แอบเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 9,773 Views

  • 22 Comments

  • 114 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    21

    Overall
    9,773

ตอนที่ 16 : บทที่ 6 : มันดีต่อใจ [2] จบบท

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 473
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    12 ม.ค. 62


- preview -


“นายมาทำอะไรที่นี่” 

ทศวรรษยักไหล่ตอบแขกยามเที่ยง “มาพักผ่อน”

“พักผ่อนที่นี่?”

“ที่นี่แหละ จำได้ว่าพี่แต่งงานย้ายตามเมียมาอยู่ในจังหวัดทางภาคอีสาน แต่ไม่รู้เลยว่าพี่อยู่ที่นี่ บังเอิญจัง" 

“บังเอิญมากๆ เลยด้วย นายคิดอะไรอยู่ ถึงอยากมาทำนาปลูกข้าวตากแดดตากลมอยู่ที่นี่ เครื่องบินมันทำเงินให้นายไม่มากพอหรือไง หรือว่ารวยจนเบลอไปแล้ววะ”   


----------------------------     




ทศวรรษส่งยิ้มอ่อนๆ ให้หญิงสาวที่เดินเข้ามาทัก ซึ่งตอนนี้โดนเด็กชายกับลูกหมาเกาะขารุงรัง

“พี่ต้องแปลกใจหรือเปล่าที่เห็นลูกเป็ดที่นี่”   

“ลูกเป็ดต่างหากที่ต้องแปลกใจ”

นรีกานต์นิ่วหน้าถามทันที “นี่รู้จักกันด้วยเหรอจ๊ะ”

“คุณทศเป็นเพื่อนของพี่วัตจ้ะ แต่ไม่ได้อายุเท่าหันหรอกนะ คุณทศอายุน้อยกว่าพี่วัตนิดหน่อย ถ้าพี่วัตรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่คงตะลึงน่าดู” กรองขวัญบอกก่อนจะก้มลงไปอุ้มลูกชายขึ้นมาบอก “พฤทธิ์สวัสดีคุณอาทศก่อนครับ คุณอาเคยมาเล่นกับพฤทธิ์ตอนเด็กๆ ด้วยนะ”

“สวัสดีครับคุณอา”

เจ้าตัวน้อยยิ้มแต้ยกมือไหว้อย่างน่ารักจนทศวรรษนึกเอ็นดู ขณะที่นรีกานต์กำลังมองใบหน้าหล่อเหลาของทศวรรษด้วยสายตาพิจารณา

หน้าตาแบบนี้อายุจะสี่สิบแล้วหรือ?

ทศวรรษรับไหว้หลานด้วยสีหน้าอ่อนโยน “ที่แท้หนูก็เป็นลูกพ่อวัตเองหรือ เคยเห็นแต่ตอนยังอ้อแอ้ มาเจออีกทีโตเห็นหนุ่มแล้ว”

“ก็คุณอาเอาแต่ทำงานนี่คะ ไม่ว่างมาเจอน้องพฤทธิ์กับพ่อเลย นี่เป็นไงมาไงถึงว่างมาอยู่ที่นี่กันคะ”

“หนีงานมาสิครับ”  

“พี่วัตคงดีใจที่ได้เจอคุณ”

“พี่ก็ดีใจที่รู้ว่าพี่วัตอยู่ที่นี่” ทศวรรษบอกยิ้มๆ “แล้วพี่วัตไปไหน หรือกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ แล้ว”

“อยู่บ้านกับยัยหนูคนเล็กค่ะ ลูกเป็ดกับพฤทธิ์มาช่วยหนูนาปลูกดอกไม้ในสวน พี่วัตจะมารับตอนเที่ยงๆ แหนะ”

“อืม” ชายหนุ่มก้มลงมองนาฬิกาบนข้อมือ ก่อนเงยหน้าถาม “อีกตั้งนานกว่าจะเที่ยง ให้พฤทธิ์ข้ามมาเล่นบ้านพี่ก่อนไหม”

“ไปได้หรอฮะ!” คนจ้องลานหลังบ้านของคุณอามานานถามตาวาว

“ได้สิครับ”

ผู้เป็นแม่แอบเกรงใจ “จะดีหรือค่ะ รบกวนเปล่าๆ”

“ไม่หรอก ทั้งสองคนจะได้ทำงานสะดวก...”

ทศวรรษยังพูดไม่จบกรองขวัญก็อุ้มพฤทธิ์ข้ามรั้วมายื่นให้ ดวงหน้าคล้ายผู้เป็นพ่อยิ้มกว้างชูแขนรอให้เขาอุ้มอย่างน่ารัก

“คุณอา...”

“รับไปสิคะ จะรอให้หลานร่วงลงพื้นก่อนหรือไง” นรีกานต์ยืนเงียบอยู่นานได้ทีช่วยเตือนด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เขาช่างไม่รู้ฤทธิ์สองแม่ลูกนี่เสียแล้ว ออกปากเองแบบนี้ ถ้าภวัตไม่มา...

พฤทธิ์ไม่ออกจากบ้านเขาแน่!

“คุณอาค๊าบ” พฤทธิ์เริ่มตะกายขากับรั้ว

“โอเคครับ” ชายหนุ่มยื่นมือไปรับร่างอวบมาอุ้มไว้กับอกยิ้มๆ “พ่อเราคงชอบใจมากเลยสิ ที่ลูกชายหน้าเหมือนตัวเองขนาดนี้”

หนูน้อยส่ายหน้าตอบเสียงใส “พฤทธิ์ยังหล่อได้มากกว่าพ่ออีกนะ”

“หึหึ ลุงเห็นด้วย”

“ยังไงขอฝากหลานไว้จนกว่าพี่วัตจะมารับนะคะ ไว้ลูกเป็ดจะเก็บผักสดๆ ให้เป็นค่าเลี้ยงเด็ก”

“พี่ขอเป็นข้าวเที่ยงสักมื้อเป็นค่าเลี้ยงเด็กแทนได้หรือเปล่า” เอ่ยขอพลางมองคนหน้าหวานที่หัวเราะเยาะเขาเมื่อกี้ด้วยสายตาพราวระยับ  

กรองขวัญผู้ไม่รู้เรื่องอะไรพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน “ได้อยู่แล้วค่ะ คุณทศอาจจะไม่รู้ หนูนาทำกับข้าวอร่อยที่สุดเลย เที่ยงนี้อาจจะทำให้ไม่ทัน เอาเป็นตอนเย็นแล้วกันนะคะ วันนี้เราจะลองทำเมนูพิเศษไปใช้ที่ร้านด้วย เดี๋ยวเอามาให้ลองทานดูค่ะ”

“ผมจะรออย่างใจจดใจจ่อเลยครับ”

นรีกานต์ค้อนใส่คนทำเป็นพูดกับคนอื่นเหมือนยังไม่เคยชิมฝีมือทำกับข้าวของเธอ

สายตาเขามันบอกหมดแล้ว ว่าคิดอะไรอยู่!

ภวัตมารับลูกเมียตอนเที่ยงวันพอดี พอรู้ว่าเจ้าของบ้านที่ปลูกขึ้นใหม่ข้างฟาร์มเป็นใคร เขาก็ถึงกับทำหน้าตกใจ

“ทศวรรษ? นายทศน่ะเหรอ”

“ตกใจใช่ไหมล่ะ ลูกเป็ดก็ตกใจที่เห็นคุณทศที่นี่”

ทศวรรษที่เธอรู้จักเป็นคนนิสัยคล้ายกับภวัตมาก แต่ละอย่างที่พวกเขาทำมักจะทำให้คนนึกไม่ถึงเสมอ แถมยังชอบอยู่เงียบๆ ไม่วุ่นวายกับใคร สื่อสังคมแทบจับภาพพวกเขาไปขายข่าวไม่ได้ งานที่ทำอยู่ยังส่งในพวกเขายุ่งอยู่เดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศเสียส่วนใหญ่ การโผล่มาขอทำนาของทศวรรษจึงเป็นอะไรที่เธอคาดไม่ถึงมากๆ

“ตอนนี้พฤทธิ์อยู่กับเขาที่บ้านใช่หรือเปล่า” ภวัตถามพลางชะเง้อไปทางบ้านข้างๆ

“ค่ะ พี่วัตจะแวะไปคุยกับเขาก่อนไหมคะ ลูกเป็ดจะเข้าไปทำเรื่องเงินตัดจ่ายรอที่ออฟฟิศ”

“เอางั้นก็ได้จ้ะ”

“ดูลูกด้วยนะคะ”

ภวัตก้มลงหอมแก้มเมียเบาๆ ก่อนเดินผละออกมาหาทศวรรษ

 

“นายมาทำอะไรที่นี่” ภวัตเปิดคำถามแรกอย่างไม่อ้อมค้อมหลังได้เจอกับเจ้าของบ้าน สายตาก็มองลูกชายที่ดูการ์ตูนนิ่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของอีกฝ่ายไปด้วย

“มาพักผ่อน”

“ที่นี่?”

“ที่นี่แหละ จำได้ว่าพี่แต่งงานย้ายตามเมียมาอยู่ในจังหวัดทางภาคอีสาน แต่ไม่รู้เลยว่าพี่อยู่ที่หมู่บ้านนาทองคำ บังเอิญจังเลยที่ได้เจอพี่”

คนในแวดวงธุรกิจคิดว่าทศวรรษกับภวัตสนิทกัน เพราะธุรกิจที่เอื้อต่อกันอยู่ ทว่าความจริงแล้วพวกเขาสนิทสนมกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ทศวรรษอายุน้อยกว่าภวัตสองปี แต่ด้วยนิสัยที่คล้ายคลึงกัน ทำให้คบกันเหมือนเพื่อนเสียมากว่า เพิ่งมาห่างๆ กันไปก็ตอนภวัตแต่งงานย้ายมาอยู่บ้านนานี่เอง

“บังเอิญมากๆ เลยด้วย นายคิดอะไรอยู่ ถึงอยากมาทำนาปลูกข้าวตากแดดตากลมอยู่ที่นี่ เครื่องบินมันทำเงินให้นายไม่มากพอหรือไง หรือว่ารวยจนเบลอไปแล้ววะ” 

“เปล่า ผมแค่เบื่อๆ งานที่ทำอยู่ เลยอยากหางานอย่างอื่นทำ ทีนี้ก็อย่างที่พี่รู้ สายการบินของผมเลือกใช้แต่วัตถุดิบชั้นดีในการทำอาหารเสิร์ฟผู้โดยสาร ข้าวหอมของที่นี่เป็นข้าวชั้นดีที่เราเลือกใช้ ผมเองก็ติดใจรสชาติความหอมนุ่มของมันจนอยากรู้ขั้นตอนการปลูก เลยถือโอกาสมาขอพวกเขาให้ช่วยสอนเสียเลย”

และตอนนี้เขาก็กำลังติดใจสาวน้อยบ้านนาคนหนึ่งอยู่...

“นายมาทำนา นายมีที่นากับเขาหรือไง”

“ผมขอแบ่งคุณทวดคำหอมมาลองทำ พอดีคุณปู่ทวดของผมรู้จักกับคุณปู่ทวดต้นศักดิ์ สามีของท่านพอดี ทุกอย่างก็เลยง่ายขึ้น ตอนนี้ผมจะเป็นชาวนาแล้วละ”

“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ ตอนนายมาทำอะไรๆ อยู่ที่นี่ ฉันคงบินไปทำงานที่กรุงเทพฯ พอดี เราเลยคลาดกันไปคลาดกันมา ไม่ได้เจอกันสักที มาแล้วก็ยินดีต้อนรับสู่อาณาจักรนาทองคำนะไอ้น้องชาย” ลูกเขยบ้านนาทองคำทำเป็นผายมือบอกยิ้มๆ   

“ยินดีเช่นกันครับ”  

“เออๆ ยังไงขอตัวก่อนนะ ทิ้งยัยหนูไว้กับยายเขานานแล้ว”

ทศวรรษลุกขึ้นตามมาส่งคนที่ไปอุ้มเอาลูกชายออกมาจากจอฉายการ์ตูน ซึ่งเด็กชายก็รีบกอดคอพ่อไว้ทันที ไม่มีงอแงที่ถูกขัดจังหวะ

“ลูกชายพี่น่ารักดี หน้าเหมือนพี่เลย”

ภวัตก้มลงมองลูกชายตัวดีที่ตนอุ้มอยู่ “ก็น่ารักดีอยู่หรอก แต่เวลาทำผิดทีไร ก็ชอบเอาความเหมือนนี้มาอ้อนฉันทุกครั้ง จริงไหมเจ้าตัวแสบ”

“ไม่จริงสักหน่อย” พฤทธิ์แก้ตัวเสียงอุบอิบ

“ให้พ่อถามแม่ดูไหมล่ะ”

“...”

“ฟังจากน้ำเสียงแล้ว พี่มีความสุขมากเลยนะ” คนมองอยู่กระเซ้าถามสีหน้ายิ้มๆ

“การมีครอบครัวที่แสนอบอุ่น มีคนคอยห่วงใย คิดถึงเรา รักเรา มันเป็นอะไรที่มีความสุขยิ่งกว่าอะไร ยิ่งลูกเป็ดมาคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ มันยิ่งดีต่อใจจริงๆ วะ” ตอบด้วยน้ำเสียงละมุนแล้วภวัตก็มองทศวรรษนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะแนะนำไปว่า “ถ้านายรู้สึกเบื่อกับสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้ ฉันว่านายควรจะหาความรักมาเยียวยาหัวใจบ้างนะ ไม่ใช่อารมณ์รักจากผู้หญิงที่นายหลับนอนด้วยชั่วคราว แต่เป็นความรักแบบหมดหัวใจกับผู้หญิงคนหนึ่ง ลองดูสิ บางทีนายอาจจะมีความสุขกว่าฉันก็ได้”

“มันดีต่อใจอย่างนั้นเหรอ...”

 


________________________

หลัวแห่งชาติก็จะละมุนประมานนี้ อาวัตคนดีของฉ้านนนนน



                   
                                                                                                      T
       B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

0 ความคิดเห็น