สวัสดีครับ ชาวเด็กเอ๋ย..เด็กดี ที่น่ารักของ พี่ลาเต้ ทุกคน...เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พี่ลาเต้ ได้มีโอกาสทิ้งความสบายในวันหยุด ไปสนุกกับเพื่อนๆที่จังหวัดเพชรบุรีมาครับ จังหวัดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนที่อาหารแสนอร่อย ทะเลก็สวยมากๆ และที่สำคัญใกล้กรุงเทพฯนิดเดียว
ไปเที่ยวมาทั้งที พี่ลาเต้ ก็ไม่พลาดที่จะนำภาพสวยๆ ข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวนั้นมาฝากกันครับ...อย่างเช่น วันนี้ พี่ลาเต้ จะพาชาวเด็กดีทุกคนไปเที่ยว วังบ้านปืน สถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรี หากใครมีโอกาสผ่านไปแต่ไม่เคยแวะเข้าไปชม จะต้องเสียดายมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เอะ เอะ..ทำไมถึงต้องเสียดายขนาดนั้น สงสัยใช่ไหมหละ...งั้นเราไปดูรูปกันเลยว่าทำไมต้องเสียดาย...
วังบ้านปืน เป็นวังของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งพระองค์ทรงสร้างไว้เพื่อใช้ในการแปรพระราชฐานมาพักผ่อนที่จังหวัดเพชรบุรี แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย เพราะวังนี้ยังสร้างไม่ทันเสร็จ พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน จากนั้นพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ก็ทรงรับสั่งให้สร้างต่อจนเสร็จ รวมถึงทรงเสด็จมาประทับในหลายๆโอกาสด้วย..ปัจจุบันภายในวังบ้านปืนยังคงความงดงาม ความขลัง และความยิ่งใหญ่อยู่เสมอ เพื่อยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง พี่ลาเต้ จะพาชาวเด็กดีๆเข้าไปดูข้างในวังผ่านรูปภาพกันครับ...
รูปนี้ พี่ลาเต้ ถ่ายในระยะที่ไกลพอสมควรนะครับ แต่ก็ยังได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ และความสง่างามของวังแห่งนี้ได้ครับ...(สงสัยจะถ่ายย้อนแสง เลยทำให้ตัวดำ)..555..เพื่อความสบายใจของตัวเอง..อิอิ..
ด้านหน้าของวัง เป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ผู้ที่ทรงดำริ และรับสั่งให้สร้างวังแห่งนี้ เพื่อใช้ในการแปรพระราชฐาน หรือพักผ่อน
ส่วน 2 รูปด้านบนนี้ เป็นสาเหตุที่คนส่วนใหญ่เรียกสถานที่แห่งนี้ว่า "วังบ้านปืน" เพราะรอบๆพระราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 จะมีปืนใหญ่ล้อมรอบอยู่ 4 กระบอก ซึ่งแต่ละกระบอกก็จะมีชื่อที่คล้องจองและเชื่อมโยงกัน
สิ่งแวดล้อมบริเวณรอบๆของวัง ก็จะมีต้นไม้ใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วย เถาวัลย์นานาชนิด สร้างความขลัง และน่าค้นหาได้ดีทีเดียว
เข้ามาในพื้นที่วังกันบ้าง 2 รูปด้านบนนี้เป็น รูปโคมไฟ และรูปช่องหน้าต่าง ที่มีอายุร่วม 100 ปี โดยเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมๆกับการสร้างวังแห่งนี้ ซึ่งของใช้แต่ละอย่างนั้นปัจจุบันนี้ก็ยังสามารถใช้งานได้ทุกชิ้นครับ
นี่คือ เทพเจ้าโพเซดอน ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ชาวประมงทั้งหลายนับถือ โดยมีความเชื่อว่า เรือประมงลำไหนมีเทพเจ้าองค์นี้ติดตามไปด้วย จะช่วยให้ทำการประมงได้อย่างราบรื่น แต่สำหรับรูปปั้นที่ตั้งอยู่ในวังนี้ เขาก็มีความเชื่อว่า นักท่องเที่ยวคนไหนมาพบเห็นแล้ว ให้ตั้งจิตอธิฐาน แล้วโยนเหรียญให้เข้าช่องตรงกลางด้านล่าง หากเหรียญเข้าไปในช่องนั้นได้ คำที่อธิฐานขอพรไว้ จะเป็นจริง ซึ่ง พี่ลาเต้ ก็ไม่พลาดที่จะอธิฐาน และโยนเหมือนกัน...
น้องๆครับ ที่ได้เห็นจากรูปด้นบนนี้ คือห้องเสวย หรือห้องทานข้าว ของวังนี้..ซึ่งของใช้ทุกอย่าง เป็นของจริงที่ผ่านการใช้งานมาแล้วทั้งสิ้นครับ โดยหากมองให้ดีตรงกลางของภาพ ลึกๆจะเป็นหุ่นเทพเจ้าโพเซดอนที่ พี่ลาเต้ กล่าวถึงเมื่อกี้นี่เอง..
อีกอย่างหนึ่งที่เป็นของจริง นั้นก็คือโต๊ะทรงงาน หรือโต๊ะทำงานตัวนี้ครับ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ได้ทรงนั่งทรงงานทุกครั้งที่เสด็จมาประทับที่นี่ครับ...
ส่วนรูปนี้คือ ห้องสรงน้ำ หรือห้องอาบน้ำครับ ซึ่งก็มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอยู่อย่างพร้อมเพรียงครับ ห้องน้ำนี้มีอายุร่วม 100 ปีทุกอย่างคือของจริงซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของพระมหากษัตริย์ในสมัยก่อน
2 รูปนี้เป็นภาพกระเบื้องที่ถ่ายออกมาคนละมุมกัน โดยเจ้าหน้าที่ของวังบอก พี่ลาเต้ มาว่าลายกระเบื้องรูปนี้ หากมองมุมสูงตามรูปด้านขวา จะเป็นภาพ 3 มิติ...น้องๆลองมองดูนะครับ ว่าเห็นเป็นรูปอะไร
ถัดจากกระเบื้องมาไม่นาน ก็จะเห็นหุ่นปั้นเซรามิก 2 ตัวนี้ ที่บ่งบอกถึงความปราณีตของคนสมัยก่อน แต่หากสังเกตให้ดีรูปปั้นแต่ละตัว จะมีสัตว์ประเภทต่างๆติดอยู่ด้วย ซึ่งก็เพราะว่าแสดงถึงความมีอำนาจ และบริวารนั้นเองครับ
ได้เห็นรูปด้านบนนี้ ต้องอธิบายเลยว่าวังแห่งนี้มีโครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยม โดยตรงกลางจะเป็นสวนหย่อม ซึ่ง พี่ลาเต้ เชื่อว่าน้องๆหลายคนคงต้องคุ้นตากับสวนหย่อมแห่งนี้เป็นแน่ เพราะว่ามีละคร ภาพยนตร์หลายเรื่องนิยมเลือกมาถ่ายทำกันที่นี่ เช่น เรื่องดาวหลงฟ้า ภูผาสีเงิน เป็นต้น
เมื่อใครที่ได้มีโอกาสลงมาเดินที่สวนหย่อนกลางวังนี้แล้ว หากมองกลับขึ้นไปในตัววัง ก็จะเห็นทรงของวังตามรูปด้านบนนี้แหละครับ...ต้องบอกว่าสวยงาม และยิ่งใหญ่มากๆครับ
ปัจจุบันนี้ วังบ้านปืน เปิดให้คนภายนอกเช้าชมได้ทุกวันนะครับ...พี่ลาเต้ ขอชวนชาวเด็กดีที่มีโอกาสผ่านมาที่เมืองเพชรบุรีก็อย่าลืมแวะมาเยี่ยมชม เพราะนอกจากจะได้ซึมซับ และย้อนรอยความเป็นอยู่ของกษัตริย์ในสมัยก่อนแล้ว ยังได้ถ่ายรูปกับบรรยากาศรอบๆวังที่ต้องบอกว่า เงียบสงบ และสวยงามจริงๆครับ...
ได้เที่ยววังแล้ว เหมือนไปเที่ยววัดเลยนะครับ มันสุขกาย สงบใจยังไงไม่รู้ เอาเป็นว่าเมืองไทยเรายังมีอีกหลายอย่างที่น่าเที่ยว และน่าสนใจอีกมากมายนะครับ...ใครไปเที่ยวที่ไหนแล้วประทับใจก็อย่าลืมมาบอกเล่าให้ พี่ลาเต้ ฟังบ้างหละครับ...ส่วนพาเที่ยวครั้งหน้า พี่ลาเต้ จะพาชาวเด็กดีไปเที่ยวที่ไหนกันนั้น ต้องติดตามนะครับ...รับรองได้ทั้งบรรยากาศ และความรู้ไปพร้อมๆกันเลย...อิอิ...

ความคิดเห็น
PS. ~O~ ไม่เมาเหล้าแล้วแต่เรายังเมารัก::นิราศภูเขาทอง,งที่เรียกว่ารักมักเฉยชา โดยเฉพาะชีวิตที่เกิดมาเพื่อรักใคร TTOTT
สวยมากๆๆๆๆ
สวยดีค่ะ
PS. บ้องแบ้วแต่ไม่แอ๊บแบ๊ว ถึงจะดูแบ๊ว ๆ เหมือนกันก็เหอะ บ้องแบ้วก็ยังไม่กระแดะเท่าแอ๊บแบ๊วอยู่ดี เหอะๆ
เคยไปแล้ว ดูสงบดี ต้องแอ๊บกลายร่างเป็นผู้ดีเก่าทั้งๆที่จริงไม่ใช่อิอิ จะก้าวเดินเยื้องย่างแต่ละที ต้องทำเป็นเนียน55 เข้าบรรยากาศหน่อย เพื่อนคนไหนที่ยังไม่ได้ไป มีโอกาสก็ไปเน้อ ได้ความรู้ แถมได้ทำตัวเนียนอีก อันหลังนี่ไม่ได้ค่าโฆษณานะ
PS. หวัดดีจ้าเพื่อน หนูแตนแสนสวยมาแล้วนะ อิอิ ...ชาตินี้ไม่มีแฟน..จะตายมั้ยวะ??... นี่แหละนิยามของเรา
อยากไปจัง
สวยอะ
ยิ่งเห็นยิ่งอยากไป
และต้องไปให้ได้เลย
และคงได้ไปแน่ๆ เพราะปาป๊าสัญญาไว้แล้วเมื่อวันที่พาเที่ยวพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
PS. ~~ เมื่ออากาศยังเปลี่ยนแปลง ผู้คนจึงเปลี่ยนไป แต่ขอให้รู้ไว้ ใจฉันนี้ไม่เปลี่ยนแปลง ~~