แอบเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,773 Views

  • 22 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    21

    Overall
    9,773

ตอนที่ 17 : บทที่ 7 : คุณจะตายไม่ได้นะ [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    13 ม.ค. 62


- preview -


“จะไปไหนกันหรือคะ” นรีกานต์ถามอย่างเสียไม่ได้หลังพาจักรยานมาจอดลงใกล้ๆ เมื่อกี้กะจะทำเนียนขี่เลยไปแล้วเชียว

“นายทศมาลากลับกรุงเทพฯ จ้ะ”

หญิงสาวพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินว่าเขาจะกลับไปแล้ว พักหลังเวลาที่เจอทศวรรษ เธอเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องแปลกๆ

“น้านาอยากได้อะไรบอกอาทศเลย อาทศบอกว่าพฤทธิ์อยากได้อะไร จะชื้อกลับมาฝาก พฤทธิ์จะขอให้น้านาด้วย”

“จะให้น้านาขอของเล่นให้ตัวเองเพิ่มหรือไง”

“ไม่ใช่สักหน่อย  

“เอาเป็นว่าอาจะเลือกของขวัญให้น้านาเองก็แล้วกันนะครับ อาไปก่อนนะ แล้วเจอกันคนเก่ง” ทศวรรษบอกพลางบีบแก้มนุ่มของเด็กชายอย่างเอ็นดู ก่อนจะพยักหน้าลาคนอื่นขึ้นรถไป

พฤทธิ์โบกมือตามอย่างน่ารัก นรีกานต์ที่ยืนอยู่ข้างๆ กลับมองร่างสูงก้าวขึ้นรถที่ลูกน้องสตาร์ทรออยู่อย่างหมั่นไส้  


--------------------------------------------------------



“เขาเป็นเพื่อนลูกเขยเรา?” แดนดินทวนถามภรรยาที่กำลังเก็บผ้าบนราวตากมาใส่ลงตะกร้าในมือเขา 

“ค่ะ ลูกเป็ดกลับมาเล่าให้ฟังเมื่อกลางวันนี้เอง พ่อทศเป็นรุ่นน้องที่พ่อวัตสนิทด้วยที่สุด พวกเขาคบกันเหมือนเพื่อน ความคิดความอ่านของพ่อทศค่อนข้างลึกซึ้งยากจะคาดเดาหนักกว่าลูกเขยเราอีก อย่างเรื่องมาทำนาอยู่ที่นี่ไงคะ พอเขาคิดอยากทำ ก็ลงมือทำเลย ขนาดพ่อวัตยังถึงกับตะลึงกับเรื่องนี้ คนอย่างลูกเขยเราเคยแสดงอารมณ์อะไรออกมาให้เห็นบ้างคะ นอกจากรักเมียออกนอกหน้าเกินไป”

“เป็นคนอื่นก็ตะลึงน่า ไม่มีใครเขาคิดหรอก ว่าคนแบบนั้นจะมาทำไร่ไถนาอยู่ที่นี่”

“นั่นสินะคะ”

“ภวัตบอกอะไรเกี่ยวกับเขาอีกหรือเปล่า นิสัยใจคอเป็นยังไง”

หากสองคนนั้นรู้จักและสนิทกันจนถึงทุกวันนี้ แสดงว่ามันต้องมีนิสัยอะไรคล้ายคลึงกันมากกว่าที่ทุกคนรู้

ไอ้พ่อวัตของทุกคนมันเจ๋งขนาดนั้น

ไอ้พ่อทศมันจะเจ๋งขนาดไหนเล่า!

“พ่อวัตไม่ได้บอกอะไรหรอกค่ะ มีแต่ลูกสาวพี่ดินนั่นละ ที่เล่าให้ฟังเหมือนรู้จักเขาดี”

“เล่าว่า...”

“ก็เล่าว่าพ่อทศมีนิสัยชอบทำเรื่องยากจะคาดเดาอย่างที่บอกเมื่อกี้ บางครั้งก็เข้มจนลูกน้องไม่กล้าเข้าใกล้ บางครั้งก็อ่อนจนลูกค้าหลงตกลงเซ็นสัญญา เรื่องผู้หญิงมีควงน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย พ่อทศควงสองเลขาหนุ่มนั่นไปไหนมาไหนด้วยบ่อยกว่าผู้หญิงสวยๆ จนมีข่าวลือออกมาว่าเขาชอบไม้ป่าเดียวกัน แต่เขาไม่เคยใส่ใจจะแก้ข่าว”

“มันเป็นเกย์เหรอ!

“ไม่ใช่ค่ะ” ภรรยาหันมาส่ายหน้าตอบยิ้มๆ พร้อมผ้าชิ้นสุดท้ายบนราวตาก “พ่อทศแค่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาสนใจเรื่องผู้หญิงเท่านั้นเอง พอสามารถนำสายการบินไต่ระดับขึ้นไปสู่เป้าหมายได้แล้ว เขาถึงเริ่มสนใจชีวิตส่วนตัว ผู้ชายหล่อๆ แถมโปรไฟล์เลิศอย่างเขา ไม่ต้องทำอะไรผู้หญิงก็มารุมแล้ว แต่คนที่เขาเลือกควงกลับมีน้อยจนนับมือข้างเดียวยังได้”

“หนูอุ่นเล่าเหมือนตัวเองเป็นนักสืบเลยนะ ละเอียดกว่าที่คุณชายมันสืบเรื่องภวัตมาให้พี่อีก” แดนดินถึงกับออกปาก

“ก็สืบมาจนแน่ใจ ว่าพ่อทศมาอยู่บ้านเราเพราะเบื่อสังคมทางโน้นอย่างที่บอกเราจริงๆ นั่นแหละค่ะ”

ผู้เป็นสามีได้แต่ถอนหายใจ ก็ได้แต่หวังว่าเสร็จจากการเก็บเกี่ยวข้าวในปีนี้แล้ว ทศวรรษจะหายเบื่อและไปจากบ้านนาแห่งนี้...

 

คำขอของแดนดินอาจจะเป็นไปได้ เมื่อบ่ายวันต่อมาทศวรรษกับลูกน้องได้แวะมาลานางคำหอมกลับไปเคลียร์งานด่วนที่กรุงเทพฯ อย่างคนที่ถูกสอนเรื่องการไปลามาไหว้เป็นอย่างดี

“จะไปหลายวันหรือเปล่าล่ะพ่อ ถ้าติดงานก็โทรมาบอกได้ เดี๋ยวให้คนทางนี้ช่วยดูแลไร่นาให้”

เจ้าของเรือนยังคงถามด้วยน้ำเสียงใจดี แม้ว่าจะดูอ่อนแรงลงตามความชรา แต่พอได้ฟังก็อดรู้สึกขอบคุณไม่ได้

“คงกลับไปไม่นานนักครับ ไม่อยากทิ้งไปนานๆ ผมอยากรู้ว่ากว่าต้นข้าวพวกนั้นจะโตจนออกรวงได้ จะต้องผ่านอะไรมาบ้าง”

คนผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะหัวเราะเบาๆ

“ตอนมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ พวกเราก็เฝ้าไม่ห่างเหมือนกัน คนมันไม่เคยทำนานี่นะ มันก็อยากรู้ทุกขั้นตอนนั่นแหละ ถ้าคาดไม่ผิด ตอนพวกคุณกลับมา ต้นกล้าก็คงพากันยืนต้นได้พอดี”

“ก็ได้แต่หวังว่าต้นอ่อนที่พวกเราทำปักดำจะยืนต้นขึ้นมาได้เหมือนชาวบ้านเขานะครับ” ทศวรรษเอ่ยอย่างถ่อมตน

“เอาเถอะ ไว้กลับมาก็จะรู้เอง จะเดินทางก็ระวังตัวกันด้วยนะพ่อ”

“ขอบคุณครับ ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับคุณทวด” เขาไหว้ลา

“จ้า โชคดีปลอดภัยทุกคนนะ”

 

ร่างเล็กบอบบางในชุดชาวสวนปั่นจักรยานเข้ามาพอดี ตอนทศวรรษกำลังจะก้าวขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้านภวัต รอยยิ้มเกิดขึ้นนบนใบหน้าหล่อเหลาทันทีที่พฤทธิ์ส่งเสียงเรียกหญิงสาวพร้อมกวักมือเรียกมาหา

“จะไปไหนกันหรือคะ” นรีกานต์ถามอย่างเสียไม่ได้หลังพาจักรยานมาจอดลงใกล้ๆ เมื่อกี้กะจะทำเนียนขี่เลยไปแล้วเชียว

“นายทศมาลากลับกรุงเทพฯ จ้ะ”

หญิงสาวพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ยิ้มออกมาเมื่อได้ยินว่าเขาจะกลับไปแล้ว พักหลังเวลาที่เจอทศวรรษ เธอเหมือนหายใจไม่ทั่วท้องแปลกๆ

“น้านาอยากได้อะไรบอกอาทศเลย อาทศบอกว่าพฤทธิ์อยากได้อะไร จะชื้อกลับมาฝาก พฤทธิ์จะขอให้น้านาด้วย”

ภวัตที่อุ้มลูกชายอยู่หัวเราะเบาๆ “จะให้น้านาขอของเล่นให้ตัวเองเพิ่มหรือไง”

“ไม่ใช่สักหน่อย พ่อน่ะ งอนแล้ว!” 

นรีกานต์ไม่ได้สนใจการง้องอนของสองพ่อลูก เธอกำลังรู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกแรงๆ หลังจับใจความบางอย่างได้

หมายความว่าเขาจะกลับมาอีกอย่างนั้นหรือ?

“เอาเป็นว่าอาจะเลือกของขวัญให้น้านาเองก็แล้วกันนะครับ อาไปก่อนนะ แล้วเจอกันคนเก่ง”

พฤทธิ์โบกมือลาอย่างน่ารัก ขณะที่นรีกานต์ได้แต่ยืนมองร่างสูงก้าวขึ้นรถที่ลูกน้องสตาร์ทรออยู่นานแล้วอย่างหมั่นไส้

ไอ้การตวัดสายตาคมๆ นั่นมามองเธอก่อนจะก้าวขึ้นรถไป

มันหมายความว่าอะไร! 

 

นรีกานต์จำไม่ได้แล้ว ว่าครั้งสุดท้านที่ปั่นจักรยานออกมาทำงานในสวนดอกไม้อย่างสบายใจแบบนี้ มันเกิดขึ้นล่าสุดวันไหน 

แต่วันนี้เธอได้มันกลับคืนมาแล้ว!

“ลา ล้า ลา ฉันชื่อบุษบา นานา...”

หญิงสาวโยกตัวร้องเพลงงึมงัมอยู่ในแปลงกุหลาบอย่างมีความสุข โดยไม่ต้องระแวงว่าจะเจอทศวรรษ วันนี้เธอจะลองทำลืมกลืนกุหลาบให้ทุกคนชิม ว่ารสชาติดีพอจะเอาไปขายได้หรือเปล่า เสียดายที่คนชิมลดลงไปเยอะ เพราะภวัตกับกรองขวัญเพิ่งหอบลูกไปดูแสงเหนือกันเมื่อเช้า

อิจฉาชะมัด!

“เฮ้อ ถ้าฉันได้สามีดีๆ เหมือนพี่วัตก็ดีนะสิ แต่นี่แค่ทำชายตาให้ใครก็...”

เคร้ง! เคร้ง เค้งงง...

คนกำลังยุ่งอยู่กับการริดใบกุหลาบออกจากก้านสะดุ้งทิ้งของในมือหล่นคว่ำลงพื้น เมื่ออยู่ดีๆ ก็มีอะไรบางอย่างหล่นกระทบพื้นปูนดังลั่นข้ามมาจากบ้านใหญ่ด้านข้าง

...แต่เจ้าของบ้านยังไม่กลับมานี่นา

 

 
                   
                                                                                                      T
       B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

0 ความคิดเห็น