ตอนที่ 54 : ผู้ต้องสงสัย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    29 พ.ค. 62

“มีเรื่องที่อยากจะถามฉัน?”  


อดีตแม่ทัพผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามยืนชี้นิ้วเข้าหาตัวเองแล้วทำหน้าตาเหรอหราอย่างงงๆ อยู่ที่ชั้นดาดฟ้าของอาคารเรียนในช่วงพักเที่ยงของวันถัดมา


“อื้อ”


“ถ้าหากเป็นเรื่องที่ฉันรู้ล่ะก็…แน่นอนว่าฉันจะบอกกับเธอทุกอย่างเลย”  จิฮารุกล่าวกับเจ้าของร่างงามตามความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง  


“แต่ว่า…ก่อนหน้านั้นฉันเองก็มีเรื่องบางเรื่องที่อยากจะขอร้องกับเธอเหมือนกัน”


“ขอร้องเหรอ?”


“ใช่”


“งั้นเธอลองว่ามาสิ  ถ้าหากว่ามันไม่ใช่เรื่องที่เหนือบ่ากว่าแรง…ฉันเองก็ยินดีทำให้เธอได้เหมือนกัน”  เมกามิบอกกับเพื่อนสาวคนสนิทในขณะที่ทั้งคู่ลดตัวลงมานั่งพิงกำแพงไปพร้อมๆกัน


“คือ…คือว่า…”


“ฉัน…เอ่อ…ข้า…”


“ขอเรียกท่านว่าท่านเทพธิดา…แทนการเรียกด้วยคำว่าเธอๆ อะไรแบบนี้ได้รึเปล่า?”


“อ้าว?  ทำไมล่ะ?”  ดรุณีน้อยกะพริบตาปริบๆมองคนข้างๆอย่างไม่เข้าใจ


“ข้ารู้สึกกระดากปากเหลือเกิน…ที่ต้องใช้คำพูดแบบเสมอตนกับท่านน่ะ”  แม่ทัพลิโป้ในร่างของเด็กสาวไซส์มินิพยายามอธิบายเหตุผลที่อยู่ในใจ


เพราะเมื่อความทรงจำของเธอกลับคืนมา  เธอก็ได้รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร  แล้วมีหรือที่เธอจะกล้าเรียกผู้ที่ตัวเองให้ความเลื่อมใสศรัทธาด้วยคำว่า  "เธอๆ"  อะไรแบบนั้นได้?  


“แต่ข้าก็เข้าใจ…ว่าข้าคงไม่สามารถใช้คำพูดเช่นนี้ต่อหน้าทุกคนได้แน่ๆ”


“เพราะฉะนั้น  ข้าขอล่ะ…ขอให้ข้าได้เรียกท่านในแบบที่ควรจะเป็น  อย่างน้อยๆก็ในเวลาที่อยู่กับท่านแค่สองคนก็ยังดี”


“เอางั้นเหรอ?”


เด็กสาวผู้เป็นหัวหน้าห้องได้ฟังดังนั้นก็รีบพยักหน้าหงึกๆทันที


“ถ้าอย่างงั้น…ก็ได้”  โฉมงามตอบรับคำขอของอีกฝ่ายโดยไม่มีข้อแม้  ริมฝีปากน่ารักก็หัวเราะออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกขบขัน 


“ฉันก็นึกว่าจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร…ที่แท้ก็เรื่องแค่นี้เอง”


“ฮ่าๆๆ  นั่นสินะ…ข้าก็พูดซะเหมือนเป็นเรื่องคอขาดบาดตายเลย”  จิฮารุพูดพลางหัวเราะกลบเกลื่อนไปด้วย


“ว่าแต่เรื่องของท่านล่ะ?”


“เรื่องของฉันเหรอ…”  


เสียงหวานใสไพเราะสะดุดห้วงลงไปเล็กน้อย จากนั้นเธอจึงตัดสินใจเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำของรุ่นพี่ประธานนักเรียนทั้งสองคนให้เพื่อนสาวคนสนิทได้ฟัง




เมื่อฟังจบ  จิฮารุก็อ้าปากหวออย่างไม่เชื่อหูตัวเอง


“ทั้งคู่เลยเหรอ?  อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น  แล้วสองคนนั่นจำท่านได้เหมือนกับข้ารึเปล่า?”


“ไม่เลย…ความทรงจำของรุ่นพี่ทั้งสองคนไม่ได้กลับคืนมาเหมือนเธอหรอกนะ”


“แปลกจริง…ทำไมถึงไม่เหมือนกันล่ะ?”  อดีตแม่ทัพชื่อก้องแผ่นดินพูดพึมพำกับตัวเอง  ซึ่งเหตุผลนั้นเมกามิก็รู้อยู่เต็มอก  แต่คงไม่สามารถอธิบายให้เธอฟังทั้งหมดได้


“แล้วใครเป็นใครกันล่ะเนี่ย…ท่านพอจะบอกข้าได้ไหม?”


“รุ่นพี่โฮชิงากิคือชีซี  ส่วนรุ่นพี่เทนโจคือจิวท่าย”


“ชีซี…จิวท่าย?”


“ใช่”


“ข้าพอจะรู้จักชีซีอยู่บ้าง…เขาเป็นกุนซือนักวางแผนที่อยู่ในอาณัติของโจโฉ  ความคิดอ่านเฉียบแหลม  สมองปราดเปรื่อง  มียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งนัก"


"แต่สำหรับจิวท่าย…ข้าแทบจะไม่รู้จักเขาเลย  แต่พอจะรู้อยู่บ้างว่าเขาเป็นแม่ทัพของกังตั๋ง  อืม…หรืออาจเป็นเพราะข้าแทบจะไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนของฝั่งกังตั๋งเลยก็เป็นได้ล่ะนะ”


“ถ้างั้นก็หมายความว่า…เธอคงพอจะมีความทรงจำเกี่ยวกับพวกแม่ทัพในอดีตอยู่บ้างใช่มั้ย?”  ดรุณีคนงามหันไปถามเด็กสาวที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยแววตาเป็นประกาย


“ก็…ถ้าหากเขาเป็นคนที่ข้าพอจะรู้จักหรือเคยได้ยินชื่อมาก่อนล่ะก็นะ...”


“เยี่ยมเลย!  นี่แหละที่ฉันต้องการจะถาม”


“อะไรงั้นรึ?”


“สิ่งที่ฉันอยากจะถามเธอก็คือ…คนรักในอดีตชาติของฉัน…เขาเป็นใครกันเหรอ?”


“หะ…หา!?”  หัวหน้าห้องร่างเล็กได้ฟังคำถามก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตกอกตกใจ  


“ทำไมจู่ๆท่านถึงอยากรู้เรื่องนี้ขึ้นมาซะได้?”


“ก็…ฉันก็แค่อยากรู้เฉยๆ  ไม่ได้เหรอ?”


“นั่นแน่…อย่าบอกนะว่าท่านจะไปตามหาชายคนนั้นเหมือนกับที่ข้ากำลังตามหาเตียวเสี้ยนอยู่น่ะ?”  จิฮารุยกยิ้มกว้างแล้วหลิ่วตาล้อเลียน  ทำเอาเจ้าของร่างงามต้องรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน


“บ้าเหรอ  มันใช่ที่ไหนกันล่ะ”



“ท่านไม่ต้องเขินหรอกน่า  ฮ่าๆๆๆ!”



“มันไม่ใช่แบบนั้นจริงๆนะ!”


“ว่าแต่…ท่านเทพธิดา  ตอนนี้ท่านน่ะ…มีคนที่แอบชอบอยู่ในใจรึเปล่า?”  จิฮารุเอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังผิดกับเมื่อสักครู่ลิบลับ


…คนที่ชอบเหรอ…


จู่ๆใบหน้าอบอุ่นอ่อนโยนของอาจารย์ที่ปรึกษาแห่งชมรมศิลปะก็ลอยขึ้นมาในโสตประสาทของเธอแทบจะทันทีหลังจากที่ฟังคำถามจนจบ  จะว่าไปแล้ว…หัวใจของเธอนี่มันก็ช่างซื่อตรงต่อความรู้สึกเสียจริงๆ


“…ทำไมเหรอ?”


“ถ้าหากท่านไม่ได้มีคนที่ชอบอยู่ก็คงไม่เท่าไหร่  แต่ถ้าหากว่าท่านมี...ท่านจะทำยังไงถ้าเกิดว่าเขากับคนรักในอดีตชาติของท่านเป็นคนละคนกัน?"


…อา…จริงด้วยสิ…ถ้าถึงตอนนั้นแล้ว…เราจะทำยังไงดีนะ…


“แต่ว่า…ต่อให้หาตัวเขาเจอ  มันก็ไม่ได้แปลว่าเราจะต้องกลับมาเป็นคนรักกันอีกก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”


“ท่านพูดอะไรแบบนั้น  การที่เขาได้ลงมาเกิดในชาตินี้อีกครั้ง...แล้วท่านก็ได้พบกับเขา  แน่นอนว่านั่นคือการนำพาของโชคชะตาล้วนๆ  และถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว…สวรรค์คงตั้งใจส่งเขามาเพื่อให้เป็นคนรักของท่านอีกครั้งแน่ๆ”


“แต่เอาเถอะ…ข้าคิดว่าทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านเป็นหลักนั่นแหละ”  จิฮารุกระแอมไอเล็กน้อยแล้วนั่งตัวตรง


“ส่วนชื่อของชายที่เป็นคนรักของท่านในอดีตชาตินั่นน่ะ…”


“ชื่อของเขาก็คือ…"








"โลซก…”



“โลซก?”


“ใช่”


“แล้วเขาเป็นใครกันเหรอ?”



“เท่าที่ข้ารู้…โลซกเป็นหนึ่งในเสนาธิการที่ปรึกษาของทางฝั่งกังตั๋งที่มีความรู้ความสามารถสูง  เขาเกิดในตระกูลของคหบดีที่มีความมั่งคั่งร่ำรวยเป็นอย่างมาก  นิสัยใจคอนั้นว่ากันว่าเป็นชายที่มีความเมตตาและอ่อนโยนเป็นที่รักใคร่ของประชาชนคนทั่วไปยิ่งนัก  น่าเสียดายที่ข้าไม่เคยผูกมิตรกับผู้นำทางฝั่งแดนใต้เอาไว้เลย…จึงทำให้ข้าไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของเขาเลยสักครั้ง”


ปกติเธอก็ไม่ค่อยรู้เรื่องพวกขุนนางฝ่ายในของกังตั๋งหรอกนะ  แต่นี่เขาเป็นถึงคนรักของท่านเทพธิดา  ข่าวคราวย่อมถูกล่ำลือไปทั่วทั้งใต้หล้า  และแน่นอนว่าไม่มีใครที่จะไม่รู้จักชายผู้นั้น


เมกามิพอได้ฟังที่จิฮารุอธิบายก็แอบคิดถึงชายที่มาปรากฏตัวอยู่ในฝันอย่างเงียบๆ


…เมตตาและอ่อนโยนงั้นเหรอ?...ถ้าเทียบกับหน้าตาแบบที่เราเห็นในความฝันแล้วก็น่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆนั่นแหละนะ…


“ข้าต้องขอโทษด้วยที่รู้จักเขาแค่นี้”


“ไม่เป็นไรหรอก…แค่นี้ฉันก็ดีใจแล้ว  ขอบคุณนะ”


“อ้อ…จริงสิ  ถ้าท่านอยากรู้จักเขามากกว่านี้  ท่านลองไปหาหนังสือประวัติศาสตร์สามก๊กมาอ่านดูก็ได้นะ…ต้องมีประวัติและเรื่องราวของเขาเขียนจารึกเอาไว้แน่ๆ”


“หนังสือสามก๊กเหรอ…”


…จริงด้วย…ที่ชั้นหนังสือของคุณพ่อก็มีหนังสือสามก๊กอยู่เต็มเลยนี่นา…เพียงแต่เรายังไม่เคยหยิบมันมาอ่านดูเลยสักครั้ง...


แต่ทว่าจู่ๆใบหน้าของจิฮารุก็ดูเคร่งเครียดจริงจังขึ้นมาอย่างกะทันหัน  ทำให้อีกฝ่ายอดที่จะเอ่ยถามขึ้นมาไม่ได้


“มีอะไรเหรอ?  จู่ๆทำไมถึงทำหน้าแบบนั้นล่ะ?”


“ข้าแค่กำลังคิดว่า…ร่างจุติใหม่ของวีรชนในยุคนั้นต่างก็เป็นชายหนุ่มที่วนเวียนอยู่ใกล้ๆตัวของท่านในตอนนี้กันทั้งนั้น”  อดีตแม่ทัพลิโป้กล่าวขึ้นหลังจากที่นึกสงสัยในเรื่องนี้อยู่  


“ถ้าหากว่ามันเป็นอย่างที่ข้าสงสัยจริงๆ  นั่นก็หมายความว่าผู้ชายที่อยู่ใกล้ๆตัวท่านจะต้องมีความทรงจำบางอย่างร่วมกันกับท่านแน่ๆ"


"แล้วตอนนี้ข้าก็เห็นเพียงแค่ชายอีกสองคนเท่านั้นที่ยังวนเวียนอยู่กับท่านตลอด”


“เอ๋?”  เมกามิทำหน้าตาสงสัยไปกับคำพูดของเพื่อนสาวคนสนิทเหมือนยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดสักเท่าไหร่


“คะ…ใครเหรอ?”


“ก็ไอ้เจ้าเด็กจอมโอหังที่ชื่อโยชิฟุมิ…กับเคซากุที่นั่งอยู่ข้างๆท่านนั่นแหละ”


“หา?"


 เออ…แต่ก็จริงของเธอ



“ข้าหวังว่าหนึ่งในสองคนนั่นคงจะไม่ใช่โลซกหรอกนะ  หรือถ้าใช่…ก็ขอให้ไม่ใช่เจ้าคนยะโสนั่นก็แล้วกัน”  สาวร่างเล็กพูดแล้วเบ้ปากใส่คนที่ถูกพูดถึงไปด้วย  


“อย่างมันน่ะน่าจะเป็นร่างจุติของเจ้าเตียวหุยคนถ่อยมากกว่า…ข้าถึงได้รู้สึกไม่ถูกชะตาเอาซะเลย”


“แต่ก็ไม่แน่หรอก  พวกนั้นอาจจะไม่ใช่ทั้งคู่เลยก็ได้”


หลังจากที่กล่าวจบเพียงแค่ไม่กี่วินาที  โทรศัพท์มือถือของจิฮารุก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน


“ข้าขอตัวแปปนะ”


“จ้ะ”  อดีตเทพยดาสาวพยักหน้าเบาๆในขณะที่กำลังครุ่นคิดอะไรในใจไปด้วย  โดยที่อีกฝ่ายก็ลุกขึ้นไปรับโทรศัพท์ห่างจากจุดที่นั่งอยู่เล็กน้อย


…คนๆนั้นบอกว่าเคยเจอหน้าเราแล้วนี่นา…แต่เรายังไม่เคยไปสัมผัสหรือโดนตัวเขา…ถ้าเป็นสองคนนั้น…ก็มีโอกาสเป็นไปได้อยู่นะ…แต่ถ้าไม่ใช่ทั้งคู่ละก็…คงจะแปลกดีพิลึก…


เพียงครู่เดียวจิฮารุก็เดินกลับมาหาอดีตเทพธิดาผู้เป็นที่นับถือแล้วจึงพูดขึ้น  “ข้าถูกประธานชมรมเรียกตัวไปประชุมอีกแล้ว  ช่วงนี้ไม่รู้จะประชุมบ่อยไปไหน”


“น่าเบื่อชะมัด!  ข้าอยากมีเวลาพักเที่ยงแบบชาวบ้านเขาบ้าง”


“อย่าเพิ่งหงุดหงิดไปเลยนะ  ช่วงปิดเทอมเธอก็ต้องลงแข่งขันระดับจังหวัดแล้วนี่นา…มันก็จะยุ่งๆแบบนี้แหละ  สู้ๆนะ”  เมกามิพูดแล้วส่งยิ้มหวานเป็นการให้กำลังใจคนตรงหน้า


“ขอบคุณนะ…ท่านเทพธิดา”


“รีบไปกันเถอะ…ถ้าช้าเดี๋ยวรุ่นพี่จะว่าเอาได้นะ”


“อื้ม!”


หลังจากที่เดินลงมาจากชั้นดาดฟ้า  ทั้งสองคนจึงแยกกันที่บันไดบริเวณชั้นสอง  โดยที่เด็กเมกามิก็เดินเข้าห้องเรียนไปตามปกติ


ในห้องนั้นเกือบจะแลดูว่างเปล่า…หากไม่มีร่างของยาสึชิที่กำลังนอนหลับฟุบหน้าลงกับโต๊ะเรียนอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น  



“แปลกจัง…ปกติตอนพักเที่ยงก็มักจะมีคนอยู่ในห้องตลอดเลยนี่นา  แล้วไหงวันนี้กลับเหลือแต่เคซากุคุงคนเดียวซะได้”  หญิงสาวกล่าวขึ้นเบาๆ  แล้วค่อยๆเดินย่องไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง  โดยพยายามทำให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้


…ฟู่…


ดรุณีคนงามเป่าปากออกมาเบาๆ หลังจากที่นั่งลงบนโต๊ะโดยไร้ซุ่มเสียงได้สำเร็จ  จากนั้นเธอจึงนั่งเท้าคางมองไปรอบๆห้องเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี  จะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านก็เกรงใจคนข้างๆจัง


ไม่รู้ว่าทำไม…ทั้งๆที่เธอพยายามมองไปทางอื่นก็แล้ว  แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าสะอาดใสที่กำลังฟุบหลับอยู่ข้างๆไปซะได้


…โลซก…เขาอาจจะใช่…หรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้…


หญิงสาวจ้องมองใบหน้าของคนข้างๆด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย  คงเป็นเพราะว่าเธอเคยได้รับความช่วยเหลือจากเขาในเหตุการณ์ที่ผ่านๆมา  และดูเหมือนว่าเขาน่าจะเป็นผู้ชายที่อยู่ใกล้เธอมากที่สุดแล้วในตอนนี้


แล้วแบบนี้จะไม่ให้เป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งได้ยังไงกันล่ะ!


…ทำไงดี…ลองสัมผัสตัวเขาดูดีมั้ยนะ...


…ไม่ได้นะ…เราจะทำแบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด…


เมกามิส่ายศีรษะไปมาเพราะความคิดที่ขัดแย้งกันอยู่ในหัวสมอง  เธอพยายามเบนสายตามองไปทางอื่น…แต่สุดท้ายก็กลับมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของยาสึชิอีกครั้งจนได้


…ตะ…แต่ว่า…แค่นิดเดียวเอง…คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง…


…ขอโทษนะ…เคซากุคุง…


ปลายนิ้วชี้ของดรุณีน้อยค่อยๆขยับเข้ามาใกล้ๆใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายที่ยังคงนอนหลับตาอยู่  ชีพจรของเธอถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความลุ้นระทึกกับผลลัพธ์ที่กำลังจะออกมา


…อึก…เอาล่ะนะ…


เด็กสาวหลับตาปี๋แล้วจิ้มนิ้วลงไปที่เรียวแก้มของชายหนุ่มเบาๆ  อย่างน้อยๆถึงเขาจะไม่ใช่โลซก…แต่ก็คงจะมีอะไรปรากฏขึ้นมาให้เห็นบ้างล่ะน่าว่าเขาเป็นใคร  หรือถ้าเขาใช่โลซกก็ค่อยว่ากันอีกทีก็แล้วกัน


แต่ทว่าหลังจากที่รอผลอยู่เกือบนาที…กลับไม่มีความทรงจำใดๆจากเขาปรากฏขึ้นให้เห็นเลยแม้แต่น้อย  สร้างความแปลกประหลาดใจให้กับอดีตเทพธิดาแห่งเนตรนภาเป็นอย่างมากเลยทีเดียว


…มะ…ไม่มี!?...ไม่มีอะไรเลยงั้นเหรอ!?...กำไลหยกก็ไม่เปลี่ยนสี?...


ทั้งๆที่เขาอยู่ใกล้เธอที่สุด…คอยปกป้องช่วยเหลือและอยู่ใกล้ชิดเธอราวกับมีชะตาต้องกัน  แต่เขากลับไม่ใช่ร่างจุติใหม่ของแม่ทัพในยุคนั้นเลยน่ะหรือ?


…เขาเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาที่ไม่เคยมีความทรงจำเกี่ยวข้องอะไรกับเราเลยอย่างงั้นจริงๆเหรอ?...


เมกามิครุ่นคิดอยู่ในใจพลางจิ้มนิ้วลงไปที่แก้มของเขาอีกสองสามครั้ง


…ไม่มีจริงๆด้วย…


ในระหว่างที่กำลังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้นเอง  ฝ่ามือบอบบางของเธอก็ถูกชายหนุ่มคว้าเอาไว้โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว  ก่อนที่เขาจะค่อยๆลืมตาขึ้นจ้องมองใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยสายตาที่แลดูว่างเปล่าเหมือนทุกๆครั้ง


“อ๊ะ!?”  เด็กสาวตกใจสะดุ้งจนตัวโยน  ใบหน้างดงามบริสุทธิ์ถูกอาบย้อมไปด้วยสีเลือดฝาดขึ้นมาอย่างชัดเจน  เมื่อถูกอีกฝ่ายจับการกระทำได้อย่างคาหนังคาเขา


…แย่แล้ว…นี่เขาไม่ได้หลับอยู่หรอกเหรอ!?...


“เธอ…ทำอะไร?”  เจ้าของร่างสูงเอ่ยถามเสียงเรียบ  ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมานั่งตัวตรงตามปกติ


“ฉัน…คะ…คือว่า…”  เมกามิกล่าวตอบกลับไปอย่างอ้ำๆอึ้งๆด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะอธิบายเหตุผลให้เขาฟังอย่างไรดี  


จะเล่าเรื่องนั้นให้เขาฟังก็ไม่ได้…คงทำได้แค่ปล่อยให้เขาคิดว่าตัวเองกำลังถูกเธอแต๊ะอั๋งอยู่เท่านั้นแหละ


…ทำไงดี…ทำไงดี…


“ตอบ…”


“คือ…ฉันก็แค่ทดสอบดูว่าเคซากุคุงกำลังหลับอยู่รึเปล่า…คะ…แค่นั้นเอง”


เป็นเหตุผลที่สิ้นคิดที่สุดเท่าที่เคยได้ยินมาเลยทีเดียว


“เหรอ…”


“เอ่อ...คือว่า...เธอช่วยปล่อยมือก่อนได้มั้ย”  หญิงสาวพูดขอร้องกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเพราะกลัวว่าจะมีใครมาเห็นเข้า  แต่เขาก็ยังไม่ได้ทำตามที่เธอขอ


“ทำไมล่ะ…?”


“รังเกียจ…?”


“ไม่ใช่นะ…ฉัน…ก็แค่รู้สึกอายที่ทำอะไรบ้าๆให้เธอเห็นแบบนี้”


นัยน์ตาเรียวเล็กมองเหม่อเข้าไปในดวงตาของดรุณีน้อยแน่นิ่ง  จากนั้นเขาก็พูดออกมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย


"เธอ...โกหก"


"ฉัน..."


"จะทำโทษ..."


...หา!...



หลังจากที่กล่าวจบ…ยาสึชิก็ฟุบหน้าลงไปนอนอยู่บนโต๊ะเช่นเดิม  เขาจับมือของเมกามิขึ้นมาสัมผัสลงบนเรือนผมนุ่มนิ่มของตัวเองเหมือนเป็นการเอาแต่ใจเล็กๆ


ดวงตาของเด็กหนุ่มค่อยๆปิดลงเข้าหากัน  รอยยิ้มอ่อนโยนบางเบาระบายอยู่บนใบหน้าอันหล่อเหลา  ด้วยท่าทางเช่นนี้แล้ว...เชื่อได้เลยว่าถ้าหากสตรีคนใดมาเห็นเข้าก็คงจะต้องใจละลายไปกับความน่ารักของเขาแน่ๆ…ซึ่งแม้แต่ตัวของเธอเองก็เกือบจะเป็นอย่างนั้นเหมือนกัน


…นะ…น่ารักจัง…


นี่คงเป็นการลงโทษที่อ่อนโยนที่สุด  และคิดว่าคงมีสาวๆอีกหลายคนเลยล่ะที่อยากจะถูกเขาทำโทษแบบนี้


“เหมือนแมวเลย…”  เมกามิเผลอหลุดปากพูดออกมาตามที่ใจคิดอย่างลืมตัว  ก็เขาดันน่ารักเหมือนแมวไปแล้วจริงๆนี่นา


“…แมวเหมียว”  ยาสึชิพูดขึ้นสั้นๆในขณะที่ยังคงหลับตาอยู่  ทำไมสีหน้าของเขาถึงดูมีความสุขขนาดนั้นนะ


“อื้อ…แมวเหมียว”


“…นี่”


“หืม?  อะไรเหรอ?”


“ถ้าหาก…มีอะไร…”  เด็กหนุ่มรองหัวหน้าห้องเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา  ฝ่ามือใหญ่ๆนั้นก็จับมือของเธอให้ลูบไล้อยู่บนเรือนผมนุ่มๆของตัวเองไปด้วย  “ต้องบอก…”


“เพราะว่า…”


“แมวเหมียว…”


“จะ…ปกป้อง”


“จ้ะ…ขอบคุณนะ  เคซากุคุง”  เมกามิกล่าวรับคำเพราะเธอเข้าใจในความหมายที่มาจากคำพูดของเขาเป็นอย่างดี


ก็เพราะทุกวันนี้…ขนาดเธอไม่เคยออกปากขอความช่วยเหลืออะไรจากเขา  เขาก็ยังทำหน้าที่แทบไม่ต่างจากฮีโร่ที่คอยเข้ามาปกป้องเธออยู่ทุกครั้งไป  ทั้งๆที่เขาไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องทำแบบนั้นซะด้วยซ้ำ


นี่น่ะหรือ…ชายที่ขึ้นชื่อว่าไม่เคยมีจิตและความทรงจำใดๆที่ผูกพันธ์เกี่ยวข้องกับเธอในอดีตชาติเลย?


“ฝันดีนะ…”  บุตรีของนักธุรกิจใหญ่พูดกับคนตรงหน้าเบาๆ  พอเห็นอีกฝ่ายทำหน้าตามีความสุขแบบนั้นแล้ว...มันก็ทำให้เธอพลอยยิ้มตามไปด้วย


“…..”


สิ้นเสียงสนทนาของหนุ่มสาวทั้งคู่  ก็ไม่มีเสียงใดๆที่ดังแทรกขึ้นมาให้ได้ยินอีกเลย...


ปลายนิ้วมือเรียวเล็กยังคงลูบไล้อยู่เรือนผมของชายหนุ่มอย่างเบามือ  สัมผัสนั้นอ่อนโยนราวกับสายลมที่พลิ้วไหวบางเบา…ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นหัวใจสำหรับเขาได้อย่างน่ามหัศจรรย์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #45 bozt (@bozt) (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 19:35

    เอ้ย....ยาสึชิๆๆ เชียร์ยาสึชิๆๆๆ น่ารักเกินปกตินะครับท่าน เอิ่ม...คนรักเก่าสายง่อรึ.......สายวุยมิถูกใจสิ่งนี้ แงๆ

    #45
    1
    • #45-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 54)
      30 พฤษภาคม 2562 / 08:23
      สายวุยก็มีไม้เด็ดค่ะ

      โจโฉส่งเข้าประกวด

      รอติดตามนะคะ
      #45-1
  2. วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 15:23

    ในที่สุดชื่อของคนรักในชาติที่แล้วของท่านเทพธิดาก็ถูกเปิดเผย ไม่ว่าผู้เขียนจะวางพล็อตเอาไว้แล้วหรือยังไงก็แล้วแต่ แต่Fc.ง่อก๊กอย่างผมนี่ยิ้มเลยครับ

    #44
    1
    • #44-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 54)
      30 พฤษภาคม 2562 / 08:23
      แฮ่ๆ ยินดีด้วยนะคะ
      #44-1
  3. #43 แซลมอนนาเบะ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 12:20

    ยาสึชิ ตั้ลล๊ากกกกก

    #43
    1
    • #43-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 54)
      29 พฤษภาคม 2562 / 20:03
      พ่อหนุ่มน้อย ><
      #43-1