ตอนที่ 22 : คำขอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 84
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    24 เม.ย. 62

“เอาล่ะ…เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นฉันจะนำขึ้นที่ประชุมกับคณะผู้บริหารของแกรนด์ดาเนปทั้งหมด  เพื่อพิจารณาถึงโทษที่พวกเธอควรจะได้รับ”  

ผู้ถือหุ้นใหญ่กล่าวทิ้งท้ายกับบรรดานักเรียนผู้ก่อเรื่องทั้งหมดก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องพักผ่อน

“ส่วนแก…ฮิรุยะ  ตามฉันมา”

“ครับ”  พอได้ยินคำสั่ง  ฮิรุยะก็ก้าวขาตามผู้เป็นบิดาเข้าไปในห้องเดี๋ยวนั้น

“ส่วนพวกเธอก็กลับเข้าชั้นเรียนกันไปก่อนก็แล้วกัน  อย่าลืมล่ะว่าตอนนี้พวกเธอกำลังถูกทำทัณฑ์บนอยู่  และในระหว่างนี้ถ้าหากยังก่อเรื่องกันอีก….พวกเธอจะต้องถูกไล่ออกสถานเดียว”  ริวเซย์พูดกำชับกับเด็กสาวทั้งสี่คน

“ค่ะ…”

เด็กสาวทั้งสามคนที่ยืนอยู่จึงค่อยๆพากันประคองเอริที่ยังคงร้องไห้ออกมาไม่หยุดอย่างเบามือด้วยความสงสารจับใจ 

"ไปกันเถอะ  เอริ”

เมกามิมองตามหลังเด็กสาวรุ่นพี่ผู้มีหัวใจบอบช้ำก่อนที่ทั้งหมดจะหายออกไปจากห้อง  ความรู้สึกในตอนนี้มีแต่ความเห็นใจและความสงสารจนไม่คิดที่จะติดใจเอาความอะไรจากเธอเลยสักอย่าง



“การกระทำทุกอย่างมักจะมีเหตุผลและที่มาที่ไปของมันอยู่เสมอใช่ไหมคะ”  เสียงหวานของของอดีตเทพธิดาทำให้ทั้งผู้อำนวยการโรงเรียนและประธานนักเรียนทั้งสองคนต้องหันมามองเธอพร้อมๆกัน

“ท่านผู้อำนวยการคะ…”

“ถ้าเป็นไปได้…”  ดรุณีน้อยจ้องมองผู้ทรงอำนาจแห่งแกรนด์ดาเนปด้วยสายตาวิงวอนราวกับจะร้องขอบางสิ่งบางอย่าง  “หนู…ไม่ติดใจเอาความอะไรกับรุ่นพี่คัทสึมิเลยค่ะ”

“เพราะฉะนั้น…”



“ช่วยละเว้นโทษของรุ่นพี่เอาไว้จะได้รึเปล่าคะ?”



คำขอของนางฟ้าคนงามทำเอาบุรุษทั้งสามเบิกตากว้างอย่างแทบไม่เชื่อหูกับความใจดีของเธอ  ฮาจิเมะจึงแอบแตะแต้มรอยยิ้มขึ้นน้อยๆด้วยความรู้สึกชื่นชมอยู่ในใจ  ในขณะที่จากคาซึโตะเองก็มีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างกัน

ผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนปผุดรอยยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่ดูอ่อนโยนลงกว่าเมื่อสักครู่  แววตาที่จ้องมองมายังเด็กสาวนั้นเต็มไปด้วยความรู้สึกชื่นชมและเอ็นดูในความมีน้ำใจของเธอ

“ฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่”

“แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมันก็ถือว่าร้ายแรงพอสมควรนะ...มันเป็นเรื่องที่อันตรายและเสี่ยงต่อชีวิตของเธอมากๆ  ดังนั้น...เมื่อทำผิดก็ต้องได้รับการลงโทษตามสมควรเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับคนอื่น”

“แต่ว่า…”  

เมื่อเจ้าของร่างอรชรทำท่าจะพูดแย้งขึ้น  ริวเซย์ก็พูดตัดบทเธอขึ้นมาเสียก่อน  “ฉันเข้าใจความรู้สึกของเด็กที่มีจิตใจดีแบบเธอนะ”

“ถ้าละเว้นไม่ได้  ขอแค่โทษสถานเบาก็ยังดี...ได้ไหมคะ?”

ชายสูงวัยได้ยินคำขอเช่นนั้นก็ทำได้แค่หลับตาแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ

“เอาไว้ฉันจะลองเสนอการขอลดโทษกับพวกคณะผู้บริหารทั้งหมดดูก็แล้วกัน…แต่ฉันคงรับรองไม่ได้หรอกนะว่ามันจะสำเร็จหรือเปล่า”

“ขอบคุณมากค่ะ  ท่านผู้อำนวยการ”  เมกามิลุกขึ้นโค้งคำนับบิดาของยาสึชิอย่างมีความหวัง  ก่อนที่เขาจะเดินหายออกจากห้องทำงานไปเช่นกัน

เจ้าของนัยน์ตาสีเทาเย็นเยียบจับจ้องมองเด็กสาวรุ่นน้องที่ยังคงยืนอยู่อย่างพิจารณาในการกระทำของเธอ

…ถึงกับยอมก้มหัวขอร้องให้ละเว้นโทษกับคนที่คิดจะทำร้ายตัวเองงั้นเหรอ?  เธอกำลังคิดอะไรอยู่…ในเมื่อเธอก็รู้ดีว่ามันอันตรายขนาดไหน..
.
...ตอนนั้นถ้าฉันไม่ผ่านเข้าไปเจอเข้าพอดีจะทำยังไง?...


…จิตใจของเธอนี่มัน…





          ฮิรุยะเดินตามหลังผู้เป็นบิดาเข้ามาในห้องพักผ่อนที่อยู่ติดกันกับห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียน  ผู้กุมอำนาจแห่งแกรนด์ดาเนปจึงทิ้งตัวลงไปนั่งบนโซฟารับแขกด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายลงกว่าเมื่อสักครู่  ก่อนที่จะหยิบซิการ์แบรนด์โปรดของเขาขึ้นมาจุดสูบ

“รู้ตัวรึเปล่าว่าแกก่อเรื่องยุ่งๆเอาไว้มากมายขนาดไหน?”  เจ้าของเสียงทุ้มต่ำเริ่มเปิดบทสนทนาแล้วเงยหน้าขึ้นมองทายาทหนุ่มที่ยังคงยืนอยู่กับที่

 "ให้ตายเถอะ...ฉันล่ะปวดหัวกับแกจริงๆ”

“ก็ผม…”

“ทำไมแกต้องทำกับเด็กที่ชื่อเอริถึงขนาดนั้นด้วย?  นี่ฉันเคยสอนให้แกเป็นคนป่าเถื่อนแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”  

“ก็ผมไม่ได้คิดอะไรกับยัยนั่นนี่ครับ!"

“แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าแกจะทำร้ายความรู้สึกของใครตามใจชอบได้!”  นักธุรกิจใหญ่พูดเสียงดังใส่ทายาทผู้สืบทอดกิจการอย่างไม่สบอารมณ์  “ฉันไม่เคยสอนให้แกตัดสินคนจากภายนอกเลยสักครั้ง…แล้วนี่อะไร!?”

“ทั้งฉัน  ทั้งริวเซย์   ผู้บริหารทุกคนเกือบจะตายกันหมด!”

“พ่อจะบอกว่าทุกอย่างมันเป็นเพราะผมงั้นเหรอครับ?”  คิ้วหนาได้รูปของฮิรุยะขมวดเข้าหากันจนใบหน้าหล่อเหลานั้นดูยุ่งเหยิง

“ถึงจะไม่ทั้งหมด  แต่มันก็เป็นส่วนมากเลยล่ะ!”

“ถ้าแกไม่ไปสร้างความเจ็บปวดในใจให้กับเด็กคนนั้น  มันก็คงไม่มีปัญหาตามมาขนาดนี้!”  ชุนพูดติติงลูกชายยกใหญ่ตามความเป็นจริงที่เขาได้รับรู้มา

“ถึงผมจะทำแบบนั้นลงไปก็จริง  แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทำเรื่องอันตรายของยัยนั่นเลยนี่ครับ!?"  ชายหนุ่มเลือดร้อนพยายามอธิบาย  

“การทำเรื่องที่ร้ายแรงแบบนั้นขึ้นมา  มันเป็นการตัดสินใจของยัยนั่นเองคนเดียวล้วนๆไม่ใช่เหรอครับ!?”

“แล้วการที่แกไปมีปัญหากับหนูเมกามิตั้งแต่แรกจนเกิดช่องโหว่ให้ถูกเล่นงานขึ้นมาได้แบบนี้…มันไม่ใช่ความผิดแกเลยงั้นสิ!?” 


…อะไรนะ ยัยเด็กนั่นอีกแล้วเหรอ!?  อะไรๆก็แม่นั่นตลอดเลย  ให้ตายเถอะ!!...


“แกอย่าได้ลืมไปว่าเรื่องนั้นมันก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดเรื่องบ้าๆนี่ขึ้นมาด้วย!  ถ้าแกไม่สร้างปัญหาตั้งแต่แรก  หนูเมกามิจะถูกเล่นงานขนาดนี้ไหม!?  คิดสิ!  คิด!  จะบอกว่ามันไม่ใช่เพราะแกรึไง!?”

เมื่อชายหนุ่มได้ฟังดังนั้นก็ได้แต่ยืนเงียบไปเพราะไม่สามารถหาเหตุผลใดมาโต้แย้งผู้เป็นบิดาได้อีก

“ถ้าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้เทนโจกับเคซากุคุงเข้าไปเจอและช่วยเอาไว้  ป่านนี้แกรนด์ดาเนปคงถูกถล่มพังไปเป็นแถบๆแล้ว"  หนุ่มใหญ่นักธุรกิจลดเสียงลงพร้อมกับพ่นควันสีขาวออกมาทางปากและจมูกพร้อมๆกัน  

“โชคดีแค่ไหนแล้วที่หนูเมกามิเป็นคนจิตใจงดงามและคิดถึงความรู้สึกของคนอื่นอยู่เสมอ  ถึงได้ไม่เคยเปิดปากฟ้องเรื่องนี้กับพี่โคจิเลยสักครั้ง  นี่แกฟังแล้วละอายใจบ้างรึเปล่า…ฮิรุยะ?”

“แต่เมื่อวานผมก็เป็นคนเข้าไปช่วยเด็กคนนั้นเอาไว้เหมือนกันนะครับ!”

“เออ...นั่นน่ะเป็นเรื่องดีเรื่องเดียวที่แกทำ  ในบรรดาเรื่องแย่ๆที่แกก่อขึ้นมาทั้งหมดนั่นแหละ”

“แล้วพ่อจะให้ผมทำยังไง?”  ฮิรุยะพูดเสียงอ่อยในขณะที่ใบหน้าหล่อๆยังคงยุ่งเหยิงอยู่เช่นเดิม

“ดี!...เป็นคำถามที่ฉันกำลังรอฟังจากแกอยู่เลย!”  ชุนพูดกลั้วหัวเราะให้กับคำถามของทายาทหนุ่มราวกับได้ฟังเรื่องขบขัน

“ครั้งก่อนฉันเคยสั่งอะไรแกเอาไว้...จำได้รึเปล่า?”

“ครับ…พ่อบอกให้ผมอยู่ห่างๆ  อย่ามีปัญหาและอย่าไปหาเรื่องชิรายูกิ”

“ถ้างั้นแกฟังฉันให้ดีนะ”  ชายวัยกลางคนฉีกยิ้มฟันขาวเหมือนกำลังพูดเรื่องสนุกสนาน  “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  นอกจากแกจะห้ามหาเรื่องอะไรหนูเมกามิแล้ว…”

“แกต้องคอยปกป้องดูแลหนูเมกามิให้ดีที่สุด  และอย่าให้เกิดเรื่องอันตรายแบบนี้ขึ้นมาได้อีก!”

คำสั่งที่เข้มงวดนั้นทำให้เจ้าของร่างสูงสง่างามต้องออกอาการหน้าเหวอขึ้นมาทันที

“พ่ออออออออ!?!”

“ทำไม?  แกมีปัญหาอะไรอีก?  ถ้ามันยากนักแกก็ไปเอาใบลาออกบนโต๊ะทำงานฉันมาเขียนได้เลย  ฉันจะได้ทำเรื่องให้แกซะตั้งแต่ตอนนี้”

“มันไม่ใช่แบบนั้นครับ…!”

“ให้ตายเถอะ!  ทำไมต้องเป็นผมด้วย?  เด็กคนนั้นก็มีเจ้าลูกชายของผู้อำนวยการคอยเป็นผู้พิทักษ์อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ!?”

“ฮิรุยะ!...แกจะพูดจาอะไรให้มันระวังปากระวังคำซะบ้างนะ!”  ชุนเหลือบสายตามองไปยังประตูทางเข้าห้องพักผ่อนอย่างมีนัยบางอย่าง  ในขณะที่เด็กหนุ่มได้แต่ยืนกอดอกหน้านิ่วคิ้วขมวดแสดงถึงความไม่พอใจ

“เข้าใจที่ฉันพูดไปทั้งหมดรึเปล่า?”

“…ครับ”

“แกจะทำตามที่ฉันบอกใช่ไหม?”

คำถามที่ถามจี้จุดในสิ่งที่เขาไม่เต็มใจและไม่อยากจะทำ  ทำให้ฮิรุยะต้องถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายเพราะไม่มีทางเลือกอื่นๆ

“ครับ”

“ไหนฉันสั่งให้แกทำอะไร?”  

คำถามของผู้เป็นบิดาที่ถามออกมาอีกครั้งเล่นเอาเขาต้องรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะตอบออกมาเสียเหลือเกิน

“ให้คอยดูแลชิรายูกิครับ”

“เออ!  ดี!  ไปๆ…แกออกไปได้ละ”  ชุนบอกกับลูกชายจอมแสบของเขาพร้อมทั้งทำท่าสะบัดมือไล่ให้เขาออกไปจากห้อง

“ครับ”

เจ้าของร่างสูงสง่างามผงกศีรษะลงเล็กน้อย  ก่อนที่จะล่าถอยออกมาจากห้องนั้นอย่างเงียบๆ…





“…ฮิรุยะออกมาแล้ว”  

เสียงของประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมพูดขึ้นเมื่อเห็นฮิรุยะเดินออกมาจากห้องทำงานของผู้เป็นบิดา  สายตาแข็งกร้าวของเขาปราดมองไปยังสาวน้อยผู้งดงามอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรนัก  ก็แหงล่ะ...ในเมื่อพ่อของเขาประคบประหงมเธอมากกว่าลูกในไส้อย่างเขาเสียอีก  ยิ่งเห็นหน้าตาที่ใสซื่อไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรแบบนั้นแล้วก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกหมั่นไส้มากขึ้นเป็นทวีคูณ

และเมื่อเห็นใบหน้าที่แสดงความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจนเช่นนั้นแล้ว  เมกามิจึงรีบเอ่ยปากขอตัวขึ้นมาทันที  เธอเองก็ไม่ได้อยากมายืนให้อีกฝ่ายเห็นหน้านานนักหรอก

"ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ…ขอบคุณทุกคนมากๆเลยนะคะสำหรับทุกๆอย่าง”  เด็กสาวโค้งศีรษะแสดงความขอบคุณต่อชายหนุ่มรุ่นพี่ทั้งหมด  ก่อนที่จะหันหลังเดินออกไป


แต่ทว่า...เสียงทุ้มที่นุ่มละมุนละไมก็พูดขึ้นมาจากทางด้านหลังของเธอเสียก่อน


“พวกเราเองก็กำลังจะกลับพอดี  ถ้ายังไงก็เดินกลับไปพร้อมๆกันเลยก็แล้วกันนะ”


เมื่อได้ยินคำพูดของฮาจิเมะ  ชายหนุ่มอีกสองคนที่เหลือจึงเบนสายตามองไปยังผู้พูดอย่างพร้อมเพรียงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

…พวกเราเหรอ?  นายคนเดียวมากกว่ามั้ง?...

“เอ๋…งั้นเหรอคะ?”  ดวงตากลมโตเหลือบไปมองชายหนุ่มผมดำทั้งสองคนแวบหนึ่งด้วยท่าทางที่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นัก  โดยเฉพาะนายจอมหัวร้อนนั่น

"ถ้าอย่างนั้น…ก็ได้ค่ะ”

ฮาจิเมะแตะแต้มรอยยิ้มขึ้นมาอย่างพออกพอใจกับคำตอบที่ได้ยิน  ก่อนจะหันไปบอกกับเพื่อนๆของเขา  

“งั้นเรากลับกันเถอะ”

“อืม”

จากนั้นหนุ่มสาวทั้งสี่จึงเดินออกมาจากห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียนพร้อมๆกัน



แต่ทว่าออกมาจากห้องทำงานได้เพียงแค่ไม่กี่ก้าว  จู่ๆเรี่ยวแรงของเมกามิก็หดหายลงไปโดยไม่ทราบสาเหตุ  สมองของเธอรู้สึกอื้ออึงไปหมด  ดวงตาคู่สวยจ้องมองเพดานของทางเดินที่หมุนคว้างโคลงเคลงราวกับแผ่นดินไหว  ก่อนที่ร่างเล็กๆจะเสียการควบคุมแล้วหงายหลังลงไปทั้งๆอย่างนั้น

…นี่มันเกิดอะไรขึ้น?...
…รู้สึก…เหมือนทุกอย่าง…กำลังจะดับวูบลงไป….



“ชิรายูกิ!?”

ฮาจิเมะที่เดินตามอยู่ข้างหลังรีบวิ่งไปคว้าเอาร่างของเธอมาไว้ในอ้อมแขนได้อย่างฉิวเฉียดโดยที่ยังไม่ทันได้ตกถึงพื้น  ท่ามกลางความตกใจของคาซึโตะและฮิรุยะที่ต่างก็รีบวิ่งเข้ามาดูอาการของเธอ

“ชิรายูกิ!?”

“ชิรายูกิ!...เป็นอะไรรึเปล่า!?...ชิรายูกิ!”   

เจ้าของร่างสูงที่ประคองหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขนเขย่าไหล่ของเธอเบาๆเป็นการเรียกสติ  ในขณะที่อีกฝ่ายทำได้แค่ปรือตามองคนตรงหน้าด้วยสติสัมปชัญญะที่ใกล้จะเลือนลางเต็มที

“…รุ่นพี่”


…ความรู้สึกแบบนี้…
…เหมือนกับ…ครั้งที่แล้วเลย…


เมกามิพึมพำบอกกับตัวเองในใจเมื่อเห็นภาพบางอย่างที่วูบไหวไปมาราวกับภาพยนต์ที่กำลังติดๆดับๆ  มันเหมือนกันกับตอนนั้นไม่ผิดเพี้ยน...ตอนที่ความทรงจำระหว่างเธอกับลิโป้ได้หวนกลับคืนมาให้เห็นอีกครั้งนั่นแหละ


...หรือว่า...เขาจะเป็นใครอีกคนนึงที่เคยมีวาสนากับเรามาก่อน?...


จากนั้นกำไลหยกสีเขียวที่เธอสวมใส่อยู่ก็ค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นสีขาวพิศุทธิ์ทีละน้อย…ทีละน้อย...



…เขาเป็นใครกัน…?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น