ตอนที่ 41 : อีกฟากหนึ่งของโชคชะตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    28 พ.ค. 62

ณ  อีกฟากหนึ่งของโลก…(ประเทศแห่งหนึ่งในทวีปอเมริกาใต้)




          บุรุษหนุ่มรูปงามชาวตะวันตกคนหนึ่งกำลังนั่งจิบกาแฟต้นตำรับรสชาติเข้มข้นด้วยท่าทางที่ดูผ่อนคลายสบายอารมณ์  ณ ร้านกาแฟกลางแจ้งชื่อดังแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในย่านนั้น  ถึงแม้ว่าเขาจะสวมแว่นตากันแดดสีดำ  แต่มันก็ไม่ใช่อุปสรรคในการพลิกหน้าหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่บนโต๊ะอ่านไปด้วย


เรือนผมของเขาเป็นสีบลอนด์ยาวตรงสลวยประมาณเหนืออก  ยามเมื่อกระทบกับแสงแดดอันร้อนแรงมันจึงส่องประกายราวกับสีของเส้นไหมทองคำที่ดูเลอค่า  เรือนร่างสูงกำยำล่ำสันเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อได้รูปเป็นลอนสวย  ซึ่งมองเพียงแค่แวบแรกก็รู้แล้วว่าผู้เป็นเจ้าของคงต้องออกกำลังกายดูแลตัวเองมาเป็นอย่างดี…ที่ถึงแม้ว่าเขาจะสวมเพียงแค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ  ก็ทำให้ดูมีสเน่ห์เป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้อื่นได้อย่างไม่ยากเย็น


“นี่เธอ…เห็นผู้ชายคนนั้นมั้ย?”  เสียงของสตรีผมสีแดงคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะไม่ใกล้ไม่ไกลเอ่ยถามกับเพื่อนสาวชาวตะวันตกที่มาด้วยกัน  หลังจากที่นั่งมองชายรูปหล่อคนดังกล่าวอยู่นานสองนาน


“เห็นสิ  เขาดูดีมากเลยนะ  ผิวก็ดูเนียนละเอียดเปล่งปลั่งดีจัง  หุ่นก็ดูเฟิร์มแข็งแรงเหมือนพวกทหารนาวิกโยธินอะไรแบบนั้นเลยล่ะ”


“เธอก็คิดเหมือนฉันใช่มั้ย…นี่ขนาดเขาใส่แว่นกันแดดก็ยังรู้สึกได้เลยว่าเขาหล่อมากขนาดไหน”


หลังจากที่อ่านหนังสือพิมพ์ได้สักพัก  สายตาของชายหนุ่มก็ไปสะดุดกับพาดหัวข่าวเรื่องหนึ่งเข้า  เขาจึงค่อยๆถอดแว่นตากันแดดออกเพื่อพิจารณาหัวข้อข่าวที่เห็นอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง  


ในวินาทีนั้นเองจึงเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำทะเลประกายเขียวสดสวยที่ต้องแสงแดดราวกับสีของกล้องสลับลาย  แต่ทว่า…ดวงตาอีกข้างหนึ่งของเขากลับเป็นสีทองอร่ามงดงามสะดุดตาแตกต่างกับสีของดวงตาอีกข้างหนึ่งไปโดยสิ้นเชิง  ทำเอาหญิงสาวทั้งสองคนที่กำลังนั่งพูดคุยถึงเขาอยู่ต้องยกมือขึ้นทาบอกด้วยความรู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เห็น


“พระเจ้าช่วย…นี่เขามีนัยน์ตาสองสีอย่างงั้นเหรอเนี่ย?  น่าหลงใหลเป็นบ้าเลย!”

“หล่อจัง…ลองเข้าไปคุยกับเขาดูดีมั้ยนะ?"


เสียงโทรศัพท์มือถือของบุรุษผมทองดังขึ้นขัดสมาธิของเขาจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้า  ทำให้ชายหนุ่มต้องละสายตาจากหนังสือพิมพ์แล้วหยิบมือถือขึ้นมาดูชื่อของผู้ที่โทรเข้ามา  ก่อนที่เขาจะสวมแว่นตากันแดดเอาไว้เช่นเดิมพร้อมกับหยิบเอาสมอลทอล์คระบบบลูทูธขึ้นมาเหน็บเอาไว้ที่ข้างๆใบหูไปด้วย


สายเรียกเข้า : Smile G. 


“อะโลฮ่า!  ไม่ทราบว่าที่นั่นที่ไหนครับ?”  เสียงของบุรุษเพศที่อยู่ปลายสายพูดขึ้นอย่างอารมณ์ดี  ทันทีที่ชายหนุ่มรูปงามกดรับโทรศัพท์


“ถ้าไม่มีธุระอะไร…งั้นก็แค่นี้แล้วกัน”


“เฮ้ยยยย!  จะรีบวางไปไหนล่ะ!  ฉันก็แค่อำเล่นขำๆเอง  นายจะรับมุขฉันหน่อยไม่ได้เลยรึไง”


“เอาไว้ถ้ามุขของนายไม่ฝืดเมื่อไหร่  ฉันจะลองคิดดูอีกที”


“โถ่  ไอ้คนเย็นชา  ไอ้คนไม่มีอารมณ์ขัน  ไอ้คนไร้จิตวิญญาณ  ไอ้คนโหดโฉดชั่ว  ไอ้…”  เสียงของคนปลายสายพรั่งพรูคำพูดออกมาเป็นพัลวันจนเขาต้องพูดแทรกขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน…ก่อนที่จะปล่อยให้อีกฝ่ายร่ายยาวจนหูชามากไปกว่านี้


“นายมีอะไรก็รีบๆว่ามา”


“โอเค…ก็ได้ๆๆ"

"ฉันจะโทรมาถามนายเรื่องข่าวที่ออกโทรทัศน์เมื่อเช้านี้น่ะ”


“ข่าวอะไร?”


“นายต้องทำเป็นอินโนเซ้นท์ขนาดนั้นด้วยเรอะ!?  ไม่เนียนไปเรียนมาใหม่  อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะเว้ย”


เมื่อฝ่ายตรงข้ามเริ่มเปิดประเด็นยิงคำถามที่ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญออกมา  ชายหนุ่มจึงรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับวางเงินค่ากาแฟเอาไว้บนโต๊ะ  จากนั้นเขาจึงคว้าเอาเสื้อแจ็คเก็ตสีดำตัวเก่งขึ้นมาสวมแล้วเดินออกจากร้านไปในทันที  เนื่องจากเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องนี้คงไม่อาจพูดคุยให้ใครได้ยินได้


ระหว่างที่กำลังเดินไปตามถนนที่มีผู้คนบางตาลง  เจ้าของร่างสูงจึงหยิบเอาบุหรี่แบรนด์โปรดราคาแพงขึ้นมาจุดสูบไปด้วย


“นายเงียบแบบนี้หมายความว่าไง?  แปลว่าฉันคงเดาไม่ผิดล่ะสิ”  เสียงของบุรุษปลายสายยังคงป้อนคำถามเข้ามาอย่างต่อเนื่อง


“อืม”


“หึๆ…ฉันว่าแล้วเชียว  ไอ้เรื่องแบบนี้มันไม่มีใครเขาทำกันหรอก  นอกจากคนบ้าๆอย่างนายเท่านั้นแหละ”


“จะให้ทำไงได้…ก็นี่มันเป็นงานอดิเรกของฉัน”  เจ้าของมือถือตอบคำถามกลับไปอย่างไม่ยี่หระ  หลังจากที่รู้ว่าบทสนทนาของเขากับบุรุษที่อยู่ปลายสายเป็นเรื่องเดียวกัน  


และนั่นก็คือเรื่องราวของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน  ซึ่งก็นับเป็นครั้งที่ 24  แล้วในประเทศแห่งนี้  โดยฆาตกรที่ลงมือนั้นก็เป็นคนๆเดียวกันมาโดยตลอด  แต่ทางการกลับไม่เคยได้เบาะแสที่จะนำไปสู่การจับกุมตัวของผู้ก่อเหตุได้เลย  


เนื่องจากที่ผู้ลงมือก่อเหตุนั้นเป็นนักฆ่าที่ฝีมือเก่งฉกาจระดับพระกาฬและมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก  จึงไม่เคยทิ้งร่องรอยใดๆในจุดที่เกิดเหตุเอาไว้เลย  นอกจากกระดาษสีขาวแผ่นเล็กๆที่ถูกเขียนไว้ว่า  “él”  (อีล) เท่านั้น  


ทางการและรัฐบาลจึงเรียกขานชื่อของฆาตกรผู้นี้ว่า “อีล”  ตามข้อความที่ถูกทิ้งเอาไว้  ซึ่งคดีฆาตกรรมต่อเนื่องของนักฆ่าผู้นี้ก็นับเป็นคดีสะเทือนขวัญอันดับหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด  จึงทำให้ประชากรของประเทศแห่งนี้ต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา  เพราะฆาตกรยังคงลอยนวลอยู่และไม่รู้ว่าวันดีคืนดีจะโผล่มาฆ่าคนเล่นอีกเมื่อไหร่


และเรื่องที่เล่ามาทั้งหมดนั้น…ก็คือเรื่องราววีรกรรมของชายรูปงามเจ้าของนัยน์ตาสองสีผู้นี้นั่นเอง  ชื่อของเขาที่ถูกเรียกขานจากคนทั้งแผ่นดินก็คือ  “อีล”  หรือชื่อจริงก็คือ  แกริค  เบลล์  ดาห์นิโล  ชายหนุ่มวัย 27 ปีผู้ที่รักการสังหารชีวิตของผู้คนเป็นชีวิตจิตใจ  ดูภายนอกเขาก็เหมือนกับนายแบบชาวตะวันตกทั่วๆไปที่มีบุคลิกโดดเด่นและมีเสน่ห์เป็นที่ถูกตาต้องใจของเพศตรงข้าม  แต่ภายในจิตใจนั้นกลับเต็มไปด้วยความโหดร้ายอำมหิตผิดมนุษย์มนาจนน่ากลัว  ซึ่งไม่สามารถตัดสินจากรูปลักษณ์ที่เห็นภายนอกได้เลย


นอกจากนี้เขายังรับงานฆ่าคนตามใบสั่งเป็นงานอดิเรกอีกด้วย  เพียงแต่คงไม่ใช่ทุกคนหรอกที่จะมาว่าจ้างเขาได้ง่ายๆนัก  ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างจะต้องขึ้นอยู่กับดุลย์พินิจของเขาด้วย  ถ้าเขาอยากทำก็จะรับ  ไม่อยากทำก็จะไม่รับ  แต่ถ้าหากเขาได้ตกลงรับงานไหนไปแล้วล่ะก็…จะไม่มีคำว่าผิดพลาดอย่างแน่นอน  เพราะเขาทำทุกอย่างให้สำเร็จลุล่วงได้อย่างสมบูรณ์แบบเต็มร้อยเปอร์เซ็นมาโดยตลอด...โอกาสที่เป้าหมายจะมีชีวิตรอดจึงกลายเป็นศูนย์


ถึงแม้ว่าในประเทศแห่งนี้จะเกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องด้วยฝีมือของเขามากกว่า 20 คดี  แต่ดูเหมือนทางรัฐบาลจะยังไม่รู้ว่าชายหนุ่มผู้นี้ได้เคยลงมือก่อเหตุจากประเทศอื่นๆมาแล้วก่อนหน้านี้ด้วย  หากจะให้นับรวมๆแล้วก็คงไม่ต่ำกว่า 70 คดี เฉพาะแค่ในเวลาสามสี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น  โดยเฉพาะคดีล่าสุดที่กำลังถูกพูดถึงอยู่นี้...ทางตำรวจได้พบผู้เสียชีวิตถึงหกรายในที่เกิดเหตุ  แทบจะพูดได้เลยว่านักฆ่าธรรมดาๆ คงไม่สามารถทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้ง่ายๆแน่ๆ   


ผลจากการชันสูตรศพของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อมากกว่า 80% พบคราบเขม่าดินปืนที่บริเวณบาดแผลจากวิถีกระสุนปืน  ที่มักจะฝังหรือเจาะทะลุกะโหลกศีรษะปลิดชีพของเหยื่อในระยะเผาขนภายในนัดเดียว  จิตใจของผู้ที่ลงมือลั่นไกนั้นจะต้องโหดเหี้ยมถึงขนาดไหน....จึงจะสามารถเหนี่ยวไกปืนระเบิดสมองของเหยื่อที่กำลังอ้อนวอนร้องขอชีวิตอยู่ตรงหน้าคนแล้วคนเล่าได้โดยที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไร


“ไอ้ที่ผ่านมามันก็ไม่เท่าไหร่หรอก  แต่ล่าสุดนี่นายเล่นเก็บทีเดียวหกคนรวด  มันจะอุกอาจเกินไปหน่อยรึเปล่า?”  เสียงทุ้มของคนปลายสายยิงคำถามขึ้นมาอีก  “ตอนนี้ทางรัฐบาลก็กำลังร่วมมือกับพวกตำรวจสากลตามหาตัวนายกันให้ควั่ก”


“โดยเฉพาะเจ้าเดรโก้…ที่ออกทีวีป่าวประกาศเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะลากคอนายมารับโทษให้ได้”


เมื่อเดินตามทางเท้ามาได้สักระยะ  แกริคก็เดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าร้านหนึ่ง  จอโทรทัศน์ที่หันหน้าออกนอกร้านปรากฏภาพของบุคคลที่เพิ่งถูกกล่าวถึงเมื่อสักครู่  กำลังยืนแถลงการณ์อยู่ที่หน้าสำนักงานตำรวจสากล


(พล.ต.ท.เดรโก้  เอโลอิซ : รองผู้บัญชาการตำรวจสากล / ผู้อำนวยการแห่งองค์กรต่อต้านอาชญากรรมและการก่อการร้ายระหว่างประเทศ)

 
“ก็น่าสนุกดีนี่”  นักฆ่าหนุ่มกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทายราวกับว่ามันเป็นเรื่องสนุกสนาน  


“เจ้าหมอนี่ทำให้ฉันรู้สึกมีความสำคัญขึ้นมาเลยล่ะ”


“นายอย่าทำเป็นเล่นไป…ก็รู้อยู่ว่าหมอนี่มันเหมือนชาวบ้านซะที่ไหน”


ระหว่างที่กำลังสนทนากันอยู่นั้นเอง  เสียงบรรยากาศรอบข้างจากปลายสายซึ่งเป็นเสียงพูดคุยกันของผู้คนก็ดังจอแจขึ้น  จนเจ้าของเรือนผมสีทองอดที่จะถามขึ้นมาไม่ได้


“นี่นายอยู่ที่ไหน?”


“ฉันเหรอ?”  เสียงของบุรุษปลายสายขาดห้วงลงไปเล็กน้อย  ก่อนที่จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูลนลานผิดปกติ


“ฉันอยู่ที่…เอ่อ…รัสเซีย…ใช่ๆๆ  ตอนนี้ฉันอยู่ที่รัสเซียไง!”


“นายไปทำบ้าอะไรที่นั่น?  คงไม่ได้โกหกฉันแล้วไปสิงอยู่ที่คาสิโนหรอกนะ”


“ไม่ๆๆๆ  ไม่มีทางแน่นอน!  ฉันเคยสัญญากับนายไว้แล้วไม่ใช่เรอะว่าฉันจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับไอ้ของพรรค์นั้นอีก”


“ให้มันจริงอย่างที่พูด”


“สาบานด้วยเกียรติของชายรูปงาม!”  เสียงของอีกฝ่ายพูดขึ้นด้วยความมั่นอกมั่นใจจนน่าหมั่นไส้  “ถ้าฉันโกหกขอให้ฉันเป็นโสดไปตลอดชีวิตเลยก็ได้!”


ถ้อยคำอันแสนยียวนกวนประสาทนั้นทำให้เจ้าของนัยน์ตาสองสีต้องถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างเอือมระอา


“เอ้า!  แล้วนี่นายจะถอนหายใจทำไมกันเนี่ย  ฉันบอกว่าไม่ก็ไม่สิ!  เอ้างี้นะ…ตอนนี้นายอย่าเพิ่งสนใจเรื่องของฉันเลยดีกว่า  เพราะฉันยังมีอีกเรื่องนึงที่สำคัญยิ่งกว่าที่จะบอกให้นายรู้”


“เรื่องอะไร?”


“ก็เมื่อวานนี้ฉันเข้าไปในเว็ปไซต์ที่ฉันดูแลอยู่น่ะสิ  (เว็ปไซต์การติดต่อว่าจ้างงานของอีลที่ระบบเครือข่ายของทางการไม่สามารถเข้าถึงได้  เนื่องจากความสามารถส่วนตัวบางอย่างของผู้ดูแลที่เรียกได้ว่าเป็น “อัจฉริยะ”)  แล้วทีนี้มันมีสมาชิกอยู่คนนึงมาโพสต์ว่ามีงานอยากให้นายทำแถมพร้อมเปย์ซะด้วยนะ  ฉันก็เลยล็อคอินไอดีแอดมินเข้าไปตอบกลับ  แล้วก็ขออีเมล์จากเจ้าของโพสต์นั้นเอาไว้เป็นการส่วนตัว”


“พร้อมเปย์?...อย่าบอกนะว่านายตกปากรับงานให้ฉันไปแล้วก็เพราะคำๆนี้?”


“ฮ่าๆๆๆ  สมเป็นนายจริงๆ!”


“ให้ตายเถอะ”  นักฆ่าหนุ่มสบถออกมาเบาๆในขณะที่กำลังพ่นควันบุหรี่ไปด้วย  

“ทำไมนายไม่ไปทำงานแทนฉันเองซะเลยล่ะ”


“เฮ้ยยย…นายพูดอะไรแบบนั้นล่ะ  ถ้าฉันเก่งเหมือนกับนายฉันจะมานั่งทำงานหาเช้ากินค่ำอยู่แบบนี้เรอะ?  ขืนฉันเป็นคนลงมือทำเองคงโดนตำรวจจับตั้งแต่ยี่สิบนาทีแรกแหงๆ”  บุรุษปลายสายพูดกลั้วหัวเราะแบบขำๆ  


“แต่รายนี้เปย์เงินครึ่งแรกเข้ามาในบัญชีธนาคารลับของนายแล้วนะ” 

(บัญชีธนาคารลับ :  บัญชีธนาคารที่ไม่เปิดเผยชื่อเจ้าของบัญชี  ซึ่งเป็นธนาคารเถื่อนที่เก็บดอกเบี้ยและค่าดูแลรักษาบัญชีแพงมหาโหดแต่ก็คุ้มค่า…เพราะพวกนักการเมืองและนักธุรกิจที่ฉ้อโกงมักจะใช้ธนาคารแห่งนี้ในการฟอกเงินอยู่บ่อยๆ  อีกทั้งทางรัฐบาลเองก็ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลอะไรได้อีกด้วย)


“ครึ่งนึงอย่างงั้นเหรอ…เท่าไหร่ล่ะ?”


“ห้าสิบล้านเหรียญ”


“ห้าสิบล้านเหรียญ?...แปลว่าถ้าทำงานสำเร็จก็รวมค่าตอบแทนเป็นหนึ่งร้อยล้านเหรียญ?"


"ถูกต้อง!"  


ถึงแม้ว่าข้อเสนอของผู้ว่าจ้างจะฟังดูน่าสนใจและมีค่าตอบแทนเป็นเงินจำนวนมากมายมหาศาล  แต่แกริคกลับต้องใช้ความคิดในการไตร่ตรองมากยิ่งกว่าครั้งไหนๆเสียด้วยซ้ำ


"ค่าจ้างสูงขนาดนี้แปลว่างานที่จะให้ทำคงไม่ใช่งานง่ายๆแน่ๆ  นายตรวจสอบดีแล้วรึยัง?”


“แน่นอน!  ฉันตรวจสอบดูแล้วว่างานนี้ค่อนข้างหมูมากเมื่อเทียบกับงานของนายที่ผ่านๆมา”


“จริงรึ?...ฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้”


“จริงยิ่งกว่าจริงซะอีก”  


เมื่อฝ่ายตรงข้ามกล่าวจบ  เสียงรอบๆข้างของทางปลายสายก็ดังโหวกเหวกขึ้นมาจนฟังดูชุลมุนวุ่นวายไปหมด  แกริคซึ่งยังคงอยู่ในสายสนทนาจึงได้ยินเสียงตะโกนกราดก้องของบุรุษหลายคนได้อย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ


“เห้ย!  มันอยู่นั่น  รีบไปจับตัวมันมาเร็ว!!”

“ไอ้หัวขโมย!  แกโกงเงินของที่นี่อย่างงั้นเหรอ!?”

“เอาเงินของฉันคืนมานะ!!!”


…อีกแล้วรึ?...


นักฆ่านัยน์ตาสองสีถอนหายใจออกมาอีกครั้งเมื่อจับได้ว่าคู่สนทนาของเขามีเรื่องบางอย่างที่โกหกเขามาตั้งแต่ต้น  ก็แหงล่ะ...ในเมื่องานอดิเรกของเจ้าคนปลายสายมันคือการโจรกรรมยักยอกเงินนี่นา!  แล้วเขาก็มักจะชอบไปหาเหยื่ออยู่ตามคาสิโนระดับไฮเอนเสียด้วย!


อ้อ...นี่ยังไม่รวมถึงเล่ห์เหลี่ยมกลโกงที่เขาใช้ในการเล่นพนันอีกด้วยนะ!

ดูท่าทางวันนี้เขาคงจะถูกจับไต๋ได้เสียแล้วกระมัง  ถึงได้มีเสียงเอ็ดตะโรดังตามหลังขึ้นมาถึงขนาดนี้


“นั่นเสียงใคร?”


“ไม่มีอะไรหรอก”  ชายหนุ่มที่อยู่ในสายพูดระคนเสียงหอบหายใจแรงไปด้วย…ซึ่งฟังแล้วก็รู้สึกได้เลยว่าเขาคงกำลังเหนื่อยจริงๆ  


“อ้อ…รูปและข้อมูลของเป้าหมาย…ฉันส่งเข้าไปในเมล์ที่อยู่ในโทรศัพท์ของนายแล้วนะ  นายเปิดดูได้เลย”


“แค่นี้ก่อนนะ  ฉันมีธุระด่วน”  เมื่อพูดจบสายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเสียเดี๋ยวนั้น


ธุระด่วนหรือกำลังวิ่งหนีเอาตัวรอดแบบหัวซุกหัวซุนกันแน่?


“ให้มันได้แบบนี้สิ”


หลังจากที่การสนทนาทางโทรศัพท์สิ้นสุดลง  แกริคจึงเดินไปขึ้นรถของตัวเองที่จอดอยู่ห่างออกไปไม่ใกล้ไม่ไกล  ก่อนที่จะหยิบเอามือถือขึ้นมาเปิดเมล์เพื่อตรวจดูงานที่เขาจะต้องทำ  


เมื่อเห็นรูปภาพของผู้ที่เป็นเป้าหมายหรือที่เรียกว่า  “เหยื่อ”   คิ้วเรียวสวยสีน้ำตาลอ่อนนั้นจึงขมวดเข้าหากันแทบจะทันที



ชื่อ :  ชิรายูกิ  เมกามิ

อายุ : 16 ปี

Profile : บุตรสาวคนเดียวของนักธุรกิจชื่อดัง  “ชิรายูกิ  โคจิ”  ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่โรงเรียนมัธยมปลายแกรนด์ดาเนป  ชั้นปีที่1  ประเทศญี่ปุ่น


…ลูกสาวของนักธุรกิจ?...ก็คงเป็นเรื่องความขัดแย้งทางธุรกิจอย่างงั้นสินะ…


พร้อมกันนั้นทางผู้ส่งอีเมล์ฉบับนี้ก็ได้ส่งแผนผังในการเดินทาง  ที่ตั้งของคฤหาสน์ชิรายูกิ  รวมทั้งที่ตั้งของโรงเรียนมัธยมแกรนด์ดาเนปแนบมาให้อีกด้วย


และเมื่อเลื่อนสายตาลงไปอ่านที่ช่วงท้ายของเมล์  เขาก็พบกับข้อความบางอย่างที่ทางผู้ส่งเขียนเพิ่มเติมมาอีกเล็กน้อย


Smile G. : นายจะรับหรือไม่รับมันก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของนายแล้วล่ะนะ  แต่ที่แน่ๆฉันคงไม่คืนเงินให้กับผู้ว่าจ้างหรอก  แต่ถ้านายจะไม่รับงานนี้ก็บอกฉันด้วยก็แล้วกัน  ฉันจะได้อายัดเงินเอาไว้กับฉันเองทั้งหมด


ปล.ฉันไม่บังคับนายหรอก  สบายใจได้


อืม  เขาไม่ได้บังคับเลยจริงๆ




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #32 Rawiwanzc (@Rawiwanzc) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:26
    เอาล่ะ เริ่มมีความเจ้มจ้นขึ้นแล้ว

    แต่ประเด็นที่น่าสงสัยก็คือ...ใครสั่งฆ่าเมกามิ?
    #32
    1
    • #32-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 41)
      18 เมษายน 2562 / 10:16

      ใครกันนะ
      #32-1
  2. #31 bozt (@bozt) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 21:49

    รักหวานๆ แต่มีอะไรมาเซอไพร้ซ์อีกแล้ว ............

    #31
    1
    • #31-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 41)
      18 เมษายน 2562 / 00:37

      จิตใจทำด้วยอะไรกันนะ 555
      #31-1