ตอนที่ 48 : (ย้อนอดีต) : ปราการแห่งกังตั๋ง วีรบุรุษผู้พลีชีพ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 พ.ค. 62

“ค่อยๆหันหน้ามา!”  โจรร่างท้วมพุงพลุ้ยตวาดออกคำสั่งเสียงดังใส่ชายหนุ่ม  ในมือนั้นก็ถือดาบเล่มโตคอยกวัดแกว่งระแวดระวังอยู่เบื้องหน้าตลอดเวลา
  

“เร็วเข้า!”


…เฮอะ!...


เมื่อเจ้าของร่างสง่างามค่อยๆหันหน้ามา  สายตาของเจ้าโจรชั่วก็รีบปราดมองไปยังห่อผ้าสีแดงที่อยู่ในมือของเขาทันที  เนื่องจากสภาพของแพรพรรณสีแดงนั้นจัดว่าเป็นของชั้นดี…ทำให้มองเพียงแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าสิ่งของที่ถูกซ่อนอยู่ในนั้นจะต้องเป็นของที่มีค่ามีราคาเอามากๆ


“นั่นอะไรน่ะ!?  ส่งมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!!”


“ไม่ได้นะ!  ข้ามอบสิ่งนี้ให้กับเจ้าไม่ได้หรอก!”  ชายหนุ่มกล่าวปฏิเสธแล้วกอดห่อผ้านั้นเอาไว้แนบอก  ยิ่งเห็นท่าทางหวงแหนเช่นนั้นแล้วก็พาให้อีกฝ่ายกระหายใคร่อยากได้มันมากขึ้นเป็นทวีคูณ


“หนอย!  ถ้าอย่างนั้นก็ทำให้เจ้ากลายเป็นศพก่อนแล้วค่อยชิงเอามาก็แล้วกัน!”


กล่าวจบโจรจอมละโมบก็วิ่งเข้ามาพร้อมกับเงื้อง้างดาบฟาดฟันใส่บุรุษหนุ่มหมายจะเอาชีวิตโดยไม่รั้งรอ  


แต่ทว่ามันคงไม่อาจสมหวังดังใจนึกได้ง่ายๆนัก  เมื่อเจ้าของผิวเนื้อขาวผ่องละออตากลับเอี้ยวตัวหลบคมดาบได้ทุกครั้งไป  ความว่องไวที่ประจักษ์ให้เห็นต่อสายตานั้นทำให้ดูแล้วเขาไม่เหมือนพวกชาวบ้านธรรมดาๆเลยสักนิด


“ตายยากตายเย็นนักนะ!”  โจรป่ากัดฟันกรอดอย่างไม่สบอารมณ์เมื่อเห็นว่ายังไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้  ทั้งๆที่มีอาวุธอยู่ในมือแท้ๆ  


“ดูสิว่าจะมีปัญญาหลบอีกได้นานสักแค่ไหน!”


“ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจอยู่  เจ้าอย่าได้หวังเลยว่าจะเอาของสิ่งนี้ไปจากมือของข้าได้”


“ทำปากเก่งไปเถอะ!”


“เดี๋ยวเจ้าก็จะได้รู้เอง”  


ระหว่างที่กำลังเดินถอยหลังหลบคมดาบเล่มยักษ์ไปมาอยู่นั้นเอง  เท้าของชายหนุ่มก็เหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างที่อยู่บนพื้นพสุธา
  

พอก้มลงไปมองก็พบว่ามันคือศพของโจรป่าที่ถูกเกาฑัณฑ์ของพวกทหารยิงเข้าใส่จนร่างพรุน  ห่างออกไปไม่ไกลนักก็พบกับดาบเล่มใหญ่เล่มหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้น…ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นของพวกโจรป่าเพราะมันมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับดาบของอีกฝ่ายเอามากๆ  


เมื่อเห็นดังนั้นแล้วชายหนุ่มจึงรีบหาจังหวะเหมาะก้มลงไปหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาถือเอาไว้ในมือโดยไม่รอช้า


“อื้อหือ…แบบนี้สิค่อยสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย”  ใบหน้าครึ่งล่างที่โผล่พ้นงอบใบลานของบุรุษชุดขาวยกยิ้มขึ้น  เผยให้เห็นฟันขาวที่เรียงตัวสวยเป็นระเบียบในขณะที่เขากำลังหันคมดาบเข้าใส่อีกฝ่ายไปด้วย  


“เข้ามาเลย…เข้ามาเลย”


“หนอย!  บังอาจกล้าท้าทายคนอย่างข้าเชียวรึ!?”


“มิได้…มิได้”


หลังจากที่กล่าวคำท้าทายใส่กันอยู่สักพักหนึ่ง  ทั้งสองฝ่ายจึงเข้าปะทะห้ำหั่นกันด้วยเพลงดาบที่แสนจะดุเดือดชนิดที่เรียกว่าไม่มีใครยอมใคร  


ทางด้านของโจรร่างอ้วนท้วนมีพละกำลังอันมหาศาล  ส่งผลให้การลงน้ำหนักของคมดาบนั้นทรงพลังและหนักแน่น  ในขณะที่อีกฝ่ายนั้นเต็มไปด้วยท่วงท่าลีลาอันพลิ้วไหว  ไม่ว่าจะเป็นทั้งแนวการรุกหรือการรับก็ตาม


ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีพละกำลังที่แข็งแกร่ง  แต่นั่นก็ทำให้อีกฝ่ายต้องทั้งเหนื่อยทั้งปวดหัวไปกับการรับมืออยู่ไม่น้อย  เนื่องจากทางด้านของโจรป่านั้นมีร่างกายใหญ่โตและมีการเคลื่อนที่ที่ช้ากว่า…หากลองได้เผลอเสียท่าให้กับบุรุษที่อยู่ตรงหน้าแล้วล่ะก็…คงมีโอกาสหัวหลุดจากบ่าได้ไม่ยากเหมือนกัน


แคร๊งงงง!!!


“บ้าเอ้ย!  ทำไมมันเร็วแบบนี้วะ!?”  


โจรป่าสบถออกมาอย่างหัวเสีย  หลังจากที่ตัวเองต้องกลายเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวเพราะการเคลื่อนที่ๆช้ากว่า  จึงทำให้มันแทบไม่มีโอกาสได้บุกเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามเลย  


“บ่นอะไรกันเล่า…พี่ชาย”


“หุบปาก!  ข้าไม่เคยมีน้องชายแบบเจ้า!”


“แหม…ข้าก็แค่หยอกเล่นเอง  ทำโมโหไปได้”  ชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวกล่าววาจาที่แฝงไปด้วยความเย้ยหยันเล็กๆ  โดยที่มือของเขาก็ฟาดฟันคมดาบใส่อีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนตั้งรับกันแทบไม่หวาดไม่ไหว


“ฮึ้ยยย!!”


เมื่อมาถึงจังหวะหนึ่งที่ชายหนุ่มเผลอลงดาบด้วยความเร็วที่ลดลงไปราวๆสามถึงสี่ลมหายใจ…จะด้วยความเหนื่อยล้าหรืออย่างไรก็ไม่อาจทราบได้  ทำให้โจรป่าต้องกระหยิ่มยิ้มย่องให้กับโอกาสบุกที่มาถึงในทันที


“เสร็จข้าละ…เจ้าโง่!!”  โจรร่างอ้วนหัวเราะออกมาเสียงดังสนั่นแล้วใช้มือทั้งสองข้างจับดาบเล่มยักษ์เอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อเป็นการเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับการลงน้ำหนักไปที่ดาบ  ซึ่งมันคงตั้งใจจะให้เป็นการฟาดฟันครั้งสุดท้ายที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามต้องคอขาดลงไปนอนแดดิ้นอยู่กับพื้นภายในดาบเดียว


...เล็งไปที่คอของมัน...เพียงแค่หนเดียว  ทุกอย่างก็จะได้จบสิ้นเสียที!...


แต่ทว่าเมื่อวาดดาบออกไปในแนวขวางซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับลำคอของอีกฝ่าย  กลับพบว่าบุรุษชุดขาวได้ยกดาบขึ้นตั้งรับในแนวตั้งราวกับอ่านความคิดของอีกฝ่ายได้อย่างทะลุปรุโปร่ง  จากนั้นเขาจึงใช้ความพลิ้วไหวอ่อนช้อยในการเคลื่อนไหวหมุนตัวหลายตลบไปยืนอยู่ทางด้านหลังของเจ้าคนชั่วเสียแล้ว...


“ปะ…เป็นไปได้ยังไง!?  อย่างกับไม่ใช่มนุษย์!!”


สีหน้าอันซีดเผือดของโจรป่าที่ถูกอาบย้อมไปด้วยหยาดเหงื่อจนเปียกชุ่มโชกราวกับรู้ชะตากรรมของตนเองนั้น  ทำให้ริมฝีปากสีชาดที่โผล่พ้นออกมาจากการปกคลุมของงอบใบเก่าต้องแตะแต้มรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง


“…นี่มันก็แค่แผนตื้นๆ  เจ้าคิดว่าข้าโง่ขนาดนั้นเชียวหรือ?”


“วะ…ว่าไงนะ!?”


“การที่เจ้าได้จังหวะลงดาบโจมตีข้าเช่นนี้…ล้วนมาจากความตั้งใจของข้าทั้งสิ้น"

"ทุกอย่างมันจะได้จบลงเสียที…เพราะข้าเองก็เสียเวลามามากพอแล้ว”


“หา!?”


“หลับให้สบายเถอะนะพี่ชาย…”  


เมื่อสิ้นเสียงนุ่มหูของผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า  ชายหนุ่มจึงใช้ดาบที่อยู่ในมือฟันเข้าที่ลำคอของโจรป่าจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว  และด้วยความคมของดาบเล่มนั้นก็ทำให้ศีรษะของศัตรูต้องถูกตัดขาดกระเด็นกลิ้งหายไป  ส่งผลให้อีกฝ่ายสิ้นใจตายในทันที  


โลหิตของคนชั่วหนักแผ่นดินพุ่งกระฉูดออกมาจากรอยตัดที่ลำคอเปรอะเปื้อนอาภรณ์สีขาวของเขาจนกลายเป็นสีแดงฉานไปหมด  ก่อนที่ร่างไร้ศีรษะและไร้ซึ่งวิญญาณจะล้มตึงลงไปกองอยู่ที่พื้น


บุรุษร่างงามก้มลงไปมองร่างของโจรไร้หัวด้วยความรู้สึกอันน่าอนาถใจ  นี่เขาลงมือฆ่าคนอีกแล้วหรือ?...ทั้งๆที่เขาไม่เคยมีความคิดอยากจะทำแบบนี้เลยสักนิด


…โปรดอโหสิกรรมให้ข้าด้วย…ถ้าหากเจ้าไม่ทำร้ายหมายเอาชีวิตของข้าก่อน…ข้าก็คงไม่ตัดสินใจลงมือทำเช่นนี้…

...อย่าได้จองเวรจองกรรมกันอีกเลยนะ...


“เอาล่ะ…รีบหาทางออกจากเมืองเร็วๆดีกว่า”  เจ้าของเรือนร่างงดงามสะอาดสะอ้านกล่าวกับตัวเองแล้วก้มลงไปเก็บเอากล่องใส่วัตถุล้ำค่าในห่อแพรพรรณสีแดงขึ้นมาถือเอาไว้เช่นเดิม  แต่ทว่า…


…หืม?...


ฟึ่บ!!


ในชั่วแค่พริบตาเดียว  หอกปริศนาได้ถูกใครบางคนขว้างเข้ามาใส่ชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว  ตั้งใจหมายจะปลิดชีพของเขาให้ด่าวดิ้น  หากแต่ลางสังหรณ์บางอย่างนั้นทำให้เขาไหวตัวหลบทันได้อย่างฉิวเฉียด  ปลายคมหอกจึงแทงทะลุงอบใบเก่าที่อยู่บนศีรษะของเขาให้ปลิวไปปักติดอยู่บนกำแพงหินพร้อมกับหอกเพชรฆาตเมื่อครู่นี้ไปด้วย  


นี่ถ้าหากเขาขยับตัวช้ากว่านี้อีกนิดเดียว…ปลายคมหอกคงปักทะลุศีรษะเขาจนสมองไหลตายคาที่ไปแล้วแน่ๆ


ใบหน้าอันเป็นปริศนาของชายหนุ่มจึงปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อไร้ซึ่งการปกปิดใดๆ  เรือนผมสีดำที่ได้เกล้ามวยเอาไว้ก่อนหน้านี้ถูกคมหอกแล่นตัดผ่านจนปล่อยยาวสยายอยู่บริเวณกลางหลัง  โครงหน้ารูปไข่คิ้วหนาได้สัดส่วน  ดวงตายาวรีนั้นมีนัยน์ตาเป็นสีน้ำตาลเข้ม  อีกทั้งริมฝีปากเล็กบางสีชาดที่ดูแล้วก็คงงดงามไม่แพ้อิสตรีคนใด


ไม่ว่าใครที่ได้เห็นก็คงจะต้องคิดเหมือนๆกัน...ว่าเขาคงเป็นแค่เด็กหนุ่มที่มีอายุยังไม่ครบยี่สิบปีเป็นแน่


ชายหนุ่มหันไปมองยังที่มาของหอกปริศนาก็พบกับกลุ่มโจรป่าที่กำลังยืนถลึงตามองกลับมาที่เขาเช่นกัน  หากแต่ครั้งนี้ดูแล้วจำนวนของพวกมันคงมีไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน  ทำให้เขาต้องคิดหนักเลยทีเดียวว่าจะต่อสู้หาทางเอาตัวรอดจากกลุ่มโจรที่มีจำนวนมากมายขนาดนี้โดยลำพังได้อย่างไร


“เจ้านี่มันโชคดีเป็นบ้าเลยนะ…เจ้าหนู”  โจรป่าร่างผอมสูงที่ยืนอยู่ตรงกลางซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเจ้าของหอกเมื่อสักครู่นี้กล่าวขึ้นด้วยสีหน้าท่าทางที่ดูโหดเหี้ยม  


“แต่คงไม่ได้โชคดีไปตลอดหรอกนะ”


…แย่ล่ะ…พวกมันมากันเยอะขนาดนี้เชียวหรือ?…


“ระวังด้วยนะลูกพี่…เมื่อครู่นี้ข้าเห็นเจ้าเด็กนี่สู้กับเสี่ยวเฟิงแล้ว  ฝีมือของมันไม่ธรรมดาจริงๆ”


“ฝีมือของมันร้ายกาจมากนะขอรับ”


“ข้าไม่สนใจหรอก…มันก็แค่เด็กอมมือ  ที่ตัดหัวเสี่ยวเฟิงได้ก็เพราะโชคช่วยมากกว่า!”  หัวหน้าโจรกลุ่มย่อยกล่าวระคนแค่นหัวเราะไปด้วย  “ตอนที่หลบหอกเสยฟ้าของข้าเมื่อครู่นี้ก็เหมือนกัน”


“พวกเจ้าต้องการอะไรจากข้าอีก?  เงินทองข้าก็ไม่มีติดตัวสักแดง…คงไม่มีสิ่งที่พวกเจ้าต้องการหรอก”


“ไอ้เด็กโง่!!  จนป่านนี้เจ้ายังคิดว่าพวกข้าหมายจะเอาเงินทองจากเจ้าอีกหรือ!?...นั่นน่ะมันยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ!!”


“ชีวิตมันต้องแลกด้วยชีวิต!”


“ฆ่ามันให้ตายตามเสี่ยวเฟิงไป!  ให้สมกับสิ่งที่มันทำ!”


“แต่คนของเจ้าเข้ามาทำร้ายข้าก่อน!”


“หุบปาก!  เจ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น!”


“ดูสิว่าถ้าต้องรับมือกับคนของเรามากขนาดนี้…มันจะยังมีชีวิตรอดไปได้อีกหรือเปล่า?”  โจรผู้นำกลุ่มย่อยแสยะยิ้มแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตนเองไปด้วย  


“ทุกคน…ล้อมมันเอาไว้!!”


“ขอรับ!!”


หลังจากสิ้นเสียงคำสั่งของโจรร่างผอมสูง  บรรดาลูกสมุนจำนวนกว่าครึ่งร้อยจึงแปรทัพเป็นวงกลมล้อมรอบบุรุษหน้าหยกให้ยืนอยู่ตรงกลาง  โดยที่ไม่สามารถหาทางออกใดๆได้เลย


…หมาหมู่ชัดๆ!...


บุรุษหน้าละอ่อนกวาดสายตามองไปยังกองทัพโจรป่าที่อยู่รอบๆตัว  ในมือข้างหนึ่งของเขาถือกล่องที่ห่อด้วยผ้าสีแดงรักษาเอาไว้ยิ่งชีพ  ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ยกดาบขึ้นตั้งท่าป้องกันศัตรูที่พร้อมจะวิ่งเข้ามาทำร้ายเขาได้ทุกเมื่อ


“เตรียมตัวตายเสียเถอะ!!  พวกเรา…ลุย!!”  ผู้นำกลุ่มย่อยของกองโจรกล่าวตะโกนเสียงดังกึกก้อง จากนั้นพวกลูกสมุนจึงวิ่งเงื้อดาบเข้ามาหาเขาโดยพร้อมเพรียงกัน


…ให้ตายสิ…นี่ข้าต้องใช้วิชาของตัวเองในการทำร้ายคนอื่นอีกแล้วหรือ…

...ข้าไม่ได้ร่ำเรียนวิชามาเพื่อทำร้ายใครสักหน่อย…


…แต่ครั้งนี้มันเป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ…ท่านอาจารย์…โปรดอภัยให้ข้าด้วย…


เมื่อเห็นฝูงโจรชั่ววิ่งกรูกันเข้ามาใกล้มากขึ้น  ชายหนุ่มจึงตัดสินใจย้ายห่อผ้าสีแดงไปถือเอาไว้ในมือข้างเดียวกันกับที่ถือดาบ  จากนั้นมือข้างที่ว่างอยู่จึงล้วงเข้าไปในสาบเสื้อของชุดอาภรณ์  ก่อนที่เขาจะกำเอาเศษผงประหลาดที่มีสีขาวสาดใส่ใบหน้าของพวกโจรไปรอบๆตัว


“อ๊ากกกกก!!”


“นี่มันอะไรกันเนี่ย…ตาของข้า!?!”  


กลุ่มโจรแถวหน้านับสิบคนที่โดนเศษผงประหลาดปลิวเข้าลูกตาต่างร้องออกมาอย่างโหยหวนด้วยความทรมาน  ความรู้สึกปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกน้ำกรดสาดเข้าใส่ทำให้คนพวกนั้นต้องหยุดชะงักการกระทำลง  ลูกตาทั้งสองข้างปิดเข้าหากันจนไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้เหมือนถูกเข็มเย็บให้ติดกันอย่างแนบสนิท  


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสายตาทุกคู่นั้นทำเอาพวกลูกสมุนของกองโจรที่เหลือทั้งตกใจทั้งลังเลจนไม่รู้ว่าจะเอาอย่างไรต่อดี


เมื่อสบโอกาสชายหนุ่มในชุดอาภรณ์เปื้อนเลือดจึงใช้เพลงดาบฟาดฟันเข้าใส่ศัตรูจนล้มตายไปเป็นจำนวนมาก  สร้างความรู้สึกเสียขวัญและกำลังใจให้กับพวกที่เหลืออยู่ไม่น้อย


“นะ…นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!?”  พวกโจรป่าที่เหลือต่างตะโกนร้องถามกันไปมา  เมื่อก้มลงไปมองร่างไร้วิญญาณของเหล่าสหายที่กองอยู่บนพื้นดิน  ก็พบว่าใบหน้าของคนพวกนั้นเริ่มถูกฤทธิ์ของฝุ่นผงปริศนากัดเป็นแผลเหวอะหวะจนเนื้อหนังหลุดลอกออกมาดูน่าสยดสยองเป็นอย่างยิ่ง


“หวะ…เหวออออ!!!”


“นะ…น่ากลัวชะมัด!!”


“มัวยืนทำอะไรกันอยู่…รีบจัดการมันซะ!!!”  โจรร่างผอมสูงออกคำสั่งกับลูกน้องในบังคับบัญชาอีกครั้ง  ทำเอาพวกที่ถูกสั่งต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก


“จะไปกลัวทำไม  มันมีแค่ตัวคนเดียว!!”


“เก่งจริงก็ดาหน้ากันเข้ามาให้หมดเลย”  เจ้าของใบหน้าเยาว์วัยตั้งท่าเอามือล้วงเข้าไปในสาบเสื้อบริเวณกลางอกอีกครั้ง  ทำให้พวกโจรยังคงกล้าๆกลัวๆทำได้แค่ตั้งท่าชี้ดาบไปที่เขาแล้วเดินล้อมเป็นวงไปเรื่อยๆ


…ได้ผล…ของที่ข้าสร้างเอาไว้ทำให้พวกมันหวาดกลัวกันได้จริงๆด้วย…


“เจ้าสาดอะไรใส่พวกของเรากันแน่…เจ้าหนุ่ม!?”  หนึ่งในลูกสมุนโจรที่กำลังตั้งวงล้อมเอ่ยถามชายหนุ่มขึ้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น


แต่คำถามนั้นกลับทำให้อีกฝ่ายกระดิกนิ้วเรียกคนถามให้เข้ามาใกล้ๆ  ก่อนที่เขาจะกล่าวถ้อยคำที่เจือปนไปด้วยความท้าทายกลับไป


“ถ้าเจ้าอยากรู้…ก็คงต้องเข้ามาลองดูเอาเอง”


“บังอาจนัก!!”


“จัดการมันเดี๋ยวนี้!!!”  เสียงของโจรผู้บังคับบัญชากลุ่มย่อยตะโกนสั่งอีกครั้ง  จากนั้นกลุ่มโจรทั้งหมดจึงวิ่งเข้ามาหาชายหนุ่มหมายจะหยุดลมหายใจของเขาให้จงได้





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #38 bozt (@bozt) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 12:25

    เอิ่ม ... ชายชุดขาวนั่นใครครับ เท่ห์เกิน.....

    #38
    1
    • #38-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 48)
      8 พฤษภาคม 2562 / 16:59

      อีก 2-3 ตอนต้องมีเฉลยแน่ๆเลยค่ะ 555
      #38-1