ตอนที่ 44 : Tarot Mint Candy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    28 เม.ย. 62

“ขอเบอร์ของเธอหน่อยได้รึเปล่า!?”




“ห้ะ?...เบอร์ของฉันเหรอ?"


“กะ…ก็เผื่อเวลาเธอหรือฉันมีธุระที่ต้องกลับบ้านไปก่อน  ก็จะได้โทรบอกได้เลยไงล่ะ!”  ทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่ในโรงเรียนหลับหูหลับตาพูดทั้งๆที่ใบหูของตัวเองแดงก่ำ  


“จะได้รู้กัน  แล้วก็จะได้ไม่ต้องเสียเวลามารอไง!”


แหมะ...แค่ขอเบอร์ก็ต้องหน้าแดงด้วย   


แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ  คนอย่างเขาเคยเข้าใกล้ผู้หญิงซะที่ไหนกัน


“เอ่อ…แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ  ถะ…ถือซะว่าฉันไม่ได้พูดก็แล้วกัน  ไปล่ะ!”  


พูดจบฮิรุยะก็หันหลังเดินตัวตรงออกไปอย่างรวดเร็ว


“อะไรของนายเนี่ย?  พูดเองเออเองแถมเดินหนีไปเองแบบนี้มันใช้ได้ที่ไหน”  

น้ำเสียงหวานใสที่เอื้อนเอ่ยตามหลังมาทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดเท้าลง  เมื่อหันกลับไปมองก็พบว่าเจ้าของร่างบางนั้นกำลังเดินตรงเข้ามาหาเขา


“เอามือถือของนายมาสิ”  เด็กสาวกล่าวขึ้นพร้อมกับแบมือมารอรับโทรศัพท์มือถือของเขาในขณะเดียวกัน  เล่นเอาหนุ่มรุ่นพี่ต้องทำหน้าเหวอออกมาโดยไม่รู้ตัว


“หะ…หา!?”


…ดะ…ได้เรอะ!?...


“เอ้า…งงอะไร  เอามาสิ”


เมื่อได้ยินดังนั้นฮิรุยะจึงรีบควานหาโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อแล้วส่งให้กับหญิงสาวทันที  


เมกามิรับโทรศัพท์มือถือจากคนตรงหน้ามาไว้ในมือ  จากนั้นเธอจึงกดบันทึกเบอร์โทรของตัวเองลงไปในโทรศัพท์  ก่อนที่จะส่งมันคืนให้กับผู้เป็นเจ้าของ  


“เอ้า...เรียบร้อยแล้ว"


“ฉันไปล่ะนะ”


“อะ…อืม”

กล่าวจบดรุณีน้อยก็เดินออกจากบริเวณนั้นไป  


เมื่อเจ้าของแผ่นหลังบางหายลับออกไปจากสายตา  ชายหนุ่มจึงรีบยกโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมาดูโดยเร็ว


ฮิรุยะกดลบชื่อที่เด็กสาวบันทึกเอาไว้ในโทรศัพท์ออกไป  จากนั้นเขาจึงเปลี่ยนชื่อของเธอให้กลายเป็นชื่อแปลกๆที่ดูไม่คุ้นตา  ซึ่งมีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่จะรู้…ว่าชื่อใหม่ของเธอนั้นมันอ่านว่าอะไร









“ฮ่าๆๆๆ!"

"อะไรเนี่ย!  นี่มันสุดยอดไปเลยไม่ใช่เหรอ!”  


เทพเจ้าแห่งสงครามในร่างของจิฮารุระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังสนั่น  หลังจากที่ได้ดูคลิปวีดีโอในมือถือจากเวปไซต์แห่งหนึ่ง  ซึ่งเป็นคลิปที่ฮิรุยะก้มหัวขอโทษให้กับเด็กสาวผู้ที่นับว่าเป็นคู่ปรับกับเขามาโดยมาตลอด  


แต่ถึงกระนั้นก็ตาม...คลิปที่เห็นนั้นไม่ได้ถูกนำมาเผยแพร่ด้วยฝีมือของฮาจิเมะแต่อย่างใด  แต่มันเป็นฝีมือของเด็กรุ่นน้องคนหนึ่งที่ยืนดูเหตุการณ์นั้นแล้วหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกภาพเอาไว้ต่างหาก


“สะใจอะไรขนาดนี้!  ฮ่าๆๆๆ!!"



“หืม...เดี๋ยวนะ?”


แต่พอเลื่อนหน้าจอลงไปอ่านความคิดเห็นของผู้ที่เข้ามาชมคลิปวีดีโอนั้นก็ทำให้จิฮารุต้องทำตาโตเป็นไข่ห่าน  เนื่องจากหน้าตาอันหล่อเหลาขาวใสชวนมองของฮิรุยะซึ่งถือเป็นแบบที่เรียกว่า  “พิมพ์นิยม”  ในขณะนี้  รวมถึงคำกล่าวขอโทษที่ทำให้เขาดูเป็นผู้ชายที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ได้เคยกระทำลงไป  จึงทำให้มีพวกสาวๆแห่กันเข้ามาให้ความชื่นชมเขาอย่างล้นหลามจนได้รับคะแนนความนิยมมากขึ้นไปอีก


…ชิ!...ใช่สิ…ก็เพราะมันหน้าตาดีไง  ถึงได้แห่เข้ามาอวยกันจัง!...


…อยากรู้นักว่าถ้ามันไม่ได้หล่อแบบนี้  ยังจะเข้ามาชื่นชมกันอยู่ไหม!?...พวกผู้หญิงก็แบบนี้แหละ  เห็นคนหล่อหน่อยไม่ได้  ต้องวิ่งเข้าใส่เหมือนกันหมด!...


สาวร่างเล็กบ่นพึมพำอย่างไม่สบอารมณ์อยู่ในใจ  จากนั้นจึงหันไปทางเด็กหนุ่มผู้เป็นรองหัวหน้าห้องที่นั่งอยู่ที่โต๊ะเยื้องออกไปทางด้านหลังพร้อมกับโบกมือถือของตัวเองไปมา


“เฮ้…เคซากุ  นายเห็นคลิปนี้รึยัง?”


บุตรชายของผู้อำนวยการโรงเรียนละสายตาและดินสอจากสมุดที่อยู่ตรงหน้า  แววตาที่ดูเหม่อลอยไร้ความรู้สึกนั้นจับจ้องไปยังผู้ถามอย่างแน่นิ่ง


“…..”


แต่เพียงแค่ไม่กี่วินาที...เขาก็ก้มลงไปขีดๆเขียนๆสมุดของตัวเองเช่นเดิมโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับมาเลยสักคำ


“เจ้าบ้า…ให้มันได้แบบนี้สิ”  จิฮารุบ่นอุบอิบแล้วหันไปกดมือถือของตัวเองต่อ  “น่าหมั่นใส้จริงๆ…อยากรู้นักว่าตอนเด็กๆเจ้าหมอนี่ถูกเลี้ยงให้โตขึ้นมาได้ยังไง?”


“รมณ์บ่จอยเลยแฮะ  เล่นเกมส์ดีกว่า”


ยาสึชินั่งเท้าคางในขณะที่มืออีกข้างหนึ่งก็กำลังวาดภาพไปด้วย  แต่ทว่ากลับมีบางสิ่งบางอย่างที่กำลังรบกวนสมาธิของเขาอยู่เนืองๆ  ทำให้เขาต้องหยุดมือแล้วปิดสมุดวาดภาพนั้นลงทั้งๆที่มันยังไม่เสร็จสมบูรณ์  


นัยน์ตาสีดำเหม่อมองออกไปทางนอกหน้าต่าง...มองออกไปยังที่ไกลๆโดยที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่








หลังเวลาเลิกเรียน




          ทายาทแห่งตระกูลโยชิฟุมิเอาแต่จ้องมองลูกอมรสมิ้นต์ที่อยู่ในมือของตนเองมาพักใหญ่ๆ  เขานั่งจ้องมันมาได้ราวๆครึ่งชั่วโมงแล้วนับตั้งแต่ที่เขาย้ายตัวเองมานั่งอยู่ในห้องคณะกรรมการนักเรียนแห่งนี้...ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม


("แล้วฉันก็ชอบที่จะเห็นนายเป็นแบบนี้")


คำพูดที่เมกามิบอกกับเขาตั้งแต่เมื่อเช้านี้ยังคงติดตรึงอยู่ในความทรงจำของเขามาตลอดทั้งวัน…ซึ่งแม้แต่เจ้าตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังลืมมันไม่ลงเสียที


…มันก็แค่คำชมธรรมดาๆเองไม่ใช่รึไง…จะเก็บเอามาใส่ใจทำไมขนาดนั้นล่ะ?...
…บ้าชะมัด…นี่เรากลายเป็นคนคิดมากแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย!?...


…ลืมมันซะ…ลืมมันไปซะ…เลิกคิดอะไรไร้สาระได้แล้วน่า!...


ใบหน้าหล่อคมสันต์ได้รูปขมวดคิ้วเข้าหากันจนดูยุ่งเหยิงโดยที่เขาเองก็ยังไม่รู้ตัว  เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้เขากำลังจมอยู่กับความรู้สึกสับสนในตัวเองมากพอสมควรเลยทีเดียว


“ว้าว…นี่มันทารอตมิ้นต์แคนดี้ไม่ใช่เหรอ?”  


เสียงนุ่มๆของฮาจิเมะพูดขึ้นพร้อมกับคว้าเอาลูกอมที่อยู่ในมือของฮิรุยะขึ้นมาดูด้วยความสนใจ  ทำเอาเด็กหนุ่มต้องสะดุ้งตื่นจากวังวนของความคิดในทันที


“อ๊ะ!!?”


…ว๊ากกกก!...เอาคืนมานะ!!...


“ได้ยินว่าเป็นรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นด้วยนี่นา…เจ๋งไปเลยนะ  นายไปได้มาจากที่ไหนเนี่ย?”  เจ้าของบุคลิกอ่อนโยนราวกับพระเอกในนิยายพลิกลูกอมกลับไปกลับมาพลางขยับแว่นสายตาของตัวเองไปด้วย  


"ขนาดฉันยังไปตามหาซื้อไม่ทันเลย…เพราะว่ามันขายหมดเร็วมากๆ”


“อ๋อ...เอ่อ…คือว่า…”


“ทารอตมิ้นต์แคนดี้?  มันคืออะไรน่ะ?”  คาซึโตะละสายตาขึ้นจากหนังสือที่อยู่ในมือด้วยความสนอกสนใจกับเจ้าลูกอมที่ฮาจิเมะกำลังกล่าวถึง


“อ๋อ…มันก็คือลูกอมรูปไพ่ทารอตรสมินต์ที่ผสมกับกลิ่นของดอกซากุระยังไงล่ะ  ทั้งหอมและเย็นสดชื่นมากๆเลยนะ  แถมรสชาติก็ไม่เหมือนใครเลยด้วย"


“แล้วจุดขายที่สำคัญของเจ้าลูกอมนี่นอกจากรสชาติของมันก็คือ…”  อดีตกุนซือแห่งจ๊กก๊กกล่าวพร้อมกับแตะแต้มรอยยิ้มขึ้น  


“คำทำนายที่แม่นอย่างกับตาเห็นที่อยู่ในกระดาษห่อนั่นแหละ”


“จริงรึ?”


“แน่นอน…นี่คือเหตุผลที่มันขายหมดเร็วขนาดนี้ยังไงล่ะ”


“มันก็แค่ลูกอมธรรมดาๆเองไม่ใช่เรอะ…นี่นายกลายเป็นคนงมงายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย?”  ฮิรุยะกล่าวกับหนุ่มรุ่นพี่คนสนิทแล้วหลิ่วตามองอีกฝ่ายราวกับว่าเรื่องที่เขากำลังอธิบายให้ฟังนั้นมันเป็นเรื่องไร้สาระสิ้นดี


“ฮะๆๆ...ลูกอมธรรมดากับเรื่องงมงายอย่างงั้นเหรอ?"  


"ไหนๆนายก็คิดแบบนั้นแล้ว…ถ้าอย่างนั้นฉันขอลูกอมแห่งความงมงายนี้ไปเลยก็แล้วกันนะ”  ฮาจิเมะพูดจบก็แกะลูกอมโยนเข้าปากของตัวเองทันที  เล่นเอาผู้เป็นเจ้าของต้องร้องอุทานออกมาเสียงหลงด้วยความเสียดาย…ก็เขายังไม่ทันบอกอนุญาตเลยสักหน่อย


“เฮ้ยยยยยย!!”


“อ้าว…นายร้องทำไมน่ะฮิรุยะ?  ก็นายบอกว่ามันคือลูกอมธรรมดาๆไม่ใช่เหรอ?  แล้วอีกอย่าง…ฉันคิดว่านายก็คงจะต้องซื้อตุนเก็บเอาไว้ที่บ้านอีกหลายห่อเลยแน่ๆ”  


เจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนนุ่มนิ่มหันไปกล่าวกับหนุ่มรุ่นน้องในขณะที่กำลังอมลูกอมจนแก้มตุ่ย  โดยที่อีกฝ่ายนั้นก็ทำได้แค่นั่งมองเขาตาละห้อย  


“ฉันขอนายแค่เม็ดเดียวเอง…คงไม่ว่ากันเนอะ”


…มันใช่แบบนั้นซะที่ไหนกันล่ะ…เจ้าฮาจิเมะคนบ้า!!!...

…ฮึ้ยยยย  ดีนะที่ยังเหลืออีกสองเม็ดเนี่ย!...


“อ๊ะ…ว่าแล้วก็มาดูคำทำนายของฉันกันเถอะ”  ฮาจิเมะพูดขึ้นพร้อมกับคลี่กระดาษห่อลูกอมออกมาอ่าน  ซึ่งในนั้นมีตัวหนังสือภาษาอังกฤษสีแดงเด่นชัดเขียนกำกับเอาไว้ว่า…


…Loser…
(ผู้พ่ายแพ้)


“Loser  งั้นเหรอ?  ดูเหมือนว่าฉันจะโชคไม่ดีจริงๆนะเนี่ย”


“น่าสนใจดีนี่…นายมีอีกอันรึเปล่าฮิรุยะ?”  ประธานนักเรียนดีเด่นหันไปกล่าวกับหนุ่มรุ่นน้องเสียงเรียบ  ทำเอาฮาจิเมะต้องแอบขำขึ้นมาเบาๆ  


…เฮ้ยยยย!!  ฉันเหลืออยู่แค่สองเม็ดแล้วนะเฟร้ยยย!!...


“ฮะๆๆ…นายสนใจของแบบนี้ด้วยเหรอคาซึโตะ?”


“ฉันว่ามันแปลกดี  จะว่าไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนก็คงได้…แล้วก็อยากรู้ว่าคำทำนายมันจะแม่นจริงรึเปล่า”  


คาซึโตะเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะของฮิรุยะ  ก่อนที่จะแบมือไปไว้ตรงหน้าของอีกฝ่ายอย่างหน้าซื่อๆ  


“แบ่งให้ฉันสักอันสิ”


…โอย…น้ำตาจะไหล!!...


ทายาทของผู้ทรงอำนาจแห่งแกรนด์ดาเนปจ้องมองร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาปะหลับปะเหลือก  จากนั้นจึงตัดสินใจล้วงเอาลูกอมที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อส่งไปให้กับอีกฝ่ายโดยไม่มีทางเลือก  ก็คาซึโตะดีกับเขามาตลอดขนาดนี้นี่นา…จะให้มาหวงกับลูกอมแค่อันเดียวมันก็คงจะไม่ดีนักหรอก  ถึงแม้ว่ามันเป็นของที่ค่อนข้างมีคุณค่าต่อจิตใจของเขาอยู่ก็ตาม


เดี๋ยวสิ!...มีคุณค่าต่อจิตใจอย่างนั้นหรือ?


“เอ้า…”


“ขอบใจนะ”  


เมื่อได้ลูกอมจากฮิรุยะมา  เขาก็รีบแกะมันใส่ปากโดยไม่รีรอ


“ไหน…คำทำนายของนายคืออะไรเหรอ?”  ประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมเอ่ยถามขึ้น  พร้อมกับชะโงกหน้ามาอ่านข้อความที่อยู่ในกระดาษห่อลูกอมของคาซึโตะ


…Tears…
(น้ำตา)


“น้ำตาอย่างงั้นเหรอ?”  ฮาจิเมะกอดอกแล้วทำท่าทางครุ่นคิดไปด้วย  “คนอย่างคนซึโตะน่ะเหรอจะร้องไห้?  เอ…หรือว่าจะไปทำให้สาวๆที่ไหนต้องเสียน้ำตากันแน่นะ?”


“บ้าน่า”


“ไม่แน่หรอกนะ  ก็นายน่ะทำตัวเย็นชากับพวกสาวๆซะขนาดนี้  อาจจะมีผู้หญิงบางคนที่กำลังร้องไห้ให้กับความเย็นชาของนายอยู่ก็ได้…โดยเฉพาะกับสาวๆที่เคยถูกนายปฏิเสธมาแล้ว”


“ก็ฉันไม่ได้คิดอยากจะคบใครตอนนี้นี่…ถึงต้องปฏิเสธออกไปแบบนั้น”


“เห็นมั้ยล่ะ  นายน่ะเย็นชาเกินไปจริงๆด้วย”  ชายหนุ่มหน้าตาน่ารักละมุนละไมพูดแกมเแซวเพื่อนหนุ่มคนสนิทด้วยความรู้สึกขบขันเล็กๆ  จากนั้นจึงหันมากล่าวกับฮิรุยะต่อ


“แล้วของนายล่ะ…ฮิรุยะ?”


“หะ…หา!?”


“นายก็แกะลูกอมของตัวเองกินด้วยสิ…จะได้มาดูคำทำนายกัน”


“ฉันก็ต้องกินด้วยเรอะ!?”  


ฮิรุยะชี้นิ้วเข้าหาตัวเองอย่างงงๆ  เนื่องจากลูกอมเม็ดสุดท้ายนี้เขาตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้เป็นของดูต่างหน้าซะหน่อย…แต่ไหงกลับถูกเพื่อนๆบังคับให้แกะออกมากินไปซะได้


“แกะเลยๆ”


…บ้าชะมัด!...นี่มันบ้าจริงๆ!...

…ลาก่อน…ลูกอมเม็ดสุดท้ายของยัยซื่อบื้อ...



RIP...



ในที่สุดฮิรุยะก็ต้องยอมแกะลูกอมเม็ดสุดท้ายที่มีอยู่ออกมาแล้วเอาใส่ปากของตัวเองเข้าจนได้  


ดวงตาแข็งกร้าวกวาดมองไปที่กระดาษห่อลูกอมที่อยู่ในมือ  พร้อมกับร่างสูงของหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสองคนที่ชะโงกหน้าเข้ามาแอบอ่านคำทำนายของเด็กหนุ่มไปด้วย


…Broken…
(แตกหัก)


เอ่อ...นี่มันดูแย่ที่สุดในบรรดาคำทำนายของลูกอมทั้งสามเม็ดเลยนะ!


“ดูเหมือนว่าพวกเราทั้งสามคนจะดวงไม่ดีกันทั้งหมดเลยจริงๆนะเนี่ย”  ฮาจิเมะพูดระคนเสียงหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องขำขัน


“หรือจะบอกว่าฮิรุยะไม่มีดวงในการซื้อลูกอมที่มีคำทำนายดีๆเอาซะเลยนะ” 


“อ้าว…ทำไมมาโทษฉันซะงั้นอ่ะ?”


“ฮะๆๆๆ  ฉันล้อเล่นน่า  คำทำนายก็คือคำทำนายล่ะนะ...เอาเป็นว่าเรามารอดูกันดีกว่าว่ามันจะเกิดขึ้นจริงรึเปล่า"



คำกล่าวของชีซีในร่างของเด็กหนุ่มนั้นทำให้ฮิรุยะต้องเหลือบตามองบนเพดานขึ้นมาเบาๆ




…พวกนาย…

…เอาลูกอมของฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ!...





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

62 ความคิดเห็น