(E-BOOK) SECRET GARDEN | CHANBAEK KAIHUN

ตอนที่ 10 : 10 | Something never changes

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 409 ครั้ง
    9 ต.ค. 62




10 | Something never changes

บางสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไป

คือหยดน้ำที่ร่วงหล่นในวันฝนพรำ

และความรู้สึกของใจคน

                                                                                               Secrets of Garden




 

 

            กว่าเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงบ่มไวน์ที่ท้ายปางจะคลี่คลาย เวลาบนเข็มนาฬิกาก็เหยียบย่างเข้าสู่ยามเย็น วิหคฝูงใหญ่บินผ่านนภากว้างที่ถูกอาบย้อมไปด้วยสีส้มทอง ซึ่งเกิดจากการหักเหแสงของดาวฤกษ์ดวงใหญ่ที่ใกล้จะลาลับขอบฟ้า

 

            หลายสรรพสิ่งที่ดำเนินชีวิตอยู่ใต้แสงอาทิตย์ เริ่มกลับคืนสู่ถิ่นฐานยามที่แสงสุดท้ายของวันเดินทางมาถึง ยี่สิบสี่ชั่วโมงในหนึ่งวันช่างสั้นนักราวกับกะพริบตา ทว่าความเหนื่อยล้าที่แสนหนักหนาสาหัสกลับมากล้น ถ้าหากในวันนั้นเกิดเรื่องราวต่างๆ มากมาย

 

            รถกระบะคันเก่าสีน้ำตาลไหม้เคลื่อนตัวเข้ามาในโรงจอดรถข้างๆ เรือนไม้หลังงาม ประตูฝั่งข้างคนขับถูกเปิดออกอย่างเบามือตามกำลังของผู้ที่เปิดมัน ไม่ต่างอะไรกับท่าทางเซื่องซึมที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนักของปาร์ค เซฮุน

 

            แน่นอนว่าท่าทางเหล่านั้นไม่อาจรอดพ้นจากสายตาของแบคฮยอนที่นั่งอยู่เบาะเดียวกัน รวมไปถึงชานยอลที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ ทั้งคู่หันสบตากันเพราะต่างก็เป็นห่วงสภาพจิตใจของปาร์คคนเล็ก ทั้งชานยอลและแบคฮยอนเข้าใจดีว่าเด็กน้อยของทุกคนในปางกำลังหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากแค่ไหน

 

            เดี๋ยวผมตามไปดูเองครับ คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้วจะได้อาบน้ำพักผ่อนแบคฮยอนเอ่ยบอกเสียงเบาก่อนจะหันไปเปิดประตูรถ ทว่าข้อมือเล็กก็ถูกรั้งเอาไว้ด้วยฝ่ามือหนากร้านของคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัย

 

            นายเองก็เหนื่อยมาทั้งวันเหมือนกัน

 

            ใบหน้าจริงจังไม่ต่างจากน้ำเสียงของพ่อเลี้ยงหนุ่ม ทำให้แบคฮยอนยกยิ้มบางโดยที่ไม่ได้ละสายตาไปจากหน่วยตาคม ฝ่ามือเล็กบางข้างที่ไม่ได้ถูกรั้งเอาไว้วางทับลงบนหลังมือหนาด้วยสัมผัสแผ่วเบา ซึ่งนั่นก็สื่อทุกความหมายได้มากพอแล้วโดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยสิ่งใดออกมา

 

            ทานมื้อค่ำด้วยกันไหม

 

ชานยอลที่เข้าใจทุกความหมายที่สื่อผ่านเรียวตาคู่สวยเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่องคุยเพราะไม่อยากให้ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายเครียดไปมากกว่านี้ อย่างน้อยๆ ก็แสร้งทำเป็นลืมเรื่องแย่ๆ ที่เกิดขึ้นสักชั่วโมงสองชั่วโมงก็ยังดี

 

ป้าแมรี่คงตั้งโต๊ะรอแล้วล่ะครับแบคฮยอนเอ่ยตอบด้วยใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มบาง ซึ่งไม่ต่างอะไรกับรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าคมเข้มของชานยอล

 

ฉันหมายถึงแค่เราสองคน

 

อ่า.. แค่สองคนเหรอครับ

 

ใช่, แค่ฉันกับนายชานยอลเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเหมือนเช่นทุกครั้ง ทว่าแบคฮยอนก็สัมผัสได้ถึงความจริงจังในสิ่งที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมา

 

ถ้าเราทานกันแค่สองคน ผมคงกลายเป็นคนใจร้ายในสายตาของคุณเล็กแน่ๆ เพราะเจ้าตัวก็คงจะหิวเหมือนกัน

 

แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายแกล้งไม่เข้าใจในสิ่งที่ตนต้องการจะสื่อ แต่ชานยอลก็ไม่ได้เอ่ยอะไรหลังจากนั้นนอกจากบีบปลายจมูกรั้นอย่างมันเขี้ยว การกระทำและความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้ทั้งคู่ผละออกจากกันด้วยความตกใจ ก่อนจะเป็นชานยอลที่กระแอมไอเบาๆ อย่างคนประหม่า

 

เอ่อ..”

 

ในขณะที่แบคฮยอนซึ่งเอาแต่ก้มมองตักของตัวเองก็ได้แต่ออกคำสั่งกับหัวใจให้เลิกสั่นระรัวเสียที บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ไม่ใช่ความอึดอัดอย่างที่เคยเป็น แต่มันเป็นความรู้สึกเคอะเขินราวกับวัยรุ่นที่เพิ่งหัดมีความรัก

 

ดะ.. เดี๋ยวผมไปดูคุณเล็กก่อนนะครับ

 

อืม

 

ถึงแม้ว่าแสงของยามเย็นที่ทอดผ่านฟากฟ้าจะอ่อนแสงเต็มที แต่ร่องรอยของความขัดเขินที่ปรากฏบนใบหน้าหวานของแบคฮยอนก็ยังคงชัดเจนในสายตาคมกริบ ไม่ต่างอะไรกับใบหูทั้งสองข้างของพ่อเลี้ยงแห่งผืนป่า ที่ในเวลานี้กำลังแดงระเรื่อเพราะความเคอะเขินไม่ต่างกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

ฝนห่าใหญ่จู่ๆ ก็ตกลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทันทีที่ชานยอลและแบคฮยอนก้าวเข้ามาในเรือนไม้หลังงาม หยาดฝนสาดกระเซ็นลงมาอย่างหนักหน่วงซึ่งดังพอๆ กับเสียงตะโกนของป้าแมรี่ที่บอกให้เด็กรับใช้ไปเก็บผ้าที่ตากไว้หลังเรือน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉุกละหุกทำให้เด็กรับใช้คนนึงไม่ทันเห็นร่างเล็กของแบคฮยอนจนวิ่งเข้ามาชนเต็มๆ

 

อ๊ะ!” / “ว้าย!!”

 

สองเสียงร้องออกมาพร้อมกันซึ่งเต็มไปด้วยความตกใจด้วยกันทั้งคู่ ร่างเล็กๆ ของแบคฮยอนเซไปข้างหลังทว่าก็ถูกท่อนแขนแกร่งรับเอาไว้ในอ้อมกอด ส่วนเด็กรับใช้ที่วิ่งออกมาจากครัวและชนผู้เป็นนายก็รีบโค้งขอโทษอย่างลนลาน

 

ขอโทษค่ะคุณแบคฮยอน หนูขอโทษจริงๆ ค่ะน้ำเสียงสั่นพร่าของเด็กรับใช้ในเรือนที่บ่งบอกว่าเจ้าตัวกลัวความผิดมากแค่ไหนทำให้แบคฮยอนยกยิ้มบาง ก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าทำไมเด็กสาวตรงหน้าถึงกลัวจนตัวสั่นขนาดนี้

 

ก็ด้านหลังแบคฮยอนมีเรือนกายสูงใหญ่ของเจ้าของเรือนยืนทำหน้าดุอยู่น่ะสิ

 

ทำไมไม่ระวัง ถ้าเกิดชนคุณเขาจนล้มบาดเจ็บจะทำยังไง

 

เสียงทุ้มเข้มที่เอ่ยตำหนิออกมาทำให้เด็กรับใช้ยิ่งกลัวจนตัวสั่นมากกว่าเดิม แบคฮยอนที่นึกเห็นใจเด็กสาวตรงหน้าจึงวางฝ่ามือลงบนท่อนแขนแกร่งที่โอบเอวของตนอยู่ ก่อนจะลูบเบาๆ เพื่อให้พ่อเลี้ยงหนุ่มใจเย็นลง

 

ผมไม่ได้เจ็บตรงไหนครับ, ส่วนเราน่ะรีบไปเก็บผ้าไม่ใช่หรือไง ไปได้แล้วไป

 

เรียวตารีสวยช้อนมองคนที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังพร้อมกับเอ่ยด้วยรอยยิ้มบาง ก่อนจะหันกลับมาเอ่ยประโยคหลังกับเด็กสาวรับใช้ ซึ่งเธอก็รีบโค้งให้เจ้านายและเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที

 

ใจดีแบบนี้เดี๋ยวเด็กคนนั้นก็เคยตัว

 

ผมไม่ได้ใจดีสักหน่อย พ่อเลี้ยงนั่นแหละดุเกินไปแล้วนะครับ

 

แบคฮยอนหัวเราะออกมาน้อยๆ พร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะชะงักไปพร้อมกันเมื่อนึกขึ้นได้ว่าพวกเขาอยู่ในท่าทางแบบไหน

 

ชานยอลเป็นคนคลายท่อนแขนแกร่งที่โอบเอวเล็กบางออกไปก่อน พร้อมกับถอยห่างออกมาจากเรือนกายเล็กโดยเว้นระยะห่างไว้เพียงหนึ่งช่วงแขน ในขณะที่แบคฮยอนหันกลับมาหาคนที่เคยยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ทว่าก็ก้มหน้ามองพื้นอย่างทำอะไรไม่ถูก เป็นอีกครั้งที่ความรู้สึกเคอะเขินโอบกอดพวกเขาทั้งคู่เอาไว้

 

เอ่อ .. ฉัน..”

 

ชาน!!”

 

ชานยอลที่กำลังจะเอ่ยบางอย่างชะงักทันทีที่ได้ยินเสียงหวานที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ใบหน้าคมหันกลับไปมองยังทิศทางของเสียง ก่อนจะเห็นวีลแชร์ไฟฟ้าคันเล็กเคลื่อนที่เข้ามาใกล้ ปรากฏใบหน้าสวยที่ฉายชัดไปด้วยความกังวล

 

ชานเป็นอะไรหรือเปล่า เรา ฮึก! เราผิดเองที่เดินไม่ได้ เราเลยไม่ได้อยู่ข้างๆ ชาน

 

เสียงสะอื้นไห้ของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนวีลแชร์เรียกรอยยิ้มบางจากใบหน้าคม ชานยอลทิ้งตัวลงนั่งคุกเข่าเบื้องหน้าวีลแชร์คันเล็ก ก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดคราบน้ำตาบนดวงหน้าสวย ซึ่งลู่หานก็ทาบฝ่ามือลงบนหลังมือหนาข้างที่เอื้อมมาซับน้ำตาให้ตนแทบจะทันที

 

เราขอโทษที่พิการแบบนี้

 

อย่าโทษตัวเองสิ อีกอย่างเราก็ไม่ได้บาดเจ็บตรงไหน เห็นไหมหืม

 

แต่เรา ..”

 

อย่ากังวลเลยนะ, แล้วนี่ทานยาหรือยังชานยอลรีบเอ่ยแทรกทั้งๆ ที่ลู่หานยังพูดไม่จบประโยค ชายหนุ่มไม่อยากให้อีกฝ่ายคิดมากเพราะกลัวว่าร่างกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจะทรุดลงไปอีก

 

คุณลู่หานเป็นห่วงคุณท่านมากเลยค่ะ ไม่ยอมทานอะไรเลย บอกเดลแต่ว่าจะรอทานพร้อมคุณท่าน

 

คำถามของชานยอลได้รับคำตอบจากปากของอเดล, เด็กรับใช้คนสนิทของลู่หานที่ยืนอยู่ด้านหลัง ซึ่งนั่นก็ทำให้ชานยอลส่ายหัวเบาๆ อย่างนึกเอ็นดูในความดื้อของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนวีลแชร์

 

ถ้างั้นเราไปทานข้าวกันดีไหม

 

อื้ม~

 

รอยยิ้มที่ทั้งสองมอบให้กันและบทสนทนาที่มีเพียงพวกเขาอยู่ในนั้น สร้างบาดแผลให้กับหัวใจดวงน้อยของคนที่ยืนเป็นส่วนเกินอยู่ข้างหลังจนหยดน้ำตาไหลรินในใจ พิรุณพร่างพรายไม่ต่างอะไรกับหยดน้ำตา และแบคฮยอนคงไม่รู้ตัวว่ามีหยดหนึ่งกำลังร่วงหล่นจากเรียวตาคู่สวยของตน

 

หยดน้ำขนาดเล็กที่แทบมองไม่เห็นหยดนั้น ตกกระทบลงบนกลีบดอกบางบริสุทธิ์ของกล้วยไม้ป่าสีขาว .. ฤทัยเหมันต์หรือหัวใจแห่งลมหนาว ความเยือกเย็นที่กัดกินหัวใจอยู่ในตอนนี้หรือเปล่าคือความหมายที่แท้จริงของกล้วยไม้ป่าช่อนี้

 

ช่างเหน็บหนาวดวงฤทัยเหลือเกิน

 

 

 

 

 

 

 

 

ถึงโรงแรมกันแล้วใช่ไหม ขอโทษจริงๆ นะที่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเซฮุนเอ่ยบอกกับคนในสายด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเพราะรู้สึกผิดกับเหตุการณ์เพลิงไหม้ที่เกิดขึ้น เพราะมันทำให้การทัวร์ปางของตนกับกลุ่มเพื่อนมหาลัยต้องยกเลิกไป

 

‘(พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ, ไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้ว)’

 

ขอบใจนะจอห์นนี่ที่เข้าใจเรา

 

ปลายสายหัวเราะตอบกลับมา ก่อนที่ทั้งคู่จะคุยกันอีกสองสามประโยคแล้ววางสายไป ลมหายใจร้อนถูกผ่อนออกมาจากปลายจมูกรั้นหลังจากที่วางสายจากเพื่อนสนิท ทั้งๆ ที่วางแผนเอาไว้ว่าจะให้เพื่อนๆ พักค้างคืนที่ปาง แต่เรื่องที่เกิดขึ้นก็ทำให้ทุกอย่างพังไปหมด

 

ก๊อก ก๊อก

 

เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นทำให้ปาร์คคนเล็กสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่เรือนกายสูงโปร่งจะลุกไปจากเตียงเพื่อเปิดประตูให้กับคนด้านนอกที่เดาว่าคงเป็นป้าแมรี่ แต่พอบานประตูเปิดออกเผยให้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย เซฮุนก็อดแปลกใจไม่ได้ที่เป็นพี่ชายตัวเล็กแทน

 

ผมเอามื้อเย็นมาให้ครับ

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีที่หลุบตาไปมองถาดไม้อันใหญ่ที่คนตัวเล็กกว่าถืออยู่ ก็เซฮุนได้ยินที่พี่ชายของตนชวนคนตรงหน้าทานมื้อเย็นด้วยกันน่ะสิ แล้วทำไมแบคฮยอนถึงมายืนอยู่ตรงนี้ซะได้

 

หลังจากที่ลงจากรถกระบะคันเก่าและกำลังจะเดินเข้ามาในตัวเรือน เซฮุนก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในรถ พอเดินกลับไปเอาก็ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่เข้าพอดี เขาเลยต้องหันหลังเดินกลับมาแล้วใช้โทรศัพท์บ้านที่อยู่ในห้องนอนโทรหาเพื่อนแทน

 

วันนี้ผมขอฝากท้องที่ห้องคุณเล็กด้วยคนนะครับรอยยิ้มจืดจางของคนตัวเล็กตรงหน้าทำให้เซฮุนพอจะเข้าใจอะไรบ้างแล้ว เรือนกายสูงโปร่งจึงเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้อง

 

ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งกับสลัดผักโขมแต่งหน้าด้วยเบคอนทอดกรอบในถาดไม้อันใหญ่ ถูกจัดวางลงบนโต๊ะไม้ที่ตั้งอยู่ด้านนอกระเบียงกว้าง ผู้เป็นเจ้าของห้องเดินตามพี่ชายตัวเล็กไปติดๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้สานตัวโปรด เช่นเดียวกันกับแบคฮยอนที่ยอบกายลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

 

น่าทานจัง แบคทำเองหรือเปล่า?” น้ำเสียงสดใสที่เอ่ยถามขึ้นเรียกให้แบคฮยอนผละจากการจัดเตรียมช้อนส้อมเพื่อเงยหน้าขึ้นมอง โดยที่ใบหน้าหวานยังคงประดับไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนเหมือนเช่นทุกครั้ง

 

มื้อนี้ป้าแมรี่เป็นคนปรุงน่ะครับ

 

อ๋อ..”

 

เซฮุนครางรับในลำคอเสียงแผ่วเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรต่อ เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงบรรยากาศแปลกๆ ที่เจือจางไปด้วยความหมองเศร้าจากคนตัวเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ทว่าก็ไม่กล้าพอที่จะเอ่ยถามอีกฝ่ายออกไป

 

คุณเล็กจะทานเลยไหมครับ

 

ห๊ะ? เอ่อ ทะ.. ทานสิๆ

 

ด้วยความยังเยาว์จึงไม่สามารถกักเก็บความรู้สึกได้มิดชิดเหมือนกับผู้ใหญ่ เด็กน้อยจึงเกิดอาการลนลานรีบคว้ามีดคว้าส้อมจนมือพันกันไปหมด แน่นอนว่าการกระทำเหล่านั้นตกอยู่ในสายตาของคนโตกว่าตลอดเวลา

 

ค่อยๆ ทานนะครับ, ระวังจะติดคอแบคฮยอนเอ่ยเสียงเรียบทว่าเจือไปด้วยความเอ็นดูเหมือนอย่างเคย ก่อนที่ฝ่ามือเล็กบางจะเลื่อนแก้วน้ำไปตรงหน้าคนเด็กกว่าที่ก้มหน้าก้มตาทานสลัดผักโขมอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

มื้อเย็นแสนอร่อยจบลงในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ความมืดมิดของรัตติกาลค่อยๆ คืบคลานเข้ามา นภากว้างที่เคยเป็นสีฟ้าครามสดใสค่อยๆ ถูกทาทับด้วยสีน้ำเงินเข้มจนเกือบดำสนิท เผยให้เห็นกระจุกดาวน้อยใหญ่ที่กระจัดกระจายอยู่เต็มฟากฟ้า

 

สายลมเย็นยามพลบค่ำพัดผ่านผืนป่า .. แวะทักทายยอดไม้สูงที่เริงระบำไปตามจังหวะของแรงลม เส้นผมสีน้ำตาลอ่อนพลิ้วไหวตามกระแสของวายุ ปกปิดความรู้สึกที่แอบซ่อนอยู่บนดวงหน้าหวาน ทว่ามันก็มิอาจรอดพ้นจากสายตาของคนที่นั่งจ้องใบหน้าหวานมาร่วมสิบนาที

 

คุณเล็กของป้าแมรี่รับรู้ได้ว่าพี่ชายตัวเล็กมีตะกอนบางอย่างตกผลึกอยู่ภายในใจ แต่ครั้นจะเอ่ยถามก็ไม่กล้าเพราะกลัวว่าจะไปกระทบกับความรู้สึกของอีกฝ่าย เซฮุนเลยได้แต่นั่งอยู่ข้างๆ เพื่อให้คนตัวเล็กรู้ว่าตนไม่ได้อยู่เพียงลำพัง

 

อย่างน้อยก็ยังมีปาร์ค เซฮุนอยู่ตรงนี้ด้วยทั้งคน

 

คุณเล็กครับ..”

 

น้ำเสียงแผ่วเบาที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปากบางทำให้เซฮุนละสายตาจากทิวทัศน์เบื้องหน้าเพื่อหันกลับมามองใบหน้าหวาน โดยที่นัยน์ตาคมทำเพียงจับจ้องเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกคนเงียบๆ อย่างผู้รับฟังที่ดี

 

ถ้าผมถามอะไรบางอย่างออกไป สัญญาได้ไหมครับว่าจะตอบความจริงกับผม

 

เซฮุนเตรียมใจมาแล้วว่าในสักวันพี่ชายตัวเล็กของเขาจะต้องเอ่ยถามถึงมัน ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยคุยกันแล้วและแบคฮยอนก็ทราบเพียงแค่เศษเสี้ยวของเรื่องราว ซึ่งเซฮุนคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่แบคฮยอนควรจะรู้ความจริงทั้งหมดเสียที

 

เรื่องของลู่หานใช่ไหมที่แบคจะถามเล็ก

 

ครับ

 

เซฮุนกดยิ้มที่ริมฝีปาก ทว่ากลับเป็นรอยยิ้มที่มีแต่ความเย้ยหยัน ยามที่ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาในห้วงคำนึง เล็กไม่ได้คิดจะปิดบังความจริงกับแบคหรอกนะ แต่ที่เล็กไม่พูดก็เพราะเล็กเชื่อว่าพี่ใหญ่จะเป็นคนบอกทุกอย่างกับแบคด้วยตัวเอง

 

“…”

 

แต่เล็กก็เพิ่งมาคิดได้ว่าพี่ใหญ่น่ะเป็นตาแก่จอมซื่อบื้อ คนๆ นั้นน่ะไม่เคยตามทันเล่ห์เหลี่ยมมารยาของใครเขาหรอก

 

ฝ่ามือเรียวบีบแก้วนมร้อนแน่นเมื่อห้วงความทรงจำหนึ่งฉายชัดเข้ามาในหัว คุณเล็กของป้าแมรี่ที่ทุกคนในปางเห็นว่าเป็นเด็กร่าเริงสดใส แท้จริงแล้วภายใต้แผ่นอกข้างซ้ายนั่นกักเก็บความรู้สึกเอาไว้มากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือความรู้สึกเกลียดชัง

 

เคยได้ยินคำกล่าวนี้ไหม ยิ่งรักมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเกลียดได้มากกว่านั้น

 

จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดมันเกิดขึ้นเมื่อสิบเอ็ดปีก่อน .. วันที่พี่ใหญ่พาคนๆ นั้นเข้ามาในบ้าน

 

 

 

 

 

 

 

 

(11 years ago)

 

บ่ายวันหนึ่งในปลายเหมันต์ ยอดหญ้าสีเหลืองอ่อนไหวเอนไปตามสายลมเย็นคล้ายจะทิ้งทวนวาระสุดท้ายของมัน ฤดูใบไม้ผลิกำลังจะกลับมาเยือนอีกครั้งตามการหมุนเปลี่ยนของเวลา และมันก็มาพร้อมกับการมาเยือนของใครบางคน

 

สวัสดี, พี่ชื่อลู่หานนะครับ

 

ปาร์ค เซฮุนในวัยแปดขวบได้รู้จักกับรอยยิ้มสดใสราวกับแสงของดวงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ผลิเป็นครั้งแรกในชีวิต การก้าวเข้ามาของลู่หานเปลี่ยนแปลงโลกสีหม่นของเด็กน้อยให้กลายเป็นโลกที่สดใส สีเทาจางค่อยๆ ถูกแต่งแต้มด้วยสีเหลืองอ่อนที่แสนอบอุ่น และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่เซฮุนเรียนรู้การรักใครสักคนนอกจากคนในครอบครัว

 

ความรู้สึกที่เซฮุนมีให้ลู่หานคือความรักที่แสนบริสุทธิ์ตามประสาเด็กน้อยไร้เดียงสา เซฮุนรักลู่หานเหมือนกับที่รักชานยอล เด็กน้อยที่ไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากแม่ผู้ให้กำเนิดจนกระทั่งได้พบกับแสงอาทิตย์สีนวลอย่างลู่หาน ความอบอุ่นที่ได้รับจากพี่ชายตัวเล็กทำให้เจ้าตัวยกให้ลู่หานเป็นคนสำคัญในครอบครัว

 

ทุกครั้งที่ลู่หานมาที่ปางไม่เคยมีครั้งไหนที่คนในปางจะไม่เห็นร่างเล็กๆ ของเซฮุนที่เดินตามอีกฝ่ายไปทุกที่ ทั้งคู่ชอบไปตัดดอกกุหลาบสีขาวที่สวนหน้าเรือนใหญ่ด้วยกันทุกเช้า ก่อนจะมานั่งจัดใส่แจกันด้วยกัน บางวันก็นอนอ่านหนังสือใต้ร่มไม้ใหญ่ที่หลังเรือนจนเผลอหลับไปพร้อมกันทั้งคู่ ลู่หานเข้ามาละลายความเงียบเหงาในใจของเซฮุน จนในที่สุดเซฮุนก็กลายเป็นเด็กที่สดใสเหมือนกับเด็กคนอื่นๆ ในวัยเดียวกัน

 

ความสัมพันธ์เริ่มถักทอจนก่อเกิดเป็นสายใยบางๆ เส้นด้ายสีแดงเชื่อมโยงทั้งคู่เข้าหากันจนกลายเป็นผูกแน่น และเมื่อถึงจุดที่ใครคนนึงเริ่มรู้สึกอึดอัด เขาคนนั้นก็ควักมีดที่ซ่อนเอาไว้ข้างหลังบั่นเส้นด้ายทั้งสองให้มันขาดออกจากกันทันที

 

และคนที่ถือมีดเล่มนั้นก็คือ ลู่หาน

 

พี่ลู่หานรักพี่ใหญ่ใช่ไหมครับ

 

ในเย็นวันหนึ่ง วันที่ปาร์ค เซฮุนอายุครบสิบสองปี เด็กน้อยที่เติบโตขึ้นจากในวันวานตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่ตนแอบสงสัยมานาน ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผู้เป็นพี่พาอีกคนเข้ามาในครอบครัว สายสัมพันธ์ที่ก่อเกิดไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับเซฮุนและลู่หาน แต่มันรวมไปถึงระหว่างลู่หานกับปาร์ค ชานยอล

 

เซฮุนดูออกว่าทั้งคู่มีความรู้สึกดีๆ ต่อกัน

 

ถ้าพี่ตอบว่าใช่, เซฮุนจะโกรธพี่ไหมครับดวงตากลมโตเป็นประกายที่เซฮุนรู้สึกคุ้นเคยอย่างบอกไม่ถูกที่ทอดมองมายังให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนเช่นทุกครั้ง และนั่นทำให้เซฮุนยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับส่ายหัวเบาๆ

 

ไม่โกรธครับ แต่พี่ลู่หานต้องสัญญากับเล็กนะครับว่าจะไม่ทำให้พี่ใหญ่เสียใจ

 

นิ้วก้อยเล็กๆ ยื่นไปตรงหน้าคนที่ตนรักไม่ต่างจากพี่ชายแท้ๆ เพื่อขอคำมั่นสัญญา โดยที่ไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งตนจะถูกเจ้าของนิ้วก้อยอีกข้างที่ยื่นมาเกี่ยวกันนั้นทำร้ายหัวใจอย่างแสนสาหัส

 

พี่สัญญาครับ

 

คำสัญญาในเย็นวันนั้นกลายเป็นความทรงจำที่แสนสวยงามซึ่งฝังลึกอยู่ในหัวใจของหนุ่มน้อยวัยสิบสองปี โลกใบเล็กๆ ที่แสนสดใสยังคงดำเนินต่อไปจวบจนกระทั่งเซฮุนเรียนจบชั้นมัธยมต้น ตลอดเจ็ดปีที่ความเชื่อใจผูกแน่นเป็นเงื่อนตาย ความโหดร้ายของโลกที่แสนโสมมก็เล่นตลกกับชีวิตของเซฮุน

 

พี่กำลังจะแต่งงานแล้วนะเซฮุน

 

จริงเหรอครับ! พี่ลู่หานจะมาอยู่ที่นี่กับเล็กตลอดไปแล้วใช่ไหม

 

รอยยิ้มและใบหน้าสวยที่พยักหน้าแทนคำตอบทำให้เซฮุนร้องดีใจจนลั่นบ้าน เหมือนกับว่าโลกใบเล็กๆ กำลังจะถูกเติมเต็มอย่างสมบูรณ์ และนั่นคือความคิดของเด็กอายุสิบห้าที่คิดว่าตัวเองมีความสุขมากที่สุดในชีวิตจนไม่ต้องไขว่คว้าหาสิ่งอื่นใดอีกแล้ว

 

เล็กดีใจจังเลยครับ!”

 

พี่ก็ดีใจเหมือนกัน

 

รอยยิ้มบนใบหน้าสวยในวันนั้นเป็นเหมือนสัญญาณเตือนถึงพายุลูกใหญ่ที่กำลังก่อตัวอยู่ในม่านเมฆ กำหนดการของงานแต่งงานใกล้เข้ามาทุกทีท่ามกลางเสียงปรีติยินดีของใครหลายๆ คน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือปาร์ค เซฮุน

 

ด้ายเส้นบางของความสัมพันธ์ที่เซฮุนไม่เคยรู้ว่ามันถูกตัดขาดด้วยน้ำมือของคนที่ตนเชื่อใจไปนานแล้วเริ่มฉายชัดให้เห็น มันเกิดขึ้นในบ่ายวันหนึ่งของเหมันต์ .. วันที่เซฮุนได้รับรู้ความจริงที่แสนโหดร้ายของโลกเน่าๆ ใบนี้

                  

การ์ดแต่งงานที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกถูกหยิบขึ้นมาเปิดอ่านด้วยความตื่นเต้น ทว่ารอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าน่ารักกลับค่อยๆ ซีดจางเมื่อนัยน์ตาเรียวคมกวาดสายตาอ่านรายละเอียดบนหน้ากระดาษ ในตำแหน่งของเจ้าสาวคือชื่อของพี่ชายตัวเล็กที่ตนแสนรัก ทว่าในตำแหน่งของเจ้าบ่าวกลับเป็นชื่อของคนที่เซฮุนไม่เคยคาดคิด

 

คนที่ลู่หานกำลังจะแต่งงานด้วย .. คือคุณพ่อของเขา

 

ไม่ใช่ปาร์ค ชานยอล

 

มะ.. ไม่จริงสองฝ่ามือยกขึ้นปิดหูตัวเองราวกับว่าไม่อยากรับรู้หรือได้ยินอะไรอีกแล้ว เซฮุนหวาดกลัวเสียงรอบกายที่เต็มไปด้วยคำโกหก เด็กหนุ่มที่เคยสดใสถูกดึงลงสู่หลุมลึกที่เรียกว่าความเสียใจ

 

เป็นหุบเหวลึกที่ไร้ซึ่งแสงสว่างและมองไม่เห็นแม้แต่ก้นเหว

 

สภาพจิตใจที่บอบช้ำถูกเหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากฝ่าเท้าของคนที่ตนรักและเชื่อใจ เซฮุนต้องทนเห็นภาพของคนโกหกกับผู้ให้กำเนิดที่เดินควงกันเข้ามาในบ้านด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข ต้องทนเห็นภาพที่ทั้งคู่กอดจูบกัน หรือแม้กระทั่งต้องทนฟังเสียงเสพสวาทของคนเห็นแก่ตัวที่กล้าทำเรื่องต่ำช้าอย่างไม่อายฟ้าอายดิน

 

รอยยิ้มเป็นสุขบนใบหน้าของคนใจร้ายซ้อนทับกับใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาของพี่ชายผู้เป็นที่รัก เซฮุนเติบโตมาในอ้อมอกของชานยอลตั้งแต่จำความได้ จึงไม่แปลกที่เขาจะรักพี่ชายของตัวเองมาก และเมื่อใดที่ชานยอลเจ็บ เซฮุนก็ไม่ต่างอะไรกับโดนแทงซ้ำๆ ที่ขั้วหัวใจ

 

พี่ใหญ่..”

 

พี่ผิดเองเล็ก .. พี่ผิดเองที่พาเขาเข้ามาในครอบครัวของเรา

 

บาดแผลที่เกิดขึ้นในใจของสองพี่น้องไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าระหว่างพวกเขาใครคือคนที่เจ็บปวดมากกว่ากัน แม้จะรักในความรู้สึกที่แตกต่าง แต่ความเชื่อใจที่มีให้กับอีกฝ่ายมันมากมายไม่ต่างกัน โดยเฉพาะเซฮุนที่ไม่เคยให้ใจกับใครมาก่อนยกเว้นคนในครอบครัว

 

ลู่หานคือคนแรก

 

เป็นคนแรกที่เซฮุนให้ใจ .. และเป็นคนแรกที่ทำมันพังจนยับเยิน

 

เล็กรู้ว่าพี่ใหญ่เจ็บปวดมากแค่ไหน แต่ได้โปรดอย่าทนทุกข์ทรมานอยู่กับมันนานเกินไปจนลืมที่จะรักตัวเอง

 

พี่..”

 

สัญญากับเล็กได้ไหมครับ

 

แม้จะผ่านความหยาบกร้านของโลกใบนี้มาก่อน ก็ไม่ได้หมายความว่าชานยอลจะเข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้มากกว่าเซฮุน เพราะในบางครั้งกับเรื่องราวบางเรื่อง คนที่เห็นความโสมมของโลกใบนี้แม้เพียงเสี้ยวเล็กๆ อาจจะเป็นคนที่เข้มแข็งมากกว่า นั่นก็เพราะว่าเขาเลือกที่จะมองมันอย่างมีสติและคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน

 

ปริศนาต่างๆ ย่อมมีทฤษฎีอธิบาย เหมือนการทำความเข้าใจกับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นกับหัวใจ เพียงแค่เราเข้าใจและรักษาบาดแผลนั้นด้วยตัวของเราเอง สักวันความเจ็บปวดย่อมจางหาย .. ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

ห้องทานอาหารในค่ำวันนี้ดูเงียบเหงากว่าทุกวัน อาจเป็นเพราะว่ามีผู้จับจองเก้าอี้ภายในห้องกว้างเพียงแค่สองคนเท่านั้น เสียงช้อนส้อมกระทบกับจานกระเบื้องดังขึ้นเป็นระยะๆ สลับกับเสียงหวานของลู่หานที่เจื้อยแจ้วอย่างอารมณ์ดี

 

ทานเยอะๆ นะชาน

 

ครับ

 

เสียงทุ้มเข้มเอ่ยรับเสียงเรียบหลังจากที่คนข้างกายตักสลัดมาใส่จานของตน ก่อนที่หน่วยตาคมจะผละสายตาจากใบหน้าสวยเพื่อมองออกไปนอกบานหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย ซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งของป้าแมรี่ดูเหมือนว่าจะไม่อร่อยเอาเสียเลยในวันนี้ ชานยอลไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไรถึงได้รู้สึกหน่วงๆ ในอก มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับว่าเขาลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไป

 

นัยน์ตาสีเข้มที่ปรากฏเพียงความเรียบนิ่งละสายตาจากบรรยากาศด้านนอกกลับเข้ามาในห้องอาหารอีกครั้ง ทว่าแววตาที่เคยราบเรียบไร้ความรู้สึกใดๆ กลับต้องวูบไหวเมื่อเหลือบไปเห็นปิ่นโตเถาใหญ่ที่วางอยู่ข้างแจกันใบสวย และนั่นทำให้ชานยอลเข้าใจได้ทันทีถึงความรู้สึกแปลกๆ ที่เกิดขึ้นภายในหัวใจ

 

ชานลองทาน—

  

เราอิ่มแล้ว, ลู่หานอย่าลืมทานยาหลังอาหารนะครับ เราขอตัวก่อน

  

ชานยอลไม่ได้รอฟังว่าลู่หานจะพูดอะไรต่อจากนั้น เพราะทันทีที่เอ่ยจบเรือนกายสูงใหญ่ก็ลุกไปหยิบปิ่นโตตรงมุมห้องและเดินออกมาจากห้องอาหารทันที ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังห้องครัวเพราะคิดว่าจะได้พบกับคนที่ตนต้องการเจอ

 

ช่วงขายาวก้าวเข้ามาในห้องครัวที่ในเวลานี้มีเพียงป้าแมรี่กับเด็กรับใช้อีกสองคนเท่านั้น หน่วยตาคมกริบกวาดมองไปทั่วห้องหวังจะได้เห็นใบหน้าหวานของคนตัวเล็กที่อยู่เคียงข้างกายมาตลอดทั้งวัน ทว่ากลับต้องผิดหวังเพราะกรอบสายตาพบเจอเพียงความว่างเปล่า

 

มองหาใครอยู่เหรอคะพ่อเลี้ยงเสียงเอ่ยถามของป้าแมรี่ทำให้ชานยอลเลิกกวาดสายตามองไปทั่วห้องและก้มหน้ามองคนแก่กว่าตรงหน้า

 

ป้าเห็นแบคฮยอนไหมครับ

 

คุณแบคฮยอนเหรอคะ อืม.. เหมือนคุณเขาจะยกมื้อเย็นขึ้นไปทานกับคุณเล็กบนห้องนะคะ พ่อเลี้ยงมีอะไรหรือเปล่าคะ?”

 

คำตอบของป้าแมรี่คล้ายกับหอกแหลมที่พุ่งทะลุกลางปอดจนชานยอลแทบหายใจไม่ออก เขามันโง่เขลาจริงๆ ที่ลืมคำพูดของตัวเองที่เอ่ยบอกอีกฝ่ายเอาไว้ ความสัมพันธ์ระหว่างเรากำลังจะดีอยู่แล้ว แต่เขาก็โง่ที่พังมันเองกับมือ  

 

เปล่าครับ, ผมเอาปิ่นโตมาคืนน่ะครับเสียงทุ้มเข้มเอ่ยประโยคหลังเสียงแผ่วเพราะยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิมเมื่อมองปิ่นโตที่ถืออยู่ในมือ ก่อนที่ฝ่ามือหนาจะยื่นมันให้กับคุณป้าร่างท้วมที่ยื่นมือมารับคืนกลับไป

 

มื้อเที่ยงถูกปากใช่ไหมคะพ่อเลี้ยง คุณแบคฮยอนเธออุตส่าห์ทำเองทั้งหมดเลยนะคะ

 

คำพูดของป้าแมรี่ทำให้ชานยอลชะงัก ก่อนที่ใบหน้าคมจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม ป้าพูดว่าอะไรนะครับ?”

 

ป้าถามว่ามื้อเที่ยงในปิ่นโตใบนี้น่ะค่ะ อร่อยไหม, คุณแบคฮยอนเธอตั้งใจทำให้พ่อเลี้ยงทานมากเลยนะคะ

 

ความจริงที่ได้รับรู้จากปากของป้าแม่บ้านยิ่งตอกย้ำความโง่เขลาของชานยอลที่เผลอทำร้ายจิตใจคนที่หวังดีกับตนมากมายขนาดนี้ ฝ่ามือหนากร้านยกขึ้นลูบหน้าตัวเองอย่างคนหมดเรี่ยวแรง ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าจะต้องขอโทษคนตัวเล็กยังไงกับสิ่งผิดพลาดที่ตนกระทำ

 

ผมทำผิดกับเขาจริงๆ ครับป้า

 

ถ้ารู้ว่าทำผิดก็ไปขอโทษเขาสิคะ ไม่มีใครไม่ให้อภัยคนที่สำนึกผิดแล้วรู้จักเอ่ยคำขอโทษหรอกนะคะพ่อเลี้ยง

 

แมรี่ทอดมองใบหน้าคมเข้มของผู้ชายตัวสูงใหญ่ตรงหน้าที่เธอรักไม่ต่างจากลูกด้วยแววตาเอ็นดู คุณใหญ่ของเธอเรียนรู้ที่จะฟังความรู้สึกของตัวเองและรักษาความรู้สึกของคนที่อยู่ข้างกายได้เสียที ซึ่งเธอก็ได้แต่หวังว่าเจ้านายของเธอจะพบเจอกับความสุขที่แท้จริงในสักวัน

 

ผมไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง

 

ทุกคำถามที่พ่อเลี้ยงหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ มันอยู่ในนี้ทั้งหมดนั่นแหละค่ะ ขอแค่ฟังเสียงของมันเท่านั้น ฟังเสียงหัวใจของตัวเองบ้างเถอะค่ะพ่อเลี้ยง

 

หัวใจของใครก็ควรรับผิดชอบของตน ไม่ใช่เอาหัวใจไปผูกกับความรู้สึกของคนอื่นจนลืมฟังเสียงหัวใจของตัวเอง เพราะถ้าทำแบบนั้น .. สุดท้ายแล้วคนที่ต้องเจ็บปวดก็ไม่พ้นตัวเองและคนที่ตัวเองรัก

 

 

 

 




 tbc.

 

บางความทรงจำอาจเป็นสีเทา ทว่ายังคงสวยงามในแบบของมัน

เหมือนวันที่ฟ้าหม่นเพราะหยาดฝน แต่ปราฏรุ้งกินน้ำที่ปลายขอบฟ้า

#ซคกด

 


S
N
A
P
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 409 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,072 ความคิดเห็น

  1. #2067 galaxy_fanfan12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 มีนาคม 2564 / 01:43
    น้องงอนแล้วนั่น
    #2,067
    0
  2. #1989 Pinkkaboo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 23:43
    เพื่ออะไรคะลู่หานคนงาม เพื่ออะไรรรรรร
    #1,989
    0
  3. #1938 @_@ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2563 / 00:34

    พ่อเลี้ยงแม่นางเขาเปนเขินกันเหมือน14อีกครั้งเลยค่ะคุณ /////v/////

    แต่จะดีกว่านี้ถ้าพ่อเลี้ยงไม่ลืมคำพูดตัวเองอ่ะนะคะะะะะะะะะ /มองบน

    นังลู่นี่ก็หน้าด้านหน้าทนเนอะ ทำร้ายเขาขนาดนั้น จับพ่อแล้วยังจะมาจับลูกต่ออีก

    ชานก็น่าจะรุ้ว่าลู่นังร้ายนี่น้าาาาาา คนใช้ส่วนตัวก็มี ไม่ควรใส่ใจเกินเพื่อนคนนึงนะคะ

    คนที่ควรใส่ใจมากๆต่อจากนี้คือใครน่าจะรุ้นะค้าาาา ไปง้อด่วนเลยค้าาาาา


    #1,938
    0
  4. #1917 หนูเน่าา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 22:19
    เผลอเก่งชานยอลลล ยัยน้องน่ารักล้สิฮันแหน่
    #1,917
    0
  5. #1866 Sehunnihisehun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2563 / 08:41
    พีคจริงตอนแรกคิดว่าแต่งกับชานแล้วปลดออกแต่ชานเธอทำไมยังรักเขาาาาา
    #1,866
    0
  6. #1823 Chi_Yeol (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 17:54
    เพิ่งชวนกินข้าวด้วยกัน พอเจอลู่ลืมเลยจ้า งอนนนน
    #1,823
    0
  7. #1784 pcy921 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2563 / 23:38
    อ่ะ สมน้ำหน้าชานยอลแล้วกันค่ะ

    ทำร้ายจิตใจน้องแบค=ประหาร
    #1,784
    0
  8. #1694 bbblueskyy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 13:54
    ชอบน้องแบคเข้าแล้วใช่ไหมพ่อเลี้ยง
    #1,694
    0
  9. #1117 purnploy (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 17:50
    พ่อเลี้ยงเริ่มชอบแม่นางเขาแล้วใช่มั้ยยย
    #1,117
    0
  10. #1103 kaslovely (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 22:30
    ลู่ ทำไมอ่ะ

    คือ what the มากๆ
    #1,103
    0
  11. #948 Jammie-Lee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 16:19
    ฟังเสียงหัวใจตัวเองชานยอลลลลล
    #948
    0
  12. #914 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 21:20
    กำลังจะดีแท้ๆๆๆ
    #914
    0
  13. #837 faniikris (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 09:42
    ลู่หานต้องมีเหตุผลดิ
    #837
    0
  14. #783 เจ้าบี๋ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:56
    โอ๊ยยย มารเยอะจริงๆ งื้อออ
    #783
    0
  15. #773 papaengya12 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:58
    สงสารแบคค
    #773
    0
  16. #739 Bjyn_tt (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:21
    ใจเต้นแรงง งื้ออลูกช้านนนน
    #739
    0
  17. #729 ❤ Little "B" ❤ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 มกราคม 2561 / 21:27
    ลู่หานทำขนาดนี้ชานยอลยังใจดีเก็บไว้ในบ้านอีกเหรอ
    #729
    0
  18. #626 fatipa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2560 / 00:07
    ความจริงเผยสักที แงงงงง
    #626
    0
  19. #611 imfade (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 06:56
    ลู่หานร้ายไม่เบา พ่อเลี้ยงก็ดูใจตัวเองหน่อย ฮือ
    #611
    0
  20. #497 พี่เสือชานยอล (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 14:38
    พ่อเลี้ยง!!!!! เซฮุนพูดถูกพ่อเลี้ยงเป็นตาแก่ซื่อบื้อ555555 โอ้ยยยย
    #497
    0
  21. #450 Hunhun (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 16:11
    นี่เธออออออทำผิดซ้ำๆแบบนี้คิดว่าคนที่โดนจะเสียใจจนชินเหรอออชานยอลลลล งี่เง่าจริงงง
    #450
    0
  22. #443 pim pimmi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 10:09
    โกรธอ่ะ ทำไม
    #443
    0
  23. #413 BN0412 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2560 / 20:38
    พ่อเลี้ยงนี่น้าา
    #413
    0
  24. #403 pichaya_aom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 17:50
    น้องแบคนดี
    #403
    0
  25. #382 M.mind20 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2560 / 13:46
    ฟังเสียงหัวใจตัวเองเถอะพ่อเลี้ยง ขอร้องงงงงงงงงงงงงง????
    #382
    0