ร่ายรักขจัดร้าย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,286 Views

  • 3 Comments

  • 29 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    25

    Overall
    2,286

ตอนที่ 25 : บทที่ 8 : ดราม่าสีชมพู [3] จบบท - ลงตอนสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 162
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    30 มี.ค. 62

 


พอลูกน้องจากไปแล้ว แอชเชอร์ก็ถอนหายใจแรง ๆ fด้วยความจนใจ ก่อนจะเดินกลับไปดึงร่างคนเจ้าน้ำตาเข้าห้องพลางบ่นเสียงเข้ม

“บอกให้เข้าห้อง ๆ พูดอะไรก็ไม่รู้จักฟังกันสักอย่างเลย”

“ก็เพราะคุณนั่นแหละ!” พรรณิภาถือโอกาสแว้ดระบายความรู้สึก สะบัดตัวออกห่างทันทีที่เข้ามาในห้องตัวเอง “คุณนั่นแหละที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้”

“ผมทำอะไร ไม่สำนึกแล้วยังมาหาเรื่องกันอีกอย่างนั้นเหรอ ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปไหนมาไหนโดยไม่บอกกัน ผลของการไม่ฟังกันมันเป็นยังไง เห็นไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น” ชายหนุ่มรัวใส่เสียงเย็นจัด ขณะยืนเผชิญหน้ากันอยู่กลางห้อง

“ก็ฉันคิดว่าคุณเรียกไปพบ”

“ไม่ต้องเอาผมมาอ้าง ทุกครั้งที่ผมอยากเจอคุณ ถ้าไม่ไปหาเอง ก็จะให้อีธานไปรับมา เคยให้คนอื่นไปตามที่ไหน”

คนไม่ทันสังเกตเรื่องนี้เม้มปากแน่น กระพริบตาไล่น้ำตาให้หยุดไหล แต่มันก็ยิ่งบ่าลงมามากขึ้น เธอพยายามข่มอารมณ์น้อยใจที่เอ่อขึ้นมาลงไปในอก กัดฟันบอกเสียงพร่า

“ขอโทษนะคะ ที่ความไม่ระวังตัวของฉันมันสร้างปัญหาให้คุณไปด้วย ขอโทษที่ทำให้วุ่นวายขนาดนี้ ถ้าพ่อไม่ติดหนี้คุณ ถ้าคุณไม่มาที่นี่ เราก็คงไม่รู้จักกัน ไม่ต้องมาเจอเรื่องแย่ ๆ แบบนี้ ฉันขอโทษจริง ๆ ค่ะ”

น้ำเสียงเศร้า ๆ กับแววตาอ้างว้างบนใบหน้ามอมแมมของเจ้าตัวทำเอาแอชเชอร์ใจอ่อนยวบ หลับตาปลงให้กับตัวเองอยู่ครู่หนึ่งจึงเดินเข้าไปกอดร่างบางเอาไว้

“คราวหลังอย่าหายไปแบบนี้อีกนะ ผมใจหายหมด”

“ฉันไม่รู้ว่าคุณ...พวกมันหลอกฉันไป...ฮึก...”

น้ำตาร้อน ๆ ซึมผ่านเสื้อลงมาถึงอกจนเขาต้องรัดแขนแน่นขึ้น

“ไม่เป็นไร ๆ คุณปลอดภัยกลับมาแล้วคนดี”

“ฉันกลัวค่ะ” พรรณิภาทิ้งความรู้สึกทุกอย่างยกแขนขึ้นกอดเอวเขาเอาไว้อย่างขวัญเสียไม่หาย ท่าทางเย็นชาของเขาเมื่อกี้ยิ่งทำให้เธอกลัวมากขึ้น...

“ผมกอดคุณอยู่ ไม่ต้องกลัวแล้วนะ” 

“แต่เมื่อกี้คุณคิดจะทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียว” พ้อเสียงสั่น

แอชเชอร์ผละออกมาเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนออก จูบแนบลงไปบนหน้าผากมนหนัก ก่อนจะจะถอยมากระซิบโดยแนบหน้าผากไว้ด้วยกัน “ผมแค่โกรธที่คุณไม่ระวังตัวเองจนโดนพวกมันเอาตัวไปได้ ถ้าคุณเป็นอะไรไป ผมจะทำยังไง”

“คุณเย็นชาใส่ฉันด้วย”

“ผมอยากให้คุณง้อ” ว่าพลางจูบจมูกเล็กแผ่วเบา

“คุณ...ทำเหมือนไม่สนใจฉัน”

“ตอนนี้ผมสนใจคุณสุด ๆ ไปเลยคนดี”

“คุณอัศ...”

ชื่อเล่นที่ไม่คิดว่าจะได้ยินดังขึ้นมาในตอนนั้น แอชเชอร์หมดความอดทนทำเป็นเล่นเอาล่อเอาเถิด แนบจูบร้อน ๆ ประชิดลงบนริมฝีปากนุ่มนิ่มอย่างหนักหน่วง ซึ่งพรรณิภาก็ตอบรับเขาด้วยความอ่อนหวานไม่แพ้กัน

นานกว่าเขาจะถอนปากออกมา...

“พั้นช์เรียกผมแบบนี้ ผมจะถือว่าพั้นช์เป็นของผมแล้วนะ”

พรรณิภาแก้มร้อนวาบ “พั้นช์แค่เผลอเรียก”

“ไม่รู้ละ พั้นช์เป็นของผมแล้ว” ว่าแล้วก็จุ๊บปากเล็กไปอีกที

โกรธกันอยู่ดี ๆ มาจบหวานอย่างนี้ก็ได้หรอ?

พรรณิภาถามตัวเองในใจขณะขืนตัวออกมาแบบเขิน ๆ ซึ่งแอชเชอร์ก็ยอมปล่อยแต่โดยดี

“วันนี้เราพอแค่นี้ก่อนดีกว่า พั้นช์เจออะไรมาเยอะแล้ว ไปอาบน้ำนอนนะครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องเสี่ยดำรง อีคอนจะจัดการเขาให้เอง”

“เราจะจัดการเขาได้จริง ๆ หรือคะ”

หลายปีที่ผ่านมาใช่ว่าจะไม่มีคนมากวาดล้างอิทธิพลเสี่ยดำรง แต่เขาก็ยังอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้  

“ถ้าเป็นเรื่องบ่อนอย่างเดียวมันอาจจะอ้างโน่นอ้างนี่จนรอดไปได้ แต่นี่ยังมีเรื่องค้ามนุษย์มาเกี่ยวอีก อีคอนไม่ปล่อยให้มันรอดไปหรอก เผลอ ๆ จะลากเอาพวกที่จะช่วยให้รอดมาร่วมกรงด้วย”

“ขอให้กวาดล้างจนหมดด้วยเถอะค่ะ เด็กสาวพวกนั้นจะได้พ้นทุก ฉันเห็นแต่ละคนอายุไม่ถึงยี่สิบดีด้วยซ้ำ คนเต็มใจก็เรื่องของเขาเถอะ แต่คนที่ถูกหลอกมาขายตัวนี่สิ เด็กพวกนั้นน่าสงสารมากเลยนะคะ”

ไม่รู้ว่าเด็กสาวคนนั้นจะเป็นยังไงบ้าง

แอชเชอร์ลูบแก้มเนียนเบา ๆ อย่างอ่อนใจในความห่วงคนอื่นของเจ้าตัว “พวกเธอจะได้รับการดูแลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คุณเลิกห่วงคนอื่นแล้วไปนอนพักดีไหมคนดี พรุ่งนี้อีคอนอาจมีเรื่องจะถามคุณนะ”

“พั้นช์คงนอนไม่หลับ” บอกเสียงเบาแล้วเดินเลี่ยงไปนั่งลงบนโซฟาตัวยาว 

ชายหนุ่มเข้าใจดีว่าเธอรู้สึกยังไง “อยากให้ผมอยู่ด้วยหรือเปล่า”

“อีกสักพักค่อยไปก็ดีค่ะ”

“เอาแบบนี้ดีกว่า” ว่าแล้วแอชเชอร์ก็เดินไปนั่งลงด้วยกัน ก่อนจะรั้งร่างบางขึ้นมานั่งบนตักตัวเอง “ผมกอดไว้แบบนี้จนกว่าคุณจะหลับแล้วกัน”

“อื้อ ไม่ได้นะคะ พั้นช์ยังไม่ได้อาบน้ำเลย ตัวเหม็นจะแย่” เธอขืนตัวหนีห่าง

“ไม่เห็นจะเป็นไร ไม่เหม็นหรอก”

“เมื่อกี้คุณยังไล่ให้พั้นช์ไปอาบน้ำอยู่เลย”

“ก็อยากให้สบายตัว ไม่ได้บอกว่าพั้นช์ตัวเหม็นสักหน่อย ไม่เชื่อผมจะพิสูจน์ให้ดู”

“อุ้ย! อย่าสิคะ” เสียงหวานอุบอิบบอกห้าม เมื่อจมูกโด่งกดลงมาบนแก้มเนียนถี่ ๆ

“ก็อยากให้รู้ว่าหอม”

พรรณิภามองค้อนคนปากหวาน ทำไมเธอไม่เคยรู้สึกว่าแอชเชอร์จะน่ารักได้ขนาดนี้

“ผมน่ารักใช่ไหม” เจ้าตัวขยิบตาถาม

“น่ากลัวละไม่ว่า”

“หือ กล่าวหากันแบบนี้มันต้องโดนลงโทษ!” แอชเชอร์แกล้งบอกเสียงหมั่นเขี้ยวแล้วกระหน่ำทั้งจมูกทั้งปากไปตามแก้มหอม ๆ ของพรรณิภา แต่หอมไปหอมมา อารมณ์แกล้งเล่นมันก็เริ่มเปลี่ยนไป จากดอมดมก็ดูดจูบจนคอเล็กแดงเป็นจ้ำ

“คุณอัศจะทำอะไรคะ หยุดเลยนะ”

มาอีกแล้ว ชื่อเล่นของเขา...

“พั้นช์เรียกผมแบบนี้ตลอดได้ไหม ผมชอบให้พั้นช์เรียกชื่อนี้”

“ถ้าคุณอัศ...ว๊าย!” พรรณิภาพูดไม่ทันจบก็ต้องร้องเสียงหลง ด้วยถูกมือใหญ่จับยกทีเดียวก็เปลี่ยนท่านั่งเป็นคร่อมตักเขาเอาไว้แล้ว “นี่คิดจะทำอะไรคะ”

“ผมแพ้แล้ว”

“??”

สีหน้าเอ๋อหนักของเธอมันน่ารักจนแอชเชอร์ทนไม่ไหวอีกต่อไป จับดวงหน้างามไว้กดจูบลงไปหนัก ๆ เรียกร้องเอาแต่ใจจนเธอเริ่มจูบตอบเหมือนจะคล้อยตาม จึงผละออกมาถาม

“พั้นช์ไหวหรือเปล่า”

พรรณิภาเลียปากที่ถูกจูบจนชาเบา ๆ กระพริบตาตอบเขาแบบไม่เข้าใจว่าถามเรื่องอะไร

“ตาย...เลียให้เห็นแบบนี้ผมก็แย่สิพั้นช์” บอกเสียงพร่าจบร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนโดยอุ้มร่างบางขึ้นมาด้วย “รู้สึกไหมว่าผมตื่นตัวแค่ไหน”

แก้มสาวร้อนวาบเมื่อรู้สึกถึงอะไรที่ดุนแก้มก้นตัวเองอยู่ อยู่มาจนอายุขนาดนี้แล้ว เธอย่อมรู้ดีว่า 'มัน' คืออะไร

“คุณอัศปล่อยพั้นช์ลง...นะคะ”

“ไม่ปล่อยหรอก คืนนี้ผมจะไม่ปล่อยให้พั้นช์หลับสบาย ๆ แล้ว ผมจะกล่อมพั้นช์นอนในแบบของผมเองคนดี” แอชเชอร์ไม่พูดพร่ำอีกต่อไป กดจุมพิศดึงอารมณ์หญิงสาวให้คล้อยตามอีกครั้งพลางอุ้มเดินเข้าห้องนอนไปอย่างรวดเร็ว

จากนี้ใครก็อย่าหวังจะมาลักตัวเธอไปอีกเชียว!

 


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขออนุญาตลงให้อ่านถึงตรงนี้นะคะ

ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอด และหวังว่าจะติดตามกันต่อไป ^ ^

หากอยากรู้ว่าแอชเชอร์จะจัดการพรรณิภายังไง ติดตามได้จาก e-book เด้อ (ไม่มีเล่ม) 


T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

0 ความคิดเห็น