แอบเสน่หา

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 7,059 Views

  • 13 Comments

  • 97 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3,361

    Overall
    7,059

ตอนที่ 11 : บทที่ 4 : มาทันเวลาพอดี [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    6 ม.ค. 62






เมื่อขบวนพาเหรดแห่มาถึงวัดป่าที่อยู่นอกหมู่บ้านออกมาไม่ไกล ก็ถือว่าการแห่เสร็จสิ้นลง คนที่นั่งอยู่บนรถของแต่ละขบวนกระโดดลงจากรถแยกย้ายกันไปพักหลบร้อนในร่มไม้อย่างรวดเร็ว บางส่วนรีบกลับไปเปลี่ยนชุดมาร่วมสนุกในงานต่อเหมือนนรีกานต์กับคเชนทร์

สองพี่น้องเปลี่ยนมาอยู่ในเสื้อผ้าแบบแขนยาวขายาวเดินฝ่าแดดร้อนๆ ไปยังทุ่งนาด้านหลังวัด เพื่อไปสมทบกับผู้เป็นแม่ที่ซุ้มบั้งไฟของชาวคุ้มคำหอม ซึ่งอยู่ตรงกลางระหว่างซุ้มหลักของคุ้มอื่นๆ ในหมู่บ้าน  

มากันแล้วเหรอลูก รีบมานั่งเร็วๆ บั้งไฟจะขึ้นแล้ว” ฤทัยรักษ์กวักมือเรียกไหวๆ ด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า เวลานี้การแข่งขันจุดบั้งไฟกำลังจะเริ่มขึ้นเต็มที นึกว่าลูกๆ จะมาไม่ทันดูบั้งไฟของคุ้มเสียแล้ว “พ่อไปตรวจบั้งไฟก่อนขึ้นจุดแข่งอยู่จ้ะ เราจะแข่งชุดต่อไปนี้แล้ว”

นรีกานต์ถึงกับถอนหายใจ “โอ้ย เกือบไม่ทันแล้วไง พวกเราวิ่งจนหอบไปหมดเลยจ้ะแม่”

“โถ่เอ้ย ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้ลูก”

“ช้างบอกแล้วว่าทันๆ ลูกสาวแม่ก็ไม่เชื่อ เดี๋ยวไปเอาน้ำเย็นมาให้ดื่มแก้ร้อนแล้วกัน รอแป๊บ”   

ว่าแล้วคนอาสาก็รีบลุกออกไปทางตู้ใส่น้ำแข็งขนาดใหญ่ ซึ่งทางกรรมการจัดงานได้เอาน้ำขวดมาแช่ไว้ให้ดื่มฟรี  

“แม่ดูสิจ๊ะ หาข้ออ้างชัดๆ ตัวเองนั่นแหละที่อยากกินน้ำ”

ฤทัยรักษ์หัวเราะตามหลังลูกชาย ก่อนจะดึงลูกสาวมาแตะแก้มใสที่แดงก่ำขึ้นอย่างไม่ต้องพึ่งเครื่องสำอางด้วยความเอ็นดู

“ร้อนมากไหมลูก ดูสิ แก้มแดงหมดแล้ว”

สบายมากจ้ะ” ตอบแล้วก็นั่งลงข้างๆ แม่เสียเลย

ตาพฤทธิ์ชมไม่หยุดปาก ว่าน้านาสวยที่สุดในโลก”

“แบบนี้ตอนหลานกลับมา หนูต้องทำขนมอร่อยๆ เอาใจแล้วสิจ๊ะ”

นึกถึงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของกรองขวัญกับภวัตแล้ว ทั้งคู่ก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ ถึงจะมีน้องสาววัยสองขวบมาน่ารักแข่ง พฤทธิ์ก็ยังคงเป็นขวัญใจของทุกคน ด้วยขยันหาวิธีมาอ้อนให้คนรักทุกวันๆ ขนาดปีนี้เจ้าตัวอดมาดูแห่บั้งไฟกับน้าๆ เพราะพ่อแม่ติดธุระที่กรุงเทพฯ ก็ยังอ้อนขอให้คุณตาส่งวิดีโอภาพบรรยากาศไปให้ดู

“แม่ว่าหลานน่าจะชอบลูกชุบที่หนูทำเมื่อวันก่อนนะ”

“นั่นสิจ๊ะ หนูนาปั้นเป็นการ์ตูนให้หลานๆ ด้วยดีกว่า” นรีกานต์เห็นด้วยทันที วานนี้เธอลองปั้นขนมลูกชุบเป็นดอกไม้ หน้าตามันดูดีพอสมควรสำหรับการปั้นครั้งแรก หากปั้นเป็นการ์ตูนตัวเล็กๆ ก็น่าจะทำได้ 

ขณะนั้นใครบางคนก็เดินเข้ามาในซุ้มเงียบๆ ท่ามกลางสายตาสงสัยของชาวบ้าน เขาเดินตรงเข้าไปหาสองแม่ลูกที่นั่งคุยกันอยู่อย่างไม่ลังเลเลยสักนิด

สวัสดีครับคุณอา”

ฤทัยรักษ์ยกมือรับไหว้อีกฝ่ายแทบไม่ทัน สวัสดีค่ะ มานั่งดูด้วยกันสิคะ อีกเดี๋ยวคุ้มเราจะจุดบั้งไฟกันแล้ว”  

ทศวรรษยิ้มน้อยๆ ขณะถือวิสาสะนั่งลงบนแคร่ไม้ห่างจากร่างเล็กเพียงหนึ่งช่วงแขน ส่วนวาทีกับวาทิตก็เลี่ยงไปยืนมองโน่นนี่นั่นอยู่หน้าซุ้ม

“ถอยไปนะ” นรีกานต์กระซิบเสียงดุ

“...” เขานิ่ง

“นี่...”

“เคยมาดูงานอะไรแบบนี้บ้างหรือเปล่าจ๊ะ”

ไม่เคยเห็นบรรยากาศสดๆ แบบนี้มาก่อนเลยครับ เมื่อกี้ก็พากันยืนมองอยู่ไกลๆ ตรงโน้น พ่อใหญ่หมูผ่านมาเจอเข้าพอดี เลยแนะนำให้มาที่ซุ้มนี้” เขาตอบโดยการชะโงกหน้าข้ามนรีกานต์ไป

ผู้ใหญ่หมูอีกแล้ว!

นรีกานต์เริ่มเขม่นพ่อใหญ่หมู่ขึ้นมาในใจตงิดๆ

“ดีแล้วค่ะ มานั่งดูในซุ้มด้วยกันจะปลอดภัยกว่า อีกเดี๋ยวมันจะวุ่นวายมาก” คนไม่รู้ความรู้สึกในลูกสาวยังคงถามไถ่ต่ออย่างเป็นมิตร

ทศวรรษมองบรรยากาศรอบตัวอย่างแปลกใจ “ชาวบ้านก็นั่งรอชมบั้งไฟอยู่ในร่มใต้ต้นไม้กันหมดนี่ครับ”

“อีกเดี๋ยวมันจะวุ่นวายกว่านี้มากๆ เลยค่ะ”

คำตอบของฤทัยรักษ์ทำให้เขาหันมามองหน้าถามหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ แต่ได้รับการถลึงตากลับมา ผิดกับคนที่แจกยิ้มหวานๆ ให้ชาวบ้านร้านรวงบนรถแห่ยิ่งนัก

อ้าว! มาดูเหมือนกันเหรอครับ” คเชนทร์ทักเสียงดังก่อนจะเดินเข้าไปยื่นขวดน้ำให้แม่กับพี่สาว อีกขวดยื่นให้กับทศวรรษอย่างช่วยไม่ได้

ว่างๆ อยู่พอดี เราเลยออกมาดูหน่อย ขอบใจสำหรับน้ำ” ทศวรรษบอกง่ายๆ พลางเขยิบเปิดทางให้คเชนทร์นั่งลงแทรกกลาง ไม่ได้ถือสาว่าจะโดนกันให้ห่างจากร่างเล็ก

“ไม่เป็นไรครับ น้ำแจกฟรี”

นรีกานต์ที่กำลังนั่งอารมณ์บูดอยู่ยิ้มร้ายทันทีที่เห็นหน้าน้องชายคนโต เธอนึกแผนเอาคืนทศวรรษออกแล้ว!

“ช้าง...”

เธอเรียกพลางสะกิดส่งสัญญาณ แต่คเชนทร์กำลังประเมินท่าทีของทศวรรษในใจ พอถูกสะกิดเลยหันมาทำหน้านิ่วใส่

“อะไรเจ้”

พี่สาวกัดฟันถาม “แกว่าปีนี้คุ้มเราจะได้ลงไปแช่โคลนหรือเปล่า”

ก็ต้องดูที่การแข่งก่อนสิ ถ้าแพ้เราก็ต้องโดนอยู่แล้ว”

ผลการแข่งจุดบั้งไฟมันไม่แน่ไม่นอนนักหรอก แต่ละคุ้มผลัดกันแพ้ผลัดกันชนะอย่างไม่อาจคาดเดาได้เลย

“ถ้าคุ้มเราแพ้ล่ะ” ถามแล้วก็ทำเนียนขยิบตาไปทางทศวรรษ ลุยเลยไหม?”

จากที่งุนงง คเชนทร์ก็เข้าใจโดยพลัน

“มันจะดีเหรอ”

“ดีแน่...”   

 

การแข่งขันจุดบั้งไฟที่แสนจะดุเดือนผ่านพ้นไปในเวลาไม่นาน ระดับความสูงของบั้งไฟคุ้มคำหอมกับคุ้มคู่แข่งอยู่ในขั้นสูสีอีกปี คนนั่งรอผลการแข่งอย่างใจจดใจจ่อรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น

หากคุ้มคำหอมชนะก็ดีไป

แต่หากแพ้แล้วละก็...

สองพี่น้องเหล่มองคนยืนคุยกับลูกน้องอยู่หน้าซุ้มอย่างหมายมาดในใจ

อีกไม่กี่นาทีเท่านั้น...

แล้วผลการแข่งขันก็ถูกประกาศออกมา ไม่ต้องจับใจความอะไรให้มากมายก็รู้ว่าคุ้มคำหอมพ่ายให้กับอีกคุ้ม เพราะคณะผู้ประกอบบั้งไฟและคนในซุ้มพากันวิ่งหนีจ้าละหวั่น

ลูกชายแสนดีอย่างคเชนทร์รีบโอบฤทัยรักษ์เดินหนีออกไปหลบอยู่ในที่ปลอดภัย ก่อนจะรีบวกกลับมาดึงเอาพี่สาวออกมาอีกคน

เอ๊ะ...”

รีบตามมาก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน”

แต่ว่า...”

 


++++++++++++++++++

บอกเลยว่างานนี้มีคดีพลิกนะจ๊ะ 

 
                   
                                                                                                         T
       B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

0 ความคิดเห็น