(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 22 : 22

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 115 ครั้ง
    5 พ.ค. 60

VVVVVV

 

"Some glory in their birth, some in their skill,

Some in their wealth, some in their body's force;

Some in their garments, though new-fangled ill;

Some in their hawks and hounds, some in their horse;

And every humour hath his adjunct pleasure,

Wherein it finds a joy above the rest:

But these particulars are not my measure;

All these I better in one general best.

Thy love is better than high birth to me,

Richer than wealth, prouder than garments' cost,

Of more delight than hawks or horses be;

And having thee, of all men's pride I boast:

Wretched in this alone, that thou mayst take

All this away, and me most wretched make."

-William Shakespeare

 

VVVVVVV

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

ฉันยืนอยู่ด้านบนสุดของหอคอยดูดาวเพียงลำพัง สองแขนกอดตัวเองไว้ สายตาทอดมองออกไปยังภูเขา ทุกอย่างเหมือนกำลังอยู่ในความเงียบงัน ปราสาทเงียบและสงบนิ่ง

มันเป็นคืนหลังจากพิธีศพของดัมเบิลดอร์

สายลมกรรโชกพัดผ่าน ทำให้เส้นผมของฉันปลิวไสว ฉันสูดหายใจ อากาศข้างบนกลิ่นเหมือนฤดูใบไม้ผลิ กลิ่นไอหนาวเหน็บของความตายยังคงอยู่ตรงนี้ ตรงที่ที่ฉันยืน

หอคอยด้านที่เดรโกเคยขึ้นมา ชี้ไม้กายสิทธิ์ใส่ศาสตราจารย์ใหญ่ ถ่วงเวลารอให้ผู้เสพความตายมาถึง และรอเวลาให้สเนปฆ่าดัมเบิลดอร์

ฉันยืนนิ่ง ทบทวนทุกอย่างที่แฮร์รี่เคยบอกฉันในห้องนั่งเล่นรวมหลังจากเหตุการณ์นั้น คิดถึงสิ่งที่ดัมเบิลดอร์เคยบอกพวกเรา หลังจากที่ฉันกับเดรโกออกมาจากห้องต้องประสงค์

แผนการยังต้องดำเนินต่อไป

ศาสตราจารย์ได้จากพวกเราไปแล้ว

แต่ไม่ใช่เดรโก ที่จะต้องเป็นผู้ใช้ชีวิตที่เหลือในฐานะของฆาตกร

ทันทีที่ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ฉันก็เห็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ในแผนของพวกเขา สเนป ผู้กล่าวคำปฎิญาณไม่คืนคำ เป็นคนลงมือฆ่าดัมเบิลดอร์แทน

ดัมเบิลดอร์ตัดสินใจจบชีวิตลง เพื่อรักษาจิตวิญญาณที่หลงเหลือของเดรโก และช่วยชีวิตของสเนปเอาไว้

แฮร์รี่กับรอนจะรู้เรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่ว่าเขาจะรู้สึกยังไงกับการกระทำที่ขี้ขลาดของเดรโก กับการทรยศของสเนป และแม้ว่าความโกรธแค้นในใจของเขาที่มีต่อสองคนนั้นจะมากแค่ไหนก็ตาม

ฉันต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ สิ่งเดียวที่ฉันพอจะทำได้ คือนั่งลงข้างๆเขาและกอดแฮร์รี่ไว้ในอ้อมแขน ขณะที่พวกเราร้องไห้ไปด้วยกัน และเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดในอนาคตข้างหน้า

เดรโกจากไปแล้ว แฮร์รี่เห็นเขาในตอนสุดท้าย หายไปกับเหล่าผู้เสพความตายหลังจากเรื่องดัมเบิลดอร์ ฉันเองก็ไม่รู้ว่าเขาไปซ่อนตัวที่ไหน เขาอาจกลับบ้าน ไปอยู่กับครอบครัว หรือบางที หากฮอกวอตส์ถูกควบคุมโดยอำนาจมืดโดยสมบูรณ์ในวันหนึ่ง เดรโกอาจจะกลับมาก็ได้ แต่ฉันเองคงไม่สามารถอยู่ในโรงเรียนได้อีกต่อไป แม้ว่าเดรโกจะกลับมาและฉันจะอยากเจอเขาแค่ไหนก็ตาม

ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้าสีดำ ภูเขาดูเหมือนเงาของยักษ์ตัวใหญ่อยู่ไกลลิบๆ ดวงจันทร์สีเงินลอยขึ้นเหนือท้องฟ้า ร่างกายของฉันสั่นเทา แขนสองข้างโอบกอดตัวเองไว้แน่นขึ้น เสียงเพลงที่ฉันรู้จักดังขึ้นมาในความคิด เพลงที่ฉันไม่เคยตั้งใจฟัง แต่กลับจำได้ถึงทุกคำพูด

 

"Once the sun did shine,
"Lord, it felt so fine
The moon a phantom rose
Through the mountains and the pines
And then the darkness fell
The moon's a harsh mistress
It's hard to love her well
…"

 

แฮร์รี่กำลังจะออกไปตามหาฮอครักซ์ที่เหลือ ไม่ว่าพวกมันจะอยู่ที่ไหนบนโลกก็ตาม ในตอนแรก แฮร์รี่ยืนกรานที่จะไปคนเดียว และสัญญาว่าจะติดต่อกลับมาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แน่นอนว่าฉันและรอนต่างคิดว่าความคิดนั้นมันบ้ามาก พวกเราสองคนตัดสินใจจะไปกับแฮร์รี่ ไม่ว่าเขาจะว่ายังไงก็ตาม แฮร์รี่ไม่ได้คัดค้านอย่างรุนแรงนัก และฉันเองก็รู้ว่าลึกๆแล้ว เขาก็คงไม่อยากทำงานคนเดียว การที่แฮร์รี่ยืนยันว่าเขาจะทำงานนั้นคนเดียวในครั้งแรกทำให้ฉันและรอนรู้ว่าเขาเป็นห่วงเพื่อนของเขามากขนาดไหน แต่ฉันเองก็คงไม่มีวันทิ้งคนที่รักฉันไว้ตามลำพังเด็ดขาด รอนเองก็เช่นกัน

ฉันมองเงามืดบนท้องฟ้า ยอดเขาถูกอาบไปด้วยแสงสีเงิน แสงจันทร์ส่องลงมาที่มือของฉัน  ทำให้มันกลายเป็นชิ้นเนื้อสีขาวซีด เกาะอยู่ตรงราวขอบระเบียงเย็นๆ

ค่ำคืนนี้ช่างดำมืดและเศร้าโศก เวลากลางวันผ่านไปอย่างขมขื่นและยากเย็น ฉันจำภาพของเขาไว้ในความทรงจำ ความรู้สึกของยอดหอคอยสูงตะหง่านใต้ฝ่าเท้า ทะเลสาบที่ส่องประกายเมื่อพื้นน้ำกระทบแสง ภูเขาขนาดใหญ่ที่ตั้งตะหง่าน ฮอกวอตส์ที่เหมือนบ้านหลังที่สองของฉัน อีกที่ที่ฉันรักมากที่สุดถัดจากบ้านหลังแรกและครอบครัว ฉันจดจำภาพของมันเอาไว้ให้ชัดเจนที่สุด เพื่อที่ฉันจะได้คิดถึงมัน ในตอนที่ฉันอยู่ข้างนอก กับภัยอันตรายมากมาย ไล่ตามหาเศษเสี้ยววิญญาณของโวลเดอมอร์ และมีเพียงความหวังว่าจะมีชีวิตรอดไปวันๆจนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้นลง

 

"I fell out of her eyes
I fell out of her heart
I fell down on my face
I tripped and missed my start
I fell, and I fell alone
And the moon's a harsh mistress
And the sky is made of stone
…"

 

 

VVVVVVVV

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

หลายวันหลังจากนั้น..

 

“ดาบเล่มนี้ต้องอยู่ในธนาคารกริงกอตส์ แกไปเอามันออกมาได้ยังไง?

ฉันคิดหาคำตอบ ความกลัวไล่ขึ้นมาตามโสตประสาท เบลล่าทริกซ์ เลสแสตรงจ์นั่งทับอยู่บนตัว ฟันแหลมคมแทบชิดใบหน้า เส้นผมสกปรกห้อยระหน้าผากฉัน มือเหี่ยวแห้งของเธอกำรอบข้อมือ

“ฉัน..ฉันไม่..” ฉันส่ายหน้า พูดทุกคำผ่านเสียงสะอื้น

“แกและเพื่อน..” เธอกระซิบ ก่อนจะกลายเป็นเสียงคำราม “เอามันออกมาจากห้องสมบัติของฉัน?”

“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้เอาอะไรออกมา!” ฉันอ้อนวอน “ได้โปรด ฉันไม่ได้เอามันออกมา!

เบลล่าทริกซ์ตะคอกอะไรบางอย่างใส่ คำพูดที่ฉันไม่เข้าใจ และก่อนที่ฉันจะรู้ตัว เธอผลักศีรษะของฉันกระแทกพื้นอย่างแรง หักแขนซ้ายของฉันไว้ด้านหลัง และกรีดมันด้วยมีดหั่นเนื้อ

ฉันกรีดร้องเสียงแหลมครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำตาไหลอาบใบหน้า สองเท้าเตะและสะบัดให้หลุดออก แต่น้ำหนักของหญิงสาวเหมือนเหล็กที่กดทับ แฮร์รี่และรอนถูกขังอยู่ในคุกชั้นใต้ดิน ลูเซียสและนาร์ซิสซ่า มัลฟอยยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรออกมา

เดรโก มัลฟอย ยืนอยู่ข้างหลังฉัน ติดกับเตาผิง ไม่ได้พูดอะไรออกมาเช่นกัน

เสียงกรีดร้องของฉันแทบทำให้ฉันสิ้นสติ ทุกอย่างดูเหมือนจะเลือนหายไปเพราะความเจ็บปวด กระชากเอาความกล้าหาญทุกส่วนออกไปจากหัวสมอง ฉันไม่กล้าแม้แต่จะเรียกชื่อ หรือมองหน้าเขา

เดรโกยืนอยู่ตรงนั้นตั้งแต่ทีแรกที่พวกเขาพาฉันเข้ามา คฤหาสน์มัลฟอยในส่วนที่ฝุ่นจับเขรอะที่สุด ทันทีที่เห็นหน้าเดรโก หัวใจของฉันแทบกระดอนหลุดออกมาทางปากด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าของเขาซีดเผือด ท่าทางหวาดกลัว ท่ามกลางฝูงผู้เสพความตาย และแน่นอนว่าเขาไม่สามารถทำตัวเหมือนกับว่าพวกเราเคยรู้จักกันมาก่อนได้

พวกมันบังคับให้แฮร์รี่คุกเข่าลงบนพื้นหินแข็งและเย็น พาฉันและรอนไปอยู่อีกทาง ถูกพวกมันจับไว้ เบลล่าทริกซ์ถามเดรโกเรื่องแฮร์รี่ หลังจากที่หน้าของเขาถูกสาปให้บวมผิดปกติ

เดรโกจำแฮร์รี่ได้ทันที ฉันเห็นสายตาที่ลุกลนของเขา

“ว่าไง?” เบลล่าทริกซ์ถาม ขยุ้มผมแฮร์รี่ขึ้นและชี้ไม้กายสิทธิ์ของเธอไปที่คอหอยของเด็กหนุ่ม เดรโกส่ายหน้า

“ผมไม่แน่ใจ”

“เดรโก” ลูเซียสพูดขึ้น ใบหน้าของเขาไม่ได้ถูกตกแต่งอย่างเรียบร้อยเริ่มมีหนวดขึ้น เดินก้าวเข้ามายืนข้างลูกชายและยึดหลังคอของเขาไว้ ฉันขยับตัว เฟนเรีย เกรย์แบ็คที่ยึดแขนสองข้างของฉันไว้ตะโกนต่อว่าชายหนุ่มให้ปล่อยมือจากลูกชายของเขา

“ดูดีๆสิ เจ้าลูกชาย” ลูเซียสเร่ง สายตาแหลมคมมองกลับมาที่พวกเรา รวมถึงผู้เสพความตายคนอื่นๆ ฉันจ้องเขากลับอย่างไม่ละสายตา ชายร่างสูงหันหน้ากลับไปที่เดรโก

“ถ้าเราเป็นคนส่งพอตเตอร์ให้จอมมารล่ะก็” ลูเซียสพูด “ทุกอย่างจะได้รับการให้อภัย ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนที่เคยเป็น แกเข้าใจใช่ไหม?”

ไม่ คุณไม่เข้าใจ ลูเซียส ฉันอยากจะตะโกนตอบเขากลับ สิ่งเดียวที่เดรโกอยากให้มันเกิดขึ้นคือขอให้เรื่องทุกอย่างไม่เคยเกิดขึ้น..

เขาผลักเดรโกลงไปที่พื้น ให้คุกเข่าในท่าเดียวกันกับแฮร์รี่ ดันใบหน้าของสองคนให้ใกล้กันมากขึ้น เพื่อที่เดรโกจะได้มองเห็นเขาชัดๆ

“ผมไม่แน่ใจครับ” เดรโกยืนยันคำเดิม

คำพูดนั้นทำให้เบลล่าทริกซ์โมโห

และแล้วคำถามทุกอย่างก็ได้รับคำตอบจากตรงนั้น

เดรโกอยู่ในสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พวกเขาโยนแฮร์รี่และรอนกลับไปที่คุกชั้นใต้ดิน และขังฉันไว้ด้านบน ความกดดันและความกลัวของเขาแผ่ขยายออกมาจนฉันรู้สึกได้ ฉันพยายามไม่มองหน้าเขา หวังว่ามันจะช่วยอะไรได้บ้าง ท่ามกลางผู้เสพความตาย รวมถึงครอบครัวของเขาที่ยืนอยู่รอบๆ ถ้าเดรโกพยายามจะช่วยฉัน ตัวเขาเองก็จะต้องตายอย่างแน่นอน

เบลล่าทริกซ์บังคับให้ฉันเงยหน้าขึ้น จับหน้าฉันหันไปทางเดรโก เขายืนนิ่ง จ้องตรงมาที่ฉัน

ความกลัวก่อตัวขึ้น กำลังฉีกร่างฉันออกเป็นชิ้นๆ ฉันอยากร้องตะโกนชื่อเขาออกมา ขอร้องให้เขาช่วยฉันจากเหตุการณ์ตอนนี้

เบลล่าทริกซ์ลุกออกไป กรีดมีดลงบนผิวหนัง ทำให้ฉันแทบหยุดหายใจและเกือบจะสำลักอากาศอย่างหวาดกลัว ฉันเอียงคอมองไปทางซ้าย

คำว่าเลือดสีโคลนถูกสลักลงบนแขนของฉัน

เลือดสีโคลน

ฉันกะพริบตา ไล่น้ำตาออกไป มีหยดหนึ่งที่กลิ้งลงมาบนแก้ม

เบลล่าทริกซ์ตะคอกอะไรสักอย่างใส่ก็อบลิน และถามคำถามเขา ฉันมองดูแขน หยดเลือดผุดซึมขึ้นมาจากรอยสลัก เนื้อตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง

ฉันนั่งนิ่ง ฟังเสียงตัวเองหายใจ เบลล่าทริกซ์ยังรีดข้อมูลจากก็อบลินตนนั้นเรื่องกริงกอตส์ หัวสมองของฉันเต็มไปด้วยหมอก เหมือนหมอกสีเทาที่เคยเกิดขึ้นในทุ่งข้าวบาร์เล่ย์ หมอกสีเทาที่นำพาฝันร้ายมาให้..

เดรโกไม่ได้เดินเข้ามาหา และไม่ได้พูดอะไร เบลล่าทริกซ์โมโหขึ้นเรื่อยๆกับการตอบคำถามของก็อบลิน เธอหันหลังและเดินกลับมา ฉันสูดหายใจ

แล้วรอนกับแฮร์รี่ก็เข้ามา

ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก คำสาปปลิวว่อน สะท้อนกับผนังหิน เบลล่าทริกซ์ผลักฉันให้ล้มและจ่อมีดที่ลำคอ แฮร์รี่และรอนทิ้งไม้กายสิทธิ์ เดรโกหยิบมันขึ้นมา

และด๊อบบี้ เอลฟ์ประจำบ้านผู้ซื่อสัตย์ ทิ้งโคมไฟชานเดอเลียลงบนศีรษะของเธอ

เบลล่าทริกซ์ส่งเสียงกรี๊ดและหลบออก รอนคว้าตัวฉัน แฮร์รี่แย่งไม้ออกมาจากมือเดรโก ด๊อบบี้จับพวกเราไว้ รวมถึงลูน่า โอลิแวนเดอร์ และก็อบลิน และพาพวกเราออกไป

แต่ช้ากว่าที่เบลล่าทริกซ์จะขว้างมีดของเธอเข้ามา ตรงเข้าหัวใจของด๊อบบี้พอดี

เรื่องทุกอย่างเหมือนผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที พวกเรามายืนอยู่บนชายหาด ขณะที่แฮร์รี่และรอนฝังด๊อบบี้ไว้บนหาดทราย เสียงทุกอย่างยังก้องอยู่ในหู น้ำตาเย็นๆไหลอาบแก้ม เลือดของฉันแห้งแข็ง เหนียวเปรอะติดท้องแขนด้านใน

ฉันดีใจ ดีใจมากเหลือเกินที่เดรโกปลอดภัย และบรรดาผู้เสพความตายต่างไม่มีใครที่รู้เรื่องนี้

และในเวลาเดียวกัน หัวใจฉันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆที่เขาไม่ได้แม้แต่พยายามที่จะช่วยฉัน

 

 

เดรโก

 

 

ผมนั่งอยู่ในห้องต้องประสงค์ มันกลายเป็นห้องที่สร้างด้วยผนังหินสีเทาเมื่อผมเข้ามา พร้อมด้วยโคมไฟระย้าแบบโกธิค ทั้งห้องว่างเปล่า มีเพียงเตาผิงที่กำลังเผาไหม้อยู่ และเก้าอี้นวมสีดำตัวเดียว ผมนั่งลงบนเก้าอี้ มองเปลวไฟที่ลุกโชน

เสียงกรีดร้องของเฮอรไมโอนี่ดังขึ้นในความทรงจำ

ทุกครั้งที่ผมหลับตา เสียงของเธอจะดังขึ้น และดังขึ้น แต่ทุกครั้งที่ผมลืมตา ผมเห็นเธอ คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าป้าเบลล่าทริกซ์ ผู้กรีดมีดลงบนแขนของเฮอร์ไมโอนี่

และผมที่ไม่ได้ทำอะไรเลย

ผมไม่ได้ช่วยเธอไว้ หรือแม้แต่จะพูดอะไรออกไปสักคำ ผมยืนนิ่ง ไม่ได้ขัดขวางป้าหรือให้โอกาสเฮอร์ไมโอนี่ได้หนีออกไป ผมทำเพียงอยู่เฉยๆ ปล่อยให้ความกลัวครอบงำ และมองดูมันเกิดขึ้น

ผมหลับตาลง กำมือจนเป็นกำปั้น แนบมันกับริมฝีปาก

ซ่อนสัมผัสรับรู้ทั้งหมดไว้ข้างใน ผมสร้างคำโกหกขึ้นมาแทนสิ่งเลวร้ายที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องหน้า ฉันไม่สนใจ ฉันไม่สนใจ ฉันไม่สนใจ

แต่ทั้งหมดไม่สามารถปิดบังความรู้สึกของสิ่งที่ผมกำลังคิด

ความคิดที่ว่าผมอยากจะตัดศีรษะของป้าเบลล่าทริกซ์ด้วยมือของผมเอง ผมอยากจะช่วยเฮอร์ไมโอนี่ขึ้นมาจากพื้นหินและปกป้องเธอไว้จากทุกอย่างที่ครอบครัวผมจะมอบให้เธอได้ เอื้อมมือไปจับมือด๊อบบี้และหายไปจากที่นั้นพร้อมกับพอตเตอร์ วีสลีย์ โอลิแวนเดอร์ และก๊อบลินในธนาคารกริงกอตส์ตัวนั้น

แต่ผมทำไม่ได้

ผมยืนนิ่งเงียบ ขณะที่ป้าเบลล่าพล่ามเกี่ยวกับเรื่องที่เธอฆ่าเอลฟ์ประจำบ้านด้วยน้ำมือของเธอเอง เอลฟ์ประจำบ้านของพวกเรา ความวิตกกังวลของพ่อแม่ผมที่พอตเตอร์และเพื่อนหลบหนีไปได้ ผู้เสพความตายทุกคนกล่าวโทษและตำหนิพวกเขา

ผมไม่สามารถหลับได้เกินครึ่งชั่วโมงเลยตั้งแต่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ผมเดินวนไปรอบๆสนามในบ้านนับครั้งไม่ถ้วน ท่ามกลางสายลมเย็นเยียบที่พัดให้ปกเสื้อปลิวตั้งขึ้น ผมก้มหน้า ก้อนเมฆดำทะมึนลอยอยู่ข้างบน พ่อและแม่ทะเลาะกันอย่างรุนแรงทุกครั้งที่ผมเห็นพวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพัง และถ้าไม่ ก็จะเป็นเบลล่าทริกซ์กับเกรย์แบ็คที่เดินไปมาในบ้าน กินอาหารมูมมาม ทิ้งขยะสกปรกไว้ทั่วบ้านและสั่งให้ผมคอยทำตามสิ่งที่พวกเขาต้องการ

ผมจึงหลบออกมา บอกพ่อกับแม่ว่าต้องการขอคำปรึกษาจากผู้ช่วยของผม คนที่พวกเขาเดาว่าคงเป็นสเนป พวกเขาอนุญาตให้ไปได้

ผมตรงดิ่งกลับไปยังฮอกวอตส์ ไม่ใช่เพื่อสเนป แต่เพื่อไปหาห้องต้องประสงค์

ผมอยากกลับไปยืนในทุ่งข้าวบาร์เล่ย์ หันหน้าเข้าหาแสงอันอบอุ่นของดวงอาทิตย์ เสียงหัวเราะร่าของเฮอร์ไมโอนี่ดังมากับสายลม สัมผัสถึงยอดข้าวที่งอกขึ้นสูงจนระฝ่ามือ ร้องเพลงออกมาให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้ ลืมทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่าง

โรงเรียนกลายเป็นสถานที่ที่ผมไม่คุ้นชินไปเสียแล้ว ผมเดินเข้าห้องต้องประสงค์ ว่างเปล่า มีเพียงเก้าอี้ตัวใหญ่และเตาผิงซึ่งไม่ให้ความร้อนตั้งอยู่ด้านใน

ทุกอย่างหายไปแล้ว ทุกอย่าง ทั้งหมดเลย

ผมนั่งลง รู้สึกถึงยาพิษแสบร้อนที่ไหลแล่นอยู่ในกระแสเลือด

เสียงดังคลิ๊กดังขึ้นด้านหลัง ผมหันไปมอง ประตูเปิดออกช้าๆ ผมสูดหายใจ รวบรวมความกล้าไว้

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นกระทบพื้นหิน ผมหายใจเข้าลึก นั่งตัวตรง จ้องมองเข้าไปในเปลวไฟ

สเนปเดินเข้ามายืนข้างๆเก้าอี้ สายตาจ้องมองไปที่เตาผิง ร่างสูงคลุมด้วยชุดสีดำปรากฎแก่สายตาผมจากด้านข้าง เราสองคนไม่ได้พูดอะไรออกไปเป็นเวลานาน

“คุณรู้ได้ไงว่าผมอยู่ที่นี่?” ผมถาม

“ข้อดีของการเป็นอาจารย์ใหญ่” เขาตอบเสียงนุ่ม ลำคอของผมตีบตัน ผมยกมือข้างนึงขึ้นปิดปาก กลั้นน้ำตาเอาไว้ มันอาจง่ายกว่าที่จะซ่อนความรู้สึกไว้จากพ่อ ป้าเบลล่า ผู้เสพความตายคนอื่น หรือแม้แต่แม่ แต่ไม่ใช่กับสเนป เขารู้มากเกินไป

“ผม..ผมไม่ได้..” ผมลดมือลง ริมฝีปากสั่น ลูบต้นแขนของตัวเองด้วยนิ้วโป้ง “ป้าเบลล่าทริกซ์กรีดแขนเธอ แล้วผมก็ไม่ได้..”

“ไม่ได้อะไร?” สเนปคำราม “ทำอะไรโง่ๆที่จะทำให้เธอถูกฆ่าในภายหลังงั้นหรือ?”

ผมหอบหายใจออกทางปาก น้ำตาสองหยดไหลลงบนแก้ม

“ผมไม่น่า

“เธอทำถูกแล้ว” เขายืนยัน “เธออยู่ท่ามกลางฆาตกรที่พร้อมจะฆ่ามิสเกรนเจอร์ได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะเบลล่าทริกซ์ นังนั่นเอาแน่ไม่ได้ หมิ่นเหม่เหมือนขวดยาที่วางอยู่บนขอบโต๊ะ ถ้าเธอลงมือทำอะไรบ้าๆล่ะก็ เลือดจะเป็นจุดจบสุดท้ายของพวกเธอทั้งสองคน” สเนปหายใจเข้า เสียงของเขามั่นคง เยือกเย็น “เธอช่วยเขาเต็มกำลังแล้ว เธอไม่ได้ทรยศพอตเตอร์ เธอถ่วงเวลาพอให้เอลฟ์หาเขาเจอ เธอช่วยทั้งพอตเตอร์ โอลิแวนเดอร์ และเพื่อนของเขาอีกหลายชีวิต โดยการเล่นละครแบบนั้น”

“แต่เฮอร์ไมโอนี่” ผมพูดกลั้นสะอื้น

“เดี๋ยวเธอก็ดีขึ้น” สเนปแทรก “เธอไม่ได้ตาย”

ผมเงียบเสียงลง หลับตา ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา น้ำตาของความผิดหวังและเจ็บปวด ผมเอนศีรษะ พิงเข้ากับแขนของสเนปอย่างหมดแรง

เขาทำเพียงยืนอยู่นิ่งๆ และวางมือซ้ายลงบนศีรษะของผมอย่างอ่อนโยน ฝ่ามือหนักและอบอุ่น ผมปล่อยให้ความอบอุ่นของมันช่วยบรรเทา เหมือนพ่อที่กำลังปลอบลูกชายจากฝันร้าย

“เธอเป็นคนดี เดรโก” สเนปพึมพำ “เธอแค่ต้องรอเวลาอีกนิดเดียว”

ผมไม่ได้ตอบกลับ มันไม่จำเป็น สเนปเข้าใจความรู้สึกของผม และเรื่องจริงที่ว่าตอนนี้มีเพียงคนสองคนที่สามารถตามผมเข้ามาในห้องต้องประสงค์ได้นั้นช่วยบรรเทาความเจ็บปวดลงได้บ้าง มันสร้างเกราะไว้คอยปกป้อง ให้ผมพยุงตัวเองไว้ได้

แค่เวลาอีกไม่นานเท่านั้น..

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฟิคนี้สายหน่วงและดราม่า ชอบความดราม่าบีบหัวใจของมันนี้แหล่ะค่ะ 555 อ่านไปดราม่าไป ชอบทรมาณตัวเองดีแท้

 

//ขอขอบคุณทุกเฟบทุกวิวทุกเม้นทุกผลโหวตนะคะ เห็นมีคนมากดโหวตให้100%หลายตอนแล้ว (แต่ไม่รู้ว่าใคร) ทุกๆคอมเม้นเลยด้วย เราอ่านของทุกคนเลย  เป็นกำลังใจที่ดีเยี่ยมสุดๆไปเลย <3 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 115 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #456 piinkhyun (@piinkhyun) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 15:51
    ไม่เป็นไรนะ t-t
    #456
    0
  2. #360 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 22:17

    เดรโกทำดีแล้ว ทนอีกนิดนะ

    #360
    0
  3. #340 Charlotte.P (@plo-yploy) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 16:24
    เดรโกกก ฮึบไว้นะฮึบไว้
    #340
    0
  4. วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 19:59
    นายทำถูกแล้วมัลฟอย
    #282
    0
  5. #248 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2561 / 13:30
    สงสารทั้งสองง
    #248
    0
  6. #228 PakamasPantum (@PakamasPantum) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2561 / 11:11
    ใจจะขาดดดด😭😭😭😭 แปลดีมากเลยคะ เจ็บปวดแทนเดรโก
    #228
    0
  7. #188 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 19:03
    สงสสารเดรมากเลยย  

    แต่สเนปก็พูดถูกจริงๆ เดรเป็นคนดี
    #188
    0
  8. #159 aabbjgg (@nuttopk625) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 12:43
    ปวดใจมากๆเลย TT
    #159
    0
  9. #131 มาดาม (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 12:56
    สงสารเดรโก สงสารเฮอร์ TT

    กลับมาแต่งต่อให้เสร็จเร็วๆนะคะไรต์ รอๆๆๆๆ
    #131
    0
  10. #130 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 08:49
    สงสารเดรโกจัง เข้าใจความรู้สึกเลย ฮือออ
    #130
    0
  11. #129 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 21:12
    หน่วงจริงไรจริง ;...;
    #129
    0
  12. #128 litter girl (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 20:16
    ปวดตับบบบบบ มาต่อเร็วๆนะคร้าา
    #128
    0
  13. #127 Nezerus Zernep (@bimonna) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 18:33
    ปวดใจแทนเดรโกมากเลยค่ะ ;_;
    #127
    0