผมมองไปที่รู้ดวู้ดซึ่งนอนล้มอยู่บนพื้น เขาขยับถอยหลังทั้งสภาพนั้น แววตาแข็งกร้าว มือคลำหาไม้กายสิทธิ์

“อยู่นิ่งๆ” ผมเตือน

“แก..แกทำอะไร?” รู้ดวู้ดถาม ปากอ้าค้าง

“ลองแตะไม้ แล้วฉันจะฆ่าแก” ผมพูดแทนคำตอบ ชี้ไม้ของผมเข้าที่หน้าอกเขา รู้ดวู้ดหยุดนิ่ง มองหน้าผม แล้วเขาก็ยิ้มออกมาเหมือนเห็นเรื่องตลก

“แกจะฆ่าฉันรึไง เดรโก” เขาส่ายหน้า “ฉันไม่คิดว่างั้นนะ ไอ้ขี้ขลาดอย่างแกคงมีปัญญาแค่เล่นกลอะไรสักอย่าง เสกเกราะโง่ๆขึ้นมาปกป้องแกงั้นหรอ? –แกไม่กล้าแม้แต่จะมองตาแล้วฆ่าฉันด้วยซ้ำ” เขาแยกเขี้ยว ไม่มีท่าทีหวาดกลัวอีกต่อไป มือของรู้ดวู้ดเอื้อมลงไปจับไม้กายสิทธิ์—

“อะวาดา เคดราฟรา”

—แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นจากปลายไม้ของผม  กลืนกินรู้ดวู้ดทั้งหมด แล้วร่างของเขาก็หยุดนิ่ง

“แกลืมไป” ผมเยาะ “ฉันคือมัลฟอย”

ผมเงยหน้าขึ้นจากศพของรู้ดวู้ด กลุ่มผู้เสพความตายคนอื่นๆหยุดชะงักจากแสงสีเขียวที่สว่างวาบขึ้นเมื่อกี้ พวกเขามองมาทางผม ผมมองกลับไปทางเขาเช่นกัน รู้สึกได้ถึงความสงสัยของพวกเขา ผมดึงฮู้ดขึ้นคลุม และหายเข้าไปในความมืดตามเดิม

ผมซ่อนตัวอยู่ในเงามืดทุกก้าวที่เดิน ท่ามกลางสงครามและคำสาปแช่ง ทุกก้าวที่ออกเดิน ผมกลายเป็นผู้ไร้ชีวิตยิ่งกว่าเบลล่าทริกซ์ น่ากลัวยิ่งกว่าปีศาจตนไหนๆ นี่คือโรงเรียนของผม –ผมรู้จักมันดีพอๆกับหลังมือของตัวเอง ผมจะหายไปตอนนี้ ผลุบเข้าผลุบออกท่ามกลางความมืดเหมือนผีก็ได้ –ผมเสกคาถาช่วยเพื่อนและศาสตราจารย์อีกแรง โดยที่พวกเขาไม่รู้ว่าใคร คำสาปไร้เสียงของผมได้ผล –ผู้เสพความตายมองไปรอบๆ รอคอยจังหวะ และร่ายคำสาปใส่เหยื่อของพวกมัน

ความหวังของกองทัพดัมเบิลดอร์ยังคงหลงเหลือ แต่ก็เริ่มสั่นคลอน –จอมมารยังมีชีวิตอยู่ สิ่งที่ผมต้องทำคือรักษาชีวิตของตัวเองไว้ กำจัดพวกมันออกไปให้มากที่สุด และรอคอยจนกว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์จะหาฮอกครักซ์ชิ้นสุดท้ายเจอ จนกว่าเขาจะรู้ว่าต้องทำอะไร

ผมขยับฮู้ดให้คลุมหน้ามากขึ้น แนบหลังกับผนังหินเย็นๆ เงี่ยหูฟัง—

คำสาปและคาถาของผู้เสพความตายและกองทัพฮอกวอตส์ที่แบ่งแยกเป็นสองฝั่งดังปะทะกัน ผมกวาดตามองสถานการณ์ในพื้นที่ หัวใจเต้นรัว

แล้วผมก็เห็นร่างกำยำของแอนโทนี่ โดโลฮอฟยืนอยู่ตรงนั้น ร่ายคำสาปอันตรายออกจากปลายไม้อย่างรวดเร็ว แสงสีขาวสว่างวาบเหมือนสายฟ้าฟาด ตรงข้ามกับเขา ศาสตราจารย์ลูปิน –อดีตครูสอนป้องกันตัวจากศาสตร์มืดของผมยืนอยู่ เหงื่อไหลท่วม เสื้อผ้าขาดยับเยิน

สามีของนิมฟาดอร่า

ผมจับไม้กายสิทธิ์ ก้าวเข้าไปในแสงสว่างสีขาวนั้นอย่างไม่ลังเล

พวกเขาทั้งสองคนไม่เห็นผม ดวงตาต่างจับจ้องอยู่ที่อีกฝ่าย คำสาปของทั้งสองคนปะทะกันกลางอากาศ ผมเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

โดโลฮอฟเดินออกมาข้างหน้าสามก้าว เสกเวทย์รีดัคโตใส่ลูปิน ส่งผลให้เขาต้องยอมถอยหลัง เสียการทรงตัว โดโลฮอฟแยกเขี้ยว หัวเราะร่าอย่างสะใจ และสาปเขาด้วยคาถาที่ผมไม่รู้จัก—

ผมขยับไปอยู่ข้างหน้าลูปินอย่างทันเวลาพอดี กางแขนสองข้างออกเพื่อปกป้องเขา เงยหน้ามองท้องฟ้า

คำสาปของโดโลฮอฟพุ่งตรงเข้ามาที่หน้าอก

คลื่นความเจ็บไหลแทรกไปทั่วทุกส่วนของร่าง

ความรู้สึกคลื่นไส้ก่อตัวขึ้นช้าๆจนผมอยากอาเจียน รู้สึกถึงใบหน้าของตัวเองเย็นเฉียบ—

 ผมลืมตามองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า

โดโลฮอฟหลบคำสาปของเขาที่สะท้อนกลับได้ทัน

ดวงตาที่เคียดแค้นของเขามองมาที่ผม

ลูปินขยับตัวอยู่ข้างหลัง—

โดโลฮอฟยกไม้ เป้าหมายของเขาคือลูปิน—

“เซคตัมเซมปร้า!

ผมขยับตัวหลบ มีดที่มองไม่เห็นเฉือนเข้าที่แก้มซ้าย

คำสาปนั้นซัดโดนลูปิน ชายวัยกลางคนล้มลงกับพื้น อ้าปากหอบเอาอากาศ เลือดเริ่มไหลออกจากบาดแผลบนแก้มที่เปิดออก— แต่ผมรู้สึกว่ามันกำลังค่อยๆรักษา—

โดโลฮอฟลุกขึ้นยืน

ผมเดินกลับไปหาอดีตศาสตราจารย์ พยุงเขาให้ยืนขึ้นด้วยแขนข้างเดียว โดโลฮอฟยกไม้ของเขาขึ้น เช่นเดียวกันกับผม

“แอนเซนดิโอ!

ความเร็วและแรงของมันแทบฉีกร่างของผมออกเป็นสองส่วน พวกเราหายตัวไป คำสาปของโดโลฮอฟกลายเป็นภาพช้า สายตาของผมมองเห็นแสงวูบวาบ ร่างกายเริ่มหมดแรง—

ผมยึดไม้ไว้ในมือขณะที่สายลมเย็นๆพัดผ่าน –รู้สึกเหมือนตัวเองถูกบีบอัดเข้าท่อยางแคบๆ –แล้วพวกเราก็ออกมา—

ศีรษะและไหล่ของผมกระแทกเข้ากับกำแพง

ผมล้มลง ศาสตราจารย์ลูปินเซทับลงมาด้านบน เขาครางลอดไรฟัน ผมคลานออกมาจากใต้ร่างของเขา แสงจันทร์ส่องทะลุหน้าต่างที่แตกเข้ามาด้านในปราสาท –พวกเราอยู่ในฮอกวอตส์ ผมตะกายลุกยืนขึ้นจนได้ ดึงลูปินให้ยืนขึ้นด้วย เศษกระจกแตกออก ตกอยู่บนตัวพวกเราสองคน –เสื้อผ้าของลูปินโชกเลือด ไม่ใช่ด้วยเลือดของผม แต่เป็นเลือดของเขา

ความตกใจไหลผ่าน วูบวาบเหมือนกระแสไฟฟ้าช็อต ผมรู้จักคาถานั้น –เซคตัมเซมปร้า— มันเป็นของสเนป แล้วคาถารักษาแผลของมันคืออะไรล่ะ? อะไรที่ทำให้เลือดหยุดไหล? อะไรที่ทำให้ส่วนที่บาดเจ็บกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้?

ผมจำไม่ได้ –ผมค้นหาคำตอบอยู่ในทุกซอกหลืบของสมอง ขณะลากลูปินไปที่ห้อง ที่ประตู ผมต้องพาเขาไปหาพยาบาล—

ลูปินครางอย่างเจ็บปวด ผมพยุงเขาไว้ แขนสอดเข้าที่ใต้รักแร้ พวกเราเดินผ่านประตูที่เปิดอยู่เข้าไปในห้องโถงดำมืด ขาทั้งสองข้างของผมสั่น –ผมรู้สึกเหมือนกำลังจะอาเจียน –เลือดร้อนๆของลูปินไหลท่วมฝ่ามือ

ผมหอบหายใจ และหยุดชะงัก

ไม่มีใครที่รู้คาถาสมานแผล –ไม่มีใครที่รู้วิธีรักษามัน

ผมต้องการสเนป –มีแต่เขาเท่านั้นที่ทำได้! ผมต้องการสเนป—

ร่างกายของผมทรุดลงกับกำแพง ผมหอบหายใจ กล้ามเนื้อทุกชิ้นเหมือนไร้เรี่ยวแรง—

แต่แล้วกำแพงข้างหลังของผมก็แยกออกจากกัน

กลายเป็นประตู ผมหงายหลัง ล้มลงไป

และห้องต้องประสงค์ก็กลืนกินพวกเราไว้ ทั้งผมและลูปิน

แล้วประตูของมันก็ปิดลง ซ่อนพวกเราสองคนไว้ข้างใน

 

 

แฮร์รี่ พอตเตอร์

 

 

สเนปพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“เอาไป..เอา..นี่..ไป..”

อะไรบางอย่างที่ไม่ใช่แค่เลือดไหลออกมาจากปาก หู และตาของสเนป เป็นสายสีเงินยวง ไม่ใช่ทั้งของเหลวและอากาศ ผมรู้ว่ามันคืออะไร แต่ผมไม่รู้ว่าต้องทำอะไรกับมัน—

เฮอร์ไมโอนี่ยัดขวดแก้วไว้ในมือที่สั่นเทาของผม ผมเก็บมันไว้ที่ปลายไม้กายสิทธิ์ และบรรจุมันลงในขวดแก้ว ผิวหนังของสเนปซีดขาวเหมือนไร้เลือด มือของเขาที่จับชายเสื้อของผมอยู่อ่อนแรงลง

“ดู..ฉัน..ด้วย..” เขากระซิบ

ดวงตาสีเขียวสบเข้ากับดวงตาสีดำ แล้วเพียงหนึ่งวินาทีหลังจากนั้นมันก็ว่างเปล่า เป็นเพียงลูกแก้วสีดำที่ไร้ชีวิต มือที่จับชายเสื้อของผมหล่นลงพื้น ร่างกายของสเนปไม่ขยับอีกต่อไป

ผมยังคุกเข่าอยู่ข้างๆเขา พิจารณาใบหน้าของชายวัยกลางคน จนเสียงที่แหลมสูงและเย็นเยือกดังขึ้นใกล้ๆพวกเรา ผมสะดุ้ง ลุกขึ้นยืนทันที กำขวดแก้วไว้แน่น ผมคิดว่าโวลเดอมอร์คงกลับเข้ามาในห้องนี้อีก

เสียงของโวลเดอมอร์ดังก้องไปทั่วทุกห้อง ทุกชั้นในปราสาท และผมรู้ว่าเขากำลังพูดกับทุกคนในฮอกวอตส์ ในฮอกมี้ดส์ ทุกคนที่กำลังต่อสู้ในปราสาทได้ยินเสียงเขาอย่างชัดเจน รู้สึกได้ถึงลมหายใจของความตายที่รดแผ่นหลัง

“พวกแกต่อสู้” เสียงสูงแหลมและเย็นเยือกเอ่ย “อย่างองอาจ ลอร์ดโวลเดอมอร์นับถือในความกล้าหาญ พวกแกสูญเสียไปมากนัก และถ้ายังต่อต้านอีก พวกแกทุกคนจะต้องตาย ฉันไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น เลือดทุกหยดของผู้วิเศษมีค่า ลอร์ดโวลเดอมอร์มีเมตตา พวกแกมีเวลาหนึ่งชั่วโมง จัดการกับศพของผู้สูญเสียอย่างมีเกียรติ รักษาผู้ที่บาดเจ็บ ตอนนี้ ฉันจะพูดกับแกโดยตรง แฮร์รี่ พอตเตอร์ แกยอมให้เพื่อนของแกตาย แทนที่จะมาเผชิญหน้ากับฉันโดยตรง ฉันจะรอ หนึ่งชั่วโมง ในป่าต้องห้าม และถ้าหลังจากชั่วโมงนี้แล้ว แกยังไม่ยอมแพ้ ฉันจะลงไปหาแกด้วยตัวเอง แฮร์รี่ พอตเตอร์ และฉันจะลงโทษทุกคน ไม่ว่าหญิงหรือชาย เด็กหรือแก่ ทุกคนที่คอยปกป้องแกจากฉัน หนึ่งชั่วโมง”

ทั้งรอนและเฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าอย่างรุนแรง

“อย่าไปฟังมัน” รอนว่า

“ทุกอย่างจะโอเค” เฮอร์ไมโอนี่พูด “กลับไป –กลับไปที่ปราสาทกันเถอะ ถ้าเขาอยู่ในป่า เราต้องวางแผนกันใหม่—“

เธอมองร่างไร้วิญญาณของสเนป และวิ่งกลับไปที่อุโมงค์อย่างรีบร้อน รอนตามหลังเฮอร์ไมโอนี่ไป หายเข้าไปในช่องสีดำมืด ผมหยิบผ้าคลุมล่องหนขึ้น มองสเนปเป็นครั้งสุดท้าย ไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี ผมตกใจที่สเนปถูกฆ่า—

เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านหลัง ผมหันกลับไปมอง

เงาตะคุ่มๆปรากฏอยู่ในมุมมืด กำลังเดินออกมาจากข้างหลังตู้ ผมชะงัก

เงาของคนตัวสูง ผมสีบลอนด์อ่อน ใบหน้างดงามไร้ที่ติ แม้ในแสงสลัวๆ

เดรโก มัลฟอย

ความเกลียดชังก่อตัวขึ้นทันที ผมเตรียมหันหลังกลับไปที่อุโมงค์ ตามเฮอร์ไมโอนี่และรอนไป—

แต่ภาพที่เห็นทำให้ผมต้องหยุดการกระทำและเปลี่ยนความคิด

เดรโกอยู่ในสภาพเลือดท่วม แก้มซ้ายเป็นแผลเหมือนถูกกรีดให้เปิดออกด้วยมีด เส้นผมบางส่วนถูกย้อมด้วยสีแดงสด เขาไม่ได้มองมาที่ผม ดวงตาสีเงินของเดรโกจับจ้องที่สเนป –ร่างที่นอนอยู่แทบเท้าผม

แล้วน้ำตาของเดรโกก็ไหลออกมา

ร่างสูงคุกเข่าลงข้างๆสเนป มองร่างไร้วิญญาณนั้นอย่างไม่ละสายตา ผมเองก็ยืนมองเขาเช่นกัน ใบหน้าเคร่งขรึม คิ้วขมวดมุ่น ดวงตาเป็นประกายเพราะรื้นน้ำ นิ้วมือเรียวยาวของเดรโกเอื้อมออกไปปิดดวงตาสองข้างของสเนปให้หลับสนิท

“ฉันมั่นใจ” จู่ๆเดรโกก็พูดขึ้น “วันนึงนายจะเข้าใจเขามากขึ้น พอตเตอร์”

“มัลฟ—“ ผมเริ่ม แต่เขายกนิ้วขึ้นแตะปากเป็นสัญญาณบอกให้เงียบทันที ดวงตามองไปที่อุโมงค์อย่างระแวงระวัง

“มัลฟอย นายมาทำอะไรที่นี่?” ผมกระซิบ หัวหมุนติ้ว ดวงตาสีฟ้าของเขามองมาที่ผม –เดรโกไม่ได้ปาดน้ำตาออกด้วยซ้ำ

“ฉันต้องมาคุยกับสเนป” เขากะพริบตา น้ำตาไหลลงมาอีก ดวงตาของเดรโกฉายแววเศร้าสร้อยออกมาเพียงแปปเดียว เขาลุกขึ้นยืน หันความสนใจกลับไปที่สเนป

“นายต้องไปที่นั่น” เดรโกพยักเพยิดไปที่ขวดแก้วในมือ “เดินตรงไป”

หัวใจผมเต้นกระตุก

“ทำไม?”

“ทำเถอะ มันสำคัญ” เขาตอบสั้นๆ มองหน้าผมด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม –แบบที่เขาไม่เคยทำมาก่อน –แบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน—

เขากลืนน้ำลาย

“ฝากบอกแม่ฉันด้วย ถ้าเขาถามนาย” เขาพึมพำ “ฉันสบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง –ฉันอยู่ในปราสาท”

พวกเราสองคนมองหน้ากัน

“และ..ฉันขอโทษที่ทำจมูกนายหัก”

ผมอ้าปากค้าง แต่ก่อนที่จะทันได้พูดอะไร เขาก็หันกลับไปที่อุโมงค์อีกครั้ง

“นายควรจะไปได้แล้ว” เขาแนะ “อย่าเสียเวลาหนึ่งชั่วโมงที่เหลือนี่เลย”

ผมกลืนน้ำลาย และไปตามทางที่เขาบอก บางทีเขาอาจจะอยากให้ผมหันหลังให้ จะได้สาปผมด้วยมนต์ดำของเขาใส่ในตอนที่ผมเผลอ

แต่ก็ไม่ เหมือนเขาจะลืมไปแล้วว่าผมอยู่ตรงนั้น เดรโกคุกเข่าลงข้างสเนป ก้มหน้าลงและหลับตา สะอื้นไห้อย่างเงียบๆ มือที่ชุ่มเลือดของเดรโกวางลงบนหัวใจของสเนป

อะไรบางอย่างในตัวผมกระตุก แต่ผมไม่มีเวลามาคิด ผมหันกลับไปตามทางอุโมงค์ เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

วิ่งอีกเพียงไม่กี่ก้าว ผมก็เจอกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ –สองคนนั้นถามผมอย่างสงสัยว่าทำไมผมถึงเสียเวลาไปนานกับศพของสเนป

“ไม่ใช่ตอนนี้ เพื่อน” ผมตอบ “ฉันต้องไปที่อ่างเพนซิฟ เดี๋ยวนี้”

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

เสียงกรีดร้องดังไปทั่วฮอกวอตส์ คำสาปถูกเสกขึ้นเรื่อยๆ ระเบิดออกเหมือนดอกไม้ไฟที่ถูกจุดในตอนกลางคืน แฮร์รี่หายไปแล้ว –ฉันไม่แน่ใจว่าเขาไปไหน หรืออะไรจะเกิดขึ้นกับเขาหลังจากนี้ ฉันใช้เวลาที่เขาไม่อยู่ต่อสู้กับผู้เสพความตายที่เหลือ เคียงข้างรอน เนวิลล์ ลูน่า และเพื่อนๆรวมถึงศาสตราจารย์อีกหลายคน

ผู้วิเศษจำนวนมากล้มตาย –ร่วงลงเหมือนใบไม้แห้งที่หล่นลงจากต้น ฉันเห็นทั้งใบหน้าที่ยิ้มเยาะของผู้เสพความตาย คำสาปและคาถาทุกชนิด และยักษ์ที่ถูกปล่อยออกมาจัดการกับพวกมัน –ในใจลึกๆฉันสงสัยว่าทำไมจนป่านนี้แล้ว ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของเบลล่าทริกซ์เสียที –รวมถึงลูเซียส มัลฟอยด้วย แต่ฉันยั้งใจตัวเองไว้ ไม่ให้คิดไปมากกว่านั้น

เป็นชั่วโมงที่ฉันสู้จนแทบหมดแรง เหงื่อชุ่มโชก หัวใจเต้นรัวและเร็ว กล้ามเนื้อทุกส่วนเริ่มล้า ดวงตาหนักอึ้ง แต่ฉันยอมแพ้ไม่ได้ –หัวสมองหมุนติ้ว เส้นประสาททุกเส้นปวดหนึบ มันมากเกินไป –ฉันเห็นความสูญเสียมามากเกินไป

แต่ยังมีทางเลือกอื่นอีกหรือ? ฉันเหมือนคนหมดแรงที่กำลังเดินโซเซอยู่ปากเหว ใกล้จนแทบจะตกลงไป ถ้าหากไม่อยากตาย ก็ต้องถอยกลับออกมา และสู้เอาชีวิตรอดด้วยทุกแรงกายที่ยังเหลืออยู่

เท้าของฉันลื่นไปบนสนามหญ้า –ฉันพยายามทรงตัวขึ้นให้ตรง รอนเองก็ตามฉันมาอยู่ข้างๆ แต่ทว่า—

อะไรบางอย่างที่เหมือนควันสีดำและน่าสะพรึงกลัว ลอยมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน

แล้วทุกอย่างก็ตกอยู่ในความหนาวเย็น

แสงที่สว่างอยู่ดับลงช้าๆ –ความร้อนหายไปอย่างรวดเร็ว เหมือนความเข้มแข็งถูกดูดออกไปร่าง เงานั่นลอยทาบทับอยู่เหนือ แขนของฉันหมดเรี่ยวแรง ปากแห้งผาก ขณะที่เงาของผู้คุมวิญญาณลอยมาอยู่ข้างหน้า ความดำมืดบดบังทุกสิ่งไว้ –เสียงอึกทึกและภาพรอบตัวตกอยู่ใต้ความเงียบและมืด ไม่มีแสง ไม่มีเสียงอีกต่อไป—

แล้วภาพนั้นก็ปรากฏขึ้นมา เหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของความมืด เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาภายในความคิดของฉัน—

 

 


ฉันกรีดร้องสุดเสียงอย่างไม่เคยทำมาก่อน ความเจ็บปวดเหมือนถูกเผาไหม้แล่นไปทั่วทั้งขา ฉันก้มลงจับมันและขว้างงูออกไป เลือดของฉันอาบเต็มมือ งูทั้งหมดเลื้อยเข้ามา เสียงขู่ฟ่อของทันกลายเป็นเสียงคำราม เหมือนกำลังโกรธจัด ฉันพยายามกระโดดหนี วิ่งกลับไปที่ทุ่งข้าว แต่พวกมันเลื้อยพันแข้งพันขาเหมือนเชือก พันรอบข้อเท้า ฉันล้มลง เข่ากระแทกพื้น มือฉันลื่นไถลไปโดนงูอีกตัว ทำให้มันกัดเข้าเต็มๆ ฉันกรีดร้องออกมาอีกครั้ง พิษของมันแล่นไปทั่วทั้งแขน และอีกตัว กัดเข้าที่ข้อศอก และอีกตัวที่ต้นขา ฉันร้องไห้ น้ำตาไหลอาบแก้มในขณะที่ล้มลงกับพื้น ฝูงงูเลื้อยขึ้นมาบนตัว ฉันกำลังจะจมลงไปใต้พวกมัน..

 

 

"อะวาดา เคดราฟรา" ลูเซียส มัลฟอยตะโกน

ฉันนอนราบลงไปกับพื้น พร้อมๆกับจังหวะที่แสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นทั่วห้อง  เบลล่าทริกซ์ เลสแตรงจ์หัวเราะเสียงแหลม เมื่อได้ยินเสียงร่างหนักๆตกกระทบกับพื้น

"ไมมมมมมมมมมมมมมมม่!!!!" ฉันกรีดร้องเสียง แม่ร้องไห้และกอดร่างที่แน่นิ่งของพ่อไว้ ไม้ของเบลล่าทริกซ์สว่างวาบ

"อาวาดา เคดราฟรา!" เธอแผดเสียง แม่ชะงัก และล้มลงกับพื้นข้างๆพ่อของฉัน ดวงตาของเธอมองเพดานอย่างว่างเปล่า..

 

 

ฉันเห็นเงาคนที่ปรากฏอยู่ไกลๆ บ่ากว้าง เส้นผมสีบลอนด์ ชุดสีดำสง่าอย่างไร้ที่ติตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างนั้นเดินเหมือนที่เดรโกเดิน สองมือซุกอยู่ในกระเป๋าเหมือนที่เขาชอบทำ ใบหน้านั้นหล่อเหลาเช่นเดียวกันกับเดรโก

ยกเว้นแต่ดวงตาสีดำสนิทเหมือนหุบเหวลึก และรังสีอันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา

เขาพับแขนเสื้อขึ้นด้วยท่วงท่าที่สง่างาม เผยให้เห็นตรามารที่ประทับอยู่บนต้นแขนขาวซีด

“เธอแน่ใจใช่ไหมว่า เดรโก มัลฟอยของเธอไม่มีสิ่งนี้” เขาหัวเราะเยาะ

 

 


ร่างของฉันสั่นสะท้าน ฉันล้มลงกับพื้นก่อนผู้คุมวิญญาณจะเอื้อมมือเหี่ยวแห้งของมันออกมา ฉันพยายามเค้นเสียงจากลำคอ –กรีดร้องออกมาเพื่อให้คนอื่นได้ยิน แต่ไม่มีเสียงออกมาแม้สักนิด ความทรงจำทุกอย่างแล่นผ่านสมอง ฉันตามหามัน อันไหนก็ได้ อะไรก็ได้

 


 

ฉันถือดอกดาฟโฟดิลสีเหลืองสดอย่างทะนุถนอมที่สุดไว้ในมือสองมือ นิ้วมือสัมผัสกลีบดอกไม้ที่นุ่มจนเหลือเชื่อ ปาดน้ำตาออกด้วยแขนเสื้อ และมันก็หยุดไหลทันที ฉันมองดวงตาสีฟ้าเหมือนลูกแก้วของเดรโก สายลมที่พัดอยู่รอบๆทำให้เส้นผมของฉันปลิวไสว รู้สึกถึงใบหน้าของตัวเองเริ่มขึ้นสีระเรื่อ

“ขอบคุณนะ” ฉันเอ่ย คิ้วของเดรโกเลิกขึ้น

“ฉันไม่ได้ทำอะไรกับมันเสียหน่อย” เขาชี้ไปที่ดอกไม้

“ทำสิ” ฉันตอบเสียงเบา..

 

 


ผู้คุมวิญญาณก้มลงมา ไอเย็นจัดแผ่ออกมาจากตัวมัน ซึมลึกลงไปถึงชั้นผิวหนัง ฉันได้ยินเสียงรอนตะโกนเรียกชื่อ แต่มันช่างไกลแสนไกล มือของฉันกำแน่น กัดกระพุ้งแก้มด้านในจนได้รสเลือด ฉันเคยเจอมันมาแล้ว หมอกที่ปกคลุม ความสิ้นหวังที่เกิดขึ้น ฉันเคยเจอมันมาแล้ว เหมือนหมอกนั่นในทุ่งข้าวบาร์เล่ย์

ฉันกำลังจะตาย –มันกำลังจะฆ่าฉัน ร่างกายของฉันแข็งทื่อ ขยับตัวไม่ได้ ร้องขอความช่วยเหลือก็ไม่ได้—

 


 

“ตานายแล้ว” ฉันว่า เดรโกมอง ฉันเอียงคอมองกลับ

“เราจะเล่นกันสองในสามตา ใครที่แพ้จะต้องร้องเพลงคืนนี้ ตกลงไหม?” ฉันท้า

“ถ้าเป็นงั้นล่ะก็..” เขาว่า เอี้ยวตัวกลับมาหยิบหมากตัวนึงขึ้น วางเบี้ยลงในสองช่องข้างหน้าและส่งยิ้มให้ฉัน “ฉันรับคำท้า”

 

 


ผู้คุมวิญญาณหายใจรดลงมา ฉันใช้แรงเฮือกสุดท้ายส่งเสียงกรีดร้องให้ดังที่สุด หลับตาปี๋—

 

 


“ฉันคงไม่ค่อยชอบนักหรอก ถ้าคนที่ฉันกำลังเต้นรำด้วยคิดว่าฉันไม่สวยพอที่จะเสียเวลาด้วย”

“เป็นไปไม่ได้หน่า” เดรโกตอบเสียงเรียบ ฉันมองหน้าเขา

“อะไรนะ?” ฉันถามด้วยความมึนงง คิ้วของเดรโกยังขมวดมุ่น ดวงตาเหม่อลอยเหมือนกำลังคิดถึงเรื่องอะไรที่ไกลออกไป..

 

 

“ไม่” ฉันว่า มือตะกุยตะกายยึดพื้นดิน ผู้คุมวิญญาณตามอย่างไม่ลดละ มือของมันเอื้อมโดนขา—

 

 

มือของเดรโกเอื้อมลงมาจับมือฉัน

ฉันหันไปมอง แต่เขาไม่ได้รอ เขาลุกขึ้นยืน ดึงฉันให้ยืนขึ้นด้วย ลมหายใจฉันแทบหยุดลงด้วยความตื่นเต้น เพียงชั่วขณะหนึ่ง ฉันมองเข้าไปในดวงตาของเดรโก แล้วเขาก็ปล่อยมือฉัน เดินกลับไปที่ต้นวิลโลว์

“ไปดูกันดีกว่าว่าวันนี้ห้องต้องประสงค์จะมีอะไรให้เราบ้าง เธอว่าไง?”

 

 

“นาย..ไม่ได้..” ฉันกัดฟัน กล้ามเนื้อร้องประท้วงขณะที่ฉันพยายามลุกขึ้นนั่ง คว้าแสงสีเงินสุดท้ายที่ฉันเห็น แสงที่ไม่เคยมอดลง—

 

 

“ลองนี่สิ” เดรโกหยิบมันขึ้นมาจากพื้นหญ้าและส่งกระจกเงามาให้ฉัน ฉันมองเงาตัวเองที่มองสะท้อนกลับมา ใบหน้าขึ้นสีชมพู

ตามใจแบบนี้ฉันก็แย่สิ” ฉันพูด และหยิบกระจกมาจากมือเขา “กระจกนี่มัน – “

งั้นเธอลองคิดอะไรสักอย่างให้ฉันบ้างสิ” เดรโกเสนอ

 

 

“เฮอร์ไมโอนี่!

รอนร้องตะโกนออกมา –จากไม่ไกลนัก –เสียงดังลอดเข้ามาในควันดำมืดและสิ้นหวัง ฉันกำหมัด ตวัดขึ้น ผู้คุมวิญญาณโน้มตัวลงมา ริมฝีปากอยู่ห่างกันไม่กี่นิ้ว—

 

 

“นายคิดถึงอะไรอยู่หรอ?” ฉันถาม “นายเริ่มมันได้ยังไง?”

“ถ้าเธอทำครั้งแรกได้แล้ว ครั้งต่อๆไปมันก็จะง่ายมาก” เขาอธิบาย มองหน้าฉัน “ฉันคิดถึงอะไรก็ได้ที่ทำให้เธอมีความสุข”

 

 

แสงสีขาวสว่างจ้าขึ้นจนฉันต้องหลบสายตา—

ร่างสูงกับใบหน้าหล่อเหลาเหมือนรูปสลัก แต่สีหน้าบิดเบี้ยวอย่างน่ากลัว ผมสีบลอนด์และดวงตาสีดำสนิท เขาทั้งหัวเราะและถากถาง –ก้มตัวลงมาจนจมูกแทบจะชิดใบหน้า--  

 


แล้วร่างนั้นก็พร่าเลือน –แทนที่ด้วยเดรโกผู้มีดวงตาสีฟ้าใส ส่องประกายเหมือนดวงดาว เขาดึงข้อมือฉันให้ลุกขึ้น ฉุดฉันขึ้นจากหลุมศพของตัวเอง รัศมีรอบตัวเรืองแสงสีขาวเหมือนเทพบุตร ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเจิดจรัดที่ฉันคุ้นเคย

เดรโก

เดรโกที่ฉันรู้จัก

เดรโกของฉัน

 

 


ฉันลืมตา มองหมอกควันสีดำที่ไร้ใบหน้าของผู้คุมวิญญาณ

และชี้ไม้ไปที่มันทันที

“เอกซ์เปกโตร พาโตรนุม!

ผู้พิทักษ์ของฉันระเบิดออกจากปลายไม้ พุ่งเข้าใส่ผู้คุมวิญญาณอย่างรวดเร็ว

มันกรีดร้อง หดตัวกลับไป ลอยหายขึ้นไปสู่ท้องฟ้าเบื้องบน

“เฮอร์ไมโอนี่ เธอเป็นอะไรไหม?” รอนกระหืดกระหอบ ฉันไม่ได้มองเขา –หัวใจของฉันเต้นรัว เลือดในหายเดือดพล่าน ฉันลุกขึ้นยืน กำไม้แน่น มองไปที่กองทัพสีดำของผู้คุมวิญญาณ ชูมือที่กำไม้นั้นขึ้น คลื่นความกล้าหาญและความกลัวรวมเข้าด้วยกัน ฉันกรีดเสียงออกมา เค้นพละกำลังจากทุกส่วนของร่างกาย

“เข้ามาเลย”

แล้วหมอกดำมืดทั้งหมดนั้นก็ตรงเข้ามาหาฉัน

แต่ฉันไม่กลัวอีกแล้ว

ฉันเห็นมันมาหมดแล้ว รับรสของความเจ็บปวดที่เหมือนยาพิษ

ตราบใดที่ฉันยังมีต้นวิลโลว์และทุ่งข้าวบาร์เล่ย์ พวกมันไม่มีวันได้วิญญาณของฉันไปอย่างแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 






หวังว่าจะชอบกันนะคะถึงตอนนี้มันจะไม่ค่อยมีโมเม้นต์ 555 เป็นเรื่องที่พัฒนาการความสัมพันธ์ของแต่ละคนไปแบบช้าๆค่ะ <3  

แวะมาส่งหนึ่งตอนก่อนนอนค่ะ  

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 99 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #458 piinkhyun (@piinkhyun) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 16:21
    น้ำตาจะไหลตอนที่เฮอร์นึกถึงความทรงจำเก่าๆ แข็งแกร่งมากเฮอร์!
    #458
    0
  2. #428 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 13:13

    สู้กันสุดใจจริงๆค่ะ

    #428
    0
  3. #362 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 22:43

    สตรองที่สุดแล้วววว

    #362
    0
  4. วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 20:38
    เฮอร์ทำดีค่า บราโว้วววว ตอนระลึกความทรงจำนี่เกือบร้องไห้ ผ่านอะไรกันมาเยอะจริง ๆ ประทับใจตอนมัลฟอยคุยกับแฮร์รี่ด้วยอะ แบบพ่อพระเอก พ่อคนดี ฮืออออ
    #284
    0
  5. #250 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 01:10
    สตรองมากกก
    #250
    0
  6. #222 mongmongji (@pandamongji) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 09:41
    สนุกมากค่ะตอนนี้โอ๊ยมันส์เว่อร์!!
    เฮอร์ใจสู้มากค่ะหนู
    #222
    0
  7. #205 RE.EVE (@evezaza30) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 00:34
    สตรองอะไรปานนั้นค่ะเฮิร์ม
    #205
    0
  8. #190 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 19:26
    หนูเฮอร์เข้มแข็งมากเลยยย

    สู้ๆนะทุกคนน 
    #190
    0
  9. #146 litter girl (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 16:08
    ฮึกเหิมมาตอนนี้ มาต่อเร็วๆนะคะ เดรโกโหดได้ใจ
    #146
    1
  10. #145 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 09:11
    มันส์มากกก สู้ๆนะคะไร้เตอร์ เราอ่านเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ยังไม่ฟินเท่าสำนวนแปลของไรเตอร์เลยย
    งืออ สู้ๆค่ะ ชอบมากๆๆ
    #145
    1
  11. #144 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 23:31
    ประโยคสุดท้ายทำให้รู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์
    //ไม่เกี่ยวกันเลย
    #144
    1
  12. #143 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 22:42
    สู้ให้สุดไปเลยเฮอร์ >0<
    #143
    1
  13. #142 tuktahiper (@tuktahiper) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 21:32
    ตอนนี้อ่านแล้วอย่าสนุกกกก ไรต์รีบต่อน้าาาร
    #142
    1
  14. วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 21:31
    ชอบค่ะ ขอยคุณนะคะ
    #141
    1