ตอนที่ 58 : กิริยาแปลกประหลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    23 มิ.ย. 62

สวัสดีค่า  ^/\^  ในตอนนี้ไรท์ได้ใส่ประวัติของโลซกตามบันทึกในประวัติศาสตร์เอาไว้ด้วยนิดๆหน่อยๆ  (หรืออาจจะไม่นิด555)  ถือว่าเป็นเกร็ดความรู้กันไป  อย่าเพิ่งลำใยกันนะค้า


ขอบคุณที่มาของข้อมูลโลซก  credit by : 3kingdomhistory.blogspot.com > blog-post  (ง่า...ทำไมแปะลิ้งค์ไม่ได้นะ)


ป่ะ...เข้าเรื่องกันเถอะ



               ••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••••















“อูย…”  


ชายหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้นหลังจากที่ผ่านช่วงเวลาชุลมุนเมื่อไม่กี่วินาทีที่ผ่านมา  พร้อมกับอาการปวดแปลบที่บริเวณแผ่นหลัง


ทว่า...สิ่งที่เขาพบเป็นสิ่งแรก  กลับเป็นเรือนผมของเด็กสาวที่กำลังนอนคว่ำอยู่บนร่างของเขา...ชนิดที่เรียกว่าเนื้อแนบเนื้อเข้าให้อย่างจัง



ความอวบอิ่มขาวนวลเนียนที่อยู่ภายใต้ชุดว่ายน้ำทาบทับอยู่กับอกกว้างของชายหนุ่มอย่างแนบแน่น  เรียวขาแข็งแรงของเขาแทรกตัวเข้าไปอยู่ระหว่างขาอ่อนขาวๆทั้งสองข้างของดรุณีคนงามด้วยความบังเอิญซึ่งเกิดขึ้นจากอุบัติเหตุ  และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้ร่างกายของเขาต้องร้อนรุ่มราวกับไฟอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยในชีวิตนับตั้งแต่เกิดมา


ฮิรุยะทำได้แค่นอนแน่นิ่งอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้  เป็นไปได้หรือเปล่าว่าเขาอาจจะกำลังช็อกด้วยความที่ไม่เคยสัมผัสเรือนร่างของอิสตรีคนใดอย่างใกล้ชิดขนาดนี้มาก่อน  เพราะที่ผ่านๆมาเขาไม่เคยคิดจะทำมันเลยสักครั้ง…ไม่เคยเลยจริงๆ


จนกระทั่งเมื่ออีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา  ทั้งคู่สบตากันแน่นิ่งอยู่ชั่วไม่กี่วินาที  เด็กสาวก็ได้สติคืนมา  และเธอก็ต้องตกอกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อได้รับรู้ถึงสภาพของตนเองในตอนนี้





“กรี๊ดดดดดดด---!!!”


“เธอจะกรี๊ดหาอะไรกันเนี่ย!  รีบลงไปจากตัวของฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ!!”


ฮิรุยะตะโกนออกมาเสียงดังพลางพยายามปิดดวงตาเข้าหากันแน่น  คิ้วหนาได้รูปขมวดเข้าหากันมุ่นจนดูยุ่งเหยิง  ฝ่ามือทั้งสองข้างรวบกำเข้าหากันจนเกร็งแน่นขนัดไปหมด  หากแต่ใบหน้าและใบหูของเขากลับถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดงเถือกอย่างเห็นได้ชัด


“ไอ้คนบ้า!  คนฉวยโอกาส!”  


“ยังจะพูดมากอีก!  รีบๆลงไปได้แล้ว!”


“บ้าที่สุด!!”  เมกามิผลักอกของชายหนุ่มอย่างแรง  จากนั้นจึงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหายเข้าไปในห้องแต่งตัวด้วยสภาพที่แทบจะไม่แตกต่างกันกับเขา


…บ้า!...บ้าที่สุด!...นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย!?...



จนเมื่อทุกอย่างในบริเวณนั้นสงบลง  ชายหนุ่มจึงค่อยๆลุกขึ้นมานั่งด้วยสภาพที่ดูอิดโรยได้อย่างน่าประหลาดใจ  เรี่ยวแรงที่เคยมีอยู่ก็กลับหายวับไปในบัดดล  แข้งขาของเขาอ่อนปวกเปียกเสียจนทำไม่ได้แม้แต่จะขยับตัว


“…..”



ในระหว่างที่กำลังรู้สึกสับสนมึนงงอยู่นั้นเอง  จู่ๆของเหลวบางอย่างก็หยดแหมะลงบนพื้นต่อหน้าต่อตาของเด็กหนุ่ม  ด้วยสีสันที่ดูผิดปกติและเข้มข้นกว่าของเหลวทั่วไป  ทำให้เขาต้องยกฝ่ามือที่กำลังสั่นเทาขึ้นมาสำรวจบนใบหน้าของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก


ปลายนิ้วมือของชายหนุ่มค่อยๆสัมผัสกับของเหลวที่อยู่เหนือริมฝีปากขึ้นไป  แต่พอแหงะมือออกมาดูเท่านั้นแหละ...ก็ทำให้เขาแทบอยากจะหงายหลังล้มตึงลงไปอีกรอบเสียจริงๆ


…ละ…เลือด!...เลือด!!!...



“ว้ากกกกกกกกก-----!!!”


ฮิรุยะร้องตะโกนออกมาเสียงหลงด้วยความตกใจ  ก่อนที่เขาจะพยายามยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืนถึงแม้ว่ามันจะทำได้ยากลำบากกว่าปกติ  ชายหนุ่มเดินเข้าไปหยิบกระเป๋าของตัวเองที่อยู่ในห้องแต่งตัวแล้วรีบเดินออกไปจากสระว่ายน้ำด้วยสภาพที่โซซัดโซเซทั้งๆอย่างนั้น










                                 “โลซก  จื่อจิ้ง  (หลวี่ซู่)”

                  “ขุนนางผู้สัตย์ซื่อ  จริงใจ  และจงรักภักดี”

       จากจดหมายเหตุชีวประวัติของโลซก  (Biography of  Lu Su)


โลซก หรือหลู่ซู่ เกิดในปี ค.ศ. 172 พื้นเพไม่แน่ชัดนักว่าเกิดที่ไหน แต่ดูเหมือนจะเป็นลูกชายของเศรษฐีทางแถบตอนกลางของประเทศ  เล่ากันว่าในวัยเด็กเขาเป็นคนที่ชอบการขี่ม้ายิงธนู  มีความกล้าหาญเชี่ยวชาญในเพลงอาวุธ


ต่อมาแผ่นดินเกิดกลียุค  เพราะการลุกฮือขึ้นของโจรโพกผ้าเหลืองและการก่อการของตั๋งโต๊ะ ครอบครัวของโลซกจึงอพยพลงมาบริเวณลุ่มน้ำแยงซีเพื่อหนีภัยสงคราม และได้เริ่มประกอบการค้าจนมีฐานะร่ำรวยและโลซกก็ได้กลายเป็นเศรษฐีมีชื่อเป็นที่รู้จักของผู้คนในละแวกนั้น  


แต่ที่ทำให้โลซกมีชื่อเสียงโด่งดังนั้น ไม่ใช่เพราะความร่ำรวย แต่เพราะความเป็นคนมีจิตใจดีและกว้างขวาง แม้จะเป็นคนรวยแต่เขาก็ไม่เคยถือตัวและคบหากับผู้คนมากมายแทบจะทุกระดับชั้น นอกจากนี้เขายังมีความสนใจในปัญหาบ้านเมืองและชอบศึกหาความรู้เพื่อหวังที่จะหาหนทางในการช่วยเหลือบ้านเมืองที่กำลังวุ่นวายให้สงบสุข



โลซกนั้นชอบที่จะบริจาคเงินและอาหารช่วยเหลือคนที่ยากไร้เพราะหนีภัยสงคราม จนมีชื่อเสียงเลื่องลือไปถึงแดนกำหนำ จนจิวยี่ซึ่งเป็นมือขวาของซุนเซ็กผู้ครองแดนกำหนำในตอนนั้นได้ยินชื่อเสียง และตัดสินใจเดินทางไปหาโลซกเพื่อหวังว่าจะขอยืมเงินและเสบียงจำนวนหนึ่งเพราะในเวลานั้นก๊กง่อเพิ่งจะเริ่มก่อตั้ง การปราบภาคใต้ก็ยังไม่เรียบร้อย แต่กองทัพตระกูลซุนก็ยังคงขาดแคลนทุนรอนและเสบียงจำนวนมาก


เล่ากันว่าตอนที่จิวยี่มาขอยืมเสบียงอาหารและเงินทุนกับโลซกนั้น เขาได้ขอไปในจำนวนที่ไม่น้อยเลย ซึ่งจิวยี่เองก็ทำใจไว้เหมือนกันว่าโลซกอาจจะไม่ยอมให้ยืมทั้งหมด


แต่ปรากฏว่าโลซกให้ยืมทั้งหมดตามที่จิวยี่เรียกร้องโดยไม่มีการเกี่ยง เล่นเอาจิวยี่อึ้งไปเล็กน้อย โลซกเห็นจิวยี่อึ้งไปก็ถามต่อว่า แค่นั้นไม่พอหรือ จะเอาเพิ่มอีกไหม


จิวยี่จึงซึ้งใจว่าโลซกนั้นเป็นผู้ที่มีน้ำใจกว้างขวาง คนแบบนี้หาได้ยากยิ่งในแผ่นดินที่กำลังเกิดกลียุค จิวยี่จึงเริ่มคบหากับโลซกมานับแต่นั้น


ภายหลังซุนเซ็กได้เสียชีวิตลง ซุนกวนผู้น้องต้องขึ้นสืบทอดอำนาจแทน  ส่วนจิวยี่นั้นกลายเป็นเสาหลักด้านการทหารและได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจให้ควบคุมดูแลกองทัพ นำทหารไปประจำการและฝึกฝนอยู่ที่เมืองชีสอง


ขณะนั้นที่ปรึกษาฝ่ายบุ๋นของก๊กง่อยังมีไม่มาก ที่เป็นหลักๆก็มีเตียวเจียวแค่คนเดียว จิวยี่จึงชักชวนโลซกให้มาทำงานอยู่กับซุนกวน โดยบอกต่อซุนกวนว่า  “โลซกชอบรำกระบี่ขี่ม้า ใจมียุทโธบาย ท้องซ่อนกลวิธี”


เมื่อโลซกได้พบกับซุนกวน ซุนกวนก็ได้ชวนคุยกันหลายชั่วโมง ซุนกวนรู้สึกทึ่งในความรอบรู้ของโลซก จนถึงขนาดชวนไปคุยกันในห้องนอนและนอนอยู่บนเตียงเดียวกัน


ตอนนั้นเป็นปีค.ศ.200 ในตอนนั้นทางเหนือกำลังวุ่นวายเพราะการศึกระหว่างสองขั้วอำนาจอย่างโจโฉและอ้วนเสี้ยว โลซกได้เสนอกุศโลบายแก่ซุนกวนที่โด่งดังซึ่งภายหลังได้ถูกตั้งชื่อว่า  “นโยบายบนยี่ภู่”



นั่นคือโลซกกล่าวว่า 


“ในอดีต พระเจ้าฮั่นโกโจเคยคิดที่จะเป็นกษัตริย์ผู้ทรงคุณธรรมแต่ไม่สำเร็จ เพราะมีเสี้ยงหยี่เป็นมาร โจโฉในวันนี้เทียบเท่ากับเสี้ยงหยี่ ท่านจะคิดเช่นฉีหวนกงกับจิ้นหวนกงในอดีตได้อย่างไร ข้าเห็นว่าราชสำนักฮั่นมิอาจฟื้นตัวได้แล้ว โจโฉไม่กำจัดนั้นมิได้ สำหรับท่านมีแต่ต้องตั้งมั่นอยู่ในกังตั๋งดูเหตุวุ่นวาย ส่วนในเวลานี้ก็ควรจะฉวยโอกาสที่ทางเหนือกำลังยุ่งเหยิง ขจัดหองจอปราบเล่าเปียวครองลุ่มแม่น้ำแยงซีให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนั้นท่านจึงค่อยสถาปนาราชวงศ์ขึ้นครองแผ่นดิน นี่คือภารกิจแห่งปฐมกษัตริย์”



ซุนกวนได้ฟังดังนั้นจึงลุกขึ้นคำนับโลซก นับแต่นั้นก็ให้ความสำคัญแก่โลซกมาก  มอบหมายงานสำคัญให้แก่เขา  แต่เตียวเจียวและขุนนางอาวุโสนั้นเห็นว่าโลซกอายุยังน้อย  จึงพยายามทัดทาน  แต่ซุนกวนก็ไม่ได้สนใจ


ตอนที่ซุนกวนเสนอนโยบายบนยี่ภู่นั้น เป็นช่วงเวลาที่โจโฉกำลังรบติดพันกับอ้วนเสี้ยว และไม่มีทีท่าว่าโจโฉจะชนะแม้แต่น้อย แต่โลซกกลับมองว่าโจโฉจะกลายมาเป็นศัตรูสำคัญ นั่นแสดงว่าเขามีสายตาที่แหลมคมจริงๆที่คาดเดาอนาคตล่วงหน้าได้


ดังนั้นความสำคัญของโลซกที่คอยช่วยซุนกวนจึงเทียบเท่ากับซุนฮกที่ช่วยโจโฉสร้างวุยก๊กขึ้น  แล้วก็เท่ากับที่ขงเบ้งช่วยเล่าปี่ด้วย
พูดถึงเรื่องมองการณ์ไกลแล้ว ทั้งในสามก๊กฉบับนิยายและฉบับประวัติศาสตร์ล้วนบอกไว้คล้ายกันว่าจิวยี่นั้นยังเป็นรองโลซกอยู่ขั้นหนึ่ง


โลซกนั้นยังยึดหลักความจริงใจเป็นที่ตั้ง จนแม้แต่ขงเบ้งเองก็ยังต้องยอมรับนับถือ และในระหว่างที่โลซกยังมีชีวิตอยู่ความสัมพันธ์ระหว่างจ๊กก๊กและง่อก๊กก็ยังคงรักษาเอาไว้ได้ดีมาตลอด


ด้วยความจริงใจต่อผู้อื่น การมองการณ์ไกลและสติปัญญาของโลซกนี้  ทำให้จิวยี่ก่อนที่จะตายนั้นได้เขียนจดหมายแนะนำให้ซุนกวนแต่งตั้งโลซกให้ขึ้นมารับตำแหน่งแม่ทัพใหญ่สมุหกลาโหม (ต้าตูตู) คุมกำลังทหารแทนตนเอง ภายใต้การคัดค้านของขุนนางอาวุโสนำด้วยเตียวเจียว  แต่ซุนกวนกลับไม่สนใจและนั่นก็ทำให้โลซกกลายเป็นบุคคลหมายเลขสองของง่อก๊กรองจากซุนกวน คุมกำลังทหารและรับภาระการจัดการกับศัตรูภายนอกทั้งหมดแทนจิวยี่


ก็เป็นธรรมดา…คนที่ซื่อตรงจิตใจดี มักจะถูกหาว่าเป็นคนโง่เง่ากว่าคนที่เก่งในการใช้ปัญญาในการหลอกลวงผู้อื่น


อาจเพราะผลงานสำคัญของโลซกคือการทำให้คนเป็นมิตรกัน ดังนั้นจึงไม่ได้รับการยกย่องเท่ากับผู้ที่ใช้ปัญญาในการทำให้ชีวิตผู้อื่นล้มตายก็เป็นได้…







"…นี่น่ะเหรอ…ประวัติของโลซก"


อดีตเทพธิดาแห่งเนตรนภาปิดหนังสือเล่มใหญ่ที่มีปกสีทองคำลง  หลังจากที่อ่านชีวประวัติของโลซกตามคำแนะนำของจิฮารุมาได้สักพัก


…เขาเป็นคนดีและอ่อนโยนมากมายจริงๆนะ…แต่ก็อย่างว่า…สงครามการแย่งชิงดินแดนในช่วงที่กำลังเกิดกลียุคแบบนั้น…ถ้าหากไม่มีเล่ห์เหลี่ยมมากพอ…มันก็คงจะอยู่ยากเหมือนกัน…


เมกามินึกถึงใบหน้าอ่อนโยนของชายหนุ่มที่เคยปรากฏตัวขึ้นในความฝัน  รวมเข้ากับนิสัยใจคอของโลซกที่เธอเพิ่งจะอ่านจบไป…และนั่นก็กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอต้องผุดรอยยิ้มขึ้นบางๆเหมือนคนที่กำลังฝันหวานอยู่เลยทีเดียว


ก็เพราะนั่นเป็นบุคลิกผู้ชายในฝันของเธอยังไงล่ะ…ต่อให้เป็นชาตินี้หรือชาติไหนๆ…เธอก็มักจะมองผู้ชายที่มีความเป็นผู้ใหญ่  ดูอบอุ่นและอ่อนโยนอยู่เสมอ


อยากรู้จังว่าตอนนี้เขาจะเกิดมาเป็นใครกันนะ?...นี่ถ้าหากว่าเขาเกิดมาเป็นชายในฝันของเธออย่างชูเฮย์ก็คงจะดีไม่น้อย…แต่ถ้าหากเป็นคนละคนกันล่ะ…หัวใจของเธอจะถูกพัดพาให้เดินไปทางไหนกัน?


สับสนว้าวุ่น...สมกับที่เป็นเด็กสาวช่างฝันเสียจริงๆ


แต่ถึงอย่างไรก็ตาม...เรื่องราวของโลซกมันก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่เธอสนใจใคร่รู้เท่านั้น  เพราะแท้ที่จริงแล้ว...ในหัวใจของเธอกลับมีแต่ภาพของผู้เป็นอาจารย์อยู่เต็มไปหมด  ไม่ว่าจะทำอย่างไร...เธอก็ไม่มีทางที่จะสลัดภาพของเขาให้เลือนหายออกไปจากความทรงจำได้เลย


ทุกวินาทีที่ได้เห็นหน้าของเขา…มันมีค่าสำหรับเธออย่างมากมายจริงๆ…


“…เพ้อเจ้ออีกแล้วนะเรา  วันนี้ก็รีบๆนอนดีกว่า”  เมกามิลุกขึ้นจากโต๊ะอ่านหนังสือแล้วเดินไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่อยู่ในห้อง  เพื่อที่จะคลายปมผ้าม่านลง  


แต่ทว่าสายตาของเธอก็ได้พบกับบางสิ่งที่ดูผิดปกติจากทางอีกฟากหนึ่งของหน้าต่าง  เมกามิจึงหยุดชะงักมือลงแล้วจ้องมองไปยังสิ่งที่น่าสงสัยนั้นในทันที


“หืม?”


บนถนนเส้นเล็กๆที่คั่นกลางระหว่างคฤหาสน์ชิรายูกิกับสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ในฝั่งตรงกันข้าม  ได้ปรากฏร่างของบุคคลลึกลับผู้หนึ่งที่กำลังยืนแน่นิ่งอยู่ตรงกลางถนนเส้นนั้น  


เขาสวมชุดผ้าคลุมสีทึบตัวยาวปิดบังใบหน้าแลดูผิดแผกแปลกประหลาดจากการแต่งตัวของคนทั่วๆไป  ทำให้เด็กสาวผู้เป็นเจ้าของห้องต้องยืนจ้องมองคนผู้นั้นเขม็งแบบตาไม่กะพริบ


…นั่นใครกันนะ…มายืนอยู่หน้าบ้านคนอื่นในเวลาค่ำมืดดึกดื่นแบบนี้…น่าสงสัยจริงๆ…แถมชุดที่ใส่นั่นก็ดูแปลกๆด้วย…


ในระหว่างที่กำลังตั้งข้อสงสัยอยู่นั้นเอง…จู่ๆใบหน้าลึกลับที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าก็เงยหน้าขึ้นมองมายังจุดที่เธอยืนอยู่  ราวกับว่าเขาเองก็รับรู้ได้ถึงสายตาของเธอที่กำลังจ้องมองมา  


ดวงตาและจมูกของคนผู้นั้นถูกส่วนที่เรียกว่าฮู้ดคลุมเอาไว้จนหมด  จึงทำให้ไม่สามารถประเมินรูปพรรณสันฐานได้ว่าเขาเป็นบุรุษหรือสตรี?  หรือมีหน้าตาเช่นใด?


แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น...เมื่อจู่ๆริมฝีปากของบุคคลปริศนาได้ผุดรอยยิ้มขึ้นมาให้กับหญิงสาวท่ามกลางความมืดมิด…สร้างความรู้สึกตกอกตกใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก


“..!?..”


เมกามิถึงกับขนลุกซู่  และเธอก็ไม่รอช้าที่จะปิดผ้าม่านลงอย่างรวดเร็ว  เรือนร่างขาวผ่องบัดนี้กลับมีหยาดเหงื่อผุดพรายขึ้นมาทั้งๆที่เครื่องปรับอากาศในห้องก็สร้างอุณหภูมิที่เย็นฉ่ำ  ชีพจรก็พลันเต้นตุบๆขึ้นมาโดยอัตโนมัติ


ดรุณีน้อยสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพยายามทำใจดีสู้เสือด้วยการแหวกผ้าม่านออกเล็กน้อย  จากนั้นจึงสอดส่องสายตาแอบดูบุคคลลึกลับผู้นั้นอีกครั้ง…


แต่ทว่า…กลับไม่มีร่างของใครเลยที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น!


“กรี๊ดดดด!  ผีหลอก!”  เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มรีบหุบผ้าม่านลงแล้ววิ่งออกมาจากห้องนอนของตนเองในทันที  ก่อนที่เธอจะตรงดิ่งไปเคาะประตูห้องของผู้เป็นบิดาอย่างทุลักทุเล


ปึงๆๆๆๆๆ!


"คุณพ่อคะ!"


"คุณพ่อ!"


"เปิดประตูให้หนูหน่อยค่ะ!"


เมื่อได้ยินบุตรีสุดที่รักทั้งร้องเรียกทั้งทุบประตูรัวเป็นชุดๆ  โคจิจึงไม่รอช้าที่จะรีบเดินมาเปิดประตูห้อง  โดยที่บนโต๊ะทำงานของเขายังเต็มไปด้วยกองเอกสารที่ยังไม่แล้วเสร็จดี


“เมกามิ…มีอะไรเหรอลูก?”  


“คืนนี้หนูขอนอนในห้องคุณพ่อนะคะ!”  เด็กสาวตอบคำถามของผู้เป็นบิดาสั้นๆ  จากนั้นก็รีบเดินจ้ำอ้าวแล้วกระโดดขึ้นไปนอนอยู่บนเตียงของเขา


โคจิจ้องมองบุตรีคนงามที่กำลังนอนคลุมโปงคุดคู้พร้อมกับระบายยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและความเอ็นดูที่มีต่อเธอ  ก่อนที่ประตูห้องของเขาจะค่อยๆปิดลง







-คฤหาสน์โยชิฟุมิ-


นายน้อยแห่งตระกูลโยชิฟุมินอนพลิกตัวไปมาอยู่บนเตียงนอนของตนเองอย่างกระสับกระส่าย  ชายหนุ่มยังไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้เลยถึงแม้ว่าเขาจะปิดไฟเข้านอนมาตั้งแต่เมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้  ทั้งๆที่อากาศในห้องนอนนั้นก็เย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างดี


…ฮึ้ยยย!...หลับซะทีสิ!...เอาแต่คิดนู่นคิดนี่อยู่ได้!...




หนึ่งชั่วโมงผ่านไป...


“หา!  ตีหนึ่งแล้วเรอะ!?”  ฮิรุยะอุทานขึ้นด้วยความตกใจหลังจากที่หยิบนาฬิกาบนหัวเตียงขึ้นมาดู  จากนั้นเขาก็ทิ้งศีรษะลงบนหมอนใบใหญ่แล้วพยายามข่มตาให้หลับอีกครั้ง


พลิกซ้าย…พลิกขวา…


คว่ำก็แล้ว…หงายก็แล้ว…


…ให้ตายสิ…นอนไม่หลับเลย!...


ชายหนุ่มพลิกตัวไปมาอีกเป็นสิบๆรอบแต่ก็ยังคงไม่อาจข่มใจให้หลับได้ลง  ถึงแม้ว่าดวงตาของเขาจะปิดลงเข้าหากัน  แต่ร่างกายของเขากลับไม่ได้เป็นไปตามนั้น  เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเมกามิเมื่อตอนเย็นยังคงวนเวียนอยู่ในสมอง


ผิวเนื้อขาวเนียนใส…ความเป็นสาวสะพรั่งที่แสนจะนุ่มนิ่ม…แล้วไหนจะเรือนร่างอุ่นๆกับกลิ่นกายหอมๆนั่นอีกล่ะ…


“โอ้ย!  ฉันชักจะหงุดหงิดแล้วนะ!”  คนขี้โมโหลุกขึ้นมาเปิดไฟบนหัวเตียงให้สว่างขึ้น  ก่อนที่จะหยิบเอาหมอนที่ตัวเองหนุนนอนขว้างใส่กำแพงห้องอย่างหัวเสีย  


“ตามมาหลอกหลอนอยู่ได้!  นี่เธอเป็นผีรึยังไง!?”


เพียงครู่เดียวเขาก็ต้องหยุดการกระทำลงเมื่อรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่างของร่างกาย  ซึ่งตัวของเขาเองนั่นแหละที่รู้ดีที่สุดว่ามันเกิดขึ้นจากตรงไหน  


และเขาก็ไม่รอช้าที่จะหยิบยกผ้าห่มผืนหนาขึ้น  จากนั้นจึงมองสำรวจร่างกายของตนเองที่อยู่ใต้ผ้าห่ม


ซึ่งความผิดปกติที่เขาพบก็คือ...


“ว๊ากกกกกกก---!!!!”


เสียงของฮิรุยะร้องตะโกนดังสนั่นลั่นเคหะสถานขึ้นมาเดี๋ยวนั้น  ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้กลับดูยุ่งเหยิงและบิดเบี้ยวไปด้วยความตกอกตกใจ  เมื่อพบว่าร่างกายของเขาบางส่วนมีอาการดื้อดึงแข็งขืนขึ้นมากลางดึกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย…แล้วมันก็ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อนเลยด้วย



“ไม่จริง!  ไม่จริง!!  ไม่จริง!!!”


“ม่ายยยยยยยยยยยย!!!!”


พลันนั้นเลือดกำเดาของเด็กหนุ่มก็หยดลงบนที่นอนอีกครั้ง  เล่นเอาเขาต้องหงายหลังล้มตึงลงไปบนเตียงทั้งๆอย่างนั้น


เสียงร้องอุทานที่ดังสนั่นปลุกให้ผู้เป็นบิดาจอมเฮี้ยบอย่างชุนต้องสะดุ้งตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน  ก่อนที่เขาจะรีบเดินมาทุบประตูห้องนอนของฮิรุยะด้วยสีหน้าท่าทางที่บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์


“ฮิรุยะ!  นี่แกจะแหกปากหาพระแสงอะไร!  ตอนนี้มันกี่ทุ่มกี่ยามแล้วรู้รึเปล่า!?”  


ผู้ทรงอำนาจแห่งแกรนด์ดาเนปตะโกนใส่ทายาทหนุ่มที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูอย่างหัวเสีย  เนื่องจากเขาเพิ่งจะเคลียร์งานเสร็จและเพิ่งจะเข้านอนได้ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมานี้เอง  แต่กลับต้องมาสะดุ้งตื่นกลางคันเพราะเสียงร้องโหยหวนของเจ้าลูกชายตัวดีนี่แหละ


“แกรีบปิดไฟนอนเดี๋ยวนี้เลยนะ!!”


“คะ…ครับ”


ฮิรุยะตอบรับคำสั่งของผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงที่แทบจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง  ผิดกับร่างกายของเขาที่ตอนนี้แข็งแรงคึกคักไปเสียทุกสัดส่วน


เจ้าของร่างสูงรีบคว่ำตัวลงบนเตียงนอนด้วยความรู้สึกละอายแก่ใจที่ร่างกายของตัวเองมันไม่รักดี  มันน่าอับอายจริงๆ...รู้ถึงไหนก็คงอายเขาไปถึงนั่น


ทิชชู่ในกล่องเล็กๆที่อยู่ตรงหัวเตียงถูกชายหนุ่มดึงออกมาสามสี่แผ่น  จากนั้นเขาจึงจับมันยัดใส่รูจมูกของตัวเองแล้วหลับตาลงนอนทั้งๆแบบนั้น


…นี่มันฝันร้ายชัดๆ!!...บ้าที่สุด!!...ฉันต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ!!...


…ใครก็ได้…ช่วยปลุกฉันไปจากความฝันบ้าๆนี่ซะทีสิ!!...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #52 bozt (@bozt) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 17:15

    ตั๋งโต๊ะ......ตั๋งโต๊ะสินะมาแอบดูเทพธิดา 5555+++

    #52
    1
    • #52-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 58)
      13 มิถุนายน 2562 / 16:32
      ใช่มั้ยน้า~
      #52-1
  2. #51 APPLE ARCHER (@DollyMommy) (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 16:20

    อาการแบบนี้มัน...


    อ้าว นั่นตัวละครลับแน่ๆเลย คนที่ยืนอยู่ตรงกลางถนนน่ะ

    #51
    1
    • #51-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 58)
      13 มิถุนายน 2562 / 16:33
      อาการแบบนี้เค้าเรียกว่า...อิๆ

      ปล.นั่นคือหนึ่งในตัวละครลับจ้า เย้ๆ
      #51-1