ตอนที่ 45 : เบื้องหลังนัยน์ตาสีเทา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 27
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 เม.ย. 62


“ฉันกลับก่อนนะ…ขอโทษทีที่วันนี้ไม่ได้อยู่ช่วยนายทำงานเลย”  ทายาทคนเดียวของเทพเจ้าแห่งวงการมายากล่าวกับเพื่อนหนุ่มคนสนิท  


“วันนี้ดันมีนัดประชุมกับพวกที่ทำงานในบริษัทซะได้”


“ฉันก็ด้วย…วันนี้พ่อบังคับให้ฉันต้องเข้าอบรมเกี่ยวกับเรื่องมารยาทอีกยาวเหยียดเลย”  ฮิรุยะพูดสมทบเรื่องธุระของตัวเองขึ้นบ้างพร้อมกับกดส่งข้อความในโทรศัพท์มือถือไปถึงใครบางคนในเวลาเดียวกัน


“พวกนายกลับไปสะสางธุระกันก่อนเถอะ”  


เจ้าของนัยน์ตาสีเทางดงามเดินมานั่งลงที่โต๊ะของตนเองเช่นเดิมในขณะที่ปลายลิ้นนั้นก็พยายามค้นหาว่าเหตุใดรสชาดของลูกอมทารอตมิ้นต์แคนดี้ถึงได้เอร็ดอร่อยมากมายถึงเพียงนี้  


“ปกติพวกนายแทบจะไม่เคยกลับบ้านก่อนเวลากันอยู่แล้ว  นี่มันก็นานๆครั้ง…ไม่มีอะไรที่พวกนายต้องเป็นห่วงหรอก”


“อีกอย่างงานก็ไม่เยอะ…ไม่ได้เร่งรีบอะไรด้วย”


“ตกลง…ถ้างั้นพวกเรากลับก่อนนะ”


“อืม”


เมื่อกล่าวจบ  ทั้งฮิรุยะและฮาจิเมะจึงหิ้วกระเป๋าหนังสือของตัวเองเดินออกจากห้องไป  ส่วนทางด้านของคาซึโตะก็หยิบแฟ้มเอกสารขึ้นมาเปิดดูเพื่อเช็คว่ากิจกรรมครั้งต่อไปที่ทางโรงเรียนจะจัดขึ้นนั้นคือกิจกรรมใด  แล้วทางคณะกรรมการนักเรียนมีหน้าที่อะไรที่ต้องรับผิดชอบบ้าง


แต่ทว่าเมื่อไล่สายตาอ่านลงไปทีละบรรทัด  ก็พบว่ากิจกรรมต่อไปนั้นก็คือการไปทัศนศึกษาของชมรมศิลปะ  ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆกับหน้าที่ของคณะกรรมการนักเรียนเลย

…ทัศนะศึกษาที่ทะเลหลังสอบปลายภาคเสร็จน่ะหรือ?...


จู่ๆชายหนุ่มก็เกิดความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล  ฝ่ามือเรียวยาวจึงขยับเมาส์ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะก่อนที่จะกดคลิกอยู่สามสี่ครั้งเพื่อเข้าไปดูข้อมูลของโรงเรียนเกี่ยวกับรายชื่อของสมาชิกที่อยู่ในชมรมแห่งนี้

  
จนกระทั่งสายตาของเขาไปสะดุดอยู่กับชื่อของนักเรียนรุ่นน้องทั้งสองคนเข้า


…เคซากุ  ยาสึชิ…

…ชิรายูกิ  เมกามิ...


…จริงสิ…สองคนนี้อยู่ชมรมเดียวกันนี่...


ร่างสูงนั่งเอนหลังไปกับพนักพิงนุ่มๆของเก้าอี้ตัวใหญ่ก่อนที่จะย้อนไปนึกถึงลำดับเหตุการณ์เกี่ยวกับการมาถึงของเด็กสาวผู้สืบสายเลือดของนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก


เธอเป็นนักเรียนใหม่ที่ย้ายเข้ามากลางคัน…แต่กลับเลือกที่จะไปอยู่ชมรมเดียวกันกับผู้ชายที่ใครๆก็พูดถึงว่าเป็นแฟนของเธอน่ะหรือ?


มันจะบังเอิญเกินไปรึเปล่า…ถ้าหากว่านั่นไม่ใช่เรื่องจริง?


หรือจริงๆแล้วทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่มากเกินกว่าความเป็นเพื่อนตามที่ทุกคนล่ำลือกันจริงๆกันแน่?


คาซึโตะนั่งใช้ความคิดเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง  จากนั้นจึงตัดสินใจปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ลงเมื่อรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือสนใจใคร่รู้สักหน่อย  และดูเหมือนว่านี่จะเป็นความผิดปกติเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวเสียแล้ว


จากนั้นชายหนุ่มจึงก้มหน้าก้มตาอ่านกิจกรรมต่อไปที่อยู่ในแฟ้มเอกสาร  ซึ่งก็คือการคัดเลือกเจ้าชายคนต่อไปของแกรนด์ดาเนป (ชั้นปีที่หนึ่ง) พร้อมกับกิจกรรมนิทรรศการงานโรงเรียนและงานออกร้านของชมรมต่างๆ  ซึ่งนับว่าเป็นกิจกรรมแรกหลังจากเริ่มเปิดภาคเรียนที่สองกันเลยทีเดียว


ชายหนุ่มหยิบปากกาและกระดาษขึ้นมาแล้วจึงเริ่มลงมือเช็คพื้นที่ของโรงเรียนสำหรับการจัดกิจกรรมการประกวดและที่ตั้งในส่วนของเวทีกลางสนามขึ้น  รวมถึงห้องเรียนแต่ละห้องที่จะใช้เป็นที่แสดงผลงานของแต่ละหมวดวิชาด้วย  และนอกจากนี้เขาก็ยังต้องคำนวนพื้นที่ว่างสำหรับการตั้งเต็นท์เพื่อการออกร้านจำหน่ายสิ่งของของแต่ละชมรมอีกต่างหาก


หลังจากใช้ความคิดอยู่พักใหญ่ๆ  จู่ๆประตูอัตโนมัติของห้องพักผ่อนก็เลื่อนเปิดขึ้น…พร้อมกับร่างของใครบางคนที่เข้ามาเยือนในสถานที่แห่งนั้น


ทายาทแห่งตระกูลมาเฟียหยุดมือลงแล้วละสายตาจากแผ่นกระดาษที่อยู่ตรงหน้า  นัยน์ตาสีตะกั่วที่ดูเย็นเยียบจ้องมองไปที่ร่างของผู้มาใหม่  มันทำให้เขารู้สึกยินดีอย่างแปลกประหลาดอยู่ในใจลึกๆ  โดยที่หาสาเหตุไม่ได้เลยว่าเพราะเหตุใดเขาจึงต้องรู้สึกเช่นนั้น


“เอ่อ…สวัสดีค่ะ”  

เจ้าของเรือนร่างขาวนวลเนียนเปล่งประกายยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่มด้วยท่าทางสำรวมเรียบร้อยเสียจนดูไม่ออกเลยว่าเธอจะเป็นบุตรีของผู้ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งวงการธุรกิจ

  
“คือว่า…”

“ฉันมาช่วยงานของโรงเรียนตามคำขอของรุ่นพี่…แล้วก็ในฐานะของคณะกรรมการนักเรียนคนนึงด้วยน่ะค่ะ”


คำพูดที่เต็มไปด้วยความรับผิดชอบนั้นทำให้คาซึโตะต้องแอบยกยิ้มอยู่ในใจแทบจะทันที  นอกจากจะมีฐานะของตระกูลที่มั่งคั่งร่ำรวยกับรูปร่างหน้าตาอันงดงามที่หาใครเทียบได้ยากแล้ว…อุปนิสัยของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าภาพรวมที่ดูสูงส่งเลยแม้แต่น้อย  


จะว่าไปเธอคงเป็นผู้หญิงที่เพอร์เฟคที่สุดในชีวิตที่เขาเคยพบเจอแล้วกระมัง


“ฉันดีใจนะ…ที่ยังเธอยังไม่ได้ลืมมันไป”  ประธานนักเรียนผู้เงียบขรึมกล่าวกับเด็กสาวพร้อมกับผายมือไปยังโต๊ะทำงานที่บัดนี้มันได้กลายเป็นของเธอไปแล้ว  


"นั่งสิ”


“ขอบคุณนะคะ”


“เธอพูดขอบคุณอีกแล้ว…ทั้งๆที่โต๊ะนี้มันก็เป็นของเธอแล้วนะ”


“นั่นสินะคะ…ฉันลืมไปเลย”  เมกามิพูดระคนหัวเราะแก้เขินเบาๆ แล้วจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะของตัวเอง  


“แล้ววันนี้…ฉันพอจะช่วยอะไรรุ่นพี่ได้บ้างคะ?”


“สำหรับวันนี้…เธอคีย์ข้อมูลกิจกรรมของโรงเรียนตลอดทั้งปีการศึกษาลงไปในคอมก่อนก็แล้วกัน”  


คาซึโตะกล่าวแล้วกดเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่บนโต๊ะของเด็กสาว  จากนั้นจึงลากเก้าอี้ของตนเองมานั่งอยู่ข้างๆเธอ


แต่ทว่าในตอนนั้นเองที่จู่ๆก็มีกลิ่นหอมฟุ้งออกมาจากเรือนกายของเด็กสาว  กลิ่นของมันให้ความรู้สึกที่ทั้งอ่อนหวานและสดชื่นในขณะเดียวกัน  ทำให้เจ้าของนัยน์ตาสีเทาต้องรู้สึกเคลิบเคลิ้มราวกับถูกสะกดไปชั่วขณะหนึ่งอย่างน่าพิศวง


…กลิ่นนี้...


“นี่คือกลิ่นน้ำหอมของเธอรึ?”  ประธานนักเรียนแห่งแกรนด์ดาเนปจึงยิงคำถามตรงๆออกไปทันที


“เอ๋…น้ำหอม?  หมายถึงของฉันน่ะเหรอคะ?”


“อืม”


“ฉันแพ้น้ำหอมนะคะ…"

"เอ่อ…หมายถึง…แพ้พวกแอลกฮอล์ที่อยู่ในน้ำหอมน่ะค่ะ”  


เมกามิทำท่าทางเหมือนกำลังดมกลิ่นที่ชายหนุ่มพูดถึงไปรอบๆตัวของเธอเอง  “แต่ฉันไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลยนะคะ”


“เอ๊ะ…หรือว่า…เหม็นกลิ่นตัวของฉันเองกันแน่นะ?”


“ไม่ใช่กลิ่นเหม็นสักหน่อย”   หนุ่มรุ่นพี่กล่าวด้วยท่าทางที่สุขุมดูเป็นปกติ  แต่ในใจนั้นกลับมีความสงสัยปะปนอยู่  


“กลิ่นเหมือนกับดอกไม้…แต่ฉันตอบไม่ได้ว่ามันคือดอกอะไร”


“ดอกไม้งั้นเหรอคะ?...แปลกจัง”  เด็กสาวทำท่างงๆแล้วยกมือขึ้นเกาศีรษะอย่างไม่เข้าใจ


และเมื่อเขาลองตั้งใจสำรวจหากลิ่นหอมๆนั้นอีกครั้ง…ก็กลับพบว่าไม่มีกลิ่นใดๆที่หลงเหลือให้สัมผัสได้อีกแล้ว


…หายไปแล้วงั้นเหรอ?...


“ช่างเถอะ…ไม่มีอะไรหรอก”


หลังจากที่หน้าจอของเครื่องคอมพิวเตอร์เปิดขึ้น  ชายหนุ่มจึงเริ่มอธิบายวิธีการต่างๆให้เธอฟัง


“คอมทุกเครื่องในห้องนี้ถูกใช้ในนามของคณะกรรมการนักเรียนสำหรับการทำงานเพียงอย่างเดียว  และมันก็เชื่อมต่อกันด้วยรหัสผ่านเดียวกันทั้งหมด  ต้องเป็นคนของคณะกรรมการนักเรียนเท่านั้นที่จะรู้รหัสผ่านเข้าใช้งานได้”  


เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมสันต์ก้มลงเขียนรหัสผ่านใส่แผ่นกระดาษก่อนที่จะส่งมันมาให้กับหญิงสาว 


 “นี่…รหัสผ่าน”


“…ค่ะ”  ดรุณีน้อยรับเอากระดาษแผ่นนั้นมาแล้วจึงพิมพ์รหัสผ่านเพื่อเปิดการใช้งาน  


จากนั้นชายหนุ่มจึงอธิบายเกี่ยวกับไฟล์ข้อมูลต่างๆที่อยู่บนหน้าจอว่ามีอะไรบ้าง  แต่ละไฟล์สำคัญอย่างไร  และสำหรับงานวันนี้เธอต้องคีย์ข้อมูลลงในไฟล์ไหน


“มีตรงไหนที่ไม่เข้าใจรึเปล่า?”


“ไม่มีค่ะ…รุ่นพี่อธิบายละเอียดมากเลย  ถ้าตั้งใจฟังเพียงแค่ครั้งเดียวก็จะต้องเข้าใจแน่ๆเลยล่ะค่ะ"


“งั้นรึ…ถ้าอย่างนั้น…”  คาซึโตะหันไปหยิบเอาแฟ้มเอกสารเล่มใหญ่บนโต๊ะที่เขาเพิ่งจะอ่านไปเมื่อสักครู่นี้ส่งให้กับเด็กสาว  

“เริ่มได้เลย”


“ค่ะ”


จากนั้นชายหนุ่มจึงปล่อยให้เด็กสาวรุ่นน้องได้ใช้เวลาไปกับการทำงานที่ได้รับมอบหมาย  โดยที่ตัวของเขาก็กลับมานั่งทำงานที่โต๊ะของตัวเองเช่นเดิม  


แต่ทว่าในใจของเขากลับไม่ค่อยมีสมาธิเท่าที่ควร  เนื่องจากกลิ่นหวานๆที่เป็นปริศนานั้นได้ดึงดูดความสนใจให้เขาอยากจะกลับไปค้นหาที่มาที่ไปของมันอีกครั้ง  ซึ่งก็ไม่รู้ว่ามันเกิดจากความน่าสงสัย…หรือว่าความน่าหลงใหลกันแน่?




          เวลาผ่านไปกว่าชั่วโมง…ดวงตะวันลาลับขอบฟ้าลงเมื่อเข้าสู่ยามสนธยา  แสงสว่างที่เคยสาดส่องตามทางเดินของอาคารเรียนจึงมลายหายออกไป  เหลือไว้เพียงแต่บรรยากาศสีอึมครึมของยามโพล้เพล้เท่านั้น


…มืดขนาดนี้แล้วรึ?...


นัยน์ตาสีเทาจ้องมองไปยังอดีตเทพยดาแห่งยุคสามแผ่นดินด้วยความรู้สึกขำขันเล็กๆ  เมื่อพบว่าเจ้าของใบหน้าอันบริสุทธิ์ผุดผ่องกำลังก้มๆเงยๆมองหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างขะมักเขม้น  ทำให้เขามองเธอเหมือนเด็กน้อยที่ดูน่ารักน่าทะนุถนอมมากขึ้นไปอีก


“นี่…ข้างนอกมืดแล้วนะ”  


เสียงทุ้มสม่ำเสมอของประธานนักเรียนทำให้หญิงสาวที่กำลังเพลิดเพลินกับการทำงานต้องละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์แล้วหันมาจับจ้องใบหน้าหล่อเหลาคมสันต์ของเขาแทน  ก่อนที่จะจ้องมองไปยังบรรยากาศที่อยู่ทางด้านนอกผ่านประตูอัตโนมัติสีทึบไปด้วย


“หกโมงครึ่งแล้วล่ะมั้ง”


“จริงด้วย…ทำงานเพลินจนลืมดูเวลาไปเลยค่ะ”


“เวลาเข้าชมรมเธอก็มักจะทำอะไรเพลินๆจนเลยเวลาแบบนี้ตลอดเลยสินะ”  


คำพูดที่กล่าวออกมาได้อย่างแม่นยำราวกับตาเห็นนั้นทำให้เด็กสาวต้องรีบถามเขากลับไปแทบจะทันที


“รุ่นพี่รู้ได้ยังไงคะ?”


“ฉันก็แค่เดาเอาเท่านั้นแหละ”  


คาซึโตะตอบคำถามของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าท่าทางนิ่งเฉยแบบที่แทบจะไม่พบความผิดปกติ  ทั้งๆที่ในใจของเขาเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าตัวเองกำลังโกหก  ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็คือฮิรุยะนั่นแหละที่มาบ่นเรื่องของเธอให้ฟังอยู่บ่อยๆเมื่อหลายวันก่อนหน้านี้  


“ทำไมล่ะ…ฉันเดาถูกเหรอ?”


“ค่ะ...รุ่นพี่เดาแม่นมากจนฉันแปลกใจเลยล่ะค่ะ"


…แต่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอก…ในเมื่อรุ่นพี่ก็ดูเป็นคนที่มีความคิดอ่านรอบคอบจริงๆนี่นา…


“ฉันล้อเล่นน่ะ”


“เอ๋?”


“ก็แค่ฮิรุยะเคยพูดให้ฟังเฉยๆ”  ประธานนักเรียนดีเด่นพูดติดตลกแต่กลับทำหน้าตายไปกันคนละทิศคนละทาง


"แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมองฉันในแง่ดีเกินไปหน่อยนะ”


…โห…นี่เขารู้ด้วยเหรอว่าเรามองเขาแบบไหน…สุดยอดไปเลยแฮะ…


“ก็…ในสายตาของฉัน  รุ่นพี่ดูเป็นแบบนั้นจริงๆนี่คะ”


“แบบไหน?”


…อ้าว…นี่สรุปเขารู้หรือไม่รู้กันแน่เนี่ย?...พาเรางงตามไปด้วยเลยซะงั้น…


“ก็…แบบว่า...ดูเป็นคนที่มีความคิดอ่านสุขุมรอบคอบ  แล้วก็มีความเป็นผู้ใหญ่สูง…ประมาณนี้น่ะค่ะ”


“เธอว่าฉันแก่เหรอ?”


“หา…ไม่ใช่แบบนั้นนะคะ!”  เสียงหวานใสเสนาะหูรีบพูดปฏิเสธเป็นพัลวัลเพราะกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด  


“รุ่นพี่กำลังเข้าใจผิดแล้วนะคะ"


“เธอนี่เป็นผู้หญิงที่แกล้งแล้วสนุกดีนะ”  


เจ้าของร่างสูงแข็งแรงเดินมาหยุดอยู่แถวๆประตูห้องแล้วมองออกไปยังบรรยากาศทางด้านนอกที่เข้ากำลังสู่เวลาพลบค่ำ  ก่อนที่จะเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง


“เก็บของเถอะ…จะได้กลับบ้านกัน”


“ค่ะ”


แต่ทว่าทันใดนั้นเอง  จู่ๆไฟฟ้าของโรงเรียนก็ได้เกิดเหตุขัดข้องและดับลงอย่างกะทันหัน  ทำให้ทุกอย่างที่เคยอยู่ในสายตาถูกปกคลุมไปด้วยความมืดมิดจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย


“ว้าย!!!”  










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

63 ความคิดเห็น