Retrouvailles

  • 600% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 2,208 Views

  • 40 Comments

  • 89 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    249

    Overall
    2,208

ตอนที่ 30 : บทสนทนาบนดาดฟ้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 พ.ค. 62

          ทายาทแห่งตระกูลโยชิฟุมิเดินอาดๆพาร่างสูงของตัวเองข้ามมายังอาคารเรียนของชั้นปีหนึ่งด้วยท่าทางที่ดูรีบเร่ง  ท่ามกลางสายตาของเหล่านักเรียนรุ่นน้องที่ต่างก็พากันจ้องมองมาด้วยความแปลกใจ  ก่อนที่จะมีเสียงพูดคุยซุบซิบถึงเขากันให้เซ็งแซ่…บ้างก็เป็นการหลงใหลชื่นชมในตัวของเขา  บ้างก็พูดถึงเรื่องฮือฮาที่เกิดขึ้นเมื่อเช้านี้


…ฮึ้ยยย…จะมองอะไรกันนักหนา  ไม่เคยเห็นรุ่นพี่เดินเข้าตึกปีหนึ่งรึไงกัน!?...


เรียวขายาวได้สัดส่วนก้าวขึ้นบันไดแล้วเดินตามทางมาเรื่อยๆ  จากนั้นเขาจึงมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องชั้นปี 1/5 ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง  หากแต่ชายหนุ่มยังยืนพิงอยู่กับผนังด้านนอกของห้องเรียน  โดยที่ยังไม่ยอมโผล่หน้าเข้าไปดูเด็กสาวที่เขาต้องรับหน้าที่ดูแลรับผิดชอบแต่อย่างใด


ฮิรุยะก้มลงมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงระยับของตนเองอยู่ครู่หนึ่งซึ่งบอกเวลาประมาณเที่ยงสิบนาที  หลังจากนั้นเขาก็ยังคงยืนอยู่ตรงที่เดิมเฉยๆ ในขณะที่เขาก็กำลังคิดถึงสิ่งที่ผู้เป็นบิดาได้พูดกำชับกับเขาเอาไว้อย่างหนักแน่น



“แกต้องคอยดูแลหนูเมกามิในระหว่างที่อยู่ในโรงเรียนให้ดี  ไม่ว่าจะเป็นตอนเดินเข้าโรงเรียน  ตอนพักเที่ยง  หรือแม้กระทั่งเวลาเลิกเรียน  เพราะอันตรายมันอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ”


“อะไรนะครับ?  แม้แต่ตอนกลางวันด้วยเหรอ?  แบบนี้ผมไม่ต้องห่อข้าวตามไปนั่งกินกับเด็กนั่นทุกวันเลยเหรอครับ?”


“ถ้าทำได้แกก็ควรทำ”


“หาาา!?  คุณพ่อ…พูดเป็นเล่นไป!”


…รีบมาดูแล้วก็รีบๆกลับให้มันจบๆไปวันนึงก็แล้วกัน…ใครมันจะบ้าไปทำอะไรแบบนั้นได้ล่ะ!...อีกอย่างยัยนั่นเองก็คงไม่ได้อยากจะให้เรามาตามติดแบบนี้อยู่แล้ว…คงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมาก…


ชายหนุ่มยืนกอดอกด้วยท่าทางสง่างามพลางครุ่นคิดถึงสิ่งที่จะทำไปด้วย  แต่เขาก็ยังไม่ยอมโผล่หน้าหรือเรียกเด็กในห้องออกมาเพื่อถามถึงเมกามิอยู่ดี


ในขณะนั้นเองก็มีเด็กนักเรียนชายปีหนึ่งที่เดินจับกลุ่มกันมาราวๆห้าหกคน  พวกเขาเดินผ่านมาพร้อมกับจ้องมองไปทางหนุ่มรุ่นพี่เป็นตาเดียวกัน  ก่อนที่จะพากันพูดคุยซุบซิบนินทาเขาเป็นการใหญ่


“สงสัยจะไม่ใช่แค่ข่าวลือแล้วล่ะ…พวกนายว่างั้นป่ะ?”


“นั่นสิ…มาหากันถึงห้องขนาดนี้  ไม่ได้เกรงใจแฟนตัวจริงของเขาบ้างเลย  แต่ก็นะ…สมกับที่เป็นรุ่นพี่โยชิฟุมิแล้วล่ะ  นิสัยของเขาเป็นคนที่ทำอะไรไม่สนใจใครอยู่แล้วนี่”


“ฉันว่าอีกหน่อยต้องมีศึกชิงนางวางมวยกันแน่ๆเลยว่ะ…พนันกันมั้ย? ฮะๆๆ”


เดี๋ยวเถอะ  กล้านินทากันในระยะเผาขนแบบนี้เลยเรอะ!  รู้จักโยชิฟุมิ  ฮิรุยะคนนี้น้อยไปซะแล้ว!


“เฮ้ย!!...นึกว่าฉันไม่ได้ยินรึไง!!  นั่นปากเรอะที่พูดน่ะ!!”  ฮิรุยะหันไปตวาดกลุ่มเด็กปีหนึ่งด้วยน้ำเสียงก้องกังวานที่ฟังดูมีอำนาจ  หลังจากที่ทุกคำพูดนั้นได้ผ่านกระทบเข้าหูของเขาทั้งหมด


"พวกแกไม่อยากมีอนาคตในโรงเรียนกันแล้วใช่มั้ย!?"


“ซวยแล้ว…ดันได้ยินอีก  รีบเผ่นเถอะพวกเรา”  กลุ่มนักเรียนปีหนึ่งพากันวิ่งหนีทายาทของผู้ทรงอำนาจกันให้จ้าละหวั่น  เพราะถึงแม้จะจับกลุ่มนินทาเขาแต่ก็ยังรู้สึกหวั่นเกรงเขาอยู่ดี  เพราะทุกคนที่นี่ต่างก็รู้ดีว่าคนอย่างฮิรุยะนั้นร้ายกาจขนาดไหน  กับผู้หญิงยังผลักยังกระชากคอเสื้อได้  แล้วกับผู้ชายจะไปเหลืออะไร


“หนอย!!...พวกแก  กลับมานี่เดี๋ยวนี้นะ!!”  


ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งตะโกนไล่ตามหลังไปด้วยความฉุนเฉียว  ท่ามกลางสายตาของนักเรียนรุ่นน้องที่เดินผ่านไปผ่านมา…ที่ต่างก็จ้องมองมาที่เขากันอย่างแตกตื่น


“มองอะไรกัน!?   อยากมีปัญหารึไง!?"


“รีบไสหัวกันไปให้หมดเลยนะ…ก่อนที่ฉันจะโมโหมากกว่านี้!!!”  เสียงทุ้มตวาดแผดก้องไปทั่วทั้งบริเวณทำให้เด็กๆที่อยู่แถวๆนั้นต่างก็ต้องพากันเดินหนีหายไปหมด  คงไม่มีใครคิดอยากจะเข้าไปลองดีกับเขาเป็นแน่



“หืม…เอะอะอะไรกันน่ะ?”  


เสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่โผล่มาจากห้องเรียนชั้นปี 1/5 พูดขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงเอะอะเอ็ดตะโรอยู่นานสองนาน  แต่เมื่อได้พบกับเจ้าของเสียงโหวกเหวกนั้นก็เล่นเอาหน้าถอดสีขึ้นมาทันที


…ซวยละสิ!...ไหงมาอยู่ตรงนี้ได้วะ!?...


“ระ…รุ่นพี่โยชิฟุมิ…คะ…คือผมไม่ได้ตั้งใจ…นะครับ”  เด็กหนุ่มพูดละล่ำละลักด้วยความหวาดกลัวในอิทธิพลของหนุ่มรุ่นพี่ร่างสูงที่อยู่ตรงหน้า  


"ไม่รู้ว่า…ปะ…เป็นรุ่นพี่”


“ผะ…ผม…ขอโทษด้วยครับ”  


เด็กหนุ่มโค้งศีรษะขอโทษขอโพยผงกๆ  จากนั้นจึงรีบหันหลังเดินเข้าห้องเรียนไป  แต่ก็ไม่ทันที่ฝ่ามือใหญ่ๆของฮิรุยะที่จับหมับลงบนบ่าของเขาเข้าให้เสียก่อน


“เดี๋ยว…”


“อะ…คะ…ครับ?”  หนุ่มรุ่นน้องค่อยๆหันมาสบตากับเจ้าของนัยน์ตาแข็งกร้าวดุดันด้วยความรู้สึกหวาดระแวงไปทุกขณะจิต  


"ระ…รุ่นพี่…มี…อะไร…เหรอครับ?”


“เออ!  ถ้าไม่มีฉันจะเรียกแกทำไมล่ะ!?"


...ตูซวยแล้วของแท้แน่นอน!...จะโดนอะไรเปล่าวะเนี่ย!?...


“คะ…ครับ”  หนุ่มปีหนึ่งพูดเสียงอ่อยพร้อมกับอาการที่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก


เจ้าชายคนเล็กแห่งแกรนด์ดาเนปหันไปมองซ้ายมองขวาจนแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครเดินผ่านมา  จากนั้นเขาจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแผ่วเบากว่าปกติ


“ยัยนั่นอยู่รึเปล่า?”


“ครับ?  ยัยนั่น?  ระ…ระ...รุ่นพี่หมายถึงใครครับ?”


“ปั๊ดโธ่เว้ยยย…ฉันอยากจะฆ่าแกจริงๆ!”  ฮิรุยะสบถออกมาเสียงเบาแล้วทำหน้าตาดุดันข่มขู่คนตรงหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ  


"แกบังอาจทำให้ฉันต้องเอ่ยชื่อยัยนั่นเรอะ!”


“ว๊ากกก…ผมไม่ได้…ตะ..ตั้งใจนะครับ”  เด็กหนุ่มรุ่นน้องยืนตัวลีบพลางพยายามรีบนึกชื่อของเด็กในห้องที่เขาถามถึงเป็นการใหญ่  ก่อนที่จะนึกถึงเรื่องเมื่อเช้านี้ขึ้นมาได้


อืม...ก็เรื่องที่ทุกคนเห็นว่าเขากับเมกามิเดินเข้าโรงเรียนมาด้วยกันนั่นแหละ


…อ้อ…รู้แล้ว…


“ระ..รึว่า…รุ่นพี่หมายถึง…ชะ…ชิรายูกิเหรอครับ?”


“เออ!  ยัยนั่นแหละ!”


…หา?…นี่แปลว่ารุ่นพี่กับชิรายูกิมีซัมติงกันจริงๆเหรอ…


...เฮ้ย!...นี่ไม่ใช่เวลามามัวสงสัยนะ!  ตอนนี้เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ!...


“มะ…ไม่อยู่ครับ”


“อ้าว…แล้วรู้เปล่าว่าไปไหน?”


“คือว่า…กะ…ก่อนหน้าที่รุ่นพี่จะมา…สักพัก…มี…คะ…คนมาหาชิรายูกิน่ะครับ”


“มีคนมาหาเหรอ?  ใคร? ชื่ออะไร? อยู่ปีไหน?  แล้วแกรู้จักมั้ย?”


เด็กหนุ่มปีหนึ่งส่ายศีรษะเบาๆก่อนจะตอบกลับมา  


"ผะ…ผมไม่รู้จักครับ  รู้แต่ว่าเป็นผะ…ผู้หญิง  ผิวแทนๆ  ตาตี่ๆหน่อย  ผมยาวๆไว้ผมหน้าม้า  แล้วดูจากชุดนักเรียน…ก็คงจะเป็นรุ่นพี่ปีสาม”


“ปีสามเหรอ?”  เจ้าของร่างสูงสง่าหน้าตาหล่อเหลายืนกอดพลางครุ่นคิดอยู่ในใจ


“ดูเหมือนว่า…จะพากันขึ้นไป…ที่…ดะ…ดาดฟ้าน่ะครับ”


“โอเค  ฉันหมดธุระแล้ว  แกจะไปไหนก็ไปเถอะ”


“คะ…ครับ”


“เฮ้ยเดี๋ยวก่อน!"  เสียงทุ้มทรงอำนาจดังขึ้นอีกครั้ง  ทำให้เด็กหนุ่มที่เยาว์วัยกว่าต้องสะดุ้งจนตัวโยน


“ครับ…”


“แกอย่าปากโป้งไปบอกใครล่ะว่าฉันถามหายัยนั่น…ไม่งั้นฉันจะฆ่าปาดคอแกแล้วเอาไปเผาทิ้งไม่ให้เหลือซากเลย!”


“ครับ…ครับ  สาบานเลยครับว่าผมจะไม่บอกใคร”


“แกไปได้ละ”  


เมื่อฮิรุยะพูดจบ  ร่างของคนตรงหน้าก็ค่อยๆเดินตัวลีบกลับเข้าห้องเรียนไปเช่นเดิม


“บนดาดฟ้าเรอะ?  ขึ้นไปทำบ้าอะไรกัน”  


…หืม…เดี๋ยวนะ…เมื่อกี้ไอ้เด็กนั่นมันบอกว่า…ผู้หญิงผิวแทน ตาตี่ ผมยาวแล้วไว้ผมหน้าม้าเหรอ?...


…ลักษณะมันคุ้นๆนะเนี่ย…แถมยังอยู่ปีสามอีก...


และในขณะนั้นเอง  ภาพของเด็กสาวคนหนึ่งที่มีลักษณะคลับคล้ายคลับคลากับรูปพรรณสันฐานดังกล่าวก็แวบขึ้นมาในหัวของเขาแทบจะทันที


…เห้ย!...รึจะเป็นยัยคนที่ชื่อเอรินั่น!?...


…ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาอีกเราก็จะเป็นคนแรกที่ซวยอ่ะดิ!...


เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มจึงรีบเดินจ้ำอ้าวขึ้นบันไดไปให้ถึงชั้นดาดฟ้าให้ได้โดยเร็วที่สุด


…ขอให้มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็แล้วกัน...



และเมื่อมาถึงชั้นบนสุดของอาคารเรียน  ทายาทของผู้ทรงอำนาจทอดมองไปยังบันไดที่เหลืออีกสิบกว่าขั้นก่อนที่จะไปถึงชั้นดาดฟ้า…โดยที่ประตูทางขึ้นนั้นถูกเปิดทิ้งเอาไว้  ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งชี้ว่าได้มีใครบางคนขึ้นมาถึงก่อนหน้าเขาแล้วอย่างแน่นอน


ชายหนุ่มค่อยๆย่องขึ้นบันไดไปทีละขั้นด้วยฝีเท้าที่เงียบเสียงที่สุด  ก่อนที่จะพาเอาร่างสูงของตัวเองมายืนอยู่ทางด้านหลังของประตูแล้วแอบชะโงกหน้าไปมองหญิงสาวทั้งสอง


…ใช่ยัยคนนั้นจริงๆด้วย!...

…จะออกไปจัดการเลยดีมั้ย?...รึจะแอบดูอยู่เงียบๆดี?...


…ไม่ๆๆ…เอาไว้ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลค่อยออกไปดีกว่า…เผื่อมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้…เราเองก็ไม่อยากออกไปยืนหน้าแหกเหมือนกัน….



“รุ่นพี่…มีธุระอะไรกับฉันเหรอคะ?”  เสียงหวานใสของอดีตเทพธิดาเอ่ยถามสาวรุ่นพี่ที่อยู่ตรงหน้าหลังจากที่ขึ้นมาบนดาดฟ้าได้สักพัก


“ชิรายูกิ…ฉันมีเรื่องที่อยากจะถามเธอหน่อย”


“ค่ะ…”


เด็กสาวที่ชื่อเอริจ้องมองใบหน้าบริสุทธิ์ผุดผ่องของอีกฝ่ายจากนั้นจึงพูดขึ้นต่อ  


"เธอรู้ไหม…ว่าหลังจากที่จบเหตุการณ์ในห้องสอบสวนวันนั้นแล้ว…โทษที่ฉันได้รับมันคืออะไร”


“อะไรเหรอคะ?”


“ฉันถูกคณะผู้บริหารของแกรนด์ดาเนปพิจารณาตัดสินให้ออกจากโรงเรียน…”


…รุ่นพี่…ต้องออกจากโรงเรียนจริงๆเหรอ?...ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ…


“น่าขำจริงๆเลยเนอะ…”  เจ้าของผิวสีน้ำผึ้งแปลกตายืนไขว้มือไปข้างหลังแล้วพูดกลั้วหัวเราะเบาๆ  “ทั้งๆที่รู้และทำใจเอาไว้อยู่แล้วว่านี่คงเป็นสิ่งที่ฉันต้องเจอ”


"เพราะมันคือผลลัพธ์ที่เกิดจากการกระทำของฉัน..."


เมกามิได้ฟังเช่นนั้นแล้วก็พูดอะไรไม่ออก  นี่สิ่งที่เธอได้ร้องขอกับผู้เป็นบิดาไป...มันไม่ได้ผลอย่างนั้นหรือ?


“จนกระทั่งเมื่อเช้านี้  ผ.อ.ได้เรียกฉันเข้าไปพบอีกครั้ง  เธอรู้มั้ยว่าตอนนั้นฉันคิดอะไรอยู่”


“คะ?”


“ฉันคิดว่าจะถูกบ่นถูกด่าเป็นของแถมก่อนออกจากโรงเรียนน่ะสิ”  เอริพูดระคนเสียงหัวเราะไปด้วย  “แต่เปล่าเลย…”


“สิ่งที่ผ.อ.บอกกับฉันก็คือ…"


"ฉันได้รับการละเว้นโทษแล้วก็ยังเรียนหนังสือที่นี่ต่อได้เหมือนเดิม”


“ดีจัง…ดีใจด้วยนะคะ”  เมกามิแตะแต้มรอยยิ้มด้วยความยินดีให้กับคนตรงหน้าจากใจจริง


“จากนั้นฉันก็ได้รู้ความจริงบางอย่างที่น่าตกใจ…มันทำให้ฉันช็อคมากจริงๆนะ”  สาวรุ่นพี่ที่ตัวสูงกว่าเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของดรุณีน้อยในระยะที่ใกล้กันมากกว่าเดิม  ดวงตาเรียวเล็กที่แลดูหม่นหมองของเธอก้มลงมองไปที่พื้นอย่างคนที่กำลังสำนึกผิด


“ชิรายูกิ…ทำไมล่ะ?..."


"ทำไมเธอถึงขอละเว้นโทษให้ฉัน...ทั้งๆที่ฉันลงมือทำกับเธอสาหัสถึงขนาดนี้?"


“ถ้าเธอไม่บ้า…เธอก็ต้องโง่มากแน่ๆ”  สาวรุ่นพี่ทรุดตัวลงไปนั่งก้มหน้าก้มตากอดเข่าอยู่ตรงหน้าของดรุณีคนงาม  แผ่นหลังของเธอสั่นไหวระริกจนดูน่าสงสาร  ก่อนที่เสียงสะอึกสะอื้นจะค่อยๆดังขึ้นตามมา  


…รุ่นพี่…


“ความเมตตาที่เธอมีให้กับฉัน…มันทำให้ฉันรู้สึกละอายใจจริงๆ”


เมกามิจ้องมองร่างของเอริด้วยความรู้สึกสงสารจับใจ  จากนั้นเธอจึงทรุดตัวลงไปนั่งอยู่ตรงหน้าของอีกฝ่าย


“ก็เพราะว่าฉันเข้าใจเหตุผลและความรู้สึกทั้งหมดของรุ่นพี่น่ะค่ะ…”  


คำพูดที่เต็มไปด้วยความเมตตานั้นทำให้เอริต้องเงยหน้าขึ้นมามองเด็กสาวรุ่นน้องด้วยความตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก  แสงแดดอ่อนๆที่สาดส่องผ่านม่านน้ำตาของหญิงสาว  ทำให้อีกฝ่ายดูงดงามทั้งกายและใจราวกับว่าเธอเป็นนางฟ้าไปแล้วจริงๆ


“ทั้งๆที่ฉันอาจจะทำให้เธอตายได้เลยเนี่ยนะ…เธอมันบ้าจริงๆ…ชิรายูกิ”


“ค่ะ…บางทีฉันอาจจะบ้าจริงๆก็ได้”


หญิงสาวรุ่นพี่ซุกหน้าลงกับเข่าของตัวเองอีกครั้ง  จากนั้นจึงพูดระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมาให้อดีตเทพธิดาได้ฟังทั้งหมด


“เธอรู้ไหม...ตอนที่ฉันรู้ตัวว่าตัวเองถูกให้ออกจากโรงเรียน…ฉันก็เอาแต่นอนร้องไห้ทุกคืน”


“เพราะกว่าฉันจะเข้ามาเรียนที่นี่ได้…พ่อแม่ของฉันต้องขายที่ขายทางและกู้หนี้ยืมสินจนแทบจะไม่พอใช้จ่าย  ฉันก็รู้ดีและสงสารพวกท่านจนจับใจ…”


“ทั้งๆที่ฉันเป็นความหวังเดียวของพวกท่าน..แต่อารมณ์ชั่ววูบของฉันกลับทำลายทุกอย่างให้พังลงจนแทบจะไม่เหลือชิ้นดี…ตอนนั้นฉันหมดกำลังใจที่จะทำอะไรอีกต่อไป  และฉันก็ไม่รู้ว่าจะมีหน้ากลับไปหาพวกท่านแล้วอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้พวกท่านฟังได้ยังไงบ้าง"  เอริพูดด้วยเสียงสะอื้นที่ฟังดูน่าสงสาร


“แต่โอกาสที่เธอมอบให้กับฉัน…มันเหมือนทำให้ฉันได้พบทางสว่างอีกครั้ง  ทั้งๆที่ฉันไม่สมควรจะได้รับมันเลยด้วยซ้ำ”


“ฉันไม่รู้ว่าจะตอบแทนบุญคุณของเธอได้ยังไงดี…”  สาวรุ่นพี่เอ่ยกล่าวแล้วยกฝ่ามือน้อยๆของตัวเองขึ้นมาปาดน้ำตาออกไปด้วย


“ขอบคุณมากนะ…ชิรายูกิ…”


“ขอบคุณจริงๆ”


เมกามิเมื่อได้ฟังเรื่องราวความยากลำบากในการเข้ามาเรียนของเอริ  ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกสงสารหญิงสาวรุ่นพี่มากขึ้นไปอีก…ต้นทุนชีวิตของแต่ละคนที่เกิดมานี่มันไม่เท่ากันจริงๆ  


ความเป็นพ่อคนแม่คนนั้นทำให้บุพการีของเธอยอมที่จะกัดฟันอดทนต่อความยากลำบาก…เพื่อแลกกับการที่ได้เห็นลูกสาวผู้เป็นที่รักได้มีอนาคตที่สดใส…มีงานทำสบายๆโดยที่ไม่ต้องมาลำบากเหมือนกับพวกเขา


“รุ่นพี่คะ…”  เจ้าของเรือนร่างงดงามเอื้อมมือไปสัมผัสต้นแขนที่อยู่ภายใต้ชุดนักเรียนของเอริเบาๆ


“ความรัก…มันเป็นสิ่งที่สวยงาม…”


“แต่ต้องรักอย่างมีสติ…และรักคนที่เขาสามารถรักในสิ่งที่เราเป็นได้ด้วยนะคะ”  ดรุณีน้อยบอกหญิงสาวที่นั่งอยู่ตรงหน้าแล้วระบายยิ้มอ่อนหวาน


"ฉันเชื่อว่าคงมีใครสักคนที่เกิดมาเพื่อรักในสิ่งที่รุ่นพี่เป็นอยู่แน่ๆเลยค่ะ"


เอริเงยหน้าขึ้นมามองเด็กสาวที่งดงามทั้งกายและใจราวกับนางฟ้าอีกครั้ง…ก่อนที่เธอจะแตะแต้มรอยยิ้มออกมาทั้งน้ำตา


“…ขอบคุณนะ  ชิรายูกิ”


จากนั้นเรื่องราวของเด็กสาวทั้งสองคนจึงคลี่คลายและจบลงด้วยรอยยิ้มแห่งมิตรภาพของลูกผู้หญิงที่พวกเธอต่างมีให้แก่กัน…และปราศจากซึ่งความบาดหมางใดๆอีกต่อไปนับตั้งแต่บัดนี้






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น