ตอนที่ 29 : ความในใจของฮาจิเมะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 67
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    11 พ.ค. 62

 เมื่อหนุ่มรุ่นน้องทำท่าจะพูดแย้งขึ้น  คาซึโตะก็พูดดักทางขึ้นมาเสียก่อน


“นายก็แค่กลัวคำพูดของคนอื่น…กลัวคนอื่นจะมองและเข้าใจนายผิดๆใช่ไหม?  ยิ่งโดยเฉพาะถ้ามีใครมาพูดว่านายยอมศิโรราบให้กับเด็กผู้หญิงที่นายเคยมีปัญหาด้วย…มันคงทำให้นายรู้สึกเหมือนคนกำลังที่พ่ายแพ้”


“....."


"อืม  ก็...นะ..."


“นายแคร์ด้วยเหรอ…กับคำพูดของคนที่ไม่ได้มีความสำคัญอะไรกับชีวิตของนายเลยน่ะ?”


คำพูดที่กระจ่างชัดของประธานนักเรียนมาดนิ่งทำให้ผู้ฟังต้องคิดตามไปด้วยเหตุผลของความเป็นจริง


“ฟังให้ดีนะฮิรุยะ…สิ่งที่ฉันจะบอกกับนายต่อจากนี้  มันอาจจะทำให้นายโกรธและไม่พอใจฉันขึ้นมาก็ได้”


“ไม่หรอก  นายพูดมาเถอะ…ยังไงฉันก็รับฟังนายตลอดอยู่แล้ว”


“ปกติฉันก็เห็นนายไม่เคยแคร์ความรู้สึกของใครอยู่แล้ว…ดูอย่างตอนที่นายมีปัญหากับเด็กคนนั้นสิ  นายเคยผลักเธอล้มลงต่อหน้าคนทั้งโรงเรียนโดยที่นายไม่เคยสนใจเลยว่าใครจะมองนายยังไง…ฉันพูดถูกรึเปล่า?”


“กะ…ก็…อืม”  เด็กหนุ่มรุ่นน้องตอบเสียงอ้อมแอ้มไม่เต็มปาก


“แต่ทำไมกับการแสดงความรับผิดชอบ…ซึ่งมันเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม  นายถึงกลัวคนอื่นจะมองไม่ดีขึ้นมาได้ซะล่ะ?”


สิ่งที่หนุ่มรุ่นพี่กล่าวออกมานั้นทำให้ฮิรุยะต้องนั่งนิ่งอึ้งไปเพราะหาข้อโต้แย้งอะไรเขาไม่ได้เลย


“เพราะฉะนั้น…นายทำตามที่คุณอาบอกนั่นแหละ  ถูกต้องแล้ว”


“…..”  


ทายาทแห่งตระกูลโยชิฟุมิยังคงนั่งกอดอกเอนหลังอยู่บนเก้าอี้ด้วยสีหน้าของคนที่กำลังคิดหนัก  ในขณะที่คาซึโตะก็เดินเอาหนังสือที่อ่านจบแล้วไปวางเก็บเอาไว้บนชั้นเช่นเดิม


“และถ้าหากนายทำตามที่คุณอาสั่งได้ในตลอดระยะเวลาที่กำหนดล่ะก็…มุมมองของคนอื่นที่มีต่อนายมันอาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นก็ได้”  


“เมื่อถึงวันนั้นนายก็คงจะมีทัศนคติที่มีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าเดิม  สมกับที่เป็นทายาทของตระกูลใหญ่อย่างโยชิฟุมิยังไงล่ะ…คุณอาเองก็คงจะดีใจไม่น้อย”


คำบอกกล่าวในเชิงสอนของประธานนักเรียนหมายเลขหนึ่งทำให้คนฉลาดหลักแหลมฮาจิเมะยังต้องแอบรู้สึกทึ่งในความคิดอ่านของเขา


“ยังไงนายก็ลองเอาสิ่งที่ฉันบอกไปคิดดูก็แล้วกัน  อย่างน้อยๆฉันก็เป็นคนนึงที่เชื่อว่านายต้องทำได้”  


คาซึโตะกล่าวทิ้งท้ายเอาไว้ให้หนุ่มรุ่นน้องได้ขบคิด  จากนั้นเขาจึงเดินออกจากห้องไป


“ความคิดอ่านของคาซึโตะนี่สุดยอดไปเลยนะ…สมแล้วที่เป็นนักเรียนที่เพอร์เฟคที่สุดในแกรนด์ดาเนป”  เจ้าของใบหน้าอ่อนโยนพูดขึ้นหลังจากที่คาซึโตะได้หายออกจากห้องพักผ่อนไปแล้ว  ในขณะที่ฮิรุยะยังคงนั่งทำคิ้วย่นจนแทบจะติดกัน


“ฉันยอมรับนะว่าสิ่งที่คาซึโตะพูดมามันถูกต้องหมดทุกอย่าง  แต่ฉันยังทำใจยอมรับมันไม่ได้นี่น่ะสิ”


“นายนี่มันเด็กน้อยจริงๆเลยน้า…เอาเป็นว่ายังไงนายก็ค่อยๆลองคิดดูก็แล้วกันนะ”


“เฮ้อ…”


“อ้อ…จริงสิ  ฉันเองมีเรื่องจะบอกนายอยู่เหมือนกัน”  ทายาทตระกูลโฮชิงากินั่งเท้าแขนลงบนโต๊ะทำงานพร้อมกับแตะแต้มรอยยิ้มน่ารักๆ  อีกฝ่ายจึงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย


“เรื่องอะไรอ่ะ?"


"นายจำเรื่องที่นายเคยพูดในห้องพยาบาลได้ใช่ไหม?  ตอนนั้นนายทำให้ฉันตกใจแทบแย่"


"อ้อ  เรื่องนั้นเอง"


"แต่เมื่อกี้พอได้ฟังเหตุผลของนาย  ฉันก็สบายใจขึ้นมาแล้วล่ะ"


“ก็นะ...ตอนแรกฉันยังไม่ได้บอกเหตุผลให้ใครรู้เลยนี่นา"  เด็กหนุ่มรุ่นน้องพูดกลั้วหัวเราะด้วยความรู้สึกขบขัน


ในวินาทีนั้นเองที่ฮาจิเมะได้กล่าวคำพูดบางอย่างที่อยู่ในใจของเขาขึ้นมา  ซึ่งแม้แต่อีกฝ่ายเองก็ทำใจที่จะรับฟังไม่ทัน


"นี่...ฮิรุยะ..."

“บางที…ฉันคิดว่า..."


“ฉันน่ะ…”




“คงจะสนใจเด็กคนนั้นเข้าให้จริงๆซะแล้ว”



…!!?...

“หาาาาา!!?”  


คำสารภาพของฮาจิเมะเล่นเอาเด็กหนุ่มต้องทำตาโตเป็นไข่ห่านด้วยความตกใจ  


“เด็กคนนั้น!?...ใคร!?...ยัยบื้อนั่นน่ะนะ!!?”


“อืม…ชิรายูกินั่นแหละ”


“ผู้หญิงสวยๆที่ชอบนายในโรงเรียนก็มีตั้งเยอะแยะ  แต่นายกลับสนใจยัยหน้าจืดนั่นเนี่ยนะ!!?  นี่นายลดสเปคผู้หญิงในอุดมคติของตัวเองลงขนาดนี้เลยเรอะ!?”


ประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมเห็นดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆให้กับท่าทางที่กำลังตื่นตกใจของเด็กหนุ่มรุ่นน้อง


“นายก็เห็นนี่นาว่าเด็กคนนั้นน่ารักอย่างกับอะไรดี  ใครๆก็ชอบเธอทั้งนั้น"  หนุ่มรุ่นพี่ผุดรอยยิ้มบางๆ ด้วยสีหน้าที่ดูมีความสุขเมื่อพูดถึงเด็กสาวที่ตัวเองมีใจให้  "คงไม่น่าแปลกใจหรอกถ้าฉันจะเป็นหนึ่งในนั้น"


“นายไม่คิดเหมือนฉันบ้างเหรอไง…ฮิรุยะ?”


“เหอะ!...ไม่เลย!”  ฮิรุยะรีบปฏิเสธแล้วส่ายหัวไปมาเป็นพัลวัน  “ฉันยกให้แม่นั่นเป็นผู้หญิงที่ขี้เหร่ที่สุดในโรงเรียนเลยล่ะ!”


“เด็กคนนี้ไม่เหมือนกับคนอื่นๆที่ฉันเคยเจอ  เธอไม่เคยเห็นฉันอยู่ในสายตาเลยด้วยซ้ำ…ในขณะที่ผู้หญิงคนอื่นเอาแต่วิ่งไล่จับฉันกันให้วุ่น”  


“เธอไม่เคยสนใจที่จะทำตัวให้สวยงามหรือเด่นดังไปแข่งกับใคร  ทั้งๆที่บุคคลิกและชาติตระกูลที่เพียบพร้อมทำให้เธอทำเรื่องแบบนั้นได้ง่ายดายเหมือนพลิกฝ่ามือซะด้วยซ้ำ  สำหรับฉันแล้ว…เธอเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจมากจริงๆ”


…ขนาดนั้นเลยเรอะ!?...นายนี่เป็นเอามากจริงๆ!…


“ฮะๆ  ฉันนี่เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว  อ้อ…จริงสิ  นายอย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับคาซึโตะนะ”


“ทำไมล่ะ?”


“เพราะฉันคิดว่าคาซึโตะเองก็น่าจะสนใจเด็กคนนี้อยู่เหมือนกัน”


“หาาาา!!?  คาซึโตะเนี่ยนะ!?  นี่มันน่าตกใจยิ่งกว่าคำสารภาพของนายอีกนะ!!!”  ชายหนุ่มผู้หยิ่งผยองเบิกตากว้างด้วยความตื่นตกใจอีกครั้ง  


“ว่าแต่นายรู้ได้ยังไง?”


“เราเคยคุยกันเรื่องของชิรายูกิอยู่ช่วงนึง  เท่าที่ฉันสังเกต…คาซึโตะเองก็สนใจเรื่องของเธออยู่ไม่น้อยเหมือนกันนะ  ทั้งๆที่ปกติแล้วคาซึโตะไม่เคยพูดถึงผู้หญิงคนไหนให้เราได้ยินเลยสักคน…จริงมั้ย?”


“อืม…ก็ถูกของนาย”


“ฉันเองก็เคยพูดจาหยั่งเชิงถามเขาอ้อมๆไปเหมือนกัน  แต่แน่นอนว่าคาซึโตะปฏิเสธท่าเดียวเลย…ฉันว่าคนที่ปากแข็งกว่านายก็คงจะมีแต่คาซึโตะเนี่ยแหละมั้ง”


...อ้าว...ไหงเอามาเปรียบเทียบกับฉันแบบนั้นล่ะ!?...


“แล้วนายจะแน่ใจได้ยังไงว่าคาซึโตะเองก็สนใจแม่นั่นอยู่จริงๆ?”  ฮิรุยะพูดพลางเอนหลังพิงเก้าอี้ไปด้วย


“ไม่รู้สิ…บางทีฉันอาจจะคิดไปเองก็ได้  แต่ฉันก็มองคนไม่เคยพลาดเหมือนกันนะ”


“งั้นเหรอ…”


“จริงสิ…ถ้านายยังต้องดูแลรับผิดชอบเด็กคนนั้นอยู่  เห็นทีฉันคงหาโอกาสเข้าใกล้เธอได้ไม่ยากแล้วล่ะ”


“อ้าว…ไหงเป็นงั้นไปได้ล่ะ!?”  หนุ่มรุ่นน้องทำท่าทางตกใจจนหน้าตาเหรอหรา  


“ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าจะตามดูแลยัยนั่นตลอดเวลานะ…แค่ตอนเข้าโรงเรียนมาก็พอแล้วมั้ง!”


“น่า…ฉันคงไม่รบกวนนายทุกครั้งหรอก”


“แต่ฉันพยายามหาทางหลีกเลี่ยงไม่เจอกับยัยนั่นอยู่นะ!”


“นายลืมที่คาซึโตะบอกไปแล้วเหรอ?...นายยังไม่ทันเก็บเอาไปคิดก็ปฏิเสธออกมาซะแล้ว”


คำกล่าวของประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมทำเอาเขาต้องชะงักคำพูดขึ้นมาในทันที


…จริงสิ…เราเกือบจะลืมคำพูดของคาซึโตะไปแล้วนะเนี่ย!...


“นายอย่าคิดมากไปเลยน่า…พอนายทำตามที่คุณอาสั่งได้สำเร็จ  นายก็ต้องได้รับความไว้วางใจ"


"มุมมองของคาซึโตะ  ชิรายูกิ  และทุกๆคนก็จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น  แถมยังได้ช่วยเพื่อนอย่างฉันไปในตัวด้วย…มีแต่เรื่องดีๆทั้งนั้น”  ฮาจิเมะแตะแต้มรอยยิ้มหยอกเย้า ในขณะที่บุคคลตรงกันข้ามกลับทำหน้าตาอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัด


…บ้าจริง!...ไหงคุยไปคุยมาดันมาลงที่เราได้ละเนี่ย!?...


…งานเข้าซะแล้วมั้ยล่ะ!!...







ห้องปี 1/5


หลังจากที่เสียงกริ่งแจ้งเตือนคาบเรียนสุดท้ายของช่วงเช้าจบลง  อาจารย์ประจำวิชาจึงสั่งงานกับนักเรียนในห้องให้เป็นการบ้าน  จากนั้นทุกคนจึงพากันลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสายบิดขี้เกียจกันไปมา  บ้างก็รีบออกจากห้องเพื่อไปหาอะไรกินลงท้องกันก่อน


“จิฮารุ…ยูอิจัง  วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันมั้ย?”  อดีตเทพธิดาผู้เลอโฉมเอ่ยปากชวนสองสาวคนสนิทไปหาอะไรทานกันในตอนพักกลางวัน


“อ๊ะ!...ขอโทษทีนะเมกามิ  วันนี้ชมรมของฉันดันนัดประชุมกันตอนเที่ยงซะด้วยสิ  บางทีฉันอาจจะต้องไปนั่งกินข้าวในชมรมน่ะ”  หัวหน้าห้องร่างเล็กจำใจต้องบอกปฏิเสธไปตามความเป็นจริง  ทั้งๆที่เธอไม่เคยคิดอยากจะทำแบบนั้นหรอก


“ยูอิ…เธอไปเป็นเพื่อนเมกามิหน่อยได้เปล่า?”


คำถามของอดีตแม่ทัพลิโป้ทำให้เด็กสาวที่สวมแว่นสายตาหนาเตอะต้องถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความเสียดาย


“ประธานชมรมของฉันก็นัดให้ไปซ้อมร้องเพลงประสานเสียงกันตอนเที่ยง  เพื่อที่จะไปเข้าร่วมงานร้องเพลงการกุศลที่จะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วันนี้เหมือนกัน…"


"เฮ้อ!...ทำไมต้องไม่ว่างวันเดียวกันด้วยเนี่ย”


“อ้อ…งั้นไม่เป็นไรจ้ะ  ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำนี่เนอะ”


“แงงงงง…ฉันขอโทษนะเมกามิ  สัญญาว่าพรุ่งนี้จะไปกินด้วยกันแน่ๆ”  จิฮารุทำหน้าตาละห้อยรู้สึกผิด


“ฉันด้วยนะ  ขอโทษน้าาา…เมกามิจัง”


“ขอโทษทำไมกัน…มันไม่ใช่ความผิดอะไรของพวกเธอเลยนะ”  ดรุณีน้อยเอียงคอทำตาโตบ๊องแบ๊วไปด้วย  “แล้วนี่พวกเธอจะไปกันเลยรึเปล่า?”


“อื้อ…เดี๋ยวฉันต้องไปเดี๋ยวนี้เลยล่ะ”


“ฉันก็เหมือนกัน”


“ถ้างั้นก็โชคดีน้าาา…สู้ๆ”  เด็กสาวพูดให้กำลังใจเพื่อนๆทั้งสองคน  ก่อนที่พวกเธอทั้งคู่จะพากันหายออกจากห้องไป


…ไม่เป็นไร…ถ้างั้นวันนี้ไปกินคนเดียวก่อนก็แล้วกัน…


เมื่อจิฮารุและยูอิออกจากห้องเรียนไปแล้ว  บุตรีของนักธุรกิจคนดังก็หันไปจ้องมองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มคนข้างๆ  ในขณะที่เขายังคงหันหน้าออกไปทางหน้าต่างเหมือนอย่างที่เคยๆ


เด็กสาวย้อนไปนึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา…ในตอนที่ตัวเองได้รับทั้งความช่วยเหลือและความห่วงใยจากเขา  แต่เธอยังไม่เคยได้ทำอะไรให้เขาเป็นการตอบแทนเลยสักอย่าง  


จนกระทั่งวันนี้…สิ่งที่ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอพอจะทำได้…ก็คงจะมีแต่สิ่งนี้เท่านั้น...


“เคซากุคุง…"


"คือ...วันนี้ฉันทำไอ้นี่มาให้เธอด้วยนะ"  เจ้าของร่างงามเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้น  จากนั้นจึงวางข้าวกล่องที่เธอตั้งใจทำเองกับมือลงบนโต๊ะ


“ฉันเห็นเธอกินแต่ขนมปังตอนเที่ยงทุกวันเลย…มันไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่หรอกนะ”


“…..”  


มีเพียงแต่ความเงียบงันและความว่างเปล่าที่เป็นคำตอบ  ยาสึชิยังคงอยู่ในอิริยาบถเดิมราวกับว่าเสียงของเธอเป็นเพียงแค่อากาศธาตุ


…เขาไม่ได้ยินเหรอ?...งั้นลองเรียกดูอีกทีแล้วกัน…


“เคซากุคุง…”


“ว้าว!...ชิรายูกิทำข้าวกล่องมาให้ที่รักด้วย”  เสียงของเด็กหนุ่มห้าหกคนที่ยังอยู่ในห้องเรียนตะโกนแซวขึ้นมา  ทำเอาผู้ที่ถูกกล่าวถึงรู้สึกขัดเขินเสียจนทำอะไรไม่ถูก


"เป็นผู้หญิงที่น่ารักไปซะทุกอย่างเลยน้า..."


“เอ่อ…คือว่า…”  เด็กสาวพูดอ้ำๆอึ้งๆไม่เต็มปากเพราะไม่สามารถปฏิเสธสิ่งที่เพื่อนๆในห้องตะโกนแซวมาได้  จริงอยู่ที่เธอทำข้าวกล่องมาให้เขา  แต่มันเป็นการแสดงถึงความขอบคุณ…ไม่ใช่ในสถานะของคนรักสักหน่อย


“นี่…เคซากุ  ชิรายูกิอุตส่าห์ง้อถึงขนาดนี้แล้วนะ  ทำไมถึงยังใจแข็งอยู่ได้?”


...ดะ...เดี๋ยวสิ...เราก็แค่ตอบแทนที่เขาเคยช่วยเหลือเราเอาไว้...มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องง้อๆล่ะเนี่ย?...


“เธอรู้รึเปล่า…ว่าเคซากุน่ะเห็นเธอเดินเข้าโรงเรียนมาพร้อมกับรุ่นพี่โยชิฟุมิเมื่อเช้านี้ด้วยนะ”  เด็กหนุ่มอีกคนนึงพูดแทรกขึ้นมา  


"คิดว่าหมอนี่ต้องกำลังงอนหรือกำลังหึงอยู่แน่ๆ”


“หา?"


…งอน?...หึง?...เหรอ  แต่เราไม่ได้คบกันซะหน่อยนี่นา…เขาจะมาหึงมางอนเราทำไมล่ะ?...


…เป็นไปไม่ได้…ไม่ใช่แล้ว!...


“ยังไงก็ค่อยๆคุยกันนะ  ปรับความเข้าใจกันดีๆล่ะ  อย่าทะเลาะกันรู้เปล่า”  


“นายมีแฟนน่ารักขนาดนี้ก็ต้องทำใจหน่อยนะเคซากุ  ก็รู้ๆอยู่ว่าชิรายูกิน่ะเป็นขวัญใจของพวกหนุ่มๆหลายคนซะด้วย"


พวกเขาพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้น  ก่อนที่จะพากันเดินออกจากห้องเรียนไปด้วยเหมือนกัน


…พูดอะไรกันเนี่ยพวกนี้…มันจะไปกันใหญ่แล้ว…แล้วระหว่างเรากับไอ้ตาบ้านั่นก็ไม่ได้มีอะไรกันซะหน่อย  คิดเองเออเองกันไปหมดเลยนะ!...


…ว่าแต่เคซากุ…เขาคงไม่ได้โกรธเราจริงๆใช่มั้ย…แล้วก็คงไม่ได้คิดอะไรแบบที่พวกนั้นพูดหรอกนะ...


“เคซากุคุง…”  เมกามิเรียกชื่อของชายหนุ่มอีกครั้ง…แต่เขาก็ยังคงไม่ยอมหันมาอยู่ดี


…เคซากุคุง…ไม่จริงใช่มั้ย?...


ในขณะนั้นเอง...หนึ่งในกลุ่มที่เพิ่งจะเดินออกจากห้องเรียนไปเมื่อสักครู่นี้  ได้เดินย้อนกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง


“ชิรายูกิ…มีคนมาหาแน่ะ”


“จ้ะ…ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”  ดรุณีคนงามขานรับแล้วยืนมองแผ่นหลังของยาสึชิอย่างไม่เข้าใจ  ก่อนที่เธอจะเดินออกมานอกห้องโดยที่เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาสะอาดใสเองก็ไม่ได้แอบมองตามหลังเธอเหมือนทุกครั้ง


และเมื่อพบกับบุคคลที่มารออยู่…


“เอ๋?...”



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

60 ความคิดเห็น