(Dramione) What The Room Requires

ตอนที่ 10 : 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,829
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 122 ครั้ง
    4 ก.พ. 60

วันที่สี่

เฮอร์ไมโอนี่

“นายว่าวันนี้ท้องฟ้าดูแปลกตาไปไหม” ฉันเอ่ยขึ้น สายลมเย็นพัดผ่านเส้นผม

“ไม่นะ” เดรโกตอบกลับมาจากทางด้านหลัง  “ก็เหมือนเมื่อวาน แล้วก็เมื่อวานของเมื่อวาน แล้วก็เมื่อวานของเมื่อวานของเมื่อวานด้วย”

“ไม่เหมือน ดูดีๆสิ” ฉันยืนกราน หยุดเดินและชึ้นิ้วขึ้นไปยังก้อนเมฆที่ลอยตัวอยู่เป็นกลุ่มๆ “เห็นไหม? ก้อนนั้น –มันดูเหมือนพรมเลย”

เดรโกเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างฉันและเงยหน้ามองท้องฟ้า

“ฉันต้องตื่นเต้นกับมันรึไงล่ะ?” เขาถามอย่างเย็นชา

“นายอยากฟังเรื่องตื่นเต้นสินะ” ฉันมองเขาอย่างเหลือเชื่อ เดรโกกลอกตา

“งั้นก็ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ทีเถอะ” เขาท้าวเอว ฉันหรี่ตามอง จริงอยู่ที่เดรโกยอมพูดกับฉันแล้ว –นั่นถือเป็นพัฒนาการที่ดี –แต่เดรโกพูดอยู่อย่างเดียว คือเรื่องที่พวกเราจะหาทางออกไปยังไง อาจจะเพราะป่าที่น่ากลัวนั่นหายไปแล้วก็ได้

“เอ่อ..” ฉันขบคิดถึงวิธีจะชวนให้เขาเลิกคิดถึงเรื่องที่จะหาทางออก –แล้วก็ต้องให้มันฟังดูไม่โง่ด้วย “เราลองมา.. เดินไปทางเหนือดูกันไหม? –หรือทางไหนก็ได้ –จนกว่าเราจะมองไม่เห็นต้นวิลโลว์นั่นแล้วน่ะ”

“เราจะทำแบบนั้นทำไม?” เขาถามอย่างติดจะขบขัน

“ก็.. เผื่อว่าเราจะเจอกำแพงไงล่ะ”

ฉันยืนรอคำตอบ ซ่อนความรู้สึกกังวลเอาไว้ –แต่จากสายตาของเดรโกที่เปลี่ยนไปแล้ว แปลว่าเขาเห็นด้วย เดรโกพยักหน้า แล้วพวกเราก็มุ่งหน้าไปทางเหนือ

“เอาเถอะ ก็ดีกว่าเดินวนเป็นวงกลมแล้วกันล่ะนะ”

“นั่นสินะ” ฉันตอบ “ไปกันเถอะ”

แล้วพวกเราก็เดิน และเดิน ผ่านทุ่งข้าวที่ท่วมสูงถึงหัวเข่า บางต้นสูงเท่าระดับหู –ซึ่งน่าแปลก เดรโกกับฉันหยุดเดินเป็นระยะๆ มองกลับไปยังต้นวิลโลว์เพื่อดูว่าเรายังมองเห็นมันหรือไม่ ก่อนจะมุ่งหน้าไปทางนั้นเหมือนเดิม ฉันพยายามเลิกคิดถึงเรื่องที่จะหาประตูออกไป –เพราะยิ่งคิด โอกาสการเกิดอะไรน่ากลัวๆนั่นก็ดูจะยิ่งเพิ่มขึ้น

ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นสูงเหนือศีรษะ สายลมพัดรุนแรงกว่าที่ผ่านมา เส้นผมของฉันตีกันยุ่งเหยิงไปหมด มันพัดพาเอากลิ่นดินขึ้นมาด้วย

“นี่ล่ะ” ฉันเอ่ย ก่อนจะมองข้ามไหล่ของตัวเองไปทางด้านหลัง

“อะไร?” เดรโกหยุดเดิน

“ฉันแทบมองไม่เห็นมันแล้ว” ฉันหรี่ตาสอดส่องหาต้นไม้ เดรโกส่ายหน้า

“ไม่มีทางที่ห้องมันจะกว้างขนาดนั้นได้หรอก”

ฉันยักไหล่

“ฉันเคยเดินเข้ามาในนี้ และมันกว้างจนทำให้รู้สึกหลงทางได้” ฉันถอนหายใจ “มันอาจลวงตาเรา นายรู้ไหม”

“โง่เง่าที่สุด”

ฉันเงยหน้ามองท้องฟ้า

“พระอาทิตยกำลังจะตกล่ะ เราควรจะกลับกันได้แล้ว”

“เอางั้นก็ได้” เดรโกตอบ –ก่อนที่เขาจะออกวิ่ง

“เฮ้!” ฉันตะโกน แต่เขาไม่ได้ชะลอฝีเท้าลง หัวใจของฉันเต้นรัว แล้วฉันก็วิ่งออกไปทางเดียวกับเขา

พวกเราวิ่งผ่านต้นข้าวที่ขึ้นอยู่เต็มไปหมด ต้นข้าวถูกเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า บางต้นระไปตามขา ฉันวิ่งจนตามทันเดรโก เขามองกลับมาทางฉัน และแล้วมันก็กลายเป็นการแข่งขันไปโดยปริยาย

ฉันวิ่งเต็มกำลัง เหมือนกำลังเอาชีวิตรอด แต่เดรโกก็ทำแบบนั้นเช่นกัน –เหมือนในเกมควิชดิช เขาก้มหัวลงและก้าวเท้าให้ยาวขึ้น เช่นเดียวกันกับฉัน

แล้วพวกเราก็ข้ามผ่านเนินเขา –เนินเขาลูกเล็กๆที่ฉันจำไม่ได้ว่าพวกเราขึ้นไปตอนไหน –แล้วก็เนินเขาอีกลูก และอีกลูก ฉันส่งเสียงกรี๊ดออกมาขณะที่วิ่งเต็มกำลังลงไปยังตีนเนินเขา แขนกางออก พวกเราทั้งคู่ต่างเหนื่อยและหมดแรงจนแทบจะนอนแผ่ลงข้างๆรากต้นไม้ด้านล่าง

“มาเร็ว เกรนเจอร์ ยัยเด็กเซ่อ” เดรโกท้า วิ่งนำหน้าฉันไปโดนไม่หยุดรอ

“ฉันไม่ใช่เด็กเซ่อ!” ฉันตะโกนไล่หลัง “ก็ขานายมันยาวกว่าฉันนี่!

เดรโกหัวเราะเยาะฉัน ปล่อยให้ฉันวิ่งตามหลังเขาผ่านเนินเขาลูกใหม่ แต่ทันทีที่ฉันเกือบจะตามทัน เขาก็ล้มลง เดรโกร้องออกมาอย่างตกใจ เขานอนคว่ำไปกับพื้น

ฉันหยุดวิ่งกะทันหัน พอดีกับที่เห็นเส้นผมสีบลอนด์ซีดๆนั่นหายไปในทุ่งข้าวที่ขึ้นสูง ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมา

“เยี่ยมมาก! เยี่ยมมากเดรโก!” ฉันกดมือเอาไว้กับหน้าอกให้หยุดขำและหอบหายใจเอาอากาศเข้าปอด เดรโกไม่ได้ส่งเสียงตอบกลับ “เดรโก นายเป็นอะไรหรือเปล่า?”

เดรโกสบถออกมาด้วยถ้อยคำที่แสบสัน –เสียงแหบจากการวิ่ง ฉันหยุดหัวเราะ

“เดรโก?” ฉันเดินเข้าไปหาเขา หวังว่าจะไม่เผลอเหยียบส่วนไหนของร่างกายเดรโก แล้วเขาก็ลุกขึ้นยืน หรือถ้านั่นจะเรียกว่ายืน

เดรโกยืนโซเซ หน้าซีดเซียว มือกุมไว้ที่หัวเข่าข้างขวาและทิ้งน้ำหนักตัวลงไปทางเท้าซ้าย ฟางข้าวบางส่วนติดอยู่บนเส้นผมสีขาวบลอนด์

“เกิดอะไรขึ้น?” ฉันถามอย่างสงสัยปนตกใจ เดรโกสบถอีก เขาขยับไปข้างๆอย่างลำบาก และชี้นิ้วลงไปยังพื้นด้านล่าง

“ฉันคิดว่าไอ้นี่ทำข้อเท้าฉันหัก” เขากัดฟันพูด ฉันหรี่ตามองตามที่เขาชี้อย่างพิจารณา

ประตู ถูกฝังไว้กับพื้นดิน ไม้สีน้ำตาลแดงรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตัวเคาะทำจากไม้และลูกบิดจากทองเหลือง ฉันขยับเข้าไปหามัน

“แน่ใจหรอว่าต้องการทำแบบนั้น?” เดรโกเตือน เหมือนรู้ว่าฉันคิดอะไรอยู่

“ไม่ลองก็ไม่รู้สิ”

เขาทำหน้าเหมือนจะสำลักน้ำ

“เอ่อ.. ฉันไม่คิดว่านั่นเป็นความคิดที่ดีหรอกนะ”

ฉันย่อเข่าลง จับลูกบิดทองเหลืองเย็นๆ

“เกรนเจอร์ จริงๆนะ..” เดรโกกระโดดถอยหลังไปสองก้าวด้วยเท้าข้างเดียว “เธออย่า – “

ฉันดึงมันให้เปิดออก ประตูส่งเสียงเอี๊ยด ฉันมองลงไปในช่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็กๆ และผุดยิ้มออกมา

“ระวังอย่าโดนกล่องพิษนี่กัดเข้าล่ะ” ฉันเอื้อมมือลงไปดึงเอากล่องแบนๆขนาดกว้างขึ้นมาให้เดรโกเห็น เขาจ้องมันอย่างไม่เชื่อ

“กระดานหมากรุก” เดรโกเอ่ย ฉันพยักหน้า และมองกลับลงไปในช่องประตู พื้นล่างเหมือนเป็นช่องว่างโล่งๆทำด้วยไม้ ไม่มีอะไรอยู่ในนั้น

“มีอะไรอีกไหม?” เดรโกเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้น ฉันส่ายหน้า

“ไม่ มีแค่นี้”

“ดีจังเลย” เดรโกประชด “แล้วเราจะทำยังไงกับมันดี”

“ฉันคิดว่ามันก็ชัดเจนอยู่แล้ว นายว่าไหม?” ฉันปิดประตูและยืนขึ้น มองหน้าเขา เอียงคอเหมือนกำลังตั้งคำถาม “ฉันกำลังจะชนะนายโดยที่นายไม่รู้ตัวเลยแหละ”

เดรโกเบิกตาโต

“อะไรน –เธอคิดว่าจะชนะฉันด้วยหมากรุกรึไง?”

“อ๋อ ไม่ –เอ้อ ใช่” ฉันตอบ สางผมไปด้านหลัง เดินนำเขากลับไปยังต้นวิลโลว์ที่อยู่ห่างออกไปเป็นร้อยๆเมตร เดรโกเดินตามหลังและสบถไปด้วย

“บ้าเอ้ย เกรนเจอร์ ฉันเจ็บขาอยู่นะ”

“งั้นนายอยากจะให้ฉันทำอะไรกับมันล่ะ?” ฉันหันกลับไปพูดกับเขา

“ไม่รู้สิ –ทำอะไรก็ได้ แค่ทำอะไรสักอย่างสิ!” เขาร้อง กระโดดเหยงๆตามมาด้วยขาข้างเดียว ดูท่าว่าจะเจ็บจริงๆ

“เอาแบบนี้ นายจับไหล่ฉัน แล้วเราไปด้วยกัน” ฉันเสนอ เดรโกทำหน้าไม่เห็นด้วย

“ฉันจะไม่จับตัวเธอ” เขาตอบเสียงดัง

“งั้นก็ตามใจ” ฉันเชิดหน้า “อย่าล้มล่ะ” เดินกลับไปยังทางสู่ต้นวิลโลว์ เดรโกกะโผลกกะเผลกตามหลังฉันมา เขาย่ำลงบนต้นข้าวสูงๆและพ่นคำหยาบตามเดิม

“หยุดพูดคำนั้นนะ” ฉันตะโกน โดยที่ไม่หันกลับไปมอง

“งั้นเธอก็หยุดเดินสิ” เขาตะคอกกลับ

“ไม่”

“หยุด!

“ไม่!” ฉันตอกกลับ หันหน้าไปทางเดรโก “นายไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉัน!

เดรโกมองฉัน เหมือนกำลังไม่พอใจเอามากๆ

“เธออยากให้ฉันพูดอะไรอีกล่ะ?”

“นี่นายเคยพูดว่าได้โปรดสักครั้งในชีวิตไหม!” ฉันร้อง “พูดแล้วมันจะตายรึไง?”

เดรโกมองฉันราวกับจะฆ่า แต่ความหยิ่งผยองหายไปทันทีที่เขาออกเดิน และเกือบจะล้มลงกับพื้น

“เออ ก็ได้” เขาตอบ “ได้โปรด”

“ได้โปรดอะไร?” ฉันพูดอย่างกดดัน

“ได้โปรดหยุดเดินได้ไหม”

“ทำไม?”

เดรโกหุบปากฉับ แต่สายตาที่จ้องมาราวกับไฟลุกกระพือ ฉันถอนหายใจอย่างเข้าใจ ดูเหมือนคำพูดเมื่อกี้จะไปทำลายศักดิ์ศรีของเดรโก ฉันเดินเข้าไปใกล้เขา หันหน้าไปทางต้นวิลโลว์ ชายตามองไปที่ไหล่ก่อนจะมองไปที่เดรโก

“มานี่มา” ฉันพูด ยกคิ้วให้ข้างนึงพร้อมยิ้มมุมปาก “ฉันไม่ได้เป็นโรคเรื้อนซะหน่อย”

เดรโกเสมองไปที่พื้น เขากระโดดเท้าเดียวมาหาฉัน ขบกรามจนเป็นสันนูน แล้วยกมือขวาขึ้นจับไหล่ของฉันอย่างมั่นคง

ฉันหยุดนิ่งไปชั่วขณะ มือของเขาอุ่น วางทาบอยู่บนไหล่ แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนมาที่แหวนของเดรโก ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา และก็ดูเหมือนว่าเขากำลังมองมาที่ฉันเหมือนกัน

ก่อนหน้านี้ ฉันอยากจะบอกเดรโกว่าการขอความช่วยเหลือจากคนอื่นไม่ใช่เรื่องผิด แต่เหมือนนั่นจะไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่ การบอกเดรโกแบบนั้นอาจทำให้เดรโกไม่ยอมขอแรงให้ใครช่วยอีก

ใครจะรู้ว่าลูเซียส มัลฟอย สอนเรื่องแย่ๆอะไรให้กับเดรโกบ้าง เรื่องราวที่เขาฝังมันใส่สมองเกี่ยวกับความพ่ายแพ้ หรือการที่เดรโกต้องการคนเข้ามาช่วยอีกคน

ดังนั้น แทนที่จะพูดออกไป ฉันจึงทำแค่ยกคิ้วขึ้นข้างนึง และมองหน้าเดรโก

“พร้อมไหม?”

เขาพยักหน้า ละสายตาไปจากฉัน แล้วฉันก็เริ่มออกเดิน

พวกเราเดินในท่าที่ประหลาดที่สุด –ทุลักทุเลและไปอย่างไม่เป็นจังหวะ จากการที่เดรโกใช้ฉันเป็นคนช่วยพยุง ฉันต้องทรงตัวไว้ ไม่ให้เดรโกล้ม รวมถึงต้องคอยกอดแผ่นกระดานหมากรุกในแขนอีกข้าง ฉันแอบมองเดรโกในสภาพลำบาก และเพิ่งรู้ว่าเขาตัวสูงขนาดนี้ –อาจสูงกว่ารอนด้วยซ้ำ

ฉันคิดถึงพวกเขาเหลือเกิน ทั้งรอนและแฮร์รี่

พวกเราติดอยู่ในนี้นานแค่ไหนแล้ว?

ฉันกลืนน้ำลาย คอยช่วยเดรโกไม่ให้ล้มตอนที่ผลักม่านใบไม้เข้าไปในโพรงต้นวิลโลว์ ฉันก้าวเข้าไปก่อน ตามด้วยเดรโกกระโดดขาเดียวตามหลังฉันมา เขาผละออกจากข้างกายฉัน ค่อยๆนั่งลง เอาหลังพิงนาฬิกาโบราณ และแกะเชือกรองเท้าออกอย่างระมัดระวัง

“สาบานได้เลยว่ากระดูกหัก” เขาบ่นเสียงดัง

ฉันอ้าปาก และกัดลิ้นตัวเองไว้เพื่อไม่ให้พูดอะไรออกไป ฉันเกือบจะเรียกชื่อเดรโก ทำเหมือนที่ผ่านมา ที่พวกเราวิ่งเล่นกันนั้นเป็นเรื่องตลก แต่คำพูดพวกนั้นถูกกลืนหายลงไปในลำคอทันที่ที่ฉันนึกได้ว่าเขาวิ่ง หกล้ม และล้มอย่างแรงเลยด้วย

“มันดูเหมือนหักไหม?” ฉันถาม คุกเข่าลง อยู่ห่างจากเขาเล็กน้อย ตั้งกล่องกระดานหมากรุกไว้บนพื้นหญ้า

“ก็กำลังพยายามจะดูอยู่นี่ไง” เดรโกตอก ฉันต้องกัดกระพุ้งแก้มตัวเองไม่ให้เผลอโต้กลับ และอีกไม่กี่อึดใจ ฉันก็เห็นเดรโก กำลังอยู่ในสภาพที่แย่เอามากๆ

เดรโกถอดถุงเท้าออกอย่างประคบประหงมที่สุด เขาสูดหายใจเข้าทันทีที่เห็น ข้อเท้าของเขาช้ำ กลายเป็นสีแดงอมม่วง ฉันนิ่วหน้าอย่างรู้สึกเจ็บแทน

“ดูไม่ดีเลย”

“รู้สึกแย่ชะมัด” เขาคำราม นวดนิ้วเป็นวงกลมที่ข้อเท้าเบาๆ “เยี่ยมมาก เยี่ยมมากจริงๆ”

“ต้องใช้น้ำแข็ง” ฉันบอก ขณะตรวจสอบอาการของเดรโก และเขามองหน้าฉันราวกับกำลังเห็นผี

“น้ำแข็ง?”

“ใช่” ฉันพยักหน้า “ในกรณีที่พวกเราไม่มีเวทย์มนต์ น้ำแข็งจะช่วยนายได้จากการบาดเจ็บแบบนี้”

เขาเลิกคิ้วอย่างดูถูก

“เพ้อเจ้อ”

“ฉันพูดจริง!” ฉันยืนยัน “ฉันเคยข้อมือช้ำตอนที่ยังเด็ก เลยต้องเอาถุงผักแช่เย็นๆประคบไว้” ฉันยักไหล่ “มันช่วยได้มากเลย”

ชั่วขณะหนึ่ง ฉันคิดว่าเดรโกคงจะหาเรื่องทะเลาะกับฉันต่อ แต่เปล่า เขาเพียงแค่ขมวดคิ้วและทำหน้านิ่งอย่างไม่รู้สึกอะไร ฉันย่นหน้าผาก เดรโกกำลังทำเหมือนว่ามันไม่ได้เจ็บปวดจากแผลแค่นี้ แต่ด้วยสีหน้าและริมฝีปากที่ซีดเซียวทำให้เขาปกปิดมันจากฉันไม่ได้ เขาต้องการน้ำแข็ง หมอน และที่ที่จะให้เขานอนได้อย่างสบาย –

เดรโกสะดุ้ง สบถคำหยาบออกมาอีกคำ แต่ฉันไม่คิดจะห้ามเขาหรอก ฉันเองก็ตกใจจนพูดไม่ออก

หมอนสีขาวสะอาด ผ้าห่มสีฟ้าอ่อน และน้ำแข็งสามแพ็คปรากฎขึ้นตรงหน้าพวกเรา พวกมันแค่ออกมาจากที่ไหนสักแห่ง ไม่มีทั้งควัน หรือเสียงดังพู๊ฟ หรือสิ่งที่แสดงออกถึงเวทย์มนต์เผยออกมาให้เห็นด้วย มันแค่ออกมา และอยู่ตรงนี้

เดรโกและฉันมองหน้ากันเป็นเวลานาน ต่างคนต่างไม่มีใครพูดอะไร ฉันยิ้มให้เขาอย่างดีใจ

“เพอร์เฟ็ค” ฉันเอ่ย ลุกขึ้นนั่งและหยิบหมอนมาให้เดรโก

“เกรนเจอร์ – “ เขายกมือขึ้นห้าม “เธอกำลังจะทำอะไรกับมัน  -?”

“เอามากดให้นายหายใจไม่ออกมั้ง” ฉันพูดอย่างประชดประชัน “นอนลงซะ มัลฟอย”

“งั้นบอกฉันมาว่าเธอกำลังจะทำอะไร”

ฉันไม่ได้ตอบ เพียงหยิบน้ำแข็งขึ้นมาแพ็คนึง เตรียมจะใช้มันกับขาของเดรโก

“ออกไป!” เดรโกตวัดฝ่ามือลงมาที่มือของฉัน

“อย่าทำตัวเป็นเด็กไปหน่อยเลย” ฉันปัดมือเดรโกให้พ้นทาง

“ฉันไม่ต้องให้ใครมาช่วยนะ เกรนเจอร์ อย่า –โอ๊ยยยย!

ฉันยกเท้าเขาขึ้น สอดหมอนและน้ำแข็งไว้ข้างใต้

“ขอโทษ ขอโทษนะ” ฉันขมวดคิ้ว และหยิบน้ำแข็งอีกแพ็ค วางไว้บนข้อเท้าและเท้าของเขา เดรโกกัดฟันทน ร่างของเขาเกร็งไปทั้งตัว เขามองกองแพ็คน้ำแข็ง ราวกับอยากทำให้มันละลาย

“แบบนี้มันเจ็บกว่าเดิมอีก!” เขาร้อง

“ฉันรู้ ฉันรู้ –ฉันขอโทษนะ” ฉันพยายามปลอบ “เดี๋ยวมันก็หาย ทำแบบนี้ไว้ยิ่งนานเท่าไหร่ รอยช้ำของนายจะยิ่งหายเร็วขึ้นเท่านั้นนะ”

“บ้าเอ้ย เป็นแบบนี้ได้ไงนะ” เดรโกกัดฟันพูด “ฉันแค่วิ่งอยู่ในห้องแห่งจินตนาการนี่ และก็สะดุดประตูที่โผล่ออกมาจากไหนไม่รู้”

“ฉันไม่รู้สิ” ฉันบอกตามตรง เอื้อมมือไปหยิบหมอนจากบ้านสิลิธีรีนมาให้เขา “เอ้า พิงนี่สิ”

“ไม่”

“นะ?”

เขาปิดปากเป็นเส้นตรง ชักสีหน้าไม่เห็นด้วย และเอนหลังลง ฉันรีบยัดหมอนเข้าไปในช่องว่างระหว่างแผ่นหลังของเขากับรากไม้ เดรโกเอนลงพิงมันและกอดอกมองขาของเขาเอง

“น่าสมเพศจริง” เขาพูด

“อะไร?” ฉันเอ่ย ลุกขึ้นนั่งตัวตรง “หมายถึงการที่นายบาดเจ็บและให้คนอื่นมาดูแลน่ะหรอ?”

เขากลืนน้ำลาย ไม่ได้ตอบ สายตาที่มองดูฉันอ่อนลง ฉันนั่งมองเดรโก พยายามจะไม่พูดอะไรอีก ขยับตัวถอยหลังออกไปและกางผ้านวมออกให้กว้าง นั่งลงบนผ้า และเปิดกล่องหมากรุก ข้างในนั้นมีตัวหมากสีดำและสีขาว เข้าคู่กับสีของกระดาน ฉันหยิบมันออกมาวางลงบนผ้านวม เริ่มจัดหมากแต่ละตัวให้อยู่ในที่ของมัน ทั้งหมดนี่ไม่ใช่หมากรุกเวทย์มนต์ มันเป็นหมากธรรมดา เหมือนที่ฉันเคยเล่นกับพ่อ

ฉันรู้สึกได้ว่าเดรโกกำลังมองมาที่ฉันอย่างสงสัย ตอนที่ฉันกำลังจัดตัวคิงให้ยืนตรง เดรโกได้หมากรุกสีดำ ของฉันฝั่งสีขาว แล้วฉันก็นอนคว่ำลง ตั้งข้อศอกขึ้น วางคางไว้บนมือสองข้าง ฉันเงยหน้ามองเดรโก เขากำลังมองมาที่ฉันเหมือนกัน

“นายเริ่ม” ฉันพูด เขาขมวดคิ้ว ฉันเอียงคอมอง

“ใครชนะก่อนสองในสามตาถือว่าชนะนะ คนแพ้จะต้องเป็นคนร้องเพลงคืนนี้” ฉันท้าเขา

“เอางั้นก็ได้” เขาตอบ มองดูตัวหมากแต่ละตัวก่อนหยิบเบี้ยขึ้นมา วางมันลงในอีกสองช่องถัดไป “เริ่มเกมกันได้เลย”

 

VVVV

เดรโก

ขาผมเจ็บมาก เจ็บ มาก แต่ผมไม่แสดงมันออกมาหรอก ผมมักจะทำเฉยๆ เหมือนตอนอุบัติเหตุครั้งนั้น –กับฮิปโฟกริฟฟ์ –มันทำให้ผมได้แผลเป็นสีเข้ม นั่นสอนให้ผมรู้ถึงความอับอายของจริง ผมเคยทั้งโดนประตูหนีบมืออย่างแรง ถูกคำสาปของป้าเบลล่าทริกซ์เผาไหม้ โดยที่ไม่มีน้ำตาเลยสักหยด

แต่ข้อเท้าของผมที่กำลังปวดอย่างรุนแรง –เหมือนอะไรสักอย่างหัก –น่าเบื่อที่สุด เมื่อเช้านี่กำลังดีอยู่เลยแท้ๆ –เหมือนได้นอนเต็มอิ่มมาทั้งคืน จากที่นอนหลับๆตื่นๆมาเหมือนเป็นเดือน ความเจ็บจากแผลทำให้ผมนึกภาพตอนกำลังวิ่งเล่นกับเกรนเจอร์เมื่อเช้านี้แทบไม่ออก ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุนี้ขึ้น

ผมคงจะสะดุดอะไรสักอย่างแล้วทำให้ตัวเองซวยแบบนี้ เกรนเจอร์เอาแต่บอกว่าน้ำแข็งจะช่วยทุกอย่างได้ น้ำแข็งนี่แหละที่ทำให้ผมเกือบจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดมากกว่าเดิมซะอีก

ผมไม่มีทางส่งเสียงออกมาแน่ ไม่อีกแล้ว ไม่ใช่ต่อหน้าเธอ ดังนั้นผมจึงแกล้งทำเป็นว่าสนใจกับหมากรุกเสียเหลือเกิน ส่วนอีกใจก็พยายามตั้งสติ ไม่ให้ตัวเองเป็นลมไปซะก่อน

 

VVVV

เฮอร์ไมโอนี่

“ตานายแล้ว” ฉันเอ่ย

“รู้แล้วน่า”

“งั้นขยับสักตัวสิ”

“ขอเวลาคิดเดี๋ยวได้ไหมล่ะ?”

โดยไม่ต้องเงยหน้า ฉันก็รู้ว่าเดรโกกำลังมองหน้าฉันตอนที่เขาพูดแบบนั้น ฉันถอนหายใจ ยกกำปั้นขึ้นเท้าคางและมองกระดานหมากรุก พื้นหญ้าหนาๆที่ถูกทับด้วยผ้านวมอีกชั้นทำให้การนอนเล่นหมากรุกเป็นเรื่องสบายไปเลย เดรโกนอนตะแคงข้าง ไหล่และศีรษะของเขาดูเหมือนจมลงไปในหมอนที่พิงอยู่กับรากไม้ มันส่งเสียงเล็กน้อยจากการเสียดสี หลังจากที่ถูกเดรโกนอนทับมาราวชั่วโมงกว่า

“ฉันไม่รู้สึกถึงเท้าของตัวเองเลย” เดรโกพูด ฉันมองลงไปยังเท้าของเขาที่ชุ่มไปด้วยน้ำแข็ง

“ดีแล้ว” ฉันว่า “หวังว่านายจะหายในเช้าวันพรุ่งนี้นะ”

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ ก่อนที่เดรโกจะเอ่ยปากพูดต่อ เสียงเบากว่ารอบที่แล้ว

“ฉันคิดว่าเท้าฉันชาแล้ว”

ฉันเงยหน้าสบตาเขา เดรโกหน้าซีดขาว ดูเหมือนจะซีดกว่าเดิมเมื่อเห็นรอยคล้ำใต้ตาและรอยย่นตรงระหว่างคิ้ว เขากระพริบตาช้าๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความดำมืด มีเพียงแสงเล็กน้อยที่ปรากฎอยู่ข้างในนั้น ฉันมองเขาอย่างสงสัย

“นายโอเครึเปล่า?”

เดรโกไม่ตอบ นั่นทำให้ฉันลุกขึ้นนั่งตัวตรงอย่างกระวนกระวาย ฉันไม่รู้วิธีที่ต้องรักษาคน รวมถึงเวทย์มนต์ก็ไม่มี จะเป็นยังไงถ้าเดรโกเกิดกระดูกหักจริงๆ? แล้วฉันยังมาขอให้เขาเล่นหมากรุกทั้งที่เท้าเจ็บแทบแย่แบบนั้น! ฉันช่วยเขาได้ไม่มาก ด้วยการเอาน้ำแข็งประคบบรรเทาเท่านั้น

“นี่” ฉันพูด หยิบกระดานหมากรุกขึ้นโดยไม่ทำให้ตำแหน่งของเบี้ยแต่ละตัวเสีย และวางมันไว้ข้างๆ ฉันคลุมผ้านวมไว้บนไหล่เดรโก เขาขมวดคิ้ว และไม่ได้พูดอะไร แล้วฉันก็รู้ นี่มันแย่กว่าที่คิดไว้ซะอีก

ฉันคุกเข่าลงตรงหน้าเขา จัดผ้านวมให้เข้าที่อย่างเรียบร้อยที่สุด เดรโกมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า เขาไม่ได้แสดงอาการใดๆออกมาเลย

“คืนนี้นายไม่ต้องร้องเพลงก็ได้” ฉันพยายามทำให้เขาได้พักอย่างสบายที่สุด “ถึงดูออกชัดๆว่าฉันกำลังจะชนะหมากรุกนั่นก็เถอะนะ”

“ตามที่เธอต้องการเลย” เขาตอบแบบนั้น แต่ดวงตาที่แข็งกระด้างกลับอ่อนโยนลง ฉันยิ้มให้ ไม่ใด้ลุกไปไหน ในเมื่อเดรโกไม่ได้ว่าอะไรออกมา พวกเราอยู่กันแบบนี้สักพัก ฉันมองดูใบหน้าของเขาที่เต็มไปด้วยความเหน็ดเหนื่อย

เราคงต้องทำอะไรสักอย่าง แต่ฉันไม่มีทั้งยาแก้ปวดหรืออะไรจะให้นอกจากกองน้ำแข็ง ฉันกลืนน้ำลาย นึกถึงตอนที่บาดเจ็บและแม่ของฉันช่วยโดยเอาน้ำแข็งประคบ มันช่วยบรรเทาได้ระยะเวลาหนึ่ง แต่ฉันไม่ใช่เดรโกมัลฟอย ฉันกัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด เดรโกหลับตาแน่นและสูดลมหายใจอย่างติดขัด ขาของเขากระตุก ฉันกำมือเข้าหากัน เอาล่ะ ฉันจะลองช่วยเดรโก เหมือนแบบที่แม่เคยทำ

ฉันอ้าปากและส่งเสียงร้องเพลงออกมา –แบบที่เบาที่สุดที่จะเบาได้

"Loola bye, oh loola bye

My lovely loola moon

Tiptoe by where my baby lies

In your tiny silver shoon…"

 

แล้วภายในชั่วพริบตา ห้องทั้งห้องก็เหมือนจะเรืองแสงสีทองออกมา ประกายสีทองลอยขึ้นจากพื้นดิน ล้อมรอบพวกเราเอาไว้ นั่นทำให้ฉันขนลุก เดรโกดูสงบลง เขาถอนหายใจออกมาอย่างยาวนาน แสงสีทองลอยเข้าไปทางเดรโกและวนเวียนอยู่รายรอบ

 

"Will you guard, will you keep

Will you watch over, please,

My wee one, my lambkin

My sweet chicka-chickadee…"

 

แสงสีทองลูกกลมซึมเข้าไปในร่างกายของเขา มันช่วยรักษาข้อเท้าที่บาดเจ็บ เดรโกฝังหน้าลงกับหมอนและถอนหายใจอย่างสบายตัว แล้วฉันก็ทำอีกสิ่งหนึ่งที่แม่ของฉันเคยทำในตอนนั้น ฉันเอื้อมมือไปลูบผมสีบลอนด์นุ่มของเขาอย่างแผ่วเบาแต่ด้วยความรู้สึกสองจิตสองใจที่จะแตะต้องเขา ฉันปัดเส้นผมให้พ้นจากหน้าผาก

นิ้วมือของฉันทิ้งรอยประกายสีทองไว้ในเส้นผมของเขา ในขณะที่ฉันยังลูบผมนุ่มของเดรโก แสงสีทองซึมหายเข้าไปในหน้าผากของเขาด้วย แสงส่งกระแสความอบอุ่นผ่านเข้ามายังนิ้วมือของฉัน มันไหลผ่านไปยังแขน และเข้าไปในหัวใจของฉัน

 

"Loola bye, oh loola bye," I whispered. In your tiny silver shoon…"

 

แล้วความมืดก็ตกลงมาปกคลุมเมื่อแสงทั้งหมดจางหายไป เหมือนเทียนที่ถูกดับ ดูเหมือนจะมืดกว่าเดิม –แต่นั่นไม่ทำให้ฉันรู้สึกกลัว ตรงกันข้าม มันทำให้รู้สึกต้องการพักผ่อน ฉันนอนตะแคงลงด้านข้าง ขดตัวเหมือนแมว ห่างออกไปจากเดรโกและกระดานหมากรุกเพียงนิดเดียว ฉันมองขึ้นไปด้านบน และเหมือนเพียงชั่วขณะหนึ่ง ฉันก็เห็นดวงจันทร์ที่ดูเหมือนอยู่ไกลออกไป ริมฝีปากของฉันคลี่ยิ้มบางๆ และพวกเราก็หลับไปในที่สุด

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 122 ครั้ง

481 ความคิดเห็น

  1. #463 Angels cry (@junelove-sakusa) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:46

    โอ๊ยยยย คือดี๊ อ่านไปเขินไป

    #463
    0
  2. #417 Tarantallegra (@Tarantallegra) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 08:10

    ละมุนมากๆเลยค่ะ เหมือนความรักค่อยๆซึมลงไป

    #417
    0
  3. #382 มิ้วแฟนแจมินไง (@choimilky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:43
    น่ารักมากๆเลย
    #382
    0
  4. #374 Swip_cy (@zigetab3v) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กันยายน 2561 / 16:42
    ฟีลกู้ดดด ห้องจะให้ของก็ต่อเมื่อขอให้อีกคน แงงง
    #374
    0
  5. #351 Miya. (@yonoop) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 22:29

    ละมุนละไมที่สุดดดด

    #351
    0
  6. #322 cloudzel_ (@cloudzel_) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 19:16
    เฮอน่ารีกมากก
    #322
    0
  7. #303 BeamLightyear (@BeamLightyear) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2561 / 23:12

    ละมุนนนนนนนนนนนน

    #303
    0
  8. #238 kuychai (@kuychai) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2561 / 00:52
    เดรรรรรร
    #238
    0
  9. #176 l!i:.นู๋ นิ้ ง.:i!l (@ninko) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2560 / 15:22
    สงสารเดร เจ็บขนาดนี้ยังฝืนอีกนะ



    หนูเฮอร์ก็ใจดี คอยดูแลตลอดเลยยย
    #176
    0
  10. #45 nuttopk625 (@nuttopk625) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:43
    มันดีจังเวลาไม่เถียงกันเนี่ย เดี๋ยวนี้พลัดกันร้องเพลงด้วยดีจัง ^^
    #45
    0
  11. #44 juliet! !! (@juliet1992) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:45
    อบอุ่นหัวใจจัง  หวังว่าตื่นมาเดรโกขานายจะหายนะ งืออ
    #44
    0
  12. #43 Memoris S'Misa (@misakikawaichi68) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:45
    แลดูฟินเบาๆ >\\\<
    #43
    0