Retrouvailles

  • 600% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 2,251 Views

  • 42 Comments

  • 90 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    292

    Overall
    2,251

ตอนที่ 5 : ยินดีต้อนรับสู่ "แกรนด์ดาเนป" 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 195
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    23 เม.ย. 62

“นั่นไงๆ  เด็กปีหนึ่งคนนั้นไง  น่ารักเป็นบ้าเลย!”

“ฉันนี่เห็นแล้วใจละลายเลยนะ  อยากเข้าไปคุยด้วยจัง"

“ได้ยินว่าเป็นลูกสาวของนักธุรกิจใหญ่เจ้าของชิรายูกิกรุ๊ปด้วยนี่นา  เพอร์เฟคสุดๆไปเลย”

เสียงพูดคุยกันของนักเรียนชายชั้นปี 3 ห้อง 1  ที่กำลังไปยืนออกันอยู่ที่บริเวณหน้าต่างของห้องเรียนเพื่อหวังจะยลโฉมความงดงามของสาวน้อยผู้มาใหม่ที่กำลังเล่นวอลเล่ย์บอลอยู่ที่สนามกีฬาด้านล่าง  ซึ่งเธอได้ถูกหนุ่มๆในแกรนด์ดาเนปตั้งสมญานามและเรียกขานกันว่าเป็น ”นางฟ้า” ไปเสียแล้ว

“ชิรายูกิ…เมกามิงั้นเหรอ  ชื่อเพราะสมกับหน้าตาน่ารักๆแบบนี้จังนะ”  

“ได้ยินว่าเล่นงานเจ้าชายปีสองซะอยู่หมัดเลยนี่นา  เรื่องจริงหรือเปล่าน่ะฮาจิเมะ?”  นักเรียนชายหนึ่งในนั้นหันหน้ากลับมาถามฮาจิเมะที่ยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่โต๊ะเรียนของเขา

"นายเป็นเจ้าชายด้วยกัน…น่าจะรู้อยู่ใช่ไหมล่ะ?” 
 
เมื่อได้ยินดังนั้นผู้ที่ถูกถามก็ยกยิ้มขึ้นมาบางเบาและตอบกลับไปในขณะที่ยังอยู่ในอิริยาบทเดิม

"ถ้าไม่ใช่...ก็คงใกล้เคียง"

“แปลว่าเรื่องจริงเหรอเนี่ย?”

เจ้าของใบหน้าละมุนละไมเหมือนพระเอกหนังโรแมนติกลุกยืนขึ้นแล้วจึงเดินมาหาเพื่อนๆของเขาที่รวมตัวกันอยู่ตรงหน้าต่าง  ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนที่ต้องแสงแดดยามเช้าทอดมองไปยังสาวน้อยคนงามที่มีบุคคลิกโดดเด่นกว่าใครในสนามวอลเล่ย์บอลอย่างเงียบๆ

“ก็นั่นสินะ  น่ารักน่าเอาใจใส่ซะขนาดนั้น  ผู้ชายที่ไหนเห็นแล้วจะอดใจได้”  นักเรียนชายอีกคนในกลุ่มนั้นก็พูดขึ้นมาอีก

“ถ้าพวกนายคิดจะไปจีบน้องเขาล่ะก็…คงหมดหวังแล้วล่ะพวก”

“อ้าว…ทำไมล่ะ?”

บทสนทนาที่ออกมาจากปากของเพื่อนๆ  ทำให้ฮาจิเมะรู้สึกสนใจขึ้นมาทันที

“ก็เมื่อไม่กี่วันก่อน  ฉันได้ยินพวกเด็กปีหนึ่งล่ำลือกันว่าเธอมีแฟนแล้วน่ะสิ”

“หา…!  จริงเหรอ!?  อกหักตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยนะพวกเราเนี่ย  ฮ่าๆ”

“นี่เรารู้จักเธอช้าไปงั้นเหรอ?”

“ว่าแต่…ใครกันล่ะที่โชคดีขนาดนั้น?”  พวกหนุ่มๆคุยกันอย่างออกรสออกชาด  ในขณะที่เจ้าชายหนุ่มรูปงามทำได้แค่ลอบฟังอยู่เงียบๆ  

“พวกนายคิดว่าในบรรดาพวกผู้ชายปีหนึ่งทั้งหมด  ใครโดดเด่นที่สุดล่ะ?”

“โดดเด่นงั้นเหรอ?”

“ใช่...หมายถึงหล่อ  รวย  เรียนดีและเพอร์เฟค…ประมาณนี้”

“เด็กปีหนึ่งที่หล่อ  รวย  และดูดีงั้นเหรอ?”  

“เอ…”

“เห้ยเดี๋ยว...!"

“อย่าบอกนะว่า…ใช่เคซากุหรือเปล่า?”

“บิงโก!!!”

“ลูกชายของผู้อำนวยการโรงเรียนน่ะนะ!?"

"อืม...แต่จะว่าไปก็เหมาะสมกันอยู่แหละ  หน้าตาดีสวยหล่อกันทั้งคู่เลยนี่นา”

ทายาทของเทพเจ้าแห่งวงการมายาแตะแต้มรอยยิ้มขึ้นมาเมื่อนึกถึงตอนที่แม่ดรุณีคนงามเล่นงานเพื่อนหนุ่มรุ่นน้องจอมยะโสของเขาเสียอยู่หมัด  ความกล้าหาญของเธอนั้นช่างเป็นอะไรที่ติดตาตรึงใจของเขาจนยากที่จะลืมเลือนเสียจริง

…ไม่ธรรมดาจริงๆ…ชิรายูกิ  เมกามิ...

…ความน่ารักที่ดูบริสุทธิ์ผุดผ่องน่าทะนุถนอมของเธอนั้น…สามารถดึงดูดให้ผู้ชายเกินกว่าครึ่งของที่นี่ต้องหลงใหลคลั่งไคล้เธอเป็นบ้าเป็นหลังภายในเวลาแค่ไม่กี่วันได้ขนาดนี้เชียวเหรอ ?...



หลังจากที่ชั่วโมงพละศึกษาจบลง…

“ชมรมศิลปะเหรอ?”  จิฮารุพูดย้ำเมื่อได้ยินเพื่อนสาวคนสวยเอ่ยถามเรื่องการสมัครเข้าชมรมขึ้นมา

“อื้ม”

“เธอจะเข้าชมรมนั้นเหรอ?”

“ก็ฉันชอบวาดรูปมาตั้งแต่เด็กๆแล้วนี่นา…ความฝันของฉันเลยนะเนี่ย”  เมกามิพูดด้วยแววตาที่ดูเป็นประกายสดใส

“งั้นเธอก็เอาใบสมัครขอเข้าชมรมไปยื่นส่งให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาของชมรมนั้นๆได้เลยนะ”

“โอเค  ถ้างั้น…เดี๋ยวฉันมาแล้วกันนะ”

“ให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม  เมกามิ?”

“ไม่เป็นไรจ้ะ…แปปเดียวก็กลับมาแล้ว”  สาวงามระบายยิ้มละมุนให้กับหัวหน้าห้องก่อนที่จะรีบก้าวเท้าเดินไปยังชมรมศิลปะโดยเร็ว



ดรุณีน้อยเดินข้ามไปยังตึกกลางของโรงเรียนซึ่งเป็นอาคารหลักที่ใหญ่ที่สุด  และแน่นอนว่าบุคคลิกอันโดดเด่นบวกกับหน้าตาน่ารักน่าทะนุถนอมก็ทำให้เธอตกเป็นเป้าสายตาของนักเรียนที่ได้พบเห็น  แต่สำหรับตัวของสาวเจ้าเองกลับเห็นเป็นเรื่องปกติไปจนรู้สึกชินชาเสียแล้ว

ไม่ได้ชินกับความสวยของตัวเองนะ  แต่ชินชากับสายตาของคนอื่นๆที่จ้องมองมามากกว่า


จากนั้น…เมกามิก็พาตัวเองมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องชมรมที่เป็นเป้าหมายของเธอในเวลาไม่นานนัก

ประตูห้องกว้างขวางของชมรมถูกเปิดทิ้งเอาไว้  หากแต่ไม่มีแสงไฟในห้องเลยสักดวงที่ส่องแสงสว่างให้เห็น หญิงสาวจึงค่อยๆชะโงกหน้าแอบมองเข้าไปในห้องเรียนที่เงียบงัน  ก็พบว่าไม่มีใครอยู่ในห้องนั้นเลยสักคน

เรียวขาเล็กๆที่อยู่ภายใต้ชุดยูนิฟอร์มค่อยๆย่างก้าวเข้ามาในห้องของชมรมแล้วเดินดูสำรวจตรวจตราภายในอย่างถือวิสาสะ  อุปกรณ์ที่จำเป็นจะต้องใช้ในการวาดภาพถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะตัวใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้อง  เธอจึงเอื้อมมือไปหยิบจับอุปกรณ์เหล่านั้นขึ้นมาดูด้วยความรู้สึกหลงใหลในการวาดภาพที่กำลังย้อนกลับมาเหมือนในวัยเยาว์อีกครั้ง

“ดีจัง…”  พูดแล้วรอยยิ้มบางเบาบนริมฝีปากรูปหัวใจก็ปรากฏขึ้นมาทันที

ในตอนนั้นเองที่สายตาของเด็กสาวไปสะดุดเข้ากับสิ่งของบางอย่างที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง  มันดูเหมือนกับภาพวาดที่ยังคงวางอยู่บนขาตั้งสำหรับวาดรูป  หากแต่มันถูกคลุมเอาไว้ด้วยผ้าสีน้ำเงินผืนใหญ่ๆปิดบังสายตา หญิงสาวจึงรีบก้าวขาเดินไปดูด้วยความสนใจ

“นี่คงจะเป็นผลงานของคนในชมรมสินะ...อยากเห็นจังว่าจะสวยขนาดไหน”  

"ขอดูหน่อยนะคะ"


ขณะที่ฝ่ามือน้อยๆกำลังจะเอื้อมออกไปเปิดผ้าคลุมผืนใหญ่  เสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นหยุดการกระทำของเธอเสียก่อน

“นั่นใครกันน่ะ…?”

เสียงทุ้มต่ำดังก้องที่มาจากตรงประตูห้องเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน  ทำให้เมกามิต้องสะดุ้งโหยงรีบชักมือกลับด้วยความตกใจก่อนที่จะรีบหันกลับไปมองยังที่มาของเสียงนั้น

“ขอโทษค่ะ…ฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะคะ  คือว่า..."

“มีธุระอะไรหรือเปล่า?”

ชายหนุ่มวัยยี่สิบปลายๆที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวกับกางเกงสแล็คสีดำค่อยๆก้าวเดินเข้ามาใกล้ๆ  เขามีรูปร่างสูงโปร่งและผิวกายที่ขาวเนียนเรียบราวกับกระเบื้องเคลือบ  เรือนผมสีน้ำตาลหยักศกเล็กน้อยนั้นเป็นทรงแสกกลางอย่างมีสไตล์  ริมฝีปากเรียวบางเป็นสีแดงเหมือนอัญมณี  โดยรวมๆแล้วใบหน้าของเขาดูอ่อนเยาว์ราวกับเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับเธอ  เพียงแต่ว่ามันถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้แว่นสายตาทรงเหลี่ยมเท่านั้นเอง 

…ใครกันนะ...หน้าตาของเขาดูเหมือนมีอายุไม่ค่อยห่างจากเราเท่าไหร่เลย...

“คือ…หนูจะเอาใบสมัครขอเข้าร่วมชมรมมาส่งให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมศิลปะน่ะค่ะ”  สาวน้อยกล่าวอธิบายการมาถึงของตนเองแล้วจึงยื่นใบสมัครนั้นให้กับชายที่อยู่ตรงหน้า  

“ไม่ทราบว่าคุณพอจะรู้จักไหมคะ?”

ชายหนุ่มใบหน้าอ่อนเยาว์จึงรับใบสมัครจากเด็กสาวมาดูอย่างพิจารณา

“อืม…”

“รู้จักใช่ไหมคะ?”

“ก็...รู้จักนะ"

“ดีเลยค่ะ…ถ้างั้นรบกวนช่วยพาไปพบอาจารย์หน่อยได้ไหมคะ?”  หญิงสาวยกมือไหว้ขอร้องปะหลกๆ

“เธอไม่ต้องเดินไปไหนหรอก"

“อ้าว…ทำไมล่ะคะ?”

"ก็ฉันนี่แหละ...คือคนที่เธอกำลังตามหาอยู่"

“เอ๋?”  เมกามิอุทานเบาๆแถมยังทำหน้าตาเหรอหรา

“ฉันชื่อฮิราโอกะ  ชูเฮย์... เป็นที่ปรึกษาของชมรมศิลปะแห่งนี้”


...หา!?!...เขาน่ะเหรออาจารย์ที่ปรึกษาของชมรม!?...

ใบหน้าเยาว์วัยที่เห็นตรงหน้านั้นทำให้เธอคาดไม่ถึงว่าเขาจะเป็นถึงอาจารย์ที่ปรึกษาของชมรม  ก็นะ...นึกว่าเขาจะเป็นคนมีอายุเหมือนอาจารย์ท่านอื่นๆเสียอีก  ที่สำคัญ...มาถามหาจากเจ้าตัวแบบนี้ยิ่งทำให้รู้สึกขายหน้าไปกันใหญ่

ชูเฮย์ผุดรอยยิ้มขึ้นมาบางเบาด้วยความรู้สึกขบขันไปกับท่าทางเก้ๆกังๆของเด็กน้อย

“หนะ...หนูชื่อชิรายูกิ  เมกามิค่ะ  จะมาขอเข้าร่วมชมรมศิลปะ…ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”  สาวน้อยพูดพร้อมกับโค้งคำนับผู้เป็นอาจารย์อย่างมีมารยาท

“ทำตัวตามสบายเถอะ  ไม่ต้องซีเรียสนะ…ฉันไม่ใช่คนดุอะไรหรอก"

“ค่ะ…แหะๆ”  หญิงสาวหัวเราะแก้เขินเบาๆ  ในขณะที่เจ้าของร่างสูงโปร่งกำลังละสายก้มลงไปมองที่หน้าปัดนาฬิกาข้อมือของเขา

“นี่ยังอยู่ในชั่วโมงเรียนสินะ…ยังไงตอนนี้เธอกลับเข้าชั้นเรียนก่อนเถอะ  หมดคาบเรียนสุดท้ายเมื่อไหร่ก็ค่อยมาที่ชมรมแล้วกัน  จะได้แนะนำให้ทุกคนได้รู้จักด้วย”

“ค่ะอาจารย์  ถ้างั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ  ขอบคุณมากๆค่ะ”  สาวเจ้าโค้งคำนับอย่างงดงามอีกครั้งก่อนจะเดินกลับเข้าชั้นเรียนไป  

แต่น่าแปลก...เพิ่งจะเจอหน้าเขาเพียงแค่ครั้งแรก  ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าภาพของเขามันติดตามากกว่าหนุ่มหล่อๆที่เธอเคยเจออีกนะ?  มันคงไม่ใช่ความรู้สึกดีๆเมื่อแรกพบแบบในนิยายหวานแหววอะไรนั่นหรอกนะ

อาจารย์หนุ่มหน้าละอ่อนเดินก้าวเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าของภาพวาดที่ถูกปกคลุมไปด้วยผ้าสีน้ำเงินผืนใหญ่  ก่อนที่เขาจะเป็นคนเปิดมันออกแล้วจ้องมองภาพวิจิตรนั้นอย่างพิจารณา  

"....."

หากแต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้คงจะยังไม่มีคำตอบใดๆให้กับคำถามอันน่าพิศวงที่อยู่ในหัวสมองของเขา  ชายหนุ่มจึงปิดผ้าคลุมนั้นลงให้อยู่ในสภาพเช่นเดิมพร้อมกับความสงสัยที่ยังคงเป็นปริศนาคาใจต่อไป



          ฮิรุยะกระโดดพุ่งตัวลงไปในสระว่ายน้ำในร่มของโรงเรียนเพียงลำพัง  ร่างกายที่แข็งแกร่งออกตัวว่ายน้ำในท่าฟรีสไตล์ที่เขาถนัดและชื่นชอบเป็นที่สุด  เพียงแต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับเรื่องราวบางอย่างที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อวาน  และมันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาต้องเสียสมาธิไปอีกหลายนาที


ย้อนกลับไปเมื่อวานหลังเลิกเรียน...

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับนายน้อย”  เสียงของชายสูงวัยนามว่า "โนบุ" ในชุดสูทสีดำซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหัวหน้าพ่อบ้านของตระกูลโยชิฟุมิกล่าวต้อนรับผู้เป็นนายอย่างสุภาพเมื่อเห็นเด็กหนุ่มก้าวเท้าลงมาจากรถเก๋งคันงาม

“อืม”

“วันนี้นายท่านกลับมาเร็วกว่าปกติ  เห็นท่านบอกว่ามีเรื่องอยากจะคุยกับนายน้อยเป็นการส่วนตัว  จึงให้กระผมมาเชิญนายน้อยไปพบท่านที่ห้องทำงานด้วยน่ะครับ”  

“งั้นเหรอ?” 

“ครับ…”

เด็กหนุ่มเจ้าของใบหน้าที่มีสง่าราศีนึกแปลกใจไปกับสิ่งที่ได้ยิน  ก่อนที่เขาจะเดินตามหลังของพ่อบ้านสูงวัยเข้าไปในคฤหาสน์


“ก๊อกๆ”

ฮิรุยะเคาะประตูก่อนที่จะเอ่ยปากบอกกล่าวกับผู้เป็นเจ้าของห้องว่าเขาได้มาถึงแล้ว  "ผมเองครับ"

“เข้ามาเลย”

ชายหนุ่มเปิดประตูห้องทำงานที่ทำจากไม้สักทองราคาแพงที่สลักลวดลายอันงดงามของศิลปะร่วมสมัย  จากนั้นเขาจึงเดินตรงเข้าไปเพื่อพบหน้ากับเจ้าของธุรกิจรถยนต์และอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ระดับโลก  “โยชิฟุมิ  ชุน”  ผู้ซึ่งเป็นบิดาบังเกิดเกล้าของเขานั่นเอง

“นั่งสิ”  น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ฟังดูมีอำนาจของชายวัยกลางคนผู้มากความสามารถเอ่ยปากบอกกับทายาทหนุ่ม  และเขาก็ทำตามนั้นอย่างว่าง่าย

“คุณพ่อ…มีอะไรเหรอครับ?”

ชุนจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่ถอดแบบมาจากเขามาแทบจะทุกกระเบียดนิ้วด้วยสีหน้าที่ดูตึงเครียดกว่าปกติ  ทำให้ฮิรุยะเองก็พลอยรู้สึกอึดอัดในใจไปด้วย

“ฉันได้ยินมาว่าแกมีปัญหากับเด็กผู้หญิงในโรงเรียน…มันเรื่องจริงหรือเปล่า?”

“เอ่อ..."

“ผม…”  

…คุณพ่อรู้ได้ยังไง  มีคนคาบข่าวมาบอกงั้นเรอะ?...

คำตอบที่อ้ำๆอึ้งๆไม่เต็มปาก  ทำให้นักธุรกิจใหญ่ต้องเปล่งวาจาถามเสียงเข้มออกมาอีกครั้ง  

“ฉันถามว่า…จริงหรือเปล่า?”

“คะ…ครับ”  ฮิรุยะตอบแบบกระอักกระอ่วนโดยที่ไม่ยอมสบตาชายผู้ทรงอำนาจที่นั่งอยู่ตรงหน้า

“ฉันเคยบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าได้ก่อเรื่องในโรงเรียนให้เสียมาถึงชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล?”

“…ครับ”

“แล้วทำไมแกถึงยังทำ!?”  

จู่ๆชุนก็ลุกขึ้นยืนตวาดเสียงดังก้อง  เขาใช้ฝ่ามือตบโต๊ะเสียงดังทำเอาคนตรงหน้าต้องสะดุ้งเฮือก  

“นอกจากแกจะก่อเรื่องแล้ว  แกรู้รึเปล่าว่าเด็กผู้หญิงที่แกไปตามหาเรื่องเขาน่ะเป็นใคร!!?”  

“ผม…ไม่ทราบครับ”  เด็กหนุ่มตอบกลับมาเสียงอ่อยโดยที่ยังคงไม่กล้ามองหน้าของผู้เป็นบิดา  นักธุรกิจหนุ่มใหญ่จึงลดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานตามเดิมแล้วถอนหายใจออกมายาวๆ

“เรื่องแค่นี้แกยังไม่รู้จักใส่ใจ  แล้วแบบนี้อนาคตแกจะมาสืบทอดกิจการของตระกูลได้ยังไงกัน?”

“นั่นคือลูกสาวคนเดียวของชิรายูกิ  โคจิ  หุ้นส่วนหลักของกิจการในตระกูลของเรา…ตอนที่ฉันเคยพาแกไปออกงานบ่อยๆ  แกก็เคยเจอหน้าเขาแล้วไม่ใช่หรือไง?  ถึงตอนนี้จะไม่ได้เจอหน้ากันมาห้าหกปี...แต่แกก็คงไม่น่าจะลืมหน้าตาของเขาหรอกมั้ง"

“ครับ…”

…หา!  ยัยนั่นเนี่ยนะ!? ลูกสาวของลุงโคจิ!?...
…มันก็จริงอยู่ว่าตระกูลชิรายูกินั้นมีชื่อเสียงและอิทธิพลต่อหลากหลายวงการเอามากๆ  แต่ใครจะไปคิดล่ะว่ายัยเด็กอ้อนแอ้นนั่นจะเป็นทายาทผู้สืบทอดกิจการของผู้ทรงอำนาจแบบนั้น  แถมนามสกุลนี้ก็มีซ้ำกันหลายคนจะตายไป...

“ส่วนหนูเมกามินั้นแกอาจจะไม่ค่อยได้เจอหน้าของเขาหรอก  เพราะพ่อของเธอทั้งหวงทั้งห่วงไม่ค่อยยอมให้มาออกงานพบปะสังสรรค์สักเท่าไหร่”

“ก็นั่นไงครับ…แบบนี้ผมจะไปรู้จักเด็กนั่นได้ยังไง”  ชายหนุ่มมาดผยองพูดออกมาราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร

“ถึงแกจะรู้จักหรือไม่รู้จัก  แต่ประเด็นที่สำคัญก็คือแกไม่ควรไปหาเรื่องใครต่อใครเขาแบบนี้!"

“โคจิน่ะเป็นทั้งรุ่นพี่ที่ฉันนับถือมาตั้งแต่สมัยเรียน… เป็นทั้งผู้สนับสนุนที่มีบุญคุณต่อกิจการของตระกูลเราเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการถือหุ้นของโรงเรียนแกรนด์ดาเนป”  ประโยคสุดท้ายที่ได้ยินนั้นทำให้ฮิรุยะต้องเงยหน้ามองบิดาของเขาด้วยความสนใจใคร่รู้

“หมายความว่ายังไงครับ?”

“ฉันอาจจะผิดเองที่ไม่เคยบอกเรื่องนี้ให้แกได้รู้  แต่แกก็ผิดที่ไปหาเรื่องกับหนูเมกามิเขาเหมือนกัน"  ชุนบอกกล่าวกับบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนแล้วหยิบเอาซิการ์แบรนด์โปรดขึ้นมาจุดสูบอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนที่จะพ่นควันสีขาวจางๆออกมา

“เมื่อสิบกว่าปีก่อน…”

“ในยุคนั้นคือยุคที่เศรฐกิจซบเซา  ผู้คนต่างว่างงานและขาดรายได้กันมากกว่าครึ่งค่อนประเทศ  การซื้อขายรถยนต์ที่มีราคาค่อนข้างแพงในสมัยนั้นจึงเป็นเรื่องที่ยากมากเพราะประชากรมีรายรับไม่สมดุลกับรายจ่าย”

“และแน่นอน…ว่ากิจการของฉันก็ต้องพังยับเยิน  ทั้งเนื้อทั้งตัวในตอนนั้นน่ะ...ฉันมีเงินติดตัวอยู่ไม่ถึงร้อยเยนด้วยซ้ำ”

“…..”  

“แต่แกรู้ไหม...อะไรที่ทำให้ฉันมีวันนี้ได้?”

"อะไรเหรอครับ?”  เด็กหนุ่มตอบไปตามความเป็นจริงซึ่งมันก็เป็นเรื่องราวที่เขาไม่เคยรับรู้มาก่อน

“แกรนด์ดาเนปยังไงล่ะ”

“หา?...คุณพ่อหมายความว่ายังไงครับ?”  หน้าตาที่ดูเหมือนกำลังงุนงงนั้นทำให้นักธุรกิจใหญ่ต้องยิ้มหยันออกมาด้วยความรู้สึกขบขันในความไม่รู้อะไรเลยของทายาทหนุ่ม

“หุ้นของแกรนด์ดาเนปกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นที่ฉันถือสิทธิ์อยู่ตอนนี้…”

“ได้มาจากผู้นำตระกูลชิรายูกิ”

“เดิมทีจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ตระกูลของเรามีอยู่เนี่ย  มันเป็นของโคจิมาตั้งแต่แรกนะ…”

…หาาา!?  บะ…บ้าน่า!!
…นี่มันเรื่องจริงเหรอเนี่ย!?...

“เขายกหุ้นทั้งห้าสิบหกเปอร์เซ็นนี้ให้กับฉัน…ในขณะที่ตัวของโคจินั้นถือเอาไว้แค่สิบสี่เปอร์เซ็น  เพียงเพราะฉันกำลังประสบกับปัญหาธุรกิจที่ตกต่ำย่ำแย่ที่สุดในตอนนั้น"

"ความสิ้นเนื้อประดาตัวมันทำให้ฉันเคยคิดอยากจะฆ่าตัวตายให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยซะด้วยซ้ำ”  คำบอกเล่าของผู้เป็นบิดาที่ทำให้ชายหนุ่มต้องครุ่นคิดตามไปด้วยอย่างพิจารณา

“ถ้าไม่ได้เขาสักคน  ทั้งฉัน  ทั้งแก  และทุกคนในตระกูลคงจะไม่มีวันนี้  จริงๆแล้วแกรนด์ดาเนปน่ะควรจะตกอยู่ในมือของโคจิเกือบทั้งหมดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว...ไม่ใช่ฉัน”

“เพราะฉะนั้นการที่แกมาทำตัวกร่างไล่แกล้งลูกสาวของผู้มีพระคุณของฉัน  มันเป็นเรื่องที่ฉันยอมรับไม่ได้  ต่อให้แกเป็นลูกชายของฉันก็เถอะ”

“ผม…”  เด็กหนุ่มเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากบิดาก็ก้มหน้าลงสงบนิ่ง  คิ้วหนาขมวดมุ่นทั้งแปลกใจทั้งหงุดหงิดอย่างแทบไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่เขาได้รับรู้มามันจะเป็นเรื่องจริง

…อะไรมันจะบังเอิญขนาดนี้!...

"และถ้าฉันได้ข่าวว่าแกยังไม่เลิกนิสัยแย่ๆแบบนี้ล่ะก็..."

“ฉันจะส่งแกไปอยู่โรงเรียนประจำชายล้วนตามชนบทไกลๆโน่นเลย!”

“ไม่ได้นะครับพ่อ!”  ทายาทหนุ่มจอมดื้อถึงกับโอดครวญเสียงหลงเมื่อได้ยินคำขาดของนักธุรกิจใหญ่

“ถ้าคิดว่าฉันไม่กล้า  แกจะลองดูก็ได้นะ”

“ผม…ผมจะไม่ทำอะไรแบบนั้นอีกแล้วครับ"

“เข้าใจแล้วก็ดี  ตอนนี้แกออกไปได้แล้ว”

“ครับ”  ฮิรุยะลุกยืนขึ้นพร้อมกับโค้งศีรษะน้อยๆแสดงความเคารพต่อผู้เป็นบิดาก่อนที่เขาจะเดินออกมาจากห้องทำงานอันหรูหรานั้น


      
           ระหว่างที่สติสัมปชัญญะของเขากำลังจมอยู่ในห้วงภวังค์  เด็กหนุ่มรูปงามที่ขาดสมาธิก็เผลอสูดหายใจเอาน้ำเข้าจมูกไปด้วยความพลั้งเผลอ  เขาจึงรีบโผล่ศีรษะให้พ้นจากผิวน้ำอย่างรวดเร็วในทันที  ก่อนที่จะสำลักออกมาเฮือกใหญ่

“บ้าเอ้ย!!...ทำไมทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนี้ด้วยวะ!?"

ชายหนุ่มใช้แขนแข็งแรงซัดลงไปในน้ำอย่างแรงเป็นการระบายอารมณ์  ละอองน้ำในสระก็กระเซ็นแตกซ่านกระจายเป็นวงกว้างออกไป  ความรู้สึกที่ทั้งหงุดหงิดและผิดหวัง  สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำก็ต้องถูกล้มเลิกลงไปอย่างกะทันหัน…ซึ่งนั่นมันก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เขาโมโหจนแทบบ้า


…แบบนี้เราก็โดนแม่นั่นตบหน้าฟรีเลยไม่ใช่รึไง!
…ยังไงฉันก็ต้องเอาคืน …รอให้ฉันหาวิธีเล่นงานเธอให้ได้ก่อนเถอะ!...


…ฉันไม่มีทางปล่อยให้เธอรอดไปได้หรอก!

...ชิรายูกิ  เมกามิ!...



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

0 ความคิดเห็น