ตอนที่ 25 : ห้องพยาบาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 เม.ย. 62

“เป็นเพราะว่าพักผ่อนน้อยเกินไปน่ะ…ตอนนี้ก็ให้ร่างกายของเธอได้พักอีกสักนิด  คิดว่าไม่นานก็คงจะตื่น”  อาจารย์สาวประจำห้องพยาบาลเอ่ยกล่าวกับเจ้าชายแห่งแกรนด์เนปทั้งสามที่อยู่ในห้องพยาบาล  

“ตอนนี้ครูมีคาบเรียนที่ต้องเข้าสอนต่อ  ยังไงก็ฝากพวกเธอดูแลด้วยก็แล้วกันนะ”

“ครับอาจารย์…ขอบคุณมากๆเลยนะครับ”  ฮาจิเมะโค้งศีรษะลงอย่างสุภาพเป็นการขอบคุณ  

เมื่อร่างของผู้เป็นอาจารย์เดินหายออกจากห้องไป  เขาจึงหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆเตียง  นัยน์ตาอ่อนโยนจับจ้องใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราที่กำลังนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่

…บ้าจริงๆ  ทำไมถึงไม่สนใจห่วงตัวเองบ้างเลยนะ  หรือเป็นเพราะเธอต้องเจอแต่กับเรื่องแย่ๆมาตลอดหลายวันมานี้รึเปล่าถึงทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้?...


ฮิรุยะนั่งกอดอกอยู่บนโซฟาตัวยาวโดยที่มีรุ่นพี่ประธานนักเรียนคนสนิทนั่งอยู่ข้างๆ  ใบหน้าหล่อเหลาสง่างามนั้นยังคงทิ้งร่องรอยของความยุ่งเหยิงเอาไว้บางเบา  ในขณะที่เขากำลังจ้องมองอากัปกิริยาแปลกประหลาดของฮาจิเมะอย่างเงียบๆ

ในขณะนั้นเองที่คำกล่าวของผู้เป็นบิดาก็ยังคงดังก้องซ้ำไปซ้ำมาวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา


“แกต้องคอยปกป้องดูแลหนูเมกามิให้ดีที่สุด  และอย่าให้เกิดเรื่องอันตรายแบบนี้ขึ้นมาได้อีก"


…ทำไมนะ…ยัยเด็กนี่มีความสำคัญอะไรนักหนา…พ่อถึงได้สั่งกำชับเราอย่างเอาเป็นเอาตายได้ถึงขนาดนี้?...
…ให้ตายสิ…หรือว่ามันจะมีเหตุผลบางอย่างที่เราไม่รู้อยู่จริงๆ…

นัยน์ตาสีนิลคมกริบเบนออกไปมองยังนอกหน้าต่างพร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆอย่างคนคิดไม่ตก

…นี่เราต้องทำตามคำสั่งของพ่อจริงๆน่ะเหรอ?...




“อาจารย์อาสึกะครับ…ผมมาขอยาแก้ปวดหน่อยครับ”  

เสียงของบุรุษผู้มาใหม่ทำให้ทั้งสามหนุ่มต้องหันไปมองยังเจ้าของเสียงแทบจะพร้อมๆกัน

“อาจารย์ฮิราโอกะ  สวัสดีครับ"  ฮาจิเมะรีบลุกขึ้นโค้งคำนับแสดงความเคารพเมื่อเห็นร่างของอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมศิลปะเดินเข้ามาในห้อง  ในขณะที่เด็กหนุ่มอีกสองคนที่เหลือก็อยู่ในอิริยาบถเดียวกัน

“สวัสดีทุกคนนะ  ว่าแต่อาจารย์อาสึกะไม่อยู่เหรอ?”

“อาจารย์บอกว่ามีชั่วโมงเรียนที่ต้องเข้าสอนน่ะครับ”

“อา…งั้นเหรอ”  ชูเฮย์กล่าวตอบรับผู้เป็นลูกศิษย์ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา  ก่อนที่สายตาของเขาจะไปสะดุดเข้ากับเจ้าของร่างบางที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียง  

เมื่อเห็นใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดานั้น  เขาจึงอุทานออกมาเบาๆด้วยความประหลาดใจ

“ชิรายูกิ?”


เดี๋ยวนะ…พวกเจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนปกำลังนั่งเฝ้าเด็กคนนี้อยู่เหรอ?  มันน่าแปลกใจซะจนเขาแทบจะไม่เชื่อสายตาของตัวเองเลยจริงๆ


โดยเฉพาะเด็กคนนั้น…คนที่ใครๆก็รู้กิตติศัพท์ดี…


เจ้าของใบหน้าอ่อนโยนภายใต้กรอบแว่นสายตาครุ่นคิดอยู่ในใจ  ดวงตาสีน้ำตาลอบอุ่นชำเลืองมองฮิรุยะเพียงชั่วเสี้ยววินาทีก่อนที่จะเบนกลับมาอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าเช่นเดิม


“อาจารย์รู้จักเธอด้วยเหรอครับ?”

“รู้สิ…ก็เด็กคนนี้เป็นสมาชิกในชมรมศิลปะของฉันนี่นา”  อาจารย์หนุ่มรูปงามเดินมาหยุดอยู่ใกล้ๆกับฮาจิเมะเพื่อที่จะมองเด็กสาวซึ่งกำลังอยู่ในห้วงนิทราได้อย่างถนัดตา

“ว่าแต่เธอเป็นอะไรงั้นเหรอ?”

“อาจารย์อาสึกะบอกว่าเธอพักผ่อนน้อยเกินไปน่ะครับ  ร่างกายก็เลยไม่ไหวเอา”

“แย่เลยนะ  ตัวก็ยิ่งบางๆอยู่ด้วย”


“ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปจัดการธุระที่ทำค้างเอาไว้ก่อนนะครับ"  เสียงทุ้มแน่นิ่งของคาซึโตะพูดแทรกขึ้นระหว่างการสนทนาของชายหนุ่มทั้งสอง

“นายจะไปแล้วเหรอคาซึโตะ?”

“อืม…ทางนี้ฝากนายด้วยแล้วกัน”  บุรุษร่างสูงนัยน์ตาสีเทาตอบกลับมาสั้นๆก่อนที่จะหันมาโค้งศีรษะให้กับผู้เป็นอาจารย์อย่างสุภาพ  

“ผมขอตัวก่อนนะครับอาจารย์”

“ตามสบายเถอะ…เทนโจซัง”

“ครับ”





“เมกามิ!  เมกามิ!!!”

เสียงห้าวๆของเด็กสาวคนหนึ่งดังโหวกเหวกได้ยินมาแต่ไกล  ก่อนที่ร่างของผู้เป็นเจ้าของเสียงจะวิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องพยาบาลอย่างรีบเร่ง  พร้อมกับนักเรียนชายอีกคนหนึ่งที่เดินตามมาอย่างเงียบๆ  และเขาก็เป็นหนึ่งในสมาชิกของชมรมศิลปะที่ชูเฮย์รู้จักและคุ้นเคยดี 

“เคซากุ?”



“เมกามิ!!  เมกามิ!!!  เธอเป็นยังไงบ้าง!!?”  จิฮารุร้องเรียกชื่อของเพื่อนสาวคนสนิทเสียงดังแล้วใช้มือฝ่าน้อยๆเขย่าร่างของเมกามิราวกับต้องการจะปลุกให้เธอตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนั้น

“ตอนนี้ชิรายูกิกำลังอ่อนเพลียมากและต้องการการพักผ่อนอย่างเต็มที่…ถ้าเธอยังเป็นห่วงเพื่อนอยู่ก็ช่วยหยุดโวยวายและเขย่าร่างเพื่อนของเธอก่อนเถอะ”  

เจ้าชายผู้อ่อนโยนแห่งแกรนด์ดาเนปกล่าวขึ้นเมื่อเห็นอากัปกิริยาของอีกฝ่าย  จิฮารุจึงจำเป็นต้องหยุดการกระทำลงตามที่เขาบอกโดยไม่มีข้อแม้

“เป็นไปได้ยังไงกัน  จู่ๆเมกามิก็เป็นลมจนต้องหามส่งห้องพยาบาลแบบนี้”  เด็กสาวจอมแก่นแก้วพูดพึมพำกับตัวเองพลางขมวดคิ้วมุ่น  

“มันต้องมีสาเหตุสิ…ใช่…หรือว่าจะมีคนทำ?”

…ใช่!  มันต้องมีคนทำแน่ๆ!!...



“แกใช่ไหม!?”  อดีตแม่ทัพลิโป้ในร่างของเด็กสาวเดินดุ่มๆเข้ามาหาฮิรุยะพร้อมกับกระชากคอเสื้อของเขาขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว  เมื่อเธอตัดสินใจแล้วว่าคงไม่มีใครที่คิดจะทำแบบนี้ได้นอกจากเขา...ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการเข้าใจผิดของเธอเพียงฝ่ายเดียวก็เถอะ

"เพราะแกเกลียดเมกามิ  แกถึงต้องทำแต่เรื่องสกปรกแบบนี้ใช่ไหม!?”

“นี่…ที่นี่มันโรงเรียนนะ  พูดจากันด้วยเหตุผลก่อนดีกว่าไหม?”  คาซึโตะที่ยังไม่ทันได้ออกจากห้องไปไหนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแน่นิ่ง  ในขณะที่ยาสึชิก็รีบตรงเข้าไปรั้งเอาร่างเล็กๆของเพื่อนร่วมชั้นออกมาจากบริเวณนั้น

“ที่นี่มีทั้งคนป่วย…มีทั้งอาจารย์  เธอควรจะรู้จักสงบสติอารมณ์บ้างนะ”

“แต่ไอ้หมอนี่มันต้องเป็นคนทำแน่ๆ!!”

“เธอมีหลักฐานอะไรมาหาว่าฉันเป็นคนทำ!?”  ฮิรุยะปัดมือของเด็กสาวออกอย่างแรงก่อนที่จะลุกขึ้นยืนอย่างเหลืออด  หลังจากที่นั่งฟังอีกฝ่ายเอาแต่พูดจาใส่ร้ายป้ายสีเขาปาวๆ

“การสอบสวนเรื่องของคนที่ทำร้ายยัยนี่ก็ออกมาแล้วด้วย  และฉันก็ไม่ใช่คนร้าย  จำใส่สมองกลวงๆของเธอเอาไว้ซะด้วยล่ะ!”

คำพูดของหนุ่มรุ่นพี่หัวร้อนทำให้จิฮารุได้แต่ยืนตกตะลึงอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

…อะไร…ไอ้เจ้านี่ไม่ใช่คนร้ายงั้นเหรอ…มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน!?...


“ไม่จริง…ฉันไม่เชื่อแกหรอก  ไอ้คนโกหก!!”

“นั่นมันก็เรื่องของเธอสิ!…”  ฮิรุยะยืนกอดอกหน้าเชิดอย่างไม่ยี่หระ  “แล้วก็นะ...ไม่ต้องห่วงว่าฉันจะไปหาเรื่องกับยัยนี่หรอก”

“เพราะมันจะไม่มีเรื่องบ้าๆแบบนั้นเกิดขึ้นอีก!"

“แกหมายความว่ายังไง!?”  เด็กสาวร่างเล็กโพล่งถามกลับไปแทบจะทันที


“ฉันก็หมายความว่า…ตั้งแต่วันนี้ไป…”










“ฉันจะเป็นคนดูแลยัยนี่เองยังไงล่ะ!"




…หา!!!?...

เสียงอุทานในใจของทุกคนอุบัติขึ้นแทบจะพร้อมๆกันราวกับไม่เชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อสักครู่นี้จะเป็นเรื่องจริง

ดวงตาแข็งกร้าวของฮิรุยะกวาดมองใบหน้าของทุกคนที่กำลังอ้าปากค้างไปกับคำพูดของเขา  ให้ตายเถอะ...คิดว่าเขาอยากจะพูดอะไรแบบนี้นักหรือไง  

ที่เขาจำเป็นต้องพูดแบบนี้ออกมาก็เพราะว่าเขาต้องประกาศเจตนารมณ์ของตนเอง (ที่คุณพ่อสั่ง)  ให้คนอื่นๆได้รับทราบและเป็นพยานเสียก่อน  เผื่อว่าเกิดเหตุร้ายกับเมกามิในอนาคตขึ้นมา...เขาจะได้ไม่ต้องมาตกเป็นผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่งซ้ำๆซากๆอีก  

แล้วอีกอย่าง...หากมีใครสักคนที่ยืนยันได้ว่าเขาทำตามคำสั่งของผู้เป็นบิดาจริงๆ  ชุนก็จะได้ไม่ต้องตามมาคอยเคี่ยวเข็ญอะไรให้เขารู้สึกหนักอกหนักใจอีก

นี่ไม่ใช่เพื่อใครเลยนะ...เพื่อตัวเองล้วนๆ!  สมแล้วที่เป็นฮิรุยะ  แบดบอยในคราบของเจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนป



แต่ทว่าในตอนนั้นเองที่เสียงหวานๆของเมกามิได้พูดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้รู้สึกอื้ออึง  และแน่นอน...ว่าเธอต้องเป็นคนรู้สึกแบบนั้นมากกว่าใครๆทั้งหมด


“นะ…นาย…ว่าอะไรนะ?”  



เมื่อฮิรุยะหันไปเห็นเด็กสาวที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาแล้วดันได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งจะโพล่งออกไปพอดี  ทำให้เขาต้องมีท่าทีที่ดูลนลานอย่างแปลกประหลาดขึ้นมาทันตาเห็น

“…ยัยบ้า!  ใครใช้ให้เธอตื่นขึ้นมาตอนนี้เนี่ย!?”  

“กะ…ก็นาย…”


“เมกามิ!  ฟื้นแล้วเหรอ ฉันเป็นห่วงแทบแย่!”  จิฮารุร้องอุทานขัดจังหวะขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปกอดร่างของเพื่อนสาวเอาไว้ด้วยความโล่งใจ

“ฉันไม่เป็นไรแล้วนะ  จิฮารุจัง”  



“ฮิรุยะ…เมื่อกี้...นาย….”

“หมายความว่ายังไงน่ะ?”  ฮาจิเมะเป็นฝ่ายถามรุ่นน้องคนสนิทด้วยความรู้สึกที่เรียกว่าค้างคาใจ

หากแต่ใครจะรู้ว่าความรู้สึกชาวาบเล็กๆได้ก่อตัวขึ้นอย่างแปลกประหลาดอยู่ภายใต้หัวใจของฮาจิเมะ  ทั้งๆที่ในตอนนี้เขาเองก็ยังไม่เข้าใจความหมายของมันเช่นกัน  พร้อมกันนั้นสายตาทุกคู่ของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็จับจ้องมาที่ฮิรุยะอย่างต้องการคำตอบ

“มะ…ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ!!”  

ทายาทของผู้ทรงอำนาจแห่งแกรนด์ดาเนปหลับหูหลับตาพูดบ่ายเบี่ยงขึ้นมา  ก่อนที่เขาจะรีบเดินจ้ำอ้าวหายออกไปจากห้องพยาบาลเอาเสียดื้อๆ  



หลังจากเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง  คาซึโตะจึงหันไปพูดกับเมกามิที่ยังคงตกอยู่ในความสับสน  เสียงทุ้มของเขาทำให้เธอตื่นจากภวังค์ได้แทบจะทันที

“เธอฟื้นขึ้นมาโดยปลอดภัยก็ดีแล้ว…ถ้ายังไงฉันคงต้องขอตัวก่อน”

“รุ่นพี่เทนโจ…ขอบคุณมากเลยนะคะ  ที่…อุตส่าห์พาฉันมาส่งถึงห้องพยาบาล”



เจ้าของนัยน์ตาสีเทาจ้องมองใบหน้าแสนสวยบริสุทธิ์ชั่วครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดอธิบายความเข้าใจผิดบางอย่างให้เธอฟัง

“ถ้าเธอจะพูดขอบคุณ  เห็นทีคนที่นั่งอยู่ข้างๆเธอน่าจะสมควรได้รับคำๆนั้นมากกว่า”

“เอ๋…?”

“ฮาจิเมะเป็นคนอุ้มเธอมาตลอดทางเลยน่ะ…ไม่ใช่ฉันหรอก”  ประธานนักเรียนมาดขรึมกล่าวเอาไว้แต่เพียงแค่นั้น  จากนั้นจึงเดินหายออกจากห้องพยาบาลไปด้วยอีกคน

…รุ่นพี่โฮชิงากิเป็นคนพาเรามางั้นเหรอ…
…เรานี่แย่ชะมัดเลย  พูดอะไรออกไปเนี่ย…



…ชีซี?...จริงสิ...เขาเคยมีอดีตชาติที่ผูกพันธ์กับเราในชั่วระยะเวลานึงด้วยนี่นา...



ว่าแต่…ความทรงจำของเขากลับคืนมารึเปล่านะ?









("ฉันก็หมายความว่า...ตั้งแต่วันนี้ไป…ฉันจะเป็นคนดูแลยัยนี่เองยังไงล่ะ!")  

คำพูดของฮิรุยะที่กล่าวเอาไว้เมื่อสักครู่ดังก้องวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในโสตประสาทของฮาจิเมะ  ใบหน้าอบอุ่นละมุนละไมมีร่องรอยขมวดคิ้วเข้าหากันเบาๆ โดยที่ผู้เป็นเจ้าของเองก็ยังไม่รู้เนื้อรู้ตัว



“รุ่นพี่โฮชิงากิคะ…”

“รุ่นพี่โฮชิงากิ”

ฮาจิเมะสะดุ้งตัวขึ้นเล็กน้อยพลางกระพริบตาถี่ๆสลัดไล่ความคิดของตัวเองให้ออกจากภวังค์อย่างรวดเร็ว  เมื่อได้ยินเสียงหวานใสร้องเรียกชื่อของเขาอยู่ข้างๆ

“อา…ว่ายังไงเหรอ?”  ชายหนุ่มแตะแต้มรอยยิ้มสบายตาแล้วพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด

“คือ…ขอบคุณมากๆเลยนะคะ  ที่อุตส่าห์พาฉันมาส่งถึงที่นี่”  ดรุณีคนงามกล่าวขอบคุณเขาเป็นการใหญ่พลางก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย  

“รุ่นพี่…คงจะหนักน่าดูเลยนะคะ”

“หืม…พูดอะไรของเธอน่ะ?”  

เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาแอบหัวเราะขึ้นเบาๆด้วยความรู้สึกขบขันในตัวของเด็กสาว  ฝ่ามือเรียวยาวของเขาสัมผัสลงบนศีรษะของเธอเบาๆอย่างเอ็นดู  แต่ทว่ามันกลับทำให้เธอรู้สึกเขินอายเสียมากกว่า

…มะ…มือ…มือ…!?  มือของเขา!...

“ตัวเธอเบาซะจนจะเป็นกระดาษอยู่แล้ว…ความจริงเธอน่าจะบำรุงร่างกายของเธอให้มากกว่านี้ซะด้วยซ้ำนะ”

“…คะ…ค่ะ”

ในขณะที่บรรยากาศตรงนั้นเริ่มจะถูกปกคลุมไปด้วยความอบอุ่น  ยังมีสายตาของเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งที่กำลังจับจ้องฝ่ามือของหนุ่มรุ่นพี่อย่างแน่นิ่งไร้ความรู้สึก  โดยที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่หรือไม่


“เอ๋….อาจารย์ฮิราโอกะ  เคซากุซัง…ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะคะ?”  เมกามิร้องถามขึ้นเมื่อสายตาของเธอพบกับร่างของบุรุษทั้งสองที่ยืนอยู่ทางด้านหลังของฮาจิเมะ

“…..”  

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากเด็กหนุ่มผู้เป็นรองหัวหน้าห้อง  เขาทำแค่เพียงทอดสายตาเหม่อมองจับจ้องอยู่ที่มือของฮาจิเมะ  เมื่ออีกฝ่ายรู้สึกถึงสายตาที่กำลังจ้องมองมา...เขาจึงค่อยๆผละมือออกจากเรือนผมนุ่มสลวยของหญิงสาวช้าๆ

เอ่อ...สายตาคู่นั้น...มันว่างเปล่าเสียจนไม่สามารถคาดเดาความรู้สึกนึกคิดของผู้เป็นเจ้าของได้เลยจริงๆ

“พอดีครูแค่เข้ามาขอยาแก้ปวดจากอาจารย์อาสึกะน่ะ  แล้วก็เลยมาเจอพวกเธอเข้าพอดี"  ชูเฮย์อธิบายให้เด็กสาวได้ฟัง  

"แต่ตอนนี้ครูคงต้องขอตัวก่อนแล้วล่ะนะ”

“ค่ะ…”

“วันนี้เธอไม่ต้องไปเข้าชมรมก็ได้นะชิรายูกิ…รีบกลับบ้านแล้วพักผ่อนซะนะ  จะได้แข็งแรงขึ้นไวๆ”

“ขอบคุณนะคะอาจารย์”  อดีตเทพธิดาในร่างของเด็กสาวกล่าวขอบคุณผู้เป็นอาจารย์  ก่อนที่ร่างสูงโปร่งเพรียวบางของเขาจะเดินหายออกจากห้องไป  



จากนั้นทางด้านทายาทของเทพเจ้าแห่งวงการมายาจึงกล่าวขึ้นมาบ้าง

“ตอนนี้เพื่อนๆของเธอก็มากันแล้ว  และฉันก็มีเรียนต่อด้วย…ถ้าอย่างนั้นก็ฝากให้เพื่อนๆของเธอช่วยดูแลต่อก็แล้วกันนะ”  

“ได้เลย  สบายมาก!”  จิฮารุขานรับเสียงดังฟังชัดก่อนที่จะมานั่งลงที่เก้าอี้แทนเขา

“ขอบคุณมากๆนะคะ…รุ่นพี่โฮชิงากิ  ขอบคุณสำหรับทุกๆอย่างเลยค่ะ”  

เมกามิกล่าวคำขอบคุณพร้อมกับโค้งศีรษะลงเล็กน้อย  ฮาจิเมะจึงแตะแต้มรอยยิ้มอบอุ่นบางเบาให้กับเด็กสาว  จากนั้นเขาจึงเดินหายออกจากห้องนั้นไปอีกคน


…ความทรงจำของชีซีไม่กลับคืนมาอย่างงั้นเหรอ?...
…ดูเหมือนเขาจะจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆด้วย…


“พวกเราเป็นห่วงเธอมากๆเลยนะ”  สาวร่างเล็กจอมแก่นพูดขึ้นหลังจากที่ทุกคนในห้องพยาบาลออกไปกันจนหมด  ก่อนที่เธอจะหันไปพูดกับยาสึชิที่ยืนอยู่ข้างๆเป็นเชิงขอคำตอบ  

"ใช่ไหม…เคซากุ”

“…อืม”

“นี่เธอรู้ไหมเมกามิ  หมอนี่น่ะ…”  

ยังไม่ทันที่จิฮารุจะพูดจบ  ฝ่ามือของเด็กหนุ่มผู้เป็นรองหัวหน้าห้องก็ยกขึ้นมาปิดปากเธอเสียก่อน  เขายกมือขึ้นมาปิดปากของเธอทั้งๆที่ยังทำหน้าตายแบบนั้นอยู่นั่นแหละ

“อ๊ากก…เออาอุ  อายอำอะไอ  อ่อยอั้นเอี๋ยวอี้อะ!”  (เคซากุ  นายทำอะไร  ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ) 

เด็กสาวพูดเสียงอู้อี้ฟังแทบไม่รู้เรื่องพลางพยายามแกะมือของอีกฝ่ายออกเป็นพัลวัน

“…ไม่ควร”

“อ้อไอ้ๆ”  (ก็ได้ๆ)

“อ่อยอั้นไอ้อัง?”  (ปล่อยฉันได้ยัง?)

“…..”  

เจ้าของร่างสูงค่อยๆผละมือออกจากคนตรงหน้าช้าๆ  ท่ามกลางความงุนงงของอดีตเทพธิดาคนงามที่จับจ้องอากัปกิริยาแปลกๆของทั้งคู่อยู่ตลอด

“มีอะไรกันเหรอ?”

“ไม่มีอะไรหรอก”  หัวหน้าห้องสาวจอมเจ้าเล่ห์ยิ้มกว้างกลบเกลื่อน  

“เอ้อ…จริงสิ  ฉันมีเรื่องที่สงสัยอยู่น่ะ”

“เรื่องอะไรเหรอ?”

“ผลการสอบสวนคนที่ทำร้ายเธอออกมาแล้วจริงๆเหรอ  แล้วไอ้เจ้าบ้านั่นน่ะ...มันไม่ใช่คนร้ายจริงๆเหรอ?”


ดรุณีน้อยเงียบเสียงลงไปครู่หนึ่งหลังจากที่ได้ฟังคำถามของเพื่อนสาวคนสนิท  ความหดหู่ใจก็บังเกิดเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา  เธอถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วจึงตอบคำถามของจิฮารุกลับไป

“อืม…”

“คนที่ลงมือทำเรื่องนั้นไม่ใช่โยชิฟุมิจริงๆ”

“บ้าน่า…มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน”  จิฮารุนั่งกอดอกแล้วขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจไปกับคำตอบของอีกฝ่าย  

“ถ้างั้น…ใครกันล่ะที่เป็นคนลงมือ?”

“…เป็นรุ่นพี่ผู้หญิงที่อยู่ปีสามน่ะ”

“รุ่นพี่เหรอ?...แล้วเธอรู้จักกันมาก่อนรึเปล่า?”

“ไม่เลย”  เมกามิส่ายหัวเบาๆ เป็นคำตอบในเชิงปฏิเสธ

“อ้าว…แล้วถ้าไม่รู้จักกัน  ทำไมเขาถึงมาทำแบบนี้กับเธอล่ะ?”

บุตรีของนักธุรกิจผู้ทรงอำนาจหลับตาลงแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง  

“ช่างเถอะ..."

"พอนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วฉันก็รู้สึกแย่นะ  แย่ซะจนไม่อยากจะนึกถึงมันอีกเลยจริงๆ"

“ไม่เป็นไรนะ  โอ๋ๆ”  แม่ทัพลิโป้ในร่างของเด็กสาวลุกขึ้นยืนแล้วโอบกอดผู้เป็นอดีตเทพธิดาอย่างปลอบประโลม  "เธอคงจะรู้สึกหวาดกลัวและเสียขวัญมากเลยสินะ”

“ไม่เป็นไรนะ  ยังไงทุกอย่างก็คลี่คลายไปแล้ว”

“จ้ะ…ขอบคุณพวกเธอทั้งสองคนมากๆเลยนะที่เป็นห่วง”

“มันแน่อยู่แล้ว  ก็เธอเป็นเพื่อน...เป็นคนที่สำคัญของฉันนี่นา”  จิฮารุพูดแล้วยิ้มน้อยๆโดยที่ยังอยู่ในอิริยาบถเดิม  ในขณะที่ชายหนุ่มคนข้างๆก็ยังคงยืนฟังอยู่เงียบๆ

“…..”



ทันใดนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของเด็กสาวผู้เป็นหัวหน้าห้องก็ดังขึ้น  เมื่อเจ้าหล่อนหยิบมันขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็นสายโทรเข้าจากผู้เป็นบิดาของเธอเอง  

“ไอ้หยา!  พ่อโทชิโอะคนดุ”  จิฮารุอุทานเบาๆก่อนที่จะหันมาบอกกับเพื่อนร่วมชั้นอีกสองคนที่เหลือ  “ฉันขอตัวรับโทรศัพท์แปปนึงนะ”

“ตามสบายจ้ะ”

“…..”

เมื่อกล่าวจบ  ร่างเล็กๆก็รีบเดินหายออกจากห้องไป  ซึ่งทั้งคู่ก็คิดเหมือนกันว่าเธอคงจะเดินไปได้ไม่ไกลเท่าไหร่หรอก  เพราะแค่ออกไปคุยโทรศัพท์เท่านั้นเอง



จากนั้นบรรยากาศในห้องพยาบาลก็เงียบลงไปถนัดตา  พอไม่มีเสียงของจิฮารุที่ตะโกนดังโหวกเหวก...มันก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่างจริงๆนะ

ดรุณีน้อยคนงามก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูก  เมื่อถูกสายตาอันว่างเปล่าของยาสึชิจับจ้องมองมาอย่างแน่นิ่ง  ถึงแม้ว่าเธอจะพยายามไม่คิดฟุ้งซ่านแล้วก็ตาม...แต่ทำไมเหตุการณ์ที่เธออยู่ใกล้ชิดกับเขาเมื่อเช้านี้ยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่เลิก

แล้วนี่ใจคอเขาจะยืนมองเธออยู่อย่างนั้นไปตลอดเลยหรือยังไง?


“นั่งก่อนสิเคซากุ  ยืนอยู่แบบนั้นไม่เมื่อยแย่เลยเหรอ?”  

หญิงสาวตัดสินใจเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาชวนคุยขึ้นมาก่อน  เพราะดูจากสถานการณ์แล้วถ้าหากเธอไม่พูดอะไรออกมาบ้าง  รับรองว่าเธอจะต้องได้โดนเขายืนจ้องไปแบบนี้จนกว่าจิฮารุจะกลับเข้ามาแน่ๆ

“ขอบคุณ…”  เจ้าของแววตาเหม่อลอยพูดตอบกลับมาเบาๆ  แต่เขาก็ไม่ได้ปรับเปลี่ยนอิริยาบถของตนเองแต่อย่างใด


“แต่…”

“ไม่…ดีกว่า”


…แฮะ…ไม่ยอมนั่งซะด้วย…
…เอาไงต่อดีล่ะทีนี้?...


“ว่าแต่…เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่น่ะ?”

คำถามของหญิงสาวทำให้เพื่อนร่วมห้องหนุ่มต้องเบนสายตาออกจากใบหน้าของเธอไปชั่วครู่หนึ่งคล้ายๆกับคนที่กำลังใช้ความคิด  ก่อนที่นัยน์ตาสีดำเรียวเล็กจะเคลื่อนกลับมาจับจ้องที่ใบหน้าของเธอเช่นเดิม

“…ความลับ”

…หา!?...แบบนี้ก็ได้เหรอ?...
…นี่เขาตอบตัดบทดื้อๆแบบไม่ให้เราไปต่อเลยนะเนี่ย…แล้วจะชวนคุยอะไรต่อดีล่ะ?...


“เอ่อ…”

“......”

“ยังไงก็ขอบคุณมากๆเลยนะที่…”  

ยังไม่ทันที่เสียงหวานๆจะกล่าวจบ  จู่ๆฝ่ามือของยาสึชิก็เอื้อมมาจับราวเหล็กทั้งสองข้างของเตียงพยาบาลเอาไว้  ทำให้ร่างของหญิงสาวที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงต้องตกอยู่ภายใต้อาณาเขตของอ้อมแขนและช่วงอกกว้างๆของเขาไปโดยปริยาย

...เอ๊ะ!?...

"คะ...เคซากุ"  เด็กสาวเรียกชื่อของคนตรงหน้าเบาๆด้วยความตกอกตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว  พวงแก้มเนียนละเอียดนุ่มนิ่มจึงถูกแตะแต้มไปด้วยสีเลือดฝาดขึ้นมาในทันที

“…..”

…คะ…เคซากุคุง…นะ…นี่เขาจะทำอะไรน่ะ?...

ใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่แสดงออกถึงความรู้สึกใดๆ ค่อยๆเคลื่อนมาอยู่ใกล้ๆกับใบหูนวลผ่องของเมกามิโดยที่มีระยะห่างกันเพียงแค่คืบ  สาวน้อยถึงกับใจเต้นไม่เป็นส่ำอย่างยากที่จะควบคุมเมื่อถูกอีกฝ่ายทำกิริยาแบบนี้เข้าใส่  เธอจึงพยายามทำลายบรรยากาศที่ชวนให้หัวใจรู้สึกสับสนด้วยการพูดอะไรก็ได้กับเขา

“คะ…เคซากุ”

“คือว่า…”









“…เป็นห่วง…”  



เสียงทุ้มที่แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบกล่าวขึ้นในขณะที่เจ้าของร่างงามกำลังละล่ำละลักคำพูดที่ฟังไม่ได้ศัพท์ของตนเองอยู่  และคำพูดที่นอกเหนือจากความคาดหมายของเขานั้นก็ทำให้ดวงตากลมโตของหญิงสาวต้องเบิกกว้างขึ้นอย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

…อะไรนะ…
…ปะ…เป็นห่วง…งะ…งั้นเหรอ...


เสียงหัวใจเต้นของดรุณีน้อยเริ่มดังระรัวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามยังไม่ละการกระทำลง  กลิ่นน้ำหอมเจือจางที่ให้ความรู้สึกสดชื่นของเขายิ่งทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวได้ราวกับกำลังต้องมนต์สะกดยังไงยังงั้น

...เคซากุ...



“…นี่”   เสียงทุ้มแน่นิ่งพูดขึ้นเบาๆอีกครั้งหลังจากที่เขาเงียบเสียงลงไปในชั่วขณะหนึ่ง

เมกามิสะดุ้งไหวตัวขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของคนที่อยู่ใกล้ชิดกันเพียงแค่คืบ  เสียงหัวใจของตัวเองที่กำลังเต้นโครมครามก็กลับกลายเป็นสิ่งที่น่ารำคาญเสียเหลือเกิน  เมื่อเธอไม่สามารถที่จะหาทางหยุดยั้งอะไรมันได้เลยในตอนนี้



“…..”


เสียงทุ้มไพเราะของเด็กหนุ่มพูดขึ้นอย่างเนิบนาบ  พร้อมๆกับเสียงของกระดิ่งลมที่อยู่ตรงหน้าต่างของห้องพยาบาลซึ่งถูกสายลมพัดผ่านจนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊งเสนาะหู  จนหญิงสาวไม่สามารถแยกแยะได้เลยว่าโสตประสาทของเธอรับรู้และสัมผัสถึงเสียงใดได้ก่อนกัน

และมันก็คงเป็นคำพูดที่มีแต่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่พึงจะได้ยิน


…คะ…เคซากุ…
…เราไม่ได้หูฝาดใช่ไหม?...


นัยน์ตาสีนิลที่ดูเหมือนไร้ความรู้สึกเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายอยู่ชั่วขณะหนึ่ง  ก่อนที่เขาจะได้สติคืนกลับมาเมื่อเริ่มรู้สึกว่ากลิ่นกายที่หอมหวานดุจดังมวลพฤกษชาติของอดีตเทพธิดาผู้งดงามนั้นกำลังทำให้เขาเผลอสูดดมเข้าไปหลายต่อหลายครั้งอย่างลืมตัว

ทายาทของผู้อำนวยการโรงเรียนค่อยๆละการกระทำลงแล้วกลับมายืนแน่นิ่งอยู่ในอิริยาบถเดิมราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านี้  ในขณะที่เจ้าของใบหน้าผุดผ่องยังคงนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเตียงพยาบาลด้วยความสับสนจนทำอะไรไม่ถูก

“…..”

ยาสึชิยังคงยืนจับจ้องเจ้าของร่างงามอยู่อย่างนั้น  โดยที่ทั้งคู่แทบจะไม่ได้ขยับเขยื้อนตัวหรือเอื้อนเอ่ยบทสนทนาใดๆออกมา  ทางด้านของเมกามิเองก็ถูกคำพูดเมื่อครู่ของเด็กหนุ่มเล่นงานเข้าอย่างจังเสียจนใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นถูกอาบย้อมไปด้วยสีแดงระเรื่อที่เห็นได้อย่างชัดเจน  หยาดเหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มผุดพร่างพราวขึ้นมาเพราะอุณหภูมิของร่างกายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน

…ละ…ลิโป้…อึก…จิฮารุ…ปะ…ไปนานจัง…
…ระ…รีบๆกลับมาซะทีเถอะ…


“…ไปนะ”  จู่ๆยาสึชิก็กล่าวขึ้นแค่เพียงประโยคสั้นๆหลังจากที่ทำให้อีกฝ่ายสับสนอยู่นานสองนาน

นั่นคือคำพูดของคนหน้ามึนที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยอย่างนั้นสินะ  พับผ่าสิ...นี่เขาคิดอะไรของเขาอยู่กันแน่?

“อะ…เอ๋?”  สาวน้อยพูดออกมาอย่างลนลานเมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายกล่าวจบ  ในขณะที่ดวงตากลมโตเป็นประกายนั้นก็หลบเลี่ยงไม่ยอมสบตากับเขาตรงๆ

“อะ…อื้อ…จะ…ไปแล้วเหรอ?”

“…อืม”

“อื้อ…ถ้างั้น…ขอบคุณนะ…ทะ…ที่อุตส่าห์มาเยี่ยม"

“…..”




“กลับมาแล้ววว!”  


ในขณะนั้นเอง  เสียงเล็กๆที่แฝงไปด้วยความห้าวหาญก็ดังขึ้นจากทางด้านหน้าประตูห้อง  ก่อนที่ร่างของผู้เป็นเจ้าของเสียงจะรีบเดินตรงเข้ามาหาหนุ่มสาวทั้งสอง

“อ๊ะ…จิฮารุ…กลับมาแล้วเหรอ”  ดรุณีน้อยเริ่มรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นเพื่อนสาวคนสนิทปรากฏตัวขึ้น

“อื้อ!  ว่าแต่ทำไมเธอต้องทำหน้าตาดีใจขนาดนั้นด้วย…ฉันแค่ออกไปคุยโทรศัพท์กับพ่อเฉยๆเองนะ”  สาวร่างเล็กจอมแก่นเอียงคอถามอย่างสงสัยและไม่เข้าใจ

“กะ…ก็คิดถึงไง  ฉันน่ะ...คิดถึงเธอตลอดเวลาเลยนะ”

พูดอะไรของเธอน่ะ...เมกามิ?

“เธอนี่พิลึกคนจริงๆ”  จิฮารุพูดพึมพำอย่างงงๆให้กับคำพูดของเมกามิ  จากนั้นจึงหันไปกล่าวกับเด็กหนุ่มผู้เป็นรองหัวหน้าห้องที่กำลังยืนแน่นิ่งอยู่ข้างๆ

"อ้าว…เคซากุ  ทำไมนายไม่นั่งลงก่อนล่ะ?  อย่าบอกนะว่านายยืนอยู่แบบนี้ตลอดเลยตั้งแต่ที่ฉันออกจากห้องไปน่ะ?”

“…อืม"

"...ไม่นั่ง"

นี่เป็นคำตอบของเขาที่พยายามจะตอบคำถามกลับไปใช่ไหม?  ฟังดูแล้วมันชวนให้รู้สึกมึนงงจริงๆ  แต่ทำไมพวกเธอถึงเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังจะสื่อได้อย่างง่ายดายขนาดนี้นะ?

“อ้าว…ทำไมล่ะ?  นายจะไปแล้วเหรอ?”

“…อืม”

“โอเค…งั้นนายไปเถอะ  เดี๋ยวฉันจะอยู่กับเมกามิเอง”  อดีตแม่ทัพลิโป้ในร่างของเด็กสาวยกยิ้มกว้างแล้วบอกกับชายหนุ่มเพื่อนร่วมชั้น  

จากนั้นยาสึชิก็หันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ  ท่ามกลางสายตาของเมกามิที่แอบมองตามหลังเขาไปจนสุดสายตา  


จู่ๆคำพูดที่ยาสึชิได้กล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้ก็ดังขึ้นวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของเด็กสาว...ซึ่งก็คงมีเพียงแค่เธอคนเดียวที่จะได้ยิน  พร้อมๆกันกับสายลมบางเบาที่พัดผ่านเข้ามาโอบอุ้มทุกสัมผัสของเธอให้เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น




…ถ้าหาก…เธอ…
…เป็น…อะไร…ขึ้นมา…


…แล้ว...
…จะ…ทำยังไง…



...รู้ไหม...ว่าเป็นห่วง...ขนาดไหน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

60 ความคิดเห็น