แอบเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,785 Views

  • 22 Comments

  • 115 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    33

    Overall
    9,785

ตอนที่ 5 : บทที่ 2 : แล้วเราก็พบกัน [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    28 ธ.ค. 61






หลายนาทีก่อน...

ผู้ชายตัวใหญ่สองคนกำลังทำอะไรวุ่นอยู่ตรงเนินดินหลัง พวกเขาสวมเพียงกางเกงขาสั้นกับเสื้อกล้ามตัวน้อย อวดหุ่นเพียวขาวท้าแสงแดดยามเช้าแบบโนสนโนแคร์ เท้าที่เคยสวมแต่รองเท้าหนังอย่างดีก็เปลี่ยนมาเป็นรองเท้าหูหนีบสีฟ้า ทั้งสองคนเดินไปเดินมาอยู่คนละมุม เพื่อจัดการกับหญ้าที่ขึ้นประปรายไปทั่ว ผิดกับบริเวณด้านหน้าซึ่งเจ้าของบ้านใช้สัญจรเข้าออก

“คุณทศจะทำแบบนี้จริงๆ เหรอครับ” ลูกน้องถามเสียงค่อย

“ถ้าไม่อยากมาทำกับฉัน ก็กลับไปซะ ฉันจะได้เรียกคนอื่นมา”

ลูกน้องทำตาวาวละมือจากการยกจอบขึ้นสับต้นหญ้าหันมาบอกด้วยสีหน้าดีใจ “งั้นเรียกมาเลยครับ เรียกมาเยอะๆ จะได้ช่วยกันทำงานในไร่ในนา คุณทศแค่ยืนสั่งเหมือนเดิมก็พอแล้วครับ”

“ถ้าฉันจะเอาแต่ชี้นิ้วสั่งเหมือนเดิม คงไม่ถ่อมาถึงนี่หรอก”

“งั้น...”

“ไม่ต้องพูดแล้ว เข้าไปโทรถามนายทิตว่าสั่งของเสร็จหรือยัง บอกให้มันรีบๆ กลับหน่อย ฉันหิวแล้ว” เสียงเย็นๆ ตัดบทฉับเมื่อลูกน้องทำท่าจะพูดมาก ทศวรรษไม่น่าใช้ให้วาทิตเข้าเมืองไปชื้อของเลย ขานั้นไม่พูดจาพร่ำเพรื่อน่ารำคาญเหมือนวาทีแฝดพี่ สั่งให้ทำอะไรก็ทำไป อย่างการมา พักผ่อนที่หมู่บ้านนาทองคำในครั้งนี้ แม้วาทิตจะไม่เห็นด้วย แต่ก็ตามเขามาอย่างไม่มีปากมีเสียง

พอเห็นเจ้านายเริ่มอารมณ์จะบูดวาทีก็รีบวางมือจากจอบเสียม หมุนตัวเดินกลับเข้าไปโทรศัพท์หาแฝดน้องที่ออกไปซื้อข้าวของเครื่องใช้อยู่ในเมือง ซึ่งก็ขาดแค่เครื่องใช้ในบ้านไม่กี่อย่าง เพราะบ้านหลังนี้ได้สรรหาทุกอย่างมาไว้พร้อมก่อนที่พวกเขาจะมาถึงแล้ว 

“เฮ้อ...”

ทศวรรษถอนหายใจออกมาเสียงดังหลังจากลูกน้องเดินกลับเข้าไปในบ้าน เขาแค่ต้องการมาพักผ่อนอยู่ที่นี่สักพักเท่านั้น ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย ไม่ใช่ว่าเขาจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่จนตายสักหน่อย ถ้ามันอยากกลับไปรบรากับความวุ่นวายในเมืองเหมือนเดิม ก็ไสหัวไปสิ เขาไม่ได้บังคับให้ตามมานะ

แค่เผลอยืนนิ่งแป็บเดียวทศวรรษก็ต้องเดินหาที่หลบแดด เขารู้สึกเหมือนตัวจะสุกเพราะความร้อนจากแดดที่แผดเผาลงมาอย่างไรอย่างนั้น พอหลบเข้าไปอยู่ใต้เงาหลังคาแล้วก็ยกมือขึ้นโบกลมคลายร้อนให้ตัวเองแรงๆ  

“ให้ตาย ร้อนเป็นบ้า”

ไม่นึกเลยว่างานง่ายๆ อย่างการถางต้นหญ้าออกเพื่อเอาพื้นที่มาทำเป็นสวนนั่งเล่นในวันว่างๆ จะทรมานขนาดนี้

“เอาผ้ากับน้ำเย็นๆ ออกมาด้วยนะที”

ตะโกนเข้าไปบอกลูกน้องข้างใน แต่ผ่านไปนานวาทีก็ไม่ออกมาสักที เขาเลยถอดเสื้อออกมาซับเหงื่อบนตัวออกไปพลางๆ เสื้อกล้ามสีดำถูกขยุ้มๆ ปาดไปตามแผงอก ลำคอ และลอนแพ็คขาวเนียนเป็นคลื่นให้แห้ง

ตอนนั้นเอง...

“โฮ่ง โฮ่ง!

ใบหน้าหล่อเหลาหันไปมองทางเสียงเห่าที่ดังขึ้นมาดื้อๆ ไม่คิดว่านอกจากหมาแล้วจะมีใครบางคนกำลังแอบดูเขาอยู่...

 

เขาเห็นเธอหรือเปล่า!

นรีกานต์ถามตัวเองด้วยอาการใจเต้นขณะนั่งลงแอบข้างรั้วชะอมพุ่มหนา ควักมือเรียกลูกชายตัวดีที่เห่าจนเสียเรื่องให้เข้ามาหาแล้วยกนิ้วชี้ขึ้นเแนบปากส่งสัญญาณให้มันอยู่เงียบๆ

“โฮ่งๆ โฮง! กรร...”

เจ้าตัวดีกลับยิ่งเห่าดังมากกว่าเก่า เห่าชุดใหญ่หางชี้ขึ้นฟ้าพร้อมกระโจนเข้าใส่รั้วชะอมอย่างดุดัน

นรีกานต์รู้ทันทีว่าสายไปแล้วที่จะหลบ...

“สวัสดีครับ”

โธ่ว...

ร่างเล็กค่อยๆ ลุกขึ้นยืน พยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุดตอนหันกลับไปหาคนเข้ามาทัก แล้วเธอก็ถูกความจริงพุ่งกระแทกสายตา

“ไอ้โรคจิต!!

นรีกานต์ยกมือขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายตาโต หน้าตาแบบนี้ไม่ใช่ไอ้บ้านั่นแล้วจะเป็นใคร เธอจำใบหน้าที่ตัวเองสะบัดฝ่ามือใส่สองทีซ้อนก่อนที่เขาจะหนีไปพร้อมลิฟท์ได้ดี

ไฟในลิฟท์มันสว่างจนเห็นกระทั่งรอยมือที่เธอฝากไว้นั่นละ!

ขณะเดียวกันคนถูกเรียกว่า โรคจิต ก็เลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ ถ้าจำไม่ผิด หญิงสาวหน้าตาน่ารักใต้หมวกสานปีกกว้างตรงหน้าเขาคนนี้เป็นหลานสาวเจ้าของเรือนคำหอมที่เขาไปฝากเนื้อฝากตัวเมื่อเดือนก่อนไม่ใช่หรือ เห็นผ่านๆ ไม่เคยเจอกัน ทำไมเธอทำเหมือนกับว่าเขาเคยทำอะไรให้เคืองใจล่ะ

หรือเขาจะลืมอะไรไป?

“โฮ่ง โฮ่ง โฮง!

เจ้าตัวที่มาด้วยแหงนหน้าเห่าขู่เสียงดัง ทั้งเดินมาขวางนายสาวเอาไว้ นั่นทำให้นรีกานต์ใจมาทันที เธอเชิดหน้าถามเขาเสียงเข้ม

“คุณมาทำอะไรอยู่ที่นี่”

“ก็...มาอยู่”

“มาอยู่ทำไมล่ะ คุณไม่ใช่คนที่นี่นะ!

“แล้วทำไมฉันต้องบอกหนูด้วย”

“ไอ้บ้า! คอยดูนะ ถ้าคิดจะมาทำมิดีมิร้ายฉันอีก ฉันจะให้ชาวบ้านรุมกระทืบให้ดู” ร้องขู่ไปหน้าตาขึงขัง

“โฮ่ง! โฮ่ง!” 

หนึ่งในตัว ที่จะรุมเขาก็เห่ารับเสียงดังเช่นกัน

“ทำมิดีมิร้าย?” ทศวรรษทวนถามงงๆ ทำไมเขาจะต้องทำมิดีมิร้ายเธอด้วย ดวงตามคมกริบกวาดขึ้นกวาดลงมองร่างเล็กที่กำลังกำหมัดแน่นเหมือนพร้อมจะเหวี่ยงใส่เขาช้าๆ อย่างสังเกตมากขึ้นกว่าเดิม 

ขนาดตัวเล็กเท่าอกเขาแบบนี้ 

หน้าตาเนียนใสแบบนี้ 

ท่าทางดุๆ แบบนี้

หือ?

ร่างสูงขยับเข้าไปดึงหมวกใบใหญ่ของอีกฝ่ายออก 

“ไอ้บ้า! เอาหมวกฉันคืนมาเดี๋ยวนี้เลยนะ”

มือใหญ่สวมหมวกคืนให้เธอแต่โดยดี ไม่สนว่าเจ้าตัวอวบๆ นั่นจะพยายามกระโดดขึ้นมางับแขน ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเดือดขนาดนี้

ผู้หญิงคนนี้สินะ ที่เคยตบเขาจนหน้าหัน!


+++++++++++++++++

เอาแล้วไง เจ้าที่เขาแรงแบบนี้ คุณทศจะจัดการยังไงดีเล่า แบบนี้ใครจะอยู่ใครจะไปกันนะ 

 

 

 
                   
                                                                                                      T
       B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

0 ความคิดเห็น