ตอนที่ 19 : การพิพากษา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 87
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    30 เม.ย. 62


เด็กสาวหน้าตาธรรมดาในชุดนักเรียนสีดำนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่บนเก้าอี้ที่ถูกจัดวางเอาไว้ตรงกลางห้อง  เพื่อเตรียมตัวรับการสอบสวนจากผู้ทรงอำนาจแห่งแกรนด์ดาเนปทั้งสอง   


จากนั้นริวเซย์จึงเริ่มเปิดบทสนทนาด้วยการสอบถามเด็กสาวคนดังกล่าว  น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของเขามันแฝงไปด้วยความกดดันอย่างบอกไม่ถูก


“เธอชื่ออะไร?  แล้วเรียนอยู่ชั้นไหน?”


“หนูชื่อ  คัทสึมิ  เอริ  อยู่ชั้นปีสามห้องหกค่ะ”  เด็กสาวค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามของผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยน้ำที่เสียงสั่นเครือเล็กน้อย


“แล้วเธอรู้จักเด็กผู้หญิงปีหนึ่งที่นั่งอยู่ตรงนี้หรือเปล่า?”  ผู้ถือหุ้นใหญ่ของแกรนด์ดาเนปผายมือไปทางเมกามิ  เด็กสาวรุ่นพี่จึงค่อยๆเหลือบตามองไปยังเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มที่กำลังจับจ้องมาที่ตนเองเช่นเดียวกัน  ทำให้เธอต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก


“หนู…ไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวค่ะ  แต่เคยได้ยินชื่อ”


“เธอแน่ใจนะ?”


“ค่ะ…”


“โอเค…ไม่เป็นไร  ถ้าอย่างนั้นฉันจะขอเท้าความสักนิดนึงก่อนแล้วกัน  ว่าทำไมเธอถึงได้ถูกเรียกตัวให้มานั่งอยู่ที่นี่”  ชุนประสานมือเข้ากันหลวมๆแล้ววางแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีสุขุมแน่นิ่ง


“เมื่อหลายวันก่อนเด็กคนนี้ถูกกลั่นแกล้งด้วยการที่มีใครบางคนนำเอาตุ๊กตาที่มีสภาพน่ากลัวคล้ายกับเป็นการข่มขู่  พร้อมกับจดหมายท้าทายฉบับหนึ่งที่ถูกพิมพ์ขึ้นด้วยคอมพิวเตอร์มาใส่ไว้ในล็อคเกอร์ของเธอ  ก่อนที่สองสิ่งนั้นจะนำไปสู่การกักขังเธอเอาไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์...ที่ตึกเก่าทางด้านหลังโรงเรียนในที่สุด” 


“…ค่ะ”


“แต่หลังจากนั้นทางเราก็ได้ตรวจพบ...ว่าจดหมายฉบับนั้นถูกพิมพ์และสั่งปริ้นท์มาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เธอเป็นคนใช้งานเองในชั่วโมงเรียนเมื่อราวๆสองสามวันก่อน"


“เธอมีอะไรจะอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือไม่?”


เด็กสาวในชุดเครื่องแบบนักเรียนสีดำก้มหน้าลงไปอีกครั้งก่อนที่จะตอบคำถามเสียงแผ่วเบา


“…ไม่มีค่ะ”


“ไม่มี?...เธอหมายความว่ายังไง?”  ริวเซย์เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจไปกับคำตอบที่ง่ายดายของเด็กสาว “หมายความว่าเธอยอมรับว่าเธอเป็นคนลงมือทำเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างนั้นเหรอ?”


“รวมถึงเรื่องที่เธอเป็นคนขังเด็กคนนี้เอาไว้ในห้องเก็บของด้วยรึเปล่า?”


เอริค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา  ริมฝีปากของเธอเม้มเข้าหากันแน่น  ดวงตาเรียวเล็กเริ่มมีหยาดน้ำตารื้นขึ้นมาบางเบา


“ค่ะ…หนูเป็นคนลงมือทำทั้งหมด”


“แต่…”


นัยน์ตาที่เริ่มมีสีแดงเจือปนและดูไม่เป็นมิตร  จ้องมองไปยังเจ้าชายคนเล็กแห่งแกรนด์ดาเนปที่ยืนอยู่ข้างหลังผู้เป็นบิดาของเขาแบบตาไม่กระพริบ  


“เรื่องที่ฉันทำลงไปทั้งหมดนั้นเป็นคำสั่งของโยชิฟุมิค่ะ”


เมกามิได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายก็ถึงกับอึ้งไปในชั่วขณะหนึ่ง  ในสมองของเธอรู้สึกสับสนอื้ออึงไปหมด


…นายเป็นคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้จริงๆอย่างงั้นเหรอ…อยากจะแก้แค้นฉันจริงๆงั้นเหรอ?

…ถ้าอย่างนั้นแล้ว…เมื่อวานนี้...นายเข้ามาช่วยฉันเอาไว้ทำไม?...


“จะบ้าเหรอ…นี่เธอพูดเรื่องบ้าอะไรของเธอ!!?”  จอมหัวร้อนโวยวายเสียงดังขึ้นมาทันที  ปลายนิ้วหนายกขึ้นชี้หน้าของสาวรุ่นพี่อย่างเอาเรื่องเอาราว


“ฉันน่ะไม่รู้จักเธอซะด้วยซ้ำ!!!”


“เงียบก่อนฮิรุยะ  อย่าเสียมารยาท”  ชุนหันหลังไปติติงกับผู้เป็นทายาท  จากนั้นจึงหันไปสอบถามเด็กสาวที่นั่งนิ่งอยู่ตรงกลางห้องต่อ  


“ไหนเธอลองเล่ามาสิ…ว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไง?”


ทางด้านของฮิรุยะก็แทบสะกดกลั้นความโกรธเอาไว้ไม่อยู่  นิ้วมือทั้งสิบรวบเข้าหากันอย่างแน่นหนาจนลืมความเจ็บปวดในวินาทีนั้นไปเสียหมด  เขาพยายามที่จะพิสูจน์ตัวเองแทบตาย...แต่เหตุใดคำสารภาพของผู้หญิงคนนั้นถึงออกมาเป็นแบบนี้ไปได้?


นักเรียนหญิงที่ชื่อเอริก้มหน้าลงอีกครั้งก่อนที่จะค่อยๆเปิดปากเล่าเท้าความออกมา  


"เดิมทีโยชิฟุมิเคยมีปัญหากับเด็กคนนั้นมาก่อนค่ะ…เด็กนักเรียนหลายคนในโรงเรียนก็เคยเห็นทั้งสองคนทะเลาะกัน  หรือจะลองถามจากเจ้าตัวดูเลยก็ได้นะคะ”


เมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากปากของเด็กสาว  ชุนก็นึกถึงเรื่องที่เขาได้เคยพูดเตือนฮิรุยะเอาไว้ก่อนหน้านี้  ซึ่งก็คือเรื่องของการมีปัญหาระหว่างตัวของฮิรุยะกับเมกามิ  ทำให้สิ่งที่ได้ฟังนั้นดูมีน้ำหนักและต้นสายปลายเหตุมากพอสมควรเลยทีเดียว


มันจะเป็นคำสั่งของฮิรุยะจริงๆรึเปล่านะ?


“เธอเคยมีปัญหากับโยชิฟุมิจริงๆหรือเปล่า…ชิรายูกิ?”  ผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนปหันไปถามดรุณีน้อยเพื่อความแน่ใจ


เมกามิชำเลืองตามองไปยังหนุ่มรุ่นพี่ที่กำลังทำหน้าตาเหมือนจ้องจะกินเลือดกินเนื้อเธอยังไงยังงั้น  แต่เธอก็ตอบคำถามของผู้ใหญ่ไปตามความเป็นจริง


“ค่ะ…”

“หนูกับโยชิฟุมิเคยมีปัญหากันมาก่อนค่ะ”  


สิ้นเสียงตอบของผู้เสียหาย  เด็กสาวที่นั่งอยู่ตรงกลางห้องจึงว่าต่อ


“ก็เพราะโยชิฟุมิไม่สามารถแก้แค้นอะไรเด็กคนนี้ได้  จึงไหว้วานให้ฉันทำเรื่องทั้งหมดนี้ขึ้นมาค่ะ”  ใบหน้าของเอริดูน่ากลัวขึ้นเมื่อเธอแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัย


"รวมถึงเรื่องที่เขาสั่งให้ฉันผลักเธอตกบันไดและเอารองเท้าของเธอไปทิ้งด้วย”


“ผลักตกบันไดอย่างนั้นเหรอ?”  ประธานนักเรียนมาดขรึมพูดพึมพำออกมาเบาๆ  หากแต่เสียงนั้นก็ไม่สามารถเล็ดลอดไปจากรัศมีการได้ยินของริวเซย์ได้  เขาจึงรีบหันกลับไปถามในทันที


“มีอะไรงั้นรึ…เทนโจคุง?”


“ครับ…”


“ก่อนหน้าที่ชิรายูกิจะถูกจับไปขังเอาไว้…ดูเหมือนว่าเธอจะถูกผลักตกลงมาจากบันไดจริงๆครับ”  เจ้าของแววตาเย็นเยียบปรายตามองไปยังร่างอรชรที่กำลังนั่งหน้าซีดด้วยความสับสน  


“ตอนนั้นผมบังเอิญเดินผ่านมาและรับเธอเอาไว้ได้พอดี”


“อย่างงั้นหรือ?…”  ผู้อำนวยการสูงวัยพยักหน้าเบาๆ  แล้วนั่งครุ่นคิดอย่างเงียบๆ


ฮาจิเมะลอบมองเพื่อนสนิททั้งสองคนด้วยความรู้สึกแปลกๆที่อธิบายไม่ถูก  พวกเขาทั้งคู่ต่างก็เคยช่วยเหลือเมกามิเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที  แล้วทั้งคาซึโตะ...ทั้งฮิรุยะก็ไม่เคยคิดที่จะปริปากเล่าอะไรให้เขาฟังเลยสักอย่าง...


ทั้งๆที่พยายามจะไม่คิดอะไรมากแล้ว  แต่ทำไม...ทำไมกัน...ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลยอยู่คนเดียว?


“นี่มันเรื่องจริงเหรอ  หนูเมกามิ?”  ชุนหันไปถามดรุณีคนงามด้วยสีหน้าที่ดูซีดหมองลง  ก็เพราะนี่มันเป็นเรื่องใหญ่ไม่ใช่เล่นๆแล้ว  แถมลูกชายของเขายังดูเหมือนจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกด้วย…ถ้าหากรู้ถึงหูของโคจิเข้าล่ะก็บรรลัยกันทั้งคณะแน่ๆ


เมกามิค่อยๆพยักหน้าช้าๆ  แล้วจึงตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา


“ค่ะ…”

“ตอนนั้นรุ่นพี่เทนโจผ่านมาและช่วยหนูเอาไว้ได้พอดีค่ะ”


สิ้นเสียงคำตอบนั้น  ผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงเรียนก็ถึงกับต้องยกมือขึ้นมากุมขมับให้กับเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้น  ด้วยความรู้สึกที่เรียกได้ว่ามืดแปดด้าน 


“ให้ตายเถอะ…”


“นี่มันเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ!  ถ้าเกิดว่าเทนโจไม่ได้ผ่านเข้าไปทางนั้นพอดี...คิดบ้างรึเปล่าว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น!?”  ผู้อำนวยแห่งแกรนด์ดาเนปตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นพูดเสียงดัง  ดวงตาดุดันกวาดมองไปรอบๆห้องอย่างต้องการคำตอบ  


“ถ้าหากมีการสูญเสียเกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบเรื่องนี้ได้!!?”


“ถึงพวกเธอจะต้องการแก้แค้นอะไรยังไงกันมากแค่ไหน  แต่ก็ไม่สมควรที่จะทำเรื่องอันตรายแบบนี้ขึ้นมา!"


“ก็โยชิฟุมิอยากให้หนูทำแบบนั้นนี่คะ”  เด็กนักเรียนผู้ให้การซัดทอดพูดตอบมาอย่างไม่ยี่หระ


ทางด้านของชุนที่ยังคงนั่งกุมขมับอยู่จึงเอ่ยปากถามผู้เป็นทายาทราวกับคนไร้เรี่ยวแรง  ตอนนี้ดูเหมือนว่าสมองของเขามันจะตื้อไปหมดจนคิดอะไรไม่ออก


"ฮิรุยะ…แกมีอะไรอยากจะพูดรึเปล่า?”


เมกามิเหลือบตามองไปยังเจ้าของร่างสูงด้วยความรู้สึกที่ผิดหวัง  เพราะอย่างน้อยๆการได้รับความช่วยเหลือจากเขาเมื่อวานนี้ก็ทำให้เธอแอบเปลี่ยนมุมมองในตัวของเขาอยู่ลึกๆเช่นกัน


“ผมขอยืนยันคำเดิมว่าผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้  และก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย!!”  ฮิรุยะกำมือแน่นพลางถลึงตามองไปยังสาวรุ่นพี่ที่ให้การปรักปรำเขาอย่างเอาเรื่องเอาราว


“ของแบบนี้แค่ใช้ชื่ออ้างขึ้นมา  ใครๆก็ทำได้!!”


“จริงอยู่ที่ผมเคยทะเลาะกับยัยเด็กนี่  เกือบทุกคนในโรงเรียนก็เห็น…ผมยอมรับ!  แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะตามเอาเรื่องเธออย่างเอาเป็นเอาตายจนขาดความยั้งคิด...แล้วก็ทำเรื่องบ้าๆขึ้นมาแบบนี้หรอก!"


"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เมื่อพ่อได้เคยว่ากล่าวตักเตือนผมมาอย่างเข้มงวดแล้ว  คิดว่าผมจะกล้าขัดคำสั่งอย่างงั้นเหรอครับ!!?”


ชายหนุ่มพูดอธิบายเสียงดังฟังชัด  คิ้วหนาได้รูปขมวดเข้าหากันมุ่นบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์


“ถามจริงๆเถอะ…เธอมีความแค้นอะไรรึเปล่า  ถึงต้องมาใส่ร้ายฉันขนาดนี้!?”


เมื่อมาถึงจุดนี้ที่เรื่องราวฟังดูขัดแย้งและไม่ลงตัว  ทำให้แม้แต่ผู้อำนวยการของโรงเรียนที่มากประสบการณ์ก็ยังต้องรู้สึกปวดหัวไปตามๆกัน



ณ เวลานั้น…บรรยากาศในห้องก็มีแต่ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนทำให้รู้สึกตึงเครียดกันไปหมด


“ขออนุญาตค่ะ”  

เสียงหวานนุ่มหูของหญิงสาวแสนสวยเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศวังเวงพร้อมกับยกมือขึ้นเป็นเชิงขออนุญาต


“มีอะไรงั้นเหรอ  ชิรายูกิ?”


“คือหนูมีเรื่องที่อยากจะพูดนิดหน่อยค่ะ…แต่ไม่รู้ว่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้หรือเปล่า”


“ว่ามาสิ”  ริวเซย์พูดตอบรับคำขอของสาวน้อยอย่างไม่ขัดข้อง


“คือเมื่อวานนี้ก่อนที่จะถึงเวลาเข้าชมรม…”  เสียงของเด็กสาวขาดห้วงลงเล็กน้อยเหมือนกำลังลังเลที่จะพูดต่อ  


“หนูก็ถูกกลุ่มรุ่นพี่ผู้หญิงที่อยู่ปีสาม  เข้ามาพูดเหมือนจะหาเรื่องถึงสามคนน่ะค่ะ”


“หา!?”  ชุนถึงกับผงะเมื่อได้ยินคำบอกเล่าเพิ่มเติมจากเมกามิ  “นี่ยังมีคนอื่นอีกเหรอเนี่ย!!?”


“ตายๆๆๆ!!!”  


ตาย…ถ้าพี่โคจิรู้เข้า  ตายสถานเดียว!!!


"แล้วนี่มีการทำร้ายร่างกายหรือถึงเนื้อถึงตัวกันบ้างรึเปล่า?"


"ก็...นิดหน่อยค่ะ..."


บรรลัยชัวร์!!!!!


“แต่ว่า…ในตอนที่กำลังจะถูกทำร้ายร่างกายนั้น…”  บุตรีของนักธุรกิจผู้ทรงอำนาจค่อยๆปรายตามองไปยังเจ้าชายคนเล็กแห่งแกรนด์ดาเนปอีกครั้ง  


“โยชิฟุมิก็เป็นคนมาช่วยหนูเอาไว้เหมือนกันค่ะ”



…บ้าจริง!  นี่เราพูดอะไรออกไป!?  เราไปพูดช่วยหมอนี่ทำไมกันเนี่ย!...

…เขาแทบจะลงมือฆ่าเธออยู่แล้วนะ  เมกามิ!...


และเรื่องที่สาวน้อยได้เปิดเผยออกมานั้นก็ทำให้ฮิรุยะผุดแววตาเป็นประกายขึ้นมาทันที  


“จริงสิ!...ผมจะไปลากตัวยัยสามคนนั่นมาด้วย!  เผื่อว่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกัน”


“การทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกายกันในโรงเรียนก็ถือว่ามีความผิดเหมือนกัน…เธอรีบไปเถอะ  ฮิรุยะคุง”  ริวเซย์พยักหน้าเป็นสัญญาณให้กับชายหนุ่ม  


“ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกันหรือไม่ก็ตาม  ก็ต้องได้รับโทษตามสมควรอยู่ดี”


“ครับ…รอสักครู่นะครับ  แล้วผมจะรีบกลับมา”


“ผมขอไปเป็นเพื่อนฮิรุยะด้วยนะครับ”  จู่ๆฮาจิเมะก็กล่าวขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนตัวตรงรอการอนุญาตจากผู้ใหญ่ทั้งสอง


“อืม…พวกเธอไปเถอะ”  


“ขอบคุณครับ”


ผู้อำนวยการโรงเรียนหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานอย่างอ่อนแรง  ในสมองของเขารู้สึกอื้ออึงไปหมด  เมื่อหันไปมองสหายคนสนิทก็พบว่าเขากลับมีท่าทีที่ตึงเครียดมากกว่าตนเองเสียอีก


“ใจเย็นๆก่อนเถอะ  บางทีมันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดกันก็ได้”  ริวเซย์พูดเสียงบางเบาราวกับเสียงกระซิบ  ที่มีเพียงแค่พวกเขาสองคนเท่านั้นที่จะได้ยิน  


“อย่าเพิ่งรีบสงสัยฮิรุยะคุงเลยนะ”


“ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น”





          ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ  ฮิรุยะและฮาจิเมะก็กลับเข้ามาพร้อมกับเด็กนักเรียนหญิงทั้งสามคนที่ก่อเรื่องขึ้นเมื่อวานนี้  เมื่อเด็กสาวที่ชื่อเอริหันมาเห็นพวกหล่อนเข้า  ก็ดูมีปฏิกิริยาตกใจขึ้นมาเล็กน้อย


“ยัยพวกนี้คือพวกที่หาเรื่องชิรายูกิเมื่อวานนี้ครับ!”  เด็กหนุ่มจอมยะโสทิ้งให้ทั้งสามสาวยืนอยู่ตรงกลางห้องรวมกับเด็กสาวที่ถูกสอบสวนก่อนหน้านี้  โดยที่ตัวของเขาเองก็กลับมายืนอยู่ข้างหลังของผู้เป็นบิดาเช่นเดิม  ในขณะที่ฮาจิเมะก็กลับไปนั่งที่ของเขาเช่นกัน


ชุนนั่งกอดอกมองไปยังเด็กสาวทั้งสามที่เข้ามาใหม่ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด


“เมื่อวานนี้พวกเธอก่อเรื่องทะเลาะวิวาทจนเกือบถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันเลยเหรอ?”  คำถามที่ถามอย่างตรงไปตรงมาทำให้พวกสาวๆมองหน้ากันอย่างลุกลี้ลุกลนที่จะหาคำตอบ


“…คะ…ค่ะ”


“เหตุผลล่ะ?”


“มะ…ไม่มีค่ะ”


“โกหก!  พวกเธอทำเรื่องแบบนี้ขึ้นมาได้โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลยอย่างงั้นรึ!!?”  หุ้นส่วนใหญ่วัยกลางคนลุกขึ้นยืนแล้วตบโต๊ะเสียงดัง


"บอกเหตุผลมาก่อนที่ฉันจะตัดสินใจไล่พวกเธอออกจากโรงเรียนกันทั้งหมด!!”


อดีตเทพธิดาในร่างของเด็กสาวสะดุ้งตัวเล็กน้อยกับเสียงตวาดกึกก้องของผู้ถือหุ้นใหญ่  ปกติเขามักจะเป็นคนที่มีอารมณ์ขันอยู่เสมอ…แต่วันนี้อาจจะรู้สึกเหลืออดแล้วจริงๆ


…ว่าแต่พอจะรู้เลยแฮะว่านายจอมโอหังนั่นได้นิสัยตอนโมโหมาจากใครซะเต็มประดาเลย...


“เรา…”

“…อิจฉาเด็กคนนั้นค่ะ”


“อิจฉา?  เหตุผลแค่นี้น่ะนะ?”  ชุนทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของเขาเช่นเดิม  “มันจะไร้สาระเกินไปหน่อยแล้ว”


“แล้วพวกเธอรู้จักกับเด็กที่นั่งอยู่ข้างๆพวกเธอหรือเปล่า?” คำถามของริวเซย์ทำให้เด็กสาวทั้งสามคนต้องค่อยๆเหลือบตามองไปที่เอริพร้อมๆกัน  ก่อนที่พวกหล่อนจะนึกถึงบทสนทนาที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้


"....."

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

63 ความคิดเห็น