(E-BOOK) SECRET GARDEN | CHANBAEK KAIHUN

ตอนที่ 13 : 13 | Set Fire to the Rain

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 404 ครั้ง
    13 ต.ค. 62




13 | Set Fire to the Rain

คุณจะดึงดันจุดไฟท่ามกลางสายฝนไปทำไม

ในเมื่อรู้ว่าสุดท้ายแล้ว

เปลวไฟนั้นก็ต้องดับลงด้วยหยาดฝนอยู่ดี

Secrets of Garden




 

 

เข็มของกาลเวลาหมุนเปลี่ยนเวียนกลับมาบรรจบที่ฤดูใบไม้ร่วงอีกครั้งผ่านมาสองเดือนแล้วหลังจากวันนั้นที่ความสัมพันธ์ในหลากหลายรูปแบบเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปตามห้วงแห่งเวลา ทว่าก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่ยังคงเหมือนเดิม

 

เช้าแรกของฤดูใบไม้ร่วงมาพร้อมกับสายลมจางๆ ที่ช่วยให้อากาศของเฮลเวเทียอบอุ่นขึ้นกว่าเดิม อุณหภูมิในอากาศลดต่ำลงในตอนกลางวันทว่าพอตกเย็นก็จะสูงขึ้นอีกครั้งตามแบบฉบับของเมืองหนาว ใบไม้ในผืนป่าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองทอง บ้างก็สีส้มอมแดงไปตามสายพันธุ์ที่แตกต่างกันไป

 

อุณหภูมิที่เย็นสบายทำให้วันนี้แบคฮยอนเลือกใส่สเวตเตอร์เนื้อบางสีพีชสลับขาว เข้าคู่กับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม และที่น่าตกใจก็คือคนที่เปิดประตูออกมาจากห้องฝั่งตรงข้ามดันใส่เสื้อสีเดียวกันกับแบคฮยอนราวกับฝาแฝด

 

ว้าว~ คัพเพิลๆ

 

เสียงร้องดีใจของปาร์คคนเล็กเรียกเสียงหัวเราะจากแบคฮยอนได้เป็นอย่างดี ก่อนที่ร่างเล็กบางของแบคฮยอนจะเซไปข้างหลังเล็กน้อยเมื่อคนเด็กกว่าโถมตัวเข้ามากอดกันเต็มแรง

 

ใจเราตรงกันเลยเนอะ

 

แบคฮยอนได้แต่พยักหน้ารับคำพูดของเด็กน้อยในอ้อมกอดที่ยิ้มแป้นจนแก้มกลมดันตัวขึ้นเป็นก้อน ไม่อยากจะบอกเลยว่าปาร์ค เซฮุนน่ะอ้วนขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อยเพราะเจริญอาหารที่แบคฮยอนทำให้ทาน

 

วันนี้แบคจะเข้าไปช่วยงานพี่ใหญ่ในปางหรือเปล่าขณะที่ทั้งคู่เดินลงบันไดมายังชั้นล่างของเรือน เสียงเจื้อยแจ้วของเซฮุนก็เอ่ยถามออกมาตลอดทาง โดยคนที่มีหน้าที่ตอบเด็กช่างถามก็คือแบคฮยอน

 

ไม่ครับ, พอดีว่าช่วงบ่ายทางเวดดิ้งจะเข้ามาดูสถานที่น่ะครับ

 

งั้นพี่ใหญ่ก็ไม่เข้าปางเหมือนกันน่ะสิ

 

พี่จะเข้าหรือไม่เข้ามันเกี่ยวอะไรกับเด็กซนหืม?” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้เพื่อนซี้ต่างวัยหันกลับไปมอง ก่อนจะเป็นเซฮุนที่ผละไปจากเอวของแบคฮยอนแล้วไปคว้าหมับเข้าที่เอวของพี่ชายตัวสูงแทน

 

เล็กแค่จะติดรถไปด้วยคร้าบ~

 

จะไปซนที่ฟาร์มล่ะสิ

 

อื้อ! วันนี้ซูจังจะให้น้ำนมครั้งแรก เล็กอยากเป็นคนคั้นน้ำนมเองเด็กซนเอ่ยออกมาเสียงใสก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อถูกบีบปลายจมูกรั้นเพราะความน่ามันเขี้ยวของตัวเอง

 

ถ้างั้นพี่ให้ยืมรถวันนึงดีไหม

 

จริงเหรอครับ!”

 

จริงสิ, เพราะวันนี้พี่คงไม่เข้าปาง

 

ปากเอ่ยตอบคนน้องทว่าหน่วยตาคมกลับทอดมองใบหน้าหวานของคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนที่ความรู้สึกบางอย่างจะทำให้ชานยอลส่งมือของตัวเองออกไปลูบกลุ่มผมนิ่ม และหยุดลงที่กรอบหน้าหวานโดยแนบเอาไว้ที่แก้มนุ่มราวกับมาร์ชเมลโล่

 

คิก~ เขินจัง

 

เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กแสบทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองที่ทอดมองกันด้วยสายตาอ่อนหวานรีบผละออกจากกัน ต่างฝ่ายต่างขัดเขินกับการกระทำเมื่อครู่ ทว่าคนที่ดูจะเขินที่สุดกลับเป็นเด็กน้อยที่ยืนอยู่ตรงกลาง ใบหน้าน่ารักของเซฮุนเจือสีแดงระเรื่อไม่ต่างอะไรกับใบหูทั้งสองข้างที่ขึ้นสีไม่ต่างกัน

 

เขินอะไรน่ะเรา

 

เป็นแบคฮยอนที่เอ่ยออกมาแก้เก้อทั้งๆ ที่ใบหน้าหวานเจือไปด้วยร่องรอยของความเขินไม่ต่างจากเซฮุน ก่อนที่เรือนกายเล็กบางจะเดินหนีออกมาจากตรงนั้นเพราะทนสายตาล้อเลียนของสองพี่น้องไม่ไหว

 

พี่ใหญ่ทำแบคฮยอนของเล็กเขินอ่ะเซฮุนจิ้มแก้มของผู้เป็นพี่ชายพร้อมกับหัวเราะคิกคัก ซึ่งชานยอลก็ไม่ได้ว่าอะไรกับการกระทำเด็กๆ ของน้องชายตัวเอง

 

ใช่ของเราที่ไหนกัน

 

แหนะ~ จะบอกว่าแบคฮยอนเป็นของตัวเองอ่ะดิ

 

หึ..” ชานยอลทำเพียงยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินออกมาจากตรงนั้น ทิ้งให้เด็กน้อยอย่างเซฮุนแปลความหมายจากรอยยิ้มนั้นเองและเขินเองอยู่คนเดียว

 

ฮื่อออ~ แล้วทำไมแก้มร้อนๆ เนี่ย

 

เด็กน้อยของป้าแมรี่บ่นงึมงำอยู่เพียงลำพังโดยที่สองฝ่ามือก็แนบแก้มของตัวเองไปด้วย หัวกลมภายใต้เส้นผมสีน้ำตาลธรรมชาติสะบัดไปมาเพื่อไล่ความเขินที่ลามเลียไปทั่วทั้งใบหน้า ก่อนที่ร่างสูงโปร่งจะวิ่งตามร่างเล็กของพี่ชายคนโปรดเข้าไปในห้องครัว

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงเช้าของวันแต่ละคนต่างก็แยกย้ายไปทำกิจกรรมของตัวเอง ปาร์คคนเล็กขับกระบะคันเก่าของพ่อเลี้ยงไปยังฟาร์มโคนมเพื่อดูแม่วัวที่ตนป้อนนมมากับมือให้น้ำนมเป็นครั้งแรก

 

ปาร์คคนโตจมอยู่กับกองเอกสารของปางไม้อยู่ในห้องทำงานทางฝั่งปีกขวาของเรือน ส่วนว่าที่แม่นางคนใหม่ของผืนป่าขลุกตัวอยู่ในครัวตั้งแต่หลังมื้อเช้าเพื่อเตรียมของว่างให้กับคนที่ทางเวดดิ้งส่งมาดูสถานที่

 

หลังจากดินเนอร์ท่ามกลางหมู่ดาวในค่ำวันนั้นเมื่อสองเดือนก่อน มีหลายครั้งที่ชานยอลและแบคฮยอนพูดคุยกันถึงเรื่องระหว่างพวกเขา ทั้งคู่ตกลงกันว่าจะเริ่มต้นถักทอความสัมพันธ์ครั้งนี้ไปด้วยกัน และมันจะต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเชื่อใจและเคารพซึ่งกันและกัน

 

แม้ว่าหัวใจที่แสนเย็นชาของชานยอลอาจจะยังหลงเหลือร่องรอยของใครบางคนอยู่ภายในนั้น แต่พ่อเลี้ยงหนุ่มก็ให้คำมั่นกับแบคฮยอนว่าในสักวันมันจะต้องจางหายไปอย่างแน่นอน เหมือนกับดอกไม้บางชนิดที่บางครั้งก็เติบโตขึ้นจากต้นเก่า ทว่าเมื่อถึงเวลาที่ผลิบานมันกลับงดงามกว่าดอกเดิมที่ร่วงโรยไป

 

กับความรักก็เช่นเดียวกัน .. เพราะถ้าหากไม่มีอดีตที่แสนเลวร้าย เราอาจไม่ได้เห็นความสวยงามที่แท้จริงของปัจจุบัน

 

คุณแบคฮยอนคะ, คนของทางเวดดิ้งมาถึงแล้วค่ะ

 

เสียงของเด็กรับใช้ในเรือนที่ดังขึ้นทำให้แบคฮยอนผละสายตาไปจากผงชาคุณภาพดีที่กำลังถูกละลายด้วยน้ำร้อน ก่อนที่ไหล่บางจะถูกแตะเบาๆ ด้วยฝ่ามือของป้าแมรี่ที่เตรียมของว่างอยู่ข้างๆ กัน

 

คุณแบคฮยอนออกไปรับแขกก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวทางนี้ป้ากับเด็กๆ ช่วยกันจัดการเอง

 

รอยยิ้มใจดีของคุณป้าร่างท่วมทำให้แบคฮยอนไม่อาจปฏิเสธน้ำใจของอีกฝ่ายได้ ฝ่ามือบางจึงผละออกมาจากโหลใส่ผงชาก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนออกจากเอวคอดเล็ก จากนั้นเรือนกายบางก็เดินออกมาจากห้องครัวและตรงไปยังห้องรับรองซึ่งมีแขกนั่งรออยู่ด้านใน

 

ปางสวยมากจริงๆ ค่ะพ่อเลี้ยง

 

ขอบคุณครับ

 

เสียงแว่วดังที่เล็ดลอดออกมาจากด้านในห้องรับรองทำให้แบคฮยอนรู้ว่าเจ้าของบ้านลงมารับแขกก่อนตนเสียแล้ว กลีบปากสวยจึงเม้มแน่นด้วยความรู้สึกผิดที่หน้าที่ที่ตนควรทำกลับมีคนที่งานยุ่งมากๆ มาทำแทน

 

เมื่อคิดว่าไม่ควรสร้างภาระให้คนตัวสูงต้องเหนื่อยไปมากกว่าเดิม แบคฮยอนก็รีบเปิดประตูเข้าไปในห้องรับรองโดยไม่ลืมเคาะประตูขออนุญาตก่อน ซึ่งคนที่นั่งอยู่ในห้องก็หันมามองผู้มาใหม่แทบจะพร้อมกัน

 

ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมไม่ได้ออกไปต้อนรับที่หน้าเรือนแบคฮยอนเอ่ยขอโทษแขกอย่างรู้สึกผิด ก่อนที่เรือนกายเล็กบางจะยอบกายลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกับผู้เป็นเจ้าของบ้าน

 

ไม่เป็นไรเลยค่ะแม่นาง เป็นพวกเรามากกว่าค่ะที่ต้องขอโทษที่มาถึงก่อนเวลาเพราะอยากจะชมความงดงามของปางไม้เติมฝัน

 

หญิงสาวที่ดูแล้วคงเป็นหัวหน้าทีมในวันนี้เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้มบาง ซึ่งผู้เป็นเจ้าบ้านอย่างชานยอลและแบคฮยอนก็ยิ้มรับคำชมนั้นไว้ด้วยใจ ก่อนจะเริ่มคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดสถานที่ที่จะใช้ในพิธีมงคลสมรส

 

ชานยอลและแบคฮยอนตกลงกันว่าจะจัดงานในธีม wedding garden เพราะบรรยากาศและสถานที่เหมาะกับการจัดงานในสวนสวย ซึ่งหลังจากที่ตกลงกันได้แล้วทั้งหมดก็พากันออกมาดูสถานที่ที่จะใช้จัดงานซึ่งก็คือสวนกว้างด้านหลังตัวเรือน

 

ทีมเวดดิ้งเริ่มวัดขนาดพื้นที่เพื่อปรึกษาหารือกันว่าจะใช้อุปกรณ์ใดบ้างในการตกแต่ง แน่นอนว่าธีมแต่งงานในสวนสวยย่อมไม่พ้นต้องมีต้นไม้และดอกไม้ประดับภายในงาน ซึ่งหัวหน้าทีมอย่างแคทเธอรีนก็เดินเข้ามาถามเจ้าของงานว่าต้องการดอกไม้ชนิดใดเป็นพิเศษหรือเปล่า

 

พี่เคธคิดว่าใช้ดอกอะไรดีครับ

 

พี่ก็ต้องแล้วแต่น้องแบคฮยอนสิคะ เราเป็นเจ้าสาวนะมาถามพี่ได้ไงเนี่ย

 

หลังจากที่คุยงานกันจนถูกคอ, แคทเธอรีนก็ขอให้แบคฮยอนเรียกตนว่าพี่เพราะเธอรู้สึกเอ็นดูแม่นางของปางไม้เติมฝันเป็นอย่างมาก ทั้งๆ ที่เพิ่งได้พบกันเป็นครั้งแรกแต่เธอกลับรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนและใจดีของอีกฝ่าย ซึ่งนั่นทำให้เธอไม่แปลกใจเลยที่พ่อเลี้ยงของผืนป่าแห่งนี้จะเลือกคนตัวเล็กมาเป็นคู่ชีวิต

 

ถ้างั้นผมขอไปถามพ่อเลี้ยงก่อนนะครับ

 

ตามสบายเลยจ้ะ

 

แคทเธอรีนยกยิ้มให้กับน้องชายตัวเล็กที่หลังจากบอกเธอแล้วก็เดินไปหาเจ้าของร่างสูงที่ยืนอยู่อีกฝั่งของสวนทันที ดวงตากลมสวยมองตามร่างเล็กที่ไปหยุดยืนอยู่ข้างๆ คนตัวสูงกว่าด้วยสายตายินดี มีใครเคยบอกทั้งคู่ไหมนะว่าเวลาที่พวกเขายืนข้างกันมันเป็นอะไรที่เหมาะสมที่สุดแล้ว

 

ฝ่ายแบคฮยอนที่ผละออกมาจากพี่สาวหัวหน้าทีมเวดดิ้งก็มาหยุดยืนอยู่ด้านหลังคนตัวสูงที่กำลังคุยงานกับคนงานในปาง คนตัวเล็กรอให้อีกฝ่ายคุยงานให้เสร็จโดยเลือกจะยืนรออยู่เงียบๆ ทางด้านหลัง และเมื่อเห็นว่าคนตัวสูงคุยงานเสร็จแล้วจึงแตะมือลงบนท่อนแขนแกร่งและขยับกายไปยืนอยู่ด้านข้างแทน 

 

มายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่เรียกล่ะหืม

 

ชานยอลที่เห็นใบหน้าหวานมาปรากฏอยู่ข้างกายเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู โดยที่ฝ่ามือหนาก็วางลงบนกลุ่มผมนิ่มก่อนจะลูบเบาๆ อย่างเคยชิน เหมือนกับว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มจะติดสัมผัสนี้ไปแล้วโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว

 

ผมไม่อยากรบกวนการทำงานของคุณนี่ครับ

 

ชานยอลพยักหน้ารับคำตอบของคนตัวเล็ก โดยที่ใบหน้าคมประดับไว้ด้วยรอยยิ้มบาง แล้วมีอะไรหรือเปล่า

 

คือพี่แคทเธอรีนถามว่าเราอยากใช้ดอกไม้ชนิดไหนตกแต่งสถานที่เป็นพิเศษหรือเปล่าน่ะครับ ผมก็เลยมาถามคุณก่อน

 

แล้วนายอยากใช้ดอกอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าล่ะ

 

แบคฮยอนก้มหน้าหลบหน่วยตาคมที่ทอดมองมาทันทีเพราะขลาดเขินกับความคิดของตัวเอง แต่หารู้ไม่ว่าชานยอลมองออกและรู้ว่าแบคฮยอนคิดอะไรอยู่ในใจ

 

ฤทัยเหมันต์เป็นกล้วยไม้ป่าหายาก

 

ผมทราบครับ

 

แต่ถ้านายอยากใช้มันตกแต่งงานของเราก็ใช้กล้วยไม้สีขาวพันธุ์อื่นแทนดีไหม อย่างพวกสกุลแวนด้าหรือแคทลียา

 

จากที่ไม่กล้าสู้หน้าคนตัวสูงเพราะคิดว่าอีกฝ่ายต้องมองว่าตนเรื่องมากแน่ๆ กลับกลายเป็นว่าแบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้ชานยอลทันทีหลังจากที่ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าหวานพยักหน้าหงึกหงักอย่างน่ารัก ซึ่งชานยอลที่คิดแบบนั้นเหมือนกันก็อดไม่ได้ที่จะลูบแก้มใสด้วยความเอ็นดู

 

ถ้างั้นเราไปเลือกดอกไม้ทางนั้นด้วยกันนะครับนิ้วเรียวชี้ไปยังคนในทีมเวดดิ้งที่ยืนจัดดอกไม้อยู่ ซึ่งดอกไม้เหล่านั้นเป็นตัวอย่างที่ทางร้านนำมาให้เจ้าของงานเลือก

 

เอาสิ

 

เสียงทุ้มเอ่ยตอบด้วยแววเอ็นดู ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเคียงกันไปท่ามกลางสายตาขัดเขินของทีมเวดดิ้งที่ยืนกระจายกันอยู่ในบริเวณนั้น ฉากลูบแก้มเมื่อครู่ทำเอาทีมงานสาวๆ เขินกันจนตัวม้วน เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าภายใต้ใบหน้านิ่งขรึมของพ่อเลี้ยงแห่งปางไม้เติมฝันแท้จริงแล้วจะมีมุมอ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้

 

สายลมจางๆ ของฤดูใบไม้ร่วงพัดจากทิศเหนือซึ่งเป็นยอดเขาสูงลงสู่ทิศใต้ซึ่งเป็นทะเลสาบน้อยใหญ่ ความชื้นสัมพัทธ์ลดต่ำลงเมื่อปริมาณไอน้ำที่มีอยู่ในอากาศเกิดการระเหยได้มากกว่าปกติ ซึ่งแปรผันตรงกับอุณหภูมิในอากาศที่อุ่นขึ้นกว่าเดิม

 

เสียงเจื้อยแจ้วของสกุณาดังล้อไปกับเสียงเสียดสีของทิวสนที่ลู่ไหวไปตามกระแสของลม อากาศเย็นสบายในยามบ่ายคล้อยที่เมฆลอยต่ำเหนือท้องนภา กับกลิ่นหอมๆ ของชากุหลาบที่เป็นส่วนประกอบหนึ่งของชุดของว่างซึ่งถูกยกเข้ามาในสวน

 

ในครัวมีชากลิ่นนี้ด้วยเหรอ?”

 

เพราะกลิ่นละมุนที่ไม่คุ้นจมูกทำให้ชานยอลเอ่ยถามคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆ หลังจากรับถ้วยชามาจากเด็กรับใช้ภายในเรือน ซึ่งคำถามนั้นก็ทำให้แบคฮยอนเบิกตากว้างเพราะลืมไปว่าอีกคนชื่นชอบชามะลิมากกว่าชาชนิดอื่น

 

ขอโทษด้วยครับ, เดี๋ยวผมจะไปชงชามะลิมาให้คุณใหม่

 

ไม่ตะ—

 

ว้าย!! มีคนตกน้ำ!!!”

 

ยังไม่ทันที่ชานยอลจะเอ่ยปฏิเสธความหวังดีของแบคฮยอนจนจบประโยค เสียงกรีดร้องของใครบางคนก็ดังขึ้นที่ริมลำธารสายยาว ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นรีบวิ่งไปยังท่าน้ำก่อนจะต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างของใครบางคนกำลังจะจมดิ่งสู่ห้วงวารี และในวินาทีที่ทุกคนยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เสียงตูมใหญ่ของวัตถุที่ตกกระทบกับผิวน้ำก็ดังขึ้นเรียกสติของทุกคน

 

ทุกสายตาต่างก็จับจ้องไปยังเรือนกายกำยำที่แหวกว่ายอยู่ในธารน้ำอย่างตื่นตระหนกระคนเป็นห่วง ทว่าเพียงไม่ถึงนาทีเขาก็คว้าร่างบอบบางที่กำลังจะจมน้ำเข้าสู่อ้อมกอด ก่อนจะว่ายกลับมายังท่าน้ำด้วยท่าทางร้อนรนราวกับลาวาที่ปะทุอยู่ใจกลางปากปล่องภูเขาไฟ

 

เกิดอะไรขึ้นน่ะแบค!?”

 

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ปาร์คคนเล็กกลับมาที่เรือนโดยมีสัตวแพทย์ผิวสีน้ำผึ้งวิ่งตามหลังมาติดๆ คนที่ถูกถามในประโยคข้างต้นไม่ได้เอ่ยตอบอะไรเพราะเรียวตาคู่สวยทำเพียงทอดมองภาพตรงหน้านิ่ง ก่อนจะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นว่าริมฝีปากที่เคยจุมพิตลงบนกลีบปากของตนกำลังแนบลงบนริมฝีปากของคนอื่น

 

พี่ใหญ่!!”

 

เป็นปาร์ค เซฮุนที่หัวร้อนขึ้นมาทันทีที่เห็นว่าพี่ชายจอมซื่อบื้อของตนก้มลงประกบริมฝีปากของคนที่นอนตัวซีดอยู่บนพื้น ร่างสูงโปร่งเตรียมกระโจนเข้าไปแยกการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับช่วยคนจมน้ำ ดีที่ว่าจงอินคว้าเอวเอาไว้ได้ทัน

 

ลู่หานฟื้นสิ! ลู่หาน!”

 

ชานยอลที่ร้อนใจเมื่อเห็นว่าคนตัวบางยังไม่ตอบสนองตนรีบก้มลงไปผายปอดอีกครั้งก่อนจะผละออกมากดแผ่นอกบางเพื่อกระตุ้นชีพจร ชายหนุ่มทำทั้งสองอย่างซ้ำๆ สลับกันไป ทว่าก็ไม่มีท่าทีว่าอีกคนจะฟื้นขึ้นมาได้เลย  

 

คุณลู่หาน!? ฮืออออ คุณลู่หานของเดล!” ร่างอวบของสาวใช้คนสนิทของคนที่นอนไม่ได้สติอยู่บนพื้นหวีดร้องดังลั่นหลังจากที่วิ่งมาถึงท่าน้ำ ท่ามกลางความตกใจของคนอื่นๆ ที่พากันมามุงดูเหตุการณ์

 

คุณลู่หาน ฮือออ

 

หุบปาก! น่ารำคาญ!!”

 

ทว่าคนที่หวีดเสียงได้ดังกว่าสาวใช้ร่างอวบอย่างอเดลกลับเป็นคุณเล็กของป้าแมรี่ที่อารมณ์กำลังเดือดได้ที่ นัยน์ตาเรียวคมจับจ้องอยู่ที่ร่างบอบบางของลู่หานด้วยแววตาเกลียดชังอย่างปิดไม่มิด ก่อนจะสะบัดตัวให้หลุดจากสัตวแพทย์หนุ่มเมื่อเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนพื้นค่อยๆ สำลักน้ำออกมา

 

แค่ก แค่ก

 

ในจังหวะที่ลู่หานเริ่มได้สติ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่เซฮุนสะบัดตัวหลุดจากอ้อมแขนของจงอิน ร่างสูงโปร่งก็พุ่งเข้าไปคว้าแขนของผู้เป็นพี่ชายก่อนจะลากอีกฝ่ายออกมาจาก บริเวณนั้นทันที

 

เล็ก?”

 

พี่ใหญ่ต้องไปกับเล็กเดี๋ยวนี้!!”

 

สองพี่น้องฉุดกระชากลากถูกันออกไปจากบริเวณท่าน้ำโดยมีสัตวแพทย์ประจำปางอย่างคิม จงอินเดินตามไปอย่างเป็นห่วง เหตุการณ์น่าตกใจที่เกิดขึ้นค่อยๆ คลี่คลาย เหลือแต่เพียงคนจมน้ำที่นั่งไอโขลกอยู่บนพื้นโดยข้างๆ มีเด็กรับใช้คนสนิทนั่งลูบหลังอยู่ไม่ห่าง

 

คุณแบคฮยอนคะเสียงกระซิบของป้าแมรี่ที่ดังขึ้นส่งผลให้ไอหมอกจางๆ ที่บดบังความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในหัวใจค่อยๆ สลายไป แบคฮยอนหันไปยิ้มให้กับคุณป้าแม่บ้าน ก่อนจะยอบกายลงนั่งข้างๆ คนที่ยังไอเพราะสำลักน้ำไม่หยุด

 

เดี๋ยวผมช่วยพยุงเข้าบ้านนะครับ

 

“…”

 

เสียงนิ่มเอ่ยออกมาอย่างจริงใจแต่กลับได้รับสายตาไม่พอใจจากสาวใช้ร่างอวบส่งกลับมาแทน ทว่าผู้เป็นเจ้านายของสาวใช้คนนั้นกลับไม่ได้เอ่ยสิ่งใดและไม่ได้ขืนตัวหนีจากการพยุงของแบคฮยอน

 

ความเงียบมักเป็นสิ่งที่หลายคนใช้ปกปิดเรื่องราวบางอย่างภายในใจ และในขณะเดียวกันก็เปรียบเสมือนกำแพงที่ใช้บดบังตัวตนที่แท้จริงจากสายตาของผู้อื่น

 

แต่สำหรับพระเจ้าท่านมองเห็นทุกการกระทำ และผลของการกระทำนั้นจะย้อนคืนเมื่อถึงเวลา

 

 

 

 

 

 

 

 

ในอีกฝั่งหนึ่งที่สองพี่น้องตระกูลปาร์คลากกันออกมา เซฮุนที่กำลังหัวร้อนได้ที่จู่ๆ ก็หยุดเดินก่อนจะหันมาค้อนขวับใส่คนที่เดินตามตนมาข้างหลัง ชานยอลชะงักไปเมื่อเห็นแววตาโกรธเคืองที่สะท้อนความผิดหวังของน้องชาย และก็เป็นตอนนั้นแหละที่ชายหนุ่มได้สติและเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่

 

พี่ใหญ่ทำบ้าอะไรลงไป! ไม่เห็นหรือไงว่าแบคก็ยืนอยู่ตรงนั้น!!”

 

เสียงตวาดของเซฮุนทำให้ทุกสรรพสิ่งที่อยู่ในบริเวณนั้นเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างรุนแรง ปาร์คคนเล็กกำลังโกรธ โกรธมากๆ โกรธที่พี่ชายตัวเองเป็นตาแก่ซื่อบื้อที่ตามไม่ทันมารยาของคนๆ นั้น

 

จะทำอะไรทำไมไม่ให้เกียรติแบคบ้าง เขากำลังจะเป็นแม่นางของพี่ เป็นภรรยาของพี่นะพี่ชานยอล!!”

 

“…”

 

แทบจะนับครั้งได้ที่เซฮุนจะเอ่ยเรียกชานยอลด้วยชื่อโดยที่ไม่ใช่คำว่าพี่ใหญ่ พ่อเลี้ยงหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมือไปประคองแก้มใสของคนเป็นน้องเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหอบหายใจรุนแรงจนน่ากลัว เวลาที่โกรธหรือผิดหวังกับอะไรมากๆ ปาร์ค เซฮุนมักจะเป็นแบบนี้เสมอ และมีครั้งหนึ่งที่เจ้าตัวถึงกลับหมดสติไปเพราะโกรธจนหายใจไม่ทัน

 

พี่ขอโทษ

 

ฮึก.. อึก!”

 

ที่พี่ทำลงไปก็เพื่อช่วยลู่หาน เล็กก็เห็นว่าเขากำลังจะจม—

 

พี่ใหญ่น่ะซื่อบื้อ! มองไม่ออกหรือไงว่ามันมารยา!”

 

ปาร์ค เซฮุน!!”

 

ณ เวลานี้ทั้งสองไม่ต่างอะไรกับเปลวไฟและเชื้อเพลิงที่สาดความร้อนใส่กัน ชานยอลที่ไม่ชอบให้น้องพูดไม่เพราะตวาดออกมาดังลั่นพร้อมกับบีบต้นแขนขาวจนขึ้นรอยแดง จนจงอินที่ยืนอยู่ไม่ไกลรีบเข้ามาห้ามเพราะเริ่มเห็นท่าไม่ดี

 

ใจเย็นๆ สิวะไอ้พ่อเลี้ยง, นั่นน้องนะ

 

ฝ่ามือหนากร้านที่บีบต้นแขนขาวค่อยๆ คลายออกหลังจากที่ได้ยินคำพูดเรียกสติของเพื่อนสนิท แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันเสียแล้วเพราะชานยอลได้เติมเชื้อเพลิงให้กับเปลวไฟที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างไม่ฟังใคร

 

พี่มันโง่ปาร์ค ชานยอล!!”

 

“..!!”

 

คนๆ นั้นทำให้ครอบครัวของเราเจ็บปวดแค่ไหนทำไมพี่ถึงยังเข้าข้าง! คนๆ นั้นเหยียบย่ำหัวใจของเราพี่จำไม่ได้หรือไง!! เล็กเกลียดผู้ชายคนนั้น!! เล็กเกลียดพี่ใหญ่!!”

 

ร่างสูงโปร่งของน้องชายเพียงคนเดียวที่วิ่งหนีไปโดยที่ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาทำให้ชานยอลทำท่าจะวิ่งตาม ทว่าช่วงแขนแกร่งก็ถูกรั้งเอาไว้ด้วยฝ่ามือของจงอิน ใบหน้าคมเข้มที่เต็มไปด้วยความกังวลจึงตวัดกลับมามองอย่างไม่พอใจ

 

รู้ว่าไม่พอใจที่กูรั้งไว้ แต่ตอนนี้มึงร้อนเป็นไฟ เซฮุนเองก็ไม่ต่างกัน, ถ้ามึงตามน้องไปตอนนี้ก็มีแต่พังกับพังเท่านั้น

 

เป็นอีกครั้งที่จงอินช่วยเตือนสติชานยอลให้ค่อยๆ ใจเย็นลง ฝ่ามือหนาที่เคยรั้งช่วงแขนแกร่งเอาไว้เปลี่ยนไปตบลงบนบ่ากว้างอย่างเข้าใจ กับคนที่เห็นทุกความสัมพันธ์อย่างจงอินก็รับรู้ถึงปมปัญหาก้อนใหญ่นั้นเช่นเดียวกัน

 

กูเป็นแค่คนนอก เป็นแค่สัตวแพทย์ธรรมดาๆ คนนึงเท่านั้น แต่ที่กูอยากจะบอกก็คือมึงต้องนึกถึงความรู้สึกของเซฮุนมากกว่านี้ น้องยังเด็กและแผลเป็นที่ฝังอยู่ในใจของน้องก็ลึกมาก

 

กูผิดเอง

 

ไม่ใช่ว่าสิ่งที่มึงทำมันผิดชานยอล แต่กับเด็กที่เคยสูญเสียอะไรหลายๆ อย่างอย่างเซฮุน .. น้องก็แค่ปกป้องหัวใจของตัวเอง

 

คำพูดของจงอินทำให้ชานยอลสะอึกและได้แต่กล่าวโทษการกระทำของตน กี่ครั้งแล้วที่ตนเป็นต้นเหตุที่ทำให้น้องเสียใจ กี่ครั้งแล้วที่ห่วงความรู้สึกของคนอื่นมากกว่าคนที่ตัวเองรัก

 

แผลเป็นที่ฝังลึกอยู่ในใจของเซฮุนเขาก็เป็นสาเหตุที่ทำให้มันเกิดขึ้น บาดแผลนั้นเปรียบเสมือนฝันร้ายที่ทำร้ายเราสองคนมาตลอดหลายปี และวันนี้เขาก็เพิ่งได้รู้ว่ามันไม่เคยจางหายไปไหน ความเจ็บปวดจากบาดแผลนั้นยังคงอยู่ .. อยู่ในใจของพวกเราทุกคน

 

กูมีหนึ่งคำถามที่มึงควรหาคำตอบได้แล้ว

 

“…”

 

คิดดีๆ ว่าที่รู้สึกอยู่ทุกวันนี้มันคือความรักหรือแค่รู้สึกผิดกันแน่ ซึ่งคำตอบมึงไม่ต้องบอกกู แต่บอกหัวใจของมึงเองนั่นแหละ

 

กู..”

 

เลือกทางที่ถูกซะ กูเชื่อว่ามึงจะไม่เดินหลงไปในทางที่ผิดอีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

 

 

 

 

 

 

ท้องฟ้าโปร่งในตอนเช้าที่สดใสต้อนรับฤดูใบไม้ร่วงจู่ๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นมืดครึ้มจากเมฆก้อนใหญ่ที่ลอยตัวต่ำลง หยาดน้ำเม็ดเล็กค่อยๆ กลั่นตัวจากปุยเมฆตกลงสู่ผืนแผ่นดินด้านล่าง เกิดเป็นพายุฝนห่าใหญ่ที่โหมกระหน่ำปกคลุมไปทั่วผืนป่า

 

เสียงคำรามของสายฟ้าดังเปรี้ยงปร้างสลับกับเสียงแตกกระจายของเม็ดฝนที่ตกกระทบลงบนหลังคา เหล่าสาวใช้วิ่งวุ่นไปทั่วเรือนเพราะพายุฝนที่จู่ๆ ก็ตกลงมาทำให้เก็บผ้าที่ตากไว้ไม่ทัน ไหนจะกระถางต้นไม้ที่ไม่ชอบน้ำที่ต้องเก็บเข้าเรือนทุกครั้งเวลาที่ฝนตก

 

บนชั้นสองของเรือนไม้หลังใหญ่ที่ทอดตัวยาวไปตามแนวเขา แว่วยินเสียงโวยวายของสาวใช้ร่างท้วมที่ก่นด่าเพื่อนร่วมอาชีพที่ทำให้ตนไม่พอใจ แขนอวบขาวยกขึ้นชี้หน้าด่าหนึ่งในสาวใช้ที่อายุไล่เลี่ยกันจนเสียงดังลั่นไปทั่วเรือน

 

ฉันบอกให้ไปเอากล่องปฐมพยาบาล! แล้วแกกลับมามือเปล่าคืออะไรห๊ะ!!” ร่างอวบกำลังจะถลาเข้าไปเขย่าแขนของสาวใช้ร่างเล็ก ทว่าเป็นจังหวะเดียวกันกับที่มีคนขึ้นมาถึงชั้นสองของเรือนพอดี

 

ทำอะไรของแกห๊ะนังเดล!?”

 

แมรี่ที่มาทันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดรีบปรี่เข้ามายืนบังสาวใช้ร่างเล็กและตวาดใส่อเดลด้วยความไม่พอใจ นิสัยก้าวร้าวของอีกฝ่ายทำให้แมรี่เอือมระอาเต็มทน แต่ก็สั่งสอนไม่ได้เพราะมีคนคอยให้ท้ายอยู่ตลอดเวลา

 

หลบไปนะป้า!!”

 

แกนั่นแหละหลบไป!”

 

ใบหน้าจริงจังของแมรี่ทำให้อเดลจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดแต่ก็ยอมผละออกไปจากหน้าห้องนอนของผู้เป็นนาย และก็เป็นตอนนั้นที่แววตาถือดีเหลือบไปเห็นใครอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของหัวหน้าแม่บ้าน ท่าทางก้าวร้าวจึงแสดงออกมาอีกครั้งอย่างคนที่ไม่รู้จักคำว่ากาลเทศะ

 

ป้าพามันมาด้วยทำไม!!” สรรพนามที่อเดลใช้เรียกผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายทำให้แมรี่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ดูเหมือนว่าเธอจะปล่อยผ่านพฤติกรรมก้าวร้าวของเด็กรับใช้คนนี้ไปไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

 

แกกล้าเรียกคุณแบคฮยอนแบบนั้นได้ยังไงนังเดล! ฉันทนกับพฤติกรรมของแกมานานมากแล้ว วันนี้แหละที่ฉันจะดัดสันดานต่ำๆ ของแกเสียที!!”

 

แมรี่ตวาดลั่นพร้อมกับกระชากแขนของอเดลเพื่อให้เดินเข้ามาหาแบคฮยอนที่ยืนอยู่ด้านหลัง หัวหน้าแม่บ้านผู้เคารพเจ้านายยิ่งชีพกดหัวของเด็กในปกครองให้ก้มต่ำลงเพื่อขอโทษเจ้านาย ซึ่งอเดลก็ฟึดฟัดอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่กล้าเถียงออกมาเหมือนก่อนหน้านี้

 

ป้าขอพาเด็กนี่ไปอบรมก่อนนะคะแมรี่เอ่ยบอกแบคฮยอนซึ่งใบหน้าหวานก็พยักหน้ารับพร้อมด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนที่แมรี่จะฉุดร่างของอเดลเดินลงบันไดไปยังชั้นล่างโดยมีสาวใช้ร่างเล็กเดินตามหลังไปด้วย

 

บนโถงทางเดินชั้นสองทางฝั่งปีกขวาของเรือนจึงเหลือแบคฮยอนเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ตรงนั้น ลมหายใจร้อนถูกผ่อนออกจากปลายจมูกรั้นแผ่วเบา ท่ามกลางเสียงพายุฝนด้านนอกที่ยังคงโหมกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 

ฝ่ามือเรียวข้างที่ไม่ได้ถือกล่องปฐมพยาบาลเอาไว้เคาะลงบนบานประตูไม้ปาเก้สองครั้งเพื่อขออนุญาตเจ้าของห้อง เสียงแหบพร่าที่ดังแว่วมาจากด้านในทำให้แบคฮยอนค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่คนที่นั่งอยู่บนเตียงหันมาเห็นกันพอดี

 

ดวงตากลมโตที่ฉายแววตกใจในวินาทีแรกก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งเรียกรอยยิ้มบางจากแบคฮยอน เป็นครั้งแรกที่พวกเขาอยู่ด้วยกันเพียงลำพังโดยไร้บุคคลที่สาม ความอึดอัดที่เคยก่อกำแพงในใจจึงค่อยๆ สูงชันขึ้นจนเริ่มน่ากลัว

 

และท้ายที่สุดแล้วทั้งแบคฮยอนและลู่หานก็ไม่มีใครคิดจะก้าวข้ามกำแพงนั้นเพื่อข้ามมาหาอีกฝ่าย

 

มีธุระอะไรกับผมงั้นเหรอ เป็นเจ้าของห้องที่เอ่ยออกมาเพื่อทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด ทว่าภายในใจของทั้งคู่ยังคงมีความรู้สึกนั้นอัดแน่นอยู่เต็มอก

 

ผมเห็นว่าคุณลู่หานมีแผลเลยจะมาทำแผลให้น่ะครับ

 

กลีบปากบางกดยิ้มมุมปากทันทีที่ได้ฟังคำพูดของผู้มาเยือน .. อยากจะทำแผลให้อย่างนั้นเหรอ มันไม่ใช่หน้าที่ของคุณนี่ครับ, อีกอย่างผมก็ไม่อยากรบกวน

 

ท่าทางปฏิเสธอย่างชัดเจนไม่ได้ทำให้แบคฮยอนถอยออกมา ใบหน้าหวานปรากฏเพียงรอยยิ้มบางก่อนจะเดินเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนเตียงและทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ และถึงแม้ว่าจะได้รับแววตาว่างเปล่ามองกลับมาแต่แบคฮยอนก็ยังคงแย้มยิ้มบางเพียงเท่านั้น

 

ผมทำแผลให้นะครับ

 

แบคฮยอนเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าก็ยังแฝงไปด้วยการขออนุญาต ฝ่ามือบางค่อยๆ จับท่อนแขนเรียวมาวางไว้บนตักก่อนจะเริ่มทำแผล ซึ่งลู่หานก็ไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธเหมือนเช่นตอนแรก

 

ความเงียบงันเป็นตัวกลางเพียงหนึ่งเดียวที่กั้นกลางระหว่างคนสองคนที่นั่งอยู่บนเตียงหลังเดียวกัน ดวงตากลมโตของลู่หานทอดมองออกไปยังนอกหน้าต่างบานใหญ่ที่ถูกบดบังไปด้วยหยาดฝน พายุลูกใหญ่โหมกระหน่ำอยู่ภายในจิตใจ สาดกระจายย้อมหัวใจใต้แผ่นอกให้เยือกเย็นยิ่งกว่าที่เคยเป็น

 

เรียบร้อยแล้วครับ

 

เสียงแผ่วเบาของแบคฮยอนปลุกให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์หันกลับมามอง ลู่หานก้มมองพลาสเตอร์ยาบนท่อนแขนของตนก่อนจะหันมาสบตากับคนที่นั่งอยู่ข้างกาย หลากหลายความรู้สึกตกตะกอนอยู่ในใจของคนทั้งคู่ คล้ายกับหมอกหนาในยามเช้าที่ปกคลุมไปทั่วเฮลเวเทีย

 

ขอบคุณ

 

แบคฮยอนทำเพียงยิ้มรับน้ำเสียงราบเรียบของอีกฝ่ายก่อนจะเก็บยาใส่กล่องปฐมพยาบาล เรียวตารีสวยทอดมองพิรุณที่พร่างพรายอยู่นอกหน้าต่างและปล่อยให้ความเงียบไหลผ่านไปกับกระแสลม เฉกเช่นลู่หานที่ทอดมองหยาดฝนมากมายร่วงหล่นจากฟากฟ้าและตกกระทบลงบนผืนแผ่นดิน

 

หยาดฝนเป็นสิ่งที่วิเศษมากเลยว่าไหมครับ ยามใดที่มันร่วงหล่นลงมาทุกย่อมหญ้าต่างก็ได้รับความฉ่ำเย็น

 

“…”

 

จากแห้งแล้งกลับชุ่มฉ่ำ จากร่วงโรยก็กลับมาผลิบานแบคฮยอนยกยิ้มบางให้กับสายฝนที่โปรยปรายนอกตัวเรือน ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ซึ่งกำลังมองมาที่ตนเช่นเดียวกัน

 

หยุดการกระทำที่สูญเปล่าเถอะนะครับ สิ่งที่คุณทำมันไม่ต่างอะไรกับการจุดไฟท่ามกลางพายุฝน เพราะต่อให้คุณมีเทียนอยู่ในมือเป็นร้อยเล่ม สุดท้ายแล้วมันก็ต้องถูกดับด้วยกระแสลมและหยาดฝนอยู่ดี

 

ลู่หานแค่นยิ้มทันทีที่ได้ฟังคำพูดของแบคฮยอน คนอย่างเขาน่ะเหรอที่จุดไฟท่ามกลางสายฝน ช่างน่าขันสิ้นดี

 

หึ แล้วถ้าไฟที่ผมจุดมันไม่มีทางมอดดับเพราะสายฝนล่ะ คุณจะทำยังไงเหรอครับคุณแบคฮยอน

 

ผมคงทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองคุณมอดไหม้อยู่ในเปลวไฟที่คุณเป็นคนจุดมันขึ้นมาด้วยตัวเอง

 

กล้าพูดดีนี่ครับ

 

ที่ผมพูดไม่ใช่เพื่อตัวเองหรือเพื่อตัวคุณ แต่เพื่อเขา ผมไม่อยากเห็นเขาเจ็บปวดเพราะการกระทำของคุณอีก

 

เสียงหัวเราะของลู่หานดังขึ้นทันทีที่แบคฮยอนเอ่ยประโยคนั้นจบ เสียงคำรามของพายุดังสนั่นไปทั่วผืนป่า คล้ายกับเสียงกรีดร้องของมัจจุราชที่เป็นผู้พิพากษาลมหายใจของทุกสรรพสิ่ง 

 

คุณกำลังขอร้องผมอย่างนั้นเหรอ?”

 

แบคฮยอนระบายยิ้มบางโดยที่เรียวตารีสวยก็จ้องดวงตากลมโตกลับด้วยแววตาจริงจัง สิ่งที่พวกเขากำลังต่อสู้มันไม่ใช่เกมที่ต้องการเป็นผู้ชนะแต่มันคือชีวิตจริง ทุกการกระทำส่งผลกับชีวิตโดยผ่านรอยบาดแผลของความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นภายในใจ

 

สิ่งที่ผมพูดไม่ใช่คำร้องขอ แต่เป็นสิ่งที่คุณควรทำให้สมกับฐานะของคุณในตอนนี้ อยู่ในที่ที่คุณควรอยู่เถอะนะครับคุณลู่หาน

 

และไม่ว่าใครก็เป็นผู้แพ้และผู้ชนะได้ด้วยกันทั้งนั้น

 

 

 




 

tbc.

 

แม้จะเปิดวอร์กับพี่ลู่แต่คนดีของเราก็ยังคงงดงามทั้งกายและใจ

ใครจะไฝว้ก็เข้ามาเลยค่ะ!!

#ซคกด

 


S
N
A
P
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 404 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,072 ความคิดเห็น

  1. #2041 damnernkit (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:15
    ไหวววววๆๆๆสาแก่ในมากแม่เอ๊ยยยยยยยย
    #2,041
    0
  2. #2038 CBY-XO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 02:36
    เลิกพยายาม 5555
    #2,038
    0
  3. #2037 CBY-XO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 มกราคม 2564 / 02:33
    ฟาดลูกฟาด
    #2,037
    0
  4. #1994 pbcy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 / 19:33
    ฟาดแบบสวยๆ นางพญานิ่งๆอ่าเนอะ สมแล้วกับตำแหน่งแม่นาง
    #1,994
    0
  5. #1941 @_@ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 22:08

    พ่อเลี้ยงลืมความตั้งใจลืมคำพูดของตัวเองอีกแล้วนะคะ

    จะมาเผลอทำตัวไม่ดีไม่คิดแล้วมาง้อขอโทษขอคืนดีทีหลังอยุ่แบบนี้ไม่ได้นะคะ

    ถ้าจะมูฟออนเปนวงกลมก็บอกนะคะ จะได้ให้น้องแบคไปหาสามีใหม่

    อย่าโง่งมอยุ่อีกเลยค่ะ ฟังเซฮุนบ้าง ก้าวออกมาจากหลุมดำสักที



    #1,941
    0
  6. #1826 Chi_Yeol (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 19:44
    แบคทำดีมากกกก //ปรบมือ
    #1,826
    0
  7. #1803 sawasdeekaa555 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 01:46
    แซ่บไม่ไหวแล้วว
    #1,803
    0
  8. #1787 pcy921 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 00:27
    ด่าแบบผู้ดีมากค่ะ หนุถูกใจสิ่งนี้
    #1,787
    0
  9. #1774 Cutewin2baby (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 12:21
    ให้มันรู้ซะบ้าง จัดการมันเลยลูกกกกน้องแบ้ก /วอร์มมือ
    #1,774
    0
  10. #1730 TopSunGG (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2563 / 17:08
    มันต้องอย่างงี้แบคฮยอน! อย่าไปยอมเขาเด็ดขาด!
    #1,730
    0
  11. #1716 domo za (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 01:11
    นี่มันต้องแบบนี้คับบบบ เราต้องตอบโต้กันบ้างง
    #1,716
    0
  12. #1697 bbblueskyy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 14:23
    สงครามเริ่มแล้ว
    #1,697
    0
  13. #1648 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 21:11
    มันต้องอย่างงี้แบคฮยอนลูกแม่!!!!
    #1,648
    0
  14. #1509 IsadaBewbam (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 20:52
    พ่อเลี้ยงก็คือทำให้เราผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่ตอนแรกที่แบคมาอยู่ที่นี่ หรือจะตอนที่ลืมคำพูดของตัวเองที่บอกแบค แล้วยังมาถึงตอนนี้อีก อยากยกแบคให้คนอื่นจริงๆให้ตาย
    #1,509
    0
  15. #1319 lalalal (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 22:09

    The war is start NOW!

    #1,319
    0
  16. #1209 inann2006 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 06:30
    ลูกสาวแม่เก่งมาก...
    #1,209
    0
  17. #1120 purnploy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 18:24
    คนดีเก่งมากเลยค่ะ อีกแล้วนะคะพ่อเลี้ยง ทำอะไรไม่คิดถึงจิตใจแม่นางอีกแล้ว
    #1,120
    0
  18. #1104 kaslovely (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 23:08
    มาาาาาา พี่พร้อมวอร์ไปกะหนู แบค โว้ยยยยยยย ทุกอย่างกำลังดีแท้ๆเลยยยย
    #1,104
    0
  19. #1091 PAM_17 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 20:38
    ดีที่บอกไปเลยว่ารู้ทันสิ่งที่ลู่พยายามจะทำ แต่แบคสตรองค่ะไม่หวั่น
    #1,091
    0
  20. #962 CBY-XO (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กันยายน 2561 / 15:02
    เริดลูกกกกเริดมว๊ากกกสู้เขาลูกกๆๆๆๆๆๆ
    #962
    0
  21. #951 Jammie-Lee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 16:54
    ยอมความคิดอันเฉียบขาดของแบคมาก
    #951
    0
  22. #923 La_Dy29 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 09:31
    เธอรักษาสติไว้ได้ดีม้วกๆ
    .
    .
    .
    ส่วนชั้นสติหลุดเป็นที่เรียบร้อย...กรี๊ด!!ฟินเฟร่อ!!
    #923
    0
  23. #917 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 22:48
    แบคมีสติมากกกก
    #917
    0
  24. #854 @S_CB (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 00:27
    ฮือออออ ทำไมล็อคอ่าา เราอยากอ่านมากเลยยยย ;-;

    มันสนุกมากเลยอะ ฮืออออออ
    #854
    0
  25. #821 lololisiine (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 เมษายน 2561 / 22:01
    ชอบที่แบคที่รู้ทัน และสู้คนจัง มีสติยังงี้แหละ ลู่หานทำไรไม่ได้หรอก แต่ต้องสติไปตลอดเด้ออแ อย่าอ่อนไหวเชียว
    #821
    0