Retrouvailles

ตอนที่ 57 : โค้ชจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 มิ.ย. 62

“ไม่ใช่แบบนั้น!”  เจ้าชายคนเล็กแห่งแกรนด์ดาเนปพูดโพล่งออกมาเสียงดัง  ในระหว่างที่เด็กสาวตรงหน้ากำลังเกาะขอบสระแล้วฝึกตีขาอยู่ในน้ำอย่างทุลักทุเล  


“นี่ฉันบอกเธอตั้งหลายรอบแล้วนะ  ทำไมถึงยังทำท่าทางง่อยๆแบบนั้นอยู่อีก!?”


“แล้วทำไมนายต้องดุด้วยล่ะ!”  เด็กสาวรีบละทุกการกระทำลง  แล้วหันมายืนเถียงกับเขาแทน


“ก็เพราะเธอมันพูดไม่รู้เรื่องไง  เข้าใจอะไรยากจริงๆ!”


“ชิ!”


…ได้ทีหน่อยตวาดฉันแว้ดๆเลยนะหมอนี่!...น่าหมั่นไส้จริงๆ!…


“ไหนเอาใหม่อีกทีซิ!”


“โอ้ย!  ฉันเมื่อยแล้วนะ”


“นี่มันเพิ่งจะแค่สิบห้านาทีเองนะ…เธอยังบ่นว่าเมื่อย  ถ้างั้นเธอก็เลิกล้มความตั้งใจที่จะว่ายน้ำไปเถอะ  ฉันจะได้กลับบ้าน”  


ฮิรุยะทำหน้านิ่วคิ้วขมวด  ทั้งที่จริงๆแล้วเขาก็แค่อยากให้เธออดทนและมีความตั้งใจกับสิ่งที่เป็นเป้าหมายให้มากๆเท่านั้นเอง  แต่คนอย่างเขามันแสดงความรู้สึกไม่เก่ง  พูดเพราะๆก็ไม่เป็น…กิริยาท่าทางที่สื่อออกมามันก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่แหละ


“ก็ได้ๆ  แค่นี้ก็ต้องบ่นด้วย…เป็นผู้ชายแท้ๆแต่ขี้บ่นจริงๆ”  เมกามิบ่นอุบอิบแล้วคว่ำร่างของตัวเองในน้ำโดยไม่มีทางเลือก  จากนั้นจึงยกขาสวยๆขยับขึ้นลงไปมาตามที่เขาบอกอีกครั้ง





“ผิด!”  


ไม่ทันไรชายหนุ่มก็พูดทักท้วงออกมาเสียงดัง  ฝ่ามือหนาหวดลงบนขาของอีกฝ่ายดังเพี้ยะทันทีที่เห็นท่าทางอ่อนปวกเปียกของเธอ  


“สอนไม่จำ!”


“โอ้ย!  ฉันเจ็บนะ!”


“แบบนี้เมื่อไหร่จะได้เรื่อง  เด็กห้าขวบมาเรียนว่ายน้ำแค่สิบนาทีก็ตีขากันเป็นแล้ว  นี่อะไร…”  


เมื่อกล่าวจบเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็จับขาของเธอให้ยืดตรง  พร้อมกันนั้นก็จัดระเบียบท่าทางต่างๆของเธอใหม่ด้วย


สีหน้าท่าทางของเขาเวลาที่กำลังทำอะไรสักอย่าง...มันดูเป็นอะไรที่มีความตั้งอกตั้งใจอยู่เต็มเปี่ยมเลยจริงๆ


ทว่า...ฝ่ามือขาวๆของหนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังสัมผัสตัวของเธออยู่นั้นมันทำให้เธอต้องรู้สึกแปลกๆขึ้นมา  แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกพิศวาสหรือเขินอายอะไรแบบนั้นหรอกนะ


…หืม?...


และมันก็ทำให้เธอนึกถึงเรื่องที่ได้เคยพูดคุยกับจิฮารุเอาไว้...


ใช่...มันคือเรื่องของความทรงจำในอดีตชาตินั่นเอง  ดูสิ...ทั้งๆที่ตอนนี้ร่างกายของพวกเขาทั้งคู่สัมผัสกันตรงๆ  แต่กลับไม่มีความทรงจำอะไรปรากฏขึ้นมาให้เธอเห็นเลยสักนิด


…แปลกจัง…หมอนี่ก็ไม่มีความทรงจำอะไรเลยเหมือนกับเคซากุคุงอย่างงั้นเหรอ?...


ดรุณีน้อยนึกสงสัยอยู่ในใจ  แต่ทว่าเมื่อไล่สายตามองไปที่มือของตัวเองที่กำลังเกาะอยู่กับขอบสระ  ก็ทำให้เธอถึงกับต้องร้องอ๋อขึ้นมาทันที


เธอไม่ได้ใส่กำไลหยกลงมาว่ายน้ำด้วยนี่เอง…


…แต่ช่างเถอะ…นายจะเป็นใครฉันก็ไม่สนใจหรอก…คนปากร้าย…แถมยังโหดร้ายป่าเถื่อน!...




“นี่เธอฟังที่ฉันพูดอยู่รึเปล่า!?”  หนุ่มรุ่นพี่ตีขาของเธอดังเพี้ยะอีกครั้ง  เมื่อพบว่าสาวน้อยตรงหน้าเอาแต่เหม่อลอยและไม่ยอมทำตามที่เขาบอก


“ตั้งใจให้มากกว่านี้หน่อยสิ!”


นั่นปะไร…ไม่ทันไรก็แสดงความโหดร้ายออกมาซะแล้ว


“โอ้ย!  รู้แล้วล่ะน่า!”  เมกามิบ่นกระปอดกระแปดใส่อีกฝ่าย  จากนั้นจึงพยายามตั้งใจทำตามที่เขาบอกอีกครั้ง


…คนอะไรดุร้ายเป็นบ้าเลย!...ฮือ…อยากจะร้องไห้…นี่ฉันคิดผิดรึเปล่านะที่เลือกมาฝึกว่ายน้ำกับหมอนี่เนี่ย…




“ดี!  แบบนั้นแหละ!  พยายามยืดขาให้ตรงเอาไว้นะ!”


“หา?  ฉันทำได้แล้วเหรอ!?”  ดรุณีคนงามรีบเหลียวหลังหันกลับมามองเขาทันทีที่ได้ยินคำพูดเช่นนั้น


“ไม่ต้องหันมา!  ตีขาให้แรงขึ้นกว่านี้อีก!  ออกแรงอีก!”  


…เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว…แต่สงสัยแม่นี่คงจะไม่เคยออกกำลังกายเลย…ถึงได้เหนื่อยง่ายและทำท่าเหมือนไม่ค่อยจะมีเรี่ยวมีแรงแบบนี้…


...อืม…แล้วจะทำยังไงให้ยัยนี่ตีขาได้แรงกว่านี้ดีล่ะเนี่ย?...



เจ้าของร่างสูงพยายามนึกหาวิธีแก้ไขปัญหาอยู่ครู่หนึ่ง  จนกระทั่งเขาเกิดปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมา


…จริงสิ…เอาแบบนี้ดีกว่า…น่าจะได้ผลสำหรับยัยนี่แน่ๆ!...


“เธออยากจะเอาชนะฉันมั้ยล่ะ!?”  ฮิรุยะพูดกับเด็กสาวแล้วทำท่าตีขาอยู่ข้างๆแข่งกับเธอไปด้วย  


“เก่งจริงก็ตีขาให้แรงกว่าฉันให้ได้สิ!”


“หา!?”


“ถ้าเธอตีขาได้แรงกว่าฉัน  ฉันจะยอมรับว่าเธอชนะและเก่งกว่าฉันก็ได้”


แบบนี้นี่เอง...เขาคิดว่าเธอน่าจะอยากเอาชนะเขา  เขาก็เลยอาศัยจุดนี้มาเป็นแรงผลักดันให้เธอซะเลย


“ฮึ้ย…อย่ามาท้านะ  ฉันไม่ยอมแพ้นายหรอกน่า!”  


แล้วแผนการที่เขาคิดเอาไว้มันก็ใช้ได้ผล…เมื่อสิ่งนั้นทำให้เด็กสาวรุ่นน้องเกิดมีแรงฮึดขึ้นมาได้จริงๆ  นี่หมายความว่าเธอคงอยากจะเอาชนะเขาอยู่จริงๆด้วยสินะ


“เก่งจริงก็ตีให้แรงกว่านี้อีกสิ!”


“ยังไงฉันก็จะต้องชนะนายให้ได้!”





ในขณะที่หนุ่มสาวทั้งสองกำลังสนุกสนานไปกับการแข่งขัน…ห่างออกไปในระยะไม่เกินหนึ่งร้อยเมตร  ก็ได้มีร่างของใครบางคนที่กำลังก้าวเดินเข้ามายังสระว่ายน้ำแห่งนี้เช่นกัน...


“ฮิรุยะนะฮิรุยะ  ฉันอุตส่าห์บอกให้แกไปรอที่รถตั้งแต่ตอนหกโมงเย็น  นี่อะไร…ปล่อยให้ฉันรอตั้งเกือบสี่สิบนาทีแล้วยังไม่โผล่หัวมาอีก"


"รู้ก็รู้อยู่ว่าวันนี้มีเรียนอบรมมารยาท…ยังจะมัวเถลไถลอยู่ได้”  


ผู้ถือหุ้นใหญ่แห่งแกรนด์ดาเนปเดินบ่นคนเดียวมาตลอดทาง  หลังจากที่ยืนรอบุตรชายของตนเองอยู่นานสองนาน  จนเขาต้องตัดสินใจออกมาเดินตามหาอีกฝ่ายถึงชมรมด้วยตัวเองอย่างที่เห็น


“โทรศัพท์ก็ไม่รับ…สงสัยเจอหน้าเมื่อไหร่คงต้องเทศนาสั่งสอนอีกสักหน่อย”


จนเมื่อกระทั่งชุนได้ก้าวขึ้นบันไดที่อยู่ตรงบริเวณทางเข้าของสระว่ายน้ำ  สิ่งที่ปรากฏให้เห็นเต็มๆสองตานั้นกลับทำให้เขาต้องอ้าปากหวออย่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง


“ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม?”  เจ้าของร่างสูงทรงภูมิฐานตั้งคำถามกับตัวเองเบาๆ  ก่อนที่เขาจะรีบขยับตัวมายืนแอบอยู่หลังกำแพง  


“เจ้าฮิรุยะกับหนูเมกามิ…กำลังว่ายน้ำอยู่ด้วยกัน?”


แถมยังหัวเราะดูมีความสุขสนุกสนานมากเสียด้วย…


ผู้นำตระกูลโยชิฟุมิกะพริบตาถี่ๆสลัดไล่ความงงงวยอยู่ชั่วขณะหนึ่ง  จากนั้นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งจึงผุดขึ้นบนใบหน้าของเขา


“วันนี้จะยกโทษเรื่องที่แกผิดเวลาให้สักวันนึงก็แล้วกัน”  


ชุนกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้แต่เพียงแค่นั้นแล้วจึงเดินออกไปจากสระว่ายน้ำ  โดยปล่อยให้เด็กๆได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันไปตามอัธยาศัย...










“เอาล่ะ…วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน”  


ฮิรุยะเป็นฝ่ายพูดขึ้นเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง


“เฮ้อ…เหนื่อยจัง”  เมกามิถอนหายใจออกมาอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง  ทั้งสองแขนและปลายคางเกยลงบนขอบสระด้วยความเหนื่อยล้า  ทำเอาคนข้างๆผุดรอยยิ้มที่มุมปากด้วยความรู้สึกที่ทั้งขบขันและน่าเวทนาของเธอ


“แค่นี้เธอก็หมดแรงอย่างกับไปวิ่งมาร้อยกิโล  แล้ววันอื่นๆเธอจะไหวเรอะ?”


ดรุณีน้อยหันมาหลิ่วตาใส่คนข้างๆด้วยความหมั่นไส้ที่เห็นเขาเอาแต่พูดจาค่อนขอดใส่  ถึงแม้ว่ารอยยิ้มนั่นจะเป็นสิ่งที่หาดูได้ยากและมีสเน่ห์หล่อบาดใจมากแค่ไหนก็ตาม


“ยังไงฉันก็ต้องไหวอยู่แล้ว  คอยดูเถอะ…ฉันจะไม่ยอมให้นายมาพูดจาดูถูกใส่ฉันแบบนี้ไปตลอดหรอก”


“ดี…ฉันจะคอยดูความพยายามของเธอก็แล้วกัน”


“ฮึ!”


…คนบ้า!...บ้าๆๆๆๆ!...เจ็บใจจริงๆที่เราว่ายน้ำไม่เป็นมาตั้งแต่แรก…


“…จริงสิ  ฉันมีเรื่องที่อยากจะถามเธอหน่อย”  เจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนปเอ่ยถามกับเด็กสาว


“เรื่องอะไรล่ะ?”


“ลูกอมที่เธอเคยให้ฉันมาคราวก่อนน่ะ…เธอไปหาซื้อมาจากไหนเหรอ?  เห็นฮาจิเมะบอกว่ามันเป็นของหายาก”


“อ๋อ…บริษัทที่ผลิตลูกอมนั่นน่ะเป็นหนึ่งในบริษัทเล็กๆของคุณพ่อของฉันเอง  อืม…แต่แปลกจัง  พอเอาไปแจกใครๆเขาก็บอกว่ามันหาซื้อยากมาก  สงสัยจะเป็นแรร์ไอเท็มไปแล้วจริงๆล่ะมั้ง”


“ก็คงจะอย่างงั้นแหละ”


“แล้วนายรู้รึเปล่าว่าในกระดาษห่อลูกอมน่ะมีคำทำนายด้วยนะ”


“รู้…แล้วดูเหมือนว่าฉันจะโชคดีมากเลยด้วย”


“เหรอ?...ถ้างั้นไหนลองบอกมาสิว่าคำทำนายของนายเขียนเอาไว้ว่าอะไร?”  หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นแล้วหันไปจ้องมองเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ในอิริยาบถเดียวกันกับเธอ


“Broken”


“ห้ะ?  เนี่ยนะความโชคดีของนาย?”


“ฉันประชดเฉยๆหรอก”  ฮิรุยะยกขาขึ้นตีน้ำไปมาแล้วหลิ่วตามองเด็กสาวที่อยู่ข้างๆ  “ลูกอมทั้งสามเม็ดที่เธอให้ฉันมาน่ะมีแต่คำทำนายดีๆทั้งนั้น”


“อ้าว…งี้ก็แปลว่านายกำลังโทษฉันอยู่ใช่มั้ยเนี่ย?”


“เปล่านี่…ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย  เพราะฉันไม่ใช่คนที่จะมาเชื่อเรื่องงมงายกับคำทำนายในกระดาษห่อลูกอมหรอกนะ”


“ให้มันจริงเถอะ  ฉันว่าถ้าหากคำทำนายมันออกมาดี…นายก็คงจะเชื่อเป็นตุเป็นตะไปแล้วล่ะมั้ง”


“จะบ้าเรอะ  ไม่ว่ามันจะออกมาเป็นแบบไหนฉันก็ไม่เชื่อทั้งนั้นแหละ  ฉันเชื่อในการกระทำเท่านั้น”


คำพูดของหนุ่มรุ่นพี่ทำให้หญิงสาวแตะแต้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นน้อยๆเหมือนกำลังนึกสนุกอะไรบางอย่าง


“เอางี้มั้ย…ถ้าหากนายสอนให้ฉันว่ายน้ำได้ภายในสองอาทิตย์นี้  ฉันจะให้ทารอตมิ้นต์แคนดี้กับนายเป็นรางวัลสักโหลนึงเป็นไง?”


“หา?  นี่เธอพูดจริงเหรอ?”  ฮิรุยะรีบหันมาทำตาเป็นประกายใส่เด็กสาวรุ่นน้องแทบจะทันที


“จริงสิ”


“ถ้างั้นก็ตกลง!”


อ่า...นี่ตอบแบบไม่ใช้เวลาคิดเลยสินะ


“ไหนนายบอกว่าไม่เชื่อในคำทำนายไง  แล้วทำไมต้องทำหน้าตาดีใจแบบนั้นด้วย?”


“คะ…ใครบอกล่ะว่าฉันดีใจ!”  ทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่รีบปฏิเสธเสียงแข็งแล้วชักสีหน้าให้ดูยุ่งเหยิงเหมือนในเวลาปกติเดี๋ยวนั้น  “เธอนี่ชอบคิดเอาเองอยู่เรื่อย!”


“ฉันก็แค่คิดว่ามันอร่อยดีเฉยๆเท่านั้นแหละ!”


เมื่อเห็นอากัปกิริยาเช่นนั้นของอีกฝ่าย  เมกามิก็อดไม่ได้เลยที่จะระเบิดหัวเราะออกมา


“ฮ่าๆๆๆ!”


“นี่เธอขำอะไรน่ะ!?”


“เปล่านี่”


“ฮึ!  ฉันจะกลับบ้านแล้ว”  ฮิรุยะสะบัดหน้าไปทางอื่นแล้วปีนขึ้นจากสระน้ำเพื่อกลบเกลื่อนท่าทางของตัวเอง


“…ฉันก็จะกลับเหมือนกัน”  ว่าแล้วดรุณีน้อยก็เอื้อมมือไปเกาะราวบันไดของสระว่ายน้ำไปด้วยอีกคน


ทว่าในตอนที่กำลังจะปีนขึ้นบันไดมานั้นเอง…จู่ๆร่างกายของเธอก็กลับรู้สึกหนักอึ้งจนแทบจะขยับเขยื้อนไม่ได้  


…นะ…หนักจัง…


“เธอขึ้นไหวรึเปล่า?”  หนุ่มรุ่นพี่หันมาถามเด็กสาวเมื่อเห็นเธอเอาแต่เกาะราวบันไดค้างเอาไว้โดยที่ยังไม่ยอมขึ้นมาเสียที  


“ถ้ายังไม่เคยชิน…แรกๆก็จะรู้สึกหนักๆแบบนี้แหละ”


“แล้วใจคอนายจะไม่ยอมช่วยฉันขึ้นไปเลยรึยังไง?”


ทายาทแห่งตระกูลโยชิฟุมิจ้องมองใบหน้าหวานๆที่บัดนี้ดูยุ่งเหยิงเล็กๆ  ก่อนที่เขาจะผุดรอยยิ้มที่ทำให้หน้าตาของเขาดูเป็นคนร้ายกาจไปเลย



“ไหนลองพูดให้มันเพราะๆหน่อยสิ”


“หะ…หา?  อะไรเพราะๆ?”


“พูด…ขอความช่วยเหลือจากฉัน…เพราะๆ”  ชายหนุ่มทวนคำพูดอีกครั้งแบบช้าๆ…ชัดๆ…เน้นย้ำไปทีละคำ


“นายนี่มัน…”  อดีตเทพธิดาแห่งเนตรนภาค้อนขวับใส่หนุ่มรุ่นพี่แทบจะทันที  ยิ่งเห็นหน้าตายียวนกวนประสาทแบบนี้ด้วยแล้ว…เธอก็ยิ่งอยากจะลากเขามาทุบๆๆด้วยค้อนให้แหลกเละกลายเป็นของเหลวไปเสียเลย


“ว่าไง?”


หญิงสาวทำตาปะหลับปะเหลือกใส่คนที่ยืนอยู่ตรงขอบสระ  ก่อนที่จะพูดออกมาเสียงอ่อยโดยไม่มีทางเลือก


“…ก็ได้”


...มันเป็นเพราะฉันอยากขึ้นจากสระน้ำเท่านั้นหรอกนะ...อย่าให้ถึงทีฉันบ้างก็แล้วกัน!...


“นาย…"



"ช่วยดึงฉันขึ้นไปที…เอ่อ…นะ”



“ก็แค่นี้เอง…ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยนี่”  ฮิรุยะพูดกลั้วหัวเราะขำๆแล้วยื่นมือไปให้อีกฝ่าย


“เอ้า…”


“…ขอบใจนะ”  เจ้าของใบหน้าสวยหวานที่พร่างพราวไปด้วยหยดน้ำกล่าวขอบคุณแล้วยื่นมือไปจับมือของเขาเอาไว้



จากนั้นชายหนุ่มจึงออกแรงดึงร่างของเธอให้ขึ้นมาจากในน้ำ  แต่ทว่า...เขาคงลืมไปแล้วกระมังว่าเธอเป็นเพียงแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึง  จะให้ออกแรงจนสุดตัวเหมือนกับตอนที่ดึงผู้ชายอย่างฮาจิเมะขึ้นมาได้อย่างไร


แต่ถึงคิดได้ตอนนี้ก็คงไม่ทันเสียแล้ว  เมื่อแรงดึงอันทรงพลังนั้นทำให้เรือนร่างบอบบางของเด็กสาวพุ่งเข้ามาชนกับร่างของเขาเข้าให้อย่างจัง  จนกลายเป็นว่าเขาต้องเป็นฝ่ายหงายหลังลงไปนอนวัดพื้นเสียเอง



“ว้ายยย!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

63 ความคิดเห็น