ตอนที่ 31 : ต่อปากต่อคำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    13 พ.ค. 62

ฮิรุยะที่แอบดูเหตุการณ์ทั้งหมดมาตลอดก็ได้แต่ยืนอึ้งกับสิ่งที่เมกามิได้ทำลงไป  เธอใช้ความเมตตาและการให้อภัยในการแก้ปัญหาซึ่งแตกต่างจากวิธีการของเขาโดยสิ้นเชิง  ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนในตัวของเด็กสาว  แต่เขาก็ยังเลือกที่จะไม่เข้าใจในความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนของพวกผู้หญิงอยู่ดี


…ยัยเด็กนี่มันบ้าบอจริงๆ…การให้อภัยงั้นเหรอ…

…มันก็ใช้ได้แค่กับคนที่ยังรู้จักสำนึกผิดเท่านั้นแหละ…


จากนั้นเจ้าของร่างสูงจึงเดินออกจากที่ตรงนั้นไป…เนื่องจากสิ่งที่เห็นเมื่อสักครู่นี้ทำให้เขาค่อนข้างแน่ใจแล้วว่าจะไม่เกิดเรื่องอันตรายใดๆขึ้นมาอีก




หลังจากที่การสนทนาบนดาดฟ้าจบลง  เมกามิจึงเดินกลับเข้าห้องเรียนตามปกติ  เรียวขาเล็กๆก้าวเดินมาจนถึงโต๊ะเรียนของตัวเอง…ก็พบกับเด็กหนุ่มรองหัวหน้าห้องที่ยังคงนั่งหันหลังให้เธออยู่เช่นเดิม


ดวงตากลมโตหวานซึ้งจ้องมองไปยังกล่องข้าวที่ห่อด้วยผ้าผืนสีฟ้าสดใส  ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอตั้งใจทำมาให้เขาเองกับมือ  เธอถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อพบว่าเจ้ากล่องข้าวนั้นยังคงวางอยู่ในตำแหน่งเดิมเหมือนไม่ได้ถูกขยับเขยื้อนไปไหน


…ยังอยู่สภาพเดิมเลย…นี่เขาโกรธเราอยู่จริงๆเหรอ…


เด็กสาวตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบเอากล่องข้าวกลับมาเก็บไว้กับตัวเช่นเดิม  แต่ก็ต้องรู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่ากล่องข้าวนั้นเบาโหวงไม่เหมือนกันกับในตอนแรก


“เอ๋?”


เสียงหวานที่หลุดอุทานออกมาเบาๆ  ทำให้ยาสึชิค่อยๆหันกลับมองผู้ที่เป็นเจ้าของเสียงที่กำลังยืนอยู่ข้างหลัง


“เคซากุ…เธอ…กินข้าวในกล่องนี้ไปแล้วเหรอ?”


“…อืม”  เสียงทุ้มตอบกลับมาอย่างแผ่วเบา  ทำเอาดรุณีน้อยถึงกับแอบนึกขำเขาอยู่ในใจ


นอกจากเขาจะแอบเปิดมันกินในตอนที่เธอไม่อยู่แล้ว  เขายังใช้ผ้าห่อกล่องข้าวเอาไว้ให้อยู่ในสภาพเหมือนเดิมอีกต่างหาก


…แปลกคนจริงๆ…


“แล้ว…เธอไม่ได้โกรธฉันแล้วใช่มั้ย?”


“…โกรธ?”


“อื้อ…ก็ตอนแรกฉันเรียกเท่าไหร่เธอก็ไม่ยอมหันมาเลย  ฉันก็เลย…นึกว่าเธอโกรธอะไรฉันซะแล้ว”


“…เปล่า”


“เมื่อกี้…”


“…หลับ”


“หา?...หลับเหรอ?"


นี่สินะ…เหตุผลที่เรียกเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมหันมา  ทำเอาหญิงสาวต้องนึกขำในความคิดของตัวเองอีกครั้ง


…ที่แท้เขาก็แค่หลับ…นี่เราคิดไปถึงไหนเนี่ย  บ้าจริงๆ…


“อร่อย…นะ”  เจ้าของเรือนผมสีดำปรกหน้าผากนั่งเท้าคางกับโต๊ะแล้วจ้องมองเธอด้วยแววตาเหม่อลอย


“จริงเหรอ…ดีใจจัง”  คำพูดที่เป็นเหมือนคำชมนั้นทำให้สาวน้อยรู้สึกดีใจจนตัวลอย  ก็เธอตั้งใจทำมากๆเลยนี่นา


“…ขอบคุณ”


“ไม่เป็นไรจ้ะ…ก็ฉันตั้งใจทำมาให้เธออยู่แล้วนี่นา  เป็นของแทนคำขอบคุณนะ”


ยาสึชิเลื่อนสายตาจ้องมองไปที่กล่องข้าวของเด็กสาว  จากนั้นจึงเอ่ยคำพูดบางอย่างขึ้นมา  


“…งั้น”


“ทุกวัน…ได้ไหม?”


“เอ๋?”  เมกามิกะพริบตาปริบๆกับคำขอของเด็กหนุ่มตรงหน้า  ก่อนที่เธอจะแตะแต้มรอยยิ้มที่แสนน่ารักขึ้นมา


“ด้วยความยินดีจ้ะ”






          จากนั้นเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน  ทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่แห่งแกรนด์ดาเนปในชุดนักเรียนที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อโค้ทสีดำราคาแพง  เขายืนกอดอกอยู่ตรงหน้าอาคารกลาง  ซึ่งเป็นที่ตั้งของชมรมศิลปะที่เมกามิเป็นสมาชิกอยู่  


ชายหนุ่มก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตนเองอยู่หลายครั้ง  ก่อนที่จะทอดสายตามองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงในเวลาโพล้เพล้…ซึ่งเลยเวลากลับบ้านของเขามามากพอสมควรแล้ว


“แย่จัง…วันนี้ดันส่งงานเป็นคนสุดท้ายซะได้”  ดรุณีคนงามรีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องชมรมพร้อมกับก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเองไปด้วย  


“หา…หกโมงครึ่งแล้วเหรอเนี่ย?”


“สงสัยต้องหาเวลาฝึกซ้อมวาดภาพซะหน่อยแล้ว  ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้มีหวังได้ส่งงานเป็นคนสุดท้ายไปทั้งชาติแน่ๆ"


เจ้าของใบหน้างามบริสุทธิ์ค่อยๆลดฝีเท้าลงเมื่อเห็นแผ่นหลังของหนุ่มรุ่นพี่จอมจิกกัดที่ยืนรออยู่ตรงหน้าตึก  มันเป็นอะไรที่เหนือความคาดหมายของเธอมากเลยทีเดียว  เพราะนึกไม่ถึงว่าเย็นย่ำค่ำมืดขนาดนี้แล้ว  เขาจะยังสามารถอดทนยืนรอเธอได้  ก็นึกว่าเขาจะกลับบ้านไปแล้วเสียอีก


…ยังอยู่อีกเหรอเนี่ย…ไม่น่าเชื่อ…


เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน  ทำให้ฮิรุยะต้องหันกลับมาดูว่าเจ้าของเสียงนั้นใช่เด็กสาวที่เขาต้องตามดูแลหรือไม่


และเมื่อเห็นว่าเป็นเธอ  เขาก็เปิดบทสนทนาขึ้นมาทันที


“ช้าชะมัด  นี่เธอนอนหลับในชมรมรึไง?”


“ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าคนอย่างนายจะมีความอดทนได้ขนาดนี้  ทั้งๆที่ดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นได้เลยแท้ๆ”  เมกามิพูดอย่างไม่ยี่หระแล้วเดินนำหน้าชายหนุ่มไปก่อน


“นี่เป็นสิ่งที่ควรพูดกับคนที่มายืนรอเธอเป็นชั่วโมงงั้นเรอะ!?”


“นี่ฟังให้ดีนะ…ถ้าไม่ได้เป็นเพราะพวกผู้ใหญ่ล่ะก็  เธออย่าได้ฝันเลยว่าฉันจะมาทำอะไรบ้าๆแถมยังไร้สาระแบบนี้!”  เจ้าชายขี้โมโหแห่งแกรนด์ดาเนปขมวดคิ้วมุ่น


“งั้นนายก็ไม่ต้องทำสิ  ไม่เห็นจะยากเลย”


“ถ้าทำแบบนั้นได้  ฉันคงทำไปนานแล้ว!”


คำพูดที่เหมือนกับคนไม่มีทางเลือกทำให้เด็กสาวต้องยิ้มเยาะในความน่าเวทนาของเขา


“สมน้ำหน้า”


“เธอว่าอะไรนะ!?”  


ฮิรุยะรีบเดินจ้ำอ้าวตามหลังอีกฝ่ายขึ้นไปไวๆ เพื่อที่จะไปต่อปากต่อคำกับเธออีก  ในขณะที่เด็กสาวรุ่นน้องยังเดินทำลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้จนดูน่าหมั่นไส้


“เปล่านี่…ฉันไม่ได้พูดอะไรซะหน่อย”


“ฉันล่ะอยากจะฆ่าเธอให้ตายคามือไปเลยจริงๆ!”  


เมกามิหยุดเท้าลงแล้วหันหน้ามาจ้องมองเจ้าของร่างสูงที่กำลังเดินตามหลัง  จากนั้นจึงพูดจาท้าทายเขาขึ้นมา


“เอาสิ…นายรออะไรอยู่ล่ะ?”


“ห้ะ!?”


“นายอยากจะฆ่าฉันไม่ใช่เหรอ  เอาเลย…นี่ไง  ฉันยืนอยู่ตรงนี้แล้ว”  เทพธิดาในร่างของเด็กสาวกางแขนทั้งสองข้างออกเป็นการท้าทาย  ในขณะที่ฮิรุยะได้แต่ยืนกำมือแน่น  เพราะเขาไม่มีทางที่จะทำแบบนั้นได้เลย…ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม


ถึงแม้ว่าเขาจะอยากจับเธอเหวี่ยงด้วยท่าไจแอนท์สวิงมากแค่ไหนก็เถอะ!


….โมโห!...หงุดหงิด!...อารมณ์เสียจริงๆ!...ทำไมฉันต้องมาโดนยัยหน้าจืดนี่เยาะเย้ยขนาดนี้ด้วย!!!...แถมฉันยังทำอะไรแม่นี่ไม่ได้เลยสักอย่าง!!...บ้า!...บ้า!...นี่มันบ้าจริงๆ!!!...


ทั้งอากัปกิริยาและใบหน้ายุ่งๆของหนุ่มรุ่นพี่ทำให้เด็กสาวต้องยกยิ้มออกมาด้วยความสะใจเป็นที่สุด  จากนั้นเธอจึงสะบัดตัวหันหลังแล้วเดินต่อไปอย่างสบายอารมณ์   ก่อนที่จะพูดจายั่วยุเขาขึ้นมาอีก


“กาก..."


“อะไรนะ!?”


“นายไม่เห็นจะเก่งอย่างที่พูดเลย…ไม่รู้ว่าพวกเด็กๆในโรงเรียนกลัวคนอย่างนายไปได้ยังไงกัน”


…เออ!...ถ้าเธอไม่ใช่ลูกสาวของลุงโคจิล่ะก็  เธอจะได้รู้ซึ้งเลยล่ะว่าฉันเป็นคนแบบไหน!!...


“พูดมาก…หุบปากไปเลยยัยขี้เหร่!”


“เถียงไม่ออกล่ะสิ…”


“ชิ!”


“นี่แค่เบาะๆเองนะ…โทษฐานที่นายทำให้ฉันหัวเสียเมื่อวานนี้”


“อ้อ…ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!”  


เจ้าของร่างสูงสง่างามพูดแค่นหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูไม่น่าขำเลยแม้แต่น้อย  “นึกว่าจะเป็นคนดี…ที่ไหนได้  ธาตุแท้ของเธอเป็นคนอาฆาตพยาบาทแบบนี้นี่เอง”


“ไอ้ความใจดีที่เห็นมันคงเป็นแค่เปลือกนอกสินะ”


“นายหมายความว่ายังไง?”  เมกามิหยุดเท้าลงแล้วหันกลับมามองหนุ่มรุ่นพี่อีกครั้ง  


"ฉันเคยไปทำท่าใจดีให้นายเห็นตั้งแต่เมื่อไหร่?”


“อ้าว…ก็ฉันเห็น…”  


เมื่อรู้ตัวว่าเกือบจะหลุดพูดในสิ่งที่เห็นเมื่อตอนกลางวันออกไป  ฮิรุยะจึงรีบชะงักคำพูดในทันที


“ห้ะ?”


“เปล่า!”


“อะไรของนายเนี่ย  พูดจาวกไปวนมาฟังไม่รู้เรื่องยังกะคนบ้า”  อดีตเทพธิดาผู้งดงามบ่นพึมพำแล้วก้าวเท้าเดินต่อ


“จริงสิ…ฉันมีเรื่องจะพูดกับนายอีกเรื่อง”


“หึ…คนอย่างเธอเนี่ยนะมีเรื่องที่จะพูดกับฉัน”  ทายาทตระกูลโยชิฟุมิแค่นหัวเราะออกมาพร้อมกับหลิ่วตามองเด็กสาวที่เดินอยู่ข้างหน้า


“มันก็เป็นผลดีกับตัวของนายเอง…จะไม่ฟังก็แล้วแต่”


…ผลดีกับตัวเราเหรอ?...คนอย่างยัยนี่อ่ะนะ…ไม่มีทางเป็นไปได้หรอก!!...


“อะไรล่ะ?  เธอก็ลองพูดมาดิ”


“ตั้งแต่พรุ่งนี้ไปนายไม่ต้องมาคอยเฝ้าฉันตอนกลางวันกับตอนเลิกเรียนหรอก…แค่ตอนเช้าอย่างเดียวก็พอแล้ว”


…เห้ยยยย!...นี่ฉันหูฝาดไปรึเปล่า!!?…แต่เดี๋ยวก่อน…รึว่ายัยนี่มีแผนอะไรซ่อนอยู่กันแน่!?...


“หึ…เธอคิดว่าฉันจะซาบซึ้งในความใจดีของเธองั้นเหรอ?  ไม่มีทางซะหรอก”  ฮิรุยะพูดแล้วจ้องมองเรือนผมยาวสลวยของอีกฝ่ายจากด้านหลังด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ  


“พอฉันทำแบบนั้นปุ๊บ  เธอก็คงจะวิ่งแจ้นไปฟ้องลุงโคจิปั๊บ  ผลสุดท้ายก็ฉันไงที่ซวย…แผนตื้นๆแค่นี้ฉันไม่หลงกลหรอกนะ”


เมื่อได้ยินดังนั้นเมกามิจึงหันหลังกลับมามองชายหนุ่มด้วยสีหน้าที่บูดบึ้งไม่สบอารมณ์อีกครั้ง  คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันมุ่น  แต่ก็ไม่อาจทำให้ความน่ารักของเธอลดลงไปได้เลย  


ทั้งๆที่เธอคิดว่านี่มันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายสบายใจ  แต่เหตุใดเขาถึงเอาแต่มองทุกสิ่งทุกอย่างในแง่ลบไปเสียได้!


“คนที่นิสัยใจคอคับแคบและไม่เคยมีความไว้วางใจให้กับใครเลยอย่างนาย...ก็คงคิดได้แค่นี้สินะ”


“นี่เธอ…!”


“ฟังฉันให้ดีนะ…เจ้าผู้ชายโอหัง!”  ดรุณีน้อยยืนกอดอกพร้อมกับจ้องมองใบหน้าหล่อๆของอีกฝ่ายด้วยแววตาจริงจัง  


“ฉันไม่เคยคิดที่จะมาทำใจดีกับคนอย่างนายหรอกนะ  เพราะฉันรู้ดีว่าถึงทำไปนายก็คงไม่มีทางสำนึกอยู่แล้ว"


“แต่ที่ฉันพูดแบบนั้นก็เพราะรู้สึกสมเพชเวทนาในตัวของนายมากกว่า…แล้วฉันก็ทนเห็นหน้านายไปตลอดสามเวลาหลังอาหารไม่ไหวด้วย  เรียกง่ายๆว่าเหม็นขี้หน้าน่ะ…นายเข้าใจมั้ย?”


“หนอย…ยัย…!!”  เมื่อชายหนุ่มทำท่าจะสบถขึ้น  เจ้าของใบหน้าสวยหวานก็พูดแทรกขึ้นมาอีก


“แล้วที่สำคัญนะ…ฉันเองก็มีเพื่อนที่ไว้ใจและพึ่งพาได้  แล้วก็รู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่ด้วยมากกว่านายซะอีก  เหตุผลแค่นี้คงมากพอสำหรับนายใช่มั้ย?"


“แค่นี้แหละ  ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับนายแล้ว"  กล่าวจบเมกามิก็เดินไปขึ้นรถที่มาจอดรออยู่พอดี  ปล่อยให้หนุ่มรุ่นพี่ได้แต่ยืนหัวเสียไปกับคำพูดที่เสียดแทงความรู้สึกของคนฟังอย่างแสบสันต์


…นี่เธอจะดูถูกฉันมากเกินไปแล้วนะ!...อย่าให้ถึงคราวของฉันบ้างก็แล้วกัน!...ชิรายูกิ เมกามิ!!...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

60 ความคิดเห็น