แอบเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,778 Views

  • 22 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    9,778

ตอนที่ 9 : บทที่ 3 : งามตางามใจ [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    4 ม.ค. 62



“ถ้าพี่เขาทำนาจนจบกระบวนการจริงๆ นอกจากพ่อจะยกลูกสาวให้แล้ว พ่อส่งเค้าไปเรียนต่อเมืองนอกด้วยสิ เค้าอยากเป็นเด็กนอก” เทวาหน้ามนคนจริงเอ่ยขอแบบด้านๆ หลังได้เห็นความมั่นใจเบอร์นั้นของพ่อ

แดนดินปรายตาใส่ลูกชายคนเล็กฉับ “ตอนนี้แกก็เป็นเด็กนอกอยู่แล้วนี่”

นอกคอก!” พี่ชายทั้งสองบอกเสียงดัง

โด่ นอกคอกไรแว้!”

ไม่แว้ไม่เว้อละ ยังไงพวกเขาอยู่ได้ไม่นานก็เผ่นหนีแน่นอน” บอกด้วยเสียงมั่นใจแล้วแดนดินก็ลุกขึ้นทันที “เดี๋ยวพ่อไปรายงานทวดก่อน ทวดจะได้ทำใจไว้รอตอนพวกเขาแวะมาลากลับบ้าน ฮ่าๆ” แล้วเขาก็เดินออกไปจากกระท่อมด้วยท่าทางชอบอกชอบใจ

เค้าว่าพ่อนั่นแหละ ควรจะทำใจไว้บ้าง ตอนที่เขามาขอลูกสาวพ่อที่บ้าน วะฮ่าๆ”

ลูกชายฝาแฝดหัวเราะไล่หลังไปอย่างไม่กลัวตาย

พี่เขาออกจะหน่วยก้านดี วันนี้ทำงานวันแรก คนยังไม่ชินงาน จะให้ถึกไปถึงไหน รออีกวันสองวันเถอะ มีแต่จะวิ่งนำหน้าควายให้ดู พี่ช้างว่าไหม เอ่อ...” เทวินทร์ชะงักเมื่อหันไปสบตาดุๆ ของคเชนทร์ เขารีบเปลี่ยนคำพูดทันที “คิดอีกที พี่เขาต้องยกธงขาวตั้งแต่ฝนยังไม่ตกแน่ๆ วินฟันธง”

แกสองคนอย่ายุ่งเรื่องคนอื่นให้มันมากนักเลย” คเชนทร์ปรามเจ้าตัวแสบทั้งสองเสียงดุๆ

พี่ก็พูดไป พวกเรายังเด็กอยู่เลยนะ เป็นเด็กผู้ชายที่กำลังอยากรู้อยากเห็นมากๆ เลยด้วย”

นั่นสิ วาเพิ่งจะยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองขวบเองนะ”

ยี่สิบเอ็ดยี่สิบสองขวบพ่องมึงสิ!” พี่ชายถึงกับยกขาถีบเข้าให้

เทวาโดดหลบ บาทาใหญ่และหนักได้ทันพอดี “เอะอะเตะๆ นี่คนไม่ใช่กระสอบทราย แถมยังเป็นว่าที่คุณหมอด้วยนะโว้ย ถ้าวาเป็นอะไรไปใครจะมาดูแลพ่อแม่พี่น้องตอนเจ็บป่วยกันเล่า” 

“แม่นๆ นี่ว่าที่หมอใหญ่เด้อ”

การรับลูกคู่กันอย่างเป็นงานของคู่แฝด ทำเอาคเชนทร์ปวดหัวแทนคนไข้ที่จะมารักษากับว่าที่คุณหมอใหญ่

ตั้งแต่จำความได้ ความฝันของพวกแฝดนี่จะเปลี่ยนไปทุกปี อยากเป็นเกษตรกรนักพัฒนาบ้างละ เป็นดารานายแบบบ้างละ เป็นคุณครูหล่อให้นักเรียนบอกต่อบ้างละ อยากเป็นนักบินให้พ่อชื่นใจบ้างละ ไม่มีใครคิดเลยว่าหวยจะมาออกที่ อยากเป็นคุณหมอแถมพวกมันยังตามกันไปเรียนหมอทั้งสองคนอีก!

คนหนึ่งเรียนหมอคน

คนหนึ่งเรียนหมอสัตว์

แล้วเวลาหลายปีที่ผ่านมา สองคนนี้ก็ตั้งใจเรียนจนพิสูจน์ให้คนที่บ้านเห็นว่าพวกเขาสามารถเป็นคุณหมอที่ดีได้ เพียงแต่...

คุณหมออาจจะนิสัยเด็กน้อยเกินไปนิดหนึ่ง!

 

ทศวรรษกับคนสนิททั้งสองไม่ได้เผ่นหนีไปไหน พวกเขาทนตากแดดทำงานกลางแจ้งอยู่หลายวัน ตอนนี้ที่นาห้าไร่ที่ได้มาถูกไถพลิกหน้าดินขึ้นมาตากแดดรอดำเนินการขั้นต่อไปเรียบร้อยแล้ว

ความมุ่งมั่นของพวกเขาสร้างความพอใจให้คำหอมอย่างยิ่ง  

“ดูเหมือนพ่อคนนี้เขาจะหนักเอาเบาสู้อยู่นา”

ท่านเปรยขึ้นขณะนั่งรับลมอยู่บนเรือนกับหลานชาย หลายสิบปีก่อนตนกับสามีก็ย้ายมาลงหลักที่บ้านนาทองคำแห่งนี้ด้วยความรู้เรื่องการทำนาเพียงน้อยนิดเช่นกัน กว่าจะเข้าไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านเพื่อหาความรู้เรื่องการทำนามาศึกษาค้นคว้าต่อ จนสามารถพัฒนาพันธุ์ข้าวหอมดีๆ ที่ปลูกแบบปลอดสารเคมีออกมาได้ ต้องลองผิดลองถูกพากันล้มลุกอยู่เป็นปีๆ แต่พวกตนก็ไม่เคยท้อถอย

“ตอนนั้นปู่ทวดของเขาก็ตามปู่มาลองปลูกข้าวที่นี่บ่อยๆ แต่สายการบินเขากำลังขยายตัวขึ้นเหมือน สุดท้ายเขาก็เริ่มห่างหายไป นี่เหลนคงจะมาสานต่อเสียละมั้ง” 

แดนดินฟังแล้วส่ายหน้าบอกเสียงอ่อน “แค่วันสองวันเท่านั้น เรายังดูไม่ออกหรอกจ้ะ”

ความจริงแล้วแดนดินไม่ได้ดูเบาอะไรพวกทศวรรษเลย ยินดีเสียอีกที่มีคนอยากมาลองสัมผัสวิถีการทำนาปลูกข้าวแบบเต็มรูปแบบถึงบ้านเกิด เขาเคยคิดจะเปิดหมู่บ้านเป็นศูนย์การเรียนรู้วิถีการทำนาเหมือนกัน แต่ด้วยงานหลายอย่างที่ล้นอยู่ในมือ ทำให้วางเรื่องนี้เอาไว้ก่อน

แต่ตอนนี้เขามีคเชนทร์เข้ามารับช่วงต่อแล้ว...

ถ้าพวกทศวรรษสามารถทนทำนาตากแดดได้ถึงวันที่ต้นข้าวในทุ่งกลายเป็นสีเหลืองทองพร้อมให้เก็บเกี่ยวจริง ก็ถือเป็นนักเรียนต้นแบบของเขาไปเลย!

“เห็นแม่อุ่นเล่าให้ฟังว่าเขาไม่เคยกลับมาพักเอาแรงระหว่างวันเหมือนใครบางคนด้วยนะ” 

คนแอบหลบมาหาลูกหาเมียบ่อยๆ ค้อนใส่ผู้เป็นย่า “ก็เขายังไม่มีลูกมีเมีย จะเอามาเทียบกับดินได้ยังไงจ๊ะ”

“แต่เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นคนติดลูกติดเมียกลับบ้านช่วงกลางวันเลยนะคะคุณย่า” ฤทัยรักษ์เดินออกจากครัวมาได้ยินพอดีเลยอดแกล้งบ่น

สามีได้ยินเข้าก็รีบแก้ตัวหน้าซื่อ “ก็พี่ต้องแวะไปดูพวกทศวรรษที่ทุ่ง ไหนจะต้องไปคุมชาวบ้านทำบั้งไฟอีก จะกลับบ้านบ่อยๆ เหมือนก่อนไม่ได้หรอกจ้ะ”

“พูดถึงงานบั้งไฟ ปีนี้คุ้มเราได้ใครเป็นผาแดงนางไอ่ล่ะ” หญิงชราถามเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ ในเดือนนี้ของทุกปี หมู่บ้านจะจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟขึ้นมาเพื่อขอฝน มีทั้งการเดินพาเหรดและแข่งจุดบั้งไฟกันสนุกสนาน

“ก็ช้างกับหนูนาของเราไงจ๊ะ ชาวบ้านเขาโหวตมาแล้ว”

“ถามลูกดูหรือยัง มันจะยอมไปนั่งตากแดดให้หรือเปล่านั่น”

“โอ้ย หนูนาว่าง่ายอยู่แล้วจ้ะย่า รอดูนางไอ่คนงามของเราได้เลย”

คนเป็นพ่อตอบอย่างภูมิใจเสียจนคำหอมกับฤทัยรักษ์ที่เปิดหูเปิดตามากกว่าพากันแอบกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ ไม่รู้ว่าเด็กว่านอนสอนง่ายของพ่อจะเผยตัวตนออกมาให้พ่อเห็นตอนไหน คนอื่นเขาอยากเห็นสีหน้าตะลึงอึ้งค้างของแดนดินจะแย่อยู่แล้ว

 

 
                   
                                                                                                      T
       B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

0 ความคิดเห็น