(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 15 : 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,956
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 136 ครั้ง
    19 มี.ค. 60

O W E N TM.

VVVVVVVVVVVV

 

วันที่ยี่สิบสอง

เฮอร์ไมโอนี่

 

“ฉันไม่เคยรู้เรื่องเกี่ยวกับควิชดิชอะไรพวกนี้เลย” ฉันพูดขึ้นขณะถือว่าวหักๆและหางยาวๆมองมันไว้เหนือศีรษะ รอให้สายลมพัดมันขึ้นโผบิน พวกเราทั้งสองคนกำลังเดินอยู่ในทุ่ง “ตอนฉันเข้ามาปีแรก ฉันยังทำให้ไม้กวาดลอยขึ้นไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”

เดรโกหัวเราะเสียงดัง

“ไม่รู้เพราะอะไร” ฉันเล่าต่อ “ฉันเสกให้มันบินขึ้นแล้วแท้ๆ”

“เพราะมันรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจแบบนั้นจริงๆ” เดรโกว่า ฉันมองเขาจากทางหางตา เดรโกเดินอยู่ข้างๆฉัน แสงอาทิตย์ในตอนเช้าทำให้ผมสีบลอนด์ของเขาอ่อนลงและดวงตาสีฟ้าส่องประกายเหมือนพลอยสีฟ้าน้ำงาม เดรโกยิ้มให้ฉันอย่างเจ้าเล่ห์ ฉันหรี่ตามองและลดว่าวในมือลง

“แน่นอนว่าฉันต้องตั้งใจสิ” ฉันยืนกราน “ทุกคนก็ต้องอยากให้ไม้กวาดลอยขึ้นมาอยู่ในมือทั้งนั้นแหละ”

“ไม้กวาดรู้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจที่จะบินจริงๆ” เดรโกกล่าว แหงนหน้ามองท้องฟ้า แสงแดดฉายลงมาที่ใบหน้าของเขาจนทั่ว “เพราะงั้นมันเลยไม่เป็นผล”

“ไม้กวาด..รู้ เนี่ยนะ” ฉันสบถ “บินขึ้นสักทีสิ เจ้าไม้กวาดไร้ประโยชน์เอ๊ย”

เดรโกหัวเราะลั่น ฉันเตะต้นข้าวด้วยความโมโห

“งั้นถ้าเธอไม่ชอบควิชดิช ทำไมฉันเห็นเธออยู่บนอัฒจรรย์ทุกทีเลยล่ะ?” เขาถาม

“เพราะว่าทุกคนเล่นควิชดิชแล้วฉันก็ต้องไปดูน่ะสิ” ฉันตอบ เดรโกเลิกคิ้วให้

“รวมถึงในรอบคัดตัวด้วยหรือ?”

ฉันรู้สึกถึงเลือดที่สูบฉีดไปที่ใบหน้า แก้มของฉันค่อยๆร้อนขึ้น ร้อนขึ้นเรื่อยๆ

“ก็..ก็ไปเป็นกำลังใจให้น่ะสิ” ฉันตอบเขา “แฮร์รี่เป็นกัปตันควิชดิชคนใหม่ของบ้านกริฟฟินดอร์นะ”

“เธอไปเพียงเพื่อที่จะดูเขา นั่งบนไม้กวาด บินไปบินมาน่ะนะ?” เดรโกถามต่อ

“ใช่!” ฉันตอบอย่างเขินอาย

“ฟังดูน่าสนใจมาก” เดรโกพูดเสียบเรียบ “ดูเหมือนใครบางคนจะไม่มีการบ้านมากพอให้ทำ”

“วันนั้นโรนัลด์ก็ไปคัดตัวด้วย” ฉันเสริม เดรโกมองฉันอย่างงุนงง

“โรนัลด์?” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย คิ้วขมวดเข้า “อ๋อ เธอหมายถึงวีสลีย์ –เจ้าสมองถั่ว?”

“ใช่ –แต่อย่าเรียกเขาอย่างนั้น” ฉันตอบกลับทันควัน “มันหยาบคาย”

“ฉันไม่เห็นจะสนใจเลยนี่”

ฉันจ้องเขม็งไปที่เดรโก ดวงตาของเขาฉายแววดำมืดเหมือนที่ฉันเคยเห็นเมื่อนานมาแล้ว

“นายมีปัญหาอะไรกับเขาหรือไง?” ฉันถาม เขาขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม และไม่ได้มองมาที่ฉัน

“ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร”

“นายรู้สิ” ฉันยืนยัน “ทำไมนายต้องทำตัวแย่ตลอดเวลาด้วยนะ?”

เดรโกมองมาที่ฉันอย่างเย็นชา

“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ชอบพวกเพื่อนรักของเธอ” เขาเอ่ย “ทำไมถึงคิดว่าจะเปลี่ยนใจฉันได้?”

“เพราะว่า.. เพราะว่าพวกเขาไม่ได้เลวร้ายเหมือนอย่างที่นายคิด” ฉันพูด เดินให้เร็วขึ้นเพื่อที่จะได้ทันเดรโก “แฮร์รี่เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์มากนะ เขาอยู่ข้างๆฉันเสมอ แล้วก็โรนัลด์ –โรนัลด์ทั้งน่ารัก ตลก แล้วก็เป็นคนที่เล่นควิชดิชได้ – “

“โอ้ ไม่ล่ะ” เดรโกกลอกตา

“เขาเป็นเพื่อนที่ดี” ฉันย้ำ เสียงเริ่มขึ้นสูงจากอารมณ์ “ฉันมีความสุขเวลาได้อยู่กับพวกเขา”

เดรโกจ้องหน้าฉันอย่างไม่ละสายตาเมื่อฉันจบประโยค คิ้วขมวด ดวงตาฉายแววเย็นชา ฉันหยุดเดิน และเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองพูดถึงแฮร์รี่และรอนออกไปมากขนาดไหน

“อะไร?” ฉันถาม รู้ว่าตอนนี้แก้มทั้งสองข้างคงแดงจัดแน่ๆ เดรโกมองฉันด้วยสายตาว่างเปล่า เขาขยับเข้ามาใกล้ สายตาของเขาทำให้ฉันเริ่มเหงื่อแตก เดรโกมุ่นคิ้วเข้าหากัน

“เธอชอบเขา”

ฉันกะพริบตา

“อะไรนะ?! ฉัน –ไม่ ไม่มีทาง!

สายตาของเดรโกแข็งกร้าว

“เธอคิดจะโกหกฉันจริงๆหรอ?” เขาถอยหลังกลับไป “ดีเยี่ยมไปเลย ที่ผ่านมาฉันไม่เคยโกหกเธอเลย รู้ไหม ไม่ว่าจะเรื่องไหนก็ตาม ตั้งแต่ที่เราเข้ามาในที่เฮงซวยที่นี่ แล้วเธอก็ดันมาบอกว่าเธอไม่ได้ชอบไอ้ผมแดงสมองถั่วทั้งๆที่เธอชอบมันจนแทบจะขอมันแต่งงานแล้ว” เขาหันกลับไปและเดินห่างออกไปจากฉัน

“แต่งงาน ..? แต่งงานอะไร?” ฉันตะโกน วิ่งตามเขาไป “ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยสักคำ”

“เธอไม่ต้องพูดฉันก็รู้” เขาตะโกนกลับมาโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามอง

“นายพูดเรื่องอะไรกัน?” ฉันตอบกลับไป วิ่งตามหลังเดรโก

“ฉันไม่ได้โง่นะ เกรนเจอร์” เขาคำราม ยังไม่หยุดเดิน “ดูก็รู้แล้ว หน้าเธอแดงขนาดนั้น”

“ฉันไม่ได้ชอบเขา แล้วก็ไม่ได้โกหก” ฉันยืนกราน เริ่มโมโหขึ้นทีละน้อย “รอนเป็นเพื่อนฉัน แล้วฉันก็รักเขา –ในแบบเพื่อน เหมือนที่ฉันรักแฮร์รี่”

“ฉันเห็นในวันคัดตัว คอร์แมค แมคลาร์กเก้น ควรจะเป็นคีพเปอร์ของบ้านเธอด้วยซ้ำ” เดรโกว่า “นิ้วก้อยนิ้วเดียวของแมคลาร์กเก้นยังกันประตูได้ดีกว่าตัวของไอ้สมองถั่ววีสลีย์ทั้งตัวเลย”

“ไม่จริง” ฉันตะโกนสุดเสียง “ฉันรู้ว่าแมคลาร์กเก้นโกงวันคัดตัว –และอย่าว่ารอนแบบนั้นนะ!

“เลิกหลอกตัวเองสักทีเกรนเจอร์” เดรโกหันมาพูดกับฉัน “ฟังเธอพูดสิ –ต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

“ฉันไม่ได้ – “

“งั้นก็เลิกโกหกฉันสักที!” เขากัดฟัน เลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ๆ “บอกความจริงสิ บอกฉันว่าเธอชอบเขาหรือไม่ แล้วก็เลิกทำเหมือนว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักที”

ร่างทั้งร่างของฉันเย็นเฉียบ หัวใจเต้นกระตุกอย่างแรงจนฉันคิดว่ามันจะปะทุออกมาเสียแล้ว เดรโกยังอยู่อิริยาบถเดิม ไม่ได้ขยับหนีไปไหน ดวงตาสีฟ้าเข้มจ้องเข้ามาที่ดวงตาของฉัน ทำให้รู้สึกเหมือนกำลังถูกทะลุทะลวงไปทุกส่วน

“ใช่” ฉันสูดหายใจ กลืนน้ำลาย เสมองไปอีกทาง “ใช่ ฉันชอบเขา พอใจหรือยัง?”

เดรโกไม่ได้ตอบกลับ  ฉันหันกลับไปมองเขา เขากะพริบตา และก้มหน้า มองพื้นดินด้านล่าง

“เขารู้ไหม?”

ฉันขยับตัวเล็กน้อย

“ไม่.. ฉันคิดว่าเขาไม่รู้”

เดรโกเงยหน้าขึ้นมาสบตาฉัน

“ฉันรู้ว่าเธอไม่กล้าบอกเขา –แต่ถ้าเขายังไม่รู้ เขาก็ซื่อบื้อกว่าที่ฉันคาดไว้ซะอีกนะ”

“มัน –มันมองออกง่ายขนาดนั้นเลยหรือ? ” ฉันหน้าซีดเผือด

เดรโกเลิกคิ้ว ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นลมตาย แล้วเดรโกก็หัวเราะเสียงแหลมออกมา

ชัดมากเลยแหละว่าพวกเธอสองคนชอบกัน” เขาตอบอย่างไม่พอใจ “ชัดมาก

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองแทบจะทรุดลงไป ภายใต้สายตาที่จ้องจนแทบจะทะลุของเดรโก แล้วเขาก็หันกลับไป ออกเดินต่อ

“นายกำลังจะไปไหน?” ฉันถาม

“ฉันจะกลับไปอ่านหนังสือ” เดรโกพูดเสียงดัง “ฉันไม่อยากคุยเรื่องไร้สาระแบบนี้กับเธอแล้ว”

หัวใจฉันเต้นกระตุก ฉันกำมือแน่นจนเกือบทำให้โครงว่าวที่เพิ่งซ่อมเสร็จหักอีกรอบ

“นายจะสนใจทำไมว่าฉันจะรู้สึกยังไงกับรอน?” ฉันตะโกนถาม เดรโกหยุดเดิน หันกลับมามองฉันและยักไหล่

“ฉันไม่ได้สน”

แล้วเขาก็หันกลับไป เดินกลับไปที่ต้นวิลโลว์

หัวใจฉันเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบรัดจนแทบแหลก และฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้ร้อง ฉันกลืนน้ำลายหนืดๆลงคอ กลั้นน้ำตาไว้ ฉันหันหลังให้เดรโกและต้นวิลโลว์โง่ๆของเขา โยนว่าวที่ถือไว้ในมือลงพื้น แล้วก็นั่งลง กอดเข่าไว้ในแขนสองข้าง

น้ำตาอุ่นๆไหลซึมออกมา ฉันปาดมันออกไปทันที ถอนต้นข้าวออกไปทีละต้นด้วยความรู้สึกโมโห ฉันหลับตา สายลมที่พัดอยู่ในทุ่งทำให้ฉันรู้สึกเหงาขึ้นเป็นเท่าตัว

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

ฉันนั่งฟังเสียงสายลมอยู่ข้างนอกโพรงต้นไม้เป็นเวลาสักพักแล้ว สมองคิดถึงแต่รอนกับแฮร์รี่ พวกเขาจะเป็นยังไงบ้าง? ฉันอยากกลับออกไปเหลือเกิน

ฉันไม่ชอบเวลาที่ฉันกับเดรโกต้องทะเลาะกันแบบเมื่อกี้เลย

“ฉันรู้ ฉันรู้ เหมือนเดิมอีกแล้ว” ฉันส่งเสียงพูดกับห้องต้องประสงค์ สายลมที่พัดแผ่วดูจะหายเงียบไป ฉันกลืนน้ำลาย

“มันไม่ใช่เรื่องของเขานี่นะ” ฉันพูดต่อ ยังคงรักษาระดับเสียงให้เบาเท่าเดิม “ฉันยังไม่ได้บอกแม่เรื่องรอนเลยด้วยซ้ำ.. ไม่มีอะไรให้ต้องพูดมากนี่” ความจริงประเดประดังเข้ามาอีก ฉันกลืนก้อนสะอื้น เด็ดต้นข้าวขึ้นมาหมุนเล่น สายลมกลับมาพัดแผ่วและทำให้เส้นผมของฉันปลิวไปด้านหลังเล็กน้อย

เดรโกกับฉันเหมือนกัน ไม่มีใครยอมใครในเวลาที่พวกเราทะเลาะกัน เดรโกเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง เขาจะทำตัวเหมือนเป็นคนถูกเสมอ –พวกเราอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหนแล้วในห้องนี้ แล้วฉันจะโกหกเรื่องเล็กๆอย่างที่ฉันจะชอบใครไปทำไมกัน? ถึงฉันจะรู้ว่ามันมากกว่าชอบก็ตาม แต่ในเมื่อยังไม่มีอะไรมายืนยัน ฉันก็หวังจะให้มันเป็นแค่ความรู้สึกชอบ ต่อไป

ไม่ใช่เรื่องปกติหรือที่ฉันจะต้องโกหกเพื่อปิดบางเรื่องเป็นความลับ ถ้าฉันไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องพวกนี้ หรือเรื่องที่ส่วนตัวของฉัน หรือเรื่องที่ฉันไม่เคยคิดจะคุยเรื่องนี้กับเขา

เดรโกจะอยากรู้เรื่องนี้ไปทำไมกัน?

เขาอาจจะอยากเห็นท่าทีของฉันก็ได้ –ก็ตามนั้น เขาคงอยากจะเห็นว่าฉันจะทำยังไง หากเขาจับได้ว่าฉันชอบใคร

ท่าทางของเดรโกทำให้ฉันประหลาดใจ เดรโกทำตัวสงบนิ่งและเยือกเย็นในวันที่ผ่านมา –แต่ฉันสาบานได้ ฉันเห็นความโกรธฉายผ่านแววตาของเขา และความรู้สึกอีกหลายๆอย่าง ความขุ่นเคืองและ ความเสียใจหรือ?

ฉันส่ายหน้า นอนลง มองดูท้องฟ้าและเมฆที่กระจายตัวเป็นจุดๆ ไม่มีทางหรอก แต่ฉันก็บอกไม่ได้ว่าความรู้สึกที่ฉันเห็นในดวงตาของเขาคืออะไร –เดรโกทำได้ดีเสมอเมื่อต้องซ่อนอารมณ์ไว้ภายใต้หน้ากากของความร้ายกาจ เขาใส่หน้ากากนั้น ปิดบังพวกมันทั้งหมด

“ไร้สาระจริง” ฉันส่งเสียงออกมาดังๆ ต้นข้าวพลิ้วไหวไปมาเหมือนกำลังหัวเราะ ฉันขบฟันเข้าหากัน เดรโกโมโหที่ฉันโกหกต่อหน้าเขา และฉันก็ทำเรื่องพวกนี้ได้แย่เสียด้วย โดยเฉพาะตอนที่พวกเราไม่ได้ทะเลาะกันอีกต่อไปและกำลังร่วมมือกัน ฉันคิดว่าพวกเราเริ่มจะเชื่อใจกันมากขึ้นด้วยซ้ำ และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาไม่พอใจ เดรโกไม่ชอบรอนเลยสักนิด –เขาบอกเองว่าเขาไม่สนใจ ไม่ว่าฉันจะชอบรอนหรือไม่ก็ตาม พูดถึงรอน แฮร์รี่ก็เป็นอีกคนที่ชวนให้เดรโกหงุดหงิกเหมือนกัน เฮ้อ..ให้ตายสิ ฉันไม่น่าโกหกเขาเลย

ฉันถอนหายใจยาว แล้วจะทำยังไงต่อไปดีล่ะทีนี้? เดรโกกลับเข้าไปและทิ้งฉันไว้คนเดียวที่นี่ ฉันคงต้องหาวิธีเริ่มพูดกับเขาและขอโทษเขาซะแล้ว ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างใช้ความคิด เสียงต้นข้าวที่พลิ้วไปมาเหมือนกำลังกระซิบอะไรบางอย่าง

พวกเรากำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นกันนะ?

โอ้ ใช่ เรื่องควิชดิช

เดรโกกำลังเล่าให้ฉันฟังอย่างภูมิใจเรื่องที่เขาจับลูกสนิชได้เป็นครั้งแรก ในรอบแข่งขันของเขากับบ้านเรเวนคลอ ตอนปีสอง เขาหัวเราะอย่างสนุกสนานและพูดถึงเรื่องรายละเอียดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นตอนเขาจับลูกสนิชได้ ตอนที่เขายืนอยู่กลางสนามขณะที่ผู้คนส่งเสียงเชียร์ เขาจำมันได้อย่างละเอียด เพราะมันเป็นเรื่องที่ดีที่สุดอย่างนึงในชีวิตของเดรโก

การนึกถึงความทรงจำในตอนนั้นทำให้ฉันรู้สึกเจ็บจุกขึ้นมาที่หน้าอก ฉันน่าจะตั้งใจฟังเขาให้มากกว่านี้ พวกผู้ชายต่างก็ชอบทั้งนั้นเวลาเล่าเรื่องชัยชนะของเขาให้คนอื่นๆฟัง ถ้าตอนนี้ฉันมีลูกควัฟเฟิล หรือป้ายทีมควิชดิช หรือ..

ถ้าหากฉันมีลูกสนิชละก็นะ..

ติ๊ง

ฉันหันหน้าไปหาต้นตอของเสียง แล้วมันก็อยู่ที่นั่น ลูกสนิชสีทอง นอนแอ้งแม้งอยู่ในพื้นหญ้าไม่ไกลออกไป

ฉันได้แต่มองมันอย่างไม่เชื่อสายตา แล้วรอยยิ้มกว้างก็ผุดขึ้นมา ฉันเอื้อมไปหยิบลูกสนิชไว้ในมือ ปีกของมันไม่ได้กางออก ลูกสนิชนอนนิ่งในมือฉัน ส่องแสงสีทองสะท้อนออกมา ฉันลุกขึ้นยืน และเดินกลับไปที่ต้นวิลโลว์

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

ฉันลังเล อยู่หน้าม่านใบไม้ที่บังทางเข้าของต้นวิลโลว์เอาไว้ มือกำๆแบๆอยู่รอบลูกสนิช ฉันสูดหายใจเพื่อเรียกกำลังใจ กัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด และเมื่อพร้อมแล้วก็เปิดม่านใบไม้ออก ก้าวเข้าไปในโพรง

แสงสีทองลูกเล็กๆลอยขึ้นมาเมื่อฉันเหยียบลงไปบนพื้นหญ้า แล้วฉันก็เห็นเดรโก นอนพิงนาฬิกาโบราณที่ตายแล้ว ในมือทั้งสองข้างถือเชอร์ล็อค โฮมส์ เขาไม่เงยหน้ามามองแม้แต่น้อย ฉันกลืนน้ำลาย และกระแอมคอ

“ไง”

ดวงตาสีน้ำแข็งเย็นชาช้อนขึ้นมาสบตาฉันเล็กน้อย แล้วเขาก็กลับไป ให้ความสนใจกับหนังสือต่อ

“หวัดดี”

ไม่มีเสียงตอบรับ

“นายยังโกรธฉันอยู่หรือเปล่า?”

“แล้วทำไมฉันต้องโกรธเธอด้วย?” เขาพูดเสียงเบา

“ไม่รู้สิ” ฉันยักไหล่ “นายดู..หงุดหงิด แล้วฉันก็หงุดหงิดเหมือนกัน แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับนายอีกแล้วนะ”

เดรโกไม่ตอบ ฉันเขยิบเข้าไปใกล้อีก และชูลูกสนิชขึ้นให้เขาดู

“ฉันเจอนี่ในทุ่งข้างนอก”

เขาเงยหน้ามองมันอยู่สักพัก แสงสีทองอ่อนๆส่องสะท้อนกับผิวเรียบลื่นของลูกสนิช เดรโกคลายคิ้วที่เป็นปมออกอย่างช้าๆ ฉันส่งลูกสนิชในมือให้กับเขา

มันส่งเสียงออกมาเบาๆ เดรโกถือมันไว้ในมือข้างขวา ลูกสนิชตีปีกของมันเข้ากับมือของเขา แล้ววินาทีต่อมามันก็กระพือปีกออกอย่างเต็มที่ พยายามจะบินหนี เขากะพริบตา มองหน้าฉัน –ด้วยสายตาที่อ่อนลง

“ฉันขอโทษนะ” ฉันว่า “นายดีกับฉันมาตลอดเลย มันงี่เง่ามากที่ฉันโกหกนายเรื่องเล็กๆแบบนั้น” ฉันสูดลมหายใจเข้าอีก และพยายามพูดต่อ “ฉันชอบรอน ชอบมากๆ ชอบมานานแล้วด้วย” ฉันยิ้มเฝื่อนๆให้เดรโก “แต่โชคร้ายที่เขาคงจะเห็นว่าฉันเป็นแค่เพื่อนเท่านั้นแหละ”

“ฉันไม่แปลกใจหรอก” เดรโกกลอกตา ปล่อยลูกสนิชให้ออกบิน มันวนเวียนอยู่เหนือศีรษะของเขา เดรโกมองมัน หรี่ตาลงเป็นเส้นแคบๆ “เธอชอบวีสลีย์ตลอดเวลาที่ผ่านมาเลยหรอ?”

ฉันมองปลายเท้าของตัวเอง แสงสีทองลอยขึ้นมาเมื่อมันเหยียบลงบนหญ้า

“ก็คงงั้น..”

“แล้วพอตเตอร์..?” เดรโกถาม “เขารู้สึกแย่กับเรื่องนี้ไหม?”

“แฮร์รี่เนี่ยนะ?” ฉันถามซ้ำ

“ฉันคิดว่าพวกเธอสองคนชอบกันซะอีก” เขาตอบ กลับไปสนใจลูกสนิชต่อ

“ก็..ใช่ ฉัน.. บางทีฉันก็คิดว่าตัวเองชอบเขาและเขาก็ชอบฉัน..” ฉันสารภาพ แล้วก็ส่ายหน้า “แต่ไม่ใช่หรอก แฮร์รี่ตกหลุมรักจินนี่ หลุมใหญ่เลยแหละ”

“อ่าฮะ” เดรโกส่งเสียง เขาตีลูกสนิชไปมา และเขาพลาด “พวกวีสลีย์นี่มีอะไรดีหรือไง?”

“พวกเขาน่ารักนะ” ฉันกำลังอธิบาย “ทั้งใจดีแล้วก็..”

“พวกนั้นอาศัยอยู่ในโรงเก็บฟาง”

ฉันหรี่ตามองเขา

“พวกเขาอยู่ในบ้านหลังใหญ่..”

เดรโกเลิกคิ้วและมองหน้าฉัน

“แล้วเธอก็เห็นภาพตัวเอง มีลูกๆผมสีแดงหลายคน ใช้ชีวิตที่เหลือ ถักนิตติ้ง ล้างจาน ทำอาหาร อยู่ในบ้านแคบๆ ส่งมอบหนังสือเรียนและเสื้อผ้าผ่านเป็นรุ่นๆให้ลูกๆคนแล้วคนเล่าด้วยใช่ไหม?” เขาถามอีก “เธอคิดจะอยู่ที่บ้านมันจนตายรึไง?”

“ก็ไม่เห็นจะน่าอายตรงไหน” ฉันตอบกลับ เขายักไหล่และให้ความสนใจลูกสนิชอีก

“ฉันไม่ได้บอกว่ามันน่าอายนะ ฉันแค่จะบอกว่านั่นไม่เหมือนเธอเลยสักนิด”

ฉันไม่พอใจกับคำพูดของเขานัก ฉันกำหมัด และคิดถึงหาคำพูดดีๆที่จะตอบกลับ

“ฉันก็คิดจะอยู่อย่างเรียบง่ายแบบนี้อยู่แล้ว”

“ฉันเชื่อนะ” เขาตอบอย่างไม่ค่อยพอใจนัก “ก็แค่ความคิด

ฉันหน้าแดง –และพูดออกไปก่อนที่จะทันห้ามตัวเองได้

“แล้วอะไรทำให้นายคิดว่านายมีสิทธิมาสั่งให้ฉันทำอะไรตามที่นายต้องการ มัลฟอย นายไม่รู้เลยว่า – “

“เธอควรจะอยู่กับคนที่สูงศักดิ์ เฮอร์ไมโอนี่” เขาแทรก สายตามองมาที่ใบหน้าของฉัน ลูกสนิชยังส่งเสียงหึ่งๆอยู่ข้างหลังเขา “เธอต้องการใครสักคนที่ไม่ได้นั่งซื่อบื้อ และไม่รู้ถึงความรู้สึกของเธอเลยแม้แต่น้อย” เขามองไปที่ม่านใบไม้ “ใครสักคนที่เป็นสุภาพบุรุษ –มองเธออย่างเท่าเทียม เห็นแก่พระเจ้าเถอะ” เขาส่ายหน้า “เธอไม่ได้ต้องการคนที่อยากจะให้เธอเป็นแค่แม่บ้าน ในขณะที่เขานอนอืดอย่างเกียจคร้านสกปรกเหมือนหมู” เขาสบตาฉัน “เธอต้องการผู้ชายที่รู้ว่าจะหาสิ่งที่เขาต้องการมาได้อย่างไร เขาจะทำทุกวิธีทางเพื่อมัน และเขาจะไม่จากเธอไปไหน ไม่มีวัน” เขาลุกขึ้นยืน เดินตรงไปที่ทางออกของโพรงต้น เดรโกทำให้ฉันกลั้นหายใจไว้อย่างไม่รู้ตัว ทำไมกันนะ?

“ฉันจะออกไปเดินละ” เขาตอบ โดยไม่ได้หันมามองด้วย “ขอบคุณสำหรับลูกสนิชนะ” แล้วเขาก็เดินออกไป เสียงของลูกสนิชดังหึ่งๆตามหลัง

 

 

เดรโก

 

น่าหงุดหงิดมาก ให้ตาย ผมหมายถึงเธอนั่นแหละที่น่าหงุดหงิด ผมแทบไม่อยากไปปรากฎตัวให้เธอเห็นตอนนี้เลย แม้แต่เสียงของเธอผมก็ไม่อยากได้ยิน –มันคงทำให้ผมแทบบ้า

ผมเดินตัดทุ่งข้าว ทิ้งต้นวิลโลว์ไว้ด้านหลัง เงี่ยหูฟังเสียงของเธอและดีใจที่ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามมา มีแต่เสียงหึ่งๆของลูกสนิชเท่านั้น

แปลกมากที่เธอเดินเข้ามาหาผม แล้วก็ยื่นลูกสนิชนั่นให้ เธอคิดอะไรอยู่นะ? ห้องต้องประสงค์จะทำแบบนั้นทำไม? หรือว่าลูกสนิชนี่จะมีความหมายบางอย่าง..

ผมส่ายหน้า ห้องบ้าๆนี่ไม่ค่อนจะมีเหตุผลอยู่แล้ว บางทีมันก็ทำให้ผมลืมไปแล้วเหมือนกันว่าพวกเราติดอยู่ในฮอกวอตส์ แล้วก็คิดว่าผมกับเฮอร์ไมโอนี่นั่งกันอยู่ในทุ่งข้าวบาร์เล่ย์นี่จริงๆ ผมชอบมันเหมือนกันนะ เพียงแต่ตอนนี้..

ผมไม่ได้อยากอยู่ที่นี่อีกแล้ว

แต่ก็ไม่ได้อยากออกไปเช่นกัน ผมพึมพำกับตัวเอง ล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกง ผมรู้ว่าถ้าผมออกไป จะมีอะไรที่รอผมอยู่ข้างนอกนั่น

เลือด บาดแผล และการฆาตกรรม

แต่ไม่ใช่ในนี้..

ผมตบลูกสนิชเล่นไปมา มันบินมาส่งเสียงหึ่งๆอยู่ข้างหูซ้าย ผมไม่ชอบใจเลย ทำไมผมต้องไม่พอใจที่เฮอร์ไมโอนี่ไปชอบไอ้งั่งวีสลีย์ด้วย ตอนนี้ ที่ผมกำลังเดินเล่น ผมก็ยังคิดถึงบทสนทนาของพวกเราในตอนนั้นอยู่ ทำไมเราถึงไปคุยเรื่องนั้นกันได้นะ? ผมไม่รู้ว่าผมหวังจะให้เธอตอบตามความจริงที่เจ็บปวด หรือคำโกหกที่สวยงามแบบที่ผมหวังดี?

หวังหรือ? ผมหวังอะไรกัน? แล้วทำไมต้องอยากให้เธอตอบแบบไหนด้วย? ผมแค่โมโหที่เธอโกหกแล้วหลบตาเวลาคุยแค่นั้นแหละ แล้วสำหรับเรื่องนั้น เธอคิดว่าเธอจะหลอกผมได้จริงๆรึไง?

“เธอก็ไม่ได้โง่หรอกที่คิดแบบนั้น” ผมพูดกับตัวเอง เตะหญ้าที่ขึ้นรก เธอโกหกหรือเปล่านะ? หรือแค่คิดไม่ออกว่าจะบอกความจริงกับผมยังไง? แต่มันก็ใช้เวลาไม่นานหลังจากนั้นที่เฮอร์ไมโอนี่จะตามเข้ามาหลังจากที่เธอหายโกรธแล้ว

แล้งทำไมการสารภาพครั้งที่สองของเธอถึงทำให้ผมรู้สึกแย่กว่าเดิมกัน?

ผมเด็ดยอดต้นข้าวไปเรื่อยๆขณะที่เดินไปตามทางและเร่งฝีเท้าขึ้น

ความจริงที่หนักอึ้งและเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็งทำให้ผมรู้สึกเหมือนกำลังถูกทิ่มแทง อย่างเจ็บปวด ลูกสนิชส่งเสียงหึ่งๆและบินวนไปวนมา แต่ผมไม่สนใจ ผมต้องคิดหาคำตอบของเรื่องนี้ให้ออกให้ได้

ผมเคยรู้สึกแบบนี้นะ จริงๆผมก็รู้สึกแบบนี้อยู่ค่อนข้างบ่อยเหมือนกัน และมันแทบจะทำให้ผมกลายร่างเป็นก๊อบลินป่าที่ดุร้ายป่าเถื่อน พร้อมจะขย้ำเพื่อนร่วมชั้นเลย

แต่ไม่ใช่ความรู้สึกหรอกที่ทำให้ผมสับสน เป็นสถานการณ์ต่างหากที่ทำให้ผมคิดแบบนั้น

มันแย่มาก เหมือนโดนแท่งน้ำแข็งแหลมๆทิ่มคอเลยล่ะ ยิ่งเธอพูดถึงพอตเตอร์ด้วยนะ ทำผมให้คิดถึงมัน ไม่ว่าจะเป็นพอตเตอร์ตอนที่เขาได้ขึ้นหน้าหนึ่งในเดลี่ พรอเฟ็ตต์ หรือตอนที่มันได้น้ำยาที่ดีที่สุดของสลักฮอร์นไปไว้ครอบครอง หรือตอนที่มันชนะการแข่งประลองเวทไตรภาคี หรือตอนที่ผมเห็นบรรดาผู้หญิงทั้งหมดหัวเราะคิกคักตอนที่เดินผ่านหน้าพอตเตอร์กับแผลเป็นอันมีชื่อเสียงของเขา และแย่ที่สุดคือตอนที่พอตเตอร์ยืนอยู่กลางสนามควิชดิช ชูลูกสนิชสีทองขึ้นตอนที่เขาชนะในรอบการแข่งควิชดิชระดับโลก

ผมรู้สึกแย่แบบตอนนั้นเลย

แต่ไม่ใช่แค่พอตเตอร์หรอก

วีสลีย์ด้วย

และไม่ใช่แค่เรื่องลูกสนิช

แต่เรื่อง –

ลูกสนิชบินมาอยู่ข้างหน้าผม ส่งเสียงหึ่งๆ ทำให้ผมถอยออกมาจากมันเล็กน้อยก่อนที่มันจะกลับไปที่เดิมของมัน ตรงไหล่ของผม ผมมองมันอย่างสงสัย และมันทำเพียงสะท้อนแสงกลับมา ผมจึงเลิกที่จะสนใจและเดินต่อ

ผมเบื่อที่จะต้องรู้สึกแย่ไปกับพอตเตอร์และวีสลีย์แล้ว แล้วพอคิดถึงวีสลีย์ขึ้นมานั่นก็ทำให้ผมรำคาญขึ้นมาอีก –ไม่รู้ว่าเพราะอะไร ผมไม่ได้อยากคิดถึงมันนะ –เพียงแต่เรื่องนี้มันห้ามไมได้นี่  ไม่ว่ามันจะทำอะไรก็ขวางหูขวางตาผมไปหมด ไอ้สมองทื่อเชื่องช้าวีสลีย์กับไอ้หมูสกปรกพอตเตอร์ ไม่มีใครที่เหมาะสมกับเฮอร์ไมโอนี่สักคน ผมไม่เข้าใจเลยว่าเธอจะเอาตัวเองไปคลุกคลีกับคนพวกนนั้นได้ยังไงตั้งหลายปี! แถมพวกมันยังจะไปชอบคนอื่นซะอีก ลาเวนเดอร์ บราวน์หรือ แหวะ! แถมจินนี่ วีสลีย์ เธอก็น่ารักดี –แต่คงไม่เท่าเฮอร์ไมโอนี่ ทั้งความสวยและความฉลาดนั่นแหละ วีสลีย์กับพอตเตอร์ต้องเป็นพวกตาถั่วแน่ๆ

ผมไม่แปลกใจที่เฮอร์ไมโอนี่จะรู้สึกแบบนั้นกับพวกมัน ก็หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี ผ่านอะไรลำบากๆมาด้วยกัน เธอตกหลุมรักพอตเตอร์ แต่เขาดันไปชอบโชแชงหรือใครก็ตามที่ยิ้มให้เขา แล้วเธอก็ยอมแพ้ –และหันมามองวีสลีย์แทน แต่น่าเสียดาย วีสลีย์สมองทึบเหมือนก้อนอิฐ ยิ่งกว่าพอตเตอร์เสียอีก

ผมหยุดเดิน และหันกลับไปมองต้นวิลโลว์ มันยังยืนตระหง่านอยู่ที่เดิม สายลมตะวันตกพัดมา ทำให้เส้นผมของผมปลิว ผมถอนหายใจ นั่งลง ลูกสนิชหายไปอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ข้างหลังผม ผมวางข้อศอกไว้บนเข่าและเงยหน้ามองดูท้องฟ้า

นี่คงเป็นสิ่งที่ผมต้องการจริงๆสินะ?

ผมนั่งอยู่เป็นเวลานาน หายใจอย่างสม่ำเสมอ หลับตาลงและปล่อยให้ความคิดล่องลอยเหมือนกระแสน้ำโดยไม่ยอมให้อะไรมาปิดกั้น

ผมต้องการแบบนี้จริงๆหรือ?

ผมไม่อยากจะอยู่ใต้เงาพอตเตอร์และวีสลีย์อีกค่อไปแล้ว

ผมไม่อยากจะอยู่ใต้ชื่อเสียงของพวกมันอีกแล้ว

ผมอยากจะเลิกเปรียบเทียบตัวเองกับพวกมัน ผมอยากจะมีคุณค่าในตัวเอง ไม่ใช่เพราะชื่อเสียงเงินทองของครอบครัวผม

ผมอยากจะทำในสิ่งที่พวกมันควรจะทำ แต่ไม่ได้ทำ

ผมอยากจะทำ ไม่ใช่เพื่อดูถูกพวกมัน แต่เพราะมันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ผมเห็นข้อผิดพลาดของพวกมัน –ผมรู้ว่ามันพลาดอะไรไป และสิ่งที่ผมเห็นก็ทำให้ผมรู้ว่าตัวผมเองไม่ได้ต่างอะไรกับพวกมันเลย สิ่งที่ผมเห็นทำให้ผมมีพลัง ไม่ใช่พลังที่มากกว่า แต่เป็นพลังที่แตกต่าง เหมือนการทำลายล้างระหว่างไฟป่ากับการถล่มของหิมะจากภูเขาสูง พลังอำนาจของผมเอง

เพื่อทำอะไรสักอย่างที่ดีขึ้น

ผมอยากจะช่วยพอตเตอร์ และวีสลีย์

ผมต้องการเฮอร์ไมโอนี่

ผมลืมตาขึ้น

ลูกสนิชบินมาอยู่ตรงหน้าผม มันอยู่กับผมมาตลอดเวลา ตามผมมาตลอด และส่งเสียงหึ่งๆ ไม่ว่าผมจะปัดมันออกไปกี่ครั้ง มันก็ยังติดตามมาอย่างภักดี และมันยังอยู่ที่เดิม ราวกับกำลังให้กำลังใจยังไงไม่รู้

ผมถอนหายใจ หัวใจเต้นกระตุก ผมเอื้อมมือขวาออกไปแตะมันอย่างช้าๆ ลูกสนิชบินถอยกลับไป ผมหยุดนิ่ง แล้วมันก็บินเข้ามาหาทีละน้อย ทีละน้อย ผมยื่นออกไปจนสุดแขน ลูกสนิชยังลอยอยู่ที่เดิมในอากาศ และมีเพียงปีกของมันที่ขยับ แล้วมันก็ตรงเข้ามาหาผม ผมกลั้นหายใจ มันบินมาอยู่ในมือขวาของผม และเก็บปีกของมัน เหมือนนกที่บินกลับรัง ลูกสนิชอุ่นๆนิ่งอยู่ในกำมือ แล้วผมก็ลุกยืนขึ้น

สายลมพัดแผ่ว เหมือนกำลังต้อนรับผม ผ่านเสื้อและเส้นผมของผม ผมสูดหายใจลึก หันหน้าไปทางต้นวิลโลว์ มองมันอย่างแน่วแน่และค่อยๆเดินกลับไปหามัน และเธอ ทีละก้าว ทีละก้าว

 

 

 

วันที่ยี่สิบสาม

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

“หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด –ดีมาก!” เดรโกพูดเสียงดัง เขาถอยหลังออกและลดดาบลง เสยผมที่ปรกหน้าออก ฉันถือดาบไว้ในมือให้มั่นคงและส่งยิ้มอย่างดีใจไปให้

“ฉันว่าฉันทำได้ดีขึ้น” ฉันบอกอย่างพอใจ เขายิ้มกลับมาแทบคำตอบ

“ก็เพราะว่าเธอมีครูสอนที่ดีน่ะสิ เธอก็รู้ –ถูกไหม “

“อ๋อ รู้แน่ล่ะ” ฉันกลอกตา และหัวเราะ “แล้วเมื่อไหร่ที่นายพร้อมเรียนรู้อะไรใหม่ๆก็บอกด้วยแล้วกันนะ”

“โอ้โห” เดรโกส่งเสียงล้อเลียน “เธอคิดว่าเธอจะสอนฉันได้แล้วงั้นสิ?”

“ฉันรู้ว่าฉันทำได้แน่” ฉันตอบกลับโดยใช้น้ำเสียงล้อเลียนเช่นเดียวกับเขา “ก็นายบอกเองว่าฉันเรียนได้ไว”

“งั้นก็ดี เอาล่ะ เกรนเจอร์ –มาดูกันดีกว่าว่าเธอจะมีฝีมือสักแค่ไหน” เขายืนท่าเตรียมพร้อม ยกดาบขึ้น และรอให้ฉันพุ่งเข้าไปหา

พวกเราไม่ได้ทำตามสูตรสักเท่าไหร่ –เหมือนจะฟันไปมั่วๆตามที่สัญชาตญาณบอกมากกว่า ดาบไม้สองเล่มกระทบกันอย่างไม่หยุดหย่อน เดรโกทำให้ฉันต้องก้าวถอยหลังเรื่อยๆ เขาแข็งแรงเกินไป และยังฝีมือดีกว่าฉัน จนกระทั่ง –

เขาปัดดาบของฉันออกครั้งนึง และอีกครั้งนึง ฉันถอยหลังและทำให้ดาบไม้ของฉันฟาดไปที่ข้อมือขวาของเดรโก

แคร๊ก

“โอ้ย!” เขาสะดุ้ง สีหน้าเจ็บปวดและปล่อยดาบ สะบัดมือไปมา

“โอ้!” ฉันร้องอย่างตกใจ ทิ้งดาบของตัวเองลงและรีบวิ่งไปหาเขา “ฉันขอโทษ ฉันขอโทษนะ!

“ไม่ เป็นความผิดของฉันเอง” เขากัดฟันทน มือซ้ายกุมมือขวาไว้ “ฉันไม่น่าฟันลงมาแรงเกิน – “

“ให้ฉันดูหน่อย”

“ไม่ ฉันไม่เป็นไร”

“อย่าทำตัวเป็นเด็กๆน่า ให้ฉันดูหน่อย”

“เฮอร์ไมโอนี่ – “

ฉันเอื้อมมือออกไปแตะข้อมือเขา แต่เดรโกชักกลับเหมือนจะบอกว่า ดูได้แต่อย่าจับ

“เห็นไหม ไม่มีอะไรหรอก” เขาเริ่ม แต่สภาพของมันทำให้ฉันต้องเอามือปิดปากอย่างตกใจ ข้อนิ้วของเขาบวมแดง รอยช้ำสีม่วงปรากฎบนบริเวณที่ฉันคิดว่าเป็นเส้นเลือดของเขา

“ไม่ใช่ไม่มีอะไรสักหน่อย!” ฉันว่าอย่างตกใจ “ฉันทำนายบาดเจ็บ!

“ฉันเคยเจ็บกว่านี้มาแล้วและก็รอดมาได้ โอเคไหม?” เดรโกว่า “เลิกทำเหมือนเรื่องใหญ่เสียที”

เขาคงจะทั้งเจ็บและโกรธฉันไปด้วย นั่นทำให้ฉันรู้สึกไม่ดีเลย บางทีฉันอาจจะต้อง –

“นายอยากให้ฉันช่วยให้มันดีขึ้นหน่อยไหม?” ฉันถาม เดรโกมองหน้าฉัน

“เธอจะทำอะไร?”

ฉันเอียงคอ พยายามทำดูน่ารักและอ่อนโยนมากที่สุด

“นายคิดว่าพวกเกิดจากมักเกิ้ลที่แสนรู้ไปซะทุกเรื่องอย่างฉันจะทำอะไรล่ะ? เอามือมานี่สิ” ฉันยื่นมือออกไป เขาลังเล แต่ก็ยอมส่งมือสั่นๆของเขามาให้ฉัน เดรโกคงจะช็อคกับอาการของมัน ฉันสำรวจดูอย่างรวดเร็ว และจูบลงไปตรงแผลของเขา

เดรโกสูดหายใจ และหัวใจของฉันเต้นผิดจังหวะไปวูบนึง –ฉันเงยหน้า เดรโกกำลังมองมาที่ฉัน ใบหน้าขึ้นสีแดง แล้วก็ –

เขาก้มลงไปมองที่ข้อมือ และฉันก็ทำตาม รอยบวมแดงจางหายไปอย่างรวดเร็ว รวมถึงรอยช้ำสีม่วงน่ากลัวด้วย มือขาวซีดของเดรโกกลับเป็นปกติดีเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ฉัน.. ฉันไม่ยักรู้จักวิธีนี้มาก่อน” เขาพูด ฉันกลืนน้ำลายอย่างช้าๆ เดรโกค่อยๆยกมือของเขากลับไปก้มลงไปหยิบดาบ แล้วเขาก็ยืนขึ้น ตัวตรง มองหน้าฉัน

“นั่นเป็นวิธีของพวกมักเกิ้ลหรอ?”

“เอ่อ..” ฉันคิดหาคำอธิบาย เดรโกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ และหันหลังเดินกลับไปที่ต้นวิลโลว์ “ฉันจะกลับแล้ว ไปจัดของที่เธอทำรกๆให้เป็นระเบียบซะ”

ฉันกะพริบตา และวิ่งตามหลังเขา

“ฉันไม่ได้ทำรก –ฉันกำลังจัดระเบียบต่างหาก “

“เหมือนกันนั่นแหละ”

“ทำไมนายต้องเถียงทุกคำที่ฉันพูดด้วย”

“เปล่านี่”

“เดรโก มัลฟอย!” ฉันตะโกนใส่เขา

และสิ่งที่เขาทำคือส่งเสียงหัวเราะกลับมา

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

 

“ก็ดูเหมือนจะรก..นิดนึง” ฉันยอมรับ กวาดสายตาไปทั่วโพรงต้นไม้ และสิ่งของของพวกเรา หมอนสองใบ ผ้าห่มผืนใหญ่ น้ำแข็งสามกอง ดองดาฟโฟดิล (ที่ไม่ได้เหี่ยวแห้งเลยตั้งแต่ฉันเก็บมา) ไพรด์แอนด์พรีจูดิต เชอร์ล็อคโฮมส์ กระดานหมากรุก และตัวต่อ500ตัว กระดาษใช้แล้ว ดาบไม้สองเล่ม (อันนึงหักครึ่งท่อน) ลูกสนิช และนาฬิกาคุณปู่ พวกมันต่างทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่าพวกเราอยู่ในนี้นานกันแค่ไหนแล้วนะ เหมือนพวกเราได้อาศัยอยู่ในโพรงต้นไม้นี้อย่างถาวรไปเสียแล้ว..

มุมโปรดของเดรโกใกล้กับนาฬิกาคุณปู่ มีหมอนสีขาวของเขา ซุกอยู่ระหว่างรากไม้สองอันและวางทับด้วยหนังสือสองเล่มที่เขายึดไว้เองแล้ว กับกล่องดินสอของเขา ดาบไม้วางอยู่ข้างๆกัน เขายัดกองน้ำแข็งที่ไม่ใช้แล้วไว้ในนาฬิกา และตอนนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับการผูกสายป่านของว่าวเข้ากับม่านใบไม้ ขณะที่ลูกสนิชส่งเสียงหึ่งๆอย่างมีความสุขอยู่รอบๆ ตรงกลางของห้องมีกระดานหมากรุก เหมือนอาณาเขตแบ่งแยกพื้นที่ ด้านสีดำอยู่ฝั่งเขาและสีขาวอยู่ฝั่งฉัน กระดานเกม500ตัววางอยู่ใกล้ๆ ฝั่งของฉันมีหมอนจากบ้านสลิธีรีนและผ้าห่ม ที่ถูกพับอย่างเรียบร้อย ดอกดาฟโฟดิลอยู่ข้างๆกระดานและดินสอสี ดาบของฉันวางอยูข้างหมอน สีที่ทำให้ห้องดูรกคือดินสอสีสัก24แท่งที่กระจัดกระจายอยู่เต็มหญ้า ดอกไม้สีขาวดอกเล็กๆขึ้นแซมเต็มไปหมด ฉันนั่งลงบนพื้น ไขว้ขา และมองดูรูปภาพ

“ฉันไม่อยากจะต่อมันกลับเข้าไปในหนังสือเลย” ฉันพึมพำ “แต่ก็ไม่อยากทำมันหาย..”

“แล้วเธอเอามันไว้ไหน?” เขาเอ่ยถาม ขณะผูกสายป่านเข้ากับเถาวัลย์ ฉันยักไหล่

“ฉันโยนออกไปแล้วอะ”

“อ๋อ ข้างนอก” เขาส่งเสียงเหมือนแอบขำ

ฉันขมวดคิ้ว เดรโกหันหลับมาและวางมือไว้บนสะโพก เขามองมาที่ฉัน และสิ่งของในห้อง

“เธอรู้ไหมว่าตัวเองต้องใช้อะไร?” เขาพูด “ตัวหมุดติดกระดาน”

“หะ?” ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ เดรโกพยักหน้าให้

“ตัวหมุด ที่เอาไว้ติดกับกระดาน ทั้งกล่องเลย จะได้ติดรูปพวกนี้ไว้ เธอจะได้มองมันไว้ทั้งวันแล้วก็ไม่ทำมันหาย – “

แกร๊ง

“โอ้ย!

เดรโกกุมศีรษะเหมือนถูกอะไรหล่นใส่ มันตกลงบนพื้น ฉันลุกขึ้น เดรโกเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา มือยังลูบๆตรงหน้าผาก เขาเขย่ากล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆนั่นและมันส่งเสียงตอบกลับมา เดรโกเปิดมันออก และยิ้มอย่างภูมิใจ

“นั่นอะไร?” ฉันถาม

เขายิ้มกว้าง เดินเข้ามาใกล้และส่งมันให้ฉัน

“หมุด” เขาตอบ ฉันยิ้มรับ

“นายมันอัจฉริยะ”

“รู้น่า เธอไม่ต้องย้ำหรอก”

“หุบปากน่ะ” ฉันหลุดหัวเราะ และเริ่มจัดการกับรูป เริ่มจากมังกรของเดรโก

 

 

เฮอร์ไมโอนี่

 

“เธอเคยสงสัยไหมว่าเวทย์มนต์ในนี้มันทำงานยังไงกัน?” เขาถามขณะที่ฉันปัดหมุดลงไปบนรูปสุดท้าย –ดอกดาฟโฟดิลของฉัน –บนต้นไม้เหนือที่นอน  ฉันกอดอก สำรวจดูต้นไม้ที่ถูกตกแต่งด้วยรูปเรียบร้อยแล้ว

“ไม่รู้สิ” ฉันเอ่ย หรี่ตาลง “แต่ฉันรู้ว่ามันนำปัญหามาให้ฉันตลอดเลย”

เดรโกหัวเราะน้อยๆ หยิบรูปที่เขาวาดรูปหนึ่งขึ้นมาให้ฉัน –เป็นรูปของฮอกวอตส์

“ฉันไม่ได้หมายถึงว่าทำไมมันถึงไม่ให้เราออกไป –ฉันหมายถึงทำไมเวลาที่เราคิดถึงอะไรสักอย่าง สิ่งนั้นจะปรากฎออกมาต่างหาก”

ฉันมองหน้าเขา

“นายหมายความว่าไง?”

“ฉันสังเกตมันมานานแล้ว ดูนี่นะ” เขาพูด กวาดสายตาไปที่รูปภาพ แล้วนั่งลงในที่ประจำ ลูกสนิชบินเข้ามาหาเดรโก ปีกของมันหุบ นอนนิ่งอยู่ในอุ้งมือ เขาเงยหน้ามองฉัน “เธอไล่ฉันไปอ่านหนังสือแล้วเจ้าพวกนี้ก็หล่นลงมา” เขาชี้ไปที่เชอร์ล็อคโฮมส์ “แต่นี่เป็นสิ่งที่เธอขอออกมาให้ฉัน ไม่ใช่สิ่งที่ฉันขอกับห้อง”

ฉันขมวดคิ้ว

“เล่าต่อสิ”

“แล้วนี่.. มาดูนี่สิ” เขากวักมือเรียกให้ฉันเข้ามาใกล้ๆ บมือลงบนพื้นหญ้าข้างๆ “ฉันอยากรู้ว่าเธอจะว่าไงกับของพวกนี้”

ฉันลังเล ก่อนจะยอมเดินเข้าไปหาและนั่งลง เขายืดตัวตรง ไขว้ขา มองหน้าฉัน แล้วก็เอนตัวเข้ามา วางข้อศอกไว้บนเข่า เดรโกมองตาฉันด้วยสายตาที่จริงจัง

“ดอกดาฟโฟดิลกับว่าวของเธอ ฉันยอมรับว่าฉันเป็นคนขอดอกดาฟโฟดิลไห้เธอเอง แล้วฉันก็คิดว่าเธอคงจะขอว่าวให้ฉัน” เขาวางมือลงบนหน้าอกและเลิกคิ้ว “ถูกไหม?”

“ก็คงงั้น.. แล้ว..?” ฉันพูด อยากรู้ว่าเขาจะพูดอะไรต่อ เดรโกยิ้มออกมาอย่างจริงใจ

“แล้วเมื่อกี้นี้ ฉันก็ขอตัวหมุดทั้งกล่องนั่นให้เธอ ก่อนที่มันจะหล่นลงมาใส่หัวฉัน”

“นายกำลังจะสื่ออะไร?”

“ฉันกำลังจะบอกว่า..” เขาขยับเข้ามาใกล้อีก เหมือนกำลังจะบอกความลับ “เราจะขออะไรก็ได้ เพียงแต่มีข้อแม้ว่าจะต้องขอมันให้กับอีกฝ่าย

“เป็นไปได้นะ” ฉันเห็นด้วย พยักหน้ารับ “แต่ไม่ใช่ว่าต้องเป็นสิ่งของที่พวกเราต้องการจริงๆ เท่านั้นหรอกหรอ?”

เดรโกยักไหล่

“ก็นะ ฉันไม่ได้ต้องการหนังสือเพื่อที่จะมีชีวิตรอดนี่ แต่มันก็ทำให้ฉันใจเย็นลงได้ ช่วงหนึ่ง แล้วเธอก็ไม่ได้ต้องการดอกไม้เพื่อที่จะ – “

“ต้องสิ” ฉันว่า ยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เดรโกหัวเราะออกมา

“เอางั้นก็ได้ –แต่ฉันว่าที่นี่เหมือนกำลังลองใจฉันว่ากำลังคิดอะไรอยู่ ดูของพวกนี้สิ! ของของฉันไม่ใช่สิ่งที่ฉันขอกับมันเลย ของของเธอเองก็เหมือนกัน ยกเว้นหมอนกับผ้าห่มของเธอล่ะนะ ในเมื่อฉันยกให้เธอเอง”

“จริงด้วย” ฉันตอบรับข้อสันนิษฐาน

“ฉันเลยคิดว่า..” เขาเริ่ม ดวงตาวาวเป็นประกาย “เธอลองขออะไรสักอย่างให้ฉันสิ”

“หะ –อะไรนะ?” ฉันร้องอย่างงุนงง

“เอาสิ” เขาย้ำอีก “ฉันอยากจะเห็นเหมือนกันว่าเธอจะเอาอะไรมาให้”

“ฉัน..เอ่อ ฉัน..ไม่รู้สิ..” ฉันทั้งงงทั้งสับสน

“แต่ฉันรู้นะว่าจะขออะไรให้เธอ” เขาว่า “ฉันจะลองดู”

ฉันมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

“อะไรของนายเนี่ย?”

“ฉันจะขอที่คลุมผมให้เธอ ลมพวกนี้ชอบทำให้ผมยาวๆของเธอปลิวปรกหน้าอยู่เรื่อย ตอนฟันดาบน่ะ แล้วเธอก็ชอบโทษลมฟ้าอากาศพวกนี้เหลือเกิน”

“ฉันไม่ได้ – “

“แต่คงไม่ใช่ว่าจะเป็นที่คลุมอันไหนก็ได้” เขาว่าอย่างใช้ความคิด เหม่อมองออกไป “ฉันรู้ว่าถ้าเป็นแบบของโรงเรียนคงจะน่าเบื่อเป็นบ้า”

“ฉัน.. เดี๋ยวนะ ฉันบอกนายตั้งแต่เมื่อไหร่?”

เขาสบตาฉัน แล้วก็ดีดนิ้ว

“ฉันรู้ละน่า”

“หะ –“

แล้ววินาทีต่อมา แสงสว่างวาบก็ปรากฎขึ้นบนท้องฟ้า และมันก็ตกลงมาบนหน้าตักของฉัน ฉันสะดุ้งอย่างตกใจ ยางมัดผมสีดำที่สวยที่สุดที่ฉันเคยเห็น ตกแต่งด้วยเพชรกับดอกไม้สีเงินวางอยู่ ฉันหยิบมันขึ้นมา –น้ำหนักเบาและสะท้อนแสงอยู่ในมือ

“ฮ่า..” ฉันแทบหยุดหายใจไปชั่วขณะ “นั่นมัน.. น่ารักมาก!

“หวานไปหน่อยสำหรับผู้หญิงเล่นกีฬาฟันดาบนะ ฉันว่า” เดรโกยักไหล่ “แต่ยายของฉันชอบแบบนี้มาก –แม่ของฉันก็เคยพูดถึง”

“เพราะมันสวยมากไงล่ะ” ฉันสูดหายใจ นี่เป็นของคุณยายมัลฟอย ฉันไม่เคยได้อะไรที่สวยงามและราคาแพงขนาดนี้มาก่อน..

“ใช้มันสิ” เดรโกเร่ง

“ฉัน..เอ่อ..” ฉันสอดมือเข้าไปข้างใต้เส้นผม คงจะง่ายขึ้นถ้ามี–

“นี่” เดรโกหยิบอะไรบางอย่างขึ้นมาจากพื้นหญ้า และยื่นมาให้ฉัน กระจกสีเงิน มันทำให้ฉันหน้าแดง มองเงาของตัวเองสะท้อนกลับมา

“ตามใจแบบนี้ฉันก็แย่สิ” ฉันพูด และหยิบกระจกมาจากมือเขา “กระจกนี่มัน – “

“งั้นเธอลองคิดอะไรสักอย่างให้ฉันบ้างสิ” เดรโกเสนอ เขากำลังนอนลง เอามือท้าวคาง มองฉันอย่างหลงตัวเองและคาดหวัง ฉันส่งเสียงในลำคอตอบ ยิ้มบางๆให้ แล้วหยิบยางขึ้นมามัดผม ส่องกระจกดูให้เรียบร้อย เงาของดอกไม้เงินและเพชรสะท้อนกลับมาดูสวย งดงาม และฉันก็เพิ่งรู้ตัวว่าเขามองฉันอยู่ตลอดเวลา

“มองอะไร?” ฉันถาม เดรโกกระพริบตาและกระแอมในลำคอ

“เปล่า –ฉันก็แค่กำลังรอ”

ฉันรู้สึกว่าหางคิ้วกระตุก ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะทำแบบนี้ให้ –ฉันกอดกระจกของเขาไว้ในอ้อมแขนและคิดถึงสิ่งที่เดรโกอยากจะได้

“อืมม.. เดรโก มัลฟอยจะต้องการอะไรน้อ..?”

แล้วอะไรบางอย่างก็ขยับ –อยู่ข้างหลังของเขา เดรโกและฉันหันไปมอง

“อะไรน่ะ?” เขาเอี้ยวตัวกลับไป

โคมไฟตั้งพื้น ทำจากทองเหลือง ทรงโค้ง ที่งดงามที่สุดถูกวางอยู่ในพงหญ้า ฉันเคยเห็นมัน ในคาบเรียนวิชาเกี่ยวกับปราสาทโบราณ เดรโกลุกขึ้นนั่ง

“เฮ้! นั่นยอดมากเลย!” เขาพูด แล้วตะเกียงก็ติดไฟ ส่องแสงสีทองอ่อนๆลงมาในที่ๆเดรโกมักจะนั่งอ่านหนังสือ

“ทีนี้ฉันก็ไม่ต้องเสี่ยงจะตาบอดจากการอ่านหนังสือในแสงสีฟ้าแล้ว” เดรโกว่า มองพิจารณามัน

“เราก็ไม่อยากให้นายตาบอดหรอก” ฉันยิ้ม เดรโกหัวเราะสั้นๆ หันไปชื่นชมมันอีก –

และลูบมือไปบนผ้าห่มขนแกะสีดำที่ปราณีตที่สุด ถูกพับอย่างเรียบร้อย และวางอยู่ข้างๆ

ฉันยกมือปิดปากอย่างตกใจและดีใจ เดรโกเบิกตากว้าง มองหน้าฉัน เขาหยิบผ้าห่มออกมา คลี่มันให้กาง ตราสีเงินของสลิธีรีนปรากฎบนผ้าห่ม เขาหัวเราะลั่น ดูมีความสุขอย่างที่สุด แล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน กางผ้าออกจนสุดเหมือนปูเสื่อ นั่งลงบนผ้า ห่มมันไว้รอบขาและหยิบเชอร์ล็อค โฮมส์ขึ้นมา

“เพอร์เฟคที่สุดเลย” เดรโกว่า เขานอนลงและเปิดหนังสืออ่าน “ฉันรู้แล้วล่ะว่าฉันอยากได้อะไรต่อ”

“จริงหรอ?” ฉันกล่าว เขาพยักหน้าให้

“ฉันอ่านเรื่องสัญลักษณ์ทั้งสี่ไปได้สักสองสามหน้า” เขาพูด “ทำให้อยากจะสูบไปป์ขึ้นมาเลย”

“นายไม่อยากหรอก!” ฉันหัวเราะ “มันแย่สำหรับนายนะ!

“ไม่นะ –ปู่ของฉันก็สูบและเขาอยู่ได้ตั้งหนึ่งร้อยกับหกสิบปี” เดรโกเถียง “เธออ่านมันไม่ได้หรอกถ้าไม่มีไปป์น่ะ ฟังนะ” เขากระแอมคอให้โล่ง ยกหนังสือขึ้นมา และกดเสียงให้ต่ำแบบสำเนียงลอนดอน ทำท่าเหมือนกำลังโบกไปป์ขณะอ่านหนังสือไปด้วย “เธอจะไม่ได้ใช้บทเรียนที่ฉันสอน” เขาส่ายหน้า “ฉันบอกเธอไปกี่หนแล้วตอนที่เธอกำลังจะทำให้มันเป็นไปได้ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม มันอาจจะไม่มีทางเกิดขึ้น พวกเรารู้ว่าเขาไม่ได้เข้ามาทางหน้าต่าง หรือประตู หรือระเบียง พวกเรายังรู้ด้วยว่าเขาไม่มีทางจะถูกขังในห้องแน่” เดรโกหันมามองฉันเย็นชา “แล้ว.. เขามาไหม?”

ฉันหัวเราะออกมาเสียงดังกับท่าทางเลียนแบบของเดรโกและคำพูดท่อนสุดท้ายของเขา

“ต่อสิ ต่อสิ” ฉันสั่ง ยกหมอนสลิธิรีนขึ้นมากอดไว้ใต้คาง

“จะดีหรอ?” เขาลังเล ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ

“ใช่ อ่านต่อเลย!

“ฉันคิดว่าเราน่าจะเริ่มตั้งแต่ต้นเรื่อง ไม่งั้นเธอจะงงว่าเรากำลังพูดเรื่องอะไร” เขามองฉันอยู่สองสามรอบเหมือนกำลังดูท่าที ฉันยิ้มให้ เขาหัวเราะน้อยๆ ส่ายหน้า และเปิดหน้าหนังสือย้อนกลับไป เดรโกกระแอมคออีก

สัญลักษณ์ทั้งสี่ บทที่หนึ่ง กฎแห่งการลดทอน” เขาอ่านออกเสียง “เชอร์ล็อคโฮมส์หยิบขวดขึ้นมาจากหิ้ง และเข็มฉีดยาที่วางอยู่บนหนังแพะนิ่ม..”

 

 

เดรโก

 

 

เฮอร์ไมโอนี่กำลังนอน  ไม่ไกลจากผมนัก เธอขดตัวและห่มผ้าจนแทบมิด ก่อนจะผล็อยหลับไป เราอ่านสัญลักษณ์ทั้งสี่จบและเริ่มเรื่องความอื้อฉาวในโบฮีเมียต่อก่อนที่เธอจะเริ่มง่วง ผมคิดว่าประโยคสุดท้ายที่เธอได้ยินคือ “ด้วยกระดาษและเส้นลวด เธอจะสร้างปีกของเธอเองได้..” ผมคิดว่าเธอน่าจะกำลังฟัง แต่ผมคงคิดผิด

ผมขยับหมอนให้เข้าที่ ปิดหนังสือ วางมันไว้ข้างๆลูกสนิช ผมมองเฮอร์ไมโอนี่อย่างไม่อยากละสายตา และเห็นยางรวบผมที่เป็นประกายสีเงินบนผมสีเข้มของเธอ แสงสีฟ้าอ่อนๆและแสงจากโคมไฟทำให้ทุกอย่างดูนุ่มนวล ภาพที่เห็นทำให้ผมยิ้มออกมา

ผมคิดถูกเกี่ยวกับเวทย์มนต์ของห้องนี้ จากทฤษฎีของผมได้ถูกยืนยันโดยการพิสูจน์แล้ว ผมรู้แล้วว่าจะขอสิ่งของต่างๆจากภายในนี้ได้ยังไง

หรืออาจจะรู้

ผมยังต้องใช้อะไรอีกบางอย่างก่อนจะดำเนินการตามแผน และผมคงจะต้องไว้ใจในพลังอำนาจอันมหาศาลของมัน

ผมเอื้อมมือขึ้นไปปิดไฟ และลงมานอน มองดูแสงสีฟ้าบนยอดต้นวิลโลว์

“ฉันต้องใช้ความช่วยเหลือของแกอย่างใหญ่เลยล่ะ” ผมกระซิบกับต้นไม้ “ได้โปรด ช่วยฉันด้วย”

แต่ไม่มีใครตอบกลับ มีเพียงเสียงสายลมข้างนอกที่พัดไกลๆเหมือนกำลังหัวเราะ และเสียงนั้นทำให้ผมยิ้มออกมา เอนหลังลงบนหมอน และหลับไปก่อนที่ผมจะรู้ตัว

 

 


 

 

 

 

 

 

 

เดรโกเหมือนจะมาเสนอขายตัวเองหรือเปล่าจ้ะ ตอนที่บอกว่าเฮอร์ไมโอนี่ต้องการผู้ชายแบบไหน แหม๊ สูงศักดิ์ ร่ำรวย และรู้ว่าจะได้สิ่งที่ต้องการมายังไง ถถถถถ เมื่อไหร่จะรู้ตัวสักทีน้า

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 136 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #466 Angels cry (@junelove-sakusa) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:35

    ไม่ค่อยอวยตัวเองทำไรเลยยย 555

    #466
    0
  2. #437 N_Ahgase&Army (@0804452409) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 17:10
    ขายเก่งมากก ไม่บอกเธอไปเลยหล่ะว่าเธอคู่ควรกับเดรโก เท่านั้น
    #437
    0
  3. #390 WellKudes (@galip_po455) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 21:23
    ขำตอนที่เดโกรพยายามบอกว่าเธอเหมาะกับคนสูงศักดิ์มากกว่า งู้นงี้ เข้าตัวเองหมดเลย เดรโก๊ววว อย่างนี้ก็ได้เหรอค้าบ555555555
    #390
    1
  4. #379 Swip_cy (@zigetab3v) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 23:58
    ผู้ชายสูงศักดิ์ที่ว่านี่นั่นนานเลยนะเดรโก มัลฟอย แล้วที่ไปหงุดหงิดเพราะหึงเขายังไงล่ะ แต่ก็ละมุนมากๆเลยนะตอนเฮอร์ไมโอนี่จูบมือ แบบละมุนมาก รู้ความรู้สึกตัวเองกันเร็วๆนะ♡
    #379
    0
  5. #354 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 21:53

    เดรโกหึงก็บอกว่าหึงสิจ้ะ ฟอร์มจริงไรจิง

    #354
    0
  6. #328 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 00:02
    หึง สะกดงี้ร่ะ ว่าแต่เดรโกจะทำอารายย
    #328
    0
  7. #308 BeamLightyear (@BeamLightyear) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 00:59

    อยากให้ติดไปด้วยกันนานๆ เลย

    #308
    0
  8. วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 16:52
    มาจูบมงจูบมือ เขินมั้ยล่ะเดรโก55555555 ไปหึงเขาอีก รู้ความรู้สึกตัวเองได้แล้วลูก555555
    #271
    0
  9. #242 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 03:27
    โห้ววเดร
    #242
    0
  10. #181 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 16:57
    แหม่ เดรก็พูดตรงไป เรื่อง ผู้ชายที่เหมาะกับหนูเฮอร์ นี่มันเสนอตัวเองชัดๆ 555

    ตอนขอของให้กันก็น่ารัก มุ้งมิ้งมากกกอะ
    #181
    0
  11. #77 nuttopk625 (@nuttopk625) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 มีนาคม 2560 / 22:28
    แงงงงงงง ตอนแรกทะเลาะกันแล้วก็กลับมาดีกันอ่ะ ฮือออเขินตอนจูบมือมากๆ ทำไมน่ารักแบบนี้นะ มีขอยางมัดผมให้ด้วย โอ้ยน่ารัก
    #77
    1
  12. #76 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 23:26
    โอ้ยยย เขินแบบกัดหมอนค่ะ  คือเดรโก เหมือนแอบบอกรักอ้อมๆเลย งือออ ฟิน กระเด้งทุกครั้งที่นิยายเรื่องนี้แจ้งเตือน
    #76
    1
  13. #75 Sabrina Darchelle (@poupe_sama) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 21:08
    คู่นี้เหมาะสมกันมากๆ เดรเป็นผู้ชายที่ดื้อรั้นและเอาแต่ใจ แบบอยากได้ไรต้องได้ เฮอร์เป็นคนนึงที่ดื้อรั้น สองคนนี้คือไม่มีใครยอมใคร เราชอบคู่นี้มาก ตอนดูหนังนี่ไม่อวยเลย เรารู้สึกว่าเฮอร์เป็นคนฉลาดและไหวพริบดี คนที่จะเถียงหนูเฮอร์คืนได้ก็มีแต่เดรเนี่ยแหละ
    #75
    1
    • #75-1 ลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 15)
      19 มีนาคม 2560 / 21:40
      มันสนุกตรงไม่มีใครยอมใครนี่แหละนะ ถถถถ
      #75-1
  14. #74 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 20:46
    คู่นี้เหมาะกันจริง =.,= ถ้าเฮอร์เอะใจสักนิด คำพูดนั่นคือคุณสมบัติของเดรกล้วนๆ 555+
    แหมๆๆๆ แอบโปรโหมดตัวเองหรอจ๊ะ 555+
    #74
    1
  15. #73 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มีนาคม 2560 / 19:59
    ถ้ามองแค่นิสัยตอนเด็กของทั้งเฮอร์และเดร หากคบกันคงตีกันตาย(เถียงกันนั่นแหละ) แต่ถ้าเป็นนิสัยตอนโตเดรก็โอเคขึ้นเยอะนะ ควบคุมตัวเองได้(ติดที่ยังขี้ขลาด) แต่เราว่าคู่นี้เค้าเหมาะสมกันมากกว่ากว่าเดร-รอน เคยอ่านฟิคเรื่องนึงพ่อของเฮอร์บอกว่ารอนไม่เหมาะกับเฮอร์เพราะรอนคิดง่ายๆเกินไปไหลตามเฮอร์ไปเรื่อยแต่เดรคือคนที่พร้อมจะงัดกับเฮอร์ในสิ่งที่เห็นต่าง ง่ายๆว่าพอฟัดพอเหวี่ยงกันนั่นแหละ
    #73
    1
    • #73-1 ลิลหรี่ (@maple_) (จากตอนที่ 15)
      19 มีนาคม 2560 / 20:19
      5555 เราก็เห็นด้วยค่ะ ตอนอ่านแฮร์รี่จบยังงงเลยว่าทำไมเขาจับคู่รอนเฮอร์ ชอบเดรเฮอร์ตรงที่นิสัยหรืออะไรๆมันตรงข้ามกันดีมากกว่า ทำให้คนนึงมองสิ่งที่อีกคนอาจจะไม่เห็น
      ฟิคเรื่องไหนหรอคะ อยากอ่านค่ะ
      #73-1