ตอนที่ 36 : เหตุผลลับของคาซึโตะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    26 เม.ย. 62

…ลำพังให้มาช่วยงานของโรงเรียน…เราไม่ปฏิเสธหรอก…

...แต่เราไม่อยากเจอหน้านายบ้านั่นเลยน่ะสิ...แค่คิดก็เซ็งจะแย่...


ประธานนักเรียนคนเก่งจ้องมองเด็กสาวที่กำลังมีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ  เขาไม่ได้ตอบคำถามใดๆของเธอ  แต่กลับถามคำถามที่เบี่ยงประเด็นออกไปแทนเสียอย่างนั้น


“เธอไม่สะดวกใจใช่รึเปล่า?”


“มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ…ถ้าเป็นเรื่องช่วยงานโรงเรียนฉันยินดีที่จะทำนะคะ  แต่ว่า…”

“…คือ”


“หรือว่าเธอรู้สึกอึดอัด…ถ้าเข้ามาที่นี่แล้วต้องเจอหน้ากับฮิรุยะ?”  คำถามที่ราวกับมองเห็นความคิดอ่านในใจของเธอ  ทำให้นัยน์ตาคู่สวยต้องหลุบลงต่ำ  ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะตอบเขากลับไปอย่างไรดี


“คือ…ฉันไม่อยากให้รุ่นพี่…มองว่าฉันไม่รู้จักแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวน่ะค่ะ”


“ถ้าเป็นเรื่องนี้…ฉันว่าฮิรุยะอาการหนักกว่าเธออีกนะ”  


เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมสันต์วางแขนลงบนเข่าของตนเองแล้วประสานมือกันไว้หลวมๆ  “เธอไม่ต้องกังวลหรอก…ฉันจะคอยดูแลให้เอง”


“ฉันเป็นคนเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา  ก็ต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด”


“ถ้าหากรุ่นพี่พูดถึงขนาดนี้แล้วล่ะก็…ก็ได้ค่ะ”  เมกามิตอบตกลงด้วยความเต็มใจ  


"แล้วฉันต้องเข้ามาช่วยงานรุ่นพี่วันไหนบ้างเหรอคะ?”


“ปกติแล้วเราจะเข้าชมรมทุกวันอังคารกับพฤหัสใช่ไหม  ถ้างั้น…เธอมาวันพุธกับวันศุกร์ก็แล้วกัน”


“…ค่ะ”


“เอ่อ…แต่ว่า…”  เมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้  ดรุณีน้อยจึงเอ่ยถามขึ้น  


"ฉันเองก็ไม่เคยทำงานพวกนี้มาก่อนเลย  แบบนี้ฉันจะทำให้รุ่นพี่ทำงานล่าช้ามากกว่าเดิมรึเปล่าคะ?”


คำถามของเด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าทำให้เขาต้องเพ่งพิศดวงหน้างดงามอย่างพิจารณา…แล้วจึงตอบเธอกลับไป  


"ไม่ต้องห่วงหรอก…เดี๋ยวฉันจะค่อยๆสอนเธอไปเอง  แล้วอีกอย่าง…งานมันก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น  เธออย่ากังวลไปเลย”


“ถึงฉันจะขอให้เธอขึ้นมาที่นี่ถึงสองวัน  แต่บางทีถ้ามันไม่มีงานอะไรที่ต้องจัดการ…เธอเองก็กลับบ้านได้เลยเหมือนกัน”


“…ค่ะ”

“เอ่อจริงสิ…รุ่นพี่คะ…”  เมกามิเริ่มถามคำถามขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเธอค่อยๆนึกเรื่องที่จะถามออกมาได้ทีละเรื่องๆ  


"ฉันมีเรื่องอยากจะถามอีกน่ะค่ะ…แล้วดูเหมือนเมื่อกี้ฉันจะถามรุ่นพี่ไปแล้วด้วย  แต่รุ่นพี่ยังไม่ได้ตอบเลยนะคะ”


“เธอนี่…ช่างสงสัยเอาเรื่องเหมือนกันนะ  อยากจะถามอะไรล่ะ?”




“คือว่า…ทำไม…รุ่นพี่ถึงเลือกให้ฉันมาทำงานกับรุ่นพี่ล่ะคะ?”




เมื่อเจอคำถามตรงๆของเธอเข้าไปก็ทำให้เจ้าของนัยน์ตาสีเทาต้องนั่งนิ่งเงียบไปในทันที  ถึงแม้เขาจะมีเหตุผลของเขาอยู่ในใจ  แต่มันก็น่าแปลก...ที่ชายหนุ่มเองก็ไม่สามารถอธิบายเหตุผลออกมาให้เธอฟังได้  ซึ่งแม้แต่ตัวของเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม


“…..”


หลังจากที่จมอยู่กับความเงียบงันได้แค่ไม่กี่วินาที  ประตูอัตโนมัติของห้องพักผ่อนก็ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับร่างของผู้มาใหม่  ทำให้คาซึโตะลอบถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความโล่งอก  ที่เจ้าชายหนุ่มทั้งสองคนเข้ามาได้จังหวะพอดิบพอดี


เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว...เขาก็คงจะเอาแต่นั่งเงียบไม่ยอมตอบคำถามอะไรของอีกฝ่ายเป็นแน่


“นี่เธอ…เธอเข้ามาที่นี่ทำไมกันเนี่ย!?”  ฮิรุยะรีบพูดขึ้นทันทีที่เห็นใบหน้าหวานๆของเด็กสาวที่เป็นราวกับคู่กัดของเขา  


"เธอไม่ได้เป็นเจ้าชายของที่นี่ซะหน่อย  แล้วก็ไม่ใช่คณะกรรมการนักเรียนด้วย  เพราะฉะนั้นเธอไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้!”


“นี่นาย…!”  เมื่อโฉมงามตั้งท่าจะเถียงกลับ  คาซึโตะก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน


“เสียมารยาทน่ะ…ฮิรุยะ  ฉันเป็นคนพาชิรายูกิเข้ามาที่นี่เองแหละ  มีอะไรก็มาพูดกับฉันสิ”


“หา!?...แล้วทำไม…นายถึง…?”


“ไหนๆพวกนายก็มากันครบพอดี  ฉันจะได้บอกให้พวกนายรู้ไปพร้อมๆกันเลย”  เจ้าของนัยน์ตาสีเทานั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้ของตัวเองแล้วกล่าวกับเพื่อนหนุ่มคนสนิททั้งสองด้วยสีหน้าเรียบเฉย  


"ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป…ชิรายูกิจะเข้ามาช่วยงานต่างๆของโรงเรียน  ในฐานะของคณะกรรมการนักเรียนคนหนึ่ง”


“เพราะฉะนั้นฮิรุยะ…นายไม่มีสิทธิที่จะไปว่ากล่าวอะไรเธอทั้งนั้น”


“หา…เป็นไปได้ยังไง!?”  ทายาทผู้ถือหุ้นใหญ่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ


ฮาจิเมะเมื่อได้ฟังคำบอกกล่าวของเพื่อนคนสนิทจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความไม่เข้าใจเช่นกัน  ถึงแม้ว่าลึกๆแล้วเขาจะมีความยินดี  ที่จะได้เห็นหน้าของหญิงสาวที่ตัวเองหมายปองบ่อยครั้งขึ้นก็เถอะ


“แต่ว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการนักเรียนเพิ่มเติมมันต้องผ่านความเห็นชอบจากผู้อำนวยการโรงเรียนก่อนไม่ใช่เหรอ…คาซึโตะ?”


“นายไม่ต้องห่วงหรอก…เพราะเรื่องนี้ผ.อ.ท่านทราบแล้ว”


“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?...ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยล่ะ?”


“ฉันเป็นคนเสนอเรื่องนี้กับผ.อ.เมื่อเช้านี้เอง”


“นายเป็นคนเสนอเองงั้นเหรอ?”  เจ้าชายผู้อ่อนโยนทวนคำถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้ง


…แปลกจัง…ทำไมผ.อ.ถึงยอมอนุมัติคำของ่ายขนาดนี้ล่ะ?...ทั้งๆที่ท่านก็รู้อยู่เต็มอกว่าชิรายูกิเป็นใครมาจากไหน?...


…แล้วคาซึโตะเป็นคนขอตัวชิรายูกิให้มาช่วยงานเองเลยงั้นเหรอ?...นี่มันผิดปกติไปจากคาซึโตะคนเดิมจริงๆ…อะไรคือเหตุผลที่นายเลือกให้เธอมาอยู่ใกล้ๆแบบนี้?....ทั้งๆที่มีคนอื่นในโรงเรียนให้เลือกอีกตั้งหลายร้อยคนเนี่ยนะ?...


…นี่มันเป็นความต้องการที่เฉพาะเจาะจงชัดๆ…ดูเหมือนว่าเราจะเดาใจของคาซึโตะไม่ผิดซะแล้วสิ…



"ใช่...ฉันเป็นคนเสนอเองทั้งหมด"


คำตอบที่แน่นิ่งชัดเจนของทายาทตระกูลมาเฟียทำเอาฮิรุยะต้องรู้สึกหัวเสียขึ้นมาเดี๋ยวนั้น  แถมมันยังพาให้เขาคิดถึงสิ่งที่ฮาจิเมะเคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้อีกด้วย


…อย่าบอกนะว่าคาซึโตะเองก็หลงชอบแม่นี่ไปด้วยอีกคน?...นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันวะเนี่ย!?...พวกนายสองคนยังมีสติกันอยู่รึเปล่า!!?....



“แต่ฉันไม่โอเค!”  

จอมหัวร้อนผู้เย่อหยิ่งพูดออกมาชัดเจนเต็มปากเต็มคำ  โดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของใครทั้งสิ้น


“ถ้าไม่โอเคนายก็ไม่ต้องเข้ามาที่นี่ก็ได้”  คาซึโตะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบโดยไม่สนใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเช่นกัน


"นี่มันเป็นเรื่องงาน  จะยังไงนายก็ควรจะรู้จักแยกแยะบ้าง"


“คาซึโตะ!  ทำไมนายถึงพูดแบบนี้ล่ะ?  เดี๋ยวนี้นายเข้าข้างยัยเด็กนี่มากกว่าฉันแล้วเหรอ!?"  ฮิรุยะพูดเอะอะเสียงดังขึ้นมาเหมือนเด็กโดนขัดใจ  


"นายกำลังเปลี่ยนไปจริงๆ  นี่นายเคยรู้ตัวบ้างไหม...ว่าตอนนี้นายแทบจะไม่ใช่คาซึโตะคนเดิมที่ฉันเคยรู้จักอีกแล้ว!”


“ไม่เอาน่าฮิรุยะ  นายมีเหตุผลหน่อยสิ”  ฮาจิเมะที่ยืนอยู่ข้างๆพูดปรามเด็กหนุ่มรุ่นน้องด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก  เมื่อเห็นว่าคำพูดของเขาเริ่มทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ  


“อย่าเพิ่งใช้อารมณ์ได้ไหม”


แต่คำพูดเตือนที่แฝงไปด้วยความหวังดีกลับทำให้ฮิรุยะต้องหันมาเล่นงานเขาไปด้วยอีกคน  


“ก็แน่ล่ะ!  นายคงดีใจอยู่แล้วล่ะสิ...ที่รู้ว่ายัยนี่ได้เข้ามาทำงานอยู่ใกล้ๆนายขนาดนี้!”


“ไม่มีใครหน้าไหนหรอกที่จะมาเห็นด้วยกับความคิดเห็นของคนอย่างฉัน!  ก็เพราะว่าพวกนาย…”


“นายจะบ้าเหรอ…ฮิรุยะ  ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ"


“ฮิรุยะ…นี่นายกลายเป็นคนเอาแต่ใจขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่?”  ประธานนักเรียนแห่งแกรนด์ดาเนปพูดติติงหนุ่มรุ่นน้องคนสนิทที่เปรียบเสมือนน้องชายคนนึงของเขา  


“ความอคติและความอยากเอาชนะของนายมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถขัดเกลาออกไปจากตัวได้เลยใช่ไหม?”


“คาซึโตะ!...นี่นาย…!”



“พอเถอะค่ะ!”  


เสียงหวานของเมกามิตะโกนดังขึ้นอย่างเหลืออดหลังจากที่นั่งฟังพวกเจ้าชายโต้แย้งกันไปมาอยู่พักใหญ่  เรือนร่างงดงามลุกขึ้นยืนแล้วกวาดตามองไปยังชายหนุ่มทั้งสามที่กำลังอยู่ในอาการตกตะลึงไปกับน้ำเสียงของเธอ  


"ถ้าหากว่ามันเป็นปัญหามากมายขนาดนี้  ฉันก็จะไม่เข้ามาที่นี่อีกแล้วล่ะค่ะ!"


“ขอโทษด้วยนะคะรุ่นพี่…ที่ฉันไม่สามารถรับหน้าที่นี้ได้แล้ว”  เด็กสาวหันไปกล่าวกับหนุ่มรุ่นพี่ผู้เป็นประธานนักเรียน


“เดี๋ยวก่อน…ชิรายูกิ”


“ฉันลาล่ะค่ะ”  ดรุณีน้อยพูดจบก็เดินตรงไปยังประตูของห้องพักผ่อนทันที  


ในระหว่างนั้นเองที่ร่างของเธอเฉี่ยวชนกับร่างสูงของฮิรุยะเข้าให้อย่างจัง  ไหล่บางๆรู้สึกปวดหนึบๆขึ้นมาเล็กน้อยอันเนื่องมาจากแรงกระแทก...แต่เธอก็หาได้สนใจความเจ็บปวดทางร่างกายอันน้อยนิดนั้น  มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดคับแค้นที่อยู่ในใจ  นี่คงเป็นครั้งแรกเลยที่การตั้งแง่รังเกียจของใครบางคนทำให้เธอรู้สึกแย่ได้ถึงขนาดนี้


“เกลียดฉันนักใช่มั้ย....ได้....”  หญิงสาวกัดฟันพูดในขณะที่ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำสีใสๆคลอเบ้าขึ้นมาเล็กน้อย  “แล้วเราจะได้เห็นดีกัน”


“นายบังคับให้ฉันต้องร้ายเองนะ…จำเอาไว้”


สิ้นเสียงเล็กๆที่เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจ  เธอก็เดินหายออกจากห้องไป...


ทางด้านของทายาทแห่งตระกูลโยชิฟุมิเมื่อเห็นใบหน้างดงามของเด็กสาวเมื่อชั่วครู่…ก็ทำให้เขาต้องรู้สึกอึ้งไปในชั่วขณะ  เขาไม่เคยรู้ตัวเลยว่าคำพูดและสีหน้าท่าทางการแสดงออกของตัวเองมันรุนแรงเกินกว่าเหตุมากแค่ไหน


…อะไร….เมื่อกี้?...

…ยัยนั่น…ร้องไห้เหรอ?...


“ถึงนายจะไม่ชอบเธอ…แต่นายก็ไม่เห็นต้องพูดขนาดนั้นเลยนี่ฮิรุยะ”  


ฮาจิเมะกล่าวตำหนิหนุ่มรุ่นน้องแล้วจึงเดินตามเด็กสาวออกไป  ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม  รู้แต่ว่าหัวใจของเขามันสั่งเดินตามเธอออกไปในตอนนี้เท่านั้น


ฮิรุยะยืนขมวดคิ้วยุ่งเหยิงด้วยความรู้สึกสับสนอยู่ครู่หนึ่ง…ก่อนที่จะตัดสินใจเดินตามฮาจิเมะออกไปด้วยอีกคน


“ดะ…เดี๋ยวสิ…ฮาจิเมะ!”


หลังจากที่ทุกคนออกจากห้องไปจนหมด…จึงเหลือเพียงแต่เจ้าของนัยน์ตาสีเทาที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเองอย่างเงียบๆ  ซึ่งก็ไม่อาจคาดเดาได้เลยว่าเขาคิดจะทำอย่างไรต่อไปจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่







“ชิรายูกิ”  

ประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมร้องเรียกชื่อของเด็กสาวเมื่อเห็นแผ่นหลังของเธออยู่เบื้องหน้าไม่ใกล้ไม่ไกล  ชายหนุ่มจึงรีบเร่งฝีเท้าให้เดินตามทันเธอให้ได้โดยเร็ว


“ชิรายูกิ…”  ชายหนุ่มเรียกชื่อของเธออีกครั้งเมื่อเริ่มเดินเข้าใกล้เธอมากขึ้น  “นี่…รอฉันก่อนสิ”


“ชิรายูกิ”  


เสียงของเขานั้นก็คงเปรียบเสมือนอากาศธาตุไปแล้วในเวลานี้…เมื่อหญิงสาวยังคงก้าวเดินต่อไปโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเท้าลง  จนในที่สุดเขาจึงต้องตัดสินใจรั้งข้อมือเล็กๆของเธอเอาไว้เพื่อให้เธอหันหน้ามาคุยกับเขาก่อน


แต่ทว่าพอเห็นใบหน้าของเธอแล้วเขาก็ต้องรู้สึกอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก  เมื่อพบว่าดวงตากลมโตหวานซึ้งนั้นเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่กำลังร่วงหล่นลงมาอาบทั้งสองข้างแก้ม  นี่เธอกำลังเสียน้ำตาให้กับคำพูดอันร้ายกาจของฮิรุยะจริงๆน่ะหรือ?


“ชิรายูกิ…”


“…รุ่นพี่”  เมกามิหลุบตาลงเพื่อหลบเลี่ยงสายตาของชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังจับจ้องมา  ฝ่ามือเล็กๆรีบยกขึ้นมาปาดน้ำตาออกไปจากใบหน้าอย่างรวดเร็ว


“มีอะไรเหรอคะ?...”



ในขณะเดียวกัน…ฮิรุยะที่เดินตามหลังออกมาก็พบกับหนุ่มสาวทั้งคู่เข้าพอดี  เขาจึงตัดสินใจยืนดูอยู่ห่างๆโดยที่ไม่เดินเข้าไปขัดจังหวะการสนทนาของทั้งคู่แต่อย่างใด  


ทว่า…หัวใจของชายหนุ่มก็ต้องเต้นกระตุกขึ้นมาอย่างผิดจังหวะ  เมื่อพบว่าเด็กสาวที่เขาต้องคอยดูแลนั้นกำลังร้องไห้ออกมาเพราะมีเขาเป็นตัวต้นเหตุอยู่จริงๆ


…ยัยนั่นร้องไห้จริงๆด้วย…ทำไมถึงอ่อนแอขนาดนี้ล่ะ?...

…ฉันไม่ได้ทำอะไรรุนแรงขนาดนั้นซะหน่อย…ก็แค่เอาคืนที่เธอทำให้ฉันหงุดหงิดเมื่อคราวก่อนก็แค่นั้นเอง...ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้...


“ขอโทษนะ…ชิรายูกิ”  เจ้าของใบหน้าอบอุ่นละมุนละไมกล่าวขึ้นโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมือของเธอลง


“รุ่นพี่ขอโทษเรื่องอะไรคะ?”  ดรุณีคนงามถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูอู้อี้เล็กๆ  “รุ่นพี่ไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย”


“ก็…ขอโทษเรื่องเมื่อกี้แทนฮิรุยะด้วยนะ”


“เลิกพูดถึงคนๆนี้เถอะค่ะ…ฉันไม่อยากได้ยินชื่อของเขาอีกต่อไปแล้ว”  


คำพูดที่ออกมาจากปากของหญิงสาวนั้นทำให้ผู้ที่ยืนแอบฟังอยู่ห่างๆต้องมีความรู้สึกที่วูบไหวอย่างบอกไม่ถูก…แม้แต่ตัวของเขาเองก็ยังตอบไม่ได้เลยว่ามันคือความรู้สึกเช่นใดกันแน่


เธอก็เป็นแค่ลูกสาวของเพื่อนพ่อ...เป็นแค่คนที่เขาต้องให้การดูแลเท่านั้นเองไม่ใช่หรือ?  อยากจะเกลียดเขาก็ช่างปะไรสิ!  คิดว่าเขาจะสนใจหรืออย่างไร?  


คนอื่นที่ไม่ชอบเขาก็มีไม่ใช่น้อยๆ  กับแค่ความรู้สึกของเด็กผู้หญิงคนเดียว...เขาจะต้องแคร์ไปทำไมกัน!



“ฉันขอโทษอีกทีนะ  จะไม่พูดถึงอีกแล้ว”  เจ้าของนัยน์ตาอ่อนโยนกล่าวขึ้นอย่างรู้สึกผิด  จากนั้นเขาจึงหยิบเอาผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่เอี่ยมราคาแพงขึ้นมาซับน้ำตาของเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าอย่างเบามือ


“รุ่นพี่…”


“ชิรายูกิ…เธออย่าเพิ่งถอดใจจากการเป็นคณะกรรมการนักเรียนเลยนะ”


“แต่ว่า…”


“เธอไม่ต้องกังวลเรื่องอะไรทั้งนั้นนะ…ฉันกับคาซึโตะจะช่วยดูแลเธอเอง”  ฮาจิเมะพูดแล้วก็แตะแต้มรอยยิ้มน่ารักอบอุ่น  


“คือว่า…ฉันน่ะ…ดีใจมากๆเลยนะพอรู้ว่าเธอจะเข้ามาช่วยงานอยู่ที่นี่”


“แต่ว่า…ตอนนี้ฉันคงยังให้คำตอบอะไรกับรุ่นพี่ไม่ได้หรอกนะคะ”  

เมกามิหลุบสายตาลงด้วยสีหน้าท่าทางที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก  ซึ่งหนุ่มรุ่นพี่เองก็เข้าใจความรู้สึกของเธอเป็นอย่างดี


“ไม่เป็นไรหรอก…เอาไว้ค่อยๆคิดดูก็ได้  ฉันเข้าใจความรู้สึกของเธอนะ”  ทายาทของเทพเจ้าแห่งวงการมายาบอกกับเด็กสาวแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองใส่ไว้ในมือของเธอ  


"ฉันจะตั้งตารอคำตอบของเธอนะ…ถึงแม้ว่าเธออาจจะไม่ตกลงก็ตาม”


“…ค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้น…ฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”


“อืม…แล้วเจอกันนะ”  


เรือนร่างบอบบางค่อยๆเดินออกไปจุดที่ยืนสนทนา  ท่ามกลางสายตาอ่อนโยนของหนุ่มรุ่นพี่ที่จับจ้องมองตามไปด้วยความเป็นห่วง  ในขณะที่บุคคลที่สามอย่างฮิรุยะเองก็หายออกไปจากบริเวณนั้นเช่นเดียวกัน


...บ้าบอชะมัด...








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

60 ความคิดเห็น