แอบเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,773 Views

  • 22 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    21

    Overall
    9,773

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 : สวัสดีครับ [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1466
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61



1

สวัสดีครับ


สามเดือนต่อมา...

ซ่า...

ร่างเล็กในชุดชาวสวนที่กำลังผลุบโผล่อยู่ในดงดอกอัญชัญสีม่วงฟ้าค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองส่ายฝนที่กระหน่ำลงมาโดนหลังคาแบบตาข่ายที่คลุมแปลงดอกไม้พวกนี้เอาไว้

“ฤดูฝนกำลังจะมาเยือนแล้วสินะ”

พึมพัมกับตัวเองแล้วก็หิ้วเอาตะกร้าบนพื้นขึ้นมาเดินเก็บดอกอัญชัญในสวนต่ออย่างไม่สนใจฝนฟ้า หากใครมาเห็นเข้าคงคิดว่าเธอเป็นคนงานในสวนคนหนึ่ง ซึ่งความจริงแล้วเธอเป็นเจ้าของสวนดอกไม้น้อยๆ นี่้ต่างหาก 

หลัง เรียนจบการประกอบอาหารกลับมาเมื่อสามปีก่อน นรีกานต์ก็ตัดสินใจขอคนที่บ้านเปิดร้านอาหารเพื่อสุขภาพขึ้นในตัวจังหวัด ด้วยวัตถุดิบที่สดใหม่และปลอดสารพิษที่ถูกส่งออกไปจากบ้านสวนตายายของกรองขวัญทุกวันๆ ร้านเธอจึงมีลูกค้าสายรักสุขภาพเข้ามาใช้บริการมากมาย จนปีที่แล้วเธอกับญาติเลยร่วมมือกันเปิดอีกสาขาที่โรงแรมเมืองวิมาน

ตอนที่ขอขยายสาขาร้านเข้าไปในกรุงเทพฯนั้น ผู้เป็นพ่อถึงกับไม่ยอมพูดด้วยไปสามวัน เพราะต้องการให้เธอทำงานอยู่ใกล้ตัวมากกว่า แต่ความจริงแล้วเขาหวั่นใจว่าเธอจะพาลูกเขยมาฝากเนื้อฝากตัวแบบกะทันหันเหมือนที่กรองขวัญเคยทำ ต้องอธิบายว่าจะจ้างคนไปดูแลแทน ส่วนตัวเองจะบินไปดูเป็นเดือนๆ หรือตอนที่มีปัญหาเท่านั้น ไม่ได้ไปดูร้านเองตลอด ผู้เป็นพ่อถึงยอมอนุญาต

ทำไปทำมาเธอก็ได้เข้าไปดูแลร้านแค่เดือนละครั้งอย่างที่บอกพ่อไว้จริงๆ ไม่ได้เข้าไปแตะแม้แต่จานสักใบในครัวของร้าน เพราะต้องช่วยแม่ดูแลย่าทวดที่ชราขึ้นมาก   

 ตอนนี้เธอรับหน้าที่คิดค้นอาหารใหม่ๆ ออกมาเพิ่มในเมนูที่ร้าน พอเพื่อนส่งอาหารที่ทำจากดอกไม้มาให้ดู เธอเลยเกิดไอเดียใหม่ ขอแบ่งที่ดินเล็กๆ ขนาดหนึ่งไร่ตรงท้ายสวนผักของพี่สาวมาปลูกดอกไม้ที่สามารถกินได้เพื่อเอาไปทำเมนูใหม่ๆ ซึ่งก็ปลูกออกมาได้แค่ไม่กี่ชนิด หลักๆ ก็มีอัญชัญ กุหลาบ ดาวกระจาย มะลิ แล้วก็ใบเตยแถวหนึ่ง

...เป็นการดำเนินชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนที่เธอเคยคิดเอาไว้ไม่มีผิด

หลายคนอาจต้องการประสบความสำเร็จเรื่องหน้าที่การงาน มีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัทใหญ่ เป็นเจ้าเป็นนายในหน่วยงานรัฐ เป็นใครสักคนที่ถูกยกย่องนับถือ แต่เธอต้องการแค่ชีวิตเรียบง่าย ไม่ต้องแก่งแย่งชิงดีกับใคร ได้อยู่กับคนในครอบครัวทุกวันๆ แบบนี้แหละ...

เมื่อเก็บดอกไม้ได้ตามที่ต้องการแล้ว นรีกานต์ก็เดินออกไปหาจักรยานที่หน้าสวน แล้วพลันนึกขึ้นได้ว่าได้พาเจ้าเข้ม ลูกสุนัขตัวโปรดออกมาด้วย จึงรีบเดินออกมาตามหามันก่อนที่มันจะมอมทั้งตัวด้วยน้ำฝน

“พี่เข้มมมมมม ออกมาหามามี้เร็ว”

ร้องเรียกไปก็มองหาไปด้วย แต่ก็ยังไร้วี่แววเจ้าลูกหมาตัวน้อยวัยขวบกว่า ยิ่งวันนี้เป็นวันหยุดของคนงานที่มารับจ้างดูแลผักผลไม้เป็นรายวันด้วยแล้ว สวนผักปลอดสารพิษขนาดสิบไร่ของกรองขวัญก็ยิ่งเงียบและว่างเปล่า

“ไปไหนของมันนะ”

เอ๊งงงงงงงงง...เอ้งง...เองงงง

นรีกานต์ใจหายวูบเมื่อได้ยินเสียงร้องราวกับเจ็บปวดของสุนัขดังแว่วมากจากมุมรั้วท้ายสวนที่ตนเพิ่งเดินออกมา รีบสาวเท้าวิ่งกลับไปดูทันที 

“เอ๊งงงงงง....เองงง”

เสียงที่ดังแว่วๆ ชัดเจนขึ้นเมื่อก้าวไปใกล้

“พี่เข้ม อยู่ตรงไหนลูก ออกมาหามี๊เร็วเข้า” เธอร้องเรียกเมื่อมองไม่เห็นตัวมัน สอดสายตามองหาเท่าไรก็ไม่เห็น

“งี๊ดๆ”

“หือ?”

คิ้วเรียวขมวดมุ่น ร้องแบบนี้มันไม่น่าจะเจ็บตัวแล้วละ มือบางเท้าเอวหมับก่อนจะร้องสั่งเสียงเข้มขึ้น

“ออกมาเดี๋ยวนี้เลย อย่าให้แม่โมโหนะ!

“เอ๊...”

“ยังอีก! จะออกไม่ออก”

“งี๊ด...งี๊ด...”

เสียงครางอ่อยๆ พร้อมเสียงหอบแรงที่ดังออกมาจากพงหญ้า เรียกสายตานรีกานต์ให้มองตามไป แล้วม่านตาของเธอก็ต้องขยายกว้าง เมื่อสังเกตเห็นขนสีแดงๆ แซมอยู่ในตาข่ายสีดำ ซึ่งมีไว้เพื่อคลุมกันแดดให้ผักในแปลงท้ายสวน

“ไอ้พี่เข้มมมมมมมมมมม!!


พยายามช่วยชีวิตกันอยู่นาน ในที่สุดนรีกานต์ก็ได้เจ้าตัวดีมาอยู่มือ เจ้าตัวน้อยที่หนักเกินอายุทำตาหงอยสงบเสียงสงบท่าอยู่ในตะกร้าสานหน้าจักรยานของเจ้านายแต่โดยดี เห็นแล้วหญิงสาวถึงกับค้อนใส่

เอาแต่เล่นสนุกเลยเถิดจนเกือบจะโดนตาข่ายพันคอตาย!

“นั่งนิ่งๆ ไปเลยนะ!

ดุเสียงเข้มทันทีที่มันเหลือบตาขึ้นมามอง จากนั้นก็ออกแรงปั่นจักรยานให้เร็วขึ้นท่ามกลางสายฝนที่เริ่มซาลง

ไม่นานนรีกานต์ก็พาตัวเองและเจ้าตัวดีมาถึงเรือนคำหอม ขี่รถเข้าไปจอดลงใต้ถุนเรือน ซึ่งมีเรือนอีกหลังขึ้นซ้อนอยู่ ด้านซ้ายก็มีบ้านหลังงามแบบทันสมัยของกรองขวัญกับสามีตั้งอยู่ เธอถอดเสื้อคลุมตัวใหญ่กับหมวกสานบนหัวออกวางไว้บนจักรยาน แล้วอุ้มลูกหมาไปล้างเนื้อล้างตัวในลานอาบน้ำที่ทำไว้ให้เพื่อพวกมันโดยเฉพาะ

เนื่องจากบ้านนี้มีลูกหมาหลายตัว พอเธอหอบพี่มันเดินผ่านไปผ่านมา พวกพี่ๆ จึงเปลี่ยนจากวิ่งเล่นตากฝนมาแห่ตามห้อมล้อมอยากเล่นกับพวกเธอ   

“โฮ่ง! โฮ่ง!

พวกมันพยายามแหงนหน้าส่งเสียงเห่าตามขอเล่นด้วย กว่าจะพากันเดินตุปัดตุเป๋ไปถึงลานซักล้าง เอ่อ ลานอาบน้ำก็เล่นเอาหอบ

หญิงสาวโยนเจ้าเข้มลงพื้นแล้วเท้าเอาบอกตัวที่เหลือเสียงลั่น “แห่ตามกันมาดีนักใช่ไหม เดี๋ยวแม่จะจับฟอกให้เกลี้ยงทุกตัวเลย! 

“โฮ่งๆ โฮ่ง!

“...”


กว่าจะซักอบแห้งจนหมดทุกตัว นรีกานต์ก็ซีดเซียวมอมแมมไปทั้งตัว หนาวจนต้องรีบวิ่งขึ้นเรือนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เธอไม่ได้ใช้บันไดหน้าเรือนใหญ่ แต่อ้อมไปขึ้นบันไดที่เชื่อมอยู่ตรงกลางระหว่างเรือนใหญ่กับเรือนและ ตรงนั้นจะใกล้ห้องเธอมากกว่า

“เอ๋? ใครมาน่ะ”

ร่างเปียกชุ่มชะงักเล็กน้อยตอนก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายขึ้นไปเห็นผู้ชายสองคนนั่งคุยกับคนอื่นในครอบครัวอยู่ตรงศาลารับแขกกลางเรือน

มิน่า...เธอโวยวายเสียงดังขนาดนั้น ยังไม่มีใครลงไปมาช่วยเธอรีบมือกับเด็กๆ ข้างล่างเลย ที่แท้ก็มีแขกมาเยือนนี่เอง

แต่ใครกันที่มาบ้านคนอื่นตอนฝนตกพายุเข้าแบบนี้?

“ชะอุ้ย!

นรีกานต์รีบหมุนตัววิ่งกลับห้องตัวเองทันทีที่ผู้เป็นเหลือบมาเห็นร่างอันโชกไปด้วยร่องรอยการสู้รบกับลูกหมาของตน


---------------

ใครกันหนาที่มาเยือนเรือนคำหอมกลางสายฝนแบบนี้...

 

 
                   
                                                                                                      T
       B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

0 ความคิดเห็น