ตอนที่ 28 : ภารกิจวุ่นวายของนายหัวร้อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

“ทุกคนหลบเร็ว!...เจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนปมาแล้ว!”  


เสียงป่าวประกาศด้วยประโยคเดิมๆเฉกเช่นทุกวันของเหล่าบรรดาแฟนคลับเหล่าเจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนปดังขึ้น  เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพวกหนุ่มๆที่เป็นดั่งไอดอลของพวกเขากำลังก้าวเท้าเข้ามาถึงที่โรงเรียนแห่งนี้


“กรี๊ดดดด!!...รุ่นพี่คาซึโตะ  วันนี้รุ่นพี่รวบผมมาด้วย  เท่ห์และคูลสุดๆไปเลยค่าาา!!”


“ว้าย!!  รุ่นพี่ฮาจิเมะยิ้มให้พวกเราด้วยล่ะทุกคน…รุ่นพี่ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้นะ!"


เสียงของบรรดาเด็กสาวดังขึ้นจอแจพลางเดินล้อมหน้าล้อมหลังสองหนุ่มคนดังจนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว  หากแต่ที่ไม่ปกตินั้นคงเป็นเรื่องที่สมาชิกคนล่าสุดแห่งสภาเจ้าชายได้หายไปอย่างน่าประหลาดใจ  เพราะเขาไม่ได้มาปรากฏตัวพร้อมกับหนุ่มรุ่นพี่อย่างเช่นทุกวัน


“เอ๋…เจ้าชายฮิรุยะหายไป!!?”

“รุ่นพี่ฮิรุยะหายไปไหนน่ะ?”


ในขณะที่กำลังเดินอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าผู้ติดตามที่หนาแน่น  ฮาจิเมะจึงหันไปพูดกับคาซึโตะด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ  แน่นอนว่าคงไม่มีใครได้ยินหรอกนอกจากพวกเขาสองคน


“นี่…คาซึโตะ  นายเห็นฮิรุยะบ้างรึเปล่า?”


“ไม่เลย”  เจ้าของนัยน์ตาสีเทาเย็นเยียบตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกัน  โดยที่เขายังเดินจ้องมองตรงไปข้างหน้าอย่างแน่นิ่ง  


“อืม…แปลกจริงๆ  เขาไม่ได้บอกกับฉันด้วยว่าเขาจะลาป่วยรึเปล่า”


“ฉันก็เหมือนกัน”


“สงสัยอาจจะป่วยจริงๆก็ได้ล่ะมั้ง”  ประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมแตะแต้มรอยยิ้มอ่อนโยนไปพร้อมๆกัน  เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากบรรดาสาวๆผู้ติดตามได้เป็นอย่างดี


“บางทีเขาอาจจะแค่มาสายเฉยๆรึเปล่า…รอดูก่อนก็แล้วกัน”


“อืม…นั่นสินะ”


ในระหว่างที่สองหนุ่มกำลังตั้งข้อสงสัยกันอยู่นั้นเอง  เสียงของบรรดานักเรียนที่อยู่รอบข้างก็ดังฮือขึ้นมาอีกครั้ง  แต่ครั้งนี้มันไม่ได้เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชมที่มีต่อเหล่าเจ้าชายเหมือนในตอนแรก  


เสียงนั้นฟังดูอื้ออึงและระคนไปด้วยความประหลาดใจ  ก่อนที่จะมีเสียงของเด็กนักเรียนหลายคนพูดขึ้นดังเซ็งแซ่ไปหมด


“นั่นมันเจ้าชายฮิรุยะไม่ใช่เหรอ!?”


คาซึโตะและฮาจิเมะเมื่อได้ยินชื่อของเพื่อนหนุ่มรุ่นน้องจึงรีบหันกลับไปมองข้างหลัง  พร้อมๆกันกับทุกคนที่จ้องมองไปยังบริเวณนั้นเป็นตาเดียวกันหมด  


“บะ…บ้าน่า!!  ไม่จริงใช่ไหม!?”


“นี่ฉันตาฝาดไปรึเปล่าเนี่ย!!?”


และสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของเด็กนักเรียนทั้งโรงเรียนก็คือ…ร่างของเจ้าชายหนุ่มผู้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความร้ายกาจเป็นที่สุด  กำลังเดินเข้าโรงเรียนมาอย่างช้าๆพร้อมกับเด็กสาวที่หน้าตาน่ารักราวกับนางฟ้า  สร้างความตกใจให้กับทุกคนที่ได้เห็นจนไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง  


ทางด้านสองหนุ่มประธานนักเรียนเห็นแล้วก็ยังต้องอึ้งไปตามๆกัน  เพราะพวกเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าคนอย่างฮิรุยะจะสามารถเดินเข้ามาในโรงเรียนพร้อมกับใครได้นอกจากพวกเขา  


แต่นี่เขาเดินมาพร้อมกับเด็กผู้หญิง  แถมผู้หญิงที่ว่านั่นก็คือโจทก์ของเขาเองเสียด้วย


“เจ้าชายฮิรุยะ…เดินมาพร้อมกับเด็กผู้หญิง!?”  เสียงนักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดขึ้น  “แถมเด็กคนนั้นยังเป็นเด็กที่เคยมีปัญหากับเจ้าชายฮิรุยะอีกด้วย!?”


“ไม่จริง  เป็นไปไม่ได้!”


“หรือว่าสองคนนั้นจะเปลี่ยนใจไปคบกันแล้ว!?”


“แต่ฉันได้ข่าวว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นคบกับลูกชายของผู้อำนวยการอยู่ไม่ใช่เหรอ?”


เสียงของผู้คนรอบข้างที่ยังคงวิพากษ์วิจารณ์กันไปมาทำให้ฮาจิเมะย้อนไปนึกถึงตอนที่เขาเดินผ่านไปเห็นเมกามิและฮิรุยะยืนอยู่ใกล้ชิดกันด้วยความบังเอิญ  ก่อนที่เขาจะเผลอทำกระเป๋าเป้ของตัวเองหล่นลงกับพื้นจนทำให้เมกามิต้องรีบวิ่งหนีออกไปจากตรงนั้นด้วยความอับอาย  


…หรือว่าจะเป็นตอนนั้นนะ?...แล้วไหนจะเรื่องที่ฮิรุยะเคยพูดในห้องพยาบาลตอนนั้นอีก…

…แต่มันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้…




ทางด้านของฮิรุยะและเมกามิ


“เป็นเพราะเธอมาถึงโรงเรียนช้า  ทำให้ฉันต้องตกเป็นเป้าสายตาของคนในโรงเรียนเลยเห็นมั้ย…น่าอายชะมัด!”  ทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่แห่งแกรนด์ดาเนปบ่นอุบอิบใส่เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่เดินอยู่ข้างๆ  


"ฉันต้องมายืนรอเธอตั้งแต่ไก่โห่  แต่ดูเธอสิ…กว่าจะเสด็จออกมาได้  ถามจริงเถอะ...เธอปั่นจักรยานมาโรงเรียนรึยังไงถึงได้มาช้าขนาดนี้!?"


“แล้วใครใช้ให้นายมายืนรอตั้งแต่เช้าล่ะ…จะมาเป็นผู้ติดตามทั้งทีก็หัดดูเวลามาโรงเรียนของเจ้านายตัวเองซะบ้างสิ”


“หะ…หา…เจ้านายงั้นเรอะ!?"


“ก็ใช่น่ะสิ…ตอนนี้นายเป็นเบ๊ของฉันไปแล้วนี่นา”  ดรุณีน้อยยิ้มเยาะทำลอยหน้าลอยตาใส่อีกฝ่าย  “จะให้ดีก็เรียกฉันว่าคุณหนูเมกามิด้วยก็ได้นะ”


“ฮึ้ย!...ไม่มีทางซะหรอก  ใครจะยอมให้ยัยซื่อบื้ออย่างเธอมาเป็นเจ้านายกัน!”


“ถ้างั้นนายก็ไม่ต้องมาเดินตามฉันหรอก  จะไปไหนก็ไปเถอะไป”


“ชิ!...ฉันแค่ทำตามสิ่งที่ผู้ใหญ่เขาตกลงกันไว้ก็เท่านั้นแหละ…เธอคิดว่าฉันอยากจะทำแบบนี้นักรึไงล่ะยัยบ้า!”


“ถ้างั้นนายก็ควรหุบปากแล้วเดินตามฉันมาเงียบๆก็พอแล้ว  เป็นเบ๊เป็นคนติดตาม...มาต่อปากต่อคำกับเจ้านายมากๆมันไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ”  เจ้าของเรือนร่างขาวผ่องพูดขึ้นอย่างไม่ยี่หระ  ทำเอาเด็กหนุ่มขี้โมโหถึงกับทำอะไรไม่ถูก


“ฮึ้ยย!”


…ยัยตัวแสบ…ฝากไว้ก่อนเถอะ!...


“เห็นหน้าตาซื่อบื้อแบบนี้แต่ร้ายกาจเป็นบ้า!”  ฮิรุยะเดินบ่นอุบอิบโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดปากลงได้ง่ายๆ


“นี่…ฉันได้ยินนะว่านายพูดอะไร”  เมกามิเหลือบมองชายหนุ่มคนข้างๆ ด้วยสายตาอำมหิต “ฉันร้ายเฉพาะกับนายเท่านั้นแหละ  จำเอาไว้เลย”


“เอาๆๆๆ…เธออยากทำอะไรก็ทำเถอะ  สะใจเธอแล้วนี่!"


“เดี๋ยวนายก็รู้…”  หญิงสาวพูดทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนที่จะเร่งฝีเท้าเดินนำหน้าเขาไปก่อน


…นายท้าฉันเองนะ…นายโยชิฟุมิ…






“เฮ้ย!!...นี่ฉันตาฝาดรึเปล่าเนี่ย…เมกามิเดินเข้ามาในโรงเรียนพร้อมกับไอ้เจ้าชายคนถ่อยนั่นน่ะนะ!?  มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!?”  


แม่ทัพลิโป้ในร่างของเด็กสาวพูดโพล่งออกมาเสียงดังในระหว่างที่กำลังดูกล้องส่องทางไกลไปด้วย


“หา!?...เจ้าชายเหรอ?  คนไหนกันน่ะ?”  เพื่อนร่วมห้องสาวที่ชื่อยูอิเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ  


“ก็ไอ้คนที่เถื่อนๆถ่อยๆนั่นไง  ไอ้คนที่ชอบทำหน้าตาเหมือนหมาหน้าย่นแล้วก็ชอบอวดเบ่งอ่ะ”


“รุ่นพี่ฮิรุยะเนี่ยนะ?...เธอตาฝาดไปรึเปล่าจิฮารุ?”  ยูอิพูดแล้วคว้ากล้องส่องทางไกลของจิฮารุมาขึ้นมาส่องดูบ้าง  “ไหนขอดูหน่อยสิ”


“บะ…บ้าน่า!?”


เมื่อเห็นสองสาวพูดคุยกันดังนั้น  ยาสึชิจึงคว้าเอากล้องที่อยู่ในมือของยูอิขึ้นมาส่องดูอย่างหน้าตาเฉย จากนั้นเพียงแค่ครู่เดียวเขาก็วางกล้องลงบนโต๊ะเช่นเดิมโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา


“…..”


“เฮ้…เคซากุ  แบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันเนี่ย?”  เสียงของบรรดาหนุ่มๆในห้องที่กำลังมาออกันที่หน้าต่างเอ่ยถามชายหนุ่มขึ้นด้วยความสงสัย


“นายคบกับชิรายูกิอยู่ไม่ใช่เหรอ  ใครๆก็รู้นี่นา”


“แล้วทำไมจู่ๆถึงมาเดินอยู่กับคุณชายของตระกูลโยชิฟุมิแบบนี้ได้ล่ะ?”


“…..”  


ทายาทของผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนปไม่ได้ตอบอะไรกลับมา  เขาทำเพียงแค่ทอดสายตาที่ไร้ความรู้สึกเหม่อมองออกไปยังนอกหน้าต่างเช่นเดิมเท่านั้น





ณ  ห้องพักผ่อนของเหล่าเจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนป


ฮิรุยะเปิดประตูห้องเข้ามาด้วยหน้าตาบูดบึ้งไม่สบอารมณ์  ร่างสูงสง่างามรีบเดินตรงไปที่โต๊ะของตัวเองแล้วทิ้งตัวลงไปนั่งอยู่บนเก้าอี้  ท่ามกลางสายตาของหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสองที่แอบชำเลืองมองอากัปกิริยาของเขาอยู่เงียบๆ


…ฮึ้ย…ทำไมเราต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วยฟ้ะ!?...อารมณ์เสีย…อารมณ์เสีย…!


ชายหนุ่มนั่งกอดอกเอนหลังไปกับพนักพิงพลางหมุนเก้าอี้ไปมาอย่างคนกำลังใช้ความคิด


…แบบนี้มันก็เหมือนเราเป็นเบ๊ยัยนั่นจริงๆเลยไม่ใช่รึไง!?...ต้องมาเดินตามต้อยๆทุกวันแบบนี้…อีกหน่อยฉันต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านแน่ๆ...คนอย่างฉันจะยอมให้มันเป็นแบบนั้นได้ยังไง!?...


…แล้วก็ไม่รู้ว่าเราจะต้องทำแบบนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่ด้วย…


…เอาไงดี…เอาไงดี…


…จริงสิ…ลองปรึกษาฮาจิเมะกับคาซึโตะดูดีรึเปล่านะ…


ทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่ครุ่นคิดหาทางออกอยู่ในใจ  ดวงตาแข็งกร้าวก็แอบลอบมองหนุ่มรุ่นพี่ทั้งสองคนที่ต่างคนต่างก็กำลังอ่านหนังสือในมือของตัวเองกันอยู่


…ฮึ้ยยย…แต่ต่อให้ได้คำปรึกษาจากทั้งสองคนนี้…มันก็ไม่ทำให้เราหลุดจากสถานภาพของการเป็นเบ๊ได้อยู่ดีนั่นแหละ!...


…พ่อนะพ่อ…ทำไมถึงเสนอกับลุงโคจิให้เรามาทำอะไรแบบนี้ก็ไม่รู้!...


เมื่อไม่สามารถหาทางออกใดๆให้กับเรื่องนี้ได้  เจ้าของร่างสูงจึงถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย


หลังจากที่ฮาจิเมะแอบลอบมองท่าทางลุกลี้ลุกลนของหนุ่มรุ่นน้องอยู่หลายครั้ง  เขาจึงตัดสินใจลองพูดบางอย่างออกไปเพื่อเป็นการหยั่งเชิงในเรื่องที่เขากำลังสงสัยอยู่


“น่าแปลกใจจริงๆ…ตอนนี้เจ้าชายฮิรุยะของเราเปลี่ยนไปรึเปล่าน้า…”


คำพูดของเขาทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวถึงต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นมาทันที


“นายหมายถึงฉันเหรอ?...แปลก…แปลกยังไงล่ะ?”


“อืม…จะว่ายังไงดีล่ะ”  เจ้าของใบหน้าละมุนละไมนั่งเท้าคางลงบนโต๊ะแล้วจ้องมองไปทางเด็กหนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ  “เมื่อเช้านี้ดูเหมือนพวกเราจะถูกนายทิ้งให้เดินกันตามลำพังสองคนน่ะสิ”


“แถมทุกคนในโรงเรียนก็เห็นนายเดินเข้าโรงเรียนมาพร้อมกับชิรายูกิซะด้วย”


“มันยังไงกันน้า…”


ทายาทของผู้ถือหุ้นใหญ่ได้ฟังจึงถอนหายใจออกมาอีกครั้ง  ในขณะที่คาซึโตะเองก็นั่งฟังทั้งคู่คุยกันโดยที่ยังไม่ละสายตาจากหนังสือในมือ 


“เฮ้อ…”


“นายคงไม่ได้คิดว่าฉันไปญาติดีกับแม่นั่นหรอกใช่มั้ย?”


“ไม่เลย…”  ประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมส่ายหน้าเบาๆทั้งๆที่ยังคงระบายยิ้มอยู่เช่นเดิม  


"ทุกคนแค่คิดว่านายเปลี่ยนใจไปคบกับชิรายูกิเฉยๆเท่านั้นเอง”


“วะ…ว่าไงนะ!?”  สิ่งที่ฮาจิเมะพูดออกมาทำให้หนุ่มมาดผยองต้องลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ในทันที  “ไม่มีทาง!  ไม่มีทาง!  นั่นมันเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้และมันก็จะไม่มีวันเกิดขึ้นแน่ๆ!”


“บ้าบอชะมัด!...แค่เดินมาด้วยกันมันต้องแปลว่าคบกันด้วยรึยังไง!?”


“นายอย่าเพิ่งโมโหสิ…ทุกคนก็แค่เดาส่งเดชไปเท่านั้นเอง  อย่าไปถือสาหาความเลยน่า”


“แต่พูดแบบนี้ฉันเสียหายนะ!”  เจ้าของร่างสูงนัยน์ตาสีนิลทิ้งตัวลงไปนั่งบนเก้าอี้เช่นเดิม  “ฉันไม่เคยคิดอยากจะเดินมาพร้อมกับยัยนั่นเลยสักนิด”


“ให้ตายสิ…ถ้าฉันได้ยินใครพูดสั่วๆแบบนี้ล่ะก็…ฉันจะจับมันไปสับให้เละเป็นชิ้นๆไปเลย!”


“ถ้านายปฏิเสธถึงขนาดนี้แล้ว…แล้วพวกนายไปเดินอยู่ด้วยกันได้ยังไงล่ะ?  ฉันถามได้รึเปล่า?”


ฮิรุยะเหลือบตามองคู่สนทนาแวบหนึ่งก่อนที่จะพูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดูอึดอัดใจ  “…ที่จริงฉันก็คิดจะปรึกษาเรื่องนี้กับพวกนายอยู่พอดี”


“ก็พ่อฉันน่ะสิ”


“คุณอาน่ะเหรอ?”


“ใช่”  ชายหนุ่มผู้เยาว์วัยกว่านั่งไขว่ห้างกอดอกไปด้วย  


"พ่อสั่งให้ฉันคอยตามดูแลยัยเด็กนั่นตลอดเวลาที่อยู่ในโรงเรียน…เพราะเขาบอกว่าฉันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ยัยนั่นถูกลอบปองร้าย  และฉันก็ต้องแสดงความรับผิดชอบ”


“หืม…หรือว่า…ตอนที่นายเคยพูดในห้องพยาบาลว่าจะปกป้องเด็กคนนั้น…ก็เพราะสาเหตุนี้เอง?”


“อือ…ใช่”


“นายว่ามันน่าขำมั้ยล่ะ…ที่คนที่ไม่เคยก้มหัวให้ใครอย่างฉันต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้น่ะ”


“แต่ฉันว่าคุณอาทำถูกแล้ว”  คาซึโตะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแน่นิ่งหลังจากที่นั่งฟังทั้งสองคนคุยกันอยู่นาน


“ทำไมนายถึงคิดแบบนั้นล่ะคาซึโตะ?”  เจ้าชายคนเล็กแห่งแกรนด์ดาเนปเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ


“นายมีส่วนที่ทำให้ชิรายูกิถูกจ้องเล่นงานจริงๆ…แต่มันก็ไม่ได้เป็นความผิดของนายทั้งหมดหรอก”


ทายาทตระกูลมาเฟียปรายหางตามองเด็กหนุ่มรุ่นน้องอยู่ชั่วครู่หนึ่ง  ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นมาอีก


“แต่ที่นายทำผิดจริงๆ…ก็คือสิ่งที่นายทำกับผู้หญิงที่มาบอกรักนายมากกว่า  มันถึงได้เป็นแรงจูงใจให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมาได้”


“โอเค…ฉันรู้  ว่าตอนนั้นฉันก็ทำเกินไป”


“เพราะงั้น…ฉันจึงคิดว่าการที่คุณอาสั่งให้นายทำแบบนี้  มันก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลดีอยู่แล้ว”


“แต่ว่า…”  










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

60 ความคิดเห็น