ตอนที่ 40 : เพียงแค่หนึ่งคำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    28 เม.ย. 62

สวัสดีค่าาาาา~~~


พอดีว่าไรท์ไม่ได้ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ไหนเลย  (เอาแต่นอนอืดอยู่บ้าน)

เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุเกินกว่าที่ไขมันในร่างกายจะทานทนไหว  จึงทำให้ไรท์ตัดสินใจนอนเขียนนิยายอยู่ที่บ้าน

แล้วก็ดันปั่นเสร็จทันพอดี  ไรท์ก็เลยเข้ามาอัพวันนี้ให้เป็นพิเศษนะคะ  ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครเรียกร้องก็ตาม  (ไม่มีใครเรียกร้องรึไม่มีใครอ่านกันแน่ยะ! 555)

ป่ะๆๆ  อ่านตอนต่อไปกันดีกว่า  เบื่อไรท์เวิ่นเว้อเกิ้นนนน










          ร่างสูงสง่าที่แสนสมบูรณ์แบบของเจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนปทั้งสามก้าวเดินออกมาจากอาคารกลางของโรงเรียนพร้อมๆกัน  หลังจากที่ประธานนักเรียนทั้งสองคนได้พาเด็กหนุ่มรุ่นน้องคนสนิทไปทำการขอขมาลาโทษผู้เป็นอาจารย์จากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้  ซึ่งคำตอบที่ได้ออกมาก็เป็นไปตามคาด…เพราะพวกเขาย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าชูเฮย์นั้นเป็นคนที่มีความสุภาพอ่อนโยนและมีความเมตตามากแค่ไหน  คำว่า “ให้อภัย” จึงถูกเอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของเขาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก

ทางด้านของฮิรุยะก็เอาแต่เงียบเสียงมาตลอดนับตั้งแต่ตอนที่ถูกผู้เป็นบิดาต่อว่าตำหนิติเตียนด้วยถ้อยคำที่ค่อนข้างรุนแรง (สำหรับเขา) หากแต่มันก็เต็มไปด้วยเหตุผลและความถูกต้องจนเขาไม่สามารถที่จะหาข้อโต้แย้งใดๆได้  ใบหน้าขาวเนียนเรียบที่ดูสะอาดสะอ้านแทบไม่ต่างจากผิวของอิสตรีเริ่มมีหยาดเหงื่อเม็ดเบ้งผุดพรายขึ้นในระหว่างที่เขากำลังก้าวเท้าเดินตรงไปยังที่หมาย  ทั้งชีพจรและสมองของเขาเริ่มทำงานอย่างไม่เป็นระบบระเบียบ  เมื่อความรู้สึกกดดันและความสับสนถาโถมเข้ามาใส่พร้อมๆกัน  มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้เลย

ทั้งสามหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องเรียนของชั้นปีที่ 1/5  โดยที่มีฮาจิเมะเป็นคนแอบชะโงกมองเข้าไปในห้องเพื่อดูว่าเด็กสาวผู้ที่เป็นเป้าหมายยังอยู่ในนั้นหรือไม่  แต่ถึงกระนั้นเสียงพูดคุยฮือฮาของเด็กสาวคนอื่นๆ ที่เดินผ่านกันไปมาก็ยังคงดังอื้ออึงอยู่เป็นระยะๆ  เรียกได้ว่าพอพวกเขาไปปรากฏตัวอยู่ที่บริเวณไหนของโรงเรียน…ก็ต้องมีเสียงกรี๊ดตามมาอย่างแน่นอน

“เธอยังอยู่ในห้องเรียนจริงๆด้วย”  ชีซีในร่างของทายาทแห่งตระกูลโฮชิงากิหันมาบอกกับหนุ่มรุ่นน้องคนสนิท  

“นายพร้อมไหม…ฮิรุยะ?”

อืม…แต่ถึงยังไงตอนนี้ก็คงจะพูดว่าไม่พร้อมไม่ได้แล้วล่ะนะ…ก็ในเมื่อสถานการณ์มันบังคับซะขนาดนี้

นัยน์ตาสีนิลที่เคยฉายแววของความโอหังมาโดยตลอดบัดนี้แทบจะไม่มีเค้าเดิมหลงเหลือให้เห็น  เขาไม่ได้เอ่ยตอบคำใดๆกลับมา…หากแต่ยังคงยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น   ภายใต้สายตาของคาซึโตะที่แอบเป็นห่วงเขาอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน


จากนั้นไม่นานนัก…เจ้าของร่างบางก็ก้าวเดินออกมาจากห้องเรียนของตนเอง  เมื่อดวงตากลมโตคู่สวยปะทะเข้ากับร่างของประธานนักเรียนทั้งสองก็ทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจเล็กๆ   แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังไม่ชายตามองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงกลางอย่างฮิรุยะเลยแม้แต่น้อย

“ชิรายูกิ…มาพอดีเลย”  ฮาจิเมะรีบร้องทักขึ้นทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินออกมา

“รุ่นพี่…มีอะไรเหรอคะ?”

“อ๋อ…คือว่า…”  เจ้าของท่วงท่าอบอุ่นชำเลืองตามองเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้างๆในชั่วขณะหนึ่ง  ก่อนที่จะหันมาพูดกับเด็กสาวต่อ  

"ฮิรุยะ…มีเรื่องอยากจะคุยกับเธอน่ะ”

แต่ทว่าคำกล่าวของหนุ่มรุ่นพี่กลับทำให้เมกามิต้องเบนสายตามองไปทางอื่นด้วยท่าทีที่ดูเฉยเมยไร้ความรู้สึกเสียจนน่าตกใจ  “ถ้าอย่างนั้น…ฉันต้องขอโทษรุ่นพี่ด้วยนะคะ”

"แต่ฉันคงไม่มีธุระอะไรที่จะคุยกับเขาหรอกค่ะ"

“ขอตัวก่อนนะคะ”  ดรุณีคนงามโค้งศีรษะลงเล็กน้อย  ก่อนที่จะเดินหันหลังให้กับอีกฝ่ายโดยที่ไม่สนใจจะรับฟังอะไรทั้งสิ้น  พาให้พวกเขารู้สึกใจคอไม่ดีเอาเสียเลย  และดูท่าทางว่านี่คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว

ในเวลาปกติดูเป็นผู้หญิงนุ่มนิ่ม  อ่อนหวาน…แต่พอถึงเวลาโกรธขึ้นมา…ก็ยากที่จะงอนง้อเหมือนกัน

เมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาวดังนั้นแล้ว  คาซึโตะจึงรีบเดินอ้อมมายืนขวางหน้าเธอเอาไว้ทันที  ทำให้เจ้าของร่างงามต้องชะงักฝีเท้าลงเสียก่อน

“…เดี๋ยว”

"รุ่นพี่เทนโจ..."

“ถ้าหากเธอยังโกรธอยู่ก็ไม่เป็นไร…ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอดี”  ประธานนักเรียนแห่งแกรนด์ดาเนปกล่าวขึ้นเสียงเรียบก่อนที่จะยื่นเอกสารย้ายโรงเรียนของฮิรุยะให้กับเด็กสาว 

“แต่ยังไงเธอก็ช่วยสละเวลาอ่านมันสักนิดนึงได้รึเปล่า?”

หลังจากที่ชายหนุ่มพูดจบ  ดรุณีน้อยจึงรับเอกสารนั้นมาเปิดอ่านตามคำขอร้องของเขา

…เอกสารส่งตัวย้ายไปเรียนที่อื่น?...



“แล้วทำไมถึงเอามาให้ฉันอ่านล่ะคะ?”  เมกามิเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่อ่านเอกสารในมือจนจบ  โดยที่นัยน์ตาหวานซึ้งนั้นหลุบลงไม่ยอมสบตากับผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า  

“ดูแล้วมันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลยสักนิด”  

“เกี่ยวสิ…นี่มันเกี่ยวกับเธอโดยตรงเลยล่ะ”

“เกี่ยวยังไงคะ?”

“คำพูดของเธอในตอนนี้…มันจะมีผลในการชี้ชะตาของฮิรุยะเป็นอย่างมาก”  ทายาทแห่งตระกูลมาเฟียจ้องมองใบหน้าสวยหวานแน่นิ่ง  “นั่นมันก็เป็นเพราะ…”

“คุณอาได้ยื่นคำขาดเอาไว้ว่า…คำกล่าวให้อภัยจากเธอเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  ที่จะทำให้ฮิรุยะยังคงเรียนอยู่ที่นี่ต่อไปได้”  

คาซึโตะกล่าวอธิบายให้เด็กสาวได้ฟัง  ในขณะที่ฮาจิเมะนั้นก็แอบเหลือบตามองไปทางหนุ่มรุ่นน้องที่ยังคงเอาแต่ยืนนิ่งเงียบอยู่…ทั้งๆที่ความจริงเขาน่าจะพูดในสิ่งที่ควรพูดได้แล้ว

เมกามิแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ  ดวงตาดำขลับที่บัดนี้แลดูว่างเปล่าจับจ้องใบหน้าของหนุ่มรุ่นพี่แน่นิ่ง  จริงอยู่ที่เธอตัดสินใจเล่าเรื่องราวที่เป็นปัญหาระหว่างเธอกับฮิรุยะให้ผู้เป็นบิดาได้ฟัง  แต่มันไม่ใช่เพื่อที่จะให้คนอื่นมาออกหน้าแทนแบบนี้สักหน่อย

“รุ่นพี่นี่…ดูแล้วคงจะรักน้องๆมากเลยนะคะ  ถึงได้เป็นปากเป็นเสียงให้กับคนที่รักได้ทุกอย่างเลย”

…ทั้งๆที่เจ้าตัวยังไม่คิดที่จะพูดอะไรออกมาเลยสักคำ!...

“แต่ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้รุ่นพี่ต้องผิดหวัง”  หญิงสาวโค้งศีรษะลงเล็กน้อยแล้วจึงยื่นเอกสารที่อยู่ในมือคืนให้กับคาซึโตะ  ก่อนที่จะก้าวเดินออกมาจากตรงนั้นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น  ท่ามกลางสายตาของประธานนักเรียนทั้งสองที่ได้แต่ยืนอึ้งไปกับสิ่งที่ได้ยิน

…ใจแข็งเอาเรื่องเลยนะเนี่ย…ฮิรุยะ…ใจคอนายจะเอาแต่ยืนเงียบแบบนี้ไปตลอดเลยจริงๆเหรอ?...

ฮาจิเมะกล่าวพึมพำอยู่ในใจ  นัยน์ตาสีน้ำตาลอบอุ่นก็ทำได้แค่จ้องมองเจ้าของแผ่นหลังบางที่กำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆเท่านั้น



แต่ทว่าสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็ได้เกิดขึ้น  เมื่อฝ่าเท้าเรียวยาวของฮิรุยะเริ่มขยับก้าวออกไปข้างหน้าอยู่หลายต่อหลายก้าว  ก่อนที่เสียงทุ้มอันทรงพลังจะตะโกนดังก้องกังวานจนได้ยินกันไปทั่วทั้งชั้นเรียน





“ฉันขอโทษ!!!”




และมันก็ได้ผล...เมื่อเสียงของเจ้าชายคนเล็กแห่งแกรนด์ดาเนปสามารถทำให้เมกามิหยุดเท้าลงได้จริงๆ  แต่เธอก็ยังไม่คิดที่จะหันกลับมามองผู้ที่ยืนอยู่ข้างหลัง

ในขณะเดียวกันนั้นเอง…ฮาจิเมะก็รีบจัดแจงหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดบันทึกวีดีโอเอาไว้ทันทีโดยที่ไม่รู้ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร  แต่เหตุการณ์เช่นนี้คงมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นที่จะได้เห็น  ยังไงก็กดบันทึกไปก่อนก็แล้วกัน…เผื่อว่าบางทีเธออาจจะเปลี่ยนใจขึ้นมาในตอนหลังก็เป็นได้


“ฟังนะ…!”


“ฉันรู้ว่าเธอไม่มีทางยกโทษให้หรอก!!!  แล้วฉันก็ทำใจพร้อมที่จะไปจากที่นี่อยู่แล้ว!!!”  


นายน้อยแห่งตระกูลโยชิฟุมิตะโกนอยู่ข้างหลังของเด็กสาวรุ่นน้องเสียงดังเสียจนทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นต้องหันมาจ้องมองกันด้วยความสนอกสนใจ  

ฝ่ามือหนารวบกำเข้าหากันแน่นและสั่นเทาเบาๆในขณะที่กำลังพูดไปด้วย  ซึ่งเขาเองก็ไม่อาจคาดเดาได้หรอกว่าคำตอบของเธอมันจะออกมาเป็นแบบไหน  แต่เขาก็ยังพยายามพูดในสิ่งที่ควรจะพูด...ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยพูดแบบนี้กับใครเลยก็ตาม

ดูเหมือนว่าเขาคงจะได้คิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอดทั้งช่วงบ่ายแล้วสินะ  

“แต่ฉันก็แค่…!”


“แค่…จะบอก!”


“คือว่าฉัน…!”


“ฉัน…!”


"ฉัน...!"





“ขอโทษ…สำหรับทุกอย่าง!!”




“แค่นี้แหละ…”  ฮิรุยะกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาลง  จากนั้นเขาจึงหันหลังเดินออกไปจากตรงนั้นโดยที่ไม่รอฟังคำตอบใดๆจากอีกฝ่าย


หลังจากที่เสียงของฮิรุยะเงียบลงไป  ในที่สุดเมกามิจึงตัดสินใจหันหลังกลับมา  ก่อนที่เธอจะเป็นฝ่ายตะโกนไล่หลังเขากลับไปบ้างในที่สุด


“นายมันเป็นคนไม่เอาไหน!  ไม่ได้เรื่องสักอย่างเลยจริงๆ!”


และนั่นก็ทำให้อีกฝ่ายต้องหันกลับมามองเธอด้วยสีหน้าที่ดูตกใจแทบจะทันที...


“ตลอดเวลาที่ผ่านมา…ถึงนายจะคอยเอาแต่กวนประสาทฉันขนาดไหน  แต่ฉันก็ยังพยายามที่จะมองแต่ด้านดีๆของนาย…เพราะลึกๆแล้วฉันยังเชื่ออยู่เสมอว่านายต้องไม่ใช่คนเลว  นายเคยรู้บ้างรึเปล่า!?”

“ไม่ว่าจะเป็นตอนที่นายเคยเข้ามาช่วยฉันเอาไว้จากพวกรุ่นพี่ในตอนนั้น…ฉันเชื่อมาเสมอว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ  แต่มันเป็นความตั้งใจของนายที่จะเข้าไปช่วยฉันจริงๆ!”  

“หรือจะเป็นตอนที่นายเคยมายืนรอฉันเกือบสองชั่วโมงในตอนกลับบ้าน  ฉันก็ยังคงเชื่อว่าการที่นายอดทนได้ถึงขนาดนี้…ถ้านายเป็นคนไม่ดีจริงๆ  นายคงจะไม่ทนทำแน่ๆ!”

บุตรีของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือขึ้นมาเล็กน้อย  ในขณะที่ฮิรุยะเองก็ได้แต่ยืนตกตะลึงไปกับสิ่งที่ได้ยิน  เพราะนึกไม่ถึงว่าเด็กสาวที่เขาเอาแต่ตามหาเรื่องมาตลอด  จะยังคงมองเขาในแง่ดีได้ถึงขนาดนี้

ในวินาทีนั้นเองที่ความรู้สึกละอายใจได้ก่อตัวขึ้นภายใต้ความรู้สึกนึกคิดของเขาแทบจะทันที  แล้วเขาจะเคยรู้บ้างหรือไม่...ว่าในตอนนั้น...ตอนที่เธอเคยบอกให้เขาคอยดูแลเธอแค่ตอนเช้าเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่ต้องเข้ามาหาเธอในตอนพักเที่ยงและตอนเลิกเรียน...มันหมายความว่าอย่างไร?

ใช่...ก็เพราะเธอยังอยากให้เขาใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนได้อย่างสบายใจและเป็นอิสระ  อย่างน้อยๆเขาก็ยังไม่ต้องสละเวลาว่างเพื่อมาทำในสิ่งที่เขาไม่อยากทำยังไงล่ะ  

โดยเฉพาะในวันที่เขาเคยมายืนรอเธอเสียจนเย็นย่ำค่ำมืด...มันทำให้เธอรู้สึกสงสารเขาขึ้นมาจนจับใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็น  แต่พอได้ยินวาทะอันแสบสันต์ของเขาเท่านั้นแหละ...เธอก็เลือกที่จะไม่พูดจาดีๆกับเขาอีกเลย

แต่ทว่าในทางกลับกัน…สิ่งที่เด็กสาวได้กล่าวออกมานั้นก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องเช่นกัน  เนื่องจากในวันนั้นเขาตั้งใจเข้าไปช่วยเธอเอาไว้จากพวกรุ่นพี่กลุ่มนั้นจริงๆ  แต่เขาก็ยังคงเลือกที่จะพูดปฏิเสธและไม่มีทางที่จะยอมรับมันแต่โดยดี…ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไม


“แต่สิ่งที่ฉันได้กลับมาจากการที่มองนายในแง่ดี…ก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้อย่างงั้นเหรอ!?"


"ทั้งๆที่ฉันไม่เคยคิดที่จะเกลียดนายเลยสักครั้ง!  แต่นายน่ะ...จงเกลียดจงชังฉันมากเลยใช่มั้ย!?"


“ฉันขอโทษ…”   ชายหนุ่มได้แต่กล่าวคำขอโทษขึ้นมาอีกครั้ง  เพราะคงไม่มีคำใดที่จะรังสรรค์ออกมาได้ดีไปกว่าคำๆนี้อีกแล้ว


“ทั้งๆที่นายทำให้ฉันต้องรู้สึกแย่มาตลอด!...”  

เมกามิเดินตรงเข้ามาหาหนุ่มรุ่นพี่คู่กรณีพร้อมกับดึงเอาเอกสารส่งตัวออกมาจากมือของคาซึโตะ  จากนั้นเธอจึงฉีกมันให้ขาดออกเป็นชิ้นๆแล้วขยำให้เป็นก้อน  ก่อนที่จะขว้างปาเข้าไปที่ร่างของอีกฝ่าย  

“แต่ทำไม…”




“สุดท้ายแล้วฉันก็ยังเลือกที่จะยอมให้อภัยคนอย่างนายอยู่ดี!?”



คำพูดของเมกามิทำให้ประธานนักเรียนทั้งสองคนต้องรู้สึกโล่งใจไปตามๆกัน  ฮาจิเมะเองก็แอบแตะแต้มรอยยิ้มบางเบาให้กับหนุ่มสาวทั้งสอง  การที่เธอกล้าทำลายเอกสารสำคัญซึ่งนับว่าเป็นตัวชี้ชะตาของฮิรุยะได้ถึงขนาดนี้...ก็นับว่าเป็นคำตอบที่แน่ชัดแล้วสินะ

จะว่าไปเธอก็เท่ห์และคูลสุดๆไปเลยนะเนี่ย


“ถ้าหากนายหัดมองคนอื่นในแง่ดี…รู้จักลดทิฐิในตัวเองลง…รับฟังความคิดเห็นของคนอื่นบ้าง…”

“เรียนรู้ที่จะพูดคำว่าขอโทษ…ยินยอมที่จะให้อภัย…"

"เรื่องแย่ๆแบบนี้ก็คงจะไม่เกิด”  ดรุณีน้อยกล่าวกับหนุ่มรุ่นพี่ให้เป็นแง่คิด

“สิ่งที่ฉันรอฟังจากนายอยู่…ก็คือคำว่าขอโทษ…มันก็แค่นั้น”


หลังจากที่เหตุการณ์ตรงนั้นเริ่มสงบลง  อดีตเทพธิดาในร่างของเด็กสาวจึงหันหลังเดินกลับออกไปเช่นเดิม  แต่ทว่าเสียงทุ้มของอีกฝ่ายก็ได้พูดขึ้นตามหลังเธอมาด้วยอีกครั้ง

“ชิรายูกิ!”

“ขอบคุณนะ!”  

ทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่แห่งแกรนด์ดาเนปโค้งศีรษะลงเป็นการแสดงความเคารพให้กับความเมตตาและความใจดีของเด็กสาว  โดยที่ไม่ได้สนใจอีกต่อไปแล้วว่าใครจะยืนดูอยู่บ้าง  ซึ่งความรู้สึกที่เกิดขึ้นในเวลานี้…มันทำให้เขาเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกของเอริที่มีต่อเมกามินั้นมันเป็นเช่นไร

“ขอบคุณจริงๆ!”

…ขอบคุณที่ยังยอมให้โอกาสฉันอยู่…


คำพูดของฮิรุยะทำให้หญิงสาวต้องหยุดเท้าลงชั่วครู่หนึ่ง  ก่อนที่เธอจะกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้แล้วเดินหายออกไปจากตรงนั้นจริงๆ  

"ที่ฉันยอมยกโทษให้…มันไม่ใช่เพราะนายซะหน่อย”  

“แต่มันเป็นเพราะความพยายามของรุ่นพี่เทนโจกับรุ่นพี่โฮชิงากิต่างหากล่ะ”

เจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนปทั้งสามจ้องมองแผ่นหลังของเด็กสาวจนกระทั่งเธอหายลับจากสายตาไป  โดยที่ลึกๆในใจของพวกเขานั้นก็รู้ดีอยู่แล้ว...ว่าสิ่งที่เธอพูดออกมาเมื่อสักครู่นี้มันไม่ใช่เรื่องจริงเลยสักนิด


“ดีใจด้วยนะ…ฮิรุยะ”  ฮาจิเมะระบายยิ้มออกมาด้วยความดีอกดีใจ  แต่ทว่าพอหันไปมองหนุ่มรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้างๆ  ก็พบว่าน้ำตาหยดหนึ่งได้ร่วงหล่นลงมาจากนัยน์ตาสีนิล  โดยที่เจ้าตัวเองก็ยังไม่ทันได้รู้ตัว

“อะ…อ้าว  ไหงเป็นงี้ไปได้”

“หืม?”  

ฮิรุยะพูดเสียงเบาก่อนที่จะยกฝ่ามือขึ้นมาสัมผัสกับหยดน้ำตาที่ทำลายความหยิ่งยะโสของตัวเองลงได้จนหมดสิ้นอย่างน่าประหลาดใจ

“ฮะๆ  นี่มันบ้าไปแล้ว…คนอย่างฉันเนี่ยนะ?”

คาซึโตะเมื่อเห็นอากัปกิริยาของหนุ่มรุ่นน้องคนสนิทเช่นนั้นแล้วจึงพูดขึ้นมาบ้าง  

“นายคงได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจากเด็กคนนั้นแล้วใช่ไหม?”

ทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่พยักหน้าเบาๆก่อนที่จะตอบกลับมา  

"อืม”

“ขอบคุณพวกนายทั้งสองคนมากๆเลยนะ  คาซึโตะ…ฮาจิเมะ”

“นี่…ไม่ทันไรนายก็พูดขอบคุณขึ้นมาซะแล้ว  ดูเหมือนว่านายเปลี่ยนไปจริงๆด้วย…ฮะๆๆ”  ฮาจิเมะพูดหยอกเย้าชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ  ทำให้เขาต้องหัวเราะตามขึ้นมาเบาๆ ด้วยความแปลกใจในตัวของตัวเอง

“…นั่นสินะ”

“เอาล่ะ…เลิกเรียนวันนี้เราจะไปกินอะไรกันดี  ว่าแต่นายต้องเลี้ยงพวกเราด้วยนะฮิรุยะ”

“หา…ฉันเรอะ!?”

“ก็ใช่น่ะสิ”


จากนั้นเจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนปทั้งสามจึงเดินออกมาจากตึกเรียนของชั้นปีหนึ่งด้วยหน้าตาที่ดูมีความสุขแตกต่างจากตอนแรกโดยสิ้นเชิง  ก็เพราะเรื่องราวทุกอย่างคลี่คลายลงไปได้ด้วยดี…และดูเหมือนว่าน้องชายคนเล็กของเขาจะมีความเปลี่ยนแปลงในนิสัยใจคอหลายๆอย่างไปด้วย







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #27 bozt (@bozt) (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 21:59

    พูดคำนั้น เป็นกะเขาได้ด้วยรึ เมกามิจัง น่าจะตบสักฉาด......

    #27
    1
    • #27-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 40)
      15 เมษายน 2562 / 23:15

      เทพธิดามักมีความเมตตาเป็นที่ตั้งนะคะ 555
      #27-1