(E-BOOK) SECRET GARDEN | CHANBAEK KAIHUN

ตอนที่ 20 : 20 | Back To December

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 627 ครั้ง
    20 ก.พ. 63



20 | Back To December

ลมหนาวหวนเยือน

ย้อนคืนความทรงจำสีจาง

Secrets of Garden




 

 

กระแสลมหอบเอาความหนาวเหน็บมาเยือน ณ ผืนป่า ความอบอุ่นของฤดูใบไม้ร่วงกำลังจะผ่านพ้น และถูกแทนที่ด้วยความเยือกเย็นของเกล็ดหิมะยามแรกแย้มเหมันต์

 

ดอกไฮยาซินธ์แย้มกลีบเบ่งบาน ธารน้ำแข็งเริ่มจับตัวเหนือผิวทะเลสาบ เสียงหวีดหวิวของลมหนาวหวนกลับมาเยือนอีกครั้งในรอบปี

 

หลากหลายเรื่องราวเกินขึ้น ณ ปางไม้แห่งนี้ ทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตากลายเป็นเพียงอดีตที่ผ่านพ้น ทว่าสิ่งเหล่านั้นย่อมกลับคืนมาเฉกเช่นการผันเปลี่ยนของฤดู

 

นอกเฉลียงบ้านบนชั้นสองของเรือนไม้หลังเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในทิวป่า แสงสุดท้ายของวันย้อมร่างของใครบางคนที่นั่งรับลมหนาว ดวงตากลมสวยทอดมองแสงสีส้มที่ค่อยๆ ลาลับเหนือยอดเขา เฝ้ามองความมืดมิดของราตรีที่คืบคลาน

 

ความเยือกเย็นของอากาศบาดผิวเนื้อจนแสบคัน ทว่าไม่เท่ารอยแผลเป็นบนก้อนเนื้อที่เย็นชืด ร่องรอยของบาดแผลแม้จางหาย หากแต่ความเจ็บปวดที่เคยได้รับยังฝังแน่นราวกับว่าเวลาเพิ่งผ่านมาได้ไม่นาน

 

ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงมันเรื้อรังมานานนับสิบปี

 

กุหลาบขาวเพียงดอกเดียวในแจกันใบสวยเริ่มโรยรา กลีบดอกบางค่อยๆ บอบช้ำเมื่อกาลเวลาเคลื่อนผ่าน บ่งบอกให้รู้ว่าราชินีของมวลบุปผาไม่ได้งดงามชั่วนิรันดร์

 

หึ..”

 

ลู่หานแค่นยิ้มด้วยความรู้สึกเย้ยหยันในตัวเอง ใบหน้าสวยแม้ประดับด้วยรอยยิ้มทว่ามันไม่ได้น่ามองเหมือนเช่นที่ผ่านมา ความปวดร้าวสะท้อนอยู่ในดวงตากลมสวยที่เปราะบางราวกับแก้วร้าวที่ใกล้จะแตกสลาย

 

กาลเวลาผันผ่านแปรเปลี่ยนทุกสิ่งไม่รู้จบ ทุกชั่วโมงยามที่ผ่านพ้นเต็มไปด้วยความเจ็บปวดสำหรับลู่หาน ทว่าที่ชัดเจนกว่าคือความเคียดแค้นที่ล้นทะลักอยู่ภายในใจ

 

และมันเฝ้ารอเวลาที่จะระเบิดออกมาในสักวัน

 

คุณลู่หานขา

 

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภักดีดังขึ้นพร้อมกับร่างอวบของเด็กรับใช้คนสนิท อเดลค่อยๆ เดินเข่าเข้ามาหาผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม แม้ว่าเจ้านายของเธอจะไม่แม้แต่ปรายตามองก็ตาม

 

คุณลู่หานของเดล, ได้เวลาทานยาแล้วนะคะเม็ดยาหลากสีในแก้วใบใสถูกยื่นมาให้ ทว่าคนที่ต้องทานมันทุกวันกลับเมินเฉยอย่างไร้เยื่อใย

 

คุณลู่หานขา

 

“…”

 

คุณ—

 

ออกไปซะ

 

น้ำเสียงเย็นเยียบที่ได้ยินทำให้สาวใช้ร่างอวบสะดุ้ง หลายวันมานี้เจ้านายของเธอเอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ซึ่งสาเหตุก็เป็นเพราะว่าคนที่เฝ้ารอไม่เคยมาหาที่เรือนเล็กหลังนี้เลย

 

เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณท่านก็—

 

ฉันบอกให้ออกไป!!”

 

เสียงตวาดลั่นทำให้อเดลลนลานและรีบคลานออกมาจากตรงนั้นด้วยความตื่นกลัว รอยแผลที่หัวคิ้วจากเศษแจกันเมื่อวันก่อนทำให้เธอหวาดกลัวลู่หานสุดหัวใจ เพราะแม้ว่าจะภักดีแค่ไหนแต่เธอก็ยังรักชีวิตของตัวเอง

 

กระแสลมเริ่มเกรี้ยวกราดเป็นสัญญาณบอกว่าค่ำคืนนี้จะเกิดพายุ กลุ่มเมฆสีดำทะมึนค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาปกคลุมผืนป่า เป็นความโหดร้ายของธรรมชาติที่ต้องการเอาคืนมนุษย์

 

ลู่หานกำแก้วยาในมือแน่นก่อนจะขว้างมันลงพื้นจนเนื้อแก้วแตกละเอียด ฝ่ามือบางทุบลงบนขาของตัวเองด้วยความชิงชัง แน่นอนว่ามันไร้ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ควรจะเป็น แต่นั่นไม่ใช่กับหัวใจที่บิดเบี้ยวดวงนี้

 

ฉันไม่ยอมเจ็บคนเดียวหรอก

 

เพราะคนเรามีสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก มันแปรเปลี่ยนได้ง่ายและเข้าใจยาก อีกทั้งยังเปราะบางเสียจนเปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความอาฆาตและเกลียดชัง

 

 

 

 

 

  

 

 

(15 years ago)

 

ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ลมหนาวเริ่มพัดผ่าน เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ภาคเรียนแรกของมหาวิทยาลัยบาเซิลเปิดภาคเรียน นักศึกษาหลากหลายเชื้อชาติกระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของมหาวิทยาลัย หนึ่งในนั้นคือนักศึกษาใหม่ที่ย้ายมาจากประเทศบ้านเกิด

 

ร่างเล็กบางตามแบบฉบับคนเอเชียท่ามกลางร่างสูงใหญ่ของชาวยุโรปเรียกสายตาหลายคู่ให้หันมามอง ใบหน้าสวยที่เด่นออกมาจากพวกฝรั่งตาน้ำข้าวทำให้หลายคนสนใจ และสายตาเหล่านั้นก็ทำให้คนถูกมองรู้สึกอึดอัดจนกลายเป็นประหม่ากลัว

 

เจ้าของดวงตากลมสวยกลอกมองไปมาด้วยท่าทางเลิ่กลั่ก แววตาที่ฉายแววสั่นกลัวคล้ายกับลูกกวางหลงป่า แผ่นหลังบางงองุ้มอย่างคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง

 

อ๊ะ..”

 

และเพราะไม่ทันได้สังเกตว่าทางข้างหน้าคือมุมตึกทำให้ร่างบางปะทะเข้ากับแผ่นอกแกร่งของใครบางคน ดวงตากลมสวยปิดสนิทอย่างหวั่นกลัวว่าจะถูกรังแก เพราะเด็กเอเชียมักถูกแกล้งอยู่บ่อยครั้ง  

 

เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ

 

ทว่าสำเนียงเจ้าถิ่นที่เอ่ยออกมากลับทำให้คนที่หวาดกลัวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมอง ใบหน้าคมเข้มบ่งบอกถึงสัญชาติคือสิ่งแรกที่มองเห็น หากแต่รอยยิ้มเป็นมิตรกลับเป็นสิ่งที่ตราตรึงในคราที่สบมอง

 

หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวคล้ายได้รับความชุ่มฉ่ำของหยาดฝน ก้อนเนื้อที่เคยเย็นชืดกลับมามีชีวิตอีกครั้งแถมยังสั่นระรัว

 

ผมขอโทษนะครับที่ไม่ระวังจนชนคุณเข้า

 

เรา.. เราต่างหากที่ไม่ระวัง

 

ถ้าอย่างนั้นเราก็ผิดกันคนละครึ่งแล้วกันครับ 

 

รอยยิ้มใจดีกับนัยน์ตาคมที่ทอความอบอุ่นทำให้หัวใจของคนมองสั่นไหว ความอ่อนโยนที่สัมผัสได้ช่วยหลอมละลายความหนาวเหน็บที่กัดกินหัวใจ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่ทั้งหวานและขม

 

นาย เอ่อ.. ชื่ออะไร

 

ชานยอลครับ, ปาร์ค ชานยอล

 

เรา.. ลู่หานนะ

 

ครับลู่หาน

 

ความสัมพันธ์เริ่มต้นขึ้นและค่อยๆ เติบโต ลู่หานที่ไร้ญาติเพราะกำพร้าตั้งแต่เด็กได้รับการเอาใจใส่และดูแลอย่างดีจนรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า ความรู้สึกชื่นชมประทับลงบนก้อนเนื้อภายใต้แผ่นอกเล็ก หัวใจที่เคยโดดเดี่ยวเหมือนได้กลับมามีไออุ่นอีกครั้ง

 

แม้จะเรียนกันคนละคณะแต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีแต่จะเพิ่มขึ้น ชานยอลกลายเป็นที่พึ่งเดียวของลู่หานไม่ว่าจะทางกายหรือทางใจ ความใกล้ชิดทำให้ทั้งคู่ยิ่งสนิทกันจนทุกคนคิดว่าสถานะของพวกเขาคือคนรัก

 

มึงชอบลู่หานใช่ไหม

 

เย็นวันหนึ่งยามย่างเข้าฤดูร้อน คำถามของคิม จงอินทำให้เรียวขาของใครบางคนชะงัก ดวงตากลมสวยเผยความสดใสเช่นเดียวกับรอยยิ้มบนใบหน้าอย่างมั่นใจในคำตอบ ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด

 

กู.. ไม่รู้

 

ไม่รู้? แต่ที่มึงเป็นอยู่ทุกวันนี้ทุกคนเขาก็เข้าใจว่ามึงคบกับลู่หานแล้วนะเว้ย

 

เราไม่ได้คบกัน

 

แล้วที่ผ่านมามันหมายความว่าไงวะ

 

ในวันนั้นลู่หานไม่ได้ยินคำตอบจากปากของชานยอลเพราะคนตัวสูงทำเพียงแค่เงียบและมองหน้าเพื่อนสนิทเท่านั้น ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปการแสดงออกของอีกฝ่ายก็ยิ่งชัดเจน และนั่นทำให้ลู่หานคิดเข้าข้างตัวเองอีกครั้ง

 

ลู่หานคือกุหลาบสีขาวของเรา

 

กุหลาบขาวช่อใหญ่ถูกยื่นมาตรงหน้าในวันวาเลนไทน์ปีที่พวกเขาเรียนอยู่ปีสุดท้าย ทุกอย่างชัดเจนอยู่ในหน่วยตาคมกริบแม้ว่าชานยอลจะไม่ได้เอ่ยมันออกมา แต่สัมผัสอ่อนหวานที่ประทับลงบนกลีบปากอิ่มก็ย้ำให้ลู่หานมั่นใจว่าตนคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับชายหนุ่ม

 

กาลเวลาผันผ่านจวบจนกระทั่งพวกเขาสำเร็จการศึกษา ในบ่ายวันหนึ่งของปลายเหมันต์ที่กลับมาเยือนอีกครั้งในรอบปี นั่นคือครั้งแรกที่ลู่หานได้มาเยือนปางไม้เติมฝัน

 

สวัสดี, พี่ชื่อลู่หานนะครับ

 

ลู่หานได้พบกับปาร์ค เซฮุนตัวน้อยในวัยแปดขวบ พวกเขาสนิทกันมากและเซฮุนก็รักลู่หานมากเสมือนพี่ชายร่วมสายเลือด ทว่าความสัมพันธ์ไม่ได้ถักทอกับแค่ปาร์คคนเล็กเท่านั้น

 

ฉันชอบเธอ

 

ปาร์ค ยองจิน, พ่อของชานยอลกับเซฮุนตกหลุมรักลู่หานตั้งแต่วันแรกที่ลูกชายคนโตพาอีกคนเข้ามาในบ้าน เขาหลงรักดวงตากลมสวยที่เหมือนกับภรรยาที่ตายไป และนานวันเข้ามันกลับกลายเป็นความลุ่มหลงจนอยากครอบครอง

 

เธอไม่ได้เป็นคนรักของชานยอลใช่ไหม

 

ผม..”

 

อย่าปฏิเสธเลยถ้าเธอรู้สึกเหมือนกันกับฉัน

 

น้ำมันใกล้ไฟย่อมกระพือเปลวเพลิงให้ลุกโหม ความชัดเจนที่ไม่เคยได้รับจากคนลูกทำให้ลู่หานเริ่มอ่อนโอน ความอบอุ่นและความรู้สึกมั่นคงที่ได้รับจากคนเป็นผู้ใหญ่ทำให้เด็กกำพร้าคนนึงเริ่มโหยหา และในที่สุดมันก็กลายเป็นความเห็นแก่ตัว

 

ชานชอบเราหรือเปล่าแรงกดดันทำให้ลู่หานเอ่ยถามหลังจากที่เก็บมันเอาไว้ในใจมานาน และจุดเล็กๆ ภายในหัวใจกำลังร้องขอให้ได้ยินคำตอบอย่างที่ใจหวัง

 

เรา..” ทว่าความลังเลในหน่วยตาคมก็ทำให้ลู่หานเข้าใจทุกอย่าง มันหมดสิ้นแล้วความอดทนที่พยายามมาตลอดหลายปี

 

เรารอชานมาสิบกว่าปีแล้วนะ

 

ลู่หาน

 

และเราไม่ใช่คนโง่ที่จะรออีกต่อไปแล้ว

 

ความสัมพันธ์ของชานยอลกับลู่หานจบสิ้นลงในวันนั้น และไม่นานหลังจากนั้นลู่หานก็ตอบรับคำขอแต่งงานของปาร์ค ยองจิน เวลาผ่านความรู้สึกย่อมเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับลู่หานที่จากเคยรู้สึกดีๆ กับชานยอลก็เปลี่ยนไปเป็นความชิงชัง

 

ความไม่ชัดเจนตลอดระยะเวลากว่าสิบปีมันสะสมจนเปลี่ยนความรักให้กลายเป็นความคับแค้น ลู่หานอยากให้ชานยอลรู้สึกเจ็บปวดบ้างเหมือนกับตอนที่ตนทนอยู่กับความไม่ชัดเจนในความสัมพันธ์ ซึ่งมันคือบทลงโทษที่สาหัสนักสำหรับคนที่ความรู้สึกยังคงเหมือนเดิมอย่างชานยอล

 

เรา.. เรารักลู่หานถ้อยคำที่รอคอยถูกเอ่ยออกมาในวันที่สายเกินไป เพราะคนที่ได้ฟังมันไม่ได้รู้สึกเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว

 

หึ ไม่คิดว่ามันสายไปแล้วหรือไง

 

เรารู้ว่าลู่หานไม่อยากได้ยินมันแล้ว แต่ที่เราไม่เคยพูด ที่เราเก็บไว้ในใจมาตลอดเพราะเรากลัวว่าจะเสียลู่หานไป

 

ใช่, นายเสียเราไปแล้วชานยอล

 

“…”

 

และจำเอาไว้ว่านายจะไม่มีวันได้เราคืน

 

กุหลาบสีขาวที่เคยหลงรักกลับถูกชิงชังและเหยียบย่ำด้วยเท้าของคนที่เป็นความหมายของมัน ชานยอลทอดมองกลีบดอกบอบช้ำที่ถูกทิ้งไว้บนพื้นผ่านม่านน้ำตา และหัวใจที่เคยอบอุ่นก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชานับตั้งแต่วันนั้น

 

 

 

 

            นกเงือกตัวผู้เริ่มออกหาอาหารเมื่อฤดูผสมพันธุ์มาถึง ฤดูกาลผันเปลี่ยนรอบแล้วรอบเล่าตามเงื่อนไขของเวลา และมันส่งผลให้ทุกสรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงตาม

 

            ในเรือนไม้หลังใหญ่ที่เคยมีเสียงหัวเราะเหลือเพียงร่องรอยของคราบน้ำตา เสียงเจื้อยแจ้วของปาร์คคนเล็กเงียบหายจนบรรยากาศหม่นหมอง จากที่เคยออกไปวิ่งซนทั่วปางกลายเป็นเก็บตัวอยู่ในห้องเพียงลำพัง

 

            จากเด็กที่เคยสดใสกลับกลายเป็นเด็กซึมเศร้า ทุกวันเซฮุนเอาแต่นั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย และทุกวันที่ต้องคอยปิดหูเพราะไม่อยากได้ยินเสียงของผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ตัว

 

พ่อจะพาลู่หานไปไหน!”

 

เรื่องของผัวเมีย! คนนอกอย่างแกไม่ต้องมายุ่ง!!”

 

จนกระทั่งวันหนึ่งที่หลากหลายความสัมพันธ์เดินทางมาถึงจุดแตกหัก เสียงตะโกนด่าทอดังลั่นบ้านท่ามกลางความพิโรธของพายุ ก่อนจะจบลงด้วยโศกนาฏกรรมนองเลือดที่นำมาซึ่งความสูญเสีย

 

พ่อเลี้ยงแห่งปางไม้เติมฝันเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุโดยที่ภรรยาซึ่งนั่งไปในรถคันเดียวกันกลายเป็นคนทุพพลภาพ ดอกกุหลาบสีขาวที่ริมรั้วกลายเป็นดอกไม้ที่ถูกชิงชัง ความรักแปรเปลี่ยนเป็นความคลั่งแค้น

 

เพราะนาย!! นายทำให้พ่อเลี้ยงจากฉันไป!!”

 

“…”

 

นายทำให้ฉันกลายเป็นคนพิการ!!”

 

หยาดน้ำตาแทบจะไหลเป็นสายเลือดบนดวงหน้าสวย ลู่หานร่ำไห้ถึงคนที่ตายจากและเคียดแค้นคนที่ยังอยู่ แววตาที่เคยงดงามมีเพียงความแข็งกร้าว และชานยอลที่ได้รับสายตาเช่นนั้นก็เอาแต่กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของตัวเอง

 

เราจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง

 

น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยออกมาอย่างแหบพร่าราวกับคนหมดเรี่ยวแรง ห่างออกไปไม่ไกลนักมีร่างของลู่หานที่นั่งกำหมัดแน่นอยู่บนวีลแชร์

 

นายได้รับผิดชอบแน่ ปาร์ค ชานยอล

 

“…”

 

ตลอดทั้งชีวิต!!”

 

ร่องรอยของบาดแผลต้องได้รับการเยียวยาและต้องมีคนรับผิดชอบ ซึ่งลู่หานเลือกแล้วว่าคนๆ นั้นคือชานยอลคนเดียวเท่านั้น

 

ทุกคนล้วนเจ็บปวดจากทุกสิ่งที่พังทลาย และคนเรามักเห็นแก่ตัวที่จะไขว่คว้าสิ่งที่ต้องการเพื่อเป็นหลักประกันให้กับชีวิต

 

เช่นเดียวกันกับลู่หาน

 

 

 

 

 

 

 

 

(ปัจจุบัน)

 

            แสงแดดยามเช้าลอดผ่านรอยแยกของผืนผ้าม่าน วิหคน้อยใหญ่ส่งเสียงขับขานอยู่นอกระเบียงกว้าง เคล้าคลอกับเสียงหวีดหวิวของลมหนาวที่หวนมาเยือน

 

            ผิวเนียนละเอียดที่โผล่พ้นจากผ้าห่มผืนหนาถูกความหนาวเหน็บโลมเลีย ร่างเล็กบางขยับกายซุกเข้าหาความอบอุ่นราวกับลูกแมวขี้หนาว ขดกายเป็นก้อนกลมๆ จนแทบจะจมหายไปกับผืนเตียง

 

            อืออ..”

 

            แรงขยับกับเสียงครางแผ่วปลุกใครอีกคนที่นอนอยู่ข้างกันให้ตื่นจากนิทรา หน่วยตาคมกริบค่อยๆ ปรือเปิดรับแสงแดดในยามเช้า และสิ่งแรกที่ปรากฏในกรอบสายตาก็คือใบหน้าหวานที่หลับพริ้มอยู่ในอ้อมกอด

 

            ปาร์ค ชานยอลทอดมองใบหน้าของภรรยาตัวเล็กด้วยสายตารักใคร่ ความรู้สึกรักเปี่ยมล้นอยู่เต็มอกจนหุบยิ้มไม่ได้ และยิ่งได้เห็นร่องรอยสีกุหลาบที่ประทับอยู่บนผิวกายขาวก็ยิ่งทำให้ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มกว้างมากกว่าเดิม

 

            นับจากคืนแรกที่พวกเขาเป็นหนึ่งเดียวกันที่เมืองอัลพ์บัช, ประเทศออสเตรีย เวลาก็ผ่านมาเกือบหนึ่งเดือนแล้ว ทว่าหลังจากวันนั้นชานยอลก็ยังหลงใหลในร่างกายหอมหวานของภรรยาและชอบรังแกอีกฝ่ายอยู่แทบทุกคืน

 

            และดูเหมือนว่าเมื่อคืนพ่อเลี้ยงหนุ่มจะเอาแต่ใจมากไปหน่อยทำให้เช้านี้ภรรยาตัวน้อยตื่นสายกว่าทุกวัน

 

            ที่รักครับเสียงทุ้มกระซิบข้างหูคนที่ขดตัวอยู่ในผ้าห่ม ซึ่งมีเพียงแรงขยับน้อยๆ เท่านั้นที่ได้รับกลับมา

 

            “…”

 

            “สายแล้วนะ

 

            สัมผัสแผ่วเบาที่คลอเคลียปลายจมูกปลุกให้คนที่กำลังฝันหวานลืมตาตื่น แพขนตาสีอ่อนค่อยๆ ปรือเปิดเผยให้เห็นลูกแก้วกลมใส เรียวตารีสวยกะพริบถี่ก่อนจะหยีลงเพื่อหนีแสง

 

            แม่นางคนใหม่ของปางไม้เติมฝันขยับตัวไปมาเพื่อคลายความเมื่อยขบ กิจกรรมรักที่ยาวนานค่อนคืนทำให้ร่างกายอ่อนเพลียจนแทบไม่มีแรง ผิดกับใครอีกคนที่กระปี้กระเปร่าเพราะสบายตัว

 

            เช้าแล้วหรือครับเสียงแหบหวานเอ่ยถามเจ้าของอ้อมแขนแกร่ง ซึ่งชานยอลก็พยักหน้ารับพร้อมกับงับปลายจมูกรั้นด้วยความมันเขี้ยว

 

            ลุกไหวไหม

 

            “คิดว่าไหวครับ

 

            แบคฮยอนเอ่ยตอบเสียงแผ่วก่อนจะค่อยๆ ขยับลุกขึ้นนั่ง ทว่าทันทีที่กายบางพ้นจากผืนผ้าเจ้าตัวก็รีบมุดกลับเข้าไปเหมือนเดิมเมื่อเห็นว่าไม่มีเสื้อผ้าสักชิ้นปกปิดร่างกาย

 

            คุณใหญ่ครับ

 

            “หื้ม

 

            “ชุดนอนของผมอยู่ไหนครับ

 

            แม้จะเขินอายมากแค่ไหนที่ต้องเอ่ยถามแต่แบคฮยอนก็ไม่มีทางเลือกเพราะคนที่ถอดมันเมื่อคืนคือคนตรงหน้า ทว่ารอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าคมก็ทำให้แบคฮยอนรู้ว่าไม่น่าเอ่ยถามอีกคนเลย

 

            ฉันคิดว่านายไม่น่าจะใส่มันได้แล้วล่ะ เพราะเมื่อคืนเหมือนกระดุมจะขาด

 

            “กระดุมขาด?”

 

            “ใช่, ก็ตอนที่ฉันกระชาก—

 

            “หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยครับ

 

            เรียวตารีสวยที่ตวัดมามองราวกับลูกแมวพองขนทำให้พ่อเลี้ยงหนุ่มหัวเราะ ไหนจะฝ่ามือบางที่ปิดทับลงมาบนริมฝีปากอีกที่ทำให้คนมองยิ่งรู้สึกเอ็นดู

 

            ใส่เสื้อของฉันก่อนก็ได้ชานยอลส่งเสื้อนอนตัวโคร่งของตนให้กับผู้เป็นภรรยา ซึ่งแบคฮยอนก็รับมาใส่อย่างไม่อิดออด

 

            แล้วกางเกงล่ะครับ

 

            “ฉันใส่อยู่

 

            พอได้ยินแบบนั้นแบคฮยอนก็ค้อนใส่คนที่นอนยิ้มอยู่อย่างงอนๆ แน่นอนว่าท่าทางเช่นนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากชานยอลได้เป็นอย่างดี ก่อนที่เสียงหัวเราะของทั้งคู่จะดังขึ้นพร้อมกันภายในห้องนอนอันอบอุ่น

 

            หลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวกันเรียบร้อยแล้ว ชานยอลกับแบคฮยอนก็ลงมาที่ชั้นล่างพร้อมกันเพื่อทานมื้อเช้า ระหว่างที่เดินมายังโถงหน้าบันไดทั้งคู่ก็พบกับก้อนสีเทาแซมน้ำตาลที่นอนขดอยู่บนพื้น และเมื่อดวงตาสุกใสหันมาเห็นมันก็เดินนวยนาดเข้ามาคลอเคลียแบคฮยอนทันที

 

            ว่าไงคุณโช, หายไปไหนมาหลายวันหืม

 

            เมี้ยว~

 

            แบคฮยอนอุ้มเจ้าแมวอ้วนที่ชอบหนีเที่ยวขึ้นมาแนบอกพร้อมกับเอ่ยถาม ซึ่งมันก็ส่งเสียงร้องตอบกลับมาราวกับว่าเข้าใจคำพูดของเจ้านาย

 

            เข้าไปในป่าช่วงนี้บ่อยๆ เดี๋ยวก็เจอไฟป่าเข้าสักวัน

 

            “อย่าพูดเป็นลางสิครับ

 

            แบคฮยอนรู้สึกไม่ดีทุกครั้งที่ได้ยินเรื่องไฟป่าที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงรอยต่อระหว่างฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูหนาว เพราะมันทำให้แบคฮยอนนึกสงสารคุณโชที่เคยสูญเสียครอบครัวเพราะพิษของธรรมชาติ

 

            มันจะไม่มีเรื่องน่าเศร้าแบบนั้นเกิดขึ้นอีกแล้ว

 

            “แต่ผมรู้สึกไม่ดี

 

            “อย่ากลัวไปเลยนะ, เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นฉันจะปกป้องนายเอง

 

            ความอ่อนโยนจากอ้อมกอดที่แสนคุ้นเคยทำให้แบคฮยอนยกยิ้มบาง หัวกลมเอนซบลาดไหล่กว้างเช่นเดียวกับท่อนแขนแกร่งที่กระชับแน่น หัวใจสองดวงแนบชิดกันเป็นหนึ่งเดียว และมันจะคงอยู่เพื่ออีกคนตราบนานเท่านาน

 

 

 

 

           

 

 

 

 

            ในยามบ่ายคล้อยที่แสงแดดเริ่มเจือจาง ไม่ไกลจากหน้าเรือนใหญ่มากนักมีร่างของสองนายบ่าวที่กำลังวุ่นวายอยู่กับจักรยานคันสีฟ้า แบคฮยอนก้มมองล้อรถเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ อีกคนคือป้าแมรี่ที่กำลังจัดกระบอกน้ำลงในตะกร้าหน้ารถ

 

            หลังจากที่ทานของว่างในช่วงบ่าย แบคฮยอนที่ได้ยินแมรี่คุยกับเด็กรับใช้ว่าดอกไฮยาซินธ์เริ่มบานรับลมหนาวแล้วก็อยากออกไปเก็บมาจัดแจกัน แน่นอนว่าเจ้าตัวรีบเอ่ยถามหากแต่แมรี่กลับห้าม เพราะว่าสถานที่ที่ดอกไฮยาซินธ์บานมันอยู่ไกลจนเกือบถึงท้ายปาง

 

            ทว่าคำสั่งของผู้เป็นนายที่บอกให้ตามใจภรรยาทุกเรื่องบวกกับท่าทางออดอ้อนของแม่นางคนใหม่ก็ทำให้แมรี่จนใจจะเอ่ยห้าม แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้จนต้องเตรียมน้ำให้เอาติดไปด้วยเพราะกลัวว่าจะเหนื่อยระหว่างทาง

 

            ถ้าคุณเล็กอยู่ด้วยป้าคงเป็นห่วงคุณน้อยกว่านี้แมรี่เอ่ยถึงเด็กซนของตนที่วันนี้ตามคุณหมอคิมไปเที่ยวในตัวเมือง ซึ่งแบคฮยอนก็ทำเพียงยกยิ้มบาง

 

            ป้าแมรี่อย่ากังวลเลยนะครับ, ผมสัญญาว่าจะดูแลตัวเองดีๆ

 

            “ถ้าพ่อเลี้ยงรู้เข้าต้องโกรธป้าแน่ๆ เลยค่ะ

 

            “เขาไม่โกรธหรอกครับ

 

            แบคฮยอนเอื้อมไปจับฝ่ามือเหี่ยวย่นตามวัยมาลูบเบาๆ เพื่อให้คนแก่กว่าคลายกังวล แน่นอนว่าท่าทางอ้อนกลายๆ เช่นนั้นก็ทำให้แมรี่ใจอ่อนอีกครั้งและยอมในที่สุด

 

            ดูแลตัวเองดีๆ นะคะคุณ

 

            “ครับ

 

            แบคฮยอนรับคำคุณป้าแม่บ้านพร้อมกับยิ้มให้เพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ ก่อนที่เรือนกายบางจะปั่นจักรยานออกไปจากหน้าเรือนเพื่อไปยังสวนไฮยาซินธ์ที่กำลังผลิบานอีกครั้งในรอบปี

 

            อุณหภูมิที่เริ่มเย็นลงเพราะลมหนาวทำให้อากาศในยามบ่ายเย็นสบาย แบคฮยอนค่อยๆ ปั่นจักรยานอย่างระมัดระวังด้วยความเร็วไม่มากนัก อีกอย่างก็เพื่อซึมซับความงดงามของธรรมชาติที่มีให้เห็นตลอดสองข้างทาง

 

            อากาศดีจัง

 

            เสียงฮัมเพลงดังขึ้นเบาๆ ในลำคอผสานไปกับเสียงนกน้อยที่บินล้อสายลม กลิ่นหอมสดชื่นของพงไพรเรียกรอยยิ้มเล็กๆ บนดวงหน้าหวานได้เป็นอย่างดี ชายเสื้อสีครีมพลิ้วไหวราวกับการขยับปีกของผีเสื้อ เกิดเป็นภาพความงดงามที่ไร้ซึ่งการปรุงแต่ง

 

            ทว่าเมื่อปั่นจักรยานมาได้สักพักแบคฮยอนก็แว่วยินเสียงบางอย่างดังใกล้เข้ามา เรียวคิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัยระคนกังวลใจ และในเวลาต่อมากรอบสายตาก็ได้เห็นที่มาของเสียงนั้น

 

            ฮี่~

 

            อาชาหนุ่มตัวสูงใหญ่วิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าด้วยการบังคับของเจ้านาย เจ้าแบล็คชูขาหน้าขึ้นเมื่อบังเหียนถูกกระตุกก่อนที่มันจะยอบต่ำเมื่อเห็นผู้เป็นนายอีกคน แน่นอนว่าท่าทางแสนรู้นั้นเรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากแบคฮยอนได้เป็นอย่างดี

 

            หวัดดีแบล็ค

 

            ฮี่~

 

อเมริกันแซดเดิลสีดำนิลของพ่อเลี้ยงหนุ่มร้องตอบราวกับรู้ความ แบคฮยอนจึงยื่นมือไปลูบหัวมันอย่างรักใคร่ก่อนจะช้อนตามองคนที่นั่งอยู่บนหลังอาชา สายตาสองคู่สบมองกันก่อนที่พวกเขาจะหลุดยิ้มออกมา

 

หนีเที่ยวหรือครับแม่นาง ชานยอลเอ่ยเย้าภรรยาของตนด้วยความเอ็นดู ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่ออีกฝ่ายค้อนให้

 

ป้าแมรี่โทรมาบอกใช่ไหมครับ

 

ท่านแค่เป็นห่วงนาย

 

ผมไม่ใช่เด็กสักหน่อย

 

เด็กสิ, เพราะดื้อเหมือนเจ้าเล็กไม่มีผิด

 

คนที่ถูกเปรียบเทียบว่าเหมือนกับเด็กซนประจำปางแอบมุ่ยหน้าอย่างไม่ชอบใจนัก จังหวะเดียวกันนั้นเจ้าของร่างสูงที่นั่งอยู่บนหลังม้าก็กระโดดลงมายืนบนพื้น ก่อนจะตบก้นม้าหนุ่มเพื่อให้มันวิ่งกลับไปที่คอก

 

จะไปเก็บดอกไฮยาซินธ์ใช่ไหม

 

ครับ

 

ไปสิ, เดี๋ยวฉันปั่นให้

 

ชานยอลเดินเข้ามาใกล้แบคฮยอนเพื่อจะปั่นจักรยานให้คนตัวบางซ้อน ทว่าแบคฮยอนกลับส่ายหัวพร้อมกับเพยิดหน้าไปทางเบาะหลัง ซึ่งนั่นทำให้ชานยอลขมวดคิ้ว

 

ผมเคยพูดแล้วไงว่าจะพิสูจน์ให้เห็นว่าผมซ้อนคุญใหญ่ไหว

 

คำพูดเมื่อครั้งที่พวกเขาไปฮันนีมูนทำให้ชานยอลหัวเราะออกมา หน่วยตาคมกริบทอดมองใบหน้าของคนรักด้วยความเอ็นดูพอๆ กับความรู้สึกมันเขี้ยว

 

แน่ใจใช่ไหม

 

ขึ้นมาเลยครับ

 

ฝ่ามือบางที่ตบปุๆ ลงบนเบาะหลังทำให้ชานยอลส่ายหัวอย่างอ่อนใจ ทีเมื่อครู่ยังหน้ามุ่ยอยู่เลยที่เขาบอกว่าดื้อเหมือนเจ้าเซฮุน แล้วดูตอนนี้สิ, ไม่ให้เรียกว่าดื้อจะให้เรียกว่าอะไร

 

ภาพของเจ้านายทั้งสองที่คนตัวเล็กกว่าปั่นจักรยานให้คนตัวโตนั่งเรียกสายตาของคนงานในปางให้หันมามอง พวกเขาต่างก็อดยิ้มตามไม่ได้เมื่อสัมผัสได้ถึงความน่ารักของคนทั้งคู่ เรียกได้ว่าเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากราวกับดอกไม้งามกับแมลงภู่ผึ้ง

 

เหนื่อยหรือยังชานยอลที่นั่งเกาะเอวบางยื่นหน้าไปถามคนที่ปั่นจักรยานเก่งเอาเรื่อง และดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะสนุกมากจนแทบไม่มีท่าทีเหนื่อยอ่อน

 

ไม่ครับ

 

ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืนนะ

 

อื้ม

 

น้ำเสียงหวานที่ขานรับเสียงใสทำให้ชานยอลได้แต่ยกยิ้มและยอมตามใจ และในที่สุดพวกเขาก็มาถึงสวนดอกไฮยาซินธ์ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติซึ่งกำลังชูช่อเบ่งบาน

 

กลิ่นหอมอ่อนๆ กับกลีบดอกหลากหลายสีสันทำให้แบคฮยอนยกยิ้มกว้าง ภาพตรงหน้างดงามมากจนไม่อาจละสายตา เรียวตารีสวยเป็นประกายสดใสจนคนมองอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเมื่อเห็นคนรักมีความสุข

 

ไปตัดกันครับ

 

ใบหน้าหวานหันมายิ้มให้คนข้างกายพร้อมกับจูงฝ่ามือหนาเข้าไปในสวน เสียงหัวเราะและรอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากใบหน้าของทั้งคู่ และเชื่อเถอะว่ามันมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นในทุกวัน

 

ชานยอลกับแบคฮยอนใช้เวลาอยู่ในสวนไฮยาซินธ์ไม่นานนักพวกเขาก็กลับมาที่จักรยานเตรียมกลับเรือนใหญ่ แน่นอนว่าขากลับแบคฮยอนก็ยังคงดื้อจะปั่นให้สามีซ้อน และมีหรือที่คนซึ่งยอมตามใจอีกฝ่ายทุกอย่างจะขัดใจ

 

ทว่าเมื่อปั่นออกมาจากสวนได้ไม่ไกล ชานยอลก็กระโดดลงจากเบาะหลังและใช้มือผลักจักรยานให้เคลื่อนที่ไปข้างหน้า ท่าทางของทั้งคู่จึงเหมือนกับคุณพ่อที่หัดลูกน้อยปั่นจักรยานไม่มีผิด

 

ฮ่าๆ เร็วไปแล้วนะครับคุณใหญ่

 

แบคฮยอนหัวเราะร่วนเมื่อความเร็วของรถค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังก้องไปทั่วบริเวณบ่งบอกถึงปริมาณความสุข โดยที่ไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนที่เกลียดชังความสุขเหล่านั้น

 

ไม่ไกลจากตรงนั้นมีร่างของคนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์ไฟฟ้า ดวงตากลมสวยฉายแววชิงชังและเคียดแค้น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนดวงหน้าสวยไม่เหมือนกับรอยยิ้มงดงามอย่างที่เคยเป็น

 

ลู่หานจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกขมปร่า ความแค้นที่สุมอยู่ในใจยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้าย เพราะถ้าเพียงลู่หานปล่อยวางสักนิด เขาจะพบว่าในทุกรูปแบบของความสัมพันธ์ย่อมงดงามในแบบของมัน

 

พาฉันไปหาพวกเขาน้ำเสียงราบเรียบเอ่ยสั่งเด็กรับใช้คนสนิท ซึ่งอเดลก็รีบเข็นวีลแชร์ออกเดินเพราะกลัวว่าเจ้านายจะโกรธและพาลมาลงที่ตน

 

วีลแชร์คันเล็กเคลื่อนไปตามแรงบังคับจนกระทั่งเข้าไปอยู่ในกรอบสายตาของคนที่ยังคงหยอกล้อกัน เป็นแบคฮยอนที่หันมาเห็นก่อนจึงเอ่ยบอกคนตัวสูงที่ยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งชานยอลก็ชะงักไปเพราะตั้งแต่ที่ลู่หานย้ายมาอยู่ที่เรือนเล็กท้ายปางพวกเขาก็ไม่ได้พบกันอีกเลย

 

สบายดีนะครับคุณลู่หาน

 

ก็ตามสภาพครับ

 

แม้คำตอบจะห้วนสั้นแต่รอยยิ้มสวยที่มักประดับอยู่บนดวงหน้าสวยเสมอก็ทำให้แบคฮยอนยกยิ้มบาง อย่างน้อยๆ อีกฝ่ายก็ไม่ได้แสดงท่าทีเกลียดชังแถมยังยิ้มให้เหมือนอย่างเคย ซึ่งแบคฮยอนก็ได้แต่หวังว่าเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตจะจบสิ้นลงเสียที

 

มาเก็บดอกไม้หรือครับลู่หานเอ่ยถามแบคฮยอน ทว่าดวงตากลมสวยกลับทอดมองใบหน้าคมอย่างตัดพ้อ กลีบปากอิ่มเม้มแน่นด้วยความน้อยใจที่อีกคนไม่แม้แต่จะเอ่ยทักกันสักคำ

 

ครับแบคฮยอนซึ่งเห็นทุกอย่างทำเพียงยิ้มบาง ก่อนจะหยิบดอกไฮยาซินธ์หนึ่งดอกจากในตะกร้ายื่นไปให้คนที่นั่งอยู่บนวีลแชร์

 

ให้ผมทำไม

 

เพราะว่ามันสวยและเหมาะกับคุณลู่หานน่ะครับ

 

แบคฮยอนเอ่ยบอกเพียงเท่านั้นก่อนจะแตะฝ่ามือลงบนหลังมือหนาเพื่อบอกให้คนตัวสูงรู้ว่าตนจะกลับแล้ว ซึ่งชานยอลก็พยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มให้คนข้างกาย

 

ท่ามกลางสายลมหนาวที่หอบเอากลิ่นหิมะลงมาจากยอดเขา ดวงตากลมสวยทอดมองแผ่นหลังของคนสองคนที่ค่อยๆ พร่าเบลอเพราะระยะทางที่ห่างออกไป ก่อนจะก้มมองดอกไฮยาซินธ์ในฝ่ามือด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย

 

ภาษาดอกไม้ของดอกไฮยาซินธ์คือการเริ่มต้นใหม่

 

กึก!

 

และแน่นอนว่ามันจะสวยงามหากจิตใจของคนที่ได้รับไม่ได้มืดบอดจนขยำกลีบดอกที่แสนบอบบางจนช้ำคามือ

 

 

 

 




tbc. 

 

ตอนนี้ก็แค่ย้อนเรื่องราวในอดีตของลู่หาน

พวกเธอจะกลัวดราม่ากันทำไมเนี่ย

ps. เวลคัมสามจิ๋วทูไทยแลนด์จ้า

#ซคกด




S
N
A
P
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 627 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,072 ความคิดเห็น

  1. #2044 damnernkit (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:59
    แล้วเธอมีความสุขเหรอที่ทำแบบนี้ แก้แค้นแล้วเธอมีความสุขหรือเปล่า
    #2,044
    0
  2. #1998 pbcy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 / 13:42
    ลู่หานไม่ปล่อยวาง เอาแต่โทษคนอื่นไปเรื่อย ถ้าลองหันกลับมามองตัวเองก็จะเข้าใจอะไรได้มากขึ้นนะ
    #1,998
    0
  3. #1948 @_@ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 23:56

    ต่างคนก็ต่างเจ็บปวดมามากพอแล้ว ลู่หานก็ควรจะมูฟออนบ้างนะะะะะ

    #1,948
    0
  4. #1929 Ninee6104 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 19:45
    ฉันเลี่มกลัวใจของลู่หานแล้วนะ
    #1,929
    0
  5. #1833 Chi_Yeol (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2563 / 16:08
    ลู่จะดื้อดึงไปทำไม เจ็บเปล่าๆ
    #1,833
    0
  6. #1794 pcy921 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 01:25
    แหมมมลืมไปเลยเนอะว่าตัวเองหักพวงมาลัยรถจนเกิดอุบัติเหตุอะค่ะ
    #1,794
    0
  7. #1704 bbblueskyy (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 15:08
    ลู่ต้องเริ่มใหม่แล้วก็หัดปล่อยวางได้แล้ว
    #1,704
    0
  8. #1328 lalalaรำคาญลู่หาน (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 18:37

    ยังหวังกับไรท์ที่บอกว่าแบคไม่ได้อ่อนแอน๊า แงงงง คือลู่หานอ่ะ...เค้าให้อยู่ที่ปางก็ดีแค่ไหนแล้ว จะโทษแค่ชานยอลก็ไม่ได้อ่ะ เป็นคนที่แบบ ..โลกหมุนรอบตัวฉันอ่ะ ฉันไม่ผิดและฉันไม่เคยผิด ปฏิเสธชานเอง เลือกพ่อชานไปอีก ึึึงพวงมาลัยพ่อชานจนตายแต่ตัวเองดันพิการไ เลือกเองทั้งน้านนนน บอกว่าชานไม่แน่ชัดละตัวเองเข้าหาขานบ้างป่าว?บอกชอบเค้าบ้างป่าว?จีบบ้างป่ะ? น่ารำคาญ

    #1,328
    0
  9. #1220 fagalalalll (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 20:36
    น่ารักมากกกก เรื่องนี้น่ารักมากๆ
    #1,220
    0
  10. #1219 -E_Tang- (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 09:55

    วนมาอ่านกี่ครั้งๆก็เขิน บ้าบอออออออ จะเขินทุกครั้งแบบนี้ไม่ได้ รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #1,219
    0
  11. #1218 AmmCB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 03:31
    วนกลับมาอ่านอีกซ้ำๆ เขินคุณใหญ่ตอนปลุกแม่นาง “ที่รักครับ” เรียกแบบนี้ตลอดไปเลยได้มั้ยคะ
    #1,218
    0
  12. #1217 honeyxhotaru (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 18:55
    ลู่หานจะแก้แค้นไปทำไมอีกน้อ ตัวเองเลือกทางนั้นเองแท้ๆ
    #1,217
    0
  13. #1212 AmmCB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 20:59
    ทุกคืนเลยเหรอคะพ่อเลี้ยงแม่นางช้ำหมดแล้ว อิอิ อ่านวนรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้แต่ไม่เคยเบื่อเลย รอตอนใหม่อยู่นะคะ
    #1,212
    0
  14. #1211 qzmybear (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 02:01
    ลู่หานไม่จบสินะ เฮ้อออ
    #1,211
    0
  15. #1210 fourfivesix (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 10:27
    สองคนนี้น่ารักมากกกกกก ฮือ คุนลู่น่ากลัวอ่ะ แง
    #1,210
    0
  16. #1208 Anya (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 22:40

    พี่ลู่น่ากลัวจริงๆ กลัวแบคจะเป็นอันตรายจัง

    #1,208
    0
  17. #1207 ppeii (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 10:28
    ปล่อยวางได้แล้วลู่หานนนน ;-;
    #1,207
    0
  18. #1206 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 05:41

    ไม่อยากให้ลู่หานเป็นแบบนี้เลยอ่ะคืออยากให้ลู่หานปล่อยวางและยอมรับความจริงให้ได้มากกว่ารู้ว่ามันยากแต่มันจะดีเพื่อตัวลู่หานเองนะ ขอร้องว่าอย่าทำร้ายแบคฮยอนเลย :(

    #1,206
    0
  19. #1205 Anpyasss (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 23:02
    โง้ยยยยยภาษาดีมากกกกกหหหหหห รัก คิคิ ลู่อย่าทำน้องนะ อย่าให้ชั้นต้องร้าย สมทบทีมน้องงุน
    #1,205
    0
  20. #1204 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 15:49
    แผลในใจลูห่านมากเกินไป ยากแก่การปล่อยว่างแล้ว แต่ก็อยากให้ลูห่านปลอยว่างนะ มันจะทำให้หนูมีความสุขนะลูก แบคไม่รู้เรื่องไรเลย หนูอย่าทำร้ายน้องเลยนะ
    #1,204
    0
  21. #1203 AmmCB (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 04:46
    พ่อเลี้ยงขยันปั๊มลูกทุกวันขนาดนี้แม่นางต้องมีลูกแฝดนะคะชายหญิงไปเลย คิคิ
    #1,203
    0
  22. #1202 shiwenfang (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 00:43
    ลู่หานไม่น่าจะปล่อยวางได้แล้ววว เห้อออ
    #1,202
    0
  23. #1200 vivivenus (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 20:25
    รอตอนรับอยู่จ้าๆๆๆ
    #1,200
    0
  24. #1190 koii0926 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 02:01
    ลู่หานจะแค้นอะไรขนาดนี้ แบคไม่รู้เรื่องไรด้วยเลยอ่ะ กลัวใจลู่มากๆ อย่าทำไรร้ายๆเลยนะ
    #1,190
    0
  25. วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 01:35
    เดาใจลู่หานไม่ถูกเลยค่ะ ;-; แต่เหนือสิ่งอื่นใด อยากเห็นเจ้ามินิคุณใหญ่กับแม่นางแล้ววว อิอิ
    #1,189
    0