ตอนที่ 14 : บทที่ 5 : ผมจะปกป้องคุณเอง [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    8 มี.ค. 62


 

แต่ดูเหมือนว่าพวกแอชเชอร์จะมั่นใจมากเกินไป เรื่องเลยเกิดขึ้นในเย็นวันหนึ่ง

พรรณิภาหายตัวไป...

ท่านประธานคนใหม่ถึงกับยืนพิงโต๊ะทำงานจ้องหน้าเลขาเก่าทั้งสองของหญิงสาวที่หายไป ถามเสียงเรียบสนิท

“เธอหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่”

“เมื่อชั่วโมงก่อนค่ะ คุณพั้นช์ขึ้นรถออกไปเอาของที่บ้านคุณอติเทพ ซึ่งนั่งรถจากที่นี่ไปแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึง แต่ตอนนี้คุณพั้นช์ยังไปไม่ถึงเลยค่ะ”  

“อาจจะแวะชื้อของอยู่ก็ได้”

สองคนที่ถูกเปลี่ยนตำแหน่งมาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทีมเลขาชุดใหม่ส่ายหน้าพร้อมกัน ก่อนฝ่ายหญิงจะเป็นคนตอบ

“เวลาเลิกงานแบบนี้คุณพั้นช์ไม่แวะชื้อของที่ไหนแน่นอนค่ะ เธอไม่ชอบชื้อของตอนคนเยอะ ๆ ต้องเกิดเรื่องขึ้นกับคุณพั้นช์แน่ค่ะท่าน”

“อย่าเพิ่งเดาไปเองมั่ว ๆ แล้วก็อย่าตื่นตูมเอาเรื่องนี้ไปพูดกับคนอื่น ฉันจะพาพรรณิภากลับมาเอง” สั่งจบแอชเชอร์ก็โบกมือให้ทั้งสองคนออกไปจากห้อง หากสังเกตจะเห็นแววตาที่เคยยิ้มบ้างนิ่งบางของเขามันเริ่มกร้าวขึ้นมานิด

“ถ้ามันเอาตัวคุณพรรณิภาไปจริง ๆ เธอจะ...”

แอชเชอร์ไม่รอให้คนสนิทพูดจบ สั่งงานเสียงเข้ม “โทรถามคนของเรา มัวทำอะไรกันอยู่ ทำไมปล่อยให้เกิดเรื่องขึ้นกับพรรณิภา ไม่รู้หรือว่าฉันให้เธอทำงานทั้งวันทั้งคืนเพราะอะไร”

เพราะพวกมันจ้องจะจับตัวเธอไปทำงานขัดดอกไงเล่า!

อีธานตอบในใจขณะยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรออกไปหาลูกน้อง คุยกันอยู่ไม่นานก็ได้คำยืนยัน

“คุณพรรณิภาถูกจับตัวไปก่อนจะถึงบ้านอติเทพแค่นิดเดียวครับ คนของเราพลาดตรงที่ไม่รู้ทาง เลยพลัดหลงกับเธอตอนเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน ตอนนี้พวกเขากำลังตามเธอไป แต่ดูจากเส้นทางที่พวกมันมุ่งหน้าไป คาดว่าน่าจะเป็นผับใหญ่กลางเมืองที่เราส่งคนไปเฝ้าอยู่นี่เองครับ”

“งั้นเราไปรอมันที่นั่นเลยแล้วกันอีธาน”

อีธานเริ่มจับน้ำเสียงเจ้านายไม่ถูกในตอนนี้ ว่าท่านอยู่ในอารมณ์ไหนกันแน่

สนุกหรือว่าโกรธจัด...



คนออกมานอกโรงแรมได้ไม่ถึงชั่วโมง กำลังนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียงเล็กในห้องแคบห้องหนึ่งในสภาพถูกมัดมือมัดเท้า หตุมันเกิดเพราะไม่ทันคิดว่าการขับรถไปเอาของที่บ้านอติเทพ จะเป็นการเปิดโอกาสให้พวกมันได้ลงมือ การรับมือกับแอชเชอร์ทุกวันทำให้พรรณิภาลืมไปเลยว่าใครมาขู่อะไรเอาไว้ สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการถูกอุ้มมาขังไว้อีกครั้ง

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด...!

“ปล่อยฉันนะ ปล๊อยยยย!!

“เงียบสิวะ! แหกปากไปก็ไม่รอดหรอก กลับมานี่!

“กรี๊ดดดดดด....อ๊า!

เสียงกรีดร้องโวยวายจากห้องข้าง ๆ ก่อให้เกิดความหวาดหวั่นจนหัวใจแทบจะหยุดเต้น ตั้งแต่มาถึงพรรณิภาก็ได้ยินเสียงแบบนี้ดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ต่อด้วยเสียงตบตีหรืออะไรบางอย่างกระทบกันสับสนอลหม่าน หากเดาไม่ผิด คงมีเรื่องไม่น่าพิศมัยเกิดขึ้นในห้องนั้น

พรรณิภาหดแขนหดขาเข้ามากอดไว้แน่น เมื่อคิดไปว่าเสียงกรีดร้องที่ได้ยิน อาจจะเป็นผลมาจากงาน ที่เสี่ยดำรงบอก

นี่มันจับตัวเธอมาเพื่อทำงานขายบริการจริง ๆ หรือ!

คิดด้วยความหวาดกลัวอยู่คนเดียว เหมือนจะเคยได้ยินมาว่าหากใครไม่ยอมทำงาน พวกมันจะบังคับด้วยการซ้อมจนต้องยอมทำในที่สุด หรือไม่ก็ใช้ยาเสพติดควบคุมให้รับแขกวันหนึ่งเป็นสิบคน โดยไม่สนใจว่าพวกเธอจะรับได้หรือไม่ พรรณิภายอมตายดีกว่าต้องทนแบกรับรู้ความรู้สึกแย่ ๆ แบบนั้น!

ระหว่างที่คนทางนี้นั่งหวาดหวั่นอยู่คนเดียว เสียงร้องจากห้องข้าง ๆ ก็ยังดังออกมาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง จนต้องยกมือปิดหูเอาไว้

“ได้โปรดเถอะ ใครก็ได้มาช่วยฉันออกไปที!

แม้จะสงสารเจ้าของเสียงแค่ไหน แต่พรรณิภาก็ขอให้พวกมันหยุดอยู่ที่ห้องนั้น อย่าเคลื่อนมายังห้องของเธอเลย...


ชั่วโมงต่อมาแอชเชอร์ก็มานั่งกดยิ้มอยู่ในรถตู้คันเล็กที่จอดอยู่ตรงมุมมืดภายในลานจอดรถ ดวงตาคมกริบพราวระยับขึ้นนิด ๆ ขณะมองร้านอาหารกึ่งผับขนาดใหญ่ตรงหน้า ที่แท้มันก็สร้างผับหรูขึ้นมาหลอกตา บังหน้าสถานที่หย่อนใจที่ซ่อนตัวอยู่ข้างใน เวลาสองทุ่มเช่นนี้ภายในร้านเลยคราคร่ำไปด้วยลูกค้ามากหน้าหลายตา ที่พากันออกมา พักผ่อนหย่อนใจหลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

“ตามมาถึงร้านนี้แล้ว มันก็หายไปเลยอย่างนั้นหรือ”

เมื่อเขาถามขึ้นมา หัวหน้าชุดที่ขับรถตามพรรณิภาก็รีบพยักหน้า

“หายไปเลยครับ”

พอตามต่อไม่ได้ พวกเขาถึงประสานงานกับเพื่อนอีกกลุ่มที่มาเฝ้าดู งานของเจ้าถิ่นตั้งแต่เดือนที่แล้ว

“ส่งคนไปดูด้านในหรือยัง”

“ครับ แต่เราคิดว่ามันน่าจะพาคุณผู้หญิงเข้าทางหลังร้าน ตรงนั้นมีคนยืนคุมอยู่ เราเข้าไม่ถึง” หัวหน้าชุดที่เฝ้าเก็บข่าวในบ่อนบอกเสียงเรียบ

แอชเชอร์นั่งนิ่งคิดอยู่ไม่นาน ก็หันไปสั่งงานอีธาน “ส่งพวกที่ตามพรรณิภาไม่ทัน แฝงตัวเข้าไปสืบมาอีก”

อีธานถอนหายใจแทนคนรอคำสั่งอยู่บนรถอีกคัน ทำงานพลาดมันก็จะลำบากหน่อย ๆ ละนะ

“มีรถเข้ามาครับ”

ใครคนหนึ่งร้องบอกขึ้นมา

ทุกคนบนรถจ้องไปยังรถตู้สีดำที่แล่นเข้ามาจอดเทียบประตูหลังร้านเป็นตาเดียว ชายฉกรรจ์คนหนึ่งรีบลงมาเปิดประตูให้ชายวัยกลางคนรูปร่างเตี้ยอ้วนก้าวลงมา

...เสี่ยดำรง



 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

0 ความคิดเห็น