ตอนที่ 32 : ผู้มาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    14 พ.ค. 62

“ฟู่ว…ในที่สุดมันก็ลงตัวซะที”  


เมกามิเป่าปากออกมาเบาๆพร้อมกับล้มตัวลงบนเตียงนอนนุ่มนิ่มของตัวเองหลังจากที่อาบน้ำอาบท่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว


“บอกไอ้ตาบ้านั่นว่าให้มาด้วยกันแค่ตอนเช้าก็พอ…ก็มาตลอดสามเวลามันน่าอึดอัดเกินไปจริงๆนี่นา  เอาเถอะ...ยังไงก็ได้บอกไปแล้ว  ก็ถือว่าสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีล่ะนะ”


…แถมเรื่องของรุ่นพี่คัทสึมิก็จบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง…รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเลยแฮะ…ตอนนี้เราก็ได้แต่หวังว่ารุ่นพี่คงจะได้พบกับเรื่องราวดีๆในชีวิตบ้างล่ะนะ…


ดรุณีน้อยนอนกลิ้งเล่นไปมาอยู่บนเตียงพลางนึกถึงคำพูดที่ตัวเองได้พูดกับเอริไปเมื่อตอนกลางวัน  เธอจำมันได้ขึ้นใจ  จากนั้นริมฝีปากสีชมพูอ่อนใสจึงแตะแต้มรอยยิ้มขึ้นมาด้วยความรู้สึกขบขันกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป


(…ฉันเชื่อว่าคงมีใครสักคนที่เกิดมาเพื่อที่จะรักในสิ่งที่รุ่นพี่เป็นอยู่แน่ๆเลยค่ะ…)


“ฮะๆ…นี่เราพูดแบบนั้นออกไปได้ยังไงเนี่ย  มันจะดูดีเกินไปแล้วนะ”


…ใครสักคน…ที่เกิดมาเพื่อที่จะรักรุ่นพี่…งั้นเหรอ?...

…อืม…แล้วอย่างเราล่ะ…จะมีวันนั้นกับเขาบ้างมั้ยนะ?...จะมีใครสักคน…ที่เกิดมาเพื่อเรารึเปล่า?...


เด็กสาวพลิกตัวนอนคว่ำแล้วเท้าคางมองไปยังภาพวาดของหญิงสาวที่มีใบหน้าคล้ายกันกับตัวเอง  มันถูกเก็บเอาไว้อย่างดีในกรอบรูปทองคำราคาแพง  ยิ่งมองก็ยิ่งอดคิดถึงเจ้าของผลงานนั้นไม่ได้เลยจริงๆ


พวงแก้มเนียนละเอียดจึงถูกเจือไปด้วยสีเลือดฝาดน้อยๆ  เมื่อนึกถึงเจ้าของใบหน้าเยาว์วัยที่มีนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนโยน  เรือนผมหยักศกอ่อนนุ่มพลิ้วไหวยามเมื่อถูกสายลมบางเบาพัดผ่าน  รอยยิ้มที่อบอุ่นตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเธออย่างยากที่จะลืมเลือน  เสียงทุ้มละมุนละไมที่ฟังแล้วสบายหูยิ่งทำให้เธอต้องคิดถึงเขาแทบทุกครั้งก่อนที่จะเข้านอน  


เธอเองก็ยอมรับกับตัวเองอยู่ลึกๆในใจนะ...ว่าเขาเป็นผู้ชายในแบบที่เธอชอบและเฝ้าฝันมาตลอด  หากแต่สถานะของความเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์กลับทำให้เธอไม่สามารถที่จะทำอะไรมากไปกว่านี้ได้เลย


…ยังไงมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก…ก็เขาเป็นอาจารย์ของเรานี่นา…

...แต่ว่า...ถ้าขอแค่เฝ้ามองเขาอยู่ห่างๆแบบนี้...ก็คงจะไม่ใช่เรื่องผิดอะไรใช่มั้ย...


ดวงตากลมโตใสซื่อจับจ้องไปยังภาพวาดที่อยู่บนขาตั้งวาดรูปซึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมาด้วยฝีมือของตัวเอง  จากนั้นเธอจึงระบายยิ้มออกมาบางเบาแล้วพูดกับคนที่อยู่ในภาพวาดนั้นในใจ


…ฝันดีนะคะ…

…อาจารย์ฮิราโอกะ…





ช่วงสายของวันถัดมา  ณ  ห้องทำงานของผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนป


          เสียงเคาะประตูดังขึ้นอยู่สองสามครั้งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าได้มีใครบางคนกำลังก้าวเข้ามาเยือน  ทำให้ผู้เป็นเจ้าของห้องต้องละปากกาในมือและกองเอกสารที่อยู่ตรงหน้าลงเสียก่อน  จากนั้นเขาจึงค่อยๆถอดแว่นสายตาวางลงบนโต๊ะ  ก่อนที่จะเอ่ยปากอนุญาตให้บุคคลที่อยู่อีกฟากหนึ่งของประตูเข้ามาได้


“เชิญ…”


เมื่อประตูห้องทำงานเปิดออก  ร่างสูงโปร่งของบุรุษผู้มีใบหน้าอ่อนเยาว์ก็ค่อยๆก้าวเข้ามายืนอยู่ในห้อง


“อ้าว  มาแล้วเหรอ…อาจารย์ฮิราโอกะ”


“ท่าน ผ.อ.เรียกพบผมเหรอครับ?”


“ใช่…”  ริวเซย์กล่าวแล้วหันไปดึงเอาเอกสารชุดหนึ่งออกมาจากกองเอกสารทั้งหมดที่อยู่บนโต๊ะ  จากนั้นจึงวางมันแยกเอาไว้ต่างหาก 


“นั่งก่อนสิ”


“ขอบคุณครับ”  อาจารย์หนุ่มแห่งชมรมศิลปะกล่าวขอบคุณแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตามคำเชื้อเชิญของผู้บังคับบัญชา 


“ท่านผ.อ.มีธุระหรือมีงานอะไรให้ผมรับใช้เหรอครับ?”


“เปล่าๆ…ฉันไม่ได้มีงานอะไรหรอก”  ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวตอบกลับมาแล้วเลื่อนเอาเอกสารชุดนั้นมาไว้ตรงหน้าของชูเฮย์  


"เอ้า  นี่…เรียบร้อยแล้ว”


“ครับ…?”


“ก็เรื่องขอทุนในการไปทัศนะศึกษาของชมรมศิลปะที่เธอทำส่งมาเมื่อสองอาทิตย์ก่อนไง  ผ่านการอนุมัติแล้วนะ”


“อา…ขอบคุณมากครับท่าน ผ.อ.”  เจ้าของแววตาอ่อนโยนผุดรอยยิ้มแสดงถึงความดีอกดีใจ


“เธอจะมาขอบอกขอบใจฉันทำไมกัน…มันเป็นเพราะความสามารถของอาจารย์เก่งๆอย่างเธอมากกว่า…ที่ทำให้พวกเด็กๆสามารถคว้ารางวัลมาได้ทุกรายการประกวดและสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนของเราแบบนี้  ทั้งๆที่อายุอานามของเธอก็นับว่ายังเด็กกว่าพวกอาจารย์อีกหลายๆคนอยู่เลยด้วยซ้ำ”  


ชายผู้บังคับบัญชากล่าวชื่นชมด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงความภาคภูมิใจแบบสุดๆ  “แค่เรื่องขอทุนในการไปทัศนะศึกษานี่ยังน้อยนิดไปด้วยซ้ำ  เมื่อเทียบกับผลงานของชมรมเธอน่ะ”


“จะว่าไปแล้ว…เธอมีอะไรที่อยากได้เป็นรางวัลพิเศษบ้างรึเปล่าล่ะ…ฮิราโอกะ?”


คำกล่าวชมเชยรวมถึงคำถามของผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนป  ทำให้ชายหนุ่มต้องระบายยิ้มอ่อนโยนออกมาบางเบาก่อนที่จะตอบคำถามของอีกฝ่ายกลับไป  


"ผมขอขอบคุณในน้ำใจของท่านผ.อ.ที่มีต่อผมมากนะครับ  แต่ผมไม่มีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษหรอกครับ”


คำตอบที่ฟังดูไร้ซึ่งความมักมากทะเยอทะยานทำให้ริวเซย์ค่อนข้างพออกพอใจมากเลยทีเดียว  เนื่องจากสิ่งที่เขาได้ถามออกไปนั้น...จะว่าเป็นการลองใจอาจารย์หนุ่มไปในตัวด้วยก็คงไม่ผิดนัก


“ทำไมกันล่ะ?”


“ท่านกล่าวชมผมมากเกินไปแล้วล่ะครับ”  เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเยาว์วัยพูดอธิบายด้วยใบหน้าที่เจือไปด้วยรอยยิ้มอย่างสุภาพ 
 

"จริงอยู่…ที่เด็กๆในชมรมศิลปะของผมคว้ารางวัลจากการประกวดมาได้บ่อยครั้ง  แต่ว่ามันไม่ได้เป็นเพราะมีอาจารย์ดีๆอะไรหรอกนะครับ”


“แต่เป็นเพราะความสามารถที่มีอยู่ในตัวของพวกเด็กๆมากกว่า...ที่ทำให้เราประสบความสำเร็จได้ถึงขนาดนี้  ตัวของผมเป็นแค่อาจารย์ที่ปรึกษาธรรมดาๆคนนึง…แทบจะไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยด้วยซ้ำนะครับ”


“ฮะๆๆๆ…ดี!…ดีจริงๆ!”  ชายที่มีวัยวุฒิสูงกว่าพูดกลั้วหัวเราะให้กับคำตอบที่แสดงถึงความถ่อมตัวอย่างถูกอกถูกใจยิ่งนัก  “คนอย่างเธอนี่มันหายากขึ้นทุกวันๆแล้วนะ”


“ไม่เป็นไร…ถ้าอย่างงั้นเรื่องรางวัลพิเศษฉันจะเป็นคนจัดหาให้เธอเอง”


“แต่ว่าผม…”  ชูเฮย์ทำท่าจะพูดแย้งขึ้นในเชิงปฏิเสธ  แต่ผู้บังคับบัญชาในสายงานก็พูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน


“รางวัลนี้ถือว่าเป็นน้ำใจเล็กๆน้อยๆจากทรัพย์สินส่วนตัวของฉันเอง  ตามมารยาทแล้ว...เธอควรจะรับเอาไว้ดีกว่านะ”


เมื่อเจอคนตรงหน้าพูดแบบนี้เข้าใส่  ชายหนุ่มจึงไม่สามารถปฏิเสธน้ำใจของผู้เป็นนายที่หยิบยื่นมาให้ด้วยเหตุผลใดๆได้อีก


“ถ้าอย่างนั้น...ผมขอขอบคุณในน้ำใจของท่านผ.อ.อีกครั้งนะครับ”


“ไม่เป็นไรหรอก…ขอแค่เธอรับเอาไว้ก็พอแล้วล่ะ”  ริวเซย์ปรับเปลี่ยนอิริยาบถด้วยการนั่งเอนหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ  


“จริงสิ...ว่าแต่เธอจะเริ่มเดินทางกันเมื่อไหร่ล่ะ?”


“คงจะเป็นช่วงหลังจากที่สอบปลายภาคของเทอมนี้เสร็จแล้วน่ะครับ  เด็กๆจะได้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนได้พักผ่อนไปในตัวด้วย”


“เป็นความคิดที่ดีทีเดียว…ถ้างั้นก็แปลว่าทัศนะศึกษาเสร็จแล้วก็อยู่ในช่วงปิดเทอมพอดีสินะ”  ชายสูงวัยกว่าในชุดสูทสีน้ำตาลเอื้อมมือไปเปิดดูปฏิทินบนโต๊ะทำงานไปด้วย  


"ก็อีกไม่นานแล้วนี่  อืม…แล้วเธอตั้งใจจะไปกันกี่วันล่ะ?”


“ผมตั้งใจว่าจะไปสักสามวันสองคืนครับ  แล้วนี่ผมก็ชวนอาจารย์ทาคาโอะ…หัวหน้าหมวดวิชาศิลปะให้ไปด้วยกันด้วยน่ะครับ”


“ดี…ถ้างั้นตกลงตามนี้ก็แล้วกัน  ยังไงฉันก็ฝากดูแลพวกเด็กๆด้วยนะ…รวมทั้งลูกชายของฉันด้วย”


“ท่านผ.อ.ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”  


“ถ้างั้นฉันคงไม่รบกวนเวลาของเธอแล้วล่ะ…ไปเข้าสอนต่อเถอะ”


“ครับ…ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับท่านผ.อ.”  


เจ้าของใบหน้าอ่อนโยนภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมลุกขึ้นยืนแล้วโค้งศีรษะแสดงความเคารพต่ออีกฝ่าย  จากนั้นเขาจึงเดินออกจากห้องไป  ส่วนผู้อำนวยการคนเก่งแห่งแกรนด์ดาเนปก็หันไปจัดการกับเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะของตนเองต่อ



แต่เพียงแค่เวลาผ่านไปไม่ถึงสองสามนาที  เสียงเคาะประตูห้องทำงานของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง


"ก๊อกๆ"


…ใครกัน?...เราก็ไม่ได้เรียกใครมาพบแล้วนี่หว่า…


หลังจากที่คิดสงสัยอยู่ในชั่วขณะหนึ่ง  ในที่สุดเขาก็เอ่ยคำอนุญาติให้ผู้ที่อยู่นอกห้องเข้ามาได้  


"เชิญ”


“นึกว่าจะถูกปล่อยให้ลอยแพอยู่ข้างนอกซะแล้ว”  เสียงของผู้มาเยือนพูดขึ้นทันทีเมื่อประตูห้องถูกเปิดออก  


และเมื่อได้เห็นหน้าผู้เป็นเจ้าของเสียงนั้น  ก็ทำเอาริวเซย์ต้องตกใจเป็นไก่ตาแตกในทันที


“พี่โคจิ!?”


“ไม่เจอกันนานหลายปีเลยทีเดียว…นายเป็นยังไงบ้าง?”  ผู้ทรงอำนาจแห่งวงการธุรกิจยกยิ้มกว้างเหมือนเป็นเรื่องสนุกสนาน  ที่ได้เห็นสีหน้าแตกตื่นของสหายรุ่นน้อง


“ทำไมพี่ถึงไม่บอกล่วงหน้าเลยล่ะครับว่าจะมาที่นี่  ผมจะได้เตรียมการต้อนรับเอาไว้ให้ดีกว่านี้”  


ชายผู้เป็นเจ้าของห้องเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของแขกคนสำคัญก่อนที่จะผายมือไปทางโซฟารับแขกตัวใหญ่  


“เชิญนั่งก่อนครับพี่”


“นายไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรขนาดนั้นหรอก  ฉันแค่แวะมาเยี่ยมนาย…แล้วก็มีธุระนิดหน่อยเท่านั้น”  นักธุรกิจใหญ่นั่งลงบนโซฟาตามคำเชื้อเชิญพร้อมกับพูดกลั้วหัวเราะไปด้วย  


“ในอดีตเคยมีผู้รู้กล่าวเอาไว้ว่า…หากจะดูความตั้งใจในการทำงานหรือผลงานของใครสักคน…ควรดูในตอนที่เขาไม่รู้ตัว…แล้วนายก็ทำมันได้ดีซะด้วยสิ”


โคจิกล่าวกับสหายรุ่นน้องแล้ววางมือลงบนบ่าของเขาด้วยความสนิทสนมอย่างเป็นกันเอง  


“ไม่ว่าจะเป็นตอนที่นายกำลังจัดการกับเอกสารที่อยู่บนโต๊ะอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง  หรือความเปลี่ยนแปลงที่มีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นของสถานศึกษาแห่งนี้…รวมไปถึงความสามารถและศักยภาพของเด็กๆหลายคนที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนจนเป็นที่รู้จักกันไปทั่ว”


“ฉันติดตามข่าวสารที่เกี่ยวกับแกรนด์ดาเนปอยู่เสมอเลยนะ…แล้วมันก็ทำให้ฉันไม่ผิดหวังเลยจริงๆที่เลือกนายขึ้นมาเป็นผ.อ.”


“ขอบคุณมากนะครับพี่"  ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าวรับคำด้วยความรู้สึกยินดีจากใจจริง 


"เดิมทีผมก็เป็นเพียงแค่นักธุรกิจเล็กๆคนนึงเท่านั้นเอง  แต่สำหรับแกรนด์ดาเนปแล้ว…ผมสัญญาได้เลยครับว่าจะทำทุกอย่างจนสุดความสามารถ”  


“ฉันดีใจจริงๆที่ได้ยินนายพูดแบบนี้”


“อ้อ…จริงสิ  ว่าแต่ธุระของพี่คืออะไรเหรอครับ?  ผมคิดว่ามันจะต้องสำคัญมากแน่ๆเลย  พี่ถึงต้องมาที่นี่ด้วยตัวเองแบบนี้”


“แน่นอน…ว่ามันต้องสำคัญมากๆ"  โคจิพูดระคนหัวเราะอย่างคนอารมณ์ดี  


“คืองี้นะริวเซย์  อีกเหตุผลนึงที่ฉันมาที่นี่...ก็เพราะมีคนสองคนที่ฉันอยากเจอและอยากจะพูดคุยกับพวกเขาสักหน่อย”


“ใครเหรอครับ?”


“คนแรก…ลูกชายของตระกูลเทนโจ”


“คาซึโตะน่ะเหรอครับ?”


“ใช่…”


“แล้วอีกคนล่ะครับ?”


“ส่วนอีกคนก็คือ…ยาสึชิคุง  ลูกชายของนายนั่นแหละ”


“หา?”  ริวเซย์เมื่อได้ฟังดังนั้นก็ได้แต่ทำหน้าเหรอหราอย่างไม่เข้าใจ  แต่ก็ไม่สามารถซักถามอะไรให้เป็นการเสียมารยาทได้


“รบกวนนายช่วยเรียกพวกเขามาให้ทีนะ”


“ได้ครับ”  


ผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนปรับคำแล้วรีบเดินไปยกหูโทรศัพท์ที่โต๊ะทำงานของตัวเองก่อนที่จะต่อสายไปยังแผนกประชาสัมพันธ์ในทันที  และหลังจากที่วางหูได้ไม่นานนัก  เสียงประกาศตามสายจึงดังขึ้นไปทั่วทั้งโรงเรียน





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

63 ความคิดเห็น