Retrouvailles

ตอนที่ 55 : ณ ใต้ก้นสระน้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 มิ.ย. 62

“ว่าไงนะ…ท่านได้สัมผัสร่างกายของเคซากุแล้วอย่างงั้นเหรอ!?”  


หัวหน้าห้องชั้นปี 1/5 กล่าวอุทานออกมาเสียงดังหลังจากที่ได้ฟังคำบอกเล่าจากปากของอดีตเทพธิดา  ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินลงมาทำหน้าที่เวรทิ้งขยะด้วยกัน


“นี่…อย่าทำเสียงดังสิ  เดี๋ยวก็มีใครมาได้ยินเข้าหรอก”


“โอ๊ะ…ข้าขอโทษ  พอดีข้าแค่ตกใจนิดหน่อย  เอ่อ…หรืออาจจะไม่นิด”  จิฮารุหัวเราะแห้งๆกลบเกลื่อนความไม่เต็มเต็งของตัวเอง


“แต่ข้าก็นึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะกล้าลงมือทำอะไรแบบนั้น”


“ก็นั่นสิ…ตอนนั้นฉันคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้  บ้าจริงๆเลย”  ดรุณีน้อยพูดเสียงอ่อย  ทั้งรู้สึกผิดและรู้สึกอับอายเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นขึ้นมา


“ว่าแต่…ผลที่ออกมาเป็นยังไงบ้าง?  เขาใช่โลซกรึเปล่า?”


เมกามิส่ายศีรษะเบาๆเมื่อได้ฟังคำถามของเพื่อนสาวคนสนิท


“เขาไม่ใช่โลซกงั้นเหรอ?”


“เปล่า”



“เขาไม่ใช่โลซก…แล้วก็ไม่ใช่วีรชนคนไหนเลยในยุคนั้น”


“หา?  มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน?”  อดีตแม่ทัพผู้ไร้เทียมทานกึ่งพูดกึ่งอุทาน  ดวงตากลมๆนั้นก็พลันเบิกกว้างขึ้นอย่างกับไข่ห่าน


“ทั้งๆที่ข้าประเมินดูจากสายตาแล้ว…เขาน่าจะเป็นหนึ่งในขุนพลของยุคนั้นแน่ๆ  อยู่ใกล้ท่านขนาดนี้…ดูเหมือนมีชะตาเกี่ยวข้องต้องกันขนาดนี้  มันจะเป็นอย่างที่ท่านว่าจริงๆเหรอ?”


“ตอนแรกฉันก็คิดเหมือนเธอนั่นแหละ  แต่ไม่ว่าจะลองแตะตัวเขาดูอีกกี่ครั้ง…ก็ไม่มีความทรงจำอะไรที่ปรากฏขึ้นมาให้เห็นเลย”



“อืม…มันก็เป็นไปได้นะที่เขาอาจจะไม่ใช่พวกผู้กล้าในยุคนั้น  แต่เขาอาจจะเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาๆคนนึงที่มีชะตาต้องกันกับท่านในชาตินี้ก็เป็นได้...น่าคิดๆ”  สาวร่างเล็กพูดแล้วก็เทขยะที่อยู่ในมือของตัวเองลงในถังขยะส่วนรวมขนาดใหญ่ไปพร้อมๆกันกับเมกามิ


“อ้อ…จริงสิ...”


“ตอนนี้ก็เหลือแค่เจ้าโยชิฟุมิจอมโอหังนั่นคนเดียวแล้วที่ยังวนเวียนอยู่กับท่าน  ถ้าเกิดเจ้านั่นกลายเป็นโลซกแทนขึ้นมา…ท่านคิดรึยังว่าจะทำยังไงต่อไป?"


“หาาา?”  


อดีตเทพยดาในร่างของเด็กสาวถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินคำถามของอีกฝ่าย  เป็นเหตุให้ถังขยะที่อยู่ในมือของเธอต้องหล่นลงไปกลิ้งอยู่กับพื้นในทันที


“อ้าว…นี่ข้าทำให้ท่านตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ?”


“อย่าพูดอะไรให้รู้สึกขนลุกแบบนี้สิ”  เมกามิทำหน้ามุ่ยแล้วก้มลงไปเก็บเศษขยะที่หล่นกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้น


“ต้องไม่ใช่หมอนั่นแน่ๆ”


“ฮ่าๆๆ  เอาไว้ถึงเวลาที่ท่านได้โดนตัวเจ้าเด็กนั่นเมื่อไหร่  ท่านช่วยบอกข้าด้วยนะว่ามันใช่เตียวหุยรึเปล่า”  จิฮารุทำท่าล้อเลียนใส่คนข้างๆแล้วออกตัววิ่งหนีไปก่อน  ทำให้อีกฝ่ายต้องวิ่งไล่ตามไปด้วย


“เดี๋ยวเถอะ  เห็นเป็นเรื่องสนุกรึไงกันน่ะ…ลิโป้!”


“ฮ่าๆๆๆ”











“ชิรายูกิ”


“ชิรายูกิ…”


เสียงทุ้มนุ่มหูที่ฟังดูอบอุ่นเอ่ยเรียกชื่อของเด็กสาวเบาๆ  ทำให้เธอต้องสะดุ้งตื่นจากภวังค์แล้วหันไปตามเสียงเรียกนั้นโดยเร็ว


“อาจารย์…”  


พวงแก้มเนียนละเอียดของหญิงสาวถูกเจือไปด้วยสีเลือดฝาดบางเบา  เมื่อพบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือชายในฝันที่กำลังโบกมือไหวๆไปมาอยู่ตรงหน้าของเธอนี่เอง


“ทุกคนกลับกันหมดแล้วนะ…พอดีฉันเห็นว่าเหลือแค่เธอคนเดียวที่ยังนั่งอยู่  ก็เลยลองเรียกดู”



“อะ…เอ๋?  จริงด้วยค่ะ”  เมกามิอุทานเบาๆแล้วมองไปรอบๆห้องชมรมที่ไม่เหลือสมาชิกคนใดแล้วนอกจากเธอกับเขา


…แย่จัง…มัวแต่คิดเรื่องอะไรเพลินๆจนลืมดูเวลาไปเลย…


บุตรีของผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจนึกตำหนิตัวเองอยู่ในใจ  ก่อนที่เธอจะหันไปมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ถูกแขวนเอาไว้เหนือกระดานดำ  ซึ่งบอกเวลาเอาไว้ว่าในอีกสิบห้านาทีก็จะเป็นเวลาหกโมงเย็นพอดี


“แล้วเธอวาดเสร็จรึยัง  ถ้ายังก็เอาไว้ก่อนก็ได้นะ…ของแบบนี้มันต้องใช้เวลาและพลังแห่งจินตนาการ  จะให้รีบเร่งส่งไวๆ ผลงานก็อาจจะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ”  เจ้าของร่างสูงโปร่งกล่าวกับผู้เป็นลูกศิษย์แล้วเดินไปนั่งอยู่ที่โต๊ะวาดรูปของตัวเองเช่นเดิม


“อ๋อ…หนูวาดเสร็จแล้วล่ะค่ะ”  เด็กสาวลุกขึ้นแล้วเดินตามเอาภาพวาดไปส่งให้กับเขา  “นี่ค่ะ”


“ผลงานของเธอดูมีความขัดแย้งกันทางอารมณ์อยู่หลายส่วนเลยนะ”  ชูเฮย์จ้องมองผลงานของเด็กสาวก่อนที่จะวางมันเอาไว้ข้างๆตัว  


“เธอคงไม่มีสมาธิเพราะมัวแต่คิดเรื่องสอบอยู่รึเปล่า?”


“ก็…ค่ะ  หนูคงจะเสียสมาธิจริงๆอย่างที่อาจารย์ว่า”


“เรื่องนั้นน่ะไม่เป็นไรหรอก…ยังไงซะตอนนี้เธอก็ควรจะคิดถึงเรื่องการสอบปลายภาคเอาไว้ก่อนนั่นแหละถูกต้องแล้ว”  อาจารย์หนุ่มระบายยิ้มอบอุ่นในขณะที่กำลังวาดภาพตรงหน้าไปด้วยพร้อมๆกัน  โดยที่มีเด็กสาวยืนจ้องมองอยู่ข้างๆ  


น่าแปลกจริงๆ…ทั้งๆที่เธอทำได้แค่เพียงยืนมองเขาอยู่ห่างๆ…ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันแบบส่วนตัว  ไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้สร้างความสนิทสนม  แต่เธอกลับจดจำภาพของเขาเอาไว้ในความทรงจำได้แทบจะทุกอิริยาบถโดยไม่ตกหล่น...ทำไมกันนะ


ถ้าหากว่าชายในฝันที่อยู่ตรงหน้าของเธอตอนนี้คือคนรักในอดีตชาติของเธอมันก็คงจะดีไม่น้อย  แต่ทุกอย่างมันก็คงไม่ลงตัวง่ายดายขนาดนั้นหรอกมั้ง...


…นี่เรากำลังคิดอะไรของเราอยู่เนี่ย…หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!  เขาเป็นอาจารย์ของเรา!  ห้ามคิดอะไรบ้าๆแบบนั้นเด็ดขาดเชียว…เมกามิ!...


เธอเอาแต่เฝ้าเตือนหัวใจของตัวเองไม่ให้คิดอะไรเกินเลยกับเขาอยู่หลายต่อหลายครั้ง  แต่ก็ไม่เคยทำได้สักที



“มีอะไรรึเปล่า?”  เจ้าของใบหน้าเยาว์วัยภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมหันไปถามเด็กสาว  เมื่อเห็นว่าเธอยังคงเอาแต่ยืนจดๆจ้องๆเขาโดยที่ไม่ยอมขยับตัวไปไหน


“ปะ…เปล่าค่ะ!”


“ทำไมต้องทำท่าตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะ?”  ผู้ที่เป็นฝ่ายถามแอบหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ


“อ้อ…จริงสิ  พูดถึงเรื่องสอบปลายภาค...”


“อีกแค่สองอาทิตย์ก็จะถึงเวลาที่เราจะไปทัศนศึกษากันแล้วนี่นะ”


“จริงด้วยสิคะ  หนูเกือบลืมไปเลย”


“อย่าลืมเตรียมชุดว่ายน้ำสวยๆไปด้วยนะ…พวกหนุ่มๆคงใจจดใจจ่อรอดูสาวๆเล่นน้ำกันจะแย่อยู่แล้ว”  ชูเฮย์พูดหยอกล้อเด็กสาวระคนหัวเราะเบาๆด้วยความรู้สึกขบขันเล็กๆ


“พูดถึงเรื่องการว่ายน้ำ…คือว่าหนูน่ะ…ว่ายน้ำไม่เป็นเลยล่ะค่ะ”  เมกามิพูดแล้วก็หัวเราะแหะๆตามเขาไปด้วย


“จริงเหรอ?  เธอน่ะนะว่ายน้ำไม่เป็น?”


“…ค่ะ”


“เอาแบบนี้ดีมั้ย…เธอลองไปหัดว่ายน้ำที่สระว่ายน้ำของโรงเรียนดูสิ  ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองอาทิตย์…ถ้าหากเธอลองแบ่งเวลาดูสักวันละครึ่งชั่วโมงก็ยังพอจะฝึกทันเวลาอยู่นะ”


“เอ๋…ไปว่ายน้ำที่นั่นได้เหรอคะ?”


“ต้องได้สิ  เธอก็เลือกเข้าไปซ้อมเวลาประมาณนี้…พวกเด็กๆชมรมว่ายน้ำก็น่าจะกลับกันไปหมดแล้ว”


“แต่ว่า…การหัดว่ายน้ำขั้นพื้นฐานแบบนี้  มันไม่สามารถฝึกฝนด้วยตัวคนเดียวได้หรอกนะ  เพราะสระว่ายน้ำในโรงเรียนค่อนข้างลึกพอสมควรเลยล่ะ  เธอควรจะมีคนช่วยสอนและช่วยดูแลอย่างใกล้ชิดด้วย...รู้รึเปล่า"


"ค่ะ...ถ้าอย่างนั้นหนูจะลองแวะไปที่ชมรมว่ายน้ำดูนะคะ"


"ถ้าเธอมีเพื่อนๆที่อยู่ในชมรมนั้น  ก็ให้เขาช่วยฝึกให้ก็ได้นะ"


"อ๋อ  คือ...หนูไม่มีเพื่อนที่อยู่ในชมรมนั้นหรอกค่ะ"


"ถ้าอย่างนั้นเธอจะทำยังไง?"


"ก็คงเกาะขอบๆสระเอาน่ะค่ะ  แฮะๆ"


“จะให้ฉันไปช่วยเธอฝึกไหม?”  ชายหนุ่มละพู่กันที่อยู่ในมือลงแล้วหันมาถามดรุณีน้อยด้วยท่าทางที่ดูเป็นการเป็นงาน


...หา?...


ให้ตายเถอะ!  นี่มันเป็นโอกาสอันดีที่เธอจะได้ใช้เวลาอยู่ใกล้ชิดกับเขามากขึ้นกว่าเดิมเลยไม่ใช่เหรอ?


ดรุณีตากลมยืนครุ่นคิดอยู่ชั่วไม่กี่วินาที  ถึงแม้จะอยากตอบตกลงจนใจแทบขาด  แต่สุดท้ายคำตอบที่ได้ก็ออกมาแบบคนใจปลาซิวอยู่ดี



“เอ่อ…ไม่เป็นไรค่ะ  หนูเกรงใจอาจารย์น่ะค่ะ”  


"แค่ทุกวันนี้หนูใช้เวลาวาดภาพจนเลยเวลา  ทำให้อาจารย์ต้องกลับบ้านช้าเกือบจะทุกครั้ง...แค่นี้ก็เป็นการรบกวนอาจารย์มากพอแล้วค่ะ  ขอบคุณอาจารย์มากๆเลยนะคะ"  เมกามิโค้งคำนับให้กับความหวังดีของผู้เป็นอาจารย์  จากนั้นจึงเดินไปเก็บอุปกรณ์วาดภาพของตนเองลงใส่กระเป๋า


ทว่า...คำพูดของอีกฝ่ายที่พูดตามหลังเธอมา  มันทำให้เธอถึงกับต้องชะงักทุกการกระทำลงไปโดยทันที






“นั่นสินะ..."


"ทั้งๆที่เธอก็วาดภาพเสร็จตั้งนานแล้ว  แต่ทำไมเธอถึงยังกลับบ้านช้ากว่าคนอื่นๆ?” 



กระเป๋านักเรียนที่อยู่ในมือของหญิงสาวหล่นลงบนพื้นห้องทันทีเมื่อได้ยินคำพูดของผู้เป็นอาจารย์  ใบหน้าสวยหวานบัดนี้กลับถูกชโลมไปด้วยหยาดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมามากกว่าปกติ  ชีพจรก็พลันเต้นตุบๆอย่างรุนแรงโดยที่ไม่อาจควบคุมได้  


ก็เพราะตัวของเธอนั่นแหละที่รู้ดีที่สุด...ว่าเพราะเหตุใดเธอถึงได้กลับบ้านซะมืดค่ำในวันที่มีชั่วโมงชมรมเช่นนี้อยู่เสมอ


มันจะเป็นเหตุผลใดได้ล่ะ…นอกจากเสียงของหัวใจที่เรียกร้องอยากจะเห็นหน้าเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้


…อาจารย์…นี่เขารู้อยู่แล้วเหรอ?...


ดรุณีคนงามรีบก้มลงไปเก็บกระเป๋านักเรียนที่ตกอยู่ที่พื้นขึ้นมาถือเอาไว้ในมือ  ก่อนที่เธอจะรีบกล่าวคำอำลากับผู้เป็นอาจารย์โดยที่ไม่ยอมหันกลับไปสบตากับเขาอีก  


"หนูขอตัวก่อนนะคะ"


แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ...ต่อให้เธอจะหันกลับไปมองเขา  เธอก็คงไม่ได้เห็นสีหน้าท่าทางของเขาในตอนนี้หรอก  เพราะระยะห่างระหว่างเธอกับเขายังคงถูกบดบังไปด้วยภาพวาดที่อยู่บนขาตั้ง  ซึ่งเขากำลังเป็นผู้รังสรรค์มันอยู่




หลังจากที่กล่าวจบ  เมกามิก็รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกมาจากห้องนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้  ใบหน้าแสนบริสุทธิ์นั้นแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก  หยาดน้ำตาเจ้ากรรมก็พลันคลอเบ้าขึ้นมาจนเกือบจะเอ่อล้นด้วยความอับอายจนไม่รู้จะทำอย่างไร  


ถ้าหากว่าเขารู้เรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ…เธอก็คงจะเข้าหน้าเขาไม่ติดอีกต่อไปแล้วแน่ๆ


…บ้าจริงๆ…นี่เรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่นะ…



ทางด้านของชูเฮย์ก็ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่นับตั้งแต่ที่ผู้เป็นลูกศิษย์ได้ผลุนผลันวิ่งหายออกจากห้องไป  พู่กันและจานสีที่อยู่ในมือของเขาค่อยๆถูกวางลงไปไว้ข้างๆตัวอย่างช้าๆ  


แว่นสายตาทรงเหลี่ยมถูกถอดออกจากใบหน้าที่แลดูเยาว์วัย  ดวงตาสีน้ำตาลอันอบอุ่นเหม่อมองไปยังภาพวาดที่อยู่ตรงหน้า…ซึ่งบัดนี้ได้พบว่ามันถูกละเลงไปด้วยสีสันที่หลากหลายจนดูเละเทะไม่เหลือชิ้นดีไปเสียแล้ว





          อดีตเทพยดาในร่างของเด็กสาวเดินลัดเลาะมาตามทางเดินใต้อาคารเรียน  ระหว่างนั้นเธอก็พยายามตั้งสติสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ไปด้วย  ซึ่งบางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดก็ได้


มีสติหน่อยสิ...เมกามิ  ความมันจะแตกก็เพราะอาการของเธอที่แสดงออกไปนี่แหละ


เมื่อลองย้อนกลับไปคิดดูแล้ว...ชูเฮย์ก็แค่บอกว่าเธอวาดรูปเสร็จแล้วแต่ยังไม่ยอมกลับบ้านเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ?  มันไม่ได้แปลว่าเขาจะรู้สักหน่อยนี่นาว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่


…เอาไว้ให้ถูกถามแบบเจาะจงจริงๆจังๆก่อนก็แล้วกัน  แล้วค่อยตอบเขาไปว่าเราแค่ยังไม่อยากกลับบ้านก็พอ…ง่ายจะตายไป  ไม่เห็นต้องคิดมากขนาดนั้นเลยนี่นา...


...เฮ้อ...


“ว่าแต่ตอนนี้มาลองฝึกว่ายน้ำดูซะหน่อยดีมั้ยนะ…ไหนๆก็เดินมาถึงขนาดนี้แล้ว”  ดรุณีน้อยกล่าวขึ้นเพียงลำพัง  หลังจากที่พาร่างของตนเองมาหยุดอยู่ตรงหน้าชมรมว่ายน้ำของโรงเรียน


เรียวขาขาวเนียนสวยค่อยๆก้าวเข้ามายังสถานที่ๆเป็นจุดหมายอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก  ดวงตาดำขลับกวาดมองไปรอบๆบริเวณเพื่อสังเกตการณ์ดูอยู่ครู่หนึ่งว่ายังมีใครอยู่ในนี้หรือไม่  จากนั้นเธอจึงเดินมาหยุดอยู่ที่ราวแขวนชุดว่ายน้ำซึ่งตั้งอยู่ตรงหน้าห้องแต่งตัว  มันมีอยู่มากมายหลายชุดหลากสีสันจริงๆ


“ว้าว…หยิบเอาไปใส่ได้เลยเหรอเนี่ย?  ไม่ยักรู้เลยแฮะว่านอกจากชุดว่ายน้ำประจำตัวแล้ว…จะมีชุดว่ายน้ำแบบอื่นๆให้เลือกใส่อยู่ตรงนี้ด้วย  แต่ก็สมกับเป็นแกรนด์ดาเนปแหละนะ”  ว่าแล้วเธอก็หยิบเอาชุดว่ายน้ำสีน้ำเงินออกมาชุดหนึ่ง  พร้อมกับหมวกว่ายน้ำและแว่นตาดำน้ำขึ้นมาด้วย


“เอาชุดนี้ก็แล้วกัน”


เมื่อเลือกได้ดังนั้นแล้ว  เด็กสาวจึงเดินเข้าไปในห้องแต่งตัวเพื่อจัดการเปลี่ยนชุดว่ายน้ำของตัวเอง  


พอเสร็จจากนั้นแล้วเธอก็ค่อยๆเดินย่องออกมาด้วยสภาพที่เรียกว่าพร้อมมาก  ดูจากหมวกว่ายน้ำที่สวมอยู่บนศีรษะนั่นก็พอจะรู้อยู่


เมกามิใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กๆคลุมร่างของตัวเองเอาไว้  ดวงตาคู่สวยกวาดมองสำรวจไปรอบๆสระว่ายน้ำอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ในบริเวณนั้นแล้วจริงๆ


…ก็เรายังว่ายน้ำไม่เป็นนี่นา…ใครเห็นเข้าคงอายเขาตายเลย…


หญิงสาววางผ้าเช็ดตัวลงบนเก้าอี้ตัวยาวที่อยู่ข้างๆสระว่ายน้ำ  จากนั้นเธอจึงใช้ฝ่าเท้าจุ่มลงไปสัมผัสกับน้ำที่ล้นออกมาบริเวณขอบสระ


“โอ้โห…เย็นขนาดนี้เลยเหรอ  จะไหวมั้ยนะเรา”  เมกามิพูดกับตัวเองเบาๆแล้วนั่งลงบนบันไดของสระว่ายน้ำ  เรียวขาขาวๆที่อยู่ใต้น้ำก็ขยับยกไปมา


หลังจากที่สร้างความคุ้นเคยกับอุณหภูมิของน้ำในสระได้สักพัก  เธอจึงพาตัวเองลงมาอยู่ในสระว่ายน้ำอย่างเต็มตัวในลำดับต่อไป  โดยที่มือทั้งสองข้างของเธอก็ยังคงเกาะราวบันไดเอาไว้แน่น


นี่เธอไม่ได้บ้าใช่ไหมที่ลงมาในสระน้ำลึกๆโดยลำพัง?  ไม่มีใครที่ไหนเขาทำกันหรอกนะ


“บรื๋ออออ  หนาวๆๆๆ  แล้วต้องทำยังไงต่อล่ะเนี่ย?  สำรวจความลึกของสระอย่างที่อาจารย์บอกเลยดีกว่า"


เมกามิขยับแว่นตาดำน้ำให้ตรงกับลูกตาของตัวเอง  ก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเข้าปอดไปเฮือกใหญ่  กลั้นหายใจ  แล้วใช้ศีรษะมุดลงไปใต้ผิวน้ำเล็กน้อยเพื่อดูว่าก้นสระมันลึกมากแค่ไหน


และนั่นก็เป็นสิ่งที่ทำให้เธอต้องรีบเงยหน้าขึ้นจากผิวน้ำแทบจะทันที


“ละ…ลึกชะมัด!”


ทว่าในตอนนั้นเองที่หญิงสาวได้พบกับความผิดปกติบางอย่างในแว่นตาดำน้ำของเธอเข้า 


ก็แหงล่ะ...เมื่อมือใหม่หัดใส่แว่นตาดำน้ำไม่ถูกวิธี  น้ำก็เลยไหลเข้ามาในแว่นตาดำน้ำของเธอยังไงล่ะ



“อ้าว…แล้วทำไมถึงมีน้ำในแว่นของเราล่ะเนี่ย  เราใส่ผิดเหรอ?”  


ดรุณีคนงามใช้มือข้างหนึ่งยึดเกาะราวบันไดของสระว่ายน้ำเอาไว้  ในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งก็พยายามจัดระเบียบแว่นตาดำน้ำให้เข้าที่เข้าทางอย่างเก้ๆกังๆ  


แต่กลับกลายเป็นว่าความไม่คุ้นเคยนั้นทำให้ทั้งแว่นตาดำน้ำและหมวกว่ายน้ำที่อยู่บนศีรษะของเธอค่อยๆร่นสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  จนกระทั่งมันดีดตัวหลุดกระเด็นกระดอนออกไป  มันไกลจากจุดที่เธออยู่ราวๆเกือบสองเมตรเลยทีเดียว


“อ๊ะ…เดี๋ยวสิ!”  เมกามิปล่อยมือจากราวบันไดแล้วพุ่งตัวไปเก็บอุปกรณ์ว่ายน้ำทั้งสองชิ้นที่หลุดลอยออกไปอย่างลืมตัว  


ใช่...เธอลืมจริงๆ  ลืมว่าตัวเองยังว่ายน้ำไม่เป็น!  ร่างของเธอจึงดำผุดดำว่ายอยู่ในสระน้ำเพียงลำพัง  ณ  วินาทีนั้นนั่นเอง!


“ว้าย!!”


"ช่วยด้วย!!"


“อึก!!”


หลังจากที่พยายามตะเกียกตะกายเอาตัวรอดอยู่เป็นนาที  เรือนกายเล็กๆที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ค่อยๆจมลงไปใต้ผิวน้ำทีละน้อย...ทีละน้อย    


ฝ่ามือของเธอพยายามยื่นออกไปให้อยู่เหนือผิวน้ำ  แต่มันก็คงอยู่ในสภาพนั้นได้แค่ไม่กี่วินาที


เรี่ยวแรงของเด็กสาวเริ่มหมดลง…ทำให้เธอต้องกินน้ำในสระเข้าไปหลายอึกเพราะเริ่มจะหายใจไม่ออกแล้ว


ไม่มีโอกาส...ไม่มีใครที่ได้ยิน...หัวใจดวงน้อยในตอนนี้เต้นไม่เป็นส่ำไปด้วยความหวาดกลัว  ดูเหมือนว่าเธอคงจะเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่จริงๆเสียแล้ว


…ช่วยด้วย…ใครก็ได้!...


ถึงแม้ในใจจะป่าวร้องอยากได้ความช่วยเหลือจากใครสักคน  แต่ก่อนที่จะลงสระเธอก็เห็นอยู่แล้วว่าที่นี่ไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่เงา...


…ทำไงดี…


…ไม่ไหวแล้ว!...


ร่างของเมกามิค่อยๆจมลึกลงไปเรื่อยๆ  แสงสว่างจากด้านบนที่สาดส่องลงมานั้นช่างดูเลือนลางเต็มทนในสายตาของเธอ...


เด็กสาวสำลักน้ำออกมาทางปากทั้งๆที่ยังคงจมอยู่ใต้ก้นสระ  มันทรมานเหลือเกิน...ทรมานเสียจนอยากจะลืมความเจ็บปวดไปซะตั้งแต่ตอนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย


…ทรมาน…


…เรากำลังจะตายแล้วใช่มั้ย…





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

63 ความคิดเห็น