ตอนที่ 18 : บุรุษปริศนา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    29 เม.ย. 62

          ฮิรุยะค่อยๆดันตัวเองให้ลุกขึ้นมาจากพื้นหลังจากที่เพิ่งผ่านความสับสนมาเมื่อสักครู่  เขาก้มลงไปปัดเศษดินที่เปรอะเปื้อนเสื้อผ้าของตัวเองออกจนหมด  ก่อนที่จะเดินเข้ามาหาหนุ่มรุ่นพี่คนสนิท...ที่ดูเหมือนว่าจะยังอยู่ในอาการตกตะลึงเล็กๆ


“ขอโทษนะ…ฉันไม่ได้ตั้งใจ  ไม่รู้ว่าพวกนาย…”


แค่เพียงฮาจิเมะเอ่ยคำพูดออกมาไม่กี่คำ  จอมหัวร้อนก็รีบบอกปฏิเสธแบบไม่ต้องใช้เวลาคิด


“นายกำลังเข้าใจผิดนะ...นั่นมันเป็นอุบัติเหตุต่างหาก”  


เจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอบอุ่นจ้องมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่ดูหม่นหมองลงไปจนน่าแปลกใจ


“อา…งั้นเหรอ”


“ทำไมนายถึงทำหน้าเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ฉันพูดล่ะ…ยัยนั่นน่ะเป็นคนที่ฉันไม่ชอบขี้หน้านะ!”


“อืม…นั่นสินะ”  ใบหน้าอ่อนโยนคลี่รอยยิ้มบางเบาขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ  


"อีกอย่าง...เด็กคนนั้นก็มีแฟนอยู่แล้วนี่นา”


คำพูดของฮาจิเมะทำให้อีกฝ่ายต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความรู้สึกประหลาดใจ  


"งั้นเหรอ?  ผู้ชายคนไหนมันจะโชคร้ายได้ขนาดนั้น?”


ถึงแม้จะเอ่ยกล่าวด้วยถ้อยคำที่ฟังดูเหมือนเป็นการกระทบกระทั่ง  แต่หนุ่มรุ่นพี่คนฉลาดก็รู้ดีว่าในคำพูดของพ่อหนุ่มปากแข็งคนนี้กลับแฝงไปด้วยความสงสัยใคร่รู้  เขาจึงทำเป็นพูดลอยหน้าลอยตาดูเชิงของอีกฝ่าย


“นั่นสินะ…ใครกันที่โชคร้ายขนาดนั้น”


“อ้าว  เห็นนายพูดแบบนั้นฉันก็นึกว่านายจะรู้ซะอีก"


“ไม่เลย...หรือว่านายเองก็อยากรู้เหมือนกัน?"  ประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมพูดระคนเสียงหัวเราะเบาๆ  แววตาหยอกล้อของเขาที่กำลังจ้องมองมา  ทำให้ฮิรุยะรีบปฏิเสธออกไปในทันที


“ใครจะไปอยากรู้กันล่ะ  จะเป็นแฟนกับใครก็ช่างสิ…ฉันไม่ได้สนใจสักหน่อย!”


"แต่ถ้านายอยากรู้ก็บอกฉันได้นะ  ฉันจะเป็นคนไปหาข่าวมาให้นายเอง"


“ไม่มีทางซะหรอก!”


“โอเคๆ  งั้นเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันแล้ว…ฉันไปเข้าชมรมก่อนนะ”  กล่าวจบฮาจิเมะก็สะพายกระเป๋าเป้เอาไว้บนแผ่นหลังแล้วเดินออกไป  ท่ามกลางความค้างคาใจของเพื่อนหนุ่มรุ่นน้องที่ก้าวเดินตามหลังออกมาช้าๆ


“พูดอะไรของนายเนี่ย…ไม่เห็นจะเข้าใจเลย”





          ช่วงเวลาค่ำคืนที่มีดวงดาวพร่างพราวส่องประกายอยู่เต็มท้องฟ้า  ดรุณีคนงามรู้สึกเพลียและอ่อนล้าจนไม่อาจต้านทานความง่วงที่รุมเร้าได้   เปลือกตาขาวผ่องจึงปิดลงเข้าหากันอย่างช้าๆ  ก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความรู้สึกว่างเปล่าในที่สุด


และความฝันที่ไม่คาดคิดมาก่อนก็ได้เกิดขึ้นกับเด็กสาว…หากแต่ความฝันในค่ำคืนนี้อาจจะดูน่าแปลกใจไปบ้างก็ตรงที่เธอไม่ได้พบกับมังกรฟ้าผู้เป็นบริวารเหมือนกับครั้งที่ผ่านๆมา


“ไป๋ฉีเจี้ยน  เธออยู่ที่ไหน?”


“ไป๋ฉีเจี้ยน!”


…จริงสิ  ก่อนที่เราจะหลับ  เราไม่ได้เรียกหาไป๋ฉีเจี้ยนนี่นา  ถ้าอย่างนั้นคืนนี้เขาก็คงจะไม่มาปรากฏตัวในความฝันสินะ…


เมกามิร้องเรียกหาเทพมังกรคู่ใจในขณะที่กำลังเดินอยู่บนความมืดมิดที่ไม่มีที่สิ้นสุด  เมื่อไม่มีไป๋ฉีเจี้ยนอยู่ด้วยแล้ว...มันทำให้เธอรู้สึกอ้างว้างเสียจนอยากจะตื่นจากความฝันนี้ให้ได้โดยเร็วที่สุดจริงๆ


…เกลียดความมืดจัง...มันทำให้เรารู้สึกไม่ดีเอาซะเลยแม้กระทั่งเวลาอยู่ในความฝัน...


...ได้โปรด...ขอให้ความฝันที่ว่างเปล่าแบบนี้จบลงซะทีเถอะ  อย่างน้อยๆก็ขอให้เราลืมตาตื่นขึ้นมาบนโลกของความเป็นจริงก็ได้...



ในขณะที่กำลังเดินอยู่ท่ามกลางความเวิ้งว้างนั้นเอง  มือเล็กๆของหญิงสาวก็ถูกใครบางคนคว้าเอาไว้จากทางด้านหลังโดยที่เธอเองก็ไม่ทันได้ตั้งตัว


“ท่านเทพธิดา”


เมกามิหันไปมองบุรุษปริศนาที่จับมือของเธอเอาไว้อย่างถือวิสาสะ  รูปร่างของเขาสูงโปร่งเพรียวบางและมีผิวกายสีขาวซีด  แต่ทว่ารูปโครงหน้านั้นคมสันต์ชัดเจน  จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้า  ดวงตายาวรีงดงามดุจตาหงส์   ริมฝีปากสีชาดเรียวบางดูโดดเด่นตัดกับสีผิวของเขา  เรือนผมสีดำขลับยาวประมาณกลางหลังพลิ้วไสว  นอกจากนี้เขายังสวมอาภรณ์แพรไหมสีเทาหม่นที่ดูคล้ายกับเสื้อผ้าในยุคจีนโบราณอีกด้วย


“ท่านเทพธิดา…ดีใจเหลือเกินที่ได้พบท่าน”  

ชายหนุ่มคลี่ยิ้มเบาบางแสดงความรู้สึกปิติยินดีอย่างตรงไปตรงมา 
 

"เธอเป็นใครกัน?"


“แย่จริง…ข้าคงจะมัวแต่ดีใจเกินไปจนลืมอธิบายให้ท่านฟัง”  หนุ่มรูปงามกะพริบตาช้าๆ  บนใบหน้าที่งดงามราวกับภาพวาดยังคงถูกประดับประดาไปด้วยรอยยิ้ม


“ข้า…"


"คือคนรักของท่านในอดีตชาติ  ท่านเทพธิดา”


“หา!?”  เด็กสาวรีบอุทานออกมาด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขากำลังอธิบาย  


"คนรักในอดีตชาติ?”


…เดี๋ยวนะ…หรือว่า…จะเป็นอย่างที่ไป๋ฉีเจี้ยนเคยบอกเอาไว้จริงๆ  ว่าในภพก่อนเราได้ตกหลุมรักกับมนุษย์คนนึงเข้า  ซึ่งก็คือผู้ชายคนนี้อย่างนั้นเหรอ?


...พูดเป็นเล่นไป!...


บุรุษปริศนายังคงแตะแต้มรอยยิ้มบนใบหน้าเช่นเดิมก่อนที่จะกล่าวต่อ


“ข้าต้องขออภัยท่านเทพธิดาด้วย  ถึงแม้ว่าข้าจะอยากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ท่านฟังสักแค่ไหน...แต่ข้าก็คงไม่อาจทำสิ่งที่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฏเกณฑ์ของภพภูมิได้"


"แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าพอจะบอกท่านได้...เห็นทีคงจะเป็นเรื่องราวในปัจจุบัน"


เมกามิพยายามทำความเข้าใจไปกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของคนตรงหน้า  แล้วจึงถามเขากลับไปบ้าง


"เรื่องราวในปัจจุบัน?  เธอกำลังหมายถึงอะไร?"


"ท่านเทพธิดา..."

"ท่านรู้หรือไม่..."




"ว่าร่างจุติในปัจจุบันของข้าได้เคยพบเจอกับท่านมาแล้ว"



…หา?...เจอกับเราแล้วงั้นเหรอ…ถ้าอย่างนั้น…เขาเป็นใครกันล่ะเนี่ย?


เขาเป็นคนรักของเธอในอดีตชาติ  แถมร่างที่เขาจุติมาในชาตินี้ก็เคยพบเจอกับเธอมาแล้วด้วย?  ร้อยทั้งร้อยเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า...เป็นใครก็คงจะสับสน


"ถ้าอย่างงั้นเธอเข้ามาปรากฏตัวในฝันของฉันได้ยังไง?"  


ที่เธอถามออกไปแบบนั้นก็เพราะว่าการมาปรากฏตัวในฝันเช่นนี้...มันออกจะดูเหนือธรรมชาติเกินไปหน่อยไม่ใช่เหรอ?


“ท่านเทพธิดา..."


"ข้าน่ะเป็นผู้ชายที่ท่านเลือก  เป็นผู้ชายที่ท่านกรุณามอบความรักให้  เพราะฉะนั้นแล้ว...ข้าย่อมต้องมีความพิเศษบางอย่างนอกเหนือจากชายอื่นเป็นธรรมดา”  


"และการมาปรากฏตัวในความฝันของท่านก็คือความพิเศษที่ข้าได้รับ”


...อะไรเนี่ย?...ไม่อยากจะเชื่อเลย...


ดรุณีน้อยทำสีหน้าเหมือนไม่ค่อยอยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเท่าไหร่นัก  เพราะเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า  มันทำให้เธอสับสนยิ่งกว่าการมาปรากฏตัวครั้งแรกของไป๋ฉีเจี้ยนซะอีก


“ถ้างั้น...ร่างในปัจจุบันของเธอได้เจอกับฉันแล้ว  แต่ก็ยังจำเรื่องราวอะไรในอดีตไม่ได้เลยใช่มั้ย?"


“ท่านเข้าใจถูกต้องแล้ว"


"การที่ข้าแอบมาพบท่านที่นี่  เป็นเพียงแค่การนำพาของจิตแห่งความทรงจำในอดีตชาติของข้าเท่านั้น…ซึ่งเป็นคนละส่วนกันกับร่างที่จุติในปัจจุบัน”


เดี๋ยวสิ!...นี่เขากำลังจะหมายความว่า...ร่างในปัจจุบันของเขากำลังนอนหลับใหล  ส่วนดวงจิตแห่งความทรงจำก็ลอยล่องเข้ามาอยู่ในฝันของเธอแบบนี้น่ะหรือ?  


“แต่ว่า…แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะว่าเธอเป็นใคร?”


"เรื่องนั้นหาได้สลักสำคัญต่อเราไม่"  เจ้าของร่างสูงโปร่งจ้องมองมายังใบหน้าแสนสวยผุดผ่อง  ก่อนที่เขาจะยกมือของเธอขึ้นมาจุมพิตเบาๆด้วยความรักใคร่  


“เมื่อข้ากับท่านมีวาสนาต่อกันมาตั้งแต่ในอดีตชาติ  ไม่ว่าอย่างไรเราก็ต้องได้ใช้ชีวิตเกี่ยวข้องกันอยู่ดี...ไม่มากก็น้อย"


จริงสิ...ถ้าเขาเป็นถึงคนรักของเธอในอดีตชาติ  ย่อมต้องมีวาสนาต่อกันอยู่แล้ว  ตามที่ไป๋ฉีเจี้ยนได้เคยกล่าวเอาไว้...ยังไงเธอก็ต้องได้พบกับเขาในวันใดสักวันหนึ่ง  เพียงแต่ยังไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ในภพนี้มันจะเหมือนกับในภพอดีตหรือไม่


"หากชาตินี้ข้ายังพอมีวาสนา  ไม่แน่ว่าข้าอาจจะได้กลับมาครองคู่กับท่านอีกครั้ง"


พอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา  ใบหน้าจิ้มลิ้มก็รู้สึกร้อนผ่าว  ไหนจะรอยจูบบนหลังฝ่ามือของเธอที่ได้รับจากเขาเมื่อครู่นี้อีกล่ะ


“แล้วความทรงจำในอดีตชาติของเธอจะกลับคืนมาไหม?”  นี่แหละ...คือสิ่งที่เธออยากจะถามมากที่สุด


ชายหนุ่มในชุดอาภรณ์สีเทาคลี่ยิ้มบางเบาให้กับเธอเป็นคำตอบ  


“เรื่องนั้นข้าคงไม่อาจให้คำตอบที่แน่ชัดแก่ท่านได้…จึงได้แต่หวังว่าข้าจะจดจำเรื่องราวของท่านได้เมื่อวันนั้นมาถึง…ข้าภาวนาให้เป็นอย่างนั้น”


ดวงตากลมโตหวานซึ้งได้แต่จับจ้องอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย  นี่เธอกำลังคาดหวังอะไรอยู่นะ


บุรุษปริศนาในอาภรณ์โบราณขยับก้าวเข้ามายืนใกล้ชิดกับเด็กสาว  มันใกล้มากเสียจนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากอีกฝ่าย  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ความฝันก็ตาม


ฝ่ามือเรียวยาวที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยผิวเนื้อขาวซีดยกขึ้นมาสัมผัสกับพวงแก้มของเมกามิอย่างแผ่วเบา  มันเต็มไปด้วยความรักใคร่และความรู้สึกผูกพันธ์ที่เขามีต่อเธอ  และเธอเองก็คงสัมผัสถึงมันได้ไม่มากก็น้อย...ถึงได้ไม่คิดที่จะหลบเลี่ยงสัมผัสของเขาเลยเช่นนี้


"อุปสรรคของความรักระหว่างท่านกับข้าในคราก่อนช่างมากมายนัก  ถึงแม้ว่าข้าจะมีวาสนาได้เป็นคนรักของท่านก็จริง...แต่ข้ากลับไม่สามารถดูแลท่านไปตลอดได้..."


"...ทุกอย่างล้วนเป็นความผิดของข้าทั้งสิ้น"


สิ้นเสียงแผ่วเบาชายหนุ่ม  เขาก็ดึงเอาร่างของอดีตเทพธิดาไปกอดเอาไว้แนบอก  ในขณะที่อีกฝ่ายเองก็รู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปหมดจนไม่รู้ว่าควรจะต้องทำอย่างไร


"หากสวรรค์ยังเมตตา  หากข้ายังพอมีวาสนาเหมือนในตอนนั้น...ข้าขอสาบานว่าจะดูแลปกป้องท่านด้วยชีวิตของข้า  จะไม่ยอมให้ท่านต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนั้นอีก"


ถึงแม้ว่าเธอจะยังไม่เข้าใจว่าเขากำลังพูดถึงอะไร  แต่เธอก็พอจะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดบางอย่างผ่านคำพูดของเขา


เรือนกายของเด็กสาวยังคงยืนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษปริศนา  นี่เป็นการถึงเนื้อต้องตัวกับผู้ที่เพิ่งจะเคยพบหน้ากันเป็นครั้งแรก  แต่เธอกลับรู้สึกคุ้นเคยและเหมือนกำลังโหยหารอคอยความอบอุ่นจากชายผู้นี้มาโดยตลอด


เทพยดาในร่างของหญิงสาวหลับตาลงด้วยความรู้สึกอบอุ่นในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก  อ้อมแขนเรียวเล็กยกขึ้นโอบสัมผัสแผ่นหลังของชายหนุ่มเบาๆโดยไม่มีเหตุผล  รู้เพียงแต่ว่าในตอนนี้…สิ่งที่เธอทำลงไปล้วนมาจากเสียงของหัวใจทั้งนั้น


ความรู้สึกอบอุ่นถูกเติมเต็ม  ความปิติยินดีของการได้พบหน้ากับผู้ที่รอคอยมานานแสนนานจึงบังเกิด  แต่ทว่า...หยาดน้ำตาใสๆกลับร่วงหล่นลงมาจากดวงตาคู่สวยของเด็กสาวโดยที่ไม่ทราบสาเหตุ


...ทำไมกัน…ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคย  อบอุ่น  คิดถึง…แต่ก็กลับรู้สึกโศกเศร้าในเวลาเดียวกันแบบนี้นะ...


บุรุษในอาภรณ์สีเทายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่อาบย้อมบนพวงแก้มของเธออย่างอ่อนโยน   ก่อนที่ฝ่ามือเรียวยาวจะประคองใบหน้าผุดผ่องให้ค่อยๆเงยขึ้นมาสบตากับเขา


“ท่านเองก็คิดถึงข้าอยู่เหมือนกันใช่ไหม?”


“ทั้งๆที่ตอนนี้ฉันก็ยังจำอะไรไม่ได้เลย…"

"แต่ทำไม…”


“…ถึงได้รู้สึกผูกพันธ์กับเธอได้อย่างมากมายขนาดนี้”  

ยิ่งพูดน้ำตาก็ยิ่งเอ่อล้นออกมาเรื่อยๆจนหยุดแทบไม่อยู่


ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็คลี่ยิ้มเบาบางออกมาด้วยความปลื้มปิติ  เมื่อเห็นว่าสาวน้อยตรงหน้ายังคงมีความรู้สึกดีๆเกี่ยวกับเขาหลงเหลืออยู่


“ท่านเทพธิดา...ท่านอย่าได้ร้องไห้ไปเลย”  


ริมฝีปากสีชาดประทับลงบนหน้าผากของเด็กสาวเบาๆ คล้ายกับเป็นการปลอบประโลม  แต่หารู้ไม่ว่ามันกลับทำให้เธอยิ่งร้องไห้ออกมาไม่หยุด


“สักวันหนึ่ง…เราจะต้องได้พบกันในขณะที่ความทรงจำของเราทั้งคู่กลับคืนมาอย่างแน่นอน  ข้าจะรอท่านจนกว่าจะถึงวันนั้น…”


ถ้าหากมันเป็นแบบนั้นก็คงจะดีน่ะสิ  แล้วถ้ามันไม่ใช่ล่ะ?


สิ้นเสียงแผ่วเบาลง  ร่างของชายหนุ่มก็ค่อยๆลอยห่างเธอออกไป  พร้อมๆกับที่ภาพทุกอย่างก็ค่อยๆเลือนลางลง


“...เดี๋ยวก่อน!”


ดรุณีน้อยรีบวิ่งตามร่างของบุรุษปริศนาไปในทันที   มือน้อยๆ พยายามที่จะเอื้อมไปเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้...แต่ก็คว้าเอาไว้ได้เพียงแค่ความว่างเปล่า


“อย่าเพิ่งไป!”


“กลับมาก่อน!!!”  





เมกามิสะดุ้งสุดตัวก่อนที่จะดีดตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็ว  ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปรอบๆห้องนอนที่ยังคงอยู่ในช่วงเวลากลางคืน  โดยที่มีแสงสลัวจากโคมไฟสีนวลตาถูกเปิดทิ้งเอาไว้  


ฝ่ามือเรียวบางยกมือขึ้นมาสัมผัสกับพวงแก้มของตัวเองก็พบว่าหยาดน้ำตาได้ร่วงหล่นลงมาโดยที่ไม่รู้ตัว  หัวใจดวงน้อยที่กำลังเต้นโครมครามรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดจนสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวด  ช่างเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริงๆ ที่ความฝันเกี่ยวกับชายปริศนาผู้นั้นจะสามารถทำให้เธอลืมตาตื่นขึ้นมาบนโลกของความเป็นจริงด้วยความรู้สึกที่ทรมานได้ถึงเพียงนี้


…ใครกัน…

…ผู้ชายคนนั้นเป็นใครกัน?




          เมื่อเวลารุ่งอรุณมาถึง  ดรุณีคนงามเลือกที่จะเดินทางมาโรงเรียนตั้งแต่เช้าตรู่  เพราะตั้งแต่ที่เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกเธอก็ไม่ได้หลับตานอนอีกเลย  จึงคิดว่าไหนๆก็ตื่นขึ้นมาแล้ว...มาโรงเรียนซะตั้งแต่เช้าดูสักวันก็คงไม่เสียหาย


หลังจากที่เดินขึ้นมาจนถึงห้องเรียนก็ปรากฏว่ายังไม่มีใครมาถึงเลยสักคน   พอเห็นอย่างนั้นแล้วเธอจึงเดินไปนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองก่อนที่จะฟุบหน้าลงบนโต๊ะอย่างอ่อนแรง  ดวงตาดำขลับนั้นบวมขึ้นเล็กน้อยคงเนื่องมาจากการที่เธอใช้เวลาพักผ่อนไม่เพียงพอ


…รู้สึกเพลียจัง…จะหลับต่อก็หลับไม่ลง…แย่ชะมัดเลย...


ในตอนนั้นเองที่เมกามิต้องสะดุ้งขึ้นมานั่งตัวตรงแทบจะทันที  เมื่อวัตถุบางอย่างที่มีอุณหภูมิเย็นเยียบได้สัมผัสลงที่ข้างๆแก้มของเธอเบาๆ


“อ๊ะ…!?”

กระป๋องน้ำผลไม้ถูกวางลงตรงหน้าของเด็กสาว  ก่อนที่เจ้าของร่างสูงจะค่อยๆหย่อนตัวลงตรงที่นั่งที่อยู่ข้างๆ


“เคซากุ…อรุณสวัสดิ์จ้ะ"  


“อืม…”  ยาสึชิกล่าวตอบกลับมาด้วยเสียงที่แผ่วเบา  สั้นๆ  ง่ายๆ...แต่อาจจะไม่ได้ใจความ


“อรุณสวัสดิ์…”


“วันนี้เธอมาโรงเรียนเช้าจังเลยนะ”  


“นี่น่ะ…ปกติ”


“อ๊ะ…งั้นเหรอ”


“…ดื่มสิ”  ชายหนุ่มเลื่อนกระป๋องน้ำผลไม้เข้ามาใกล้ใบหน้าของอีกฝ่าย  สาวน้อยจึงหยิบเอามันขึ้นมาเปิดแล้วดื่มลงไปสองสามอึก  ความหอมหวานและรสชาติของแอปเปิ้ลก็ฟุ้งกระจายไปทั่วโพรงปาก  ให้ความรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที


"อร่อยจังเลย  ขอบคุณนะ"


“เธอ…ดู….”

“ไม่สดชื่น…”


…เขานี่ช่างสังเกตจังเลยแฮะ…


“ว่าแต่…เธอมาโรงเรียนตั้งแต่เช้าแบบนี้ทุกวันเลยเหรอ?”  เมกามิแนบหน้าลงบนโต๊ะเช่นเดิม  ในขณะที่แววตาไร้ความรู้สึกก็จับจ้องอากัปกิริยาของเธออยู่ด้วย


“…อืม”


“เคซากุนี่ขยันจริงๆเลยน้า…”


“ชิรา…ยูกิ…”  จู่ๆเสียงทุ้มที่ฟังสบายหูก็เรียกชื่อของเธอขึ้นมา  พร้อมๆกันกับที่ใบหน้าหล่อเหลาได้โน้มลงเข้ามาใกล้ๆ


"....."


ใบหน้าของหนุ่มสาวทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงแค่คืบ  มันใกล้มากเสียจนเธอได้กลิ่นน้ำหอมสดชื่นเจือจางที่มาจากเขา  ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่ายแน่นิ่ง  เธอรู้สึกเหมือนถูกตราตรึงเอาไว้ด้วยสายตาคู่นั้นจนไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้ดังใจนึก  แถมจู่ๆพวงแก้มใสๆก็เห่อแดงระเรื่อขึ้นมาต่อหน้าต่อตาของเขา


ถึงแม้ว่าเธอกับเขาจะเป็นเพียงแค่เพื่อนร่วมชั้นเรียน  แต่ถ้าหากตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เข้า...ไม่มีใครหรอกที่ไม่ใจเต้นขึ้นมาอย่างผิดปกติ  ต่อให้ต่างฝ่ายต่างไม่ได้คิดอะไรเกินเลยต่อกัน...แต่ความใกล้ชิดในชั่วขณะหนึ่งก็อาจทำให้ใครสักคนหวั่นไหวได้


…อะ…อะไรน่ะ!?


“….เธอ”

“ตาบวม…”


“อะ…อ๋อ…คือ…เมื่อคืน…"  เจ้าของร่างบางรีบตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูลนลานอย่างเห็นได้ชัด  แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบ...เสียงของเพื่อนๆในห้องที่เพิ่งจะมาถึงก็ตะโกนแซวขึ้นมาเสียก่อน


ก็คู่เขยคู่ขวัญโน้มหน้าลงมาใกล้กันเสียขนาดนี้   มีหรือที่ใครเห็นแล้วจะอดแซวขึ้นมาไม่ได้


“พะ…พวกเธอจะทำอะไรกันเนี่ย!”


“จะ…จะ…จะ…จูบเหรอ!?”


เสียงนั้นทำให้สาวน้อยรีบดีดตัวลุกขึ้นมานั่งด้วยอาการแตกตื่น  ใบหน้าจิ้มลิ้มกลายเป็นสีแดงจัดด้วยความเขินอายเป็นที่สุด  ก่อนที่เธอจะรีบออกปากแก้ตัวในเวลาเดี๋ยวนั้น  


"มะ…ไม่ใช่นะ!”

นี่พวกเขาคิดไปถึงไหนกันเนี่ย!?


“ไม่ต้องเขินน่าชิรายูกิ  คนเป็นแฟนกันมันก็ต้องมีบ้างแหละน่า"


“ว่าแต่พวกเราน่าจะแอบดูอยู่เงียบๆนะ  ไม่น่าส่งเสียงเอะอะเลย  ไม่งั้นอาจจะได้เห็นอะไรดีๆต่อจากนี้ก็ได้นะ…ฮ่าๆๆ”  เหล่านักเรียนกลุ่มนั้นต่างพากันพูดจาหยอกล้อ  หัวเราะคิกคักชอบอกชอบใจกันเป็นการใหญ่


"เออ…ว่าแต่นายจูบชิรายูกิไปแล้วจริงๆใช่ไหมน่ะ…เคซากุ?”


“…..”  

อะไรจะอยากรู้อยากเห็นกันขนาดนั้น...


ยาสึชิเท้าคางแล้วทอดสายตาแน่นิ่งมองไปยังเพื่อนร่วมห้องกลุ่มดังกล่าวเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร  ก่อนที่จะเบนสายตากลับมามองดรุณีน้อยคนข้างๆที่กำลังนั่งหน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุก


"....."


“...อืม”


เสียงตอบรับที่แผ่วเบาแต่ได้ยินชัดเจนไปทั่วทั้งห้อง  บรรดาเพื่อนร่วมชั้นต่างก็โห่ร้องตะโกนเสียงดังโหวกเหวกหนักเข้าไปอีก


 “สุดยอด!!  เคซากุ…นายนี่สุดยอดจริงๆ!!”

“สองคนนี้เป็นแฟนกันแล้วจริงๆด้วย!!  แบบนี้ต้องประกาศให้รู้กันทั้งโรงเรียนซะแล้ว!!!”


“ไชโย!!...ขอให้รักกันนานๆนะ!!”


“เดี๋ยวสิ…เคซากุ  ทะ…ทำไมถึงพูดแบบนั้นล่ะ!”  เมกามิหันไปถามคนข้างๆทั้งๆที่ยังอยู่ในอาการขวยเขิน  ในขณะที่ชายหนุ่มหน้ามนกลับนั่งเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“ไม่ต้องอายน่า…ชิรายูกิ  พวกเธอเป็นแฟนกันนะ  จะจูบกันอีกกี่ครั้งก็ไม่ผิดหรอก  ฮ่าๆๆ!”


“นี่…ฉันกับเคซากุไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นซะหน่อยนะ!"


…เฮ้อ…อธิบายยังไงทุกคนก็ไม่เชื่อเราเลย...


อดีตเทพธิดาในร่างของเด็กสาวถอนหายใจออกมาเบาๆพลางจ้องมองไปยังแผ่นหลังของรองหัวหน้าห้องที่ยังอยู่ในอิริยาบถเดิมแน่นิ่ง


…เคซากุ…ทำไมถึงพูดแบบนั้นกันนะ?...นี่เค้ากำลังแกล้งเราเล่นอยู่เหรอไง?...



          เมื่อหมดคาบเรียนในช่วงเช้า  เมกามิก็เอาแต่แนบหน้าลงบนโต๊ะเรียนอย่างอ่อนเพลียและรู้สึกว่าสมองของเธอไม่ปลอดโปร่งพอที่จะเรียนหนังสือให้รู้เรื่องได้  เพราะความฝันปริศนาเมื่อคืนนี้แท้ๆเลย


“แย่จัง…ไม่ชอบความรู้สึกแบบนี้เลย”  หญิงสาวหลับตาลงแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย


“เฮ้…ชิรายูกิ!”


“มีคนมาหาแน่ะ!”  เสียงของเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องเรียนตะโกนร้องบอกกับเด็กสาว


เมกามิหันไปตามเสียงเรียกก็พบกับหนึ่งในเจ้าชายแห่งแกรนด์ดาเนปที่กำลังยืนรออยู่ตรงประตูห้องเรียน  ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับเธอไม่น้อย


“กรี๊ดดดดดด!!!”

“นั่นมันเจ้าชายฮาจิเมะนี่นา!!!”


“รุ่นพี่ฮาจิเมะ!!!”  เสียงของสาวๆในห้องกรี๊ดกร๊าดกันให้ดังกระหึ่มก่อนที่จะวิ่งกรูกันเข้าไปหาหนุ่มรุ่นพี่ที่สุดแสนจะเพอร์เฟคอย่างกับพระเอกซีรี่ย์เกาหลี


“ว้ายยยย!  ยิ่งได้เห็นใกล้ๆยิ่งหล่อละมุนเนียนใส  ละลายใจกันไปเลยค่า!!!”


“ฉันเป็นแฟนคลับของรุ่นพี่ตั้งแต่เข้ามาเรียนที่นี่เลยล่ะค่ะ  ขอถ่ายรูปคู่กับรุ่นพี่หน่อยนะคะ”


“เอ๊ะ…!  ขี้โกงนี่  ฉันก็เป็นแฟนคลับที่เหนียวแน่นของรุ่นพี่เหมือนกันนะ!  เพราะฉะนั้นฉันต้องได้ถ่ายรูปกับรุ่นพี่ก่อนสิ!”  นักเรียนหญิงเกือบทั้งห้องยกเว้นเมกามิกับจิฮารุต่างก็มะรุมมะตุ้มรุมล้อมเจ้าชายรูปงามจนเขาต้องรู้สึกปวดหัวขึ้นมาตุ้บๆ


“เอ่อ…ขอบคุณพวกเธอทุกคนมากๆเลยนะ”  น้ำเสียงอ่อนโยนพูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มละมุนละไมสะกดสายตาของผู้ที่ได้พบเห็นเป็นอย่างมาก  “แต่วันนี้ฉันมีธุระด่วนจริงๆ…ต้องขอโทษพวกเธอด้วยนะ”


“เอาไว้วันหลังฉันจะมาชดเชยให้ก็แล้วกัน  ไม่ว่ากันเนอะ"


คำพูดที่ฟังดูสุภาพและถนอมน้ำใจของผู้ฟังนั้นทำให้สาวๆในห้องต่างพากันทำตาละห้อยด้วยความรู้สึกเสียดาย  แต่เอาเถอะ...แค่ได้เห็นรอยยิ้มที่ชวนให้ใจละลายของเขา  พวกสาวๆย่อมให้อภัยได้เสมอ


ฮาจิเมะเดินฝ่าวงล้อมของบรรดานักเรียนสาวๆในห้อง  จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของสาวน้อยน่ารักที่กำลังนั่งมองเขาด้วยท่าทางเหรอหรา


“ฉันมีธุระสำคัญจะคุยกับเธอนะ”


“ฉะ…ฉันเหรอคะ?”


“ใช่…เธอนั่นแหละ”  

เจ้าของใบหน้าอบอุ่นพูดเสียงนุ่มพร้อมกับรอยยิ้มบางเบา  “ตามฉันมาสิ”


“ค่ะ…”  


เมกามิจึงลุกจากที่นั่งของตัวเองแล้วเดินตามหลังของหนุ่มรุ่นพี่  ก่อนที่จะหายออกจากห้องเรียนไปด้วยกันทั้งคู่  ท่ามกลางความฉงนสนเท่ห์ของนักเรียนทั้งห้อง  โดยเฉพาะทายาทของผู้อำนวยการโรงเรียนที่ยังคงมองตามหลังทั้งสองคนออกไปโดยไม่วางตา


อดีตเทพยดาเดินตามหลังของอีกฝ่ายมาได้สักระยะ  แต่เมื่อเห็นว่าเขายังไม่มีทีท่าว่าจะอธิบายอะไรให้เธอฟังเลยสักอย่าง...แล้วอีกอย่างเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าเขากำลังจะพาเธอไปไหน  เธอจึงจำเป็นที่จะต้องถามคำถามออกไป


“นี่เราจะไปไหนกันเหรอคะ?”


เจ้าของร่างสูงจึงหยุดเท้าลงอย่างกะทันหันเมื่อได้ยินเสียงหวานเอ่ยถามอยู่ข้างหลัง  เขาหันหน้ามาพร้อมกับทำสีหน้าแปลกประหลาดใจเล็กน้อย  


“หืม…นี่ฉันยังไม่ได้บอกเธอเหรอ?”


“…ค่ะ”


“ขอโทษทีนะ  ฉันลืมไปเลย”  

ให้อภัยเขาเถอะ...ถึงเขาจะหล่อมาก  แต่ความรั่วของเขาก็มีมากเหมือนกัน


ประธานนักเรียนฝ่ายกิจกรรมยิ้มแห้งๆให้กับความบกพร่องของตัวเองก่อนที่จะกล่าวต่อ  “เราจะไปห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการโรงเรียนกัน”


“หา?”  

“แล้วเราจะไปทำไมกันคะ?”


“พวกเราหาตัวคนส่งจดหมายฉบับนั้นให้เธอได้แล้วนะ”


“จริงเหรอคะ!?"


“และคนๆนั้นก็กำลังรอการสอบสวนจากท่านผู้อำนวยการอยู่  ส่วนเธอคือผู้เสียหาย…จึงเป็นบุคคลที่จำเป็นมากต่อการสอบสวนในครั้งนี้"


“ว่าแต่คนๆนั้น...เป็นใครกันเหรอคะ?”  หญิงสาวยิงคำถามขึ้นอีกเมื่อทั้งคู่เริ่มออกเดินไปพร้อมๆกัน


“เด็กปีสามน่ะ”


...แต่ว่าเราแทบจะไม่รู้จักพวกรุ่นพี่ปีสามเลยสักคนนี่นา…แปลกจัง...  


ระหว่างที่กำลังเดินไปยังจุดหมายปลายทางนั้นก็ไม่มีการสนทนาอะไรอีก  ทั้งคู่จึงเดินกันต่อไปอย่างเงียบๆ


(…เธอรอฟังข่าวดีเถอะ…)

(…พวกเราจะจับคนผิดมาลงโทษให้ได้…)


จู่ๆหญิงสาวก็นึกถึงคำพูดของฮาจิเมะที่เคยบอกกับเธอเอาไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะเมื่อสองสามวันก่อน  และวันนี้เขาก็ทำสำเร็จจนได้  เธอจึงนึกขอบคุณเขาอยู่ในใจ


แล้วเธอจะรู้บ้างรึเปล่านะ...ว่าเขาทำแบบนี้เพราะอะไร  เพราะชื่อเสียงของโรงเรียน...หรือว่าเพราะเธอ?


“นี่…”  เสียงทุ้มนุ่มหูดังขึ้นทำให้สาวน้อยต้องตื่นจากห้วงภวังค์ของความคิดในทันที


“รุ่นพี่เรียกฉันเหรอคะ?”


“อืม”  


“ฉันมีเรื่องอยากถามเธอหน่อยได้รึเปล่า?”


“ค่ะ…ได้ค่ะ”


“…..”


จู่ๆฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินของชายหนุ่มก็หยุดลงอย่างกะทันหัน  ทำให้สาวน้อยที่เดินเยื้องอยู่ข้างหลังต้องหยุดเดินตามไปด้วย


“เธอน่ะ…”  


ฮาจิเมะหันมามองคนที่ยืนอยู่ข้างหลังด้วยสายตาที่ดูจริงจังกว่าทุกๆครั้ง




“คบกับลูกชายของผู้อำนวยการอยู่…จริงหรือเปล่า?”





ดวงตาสีน้ำตาลอบอุ่นต้องแสงแดดยามบ่ายทอประกายระยิบระยับจนดูคล้ายกับสีเหลืองทองของอำพัน  ชวนให้รู้สึกราวกับต้องมนต์สะกดจนไม่สามารถละสายตาไปจากร่างสูงสง่างามที่กำลังต้องการคำตอบจากเธอได้เลย


“เปล่าค่ะ”


คำตอบที่ได้รับจากเด็กสาวทำให้เขารู้สึกสับสนขึ้นมาเล็กน้อย  เนื่องจากเขาได้ยินคนในโรงเรียนต่างก็พูดถึงเรื่องของเธอกับยาสึชิกันอย่างหนาหู  


“ถ้างั้นทำไมคนในโรงเรียนถึงได้ลือเรื่องของเธอกับเคซากุกันนักล่ะ?”


“นั่นมันเป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจผิดและคิดกันไปเองค่ะ”


“เข้าใจผิด?”


“…ค่ะ”  


ชายหนุ่มเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยังคงอดสงสัยไม่ได้  แต่ถึงแม้ว่าในใจของเขาจะมีคำถามตามมาอีกมากมายขนาดไหน  เขาก็ตัดสินใจเลือกที่จะไม่ถามอะไรเธอต่อ


…เด็กคนนี้ไม่ได้คบกับเคซากุอย่างงั้นเหรอ?  นี่เราเข้าใจผิดมาตลอดเลยสินะ…


ในวินาทีนั้นเองที่จู่ๆชายหนุ่มก็รู้สึกโล่งอกขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาดใจ  ว่าแต่ทำไมเขาต้องรู้สึกแบบนั้นด้วยล่ะ?


“น่าอายจังเลยนะคะ  ที่รุ่นพี่เองก็ดันได้ยินข่าวลือแบบนั้นด้วย”  หญิงสาวยิ้มแห้งๆด้วยความเขินอายที่ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี  


“ก็ดีแล้ว…ที่เธอยังไม่ได้ตกลงใจคบกับใคร”


...เอ๊ะ?...


สาวน้อยกะพริบตาปริบๆมองตามหลังของหนุ่มรุ่นพี่ที่เดินนำออกไปด้วยความงุนงงและไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาเพิ่งจะพูดออกมา


…อะไรของเขานะ ?...




          จากนั้นทั้งคู่ก็เดินมาตามทางเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงหน้าห้องทำงานของผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนป  สายตาของดรุณีน้อยเหลือบไปเห็นนักเรียนสาวรุ่นพี่คนหนึ่งที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอยู่บนเก้าอี้สำหรับนั่งรอที่ตั้งอยู่บริเวณหน้าห้อง  ก็ทำให้เธออดสงสัยขึ้นมาไม่ได้


…อย่าบอกนะว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่ลงมือทำเรื่องแบบนั้นขึ้นมา?...

…แต่…หน้าตาไม่คุ้นเลย…เราก็ไม่รู้จักเขาซะด้วยสิ…แล้วทำไม?...


ฮาจิเมะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องก่อนที่จะยกมือขึ้นเคาะประตูและเอ่ยกล่าวคำขออนุญาตขึ้นตามระเบียบวินัยของโรงเรียน  “ขออนุญาตท่านผู้อำนวยการครับ” 

 
“ผมโฮชิงากิ  ฮาจิเมะ...ตอนนี้ได้พาชิรายูกิมาถึงแล้วครับ”


สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มแค่ชั่วไม่กี่วินาที  เสียงแหบทุ้มของชายมีอายุที่อยู่ในห้องจึงกล่าวตอบกลับมา


“เข้ามาเถอะ  โฮชิงากิ"


“ครับ”


เมื่อเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานอันกว้างขวางที่เปิดเครื่องปรับอากาศเอาไว้จนเย็นฉ่ำ  เมกามิก็ได้พบกับเคซากุ  ริวเซย์…ผู้อำนวยการแห่งโรงเรียนมัธยมแกรนด์ดาเนปเป็นครั้งแรก  ลักษณะของเขาคือชายวัยกลางคนที่มีอายุราวๆห้าสิบต้นๆ  คิ้วดกหนาร่างสูงใหญ่แต่ทว่าดูสมส่วน  ใบหน้าดุดันแน่นิ่งน่าเกรงขามในชุดสูทสีน้ำตาลนั้นดูมีสง่าราศีสมกับสถานภาพของเขา


…นะ…นี่น่ะเหรอคุณพ่อของเคซากุ  ท่าทางดูดุจังเลยแฮะ...


“หนูชื่อชิรายูกิ  เมกามิ  อยู่ชั้นปีหนึ่งห้องห้าค่ะ”  เด็กสาวกล่าวแนะนำตัวพร้อมกับโค้งคำนับให้กับผู้อาวุโสอย่างมีมารยาท


“หนูเมกามิ...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"  เสียงทักทายของใครบางที่นั่งอยู่ที่โต๊ะถัดจากผู้อำนวยการร้องเรียกขึ้นมา  ทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองยังต้นตอของเสียงนั้น  


"สบายดีหรือเปล่า?”


…เอ๊ะ…นั่น…คุณอาชุนนี่นา…


“คุณอา…สวัสดีค่ะ  ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ”


…นาน…อืม…กี่ปีแล้วนะ…สาม…สี่…หรือห้าปี?...รู้แต่ว่านานมากๆเลยล่ะนะ...


ดรุณีน้อยโค้งศีรษะลงคำนับอย่างสุภาพให้กับโยชิฟุมิ  ชุน  นักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับบิดาของเธอเอง  และนอกจากนี้เขาก็ยังเป็นผู้ที่ถือหุ้นมากกว่าครึ่งนึงในแกรนด์ดาเนปอีกด้วย


แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมา  สายตาของเธอก็ไปปะทะเข้ากับเจ้าของร่างสูงหน้าตาไม่เป็นมิตรที่ยืนอยู่ข้างหลังของชุน  ซึ่งนั่นก็คือฮิรุยะบุตรชายของเขานั่นเอง  และเมื่อกวาดตามองไปข้างหลังของริวเซย์ก็พบกับคาซึโตะที่กำลังยืนอยู่เช่นเดียวกัน


…นายบ้าโยชิฟุมิทำไมต้องมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ !...


จากนั้นชุนจึงผายมือให้เด็กสาวนั่งลงบนโซฟารับแขกที่อยู่เยื้องห่างออกไปเล็กน้อย


“นั่งก่อนสิหนูเมกามิ”


“ขอบคุณค่ะ”  เมกามิโค้งคำนับอีกครั้งก่อนที่จะค่อยๆนั่งลงที่โซฟาตัวนั้น


“นี่น่ะเหรอลูกสาวคนเดียวของพี่โคจิ?”  ผู้อำนวยการแห่งแกรนด์ดาเนปหันมากระซิบกระซาบกับสหายที่คบหากันมานานหลายสิบปีด้วยความสงสัย


 “ท่าทางดูใสซื่อมากเลยนะ...ไม่ค่อยเหมือนพ่อเท่าไหร่เลย”


“นี่แหละทายาทคนเดียวของตระกูลชิรายูกิเลยล่ะ…พี่โคจิเลี้ยงเธอมาอย่างกับไข่ในหิน  ไม่น่าแปลกใจหรอกถ้านายจะไม่เคยเห็นหน้าเธอมาก่อน  ก็เพราะพ่อของเธอไม่เคยพาเธอไปไหนมาไหนด้วยเลยน่ะสิ”


“อืม…ถึงว่าล่ะ  ฉันถึงได้เห็นแต่พี่โคจิออกสื่อคนเดียวอยู่ตลอด”


“แล้วถ้าพี่โคจิรู้ว่าลูกสาวสุดที่รักของเขาโดนกลั่นแกล้งขนาดนี้ล่ะก็…เห็นทีพวกเราคณะผู้บริหารแห่งแกรนด์ดาเนปจะอยู่ยากแล้วนะ”  ผู้ถือหุ้นใหญ่แห่งแกรนด์ดาเนปพูดตอบกลับมาเบาๆ  


“เราต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้ได้โดยเร็วและยุติธรรมที่สุด”


“อืม…ที่นายพูดมามันก็ถูก”


“ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มกันเลยดีกว่า…”


ริวเซย์หันไปพยักหน้าเบาๆให้กับคาซึโตะที่ยืนอยู่ข้างหลังเป็นการส่งสัญญาณ  จากนั้นชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีเทาจึงเดินออกไปตามเด็กสาวที่นั่งคอยอยู่หน้าห้องให้เดินตามเขาเข้ามาอย่างเงียบๆ










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

60 ความคิดเห็น

  1. #22 DollyMommy (@DollyMommy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 23:43
    กลับมาอ่านครั้งที่ 2 (ดูเหมือนไรท์จะแอบรีไรท์ใหม่ด้วยแหละ แต่ดีกว่าตอนแรกคะ ขอชม)

    เป็นไปได้รึเปล่าที่ยาสึชิจะเป็นร่างจุติของใครสักคนที่ไม่ใช่แม่ทัพในยุคสามก๊ก (มโนล้วนๆ) หมายถึงพวกเทพอะไรแบบนี้อ้ะ
    คือนางดูเป็นห่วงดูรักนางเอกดี แต่เราแอบมโน (ย้ำว่ามโน) ว่านางอาจจะเป็นร่างจุติของไป๋ฉีเจี้ยน เวลามาเข้าฝันนางเอกก็ทำเหมือนบุรุษปริศนาคนนี้ง่ะ

    คือยาสึชิหลับ ไป๋ฉีเจี้ยนก็มาแอบรออยู่ในความฝัน (รอนางเอกเรียก)
    อย่าว่าเค้าเลยนะ ความมโนมันมีสูงงิ แฮะๆๆ
    #22
    2
    • #22-1 DollyMommy (@DollyMommy) (จากตอนที่ 18)
      6 เมษายน 2562 / 23:46
      เกือบลืม

      เราแอบสังเกตว่ายาสึชิเป็นคนที่ตื่นมาโรงเรียนตั้งแต่เช้าตรู่ทุกวัน (จากที่อ่านๆมานะ) เป็นไปได้ป่าวว่านางต้องรีบเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำเพราะต้องไปรอนางเอกในความฝัน?
      #22-1
    • #22-2 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 18)
      8 เมษายน 2562 / 11:04

      งั้นเดี๋ยวมารอดูกันนะคะ

      ชอบในความวิเคราะห์ล้ำลึกแบบนี้จังเลยค่ะ
      #22-2
  2. #15 DollyMommy (@DollyMommy) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 11:14
    คนที่มีบุคลิกแบบฮาจิเมะมักจะไม่ได้เป็นพระเอก เผลอๆอาจเป็นตัวร้ายในอนาคตได้ เชื่อเรา เรารู้...เราดูซีรี่ย์มา ถถถถ+
    #15
    1
    • #15-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 18)
      24 มีนาคม 2562 / 12:28
      วิเคราะห์เจาะลึกมากค่ะ 555
      #15-1
  3. #8 0879179156 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 23:03

    อ่านมาถึงตรงนี้มันมีแค่คำถามเดียวที่สงสัยอ่ะค่ะ

    "ใครเป็นพระเอกเหรอคะ?" อิๆ


    หนุ่มๆทุกคนดูน่าสนใจมากนะ โดยส่วนตัวชอบฮิรุยะและยาสึชิมาก (จิ้นได้มั้ยคะ) ยาสึชิดูลึกลับดี แต่แอบให้คะแนนฮิรุยะมากกว่านิดหน่อย แบดมาก ถ้ากลับตัวกลับใจได้นี่พระเอกเลยนะ

    #8
    1
    • #8-1 Paleni (@manmaking2499) (จากตอนที่ 18)
      24 มีนาคม 2562 / 01:23
      พระเอกเหรอคะ

      นั่นสิใครน้า~~
      #8-1