(E-BOOK) SECRET GARDEN | CHANBAEK KAIHUN

ตอนที่ 9 : 09 | Falling Slowly

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 444 ครั้ง
    12 ก.ค. 61




09 | Falling Slowly

Love is the flower,

 you’ve got to let grow.

ความรักเป็นเหมือนดอกไม้

คุณต้องให้เวลามันเติบโต

Secrets of Garden




 

 

            ปาร์ค เซฮุนเกลียดที่สุดเวลาที่ตัวเองตกเป็นรองคนอื่น ยิ่งกับคนที่ชังน้ำหน้ามันเหมือนกับว่าเขาถูกบังคับให้กลืนเศษแก้วลงคอ บาดแผลมันลึกเสียจนเขาเจ็บแสบไปหมด อีกทั้งยังแค้นจนอยากจะหักคอของอีกฝ่ายให้ตายคามือ

 

            ทว่าก็ทำได้แค่จดบันทึกเอาไว้ในใจเท่านั้น และรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วค่อยเอาคืน ซึ่งขอบอกเลยว่าเขาจะจัดหนัก จัดเต็ม ให้สมกับที่พยายามอดกลั้นเอาไว้เลย คอยดูสิ!!

 

            นั่งนิ่งๆ สิครับคุณหนูเล็ก

 

            เกลียดที่สุด .. เซฮุนเกลียดทุกอย่างที่ประกอบเป็นคิม จงอิน ไม่ว่าจะเป็นใบหน้า ท่าทาง น้ำเสียง หรือแม้แต่ลมหายใจที่รินรดอยู่บนหัวเขาตอนนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรกันมาตั้งแต่ชาติปางไหน ชาตินี้พระเจ้าถึงได้ส่งให้เขากับไอ้หมอบ้านี่มาเจอกัน

 

            ฉันจะขยับตัวยังไงมันก็เรื่องของฉัน ทีนายยังหายใจให้เปลืองออกซิเจนในอากาศได้เลย แล้วทำไมฉันจะทำตามใจตัวเองบ้างไม่ได้

 

            อ่าวคุณหนู? ถ้าผมไม่หายใจผมก็ตายสิครับ

 

            คนอย่างนายตายๆ ไปได้ก็ดี อยู่ไปก็รกโลก!!”

 

            ถ้าเป็นคนอื่นที่พูดแบบนี้ แถมยังเด็กกว่าเป็นสิบกว่าปีอีก จงอินบอกได้เลยว่ามันผู้นั้นไม่ตายดีอย่างแน่นอน แต่นี่คนพูดคือคุณเล็กของป้าแมรี่ที่เขาแสนจะเอ็นดูนี่สิ ทำเอาผู้ใหญ่ใจดีอย่างเขาโกรธไม่ลงเลยล่ะ

 

            แต่ถึงจะไม่โกรธ .. ก็ใช่ว่าจะไม่มีวิธีเอาคืนเด็กดื้อหนิจริงไหม ;)

 

            อื้อ!? ทำบ้าอะไรของนายห๊ะ!!”

 

            แรงกอดรัดที่ช่วงเอวทำให้เซฮุนสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ร่างสูงโปร่งที่นั่งคร่อมอยู่บนหลังอาชาตัวใหญ่ดิ้นหนีจากอ้อมกอดแกร่งของผู้ใหญ่ขี้แกล้ง แต่มีหรือที่แรงของเด็กอายุสิบเก้าจะสามารถต่อกรกับคนแก่มากเล่ห์ได้น่ะ ไม่มีทางเสียหรอก

 

            อย่าดิ้นสิครับคุณหนู เดี๋ยวช็อกโก้พยศขึ้นมาผมไม่รู้ด้วยนะ

 

            ช็อกโก้?”

 

            สัตวแพทย์หนุ่มยกยิ้มกริ่มทันทีที่เบนความสนใจของคุณหนูจอมดื้อได้สำเร็จ ทำไมจงอินจะไม่รู้ว่าปาร์คคนเล็กรักสัตว์ทุกตัวในปางมากแค่ไหน ซึ่งนั่นก็คือจุดอ่อนของเจ้าตัวเลยล่ะ ที่ไม่ว่าจะทะเลาะกันแค่ไหนแต่ถ้าชวนคุยเรื่องสัตว์เลี้ยงในปางเมื่อไหร่ เป็นต้องกลายเป็นลูกแมวตัวน้อยๆ แสนเชื่องทุกที

 

            นายตั้งชื่อให้มันแล้วเหรอ

 

            ครับ, คุณหนูชอบชื่อนี้ไหม

 

            อื้ม! ชอบสิ เหมาะกับขนสีน้ำตาลช็อกโกแลตของมันมากเลย

 

            เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมกับวางฝ่ามือลงบนแผงคอของม้าหนุ่มตัวใหญ่ เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหลังจากที่จงอินเอ่ยถึงลูกวัวเพื่อนๆ ของเซฮุนก็ตื่นเต้นอยากจะเห็น ทุกคนจึงตัดสินใจขับควอดไบค์มาที่ฟาร์มโคนม ยกเว้นก็แต่เซฮุนที่ถูกบังคับให้ขี่ม้ามาพร้อมกับคุณหมอจอมเจ้าเล่ห์

 

            แต่อย่าเรียกว่าบังคับเลยเถอะ เรียกว่ายังไม่ทันรู้ตัวก็ถูกอุ้มขึ้นหลังม้าแล้วควบออกมาทันทีถึงจะถูก

 

            ทุ่งหญ้ากว้างขนาดใหญ่สลับกับทิวสนสูงที่ลู่ไหวไปตามสายลม ม้าหนุ่มตัวใหญ่ค่อยๆ ลดระดับความเร็วตามการบังคับของผู้เป็นนาย บรรยากาศยามบ่ายที่แดดร่มลมโชยเหมาะแก่การพักผ่อนไปกับความสวยงามที่รังสรรค์จากธรรมชาติ แต่งแต้มรอยยิ้มบนใบหน้าของผู้คนที่ได้ผ่านมาเยือนยังทุ่งหญ้ากว้างแห่งนี้

 

            ดอกเดซี่ขนาดเล็กจิ๋วสีเหลืองนวลบานสะพรั่งอยู่เต็มทุ่งหญ้าสีเขียวขจี จรดกับผืนฟ้าสีครามสดใสแซมด้วยสีขาวสะอาดจากก้อนเมฆหนานุ่ม สายลมฤดูร้อนพัดโชยผ่านผิวกายให้ความรู้สึกสดชื่นเย็นสบาย บรรยากาศช่างเหมาะที่จะนั่งจิบชายามบ่ายเสียจริง

 

            ถ้ามีชาเอิร์ลเกรย์กับเค้กส้มสักชิ้นก็คงดี

 

            เสียงใสของคนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหน้าเรียกรอยยิ้มบางจากสัตวแพทย์หนุ่มได้เป็นอย่างดี จงอินกระชับอ้อมแขนที่โอบกอดช่วงเอวบางให้แน่นขึ้น พร้อมกับวางปลายคางสวยลงบนกลุ่มผมนิ่มของคนที่นั่งอยู่ข้างหน้า ก่อนที่เสียงทุ้มนุ่มจะกระซิบแผ่วชิดใบหูเล็กให้ได้ยินกันแค่สองคน

 

            ไว้วันไหนว่างเราสองคนมาปิกนิกกันที่นี่นะครับ

 

            ใครจะอยากมากับนายกัน

 

น้ำเสียงที่เคยดื้อรั้นเอ่ยออกมาแผ่วเบาคล้ายกับจะพูดกับตัวเอง ทว่าความใกล้ชิดที่ทั้งสองแนบชิดกันอยู่ตอนนี้ก็ทำให้จงอินได้ยินประโยคนั้นของคุณหนูเล็กอย่างชัดเจน

 

ผมมีวิธีพาคุณหนูเล็กมาจนได้แหละครับ เราสองคนจะขี่เจ้าช็อกโก้มาด้วยกัน วิ่งผ่านสายลมเย็นๆ ของฤดูใบไม้ผลิ นั่งจิบชายามบ่ายที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น ปล่อยให้เจ้าช็อกโก้เดินเล็มหญ้าบนทุ่งกว้างแห่งนี้

 

“…”

 

ผมจะเล่านิทานให้คุณหนูฟัง .. ให้คุณหนูนอนหลับบนตักของผม

 

น้ำเสียงอ่อนโยน ทุ้มนุ่มแผ่วเบา ส่งผลให้คนที่หนังท้องตึงจากมื้อกลางวันและมีสายลมเย็นๆ พัดโกรกใบหน้าพริ้มหลับคาแผ่นอกแกร่ง เสียงลมหายใจในจังหวะสม่ำเสมอทำให้คนที่เอ่ยเล่านิทานก่อนนอนกลางวันระบายยิ้มเอ็นดู ก่อนที่ริมฝีปากหยักอิ่มจะจุมพิตลงบนหน้าผากมนเพื่อกล่อมให้เจ้าชายตัวน้อยหลับฝันดี

 

ฝันดีนะครับ .. คุณหนูของผม

 

 

 

 

 

 

 

 

รถกอล์ฟคันเล็กวิ่งลัดเลาะไปตามเส้นทางลูกรังที่สร้างขนาบกับแนวไหล่เขาซึ่งเขียวขจีไปด้วยยอดชาคุณภาพดี มอร์แกน เบย์ เจ้าของไร่ชาขึ้นชื่อของเฮลเวเทีย ขับรถกอล์ฟดูความเรียบร้อยของคนงานในไร่ของตน ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต

 

หลังจากที่ตรวจตรางานในไร่เรียบร้อยแล้ว มอร์แกนก็ขับรถกอล์ฟกลับมาที่บ้านของตนซึ่งพักอาศัยอยู่กับหลานสาว เขาเป็นชายวัยกลางคนที่ไม่มีภรรยา จึงรับลูกสาวของน้องชายมาเลี้ยงดูตั้งแต่อีกฝ่ายยังเด็ก ซึ่งตอนนี้หลานสาวของเขาก็เพิ่งจะกลับมาอยู่ดัวยกันหลังจากไปเรียนต่อปริญญาตรีที่เยอรมนีมาเกือบห้าปี

 

เรือนกายสมส่วนค่อนไปทางเจ้าเนื้อตามแบบฉบับของคนมีอายุ ก้าวลงจากรถกอล์ฟหลังจากขับเข้าไปจอดในโรงจอดรถ ช่วงขายาวเดินเข้ามาในตัวบ้านหวังจะดื่มน้ำเย็นๆ สักแก้วให้หายเหนื่อย ทว่ายังไม่ทันได้ทำอย่างที่ใจคิด เสียงกรีดร้องที่ดังลั่นมาจากชั้นสองของบ้านก็ทำให้มอร์แกนรีบวิ่งขึ้นไปดู

 

ชายวัยกลางคนเบิกตากว้างหลังจากที่เห็นผู้เป็นหลานสาวนั่งสะอื้นไห้อยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยเศษแจกัน หยดเลือดสีแดงเข้มบนฝ่ามือเล็กทำให้ร่างสมส่วนรีบถลาเข้าไปดูอาการของหลานสาว ก่อนที่เสียงเข้มจะเอ่ยถามออกมาอย่างร้อนรน

 

เกิดอะไรขึ้น!! ทำไมหลานถึงเจ็บตัวแบบนี้!”

 

ไอรีน เบย์, หญิงสาวใบหน้าสะสวยซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตาไม่ได้ยินเสียงของผู้เป็นลุงที่เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เธอยังคงจมอยู่ในความรู้สึกเจ็บปวดหลังจากที่ได้รู้ข่าวของชายที่เธอหลงรัก เธอเฝ้าแต่ถามตัวเองว่าทำไมเรื่องทุกอย่างมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้

 

ไอรีนเป็นอะไรลูก, ไอรีน ตอบลุงสิ

 

มอร์แกนที่เห็นแววตาเลื่อนลอยของหลานสาวเขย่าไหล่เล็กบางอย่างร้อนรน เขาไม่เคยเห็นหลานสาวเป็นแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เลี้ยงอีกฝ่ายมา มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น ใครทำอะไรหลานสาวของเขา!!

 

พ่อเลี้ยงต้องเป็นของฉัน .. ต้องเป็นของไอรีนคนเดียว

 

ไอรีน..”

 

พ่อเลี้ยงจะแต่งงานกับใครไม่ได้ทั้งนั้น!!!

 

ความรักแม้สวยงาม ทว่าก็เปรียบเสมือนดาบสองคม ยามใดที่ตกอยู่ในรสรักอันหอมหวาน ความงดงามของมันคล้ายน้ำทิพย์ชโลมใจ แต่เมื่อใดที่ถูกพิษร้ายของมันเล่นงาน แม้เพียงหยดเดียวก็มอบความเจ็บปวดปางตายไม่ต่างอะไรกับยาพิษ

 

 

 

 

 

 

 

 

ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่ยืนต้นอยู่บนเนินเขาสูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 3,000 เมตร ปรากฏเรือนกายกำยำของผู้ครอบครองผืนป่านั่งเหยียดขาอยู่บนผ้าปูสีขาวหม่น ทิวทัศน์เบื้องหน้าแตกกระจายเป็นภาพธารน้ำจืดสายยาวที่หล่อเลี้ยงเฮลเวเทีย ประกอบกับเทือกเขาแอลป์สูงตระหง่านฉาบเป็นพื้นหลัง

 

สายลมอ่อนๆ ของคิมหันต์พัดแผ่ว ยอดหญ้าสีเขียวแซมดอกเล็กๆ สีเหลืองนวลพลิ้วไหวอย่างเริงร่า เสียงเสียดสีของทิวไผ่สูงสอดประสานกับเสียงวิหคขับขานเกิดเป็นบทเพลงหวาน ดั่งคำของวิลเลียม เชกสเปียร์ที่กล่าวเอาไว้ว่า .. ดนตรีมีอยู่ทุกที่ หากหัวใจพร้อมที่จะฟัง

 

แสงแดดส่องผ่านรอยแยกของใบไม้ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา กลิ่นหอมกรุ่นของพันธุ์พืชไม้ที่เบ่งบานในผืนป่าลอยระเหยมาตามสายลม ทว่ากลิ่นหอมที่เย้ายวนใจของพ่อเลี้ยงหนุ่มได้ดีที่สุดกลับเป็นกล้วยไม้ป่านามฤทัยเหมันต์ที่วางอยู่ข้างกาย

 

มื้อกลางวันแสนเอร็ดอร่อยจบลงเมื่อสิบนาทีก่อน แบคฮยอนที่จัดการเก็บปิ่นโตลงเถาเรียบร้อยแล้วหันไปรินน้ำชาอุ่นๆ ใส่ถ้วยชาใบเล็ก เนื่องจากสืบทราบมาจากป้าแมรี่ว่าพ่อเลี้ยงแห่งปางไม้เติมฝันมักดื่มชาหลังมื้ออาหารเสมอ

 

กลิ่นหอมละมุนของชามะลิ ซึ่งทำจากดอกไม้กลิ่นหอมกลีบสีขาวอย่างดอกมะลิซ้อน เรียกรอยยิ้มบางจากพ่อเลี้ยงหนุ่มได้เป็นอย่างดี น่าแปลกใจที่แบคฮยอนรู้ว่าเขาชื่นชอบชาชนิดนี้

 

ชามะลิครับ

 

หน่วยตาคมกริบที่หลับพริ้มซึมซับกลิ่นหอมของชามะลิ ซึ่งผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของกล้วยไม้ป่าที่วางอยู่ข้างกายได้อย่างลงตัว กะพริบเปลือกตาเปิดเมื่อได้ยินน้ำเสียงนุ่มของคนตัวเล็ก ก่อนที่นัยน์ตาคมดุจะหันมองคนข้างกายที่ดูแลตนมาตลอดมื้อกลางวัน

 

รู้ได้ยังไงว่าฉันชอบดื่มชาหลังมื้ออาหารเสียงทุ้มเข้มเอ่ยถามเพียงแผ่วเบาอย่างไม่ได้เร่งรัดเอาคำตอบ พร้อมกับฝ่ามือหนาที่หยิบถ้วยชาใบเล็กขึ้นมารับกลิ่นหอมละมุน

 

ป้าแมรี่บอกให้ผมทราบครับ

 

อย่างนั้นเองหรือ

 

ครับ

 

แบคฮยอนเอ่ยตอบเพียงหนึ่งในเศษเสี้ยวของความจริง คนตัวเล็กไม่อาจบอกให้อีกฝ่ายรู้ได้ว่าตนเป็นคนเอ่ยถามเรื่องของเจ้าตัวจากคุณป้าแม่บ้านด้วยตัวเอง เพียงเพราะอยากตอบแทนที่อีกฝ่ายช่วยถือตะกร้าใส่ดอกไม้ให้ตนเมื่อเช้านี้

 

ส่วนพ่อเลี้ยงหนุ่มที่ได้ฟังคำตอบของคนตัวเล็กก็ไม่ได้ติดใจอะไร หน่วยตาคมกลับไปทอดมองผืนน้ำเบื้องหน้าที่ส่องประกายกระทบกับแสงแดดในยามบ่าย ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนพิเศษสำหรับการจิบชาหอมๆ ไปพร้อมกับใครสักคน

 

หืม?” เสียงทุ้มกรรณแผ่วเบาในลำคอหลังจากได้รับรสชาติของชาถ้วยโปรดที่แตะกับปลายลิ้น ทำไมรสชาติถึงได้แปลกลิ้นไปแบบนี้ล่ะ

 

ป้าแมรี่ให้เด็กในครัวชงชาหรือเปล่า

 

ครับ?” แบคฮยอนที่กำลังรินชาใส่ถ้วยอีกใบให้กับตัวเองหันกลับมามองใบหน้าคมเข้มทันทีที่ได้ยินเสียงทุ้ม คิ้วเรียวสวยขมวดเป็นปมน้อยๆ บ่งบอกว่าไม่เข้าในสิ่งที่อีกคนเอ่ยถาม

 

รสชาติมันแปลกไปจากที่ฉันเคยดื่ม

 

หลังจากที่ได้ยินคำพูดที่ช่วยไขความไม่เข้าใจจากคนตรงหน้า คิ้วเรียวสวยที่ขมวดเป็นปมน้อยๆ ในคราแรกก็ขมวดยุ่งกว่าเดิมทันที ภายในหัวก็พาลคิดไปว่าอีกฝ่ายจะโกรธหรือเปล่าถ้าตนเอ่ยความจริงออกไป

 

ผม..”

 

“…”

 

ผมเป็นคนชงเองครับ

 

เนื่องจากป้าแมรี่วุ่นวายอยู่กับข้าวกล่องของปาร์คคนเล็ก แบคฮยอนที่อยากช่วยแบ่งเบาจึงลงมือทำเองทุกอย่าง ทั้งอาหารในปิ่นโตเถาใหญ่ของพ่อเลี้ยง รวมไปถึงชามะลิรสโปรดของอีกฝ่ายด้วย

 

ถ้าคุณไม่ชอบ—

 

ฉันบอกหรือยังว่าไม่ชอบ

 

ก็คุณบอกว่ารสชาติมันแปลกไปจากเดิม

 

กลีบปากหยักอิ่มกดยิ้มทันทีที่ได้ฟังในสิ่งที่คนตัวเล็กคิด ทำไมถึงได้ชอบคิดเองเออเองแบบนี้กันนะ ที่ฉันบอกว่ารสชาติมันแปลกไปไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ชอบ

 

“…”

 

แต่ที่ฉันถามเพราะฉันอยากรู้ว่าใครเป็นคนชง และเมื่อได้รู้ว่าเป็นนาย งั้นก็ช่วยชงมันให้ฉันดื่มทุกมื้อด้วยล่ะ เพราะฉันชอบรสชาตินี้มากกว่าของป้าแมรี่

 

เสียงทุ้มเอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้มบาง ทว่ากลับทำให้คนฟังหน้าแดงระเรื่อจนต้องก้มหน้าหลบอย่างเอียงอาย ชานยอลที่เห็นท่าทางน่าเอ็นดูเหล่านั้นหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปหยิบกล้วยไม้ป่าสีขาวที่วางอยู่ข้างกายพร้อมกับยื่นมันให้คนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้ามองปลายนิ้วตัวเองไม่เลิก

 

ฤทัยเหมันต์ .. คือชื่อของกล้วยไม้ป่าสีขาวช่อนี้

 

แบคฮยอนที่ก้มหน้าหลบสายตาจากหน่วยตาคม ช้อนเรียวตาคู่สวยขึ้นมามองช่อกล้วยไม้สีขาวตรงหน้าทันทีที่ได้ยินคำพูดของชานยอล กลีบดอกสีขาวสะอาดดูบริสุทธิ์จนไม่กล้าจับต้อง กลิ่นหอมของมันชวนหลงใหลจนแบคฮยอนตกอยู่ในภวังค์

 

งดงาม .. งดงามเสียจนคล้ายภาพมายา

 

ฤทัยเหมันต์ ชื่อเพราะจังครับ

 

แบคฮยอนคงไม่รู้ว่าหัวใจแห่งลมหนาวช่อนี้มีความหมายที่ลึกซึ้งว่าอย่างไร เพราะมีเพียงแค่คนเก่าแก่ของที่นี่เท่านั้นที่รู้ความหมายแท้จริงที่แอบซ่อนเอาไว้ ซึ่งชานยอลก็ไม่ได้คิดที่จะบอกมันกับแบคฮยอน เขาอยากให้คนตัวเล็กทราบมันด้วยตัวเอง .. จากข้างในหัวใจ

 

ให้ผมเหรอครับ

 

อืม, ก็นายบอกว่าชอบมันไม่ใช่หรือ

 

 

แล้วนายชอบดอกอะไร?”

คำถามของพ่อเลี้ยงหนุ่มทำให้แบคฮยอนหันกลับมาสบสายตากับคนที่ยืนอยู่ข้างกาย ก่อนที่รอยยิ้มเล็กๆ จะประดับบนใบหน้าหวาน ยามที่หวนนึกถึงดอกไม้ชนิดหนึ่งที่ตราตรึงใจตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเหยียบ ณ ปางไม้แห่งนี้

ดอกกล้วยไม้ครับ

 

 

ความทรงจำสีจาง .. แม้ไม่ได้เกิดขึ้นในชุดเหตุการณ์ที่แสนวิเศษ เพราะมันเกิดขึ้นในยามเช้าที่แสงแดดทอประกาย ท่ามกลางหมู่มวลบุปผาที่เบ่งบานอยู่ในสวนเล็กๆ หน้าเรือนไม้หลังงาม ทว่าชุดเหตุการณ์ที่แสนธรรมดานั้น กลับกลายเป็นความทรงจำที่แสนพิเศษเมื่อเราทั้งคู่ยังคงจดจำมันได้

 

และมันจะสลักลึกลงในหัวใจ .. ตราบใดที่ใครสักคนไม่ลบลืมมัน

 

.

.

.

 

เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับพ่อเลี้ยง!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

อเมริกันแซดเดิลสีดำนิลราวกับรัตติกาลมืดพุ่งทะยานไปข้างหน้าราวกับสายฟ้าฟาดในค่ำคืนที่มีพายุ ท่อนแขนแกร่งที่ตระกองกอดเอวเล็กบางเอาไว้กระตุกบังเหียนอย่างเฉียบขาดและมั่นคง ส่งม้าหนุ่มลำตัวสูงใหญ่ให้ทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วราวกับม้าศึก

 

แบคฮยอนที่เพิ่งเคยขี่ม้าเป็นครั้งแรกทำได้แค่นั่งเกร็งอยู่บนหลังอาชาตัวเขื่องอย่างคนทำอะไรไม่ถูก หลังจากที่คนงานในไร่วิ่งกระหืดกระหอบมาบอกว่าเกิดเหตุไฟไหม้ที่โรงบ่มไวน์ คนตัวสูงที่นั่งจิบชายามบ่ายอยู่ก็ลุกพรวดขึ้นทันที ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาอาชาตัวใหญ่ที่เดินเล็มหญ้าอยู่ไม่ไกล

 

วินาทีนั้นความรู้สึกของทุกคนคงทั้งตื่นตระหนกและกระวนกระวาย แบคฮยอนที่ยังพอมีสติรีบวิ่งไปคว้าแขนแกร่งของคนใจร้อนเอาไว้ เพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะผลุนผลันควบม้าออกไปจนเกิดอันตราย และไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้แบคฮยอนโพล่งออกไปแบบนั้น

 

ผมจะไปกับคุณด้วย!!’

 

และเพราะคำพูดนั้นจึงทำให้แบคฮยอนถูกอุ้มขึ้นหลังม้า ก่อนที่อีกฝ่ายจะตามขึ้นมานั่งซ้อนอยู่ด้านหลังและควบออกมาทันที ซึ่งตอนนี้พวกเขาใกล้จะถึงโรงบ่มไวน์แล้ว

 

และนั่น, แบคฮยอนเห็นควันไฟลุกโชนอยู่ตรงนั้น!!

 

เนื่องจากโรงบ่มไวน์อยู่ด้านในสุดของปางติดกับแนวป่าซึ่งยาวไปจรดกับสันเขา ทำให้กว่าคนงานจะรู้ว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นที่นี่ เปลวไฟสีแดงฉานก็ลุกโชนจนไหม้โรงบ่มไวน์ไปเกือบหมดแล้ว ความเสียหายที่เกิดขึ้นคงประมาณค่าไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับจิตใจของคนที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลังแบคฮยอนในตอนนี้

 

พ่อเลี้ยงครับ..”

 

ฝ่ามือหนาที่กำเชือกคุมบังเหียนจนแน่นทำให้แบคฮยอนเอ่ยเรียกคนด้านหลังอย่างเป็นห่วง ฝ่ามือเรียวเล็กวางทาบลงบนหลังมือหนาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะลูบแผ่วเบาเพื่อปลอบโยนคนที่กำลังจมลึกลงสู่หลุมความรู้สึกเสียใจ

 

ไม่เป็นไรนะครับ .. ผมอยู่ตรงนี้ข้างๆ คุณ

 

น้ำเสียงอ่อนโยนกับสัมผัสแผ่วเบาบนหลังมือหนา ส่งผลให้จิตใจที่บอบช้ำค่อยๆ ทุเลาจากความเจ็บปวด ชานยอลกระชับท่อนแขนที่โอบกอดเอวเล็กบางแน่นขึ้นกว่าเดิม พร้อมกับวางศีรษะลงบนลาดไหล่เล็กอย่างคนต้องการที่พักพิง

 

พวกเขาไม่ได้เอ่ยอะไรหลังจากนั้น มีเพียงความเงียบที่โอบกอดร่างสองร่างที่นั่งอยู่บนหลังอาชาตัวเดียวกัน กับเสียงลมหายใจหนักหน่วงของคนตัวสูงที่กำลังเสียใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่ตนรัก

 

อย่าตายนะไอ้หมอบ้า!!

 

ทว่าน้ำเสียงคุ้นหูที่ตวาดดังลั่นก็ทำให้ชานยอลผละออกจากไหล่เล็กแทบจะทันที ไม่ต่างอะไรกับแบคฮยอนที่มองฝ่าควันไฟไปยังตำแหน่งของเสียงที่ดังขึ้น ก่อนที่ทั้งคู่จะเบิกตาโพลงอย่างตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า

 

ร่างสูงโปร่งของปาร์ค เซฮุนทรุดนั่งอยู่บนพื้น พร้อมกับเขย่าร่างไร้สติของสัตวแพทย์หนุ่มที่ตามตัวและใบหน้าเต็มไปด้วยเขม่าควัน ซึ่งภาพนั้นก็ทำให้ชานยอลรีบตวัดขาลงจากหลังม้า โดยไม่ลืมที่จะอุ้มแบคฮยอนตามลงมาด้วย

 

เดี๋ยวผมไปดูคุณเล็กกับคุณจงอินให้ครับ คุณไปดูความเสียหายเถอะครับแบคฮยอนที่เห็นว่าทุกอย่างมันดูวุ่นวายไปหมดพยายามตั้งสติเพื่อเอ่ยในสิ่งที่ตนคิด ซึ่งชานยอลก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย

 

ฝากด้วยนะ

 

ครับ, ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ

 

รอยยิ้มหวานราวกับสายน้ำที่ฉ่ำเย็น ทำให้ชานยอลคลายความกังวลที่ถาโถมเข้ามาโดยที่ไม่ทันได้ตั้งรับ ฝ่ามือหนาเอื้อมไปประคองใบหน้าหวานและลูบปลายนิ้วลงบนแก้มเนียนใสแผ่วเบา พ่อเลี้ยงหนุ่มกระทำลงไปโดยไม่รู้ตัว เขาแค่ฟังเสียงกระซิบของหัวใจที่บอกให้ทำเช่นนั้น

 

ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ ฉัน

 

เสียงทุ้มเข้มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบาง ก่อนที่เรือนกายสูงจะหันหลังวิ่งออกไปทางโรงบ่มไวน์ซึ่งยังถูกเปลวไฟโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง แบคฮยอนที่ยืนมองแผ่นหลังกว้างค่อยๆ ห่างออกไปยกฝ่ามือขึ้นมาทาบลงบนแผ่นอกบาง .. เจ้าหัวใจตัวดีของเขาเต้นแรงเกินไปแล้วหรือเปล่านะ

 

ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ! ฉันสั่งให้นายตื่น!!”

 

เสียงตวาดลั่นของเซฮุนทำให้แบคฮยอนได้สติ ก่อนที่ร่างเล็กบางจะรีบวิ่งเข้าไปหาร่างสูงโปร่งที่บนตักมีร่างของสัตวแพทย์ประจำปางนอนหมดสติอยู่ แบคฮยอนทรุดกายลงนั่งข้างๆ เซฮุนพร้อมกับเอื้อมมือไปลูบช่วงไหล่กว้าง ซึ่งคนที่ถูกสัมผัสก็หันมามองแทบจะทันที

 

แบค.. ฮึก! แบค!!”

 

ทันทีที่เห็นใบหน้าของพี่ชายตัวเล็ก เด็กน้อยที่ใจเสียและใกล้จะสติแตกเข้าไปทุกทีก็ถลาเข้าหาอ้อมแขนเล็กอย่างหาที่พึ่งพิง น้ำหูน้ำตาที่เปรอะเปื้อนเต็มใบหน้าน่ารักถูกเช็ดออกด้วยฝ่ามือบางของแบคฮยอน ก่อนที่คนโตกว่าจะค่อยๆ ปลอบเด็กน้อยที่เอาแต่ร้องไห้จ้าไม่ยอมหยุด

 

ใจเย็นๆ นะครับคุณเล็ก ไม่มีอะไรน่ากลัวแล้วนะเด็กดี

 

แม้ใจจริงจะเป็นห่วงคุณหมอหนุ่มที่นอนไม่ได้สติมากแค่ไหน แต่แบคฮยอนก็ต้องปลอบเด็กน้อยของตนก่อนเพื่อจะได้สอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น อย่างน้อยตอนนี้สติคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

 

หายใจเข้าลึกๆ ครับ

 

ฮึก.. อึก

 

เสียงร้องไห้ที่ค่อยๆ เงียบลงทำให้แบคฮยอนระบายยิ้มบาง ฝ่ามือเล็กบางที่เคยลูบลงบนไหล่กว้างเปลี่ยนไปลูบกลุ่มผมนิ่มเป็นรางวัลให้กับเด็กดี ก่อนจะช้อนใบหน้าน่ารักที่ซบอยู่บนไหล่ของตนให้เงยหน้าขึ้นมาสบตากัน

 

เกิดอะไรขึ้นครับคุณเล็ก ทำไมคุณจงอินถึงหมดสติแบบนี้ครับ

 

เซฮุนที่เริ่มมีสติกลับคืนมาหลังจากที่ใจเสียเพราะเห็นคิม จงอินสลบไปค่อยๆ ผ่อนลมหายใจให้กลับมาเป็นปกติ หลังมือขาวยกขึ้นปาดน้ำตาตัวเองป้อยๆ ก่อนจะก้มลงมองใบหน้าคมเข้มของคนบนตัก โดยที่ฝ่ามือก็ลูบใบหน้าคมที่เปื้อนเขม่าควันของอีกคนเบาๆ

 

คนงาน อึก ที่ฟาร์มวิ่งมาบอกเล็กกับจงอินว่าไฟไหม้โรงบ่มไวน์ เราสองคนรีบขี่ม้ามาที่นี่ แต่พอมาถึง ฮึก.. ไอ้หมอบ้าก็วิ่งเข้าไปช่วยคนงานที่ติดอยู่ในนั้น แล้วเขาก็.. ฮึก!”

 

เสียงสะอื้นไห้ที่ดังออกมาอีกระลอกทำให้แบคฮยอนเลิกถามคนตรงหน้าเพราะพอจะเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้ว ฝ่ามือเล็กบางลูบแผ่นหลังของเด็กขี้แยที่เริ่มร้องไห้ออกมาอีกครั้งอย่างปลอบโยน ก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับคนงานกลุ่มหนึ่งที่ยืนมุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล

 

คนงานผู้ชายตรงนั้นน่ะไปช่วยพ่อเลี้ยงดับไฟเดี๋ยวนี้! ส่วนสองคนนั้นมาหาผมปลายนิ้วเรียวชี้ไปยังคนงานผู้หญิงสองคนที่ยืนหันรีหันขวางอยู่ไม่ไกล ซึ่งทั้งสองก็รีบวิ่งเข้ามาหาผู้เป็นนายทันที

 

มีอะไรให้พวกเรารับใช้คะแม่นาง

 

แม้พ่อเลี้ยงปาร์คจะยังไม่ได้ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการว่าพยอน แบคฮยอนคือแม่นางคนใหม่ของปางไม้เติมฝัน แต่คนงานแทบทุกคนก็พอจะทราบมาบ้างจากปากของคนที่รับใช้อยู่ในเรือนใหญ่ ซึ่งพวกเขาต่างก็ให้ความเคารพแบคฮยอนไม่ต่างจากที่เคารพพ่อเลี้ยงชานยอล

 

เธอมาช่วยพยุงคุณจงอินไปที่เรือนรับรองหน่อยสิ ส่วนคุณป้าโทรเรียกรถพยาบาลให้ผมด้วยครับ

 

หญิงวัยกลางคนกับลูกสาวของเธอพยักหน้ารับคำสั่งของแม่นางอย่างแข็งขัน ก่อนที่คนลูกจะเข้ามาช่วยแบคฮยอนพยุงร่างไร้สติของคิม จงอินไปที่เรือนรับรอง นับว่าเป็นโชคดีที่พ่อเลี้ยงสร้างเรือนรับรองไว้ทุกส่วนของปาง เพราะไม่งั้นแบคฮยอนก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับคุณหมอหนุ่มได้ที่ไหน

 

อย่าเป็นอะไรนะจงอิน .. ฉันไม่อนุญาตให้นายเป็นอะไรทั้งนั้น

 

เซฮุนพึมพำออกมาเพียงลำพัง ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะเดินตามหลังแบคฮยอนไปอย่างไม่ค่อยมีสติอยู่กับเนื้อกับตัวนัก คุณเล็กของป้าแมรี่กำลังเป็นห่วงคนที่ตนไม่ชอบหน้าอย่างไม่รู้ตัว เพราะสิ่งที่เซฮุนรับรู้อยู่ตอนนี้มีเพียงแค่คำอ้อนวอนต่อพระเจ้า .. ขอให้ท่านคุ้มครองคิม จงอิน

 

ได้โปรดอย่าพรากใครไปจากเขาอีกเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

ในฝั่งของพ่อเลี้ยงหนุ่มที่กำลังพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะดับเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ ก็ดูเหมือนว่าความพยายามของเขาจะเป็นผลเมื่อเปลวไฟที่เคยลุกโชนค่อยๆ มอดดับลง ฝ่ามือหนาปาดคราบเหงื่อและเขม่าควันที่เปื้อนบนใบหน้าออกอย่างลวกๆ ก่อนจะหันไปรับถังน้ำจากคนงานที่ส่งมาให้เพื่อดับไฟ

 

พวกผมมาช่วยครับพ่อเลี้ยง!!”

 

คนงานหนุ่มสามสี่คนที่วิ่งเข้ามาพร้อมถังน้ำในมือทำให้คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ใช่ว่าเขาจะไม่เห็นว่าคนงานกลุ่มนี้ยืนมุงดูอยู่ไม่ไกลโดยไม่ได้เข้ามาช่วยดับไฟ ซึ่งชานยอลก็ไม่ได้คิดจะต่อว่าเอาความเพราะรู้ว่าใครก็ต้องรักตัวกลัวตายด้วยกันทั้งนั้น

 

เราควบคุมไฟเอาไว้ได้แล้วครับพ่อเลี้ยง!” คนงานคนนึงที่ช่วยกันดับไฟอยู่ตลอดเอ่ยบอกผู้เป็นนายด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ ซึ่งชานยอลก็พยักหน้ารับพร้อมกับตบบ่ากว้างแทนคำขอบคุณ

 

พวกเราขอโทษครับที่ไม่ได้เข้ามาช่วยตั้งแต่แรกหนึ่งในกลุ่มคนงานหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาช่วยเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกผิด ก่อนที่ทุกคนจะคุกเข่าลงกับพื้นเพื่อขอร้องผู้เป็นนายให้อภัยตน

 

ช่างมันเถอะ, ฉันไม่ได้คิดจะเอาผิดใครทั้งนั้น เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้มันก็แย่มากพอแล้ว

 

ขอบพระคุณครับพ่อเลี้ยง พวกเราสำนึกผิดแล้วจริงๆ

 

ชานยอลทำเพียงพยักหน้ารับโดยไม่ได้พูดอะไรกับคนงานหนุ่มกลุ่มนั้น ก่อนที่เรือนกายสูงใหญ่จะเข้าไปดูความเสียหายของโรงบ่มไวน์ที่เหลือเพียงเถ้าถ่านสีดำ โดยที่คนงานหนุ่มกลุ่มนั้นก็เดินตามเข้าไปด้วยเพราะอยากลบล้างความรู้สึกผิดที่กัดกินอยู่ในหัวใจ

 

พวกเขายังหนุ่มยังแน่นและเพิ่งจะเข้ามาทำงานในปางได้ไม่นาน ความผูกพันที่มีกับปางไม้เติมฝันจึงไม่มากเท่ากับคนงานเก่าแก่ที่ยืนเคียงข้างพ่อเลี้ยงมาตลอดหลายปี อีกทั้งยังกลัวตายจนมันกลายเป็นความเห็นแก่ตัว

 

แต่หลังจากที่ถูกแม่นางของปางออกคำสั่งด้วยแววตาจริงจังไร้ซึ่งความกลัว ผู้ชายอกสามศอกอย่างพวกเขาก็รู้สึกละอาย เพราะขนาดคนตัวเล็กๆ ที่ดูบอบบางอย่างแม่นางยังเข้มแข็งกว่าพวกเขาที่ตัวใหญ่กว่าเป็นเท่าซะอีก

 

ชานยอลที่เดินสำรวจความเสียหายของโรงบ่มไวน์ที่ตอนนี้เหลือไว้เพียงตอไม้ดำๆ ทำได้เพียงเก็บซ่อนความเสียใจเอาไว้ให้ลึกที่สุด เขาเป็นผู้นำ จึงไม่ควรแสดงออกให้ลูกน้องเห็นว่ากำลังเสียใจมากแค่ไหน เพราะแค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้ทุกคนก็เสียขวัญกันมากพอแล้ว

 

ใครเป็นคนเห็นเหตุการณ์คนแรก

 

เสียงทุ้มเข้มเอ่ยถามลูกน้องเกือบสิบชีวิตที่กระจายตัวอยู่รอบๆ ซากปรักหักพัง ก่อนจะมีคนงานคนหนึ่งเอ่ยบอกว่าตนคือคนที่เห็นไฟลุกไหม้โรงบ่มไวน์เป็นคนแรก

 

ผมคิดว่าน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรครับพ่อเลี้ยง

 

ก็คงใช่ชานยอลเห็นด้วยกับคนงานคนนั้น เพราะไฟที่ลุกลามไปไวขนาดนี้คงเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรอย่างแน่นอน ที่สำคัญโรงบ่มไวน์ก็เต็มไปด้วยถังไม้โอ๊คซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี

 

ยังดีนะครับที่ไฟยังไม่ลามไปถึงโรงเก็บไวน์

 

คำพูดของคนงานคนเดิมทำให้ชานยอลหันไปมองโรงเก็บไวน์ซึ่งอยู่ห่างออกไม่ไกลจากบริเวณนี้ มันก็จริงอย่างที่อีกฝ่ายว่า เพราะถ้าไฟลามไปถึงโรงเก็บไวน์ล่ะก็ ไวน์หลายพันขวดที่เก็บรักษาไว้ในนั้นคงเหลือเพียงเถ้าถ่านเหมือนกับถังเก็บไวน์พวกนี้

 

จัดการเก็บกวาดพื้นที่ที่เสียหายให้เรียบร้อย

 

ครับ!!”

 

เสียงทุ้มเข้มทรงอำนาจเอ่ยสั่งคนงานด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด โดยที่ใบหน้าคมไม่ได้ปรากฏร่องรอยใดๆ แม้แต่ความเสียใจ ทว่าใครเล่าจะรู้ว่าหัวใจแกร่งใต้แผ่นอกดวงนั้นเจ็บปวดเพียงไรกับการที่ต้องเห็นสิ่งที่ตัวเองรักกลายเป็นเถ้าถ่าน

 

ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับโรงบ่มไวน์อาจประมาณค่าได้ แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นภายในใจมันมากมายกว่านั้นมากนัก

 

 

 

 




tbc.

 

กำลังจะหวานเลยไฟไหม้ซะงั้น บ้าจริงเชียว!

#ซคกด

 

 


S
N
A
P
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 444 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,072 ความคิดเห็น

  1. #2066 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 00:55
    ไม่มีใครเหมาะสมกับพ่อเลี้ยงชานยอลเท่าแม่นางแบคฮยอนอีกแล้ว และตอนขี่ม้านั้นก็แอบฟินอยู่นะ
    #2,066
    0
  2. #1988 Pinkkaboo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 00:08
    น้องมีคนใจร้ายรอบตัวเยอะจัง;-;
    #1,988
    0
  3. #1937 @_@ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 00:08

    เอิ่บบบบบบบบ ไอรีนโผล่มาก็เกรี้ยวกราดเลยจ้าาาา

    แค่ลู่หานกับนังบ่าวเหิมเกริมก็ปวดหัวแล้วเหิ้มมมมมมมมม

    ไฟไหม้ได้ไงกันคะะะะ เกลือเปนหนอนรึป่าววววว

    #1,937
    0
  4. #1916 หนูเน่าา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 22:07
    เกิดเรื่องใหญ่บ่อยจริงๆเลย!!! มาเม้นเหมือนคั่นโฆษณาเลย5555
    #1,916
    0
  5. #1865 Sehunnihisehun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 08:34
    เกิดเรื่องตัลหลอดดดด แต่ดูจากที่เกริ่นมาก่อนข้างบนสุดมีความน่าสงสัยอยู่นะ ไอรีนปะ
    #1,865
    0
  6. #1822 Chi_Yeol (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 17:43
    คู่แข่งเยอะจริงๆ -,.-
    #1,822
    0
  7. #1783 pcy921 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 23:28
    มีใครวางเพลิงรึเปล่าคะ มอร์แกนกับไอรีน?
    #1,783
    0
  8. #1715 domo za (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 00:25
    เราว่ามันแปลกๆนะ มีคนวางเพลิง
    #1,715
    0
  9. #1693 bbblueskyy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 13:21
    พ่อเลี้ยงงง น้องแบคปลอบใจพ่อเลี้ยงเยอะๆนะคะลูก
    #1,693
    0
  10. #1553 cookieredritz (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 20:02
    วางเพลิงงงงงแน่เลยยยยยย เบื่อพวกประสงค์ร้าย //อินจัด
    #1,553
    0
  11. #1213 May the fourth (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 12:01
    มีคนวางเพลิงรึเปล่า
    #1,213
    0
  12. #1116 purnploy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 17:38
    ไฟลัดวงจรจริงๆหรอคะ ทำไมเราคิดว่ามันมีเงื่อนงำแปลกๆ
    #1,116
    0
  13. #1102 kaslovely (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 22:17
    งือออออ สงสารรพ่อเลี้ยงงงง
    #1,102
    0
  14. #947 Jammie-Lee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 16:10
    ไฟฟ้าลัดวงจรจริงเหรอ
    #947
    0
  15. #913 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 19:11
    ทำไหมถึงรู้สีกว่าโดนวางเพลิง
    #913
    0
  16. #836 faniikris (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 09:26
    อบอุ่นจังง
    จงอินคุณเล็ก
    #836
    0
  17. #812 ParkMild (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 16:55
    ทำไมนี่คิดว่าไฟไหม้เพราะโดนวางเพลิงอ่ะ 5555
    #812
    0
  18. #782 เจ้าบี๋ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:47
    โหหห ไอรีนโผล่มาอีกคน ทำไมพ่อเลี้ยงฮอตงี้คะ
    #782
    0
  19. #772 papaengya12 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:44
    ใครอีกยังมีอีกหรอคนแย่งเยอะจางง
    #772
    0
  20. #728 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:20
    ไอรีนโผล่มาอีก แบคต้องไหวนะ
    #728
    0
  21. #449 Hunhun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 15:54
    เรื่องนี้จะต้องไม่จบง่ายๆแน่นอนนนนนนม่ายยยยยยย
    #449
    0
  22. #380 XMCB_BB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 20:38
    อุปสรรคขวากหนามนี่มี 2 นางเลยรึ เฮ้ออออออออออออ
    #380
    0
  23. #364 MelodyBubble (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:30
    ไรท์สู้ๆนะคะ :)
    #364
    0
  24. #363 MelodyBubble (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:29
    ไม่อยากให้มีไอรีนเลย//แปลงเป็นวิญญาณพลักตกภูเขา ไม่อยากให้น้องแบคเศร้า อยู่ต่างบ้านต่างเมืองน้องเซฮุนต้องอยู่ข้างพี่แบคนะ พ่อเลี้ยงต้องอบอุ่นกับน้องกว่านี้เข้าใจไหม ห้ามทำให้น้องเสียใจ//ชี้มีด
    #363
    0
  25. #362 pbcb61_04 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 10:06
    ไอรีนกับลู่นี่ตัวเเปรดราาม่าเเน่เลยยย เเม่นางสุดยอดดดดดด
    #362
    0