ตอนที่ 37 : วีรกรรมใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 เม.ย. 62

เช้าวันถัดมา



          ฮิรุยะยืนทำหน้าที่จำเป็นอยู่ข้างๆกำแพงโรงเรียน  นัยน์ตาดำสนิทที่ฉายแววของความแข็งกร้าวก้มลงมองนาฬิกาข้อมืออยู่หลายต่อหลายครั้ง  สลับกับการกวาดตามองไปตามถนนที่อยู่เบื้องหน้า  ก่อนที่รถยนต์ของผู้ที่เป็นเป้าหมายจะแล่นมาถึง


เมื่อบุตรีของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลก้าวลงจากรถมา  เขาจึงรีบขยับร่างของตนเองเข้าไปใกล้ๆกับตำแหน่งที่จอดรถในทันที


“ไง…วันนี้เธอมาเร็วกว่าที่คิดนะ”


“…..”  


หากแต่ไม่มีเสียงใดๆจากอีกฝ่ายเลยที่จะเอื้อนเอ่ยตอบกลับมา  เด็กสาวเดินเข้าไปในโรงเรียนโดยที่ไม่ได้ชายตามองหนุ่มรุ่นพี่เลยแม้แต่น้อย  เหมือนเขาไม่มีตัวตน  ซึ่งนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มต้องรู้สึกใจคอไม่ดีขึ้นมาตะหงิดๆ  ก็ในเมื่อเวลาปกติแล้วเธอมักจะมีปฏิกิริยาตอบสนองกับทุกคำพูดของเขาอยู่เสมอเลยนี่นา


…ให้ตายสิ…ท่าทางจะยังไม่ยอมหายโกรธง่ายๆซะด้วย…
…แบบนี้ถ้าพ่อรู้เข้ามีหวัง...งานเข้าอีกแน่ๆ...


“นี่…หายโกรธได้แล้วน่า  ฉันก็แค่ล้อเล่นนิดๆหน่อยๆเอง”  จอมยะโสแห่งแกรนด์ดาเนปพูดพร้อมกับเดินสาวเท้าไวๆตามหลังดรุณีคนงาม  


“ใครจะไปคิดล่ะว่าเธอจะเซ้นซิทีฟขนาดนั้น”


แต่ทว่า…คำพูดของเขาก็เป็นได้แค่เสียงของสายลมที่พัดผ่านไปมาเท่านั้น  เมื่อเมกามิยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆเหมือนไม่ได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดเลยสักคำ


“ฉันยอมให้เธอเข้าไปเป็นคณะกรรมการนักเรียนก็ได้  จะไม่พูดอะไรอีกแล้ว…ตกลงมั้ย?”


มาถึงจุดนี้เขาคงจะรักตัวกลัวตายแล้วสินะ  ถึงได้ยอมอ่อนข้อให้เธอขนาดนี้


“…..”


“นี่รู้มั้ย…ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยง้อใครขนาดนี้เลยนะ  เธอควรจะดีใจรู้เปล่า”  ฮิรุยะพูดแล้วแอบลอบสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่าย  แต่เธอก็ยังคงเอาแต่เงียบเหมือนเดิม


…ยัยนี่  เอาใจยากเย็นจริงๆ  ฉันชักจะเริ่มหมดความอดทนเหมือนกันแล้วนะ!...

แล้วกัน...ทำใจดีสู้เสือได้ไม่ทันไร  ความหัวร้อนก็เข้าครอบงำเสียแล้ว


จากนั้นทั้งสองคนก็เดินกันไปอย่างเงียบๆ  แต่เธอจะรู้บ้างไหมว่าการที่เธอทำเมินเฉยแบบนี้มันทำให้เขาหงุดหงิดจนหัวแทบจะระเบิดอยู่แล้ว


และแน่นอน...ว่าคนอย่างฮิรุยะคงไม่มีความอดทนมากพอที่จะเก็บความรู้สึกเอาไว้ได้นานนักหรอก



“นี่!  เธอจะเอายังไงก็พูดมาสิ!”


ในที่สุดทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่ก็เริ่มหมดความอดทนลง  ชายหนุ่มจึงคว้าเรียวแขนบางๆที่อยู่ภายใต้ชุดยูนิฟอร์มของหญิงสาวให้เธอหันมาเผชิญหน้ากับเขา  ท่ามกลางสายตาของเด็กนักเรียนหลายสิบคนที่เห็นเหตุการณ์นั้นเข้าอย่างพอดิบพอดี  


“เล่นเอาแต่อมพะนำแบบนี้  ฉันจะไปรู้ได้ไง!?”


“อยากให้ฉันทำอะไรก็บอกมาสิ!”  แววตาแข็งกร้าวจับจ้องใบหน้าหวานๆของคนตรงหน้าอย่างต้องการคำตอบ


“โห้…คู่สามีภรรยาทะเลาะกันตั้งแต่เช้าเลยแฮะ”  เสียงของเด็กนักเรียนชายชั้นปีสามที่ไม่ค่อยชอบในตัวของฮิรุยะพากันพูดซุบซิบขึ้น  เมื่อเห็นอากัปกิริยาของหนุ่มสาวทั้งสอง


“นายจะบ้าเหรอ  สามีภรรยาอะไรกัน  นู่น…ลูกชาย ผ.อ.ต่างหากที่เป็นตัวจริง  ไอ้หมอนี่อย่างมากก็คงได้แค่มาตามตื้อแล้วน้องเขาไม่เล่นด้วยมากกว่า”


“เออ…จริงของนายว่ะ  ฮ่าๆๆๆ”  


จากนั้นรอบๆตัวของฮิรุยะและเมกามิก็มีแต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ฮือฮากันไปหมด  ทำเอาประธานนักเรียนรูปหล่อทั้งสองคนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาในโรงเรียนต้องหันไปมองตามด้วยความสนเท่ห์  พวกเด็กๆกำลังมุงดูอะไรกันอยู่นะ?


“หืม…เดี๋ยวนะ”


“นั่นมันฮิรุยะกับชิรายูกินี่  คงไม่ได้ทะเลาะกันอีกแล้วหรอกนะ”  ฮาจิเมะเป็นฝ่ายกล่าวขึ้นเมื่อเห็นเด็กรุ่นน้องทั้งสองคนกำลังยืนประจันหน้ากันอยู่ไกลๆ  “ฉันล่ะเป็นห่วงจริงๆ”


“ไปดูกันเถอะ…คาซึโตะ”


“อืม…”


ในขณะเดียวกันนั้นเอง  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็ได้ผ่านเข้าสู่สายตาของยาสึชิที่กำลังนั่งอยู่ตรงริมหน้าต่างของห้องเรียน  เขาเห็นทั้งคู่เดินเข้ามาในโรงเรียนพร้อมๆกันก็จริง  แต่ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่อย่างที่คิดเสียแล้ว  เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจรีบเดินลงไปยังที่บริเวณนั้นทันที  เผื่อว่ามันจะมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้น


นัยน์ตากลมโตเปล่งประกายจ้องมองเจ้าของใบหน้าเย่อหยิ่งอย่างเอาเรื่อง  ก่อนที่จะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบใส่คนตรงหน้า


“…ปล่อย”


“ฉันไม่ปล่อย!”  ทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่ตอบกลับมาเสียงดังโดยที่ยังไม่ยอมละการกระทำลง  ฝ่ามือหนาๆนั้นกลับกระชับเรียวแขนบอบบางแน่นขึ้นไปอีก  


"จนกว่าเธอจะยอมพูดกับฉันดีๆก่อน!”


“ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนายทั้งนั้น”  ดรุณีคนงามบอกกับหนุ่มรุ่นพี่ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเต็มไปด้วยความเย็นชาเช่นเดิม  “ฟังให้ดีนะ…”


“นายน่ะ...ไม่ต้องมาคอยดูแลอะไรฉันอีกแล้ว”


“เธอว่ายังไงนะ!?"


“ตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป  ถือว่าฉันกับนายไม่เคยรู้จักกัน”  


พอกล่าวจบเธอก็พยายามขยับแขนของตัวเองไปมาเพื่อให้พ้นจากการเกาะกุม  เมื่อแอบชำเลืองตามองไปรอบๆก็พบว่าพวกเด็กนักเรียนที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็จ้องมองมาด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น  ทำให้เธอต้องรู้สึกอับอายกับการที่ต้องตกเป็นเป้าสายตามากขึ้น…มากขึ้นทุกที


“ปล่อยสิ!”


“ไม่!”


“นายไม่เข้าใจที่ฉันพูดรึไง!”


“เธอพูดเองเออเองตามอำเภอใจแบบนี้ได้ไง!?”  เจ้าของร่างสูงสง่างามเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ดูยุ่งเหยิง  น้ำเสียงแข็งกร้าวของเขาแผดก้องเสียงดังเสียจนเด็กนักเรียนหลายๆคนยังต้องแอบสะดุ้ง 


“เธอไม่มีสิทธิที่จะมาไล่ให้ฉันไปไหนได้ทั้งนั้น!”


เมกามิหยุดการกระทำลงครู่หนึ่ง  เธอจ้องมองใบหน้าหล่อๆนั้นด้วยแววตาเอาจริงเอาจัง  จากนั้นจึงพูดตอบอีกฝ่ายกลับไป


“นายจะทำเป็นโง่ไปถึงไหน…โยชิฟุมิ”


“ยังไม่รู้อีกเหรอว่าสิ่งที่ฉันบอกกับนายไป…มันหมายความว่ายังไง”


ริมฝีปากรูปหัวใจสีอ่อนระเรื่อขยับยกพูดขึ้นช้าๆชัดๆ  เพื่อชี้แจงให้เขาเข้าใจอย่างชัดแจ้งอีกครั้ง




“ฉันเกลียดนาย”





“ไม่อยากเห็นหน้า…ไม่อยากได้ยินแม้กระทั่งชื่อของนาย  เข้าใจมั้ย!?”


คำพูดที่ฟังดูเหมือนไม่ได้หนักหนาร้ายแรงอะไรสักเท่าไหร่…หากแต่มันกลับทำให้ชายหนุ่มต้องยืนอึ้งไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก


ทั้งๆที่คนเกลียดเขาก็มีตั้งเยอะ...และเขาก็ไม่เคยสนใจ  แต่คำพูดของเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้ากลับทำให้โทสะของเขาหยุดชะงักกึกขึ้นมาได้...มันเป็นไปได้ยังไงกัน


“เธอ…ว่ายังไงนะ?”


“ฉันเกลียดนาย…ไม่ได้ยินเหรอไง  ปล่อยสิ!”  เจ้าของผิวขาวเนียนละเอียดบิดแขนไปมาเพื่อให้หลุดจากฝ่ามือของเขาอีกครั้ง  แต่ก็ยังคงไม่สำเร็จ


“เธอพูดแบบนี้กับฉันได้ยังไง!?”  


ฮิรุยะตวาดใส่เด็กสาวรุ่นน้องเสียงดัง  รุ่นพี่ประธานนักเรียนทั้งสองคนเมื่อเห็นท่าไม่ดีก็รีบเดินสาวเท้าเข้ามาหวังจะห้ามปรามชายหนุ่ม  ในขณะที่อีกด้านหนึ่งก็มียาสึชิที่กำลังจะเดินเข้ามาให้ความช่วยเหลือเมกามิเช่นกัน



แต่ทว่าพวกเขาทั้งหมดก็ต้องหยุดทุกการกระทำลง  เมื่อพบว่ามีใครบางคนได้เดินเข้าไปถึงที่บริเวณนั้นก่อนพวกเขาเสียแล้ว...





“เลิกทำแบบนี้เถอะ…โยชิฟุมิ”  



เสียงทุ้มนุ่มหูของบุรุษเพศคนหนึ่งพูดขึ้นในขณะที่กำลังยืนอยู่ระหว่างหนุ่มสาวทั้งสอง  ฝ่ามือเรียวยาวของผู้ที่เข้ามาใหม่จับลงบนข้อมือของฮิรุยะเป็นการห้ามปรามเบาๆ  


“แบบนี้มันดูไม่เหมาะสมเลยนะ”


คำพูดขัดจังหวะของบุคคลที่สามทำเอาเด็กหนุ่มหัวร้อนต้องหันไปจ้องมองเขาด้วยสีหน้าบูดบึ้งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ  ในขณะที่ดรุณีน้อยกลับรู้สึกโล่งอกเหมือนเห็นแสงสว่างที่สาดส่องเข้ามาอย่างพอดิบพอดี


“…อาจารย์คะ”


“นี่มันเป็นเรื่องของผมกับยัยนี่  อาจารย์ไม่เกี่ยว!”


“พวกเธอจะทะเลาะกันเรื่องอะไรฉันไม่รู้หรอกนะ…แต่เธอไม่มีสิทธิที่จะทำแบบนี้กับใครทั้งนั้น  เพราะว่ามันไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย”  นัยน์ตาสีน้ำตาลอบอุ่นภายใต้กรอบแว่นสายตาปราดมองไปยังเด็กหนุ่มด้วยแววตาสุขุมจริงจัง  


“เพราะฉะนั้น...ปล่อยมือจากเธอซะเถอะ"


"นี่มันไม่ใช่เรื่องที่ผู้ชายอย่างเธอควรจะทำกับผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงหรอกนะ"


เมื่อเห็นอากัปกิริยาของผู้เป็นอาจารย์  ชายหนุ่มจึงพูดแค่นหัวเราะออกมาด้วยถ้อยคำถากถางที่ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง  


"เหอะ…นี่อย่าบอกนะว่าอาจารย์เองก็เป็นองครักษ์พิทักษ์ยัยนี่ไปด้วยอีกคน?”


“แต่ก็คงจะใช่แหละ…เดือดร้อนแทนกันออกขนาดนี้”  เด็กหนุ่มพูดแล้วจึงสะบัดมือให้หลุดพ้นจากการเกาะกุมของผู้ทรงคุณวุฒิโดยไร้ซึ่งความเกรงใจใดๆ




“แย่ล่ะ…ฮิรุยะ…พูดแบบนี้กับอาจารย์ได้ยังไงกัน”  ฮาจิเมะที่ยืนอยู่ในฝูงวงล้อมพูดขึ้นกับคาซึโตะด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก  “เรารีบเข้าไปห้ามฮิรุยะกันเถอะ”


“…อย่าเพิ่งเลย”


“อ้าว…ทำไมล่ะ?”  ประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมหันไปถามเพื่อนชายคนสนิทอย่างไม่เข้าใจ


“ฉันเองก็พอจะรู้จักอาจารย์ฮิราโอกะอยู่บ้าง…และคิดว่าเขาคงมีวิธีรับมือกับคนอย่างฮิรุยะได้อยู่แล้ว”  คาซึโตะจ้องมองไปยังเหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างแน่นิ่ง


"รอดูก่อนเถอะ  เอาไว้ถ้ามันเกินจะเยียวยาจริงๆก็ค่อยเข้าไปก็แล้วกัน"





“เธอถือว่าตัวเองเป็นทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่ของที่นี่แล้วจะพูดจาดูถูกใครก็ได้อย่างนั้นเหรอ?”  อาจารย์หนุ่มหน้าละอ่อนกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่ไม่แสดงถึงความรู้สึกใดๆ


"เสียแรงที่เกิดมาในตระกูลใหญ่ที่เพียบพร้อมขนาดนี้…เธอน่าจะรู้จักการให้เกียรติคนอื่นบ้าง”


“นี่อาจารย์กำลังดูถูกผม!”


“แล้วมันต่างจากที่เธอพูดกับฉันเมื่อกี้นี้ตรงไหน?”


“เห็นรึยัง?...ขนาดตัวเธอยังไม่ชอบเลยที่มีคนมาพูดจาแบบนี้ใส่  แล้วทำไมเธอถึงไม่คิดบ้างล่ะว่าคนอื่นจะรู้สึกยังไงเวลาที่เธอไปพูดจาดูถูกใส่เขา?”


“ผมไม่อยากจะใช้คำพูดแบบนี้เลยนะ…แต่ดูเหมือนว่าอาจารย์คงจะอยากมีปัญหากับผมจริงๆซะแล้ว”  ฮิรุยะยืนกอดอกพูดใส่อาจารย์หนุ่มอย่างไม่ยี่หระ


“ต่อให้เธอจะเกิดมาในตระกูลที่ยิ่งใหญ่ขนาดไหน…แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกเกรงกลัวอะไรเธอหรอกนะ”  ชูเฮย์บอกกับเด็กหนุ่มอย่างไม่เกรงกลัวในอิทธิพลของเขาเช่นกัน  


"แล้วฉันก็พร้อมที่จะสู้กับเธอได้ทุกเมื่อ…ถ้าหากว่าสิ่งที่เธอทำมันไม่ถูกต้องจริงๆ”


“แล้วที่สำคัญ  พ่อของเธอ…ก็ไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลที่จะไม่รับฟังความเห็นของใคร  ฉันเองก็รู้จักนิสัยใจคอของเขาอยู่พอสมควร  และเชื่อว่าเธอต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายเดือดร้อน  ถ้าหากเขารู้ว่าเธอใช้ชื่อเสียงและอิทธิพลของตระกูลในทางที่ผิดด้วยการไปข่มเหงรังแกคนอื่น”


คำพูดของอาจารย์ที่ปรึกษาแห่งชมรมศิลปะทำให้เด็กหนุ่มต้องยืนกำมือแน่นด้วยความรู้สึกเดือดดาลอยู่ในใจโดยที่ไม่สามารถโต้เถียงหรือทำอะไรอีกฝ่ายได้เลย…ในเมื่อสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นมันเป็นเรื่องที่ถูกต้องทั้งหมดจริงๆ


…โธ่เว้ย!  ทำไมถึงต้องมีพวกชอบทำอะไรขวางหูขวางตาโผล่ออกมาอีกก็ไม่รู้!  น่าหงุดหงิดจริงๆ!!...


หลังจากนั้นเจ้าของร่างสูงโปร่งจึงกล่าวขึ้นกับหนุ่มสาวทั้งสองคนอีกครั้ง  


“เอาล่ะ…พวกเธอแยกย้ายกันขึ้นห้องเรียนไปเถอะ...อย่าให้ปัญหามันบานปลายมากไปกว่านี้เลยนะ”


“ชิ!”  


ทายาทแห่งตระกูลโยชิฟุมิสบถออกมาอย่างไม่สบอารมณ์  แต่ก็ต้องทำตามที่ผู้เป็นอาจารย์สั่งแต่โดยดี  


แต่ทว่าในตอนนั้นเองที่จู่ๆเสียงของเมกามิก็ได้ตะโกนไล่ตามหลังหนุ่มรุ่นพี่ออกไป  หลังจากที่เขาก้าวขาออกไปได้เพียงไม่กี่ก้าว



“ขนาดแค่คำว่าขอโทษ…มันยังไม่เคยหลุดออกมาจากปากของนายเลยสักครั้ง!”



คำพูดของเมกามิทำให้อีกฝ่ายต้องหันมาจ้องมองเธอด้วยสีหน้าที่ดูตกตะลึงไปกับสิ่งที่ได้ยิน  จนลืมที่จะกล่าวอะไรเป็นการโต้ตอบกลับมาเฉกเช่นทุกครั้ง


“ถ้างั้นนายก็เก็บมันเอาไว้กับตัวไปจนวันตายเลยก็แล้วกัน!”  


เมื่อกล่าวเสร็จ  เมกามิจึงหันไปกล่าวกับผู้เป็นอาจารย์พร้อมกับโค้งศีรษะลงอย่างสุภาพ  


“ขอบคุณมากนะคะอาจารย์”  


“อืม…ไม่เป็นไรหรอก  รีบกลับเข้าชั้นเรียนเถอะ”


“ค่ะ…”  


เมกามิโค้งคำนับให้กับผู้เป็นอาจารย์อีกครั้งก่อนที่จะเดินขึ้นชั้นเรียนไป  ท่ามกลางสายตาของพวกนักเรียนที่กำลังยืนวิพากษ์วิจารณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ส่วนที่ๆยาสึชิได้ยืนอยู่เมื่อสักครู่นี้ก็กลับว่างเปล่าลงโดยที่ไม่มีใครได้ทันสังเกตเห็นว่าเขาเดินหายไปไหน


“คำพูดของอาจารย์ฮิราโอกะนี่เจ๋งไปเลยนะ…เล่นเอาฮิรุยะซะอยู่หมัดเลย  แถมสิ่งที่เขาพูดมันก็เป็นเรื่องจริงซะด้วย”  เจ้าชายผู้อ่อนโยนกล่าวกับคนข้างๆพร้อมกับระบายยิ้มบางเบาออกมาด้วยความชื่นชมในตัวของอาจารย์หนุ่ม  


“ว่าแต่นายรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์จะจัดการกับฮิรุยะได้จริงๆน่ะ?”


คาซึโตะตอบคำถามของอีกฝ่ายกลับไปโดยที่ยังไม่ละสายตาจากผู้ที่ถูกกล่าวถึง  “อาจารย์ฮิราโอกะค่อนข้างเก่งและเชี่ยวชาญเรื่องจิตวิทยาน่ะ…”


“หืม…?”


“เมื่อช่วงปิดเทอมของปีที่แล้ว…ฉันได้ไปเข้าร่วมอบรมในโครงการจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยแกรนด์ดาเนปนี่แหละ"


“ในตอนนั้น...อาจารย์ได้กล่าวบรรยายและแสดงความสามารถออกมาในที่ประชุม  มันเป็นเรื่องน่าทึ่งจริงๆ…ที่ฉันสามารถหลงเชื่อในสิ่งที่เขาพูดได้โดยไม่มีข้อแม้ใดๆเลย  ถึงแม้ว่าฉันจะลองพยายามหาเหตุผลมาโต้แย้งกับสิ่งที่เขาพูดแล้วก็ตาม”


“เขาเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ?...ขนาดที่ทำให้คนอย่างนายเชื่อได้ง่ายๆเลยเนี่ยนะ?”  บุตรชายของเทพเจ้าแห่งวงการมายาทำท่าทางครุ่นคิดเหมือนไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ได้ยินสักเท่าไหร่  แต่ในเมื่อคนจริงอย่างคาซึโตะการันตีมาซะขนาดนี้...เห็นทีเขาก็คงจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เสียแล้ว


“เมื่อกี้นี้นายก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ…คิดว่าเป็นไงล่ะ?”


“อืม…แต่ก็คงจะจริงแหละ”  


คาซึโตะและฮาจิเมะผละออกจากกลุ่มฝูงชนที่อยู่ในบริเวณนั้นออกมา  จากนั้นทั้งคู่จึงเดินพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของผู้เป็นอาจารย์กันไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงห้องเรียน  ถึงแม้ว่าลึกๆแล้วพวกเขาจะแอบเป็นห่วงหนุ่มรุ่นน้องอย่างฮิรุยะอยู่ก็ตาม 


แต่ทำไมนะ...พวกเขากลับสัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่าง  และคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันไม่น่าจะจบลงอยู่แค่ตรงนี้เสียด้วย











แง~~~~ ขอโทษนะคะ  วันนี้เลิกงานช้ามว๊ากกก  เลยเข้ามาอัพซะดึกดื่นเลย  ว่าแต่จะมีใครรออ่านอยู่บ้างมั้ยน้า~~ 







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #23 ebookpisi (@ebookpisi) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 09:07

    รอเสมอค่ะ
    #23
    1
    • #23-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 37)
      11 เมษายน 2562 / 14:13

      ขอบคุณนะคะ รู้สึกความพยายามไม่สูญเปล่า 555

      รักเฟร่อ~~
      #23-1