oooไลท์บูล ปริศนาลูกแก้วศักดิ์สิทธิ์ooo

ตอนที่ 15 : [Chapter 12]{Rewrite}

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 100
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 ต.ค. 52

Chapter 12

หลังจากเลิกประชุม แอลเบิร์ทไม่ได้กลับบ้านอย่างที่เคย แต่เขากลับไปที่ห้องทำงานในพระราชวังซึ่งเป็นห้องของเขา โดยปกติแล้วเขาไม่ค่อยชอบเข้ามาใช้มันเท่าไหร่นัก ทว่าวันนี้เขามีเรื่องสำคัญบางเขาจึงเลือกที่จะเข้ามาใช้ห้องนี้

*ห้องทำงานในพระราชวังนั้น ขุนนางชั้นสูงทุกคนจะมีคนละห้อง เพื่อไว้ใช้ในยามต่างๆ*

“ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เข้ามานี้หน่อยสิ” นางกำนันคนหนึ่งเดินเข้ามา

“ไม่ทราบว่า ท่านแอลเบิร์ทมีเรื่องอะไรให้ข้ารับใช้คะ”

“เจ้าช่วยไปเรียกนางกำนันที่ชื่อ ริน สายน้ำมาพบข้าหน่อยสิ”

“ค่ะ ข้าจะรีบไปตามนางมาอย่างเร็วที่สุด” แล้วเธอก็รีบออกไป ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

ในใจของแอลเบิร์ทยังคงพร่ำคิดประโยคเดิมๆว่า ข้าต้องรู้ให้ได้ว่านางเป็นใครกันแน่

 

ก๊อก ก๊อก

“เชิญ”

รินเดินเข้ามาภายในและค้อมตัวทำความเคารพแอลเบิร์ท ก่อนพูดว่า “ไม่ทราบว่าท่านดยุคแอลเบิร์ทมีเรื่องอะไรให้ข้ารับใช้หรือเปล่าคะ จึงเรียกข้ามาหาท่านเช่นนี้”

“เจ้านั่งลงก่อน ข้าต้องการคุยกับเจ้าอีกยาว” แอลเบิร์ทผายมือเชิญริน ให้นั่งลงตรงข้ามกับเขา

“ข้ามิบังอาจนั่งเสมอท่านหรอกค่ะ ท่านแอลเบิร์ท” รินปฏิเสธ

“แต่เมื่อข้าสั่งเจ้าก็ต้องทำ” แอลเบิร์ทขึ้นเสียง

“ค่ะ ท่านแอลเบิร์ท” รินยอมนั่งตามที่แอลเบิร์ทสั่งแต่โดยดี

“ข้าไม่อ้อมค้อมแล้วนะ ที่ข้าเรียกเจ้ามาวันนี้ ข้าต้องการให้เจ้าตอบคำถามบางอย่าง เจ้าจะสามารถให้ความกระจ่างแก่ข้าได้หรือไม่” แอลเบิร์ทพยายามมองตาของริน แต่เธอกลับหลบสายตาที่ทอดมองมาที่เธอ

“ได้ค่ะ ถ้ามันไม่ยากเกินความสามารถของข้านะคะ” รินว่า ทอดสายตาไปยังมือที่วางไว้บนตักตลอดเวลา

“ถ้าเป็นเช่นนั้น เจ้าจงเงยหน้าขึ้นสบตาข้า แล้วตอบมาว่า ความจริงแล้ว เจ้าคือลูกของข้าใช่มั้ย เจ้าคือนลินใช่มั้ย” แอลเบิร์ทค่อยๆเอ่ยคำถามนั้นออกมาช้าๆและชัดเจนทุกคำ

“คะ ข้าคือลูกของท่าน ซึ่งมีนามว่า นลิน เกเบรียลตามที่ท่านกล่าวมา” รินสบเข้ากับตาของแอลเบิร์ทโดยตรง ดวงตาของเธอไม่สามารถอ่านอารมณ์ได้

“แล้วทำไมเจ้าถึงทำแบบนี้ นลิน” ดวงตาทอดมองรินหรือนลินฉายแววเจ็บปวด จนนลินใจหาย เธอไม่เคยเห็นท่านพ่อของเธอเป็นอย่างนี้มาก่อนเลย

“ท่านพ่อคะ หนูขอโทษนะคะ ที่ทำให้ท่านพ่อเจ็บปวดอยู่อย่างนี้ แต่หนูขอเวลาท่านพ่อได้มั้ยคะ ขอเวลาให้หนูทำใจรับกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงไป” นลินเข้ากราบเท้าของแอลเบิร์ท

“พ่อไม่เข้าใจ ในเมื่อเจ้าขอเวลา ทำไมเจ้าถึงต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย” แอลเบิร์ทมองหน้าแก้วตาดวงใจคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา

“ท่านพ่อคะ เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว หนูขอตัวก่อนนะคะ ฝากความคิดถึงไปถึงคุณอาด้วยนะคะ” นลินหอมแก้มของแอลเบิร์ท

“ริน เจ้ายังไม่ตอบคำถามของข้าเลยนะ” แอลเบิร์ทตะโกนถามนลิน ที่เดินออกไปข้างนอกแล้ว

“ข้าขอโทษคะ ข้ายังไม่สามารถบอกอะไรท่านแอลเบิร์ทตอนนี้ได้” เสียงตอบรับจากภายนอก

จริงเลยนะๆ รินหาเรื่องหลีกเลี่ยงจนได้ แต่ก็เอาเถอะ ขอแค่รินยอมคุยกับเขา เขาก็ดีใจแล้ว แอลเบิร์ทคิด

 

“ท่านอทีลเลียค่ะ รู้หรือเปล่าคะ วันนี้ข้าได้คุยกับท่านพ่อด้วยแหละ” นลินพูดขึ้น บัดนี้เป็นเวลาช่วงพักกลางวันของเหล่านางกำนัน นลินปลีกตัวมาหาอทีลเลียใต้ต้นไม้เดิมที่ทั้งสองเจอกัน

“อือ นี่รินไม่ต้องเรียกมิลลี่ว่าท่านอทีลเลียก็ได้ เรียกว่ามิลลี่เถอะ แล้วก็ใช้สรรพนามตามที่ถนัดเถอะ เพราะอย่างไรแล้วพวกเราก็อายุเท่ากัน”

“ค่ะ ท่านอทีล... เอ่อ จ๊ะ มิลลี่ วันนี้รินมีความสุขจังเลย แต่เรื่องที่ต้องจัดการก็ยังไม่หมดไปนะ เบื่อจังเลย”  รินเอนตัวนอนลงบนตักของอทีลเลีย

“รินอยากให้มันหมดไปเร็วๆหรือเปล่า”

“อยากมาก”

“รินลองลดทิฐิในใจลงสิ รับรองว่าไม่นานรินก็คงจะหมดเรื่องกังวลใจ” อทีลเลียเอามือลูบหัวของนลินเล่นอย่างเบามือ

“โธ่ มิลลี่อ่า พูดมันง่าย พอจะทำจริงๆแล้วมันยากมากเลยละ” สายลมอ่อนๆพัดผ่านตัวของพวกเธอ นลินเคลิ้ม ค่อยๆหลับตาลงช้าๆ

“แต่มิลลี่ว่านะ ถ้ารินพยายามแล้ว มันคงไม่อยากเกินความสามารถของรินหรอกนะ”

“อืม ขอบคุณนะ มิลลี่ รินรู้สึกสบายใจมากขึ้นเยอะเลย เมื่อได้คุยกับมิลลี่ อยากให้มิลลี่อยู่เคียงข้างรินตลอดไปจังเลย” นลินพูดด้วยเสียงแผ่วเบา ก่อนจะคล้อยหลับไป

“ริน ขอโทษนะ มิลลี่คงทำตามที่รินขอไม่ได้หรอก” อทีลเลียยกมือขึ้นกุมเข้ามากันก่อนเอ่ยกับท้องฟ้าว่า “ข้าแด่เทพทั้งหลาย ข้าอทีลเลีย คามิลล่าขอเวลาให้จัดการเรื่องของนลิน เกเบรียลจบก่อนได้ไหมคะ แล้วพวกท่านค่อยมารับตัวข้าไป ข้ายังไม่อยากไปตอนนี้ โปรดรับคำขอของข้าด้วยเถอะ”

เปรี้ยง สายฟ้าผ่าลงมาราวกับรับรู้คำขอของเธอ

“ขอบคุณคะ ท่านเทพ”

 

“องค์ชายเพคะ เสวยพระกายาหารซักหน่อยเถอะเพคะ อีกไม่กี่วันองค์ชายก็ต้องเริ่มเรียนแล้วนะเพค่ะ ถ้าองค์ชายยังไม่ยอมเสวยอะไรแบบนี้ องค์ชายจะไม่มีแรงไปเรียนนะเพค่ะ” นลินต้องกับมานักใจอีกครั้ง เมื่อกิลเลียมไม่ยอมแม้จะแตะต้องอาหารที่เธอยกมาซักนิดเดียว

“ชั่งมันสิ” กิลเลียมกระชากเสียงตอบ นอนหลบอยู่ในผ้าห่มไม่ยอมออกมา

“แต่องค์ชายเพคะ...” ก่อนนลินจะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงหวานๆของคนอีกคนแทรกขึ้นมาว่า “ไม่ต้อง เจ้าคนรับใช้จะไปไหนก็ไป เดี๋ยวข้าจะจัดการบริการองค์ชายเอง”

“ค่ะ ท่านหญิง” แล้วนลินก็ออกไป ทิ้งกิลเลียมไว้กับผู้หญิงคนใหม่

“องค์ชายเพคะ เสวยอะไรบ้างเถอะเพคะ ไอริซเป็นห่วงองค์ชายมากเลยนะเพคะ ไอริซรีบกลับมาเพื่อมาเยี่ยมองค์ชายโดยเฉพาะเลยนะคะ” เด็กสาวผมสีทอง ตาสีน้ำตาลจับแขนของกิลเลียม

ทันทีที่กิลเลียมรู้ว่าเป็นใคร เขารีบเอ่ยปากไล่และสบัดตัวออกจากการเกาะกุมของไอริซ ”ออกไปนะ ไอริซ อิน ไรย์ ออกไปเดี่ยวนี้ ข้าอยากอยู่คนเดียว”

“แต่องค์ชาย”

“ไม่มีแต่ ออกไปเดี๋ยวนี้” กิลเลียมลุกขึ้น มาไล่ไอริซออกจากห้องด้วยตัวเอง

เชอะ ซักวันเถอะ องค์ชาย ข้าจะเอาองค์ชายมาเป็นของข้าให้ได้ ไอริซคิดในใจก่อนเดินสบัดออกไป

“ก้ากกกกกกกกกกกกกกก” เสียงหัวเราะของใครบางคนดังออกมาจากมุมมืด

“ใครน่ะ ออกมาเดี่ยวนี้นะ” กิลเลียมตะโกนเรียก ค่อยๆย่างเท้าเข้าไปที่จุดกำเนิดเสียง

แล้วมีหรือเจ้าของเสียงหัวเราจะอยู่ให้จับไป ไม่มีทางซะหรอก เจ้าของเสียงรีบวิ่งหนีทันที กิลเลียมไม่รอช้ารีบวิ่งตามเจ้าของเสียงไป

ทำไงดี ริน ถ้าเขารู้ว่าเป็นเรา เราต้องตายแน่ๆ เลยอุส่ากะจะเล่นละครต่อไปอีกหน่อย แต่ดันเผลอไปหัวเราะเขาเข้าซะได้ งานนี้ตายแน่ๆเลย ต้องโดนเขาจับได้แน่ๆเลย นลินคิดในใจระหว่างวิ่งหาทางหนี

“ริน กระโดดขึ้นมา” เสียงของอทีลเลียดังมาจากบนต้นไม้ นลินไม่รีรอรีบกระโดดขึ้นไปตามที่อทีลเลียบอก แล้วอทีลเลียก็ร่ายมนตร์พรางตาอีกที

“หายไปไหนแล้ว แต่นี้มันกลิ่นคุ้ยๆ เหมือนมีคนร่ายมนตร์แถวนี้” นลินมองกิลเลียมจากข้างบนด้วยความตกใจ

“มิลลี่ ทำยังไงดี รินกลับเขาจับได้” นลินเกาะแขนอทีลเลีย

“เอาอย่างนี้ เดี๋ยวมิลลี่จะส่งริน ไปที่บ้านเกเบรียลก่อนนะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยตกลงกัน ทีหลังว่าจะทำอย่างไรต่อ”

“แต่...”

“ไม่ต้องห่วงเดี๋ยว มิลลี่จะตามรินไปที่หลัง” อทีลเลียร่ายมนตร์ส่งนลินไปที่บ้านเกเบรียล พอดีกับกิลเลียมที่ทำลายเวทพรางตาของอทีลเลีย

เปรี้ยง

“เจ้ามาทำอะไรตรงนี้ อทีลเลีย คามิลล่า” กิลเลียมถาม กระโดดขึ้นมายืนบนต้นไม้

“ข้าก็มานั่งเล่นตามประสาคนว่างงานไปค่ะ องค์ชายกิลเลียม” อทีลเลียตอบหน้าระรื่น

“แล้วทำไมต้องร่ายเวทพรางตาด้วย” เด็กหนุ่มจ้องตาหาคำตอบ

“ถ้าไม่ร่ายเวทพรางตา ข้าจะเห็นอะไรสนุกๆหรือคะ องค์ชาย”

“เจ้าเห็นอะไร อทีลเลีย” กิลเลียมจับคางของอทีลเลียให้หันหน้ามาสบตากับเขา

“ข้าเห็นคนป่วยวิ่งไล่ ระ เอ่อ หาใครก็ไม่รู้”

“ข้าว่าจะต้องรู้แน่ๆเลย ว่าคนที่ข้าวิ่งตามมาเป็นใคร บอกข้ามาเดี๋ยวนี้นะ อทีลเลีย” กิลเลียมบีบคางของอทีลเลียแรงขึ้น

“เชอะ ต่อให้มิลลี่รู้มิลลี่ก็ไม่บอกหรอก แบร่” แล้วอทีลเลียก็ร่ายเวทหายตัวไป

“จำไว้เลยนะ ยัยอทีลเลีย” ทิ้งกิลเลียมให้ยืนอยู่คนเดียว

 

“เกือบไปแล้ว มิลลี่” อทีลเลียรำพึงกับตัวเอง อยู่ๆร่างกายของเธอก็ผิดปกติ เธอไอออกมาเป็นเลือด เปราะเปรือนเต็มเสื้อผ้าไปหมดเลย

“ข้าขอโทษท่านเทพ วันหลังข้าจะไม่โกหกหรือหลอกหลวงอีกแล้ว ยกโทษให้ข้าด้วยเถอะ” สิ้นคำพูดเธอร่างกายก็กลับมาเป็นปกติ

 ต้องรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน แล้วไปหาริน เดี๋ยวรินจะสงสัยว่าหายไปไหนนาน คิดได้ดังนั้นเด็กสาวก็รีบกลับไปห้องของตัวเอง

อทีลเลียรู้อยู่แก่ใจดีว่าพันธสัญญาของสายเลือดนั้น มันหนักหนามาก ผลมาจากสิ่งที่ตระกูลตัวเองทำเอาไว้ เพื่อแลกกับการมีอำนาจรู้ถึงสิ่งที่คนอื่นคิดและสายเลือดแห่งเทพ

-----------------------100%----------------------------

68 ความคิดเห็น