Retrouvailles

  • 600% Rating

  • 3 Vote(s)

  • 2,208 Views

  • 40 Comments

  • 89 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    249

    Overall
    2,208

ตอนที่ 3 : ยินดีต้อนรับสู่ "แกรนด์ดาเนป" 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 390
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    23 เม.ย. 62

   สายตาทุกคู่ของนักเรียนที่กำลังเดินเข้ามาในรั้วโรงเรียนต่างจับจ้องไปยังสาวน้อยที่นับว่าเป็นสมาชิกผู้มาเยือนหน้าใหม่  ดวงตากลมโตดำขลับงดงามเป็นประกายราวกับกระจกเงาที่จะสะท้อนทุกสิ่งอย่างในระยะการมองเห็น  จมูกโด่งตรงสวยไม่เล็กไม่ใหญ่  ริมฝีปากจิ้มลิ้มเป็นสีชมพูงามละมุนคล้ายรูปหัวใจ  ผิวขาวละเอียดเนียนผุดผ่องยามต้องแสงดูเหมือนดั่งเพชรน้ำงาม  เรือนผมยาวๆที่มีสีน้ำตาลอ่อนโดยธรรมชาติยิ่งขับให้เจ้าของร่างนั้นดูงดงามเกินคำบรรยาย  แทบไม่ต่างจากเทพธิดาที่จำแลงลงมาเดินอยู่บนพื้นดิน

“นั่นใครกัน  ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”

“สะ…สวยเป็นบ้า!...”

“ฉันนี่แทบจะหยุดหายใจเลยล่ะ”

“ในโรงเรียนเรามีคนที่ดูดีมากขนาดนี้ด้วยเหรอ”  เสียงซุบซิบเซ็งแซ่ดังฮือฮาไปรอบๆกายของดรุณีคนงาม  ด้วยสายตาที่จับจ้องมาขนาดนี้  ทำเอาคนถูกมองถึงกับอดประหม่าไม่ได้  พวงแก้มเนียนละเอียดปรากฏสีชมพูระเรื่อชัดเจนขึ้นมาโดยอัตโนมัติ  เมื่อเห็นดังนั้นเธอจึงรีบเดินสาวเท้ายาวๆเพื่อไปให้ถึงห้องเรียนของตัวเองไวขึ้นเพราะไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครไปมากกว่านี้

“กรี๊ดดดดด!!!  มาแล้วมาแล้ว!!!!”

“เจ้าชายทั้งสามแห่งแกรนด์ดาเนปมาแล้วล่ะทุกคน!!!”  

เสียงของเหล่านักเรียนหญิงดังขึ้นกระหึ่มดึงความสนใจของคนอื่นที่กำลังจับจ้องเธอออกไปจนเกือบหมด  แม้แต่เมกามิเองก็ยังต้องหันหลังมองไปยังจุดที่มีผู้คนยืนรวมตัวกันอย่างหนาแน่นตามไปด้วย

…เจ้าชายงั้นเหรอ?...ที่โรงเรียนเนี่ยนะ?


ภาพเบื้องหน้าปรากฏภาพของชายหนุ่มทั้งสามคนที่ถูกขนานนามว่าเป็น “เจ้าชาย”ของโรงเรียนแห่งนี้  เดินเยื้องย่างองอาจราวกับเป็นเจ้าของโรงเรียน  นักเรียนชายหญิงทั้งหลายต่างก็เดินล้อมหน้าล้อมหลังกันด้วยท่าทีที่ดูเหมือนกำลังคลั่งไคล้ชื่นชมในความหล่อเหลาของบุคคลทั้งสาม  บ้างก็กล่าวทักทายสวัสดีพวกเขาด้วยอาการนอบน้อมอย่างกับว่าพวกเขาเป็นเจ้าชายจริงๆเสียอย่างนั้น

“อะ…อรุณสวัสดิ์ค่ะรุ่นพี่ฮิรุยะ”

“วันนี้ก็ยังเปล่งประกายออร่าสง่างามเหมือนเดิมเลยนะคะ”  เมกามิมองไปยังชายหนุ่มที่เดินนำหน้ามาเป็นคนแรกที่ถูกเรียกว่าฮิรุยะ  ท่าทางของเขาช่างดูหยิ่งผยองและไม่ค่อยเป็นมิตร  ผมสีดำเข้มที่ถูกเซ็ตเป็นทรงเสยเปิดหน้าผากครึ่งหนึ่งทำให้แลดูมีราศีของความเป็นผู้นำ  เขาไม่ได้สนใจเสียงทักทายของคนรอบข้างแม้สักนิด  แต่กลับยกมือปัดฝุ่นบนไหล่ที่ถูกคลุมด้วยเสื้อโค้ทที่ดูมีราคาแพงเท่านั้น


“รุ่นพี่ฮาจิเมะช่างน่ารักที่สุดเลย!”

“นี่คือรอยยิ้มของเจ้าชายขี่ม้าขาวผู้อ่อนโยนจริงๆ”  ชายหนุ่มคนที่สองเจ้าของชื่อฮาจิเมะได้ยินดังนั้นก็หันไปยิ้มน้อยๆให้กับพวกสาวๆ  ท่าทางเขาดูเป็นมิตรและอ่อนโยนที่สุด  รอยยิ้มที่น่ารักอบอุ่นละมุนละไมบวกกับเรือนผมสีน้ำตาลดูอ่อนนุ่มนั้นแทบไม่ต่างจากพระเอกหนังโรแมนติกในแบบฉบับที่ผู้หญิงมักจะใฝ่ฝันถึง  ถ้าจะให้เรียกว่าเจ้าชาย  คนๆนี้น่าจะดูเหมาะสมมากที่สุด


“รุ่นพี่คาซึโตะดูน่าหลงใหลเป็นบ้าเลย”

“ทั้งสูง หุ่นดี  สายตาเฉียบคมของรุ่นพี่แทบจะบาดลงไปในใจฉันเลยล่ะค่ะ”  ส่วนชายหนุ่มคนสุดท้ายที่ชื่อคาซึโตะนั้นดูเคร่งขรึมและเป็นผู้ใหญ่มากที่สุด  ด้วยความสูงที่โดดเด่นกว่าเมื่อเทียบกับสองคนแรก  ผมที่ดำเงางามยาวประบ่าและนัยน์ตาสีเทานั้นช่างดูแปลกตา  เขาเหลือบสายตามองไปยังกลุ่มคนที่เดินตามอยู่แวบหนึ่ง  ก่อนที่จะเดินมาดนิ่ง  สายตาเย็นยะเยือกจับจ้องมองตรงไปเพียงทางเดินข้างหน้าเท่านั้น




“หลบไป” 

เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มที่เดินนำมาเป็นคนแรกปลุกให้สาวน้อยต้องตื่นจากภวังค์  เธอกระพริบตาถี่ๆสลัดไล่ความงุนงงและถามกลับไปอย่างไม่ค่อยมั่นใจ

“หา?”

“ก็บอกให้หลบไปไง  เธอยืนขวางทางเดินฉันอยู่ไม่เห็นเหรอ!?”

“อะ…อะไรนะ?”  เมกามิหันไปมองรอบๆตัว  ซึ่งปรากฏว่ามีที่ว่างให้เดินได้อีกตั้งมากมาย  ทำไมเขาต้องมาเจาะจงจะเดินตรงนี้ด้วยล่ะ

“นี่มันเป็นทางเดินของโรงเรียนนะ ไม่ใช่ของนายสักหน่อย  นายเป็นเจ้าของโรงเรียนนี้เหรอไง?”

“นี่เธอ  เธอรู้หรือเปล่าว่าฉันเป็นใคร!?” น้ำเสียงของชายหนุ่มที่ชื่อฮิรุยะเริ่มส่อแววว่าจะดังมากขึ้นกว่าปกติ  ท่ามกลางนักเรียนคนอื่นๆที่มามุงดูอย่างสนอกสนใจ

“นายจะเป็นใครก็ช่างสิ!  ทุกคนที่นี่เขาก็เสียเงินจ่ายค่าเทอมมาเรียนเหมือนกันทั้งนั้น  แต่นายเล่นมาไล่ให้คนอื่นไปเดินทางอื่นเพราะหาว่าเกะกะทางเดินแบบนี้  มันจะไม่เห็นแก่ตัวเกินไปหน่อยเหรอ?”  

คำพูดที่ยอกย้อนบนความเป็นจริงของหญิงสาวทำให้เขาถึงกับเถียงไม่ออก  หางคิ้วนั้นกระตุกเป็นจังหวะด้วยความโกรธเกรี้ยว  เพราะไม่มีใครเคยกล้าต่อปากต่อคำกับเขาแบบนี้มาก่อน

“อะไรของแม่คนนั้นน่ะ?  กล้ามีปัญหากับเจ้าชายฮิรุยะเลยเหรอ?”

“ช่างไม่เกรงกลัวอะไรซะบ้างเลย”  เสียงของเหล่านักเรียนที่มาล้อมรอบด้วยความสนใจพูดคุยกันเบาๆ  อย่างกับรู้ฤทธิ์เดชของชายหนุ่มผู้หยิ่งผยองคนนี้เป็นอย่างดี

ฮิรุยะก้าวขาเข้ามาอีกหนึ่งก้าวทำให้ร่างของเขาเข้าใกล้เธอมากกว่าเดิม  สายตาสีนิลเงาวาวดุดันและคิ้วหนาทรงสวยได้รูปนั้นขมวดเข้าหากันมุ่น  จากนั้นเขาก็เอ่ยถามเสียงดังออกมาอีกครั้ง

“จะหลบไปดีๆไหม!?”

“ฉันจะไม่หลบไปไหนทั้งนั้น  ฉันเดินมาทางนี้ก่อนนายอีกนะ  นายต่างหากที่ควรจะเลี่ยงไปเดินในที่ๆยังว่างอยู่สิ!”

“ได้!...ไม่หลบใช่ไหม!?”
  
เมื่อกล่าวจบเจ้าชายหนุ่มผู้จองหองจึงผลักร่างของเธอออกไปให้พ้นทางเดิน  ร่างบางถึงกับเซถลาล้มลงไปนั่งอยู่กับพื้นเพราะยังไม่ทันได้ตั้งตัว 

เมื่อสาสมแก่ใจเขาก็หันมายิ้มเยาะที่มุมปากและมองเธอด้วยหางตา  รอยยิ้มนั้นเป็นเหมือนกับรอยยิ้มของอสูรร้ายที่ตั้งใจทำให้เธอต้องเจ็บตัว  โดยที่ไม่สนใจเลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆแบบนี้จะอ่อนแอกว่าเขามากแค่ไหน 

เสียงของนักเรียนที่มุงดูอยู่รอบๆดังฮือขึ้นอย่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง  ว่าผู้ที่ถูกเรียกว่าเจ้าชายจะทำตัวโหดร้ายกับผู้หญิงตัวเล็กๆได้ขนาดนี้  แม้แต่ผู้ถูกกระทำอย่างเมกามิเองก็ยังอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก

“โอ้ย…จะ…เจ็บ"

“ช่วยไม่ได้นะ  ฉันเตือนแล้วนี่”  

ฮิรุยะเดินเชิดหน้าตรงไปยังอาคารเรียน  แต่ทว่าออกตัวไปได้แค่ไม่กี่ก้าว  ศีรษะของเขาก็ถูกวัตถุบางอย่างกระทบเข้าที่ด้านหลังอย่างแรง  เมื่อหันหลังกลับไปมองเขาก็พบกับกระเป๋านักเรียนใบหนึ่งที่ตกอยู่ที่พื้น  และแน่นอน...ว่ามันคือของที่อีกฝ่ายใช้โยนใส่หัวของเขานั่นแหละ

...หนอยแน่ะ!...ยัยหน้าจืดนี่!...

“นี่เธอ…!  เธอกล้าเอาของแบบนี้มาโยนใส่หัวฉันงั้นเหรอ หา!!!?”  

ชายหนุ่มโกรธจนตัวสั่นแทบจะเหมือนเจ้าเข้า  นิ้วมือหนาชี้ไปยังใบหน้าสวยๆของสาวน้อยอย่างเหลืออด  ก่อนที่เขาจะก้าวขาพุ่งถลาเข้ามาหาเธอหมายที่จะแก้แค้นเอาคืนให้ได้

“พอได้แล้วฮิรุยะ...อีกฝ่ายเป็นผู้หญิงนะ”  

ชายที่ชื่อคาซึโตะดึงแขนของฮิรุยะไว้ด้วยมือข้างเดียวเอ่ยปรามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเพื่อเตือนสติเพื่อนของเขา

“แต่…นายก็เห็นไม่ใช่รึไงคาซึโตะ  ยัยนั่นน่ะ…!!”

“ฉันบอกให้พอแค่นี้ไง”  น้ำเสียงแน่นิ่งนั้นกล่าวย้ำอีกครั้งขณะที่นัยน์ตาสีเทาเฉียบคมหรี่ลงจ้องมองที่ใบหน้าของคนข้างๆด้วยแววตาจริงจัง

“หนอย!  ครั้งนี้เป็นเพราะคาซึโตะห้ามเอาไว้หรอกนะ  ครั้งหน้าถ้าเจอหน้าเธออีกเมื่อไหร่ฉันจะเล่นงานเธอให้หนักไปเลยคอยดู!!!”

“อยากจะทำอะไรก็เชิญเลย!”

“…ไปได้แล้ว” 

สายตาที่เย็นเยียบของผู้หยุดการปะทะเหลือบมองใบหน้าจิ้มลิ้มในชั่วเสี้ยววินาทีหนึ่ง  ก่อนที่เขาจะลากเพื่อนรุ่นน้องคนสนิทของเขาให้เดินตามกันไปด้วย

          เมกามิค่อยๆยันตัวให้ลุกยืนขึ้นจากพื้น  ท่ามกลางสายตาของเหล่าบรรดานักเรียนที่กำลังจ้องมองมา  นี่ยังไม่ทันมาถึงห้องเรียนเธอก็ดันไปมีเรื่องกับเจ้าถิ่นโดยไม่ได้ตั้งใจซะแล้ว  ชีวิตจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปล่ะนี่

“นี่…ของเธอใช่ไหม”  

กระเป๋าหนังสือของเธอที่ได้ขว้างปาใส่หัวของฮิรุยะด้วยความโมโห  บัดนี้ได้ถูกนำกลับมาส่งคืนให้จากมือของเจ้าชายหนุ่มรูปงามที่ชื่อว่าฮาจิเมะ

“เอ๋…?”

“รับไปสิ”

“เอ่อ...ขอบคุณนะคะ"

…นี่เขาเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ  มาเก็บกระเป๋าคืนให้เราทำไมกัน?  แปลกคนจริงๆ...

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาอบอุ่นยกมือขึ้นมาป้องริมฝีปากแล้วพูดระคนเสียงหัวเราะเบาๆ  เรือนผมสีน้ำตาลทองที่ดูอ่อนนุ่มก็พลิ้วไหวไปตามสายลมที่พัดผ่านมาเอื่อยๆ

“เธอนี่…ช่างบ้าบิ่นจริงๆเลยนะ”

“…อะไรนะคะ?”

“ไม่มีอะไรหรอก”

…อะไรของตาคนนี้นะ?...

“ชุดยูนิฟอร์มสีน้ำเงินแบบนี้  เธออยู่ปีหนึ่งเหรอ?”  เจ้าของแววตาอ่อนโยนในชุดเครื่องแบบนักเรียนสีดำเอ่ยถามกับสาวน้อยที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“ค่ะ…คือ…พอดีเพิ่งย้ายมาวันนี้”

“อืม…  ถึงว่า…ฉันถึงไม่คุ้นหน้าเธอเลย"

“ยังไงก็ขอให้เธอสนุกกับการใช้ชีวิตในโรงเรียนแห่งนี้ก็แล้วกัน  ไว้เจอกันนะ”  ชายหนุ่มระบายยิ้มน้อยๆขึ้นตามสไตล์ของเขาก่อนที่จะเดินขึ้นอาคารเรียนไป

…อะไรของเขาเนี่ย?



ห้องเรียนของชั้นปี 1/5 

“อั้ยย่ะ!  แม่สาวคนนั้นใจถึงเป็นบ้าเลย!” 

เด็กสาวตัวเล็กที่มัดผมแกละทวินเทลยาวๆทั้งสองข้างถึงกับอุทานออกมาเสียงดังหลังจากที่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ทั้งหมด  โดยที่ในมือนั้นก็ยังคงถือกล้องส่องทางไกลเอาไว้ไม่ยอมวาง

“นี่…อย่าบอกนะว่ากำลังคิดอะไรแผลงๆอยู่น่ะจิฮารุ?”

“หา…?  ใช่ที่ไหนกันล่ะ  หน้าตาของฉันดูเหมือนคนมีแผนการขนาดนั้นเลยเหรอ?”  เด็กสาวนามจิฮารุปฏิเสธขึ้นมาทันควัน  แต่อาการบนใบหน้านั้นกลับฉีกยิ้มกว้างฟันขาวอย่างมีเลศนัยตรงกันข้ามกับคำตอบ

“ใครๆเขาก็รู้ว่าเธอเกลียดพวกเจ้าชายอย่างกับอะไรดี  อย่ามาฟอร์มไก๋ไปหน่อยเลย  เธอเก็บอาการไม่อยู่หรอก…คุณหัวหน้าห้อง”  เด็กสาวอีกคนที่ชื่อยูอิบอกกับสาวน้อยตัวเล็กจอมวางแผนอย่างรู้เท่าทัน  เล่นเอาหล่อนต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย

“เฮ้อ…เบื่อชะมัดพวกรู้ทันความคิดคนอื่นเนี่ย”

“แล้วนี่คิดจะทำอะไรกันล่ะ?”

“ไม่บอกหรอก!"  จิฮารุเชิดหน้าใส่เพื่อนสาวแล้วทำแก้มตุ่ย  แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อ  อาจารย์ประจำชั้นก็เดินเข้ามาในห้องเรียนเสียก่อน

“เอ้า!  กลับไปนั่งที่กันก่อนนะเด็กๆ”

“ครับ/ค่ะ”  นักเรียนทุกคนทำตามคำสั่งของผู้เป็นอาจารย์ในทันที

“พวกเธอน่าจะพอรู้กันมาบ้างแล้วว่าวันนี้เราจะมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนนะ”

“ครับ/ค่ะ”

“เข้ามาสิ  ชิรายูกิ”  อาจารย์ที่ปรึกษาหันไปบอกกับสาวน้อยคนงามที่ยืนรออยู่นอกห้องเรียน

“ค่ะ…”


“เอ่อ…สวัสดีค่ะทุกคน  ฉันชื่อชิรายูกิ  เมกามิ  จากวันนี้ไปจะมาเป็นสมาชิกใหม่ของห้อง 1/5  ยังไงก็…ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”  เมกามิกล่าวกับเพื่อนร่วมชั้นทุกคนอย่างสุภาพ  

สายตาของนักเรียนแทบทุกคน  โดยเฉพาะนักเรียนชายต่างก็จ้องมองมายังเจ้าของเรือนร่างที่แสนงดงามแบบไม่วางตาก่อนที่จะหันไปพูดคุยซุบซิบกันเบาๆ

“โห…เห็นแล้วใจเต้นแรงขึ้นมาเลย  นี่มันเกินกว่าคำว่าสวยหรือน่ารักไปไกลแล้วนะ”

“นางฟ้าชัดๆ”

ทางด้านของผู้มาใหม่เองก็ลอบมองไปยังเพื่อนร่วมชั้นทุกคน  หากแต่สายตาของเธอกลับรู้สึกสะดุดอยู่ที่นักเรียนชายคนหนึ่งที่มีเรือนผมสีดำทิ้งตัวเงางามปรกหน้าผากซึ่งนั่งอยู่หลังห้อง  

มันไม่ใช่เพราะว่าเขาเป็นคนหล่อหรอกนะ...ถึงแม้ว่าเขาจะหล่อจริงๆก็ตาม  แต่มันเป็นเพราะสายตาของเขามองเหม่อออกไปทางนอกหน้าต่าง  ไม่ได้สนใจผู้เป็นสมาชิกใหม่ของห้องเลยต่างหาก

“เอาล่ะ…เธอไปนั่งข้างๆรองหัวหน้าห้องก็แล้วกัน  โต๊ะเหลือว่างอยู่ตรงนั้นพอดี”  อาจารย์ชายประจำชั้นสูงวัยชี้มือไปยังโต๊ะที่อยู่ข้างๆของนักเรียนชายคนดังกล่าว  เมกามิจึงเดินไปนั่งลงตรงนั้นก่อนที่จะตัดสินใจเอ่ยคำพูดทักทายเขาพอเป็นพิธี

“เอ่อ…ยินดีที่ได้รู้จักนะ"

เด็กหนุ่มหน้ามนเบนสายตาจับจ้องมายังใบหน้าของดรุณีน้อยชั่วขณะหนึ่ง  จากนั้นเขาก็หันมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนเดิมโดยที่ไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับมา

ไงล่ะ...เจอแบบนี้ถึงกับเอ๋อไปเลยล่ะสิ...

“เอาล่ะ…ตอนนี้ก็ยังไม่ถึงเวลาเข้าคาบเรียนแรก  พวกเธอใช้เวลาว่างทบทวนบทเรียนในระหว่างนี้ไปก่อนก็แล้วกันนะ”  ผู้เป็นอาจารย์กล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป  

เวลาผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่นาที  เด็กสาวจอมแก่นที่มัดผมแกละก็รีบลุกเดินไปหาเมกามิด้วยความว่องไวปราดเปรียว  ตัดหน้านักเรียนคนอื่นที่ทำท่าจะลุกขึ้นมาเหมือนกัน

“หวัดดี…ฉันชื่อยาคุโซกุ  จิฮารุ  เป็นหัวหน้าห้องของชั้น 1/5  เธอจะเรียกจิฮารุเฉยๆก็ได้นะ"

“ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะ  แล้วก็..ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ  จิฮารุจัง”

“ถ้างั้นฉันขอเรียกเธอว่าเมกามิเลยก็แล้วกันนะ”

“ยินดีจ้ะ”

“เอ่อ…ฉันจะบอกว่า…เธอไม่ต้องไปใส่ใจเจ้าคนที่นั่งข้างๆเธอหรอกนะ  หมอนั่นน่ะเป็นแบบนี้กับทุกคนมาแต่ไหนแต่ไรแล้วล่ะ"

 "ส่วนชื่อของเจ้าหมอนี่ก็คือ  เคซากุ  ยาสึชิ  เป็นลูกชายของผู้อำนวยการโรงเรียนแกรนด์ดาเนปแห่งนี้”

จิฮารุยืนนินทาเด็กหนุ่มที่ชื่อยาสึชิในระยะเผาขนให้กับสาวน้อยผู้มาใหม่ได้ฟัง  แต่ดูเหมือนเจ้าของสายตาเหม่อลอยนั้นก็ยังคงทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างแน่นิ่งเช่นเดิมเหมือนไม่ได้สนใจสิ่งที่เธอพูดอยู่เลยแม้แต่น้อย

…ลูกชายของ ผอ.โรงเรียนนี้เหรอ?...
…ไม่เห็นแสดงอำนาจบาทใหญ่เหมือนตาคนเมื่อเช้านี้เลยสักนิด...
...โรงเรียนนี้มีแต่คนแปลกๆทั้งนั้นเลยแฮะ...

“ว่าแต่…”  

“หืม? อะไรเหรอ?"

“เธอนี่เจ๋งเป็นบ้า!  เมื่อเช้านี้ฉันเห็นทุกช็อตเลยนะ  ยิ่งตอนที่เธอขว้างกระเป๋าใส่หัวของไอ้จอมยะโสนั่น  มันสะใจสุดๆไปเลย!”  จิฮารุจับมือทั้งสองข้างของเมกามิแกว่งยกขึ้นยกลงหลายครั้งเป็นการแสดงถึงความดีใจ

“อ๋อ…อืม  ฉันก็แค่รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำมันไม่ถูกต้องน่ะนะ"

“ใช่ๆๆ  ฉันเกลียดไอ้เจ้านั่นมากที่สุดเลย  เธอก็เหมือนกันใช่ไหม?”

“เกลียดงั้นเหรอ?…”  ดรุณีคนงามย้อนไปนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าก็รู้สึกไม่ชอบใจ  เพราะสิ่งที่เขาทำมันก็เกินไป…แถมไม่เป็นสุภาพบุรุษเอามากๆเลยด้วย

“อืม…ฉันเกลียดผู้ชายคนนั้น”  คำตอบที่ตรงใจนั้นถึงกับทำให้เด็กสาวจอมแก่นยิ้มกว้างขึ้นมาทันที

“เยี่ยมไปเลย!”

เมกามิจ้องมองใบหน้าที่ดูซุกซนของหัวหน้าห้องร่างเล็กก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“ว่าแต่…ทำไมโรงเรียนนี้ถึงมีเจ้าชายด้วยล่ะ?”  

“เรื่องนี้ฉันจะขอเป็นคนอธิบายให้เธอเข้าใจเอง”  เด็กสาวผมสั้นที่สวมแว่นสายตาหนาเตอะพูดแทรกขึ้นระหว่างการสนทนาของทั้งสองสาว

“ฉัน  อินาบะ  ยูอิ  เป็นคนที่แอบปลื้มเจ้าชายอยู่เงียบๆ  เอ่อ…แต่ก็ไม่ถึงขั้นเป็นแฟนคลับหรอกนะ”

“ยินดีที่ได้รู้จักนะจ้ะ”

“เช่นกันนะ…"

"เอาล่ะ  ฉันจะอธิบายเรื่องของเจ้าชายทั้งสามคนให้เธอเข้าใจคร่าวๆตามข้อมูลที่ฉันพอจะรู้ก็แล้วกัน”  ยูอิยกปลายนิ้วชี้ขึ้นขยับแว่นสายตาหนาๆแล้วจึงเริ่มอธิบาย

“ที่มาของตำแหน่งเจ้าชายหรือบุคคลตัวอย่างเนี่ย...มันมาจากการโหวตคัดเลือกของบรรดานักเรียนในโรงเรียนของเรานี่แหละ  แต่ว่าการเฟ้นหาเจ้าชายแบบนี้เพิ่งจะถูกจัดขึ้นเมื่อสองสามปีที่แล้วนี่เอง  แล้วก็นะ..การเป็นเจ้าชายนั้นก็ต้องรับหน้าที่ของประธานนักเรียนไปด้วยในขณะเดียวกัน"

“และในทุกๆปีที่นี่ก็จะมีการโหวตคัดเลือกเจ้าชายคนใหม่แบบนี้ไปเรื่อยๆ  แต่คุณสมบัติของคนที่จะมาเป็นเจ้าชายได้น่ะ…แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดาอยู่แล้วใช่ไหม  จะวัดจากอะไรบ้าง…เช่น  รูปร่างหน้าตาโดดเด่นดูดีกว่าใครๆ  ผลการเรียนต้องคะแนนระดับดีเลิศ  และที่สำคัญก็คือฐานะ...สถานะทางสังคม...ระดับความมีชื่อเสียง...ซึ่งจะเป็นรากฐานของตระกูลที่บ่งบอกถึงความมั่งคั่งและมีอิทธิพลยังไงล่ะ” 

เมกามิกะพริบตาปริบๆตั้งใจฟังและทำความเข้าใจในสิ่งที่ยูอิกำลังอธิบาย

“เริ่มจากคนแรก  รุ่นพี่เทนโจ  คาซึโตะ  อยู่ชั้นปี 3 มีชื่อเรียกอีกชื่อนึงว่า  เจ้าชายแห่งจันทราผู้แสนจะเย็นชา  ซึ่งในขณะนี้รุ่นพี่ก็ดำรงตำแหน่งประธานนักเรียนอยู่ด้วย  ผลการเรียนคะแนนเต็มทั้งหมดทุกวิชา  เรื่องกีฬาก็เป็นเลิศเล่นได้ทุกประเภท  บุคคลิกดูลึกลับแต่โดดเด่น  ว่ากันว่ารุ่นพี่เทนโจเป็นลูกชายของมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่มีอิทธิพลที่สุดในแผ่นดินญี่ปุ่น  ที่มีเบื้องหน้าเป็นเจ้าของไนท์คลับ ผับ บาร์ และสถานที่ อโคจรระดับไฮเอนที่หรูหราใหญ่ๆมากมายหลายแห่ง”

“คนที่สอง  รุ่นพี่โฮชิงากิ  ฮาจิเมะ  อีกชื่อที่ทุกคนเรียกกันคือเจ้าชายเมฆนภา  อยู่ชั้นปี 3 เหมือนกันกับรุ่นพี่เทนโจ  ในการคัดเลือกปีนั้นมีเจ้าชายถึงสองคนเพราะคะแนนทุกๆอย่างของทั้งคู่เท่ากันเป๊ะๆจนกินกันไม่ลง...รุ่นพี่โฮชิงากิจึงได้รับตำแหน่งของประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรม  เขาเป็นทายาทของผู้กำกับภาพยนต์ระดับประเทศที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้อำนวยการระดับสูงที่อยู่เบื้องหลังซึ่งมีอิทธิพลมากๆของวงการบันเทิง  ถ้าเอ่ยชื่อไป  รับรองได้เลยว่าไม่มีดาราคนไหนไม่รู้จักแน่ๆ”

“ส่วนคนสุดท้าย  รุ่นพี่โยชิฟุมิ  ฮิรุยะ  หรือเจ้าชายแสงสุริยัน  อยู่ชั้นปี 2  นับว่าเป็นเจ้าชายที่ถูกคัดเลือกมาคนล่าสุด  ลูกชายและทายาทเจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับบิ๊กๆหลายแห่งในญี่ปุ่น  และธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ระดับโลก  แต่ที่สำคัญมากก็คือ…พ่อของรุ่นพี่นั้นเป็นผู้ถือหุ้นของโรงเรียนมัธยมแกรนด์ดาเนปแห่งนี้มากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์อีกด้วย...เจ๋งไปเลยใช่มั้ย?  แต่ฉันได้ยินมาว่าทั้งสามคนนั้นเขาสนิทสนมกันมาตั้งแต่ก่อนเข้ามาเรียนที่นี่แล้วล่ะนะ”

…ผู้ถือหุ้นเหรอ?
…ถึงว่า…ว่าทำไมถึงได้ทำตัวอวดอำนาจขนาดนั้น
…ถ้าอย่างงั้น…ผู้ชายคนนี้ล่ะ…?  

เมกามิคิดอยู่ในใจเงียบๆ  ดวงตากลมโตแอบเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆด้วยสายตาที่เจือไปด้วยความสงสัย 

…แต่มันไม่ใช่เรื่องของเราสักหน่อย...

“เอ่อ…แล้วเจ้าชายของปีหนึ่งล่ะ  ไม่มีงั้นเหรอ?”  สาวน้อยร่างงามเอ่ยถามเพื่อนร่วมชั้นในสิ่งที่กำลังสงสัยอยู่ออกมา

“เดี๋ยวก็คงมีแหละนะ”  ยูอิพูดพลางขยับกรอบแว่นสายตาเล็กน้อย  “ฉันได้ยินมาว่าการคัดเลือกจะจัดขึ้นในภาคเรียนที่สองของทุกๆปีน่ะ”

“อ๋อ…แบบนี้นี่เอง  เทอมหน้าอย่างงั้นสินะ”

“จะว่าไปฉันเคยได้ยินหลายๆคนพูดกันอยู่นะ  ว่าตำแหน่งเจ้าชายของปีหนึ่งน่าจะตกเป็นของเคซากุคุง”  เด็กสาวที่สวมแว่นสายตากล่าวแล้วหันไปมองยังผู้ที่ถูกพูดถึงซึ่งกำลังเท้าคางมองทัศนียภาพนอกหน้าต่างแน่นิ่ง


“…..”

“เฮ้!... ยูอิ  แต่ฉันคิดอยู่ว่าข้อมูลที่เธอพอจะรู้เนี่ยมันเยอะกว่าชาวบ้านเขาอีกนะ”  จิฮารุกอดอกเอียงคอทำท่าสงสัยพูดแทรกขึ้นมา  “เธอไม่ใช่แฟนคลับของไอ้พวกนั้นแน่เหรอ?”

“บ้าน่า!...ฉันรู้แค่นิดเดียวจริงๆนะ”

“โอเคๆๆ  นิดเดียวก็นิดเดียว  ว่าแต่พักเที่ยงวันนี้ไปกินข้าวด้วยกันนะเมกามิ”  หัวหน้าห้องไซส์มินิหันมาชักชวนผู้มาเยือนหน้าใหม่

“ได้จ้ะ”

“เสร็จแล้วฉันจะได้พาเธอไปเดินดูให้ทั่วโรงเรียนไปเลย!"

“อ้ะ!  ฉันไปด้วยนะ”  ยูอิร้องทักท้วงขึ้นมาบ้าง

“ดีมาก  มันต้องแบบนี้สิ!"

“อ้อจริงสิ…นายก็ต้องไปกับพวกเราด้วยนะเคซากุ  นายเป็นรองหัวหน้าห้องนี่…ต้องทำตัวให้สมกับเป็นเจ้าบ้านหน่อยเข้าใจไหม?”  จิฮารุหันมาบอกกับบุตรชายของผู้อำนวยการโรงเรียน  ทำให้เขาต้องละสายตาจากวิวต้นไม้สวยๆ แล้วหันมามองสาวน้อยทั้งสามโดยไม่แสดงอาการใดๆนอกจากแววตาที่แลดูว่างเปล่า

“นี่…จิฮารุ  อย่าไปบังคับเคซากุเขาเลยนะ”  เมกามิพูดทักท้วงขึ้นเพราะคิดว่ามันอาจจะเป็นการรบกวนเขามากเกินไป

“…..”

“...อืม”

“…ได้”


…เอ๋…!?
…เราไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม?...

คำตอบสั้นๆคำแรกที่ออกจากปากของยาสึชิทำให้หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจ  ก็นึกว่าเขาจะไม่ยอมพูดอะไรกับเธอแล้วซะอีก

นี่ไม่ได้ล้อเล่นนะ...ตอนแรกน่ะ...นึกว่าเขาพูดไม่ได้ซะด้วยซ้ำ...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 0641128277 (@0641128277) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 17:00
    เนื้อเรื่องอยากออกคลายๆ f4 เลย แต่สนุกมากค่ะติดตามๆๆ
    #1
    1
    • #1-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 3)
      22 มีนาคม 2562 / 17:19
      กรีดร้องงงง T_T ขอบคุณมากนะคะ จุ้บุๆ
      #1-1