Retrouvailles

  • 600% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 2,245 Views

  • 41 Comments

  • 90 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    286

    Overall
    2,245

ตอนที่ 35 : รางวัล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    17 พ.ค. 62

          คาซึโตะและยาสึชิเดินตามทางเดินบนอาคารมาพร้อมๆกันท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงัน  หลังจากที่ทั้งคู่ได้พบกันโดยบังเอิญที่บริเวณบันไดทางขึ้น  เด็กหนุ่มรุ่นน้องโค้งศีรษะลงแสดงความเคารพต่อประธานนักเรียนรุ่นพี่อย่างรู้มารยาทโดยที่ไม่เคยถือตนว่าเป็นบุตรชายของผู้อำนวยการโรงเรียน  คาซึโตะจึงอดไม่ได้เลยที่จะแอบเอาเขาไปเปรียบเทียบกับฮิรุยะ…ก็นิสัยของทั้งคู่ช่างแตกต่างกันอย่างมากมายจริงๆ


จนกระทั่งเวลาไม่นานนัก  ทั้งคู่จึงเดินมาหยุดอยู่  ณ  บริเวณหน้าห้องทำงานของผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนป  โดยที่มีบอดี้การ์ดคู่ใจของโคจิทั้งสองคนยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูห้อง  แต่ทว่าสิ่งที่สะดุดตาเด็กหนุ่มทั้งสองเห็นทีก็คงจะไม่พ้นบอดี้การ์ดร่างสูงที่สวมหน้ากากสีดำแปลกตา  เขายืนแน่นิ่งไม่ไหวติงเหมือนกับรูปปั้นสมคำล่ำลือจริงๆ


ทางด้านของคาซึโตะเมื่อเห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่านักธุรกิจชื่อก้องโลกคงเข้ามาเยือนที่โรงเรียนแห่งนี้เข้าแล้วเป็นแน่  เนื่องจากเขาเองก็ติดตามข่าวสารของโคจิอยู่เสมอ…และในรูปภาพของโคจิก็มักจะมีบุคคลสวมหน้ากากผู้นี้ยืนเป็นแบคกราวน์อยู่แทบทุกรูป


“…..”


หลังจากนั้น…ประธานนักเรียนแห่งแกรนด์ดาเนปจึงยกมือขึ้นเคาะประตูพร้อมกับกล่าวคำขออนุญาตผู้เป็นเจ้าของห้องตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด


“ผม…เทนโจ  คาซึโตะ  และเคซากุ  ยาสึชิ  ขออนุญาตเข้าพบผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนปครับ”


“เชิญ…”


และเมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป  เด็กหนุ่มทั้งสองจึงได้พบกับผู้อำนวยการโรงเรียน…และชายวัยกลางคนที่มีลักษณะดูดีมีภูมิฐาน  บุคลิกและท่าทางของเขาดูมีอำนาจอยู่ในตัวถึงแม้จะยังไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำพูดใดๆออกมา  ซึ่งดูเหมาะสมกับความสามารถและชื่อเสียงของเขาโดยแท้


…นี่น่ะเหรอ…ตัวจริงเสียงจริงของชิรายูกิ  โคจิ…ดูมีอำนาจองอาจเหนือกว่าคนทั่วไปจริงๆ…


เจ้าของนัยน์ตาสีเทานึกชื่นชมนักธุรกิจต้นแบบอยู่ในใจ  นี่ถือว่าเป็นการได้พบหน้ากันครั้งแรกระหว่างเขากับโคจิ  ถึงแม้ว่าตระกูลเทนโจและตระกูลชิรายูกิจะเป็นคู่ค้ากันมานานหลายปี  แต่ในการติดต่อธุรกิจทุกครั้งนั้น…ผู้ที่รับหน้าที่ติดต่อบริหารจะเป็นซีอีโอคนเก่งของชิรายูกิกรุ๊ปที่ชื่อว่า  “อิบุกิ”  อยู่เสมอ


“เอาล่ะ...ที่ฉันเรียกพวกเธอมาในวันนี้  ก็เพราะมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่อยากจะพบปะและพูดคุยกับพวกเธอ” 


 ริวเซย์ผายมือไปทางนักธุรกิจคนดังที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา  “ท่านเป็นผู้ที่วางรากฐานให้กับโรงเรียนของเรา  คิดว่าคงไม่มีทางที่พวกเธอจะไม่รู้จักเขาแน่ๆ…ใช่ไหม?”


“ครับ”


“เชิญครับ…พี่โคจิ”


“ขอบใจมากนะริวเซย์”  โคจิหันไปกล่าวขอบคุณกับสหายรุ่นน้องจากนั้นจึงหันหน้ามาทางเด็กหนุ่มทั้งสอง


“ยินดีที่ได้พบพวกเธอทั้งสองคนนะ”


“ที่ฉันมาวันนี้…ก็เพราะมีเรื่องที่อยากจะกล่าวชมเชยพวกเธอ  เนื่องจากพวกเธอทั้งสองคนได้เคยช่วยเหลือลูกสาวของฉันเอาไว้เมื่อหลายวันที่ผ่านมา  ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดเรื่องราววุ่นวายขึ้นในโรงเรียน"


“ถ้าหากว่าลูกสาวของฉันไม่ได้พวกเธอทั้งคู่ช่วยเอาไว้…ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าป่านนี้เธอจะต้องตกอยู่ในสภาพแบบไหน”  นักธุรกิจผู้ทรงอำนาจประสานมือทั้งสองข้างไว้บนโต๊ะทำงาน  


"เพราะฉะนั้น…”


“ขอบใจพวกเธอจริงๆนะ…เทนโจคุง…ยาสึชิคุง”


“ครับ…”  เด็กหนุ่มทั้งสองโค้งศีรษะลงอย่างสุภาพ


“เอาล่ะ…ทีนี้เพื่อเป็นการตอบแทนในสิ่งดีๆที่พวกเธอทำ  ฉันจึงอยากจะทำความปรารถนาของพวกเธอให้เป็นจริงสักอย่างนึงเพื่อเป็นรางวัล  อะไรก็ได้ที่พวกเธอต้องการ…และไม่เกินความสามารถของคนธรรมดาอย่างฉัน”


“พี่โคจิ…จะดีเหรอครับ?”  ริวเซย์รีบหันไปกระซิบกับสหายรุ่นพี่ที่นับถืออย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก  หากแต่คำตอบที่ได้รับกลับมานั้นกลับมีเพียงแค่รอยยิ้มบางๆ  พร้อมกับใบหน้าคมสันต์ของเขาที่พยักหน้าหงึกๆอยู่สองสามครั้ง


“เริ่มจากเธอก่อนก็แล้วกัน…เทนโจคุง”


“ครับ…”  


ทายาทแห่งตระกูลมาเฟียโค้งศีรษะลงอย่างสุภาพ  จากนั้นจึงกล่าวขึ้น  “แต่ก่อนที่ผมจะพูดในสิ่งที่ปรารถนา…ผมมีเรื่องบางเรื่องที่อยากจะชี้แจงให้ท่านทราบก่อนสักเล็กน้อยครับ”


“ได้สิ…เธอว่ามาเลย”


“คือว่า…ในตอนที่ชิรายูกิถูกผลักตกลงมาจากบันไดน่ะครับ”  คาซึโตะพูดอธิบายด้วยน้ำเสียงแน่นิ่ง  “ในตอนนั้นผมเพียงแค่เดินผ่านมาด้วยความบังเอิญเท่านั้น…แล้วดันเป็นจังหวะที่เธอตกลงมาพอดี  ผมจึงรับเอาไว้ได้ทัน”


“จะเรียกว่าผมเป็นคนช่วยเธอเอาไว้…ก็คงจะไม่ถูกต้องซะทีเดียว”


“อืม…”  โคจิพยักหน้าเบาๆและทำความเข้าใจในสิ่งที่เด็กหนุ่มได้อธิบาย


“เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า…ผมคงไม่มีคุณสมบัติมากพอที่จะรับน้ำใจที่ท่านหยิบยื่นมาให้ได้หรอกครับ"


“แต่ว่าในทางตรงกันข้าม…”  เจ้าของนัยน์ตาสีตะกั่วชำเลืองสายตามองไปยังเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่ยืนอยู่ข้างๆในชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง
  

“เคซากุต่างหากครับ...คือคนที่สมควรจะเรียกว่าเป็นผู้ที่เข้าไปช่วยเหลือเธอเอาไว้อย่างแท้จริง”


คำพูดของคาซึโตะทำให้ผู้ทรงอำนาจทั้งสองต้องตั้งอกตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากล่าวอธิบายกันอย่างจริงจัง


“เพราะเขาสังเกตแม้กระทั่งความล่าช้าในการเข้าชมรมของชิรายูกิ…ซึ่งผิดไปจากเวลาปกติที่ควรจะเป็น  เขายอมละทิ้งเวลากิจกรรมของชมรม  เพื่อออกตามหาเธอไปทั่วทั้งโรงเรียน…จนกระทั่งพบตัวเธอในที่สุด”


“ดังนั้นผมจึงคิดว่า…เคซากุน่าจะเป็นเพียงคนเดียวที่เหมาะสมกับรางวัลอันทรงคุณค่าจากท่านมากกว่าน่ะครับ”  


โคจิเมื่อได้ฟังดังนั้นก็รู้สึกทึ่งในความคิดอ่านของเด็กหนุ่มเป็นอย่างมาก  จนถึงกับอดไม่ได้ที่จะต้องถามริวเซย์ขึ้นมา


“นอกจากจะเป็นประธานนักเรียนแล้ว  เขายังเป็นนักเรียนดีเด่นของที่นี่ด้วยใช่ไหม?”


“ครับพี่”


“ความคิดอ่านและจริยธรรมของเธอช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”  นักธุรกิจคนดังกล่าวชมเชยคาซึโตะด้วยสีหน้าพึงพอใจ  "ตระกูลเทนโจจะต้องมีความเจริญรุ่งเรืองมากขึ้นเรื่อยๆอย่างแน่นอน  โดยเฉพาะเมื่อมีผู้สืบทอดกิจการที่มีความคิดอ่านแบบเธอ"


“แต่ไม่ว่าจะยังไง…นี่ก็คือสิ่งที่ฉันตั้งใจจะมอบให้กับพวกเธอทั้งคู่ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว  เพราะฉะนั้น…จงบอกความปรารถนาของเธอมาเถอะ…เทนโจคุง”


เมื่อได้ยินเช่นนั้นเด็กหนุ่มจึงโค้งศีรษะลงอีกครั้งเพื่อเป็นการรับคำ  “ครับ…ถ้าท่านเห็นสมควรเช่นนั้น”


“สิ่งที่ผมอยากจะกล่าวขอกับท่านก็คือ…”


“ผมอยากได้ตัวชิรายูกิมาช่วยงานของโรงเรียนครับ”


“เอ่อ…แบบนั้น…มันจะดีเหรอ...เทนโจ?”  ผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนปพูดทักขึ้นแล้วเหลือบมองไปทางสหายรุ่นพี่ที่นับถืออย่างกล้าๆกลัวๆ  


ก็แน่ล่ะ…ลำพังถ้าขอเรื่องอื่นคงไม่เท่าไหร่  แต่นี่ดันมาขอลูกสาวที่เขาหวงอย่างกับไข่ในหินให้ไปช่วยงานต่อหน้าต่อตาพ่อของเธอเลยเนี่ยนะ?


นายจะกล้าหาญเกินไปแล้วนะ...คาซึโตะ


“เพราะถ้าเป็นเรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้…ผมก็คงไม่มีสิ่งที่ปรารถนาแล้วครับ”


“ช่วยงานโรงเรียน?…เธอหมายถึงงานของประธานนักเรียนและคณะกรรมการนักเรียนแบบนั้นใช่ไหม?”


“…ครับ”


โคจิจ้องมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าแล้วครุ่นคิดพิจารณาถึงประโยชน์ที่อาจจะเกิดขึ้นกับหลายๆฝ่าย  สิ่งที่โรงเรียนจะได้รับ…รวมทั้งทักษะการเรียนรู้ต่างๆที่บุตรีของเขาจะได้รับไปด้วยเช่นกัน
  

ซึ่งหลังจากที่เขาพิจารณาจนถี่ถ้วนแล้ว…ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน...มันก็ไม่มีทางที่จะเกิดผลเสียใดๆตามมาอย่างแน่นอน


…เพราะนี่อาจจะเป็นก้าวแรกในการเรียนรู้ของเมกามิก็เป็นได้…


“…ได้สิ”


“หา!?...จะดีเหรอครับพี่?”  ริวเซย์หันไปถามผู้ทรงอิทธิพลแห่งวงการธุรกิจด้วยท่าทางเหรอหรา  แต่โคจิกลับยกยิ้มที่มุมปากขึ้นมาน้อยๆแล้วพูดตอบกลับมาสั้นๆ


“ฉันเชื่อใจเขา” 


 “ยังไงก็ฝากฝังให้เธอเป็นธุระให้ด้วยก็แล้วกันนะ…เทนโจคุง"


“ขอบคุณท่านมากครับ”  


คาซึโตะโค้งคำนับด้วยความเคารพอีกครั้ง  เมื่อเสร็จจากนั้นโคจิจึงหันไปถามบุตรชายของผู้อำนวยการโรงเรียนบ้าง


“แล้วเธอล่ะ…ยาสึชิคุง  ไหนลองบอกมาสิว่าเธออยากได้อะไรบ้าง?”


คำถามนั้นทำให้ผู้เป็นบิดาต้องแอบลอบมองบุตรชายของเขาอย่างลุ้นระทึกว่าคำตอบจะออกมาเป็นเช่นไร


“ผม…”  เจ้าของแววตาเหม่อลอยทอดสายตามองลงไปที่พื้นห้องราวกับคนไร้ความรู้สึก  “ไม่มี...ครับ"


"แค่เธอ...ปลอดภัย"


“ก็พอแล้ว…ครับ”  


"ต้องขอโทษด้วย...นะครับ"  ทายาทของผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวอย่างช้าๆแล้วโค้งศีรษะลงอย่างสุภาพ  


“…ที่ผม…ต้องการ”


"เพียง...เท่านี้"


เมื่อสิ้นคำตอบของยาสึชิ  ผู้เป็นบิดาของเขาก็ระบายยิ้มกว้างออกมาอย่างพึงพอใจกับคำตอบที่ได้ยินเป็นที่สุด  โดยที่โคจิเองก็รู้สึกทั้งอึ้งทั้งปลาบปลื้มจนถึงกับพูดอะไรไม่ออก  ในขณะที่คาซึโตะก็รู้สึกชื่นชมความคิดอ่านของเขาอยู่ในใจเช่นกัน


...ความคิดอ่านของเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ...คงเรียกได้ว่าล้ำลึกและเหนือชั้นจนน่านับถือ…


…แม้แต่เราเองก็ยังคาดไม่ถึงกับคำตอบของเขาเลยทีเดียว…ฉันล่ะยอมใจนายเลยจริงๆ…เคซากุ…






          เสียงกริ่งที่เป็นสัญญาณบอกเวลาหมดคาบเรียนสุดท้ายดังขึ้นไปทั่วทั้งโรงเรียน  เด็กๆทุกคนต่างเก็บอุปกรณ์การเรียนลงในกระเป๋า  เนื่องจากวันนี้ไม่ได้มีการเข้าชมรม…ทุกคนจึงแยกย้ายกันเดินทางกลับบ้านได้ทันที  ในขณะที่เมกามิเองก็กำลังเก็บกระเป๋าของตัวเองเตรียมพร้อมที่จะเดินทางกลับบ้านเช่นกัน


เรือนร่างขาวผ่องดุจเพชรน้ำงามเดินลงมาจากอาคารเรียนของชั้นปีหนึ่ง  ก่อนที่สายตาของเธอจะพบกับพวกนักเรียนสาวๆที่ยืนจับกลุ่มเหมือนกับกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง  บ้างก็ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปพร้อมกับเสียงกรี๊ดกร๊าดที่ดังขึ้นกระหึ่ม


“ปกติหาตัวรุ่นพี่ยากมากเลยนะเนี่ย…วันนี้ช่างเป็นวันดีจริงๆเลย”  เด็กสาวคนหนึ่งพูดขึ้นแล้วทำหน้าตามีความสุขหลังจากที่กดมือถือถ่ายรูปอยู่พักใหญ่ๆ


“ว่าแต่รุ่นพี่เขามายืนทำอะไรอยู่ที่หน้าตึกปีหนึ่งแบบนี้กันนะ?”


เมกามิเดินผ่านบรรดานักเรียนหญิงกลุ่มนั้นไปโดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งที่เป็นเป้าหมายของพวกเธอเลยแม้แต่น้อย  


และในทันใดนั้นเองที่เสียงทุ้มของใครบางคนได้เรียกชื่อของเด็กสาวขึ้น  พร้อมๆกับร่างสูงแข็งแกร่งที่กำลังเดินก้าวเข้ามาหา


“ชิรายูกิ”


"...?..."


ดรุณีน้อยหันไปมองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของพวกสาวๆ  ในขณะที่พวกหล่อนเองก็จ้องมองมาที่เธอเป็นตาเดียวกันหมด  แน่นอนว่าต้องมีทั้งความแปลกใจและความไม่ชอบใจปะปนกันอยู่ในความคิดของเด็กสาวเหล่านั้น


…เด็กคนนี้อีกแล้วเหรอ?...


“รุ่นพี่?”


“เธอกำลังจะกลับบ้านแล้วใช่ไหม?”  ประธานนักเรียนรูปหล่อเดินฝ่าวงล้อมของพวกสาวๆออกมาอย่างช้าๆ  ก่อนที่จะมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ  


"ฉันมีเรื่องอยากจะคุยกับเธอหน่อย…ขอเวลาสักสิบห้านาทีได้รึเปล่า?”


…รุ่นพี่เทนโจ…มีธุระ?...กับเราน่ะเหรอ?...


อดีตเทพธิดาจ้องมองร่างสูงพลางกะพริบตาปริบๆด้วยความสงสัย  จากนั้นจึงตอบเขากลับไป  


“ค่ะ…ได้ค่ะ”


จากนั้นทั้งสองจึงเดินออกจากบริเวณนั้นไปโดยไม่ได้สนใจสายตาของคนอื่นเลยว่าใครจะคิดอย่างไร  ก็พวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยนี่นา  แล้วมีอะไรที่ต้องกลัวกันล่ะ?


“รุ่นพี่…มีธุระอะไรเหรอคะ?”


“ฉันมีเรื่องบางอย่างที่ต้องบอกให้เธอรู้”  คาซึโตะตอบกับเธอด้วยน้ำเสียงแน่นิ่งที่ไม่แสดงความรู้สึก  


“มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโรงเรียน…แล้วก็เธอ”


“เกี่ยวกับฉันด้วยเหรอ?...ยังไงคะ?”


“ตามฉันมาสิ”  ทายาทตระกูลเทนโจพูดจบแล้วก็เดินนำหน้าเด็กสาวไปก่อน  ทำให้เธอต้องรีบก้าวเท้าเดินตามเขาไปให้ไว



สักพักทั้งคู่ก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องๆหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ชั้นบนสุดของอาคารเรียนชั้นปีที่สาม  เด็กสาวเงยหน้าขึ้นกวาดสายตาอ่านป้ายที่อยู่เหนือประตูห้องซึ่งเขียนเอาไว้ว่า  “ห้องพักผ่อนคณะกรรมการนักเรียน”


“เอ๋…ที่นี่คือ...?”  เจ้าของดวงตากลมโตบ๊องแบ๊วหันไปถามหนุ่มรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ


“จะเรียกว่าห้องประชุมหรือห้องพักผ่อนก็คงจะไม่ผิดนัก  ปกติแล้วพวกคณะกรรมการนักเรียนจะเข้ามาประชุมปรึกษาหารือกันที่นี่  แต่พอฮิรุยะเข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการนักเรียนเท่านั้นแหละ…นอกจากฉันกับฮาจิเมะแล้ว  ก็ไม่มีใครกล้าโผล่เข้ามาอีกเลย”


“อ๋อ…ค่ะ”


…หมอนั่นอีกแล้วเหรอ…เหอะ…ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงไม่มีใครอยากเข้ามา…เป็นเราก็คงไม่เข้ามาเหมือนกันนั่นแหละ…


“เข้ามาสิ”  คาซึโตะพูดแล้วเดินไปอยู่ใกล้ๆกับประตูที่เป็นระบบอัตโนมัติ  


เมื่อประตูเปิดขึ้น…เธอจึงก้าวเดินเข้าไปในห้องตามที่เขาบอก


…โอ้โห…มีห้องแบบนี้อยู่ในโรงเรียนด้วยเหรอ…อย่างกับห้องหรูๆในคอนโดเลยแฮะ…

 
บุตรีของนักธุรกิจคนดังอุทานอยู่ในใจแล้วมองไปรอบๆห้องกว้างขวางที่เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน  โต๊ะทำงานชุดใหญ่ราวกับโต๊ะของบุคคลระดับผู้บริหารถูกจัดวางเอาไว้ในนี้ถึงห้าชุด  ซึ่งสามในห้านั้นก็ได้ตกเป็นของเหล่าเจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนปไปแล้ว  ไหนจะโต๊ะประชุมตัวยาว  ทีวีจอแบนขนาดสี่สิบสองนิ้ว  โซฟารับแขกที่ดูหรูหราราคาแพง  คอมพิวเตอร์อีกห้าหกเครื่อง  ตู้หนังสือ  ตู้เย็น  โต๊ะทานอาหาร  แถมยังมีไมโครเวฟ  กระติกน้ำร้อน  และเครื่องชงกาแฟที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ของมุมห้องอีกด้วย  จะขาดก็แต่เตียงนอนใหญ่ๆสักหลังหนึ่งเท่านั้นก็คงจะสมบูรณ์แบบ


“ปกติฉันกับฮาจิเมะแล้วก็ฮิรุยะมักจะมาขลุกกันอยู่ที่ห้องนี้ตลอดถ้ามีเวลาว่าง…พวกเราแทบจะไม่เคยลงไปที่โรงอาหารกันเลยด้วยซ้ำ”


“ดีจังเลยนะคะ…”


“ตามสบายนะ…เธอจะนั่งตรงไหนก็ได้”  เจ้าของแววตาเย็นเยียบบอกกับเด็กสาวรุ่นน้องแล้วหยิบรีโมทเครื่องปรับอากาศขึ้นมากดเปิดเครื่อง  จากนั้นเขาจึงเดินไปนั่งลงที่โต๊ะของตัวเอง


“ถ้างั้น…ฉันขอยืนอยู่ตรงนี้ดีกว่าค่ะ”  


“อย่างเธอนี่ถ้าไม่บังคับให้นั่ง…ก็คงไม่ยอมนั่งสินะ”
  

หนุ่มรุ่นพี่ร่างสูงพูดแล้วชี้ไปยังโต๊ะทำงานตัวที่ยังว่างอยู่  ซึ่งอยู่ห่างออกไปจากโต๊ะของเขาเล็กน้อย  


"ถ้างั้นเธอนั่งตรงนี้แล้วกัน”


“เอ่อ…ค่ะ”  หญิงสาวกล่าวรับคำก่อนที่จะนั่งลงที่โต๊ะตัวนั้นตามที่เขาบอก  “ขอบคุณนะคะ”


“มาขอบคุณฉันทำไม?...เดี๋ยวมันก็เป็นของเธอแล้ว”


“รุ่นพี่หมายความว่ายังไงคะ?”


“นี่แหละ…ธุระที่ฉันอยากจะบอกกับเธอ”  คาซึโตะกล่าวกับเด็กสาวแล้วหมุนเก้าอี้ของตัวเองให้หันมาทิศทางที่เธอนั่งอยู่  


"บางทีฉันอาจจะทำโดยพลการเกินไป…แล้วมันก็อาจจะทำให้เธอไม่พอใจฉันก็ได้”


“วันนี้ฉันได้เข้าพบกับผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อที่จะยื่นข้อเสนอบางอย่างให้กับเขา"  ทายาทตระกูลมาเฟียอธิบายให้เด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้ฟัง  หากแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยถึงผู้เป็นบิดาของเธอ…เนื่องจากโคจิได้กำชับเอาไว้ว่าให้เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ


หมายถึงเรื่องที่เขาอนุญาตคำขอของคาซึโตะนั่นแหละ


"แล้วเรื่องที่ว่านั่นก็คือ..."


“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  ขอให้เธอเข้ามาช่วยงานที่นี่…ในฐานะของคณะกรรมการนักเรียนคนนึง”


“หา?...ฉันเหรอคะ?”  อดีตเทพธิดาทำหน้าเหวอขึ้นมาเล็กน้อย  “ทำไมถึงเป็นฉันล่ะคะ?”



นั่นน่ะสิ...ทำไมเขาถึงต้องเจาะจงว่าเป็นเธอด้วยล่ะ?


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

0 ความคิดเห็น