แอบเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,778 Views

  • 22 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    26

    Overall
    9,778

ตอนที่ 18 : บทที่ 7 : คุณจะตายไม่ได้นะ [2] จบบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    14 ม.ค. 62



“หรือจะเป็นหมาแมว ถ้าเป็นหมา...”

นรีกานต์คิดถึงความเป็นไปได้อื่นพร้อมมองซ้ายมองขวาหาลูกหมาตัวดีอย่างหวั่นใจ และเธอก็ไม่เจอตัวมันอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ ชาวบ้านที่มารับจ้างทำงานก็กลับไปหมดแล้ว

“ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนของสวนอีกนะ”

เธอก้มลงเก็บของแล้วเดินไปชะเง้อชะแง้มองดูบ้านหลังข้างๆ เผื่อว่าจะเจอลูกหมาตัวดี แต่บ้านยังคงเงียบเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ เหมือนช่วงสามสี่วันที่ผ่านมา ไม่มีรถจิ๊ปสีดำหรือรถคันไหนจอดอยู่ในบ้านเลยสักคัน 

“พี่เข้มมมมมมมมมมมม”

เงียบ...

“พี่เข้มจ๋าาาาาาาาาาาาา”

เงียบเหมือนเดิม...

“ออกมาเร็ว แม่จะกลับบ้านแล้วนะ”

ปัง!

“ว๊าย!

คนกำลังตั้งใจฟังเสียงลูกหมาตอบรับสะดุ้งสุดตัว เมื่อมีเสียงอะไรสักอย่างหล่นกระแทกพื้นดังขึ้นอีกครั้ง ไม่รอช้าเธอรีบเดินไปหยิบเก้าอี้ตัวเล็กของคนงานมาปีนกระโดดข้ามรั้วไปดู

ไม่รู้ละว่าต้นเหตุของเสียงคืออะไร แต่อย่างน้อยเธอก็น่าจะเข้าไปตรวจสอบแทนเจ้าของบ้านหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าไม่ช่วยเป็นหูเป็นตาให้ ที่สำคัญเผื่อพี่เข้มเป็นตัวการของเสียง

เธอจะได้เก็บกวาดหลักฐาน...

“คุณ!!”

นรีกานต์ร้องลั่นทันทีที่เห็นสภาพคนนอนนิ่งอยู่ระหว่างพื้นครัวกับห้องรับแขก ตั้งสติได้ก็รีบวิ่งข้ามฉากกั้นห้องที่พังลงมาเข้าไปหาเขาทันที 

“คุณ นี่คุณ...”

เรียกด้วยอาการหน้ามืดจนแทบจะเรียกต่อไม่ไหว เวลานี้ทศวรรษนอนหลับตานิ่งอยู่ด้วยท่าทางน่าเป็นห่วงยิ่งนัก ร่างกายส่วนบนของเขาเปลือยเปล่ามีผ้าพันแผลชุ่มเลือดสีแดงพันอยู่ตรงเอวสอบ

เขาไปทำอะไรมา ทำไมถึงกลับมาในสภาพแบบนี้!

“คุณ! ได้ยินฉันหรือเปล่า นี่ฉันเอง” เธอตั้งสติเขย่าแขนใหญ่เรียกเสียงดัง

...

ไม่มีสัญญาณจากเขาเลย

“คุณทศวรรษ นี่!

เสียงเรียกตื่นๆ ของเธอทำให้คนเจ็บแผลพยายามลืมตาขึ้นมอง แต่มันก็ยากเย็นเหลือเกิน ได้แต่พึมพัมเรียกออกมาแทน

“หนู...”

“คุณ! ยังไม่ตายใช่ไหมคะ ไปโดนอะไรมา ทำไมเป็นแบบนี้ ลูกน้องคุณล่ะ พวกเขาอยู่ที่ไหน ฉัน...ฉันต้องทำยังไง” รัวถามพลางเหลียวหน้าเหลียวหลังหาตัวลูกน้องทั้งสองคนของเขา แต่ก็ไม่พบใครสักคน

หายหัวไปไหนกันหมด!

“เบา...อย่า....รู้”

“อะไรนะ จะบอกอะไรฉันเหรอ” นรีกานต์ก้มลงไปฟังใกล้ๆ เพื่อให้จับความจากคำพูดเขาได้

“อย่าบอกใคร...”

“ทำไมล่ะ ใครทำร้ายคุณ ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้น คุณไปโดนอะไรมา”

“...”

พอเขาเงียบเธอเลยกลั้นใจเอื้อมมือไปเปิดดูแผลที่ท้องเขา

“แผลอะไรของคุณเนี่ย! ทำไมมันดูแย่แบบนี้ ทำไงดีล่ะ ฉันต้องทำยังไง คุณจะมาตายแถวนี้ไม่ได้นะ”

“เงียบน่า!”

คนเจ็บที่กำลังปวดไปทั้งแผลกัดฟันสั่งคนตื่นตูมเสียงเด็ดขาด แต่เธอตกใจเสียแล้ว...

“เงียบบ้านคุณสิ คุณเป็นหนักขนาดนี้ ฉันต้องเรียกคนอื่นมาดูต่างหากเล่า!”

“...”

แม้ทศวรรษยากจะห้ามก็คงทำไม่ได้ เพราะเขาสลบไปแล้วเรียบร้อย จากฤทธิ์ยาแก้ปวดที่รับมาก่อนหน้านี้ 

 

กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา แดนดินก็ได้มายืนกอดอกหรี่ตามองชายหนุ่มบนเตียงหลังใหญ่ ตอนเขามาถึงบ้านหลังนี้เมื่อหลายนาทีก่อน ทศวรรษมีสภาพเหมือนกลับมาจากฟันแทงกับคนอื่นอย่างไรอย่างนั้น  

“คนของเขาล่ะ ไม่ได้อยู่ด้วยหรือ” หันไปถามลูกสาว

“ไม่เห็นเลยจ้ะ ตอนหนูเข้ามาในบ้าน ก็เจอเขานอนอยู่ที่พื้นแค่คนเดียว”

“อืม น่าจะเกิดเรื่องกับพวกเขา หนูกลับบ้านไปก่อนเถอะ พ่อจะรออยู่ที่นี่ เผื่อคนของเขาจะกลับมา”

“แต่ว่า...”

นรีกานต์อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา เมื่อกี้นี้หมอบอกว่าแผลของเขาเกิดจากการถูกยิง...

แดนดินส่ายหน้าส่งให้พร้อมดึงแขนลูกออกมาจากห้องนั้น กำชับเสียงเข้มขณะเดินออกมาส่งที่หน้าบ้าน “เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บางทีเรื่องที่เกิดขึ้นกับทศวรรษอาจจะเป็นฝีมือคนของเขาก็ได้ หนูกลับไปอยู่ที่เรือนก่อนจะดีกว่า บอกให้ช้างมาหาพ่อที่นี้ แต่ให้บอกแม่ว่าพ่อไปหาอาก้องที่ฟาร์มนะ ห้ามบอกให้แม่รู้เรื่องทศวรรษ เข้าใจหรือเปล่า”

“...จ้ะ”

ลับหลังลูกสาว แดนดินก็สำรวจไปทั่วบ้าน แต่ไม่พบเครื่องมือสื่อสารชนิดใดเลย โทรศัพท์ไม่มี โทรทัศน์ไม่มี มีแต่คอมพิวเตอร์ในห้องทำงานเครื่องหนึ่ง ซึ่งมันก็ติดรหัสเข้าใช้งาน เขาเลยเดินกลับมากอดอกมองคนเจ็บบนเตียง

“นายตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ เรามีเรื่องต้องคุยกันยาวแน่” 

 

เวลาเดียวกัน รถจิ๊ปสีดำกำลังมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือด้วยความเร็ว ชายสองคนบนรถมีสภาพสะบักสะบอมพอสมควร แต่ไม่ถึงกับเสียเลือดเสียเนื้อ พวกเขามีสีหน้าเคร่งเครียด ด้วยกำลังคิดถึงเหตุการณ์ที่เผชิญมาเมื่อคืนก่อน

“นายคิดว่าพวกมันจะติดกับเราหรือเปล่า”

“อย่างน้อยก็ช่วงนี้”

วาทีถอนหายใจอย่างอัดอั้น “คุณทศไม่น่าใจดีกับมันเลย”

“ทำไงได้ล่ะ เจ้านายมึงเป็นพ่อพระ มึงไม่รู้หรือ” วาทิตบอกเสียงขุ่น

ใครจะคิดว่าพงศ์เทพผู้เป็นน้องชายคนเดียวของทศวรรษจะอาศัยช่วงที่พี่ชายหลบมาพักที่หมู่บ้านนาทองคำ ใช้สายการบินทำเรื่องชั่วๆ จนเจ้านายเขาต้องรีบกลับไปจัดการ

แต่ราวกับพงศ์เทพจะรออยู่แล้ว ถึงได้ส่งคนมาเล่นงานเอา แม้พวกเขาจะไหวตัวทัน แต่ทศวรรษกลับโดนยิงเข้าอย่างจัง จนต้องแอดมิดเข้าโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน

คิด...ว่าอีกฝ่ายจะหยุด

แต่มันกลับส่งคนเข้ามาซ้ำถึงในโรงพยาบาล!

พวกเขาสองพี่น้องตัดสินใจเอาตัวทศวรรษไปทิ้งไว้ที่บ้านนาทองคำแบบเร่งด่วน อย่างน้อยคนก็ไม่มีใครรู้จักที่นั่น และคงนึกไม่มีใครคิดออกว่าเจ้าพ่อสายการบินอย่างทศวรรษ จะหลบมาอยู่บ้านนอก

ตอนนี้พวกเขาสองคนกำลังหนีขึ้นเหนือ เพื่อล่อให้พวกมันหลงทาง ถ่วงเวลาให้ทศวรรษได้รักษาตัวก่อน พวกมันรู้ดีว่ามีพวกเขาที่ไหน ต้องมีทศวรรษที่นั่น

มันต้องตามพวกเขามาแน่!

 

“ตื่นแล้วเหรอฮะ”

ทศวรรษหันไปมองเจ้าของเสียงถาม เป็นคเชนทร์ที่มองเขานิ่งอยู่...

“เจ็บแผลหรือเปล่า พ่อให้ผมมาเฝ้าพี่ ถ้าเจ็บตรงไหนบอกได้เลยนะครับ” คเชนทร์บอกน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ เขาถูกพ่อเรียกมาเฝ้าอยู่ที่บ้านหลังนี้จนกว่าคนเจ็บจะรู้สึกตัว ก็ตกเย็นพอดีที่ทศวรรษตื่นขึ้นมา

“หิวน้ำ” คนบาดเจ็บบอกเสียงแหบ

ชายหนุ่มรีบไปเอาน้ำมา แล้วช่วยกันประคองตัวคนเจ็บขึ้นจิบน้ำ

“ผมโทรตามพ่อแล้ว พี่เก็บแรงไว้พูดพ่อมาถึงก็ดี”

คนฝืนเกร็งร่างกายขึ้นมาจิบน้ำพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเอนตัวลงนอนนิ่งๆ รอเจ้าที่...



+++++++++++++++++++

คุณทศงานเข้าแล้วไง จะเกิดอะไรขึ้นในตอนต่อไปนะ 

 
                   
                                                                                                      T
       B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

0 ความคิดเห็น