หัวใจรักของทักษกร (ภาคต่อคู่ขวัญชีวา) ตีพิมพ์กับสถาพรบุ๊กส์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101,701 Views

  • 220 Comments

  • 1,009 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,056

    Overall
    101,701

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 ฝากรัก 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4161
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    14 เม.ย. 62

ร่างของหิรัญญิการ์ที่กำลังผุดลุกขึ้นยืน ทำให้ชานนท์ต้องตะโกนถามเสียงดังแข่งกับเสียงนักร้องบนเวที

“นั่นแกจะไปไหนยายพลู”

“ห้องน้ำ ฉันปวดฉี่ หรือแกจะไปเป็นเพื่อนฉันหรือนังนนนี่”

ชานนท์ส่ายหน้าก่อนจะพยักพเยิดไปทางมาริสา

“ให้ยายสาไปเป็นเพื่อนแกแล้วกัน”

คนถูกพยักพเยิดลุกขึ้นยืนทันที

“ไปสิ ฉันกำลังนึกอยากจะไปห้องน้ำอยู่พอดี” พูดจบมาริสาก็ทำท่าจะประคองผู้เป็นเพื่อนไปยังห้องน้ำแต่เจ้าตัวส่ายหน้าไม่ยินยอม

“ฉันเดินเองได้น่า”

“แค่ลุกขึ้นแกยังเซ อย่าดื้อนักเลยน่า” พูดจบก็ตรงเข้าประคองทันทีไม่สนใจท่าอิดเอื้อนของอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ครั้นเดินไปได้สักพักคนถูกประคองก็บ่นขึ้นพลางยกมือขึ้นกุมศีรษะ

“ฉันปวดหัวจังเลยยายสา”

“ก็จะไม่ปวดได้ไงล่ะ ก็เล่นดื่มเข้าไปเพียวๆ แบบนั้น แล้วแกน่ะไม่ได้คอแข็งแบบนนนี่หรือพี่ชาตินี่หว่าจะได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไร” มาริสาพูดแล้วอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เพราะตามปกติผู้เป็นเพื่อนจะไม่ค่อยได้แตะต้องพวกแอลกอฮอล์นัก เรียกว่านานทีปีหนเลยก็ว่าได้ “เดี๋ยวล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นเดี๋ยวก็หาย หรือถ้าจะให้ดีก็ล้วงคออ้วกออกมาซะจะได้ดีขึ้น”

คนถูกบอกให้ล้วงคออ้วกหัวเราะคิก

“บ้าเหรอ กินเข้าไปแล้วจะอ้วกทำไมให้เสียดายของล่ะ”

ซึ่งก็เป็นอย่างที่มาริสาว่าจริงๆ หลังจากออกจากห้องน้ำแล้วจัดการล้างหน้าล้างตาจึงค่อยรู้สึกสดชื่นขึ้นบ้าง แม้จะยังมีอาการปวดศีรษะหนึบๆ อยู่บ้าง ครั้นหันไปมองผู้เป็นเพื่อนยังไม่เห็นอีกฝ่ายตามออกมา หิรัญญิการ์จึงตัดสินใจเดินออกมารอด้านนอก เมื่อเห็นว่าตรงใต้ร่มไม้ใหญ่ริมทางเดินด้านทางซ้ายมือมีเก้าอี้ยาวสีขาวตั้งอยู่ จึงคิดจะเดินไปนั่งตรงนั้นเผื่อลมเย็นๆ จะช่วยให้อาการที่เป็นอยู่ดีขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย

ทว่า...

ขณะกำลังจะเดินเลี้ยวออกไปยังจุดหมายปลายทาง ก็ปะทะเข้ากับร่างสูงของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังเดินกดโทรศัพท์อยู่อย่างจัง กระทั่งโทรศัพท์ในมือของอีกฝ่ายกระเด็นตกลงบนพื้นพร้อมกับเสียงโวยวายขึ้นมาว่า

“เฮ้ย...อะไรกันวะ”

หิรัญญิการ์ใช่ว่าจะไม่เจ็บเพราะหน้าผากของเธอกระแทกเข้ากับไหล่ของเจ้าของร่างสูงที่ตัวเองชนเต็มแรงจนต้องร้องอุทานออกมา

“โอ๊ย!

ครั้นเงยหน้ามองผู้ที่ตัวเองเดินชน ตาของหญิงสาวก็เบิกโพลงอย่างตกใจและคาดไม่ถึง เพราะเจ้าของร่างสูงที่เดินชนนั้นคือ...ทักษกร พี่ชายของน้องสะใภ้ คนที่เธอเพิ่งเอ่ยปากพูดค่อนว่ามาริสาผู้เป็นเพื่อนไปนั่นเอง

อะไรจะบังเอิญขนาดนั้นนะยายพลู

แม้จะไม่เคยรู้จักหรือเจอกับอีกฝ่ายจังๆ มาก่อน แต่มาริสาทั้งเอารูปและพูดถึงจนแทบล้างหูฟัง ความรู้สึกของเธอที่มีต่อผู้ชายคนนี้จึงอยู่ในทางด้านลบมากกว่าบวก และเพราะอาการมึนศีรษะที่เป็นอยู่ก่อนหน้านี้ รวมกับหน้าผากของตัวเองกระแทกกับไหล่หนาของอีกฝ่ายเข้าเต็มแรง ทำให้เกิดเป็นความพะอืดพะอมที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในลำคอและตีขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ของเหลวจากลำคอหรือพูดง่ายๆ ก็คืออ้วกก็พุ่งพรวดใส่ร่างสูงตรงหน้าทันที

พรวด!

ทักษกรที่กำลังยืนตะลึงพรึงเพริดอยู่เพราะไม่คิดว่าผู้หญิงที่เดินชนเขาจะเป็นคนที่ตัวเองให้ความสนใจตอนนั่งอยู่บนชั้นลอย และยังไม่หายจากอาการตกตะลึง ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจซ้ำสองจากของเหลวกลิ่นคละคลุ้งที่พุ่งใส่อกเสื้อเขา

“เฮ้ย...อะไรกันวะ”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำเอาอาการเจ็บหน้าผากจากการปะทะ หรือแม้แต่อาการปวดหัวหนึบๆ บวกพะอืดพะอมที่หิรัญญิการ์กำลังเป็นอยู่หายเป็นปลิดทิ้ง อาจจะหายตอนที่อ้วกใส่อีกฝ่ายแล้วด้วยซ้ำ หญิงสาวจึงตัดสินใจอาศัยช่วงที่อีกฝ่ายยังยืนตกตะลึงก้มลงมองเสื้อตัวเองอยู่วิ่งผละหนีไปทันที

ทำนองเดียวกับชนแล้วหนี แต่ของเธอเป็นอ้วกแล้วหนี ตอนนี้ขอไปตั้งตัวก่อนเถอะ

หญิงสาววิ่งลัดเลาะไปยังรถยนต์ของตัวเอง ก่อนจะเปิดประตูหยิบขวดน้ำมาบ้วนปาก จนกลิ่นไม่พึงประสงค์ค่อยๆ หายไป แล้วจึงเข้าไปนั่งสงบสติอารมณ์ภายในรถ พลางนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้

เมื่อกี้...เธออ้วกใส่ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายที่ชื่อทักษกรนี่นะ

เวรละยายพลู แถมอ้วกใส่แล้วหนีอีกต่างหาก ถ้าเกิดเจอเขาอีกครั้งเธอจะทำหน้ายังไงล่ะนี่

แต่...วงจรชีวิตของเธอกับเขาไม่น่าจะมาบรรจบพบกันได้หรอกน่า คิดได้ดังนั้นดวงหน้าของคนอ้วกแล้วหนีก็ยิ้มย่องผ่องใส แล้วต้องสะดุ้งเมื่อเสียงสมาร์ตโฟนในกระเป๋าใบใหญ่ดังขึ้น เมื่อเห็นชื่อของผู้เป็นเพื่อนที่หน้าจอก็รีบกดรับทันที

“ว่าไงยายสา”

“ฉันไม่ว่าแต่จะด่าแกยายพลู ฉันออกมาไม่เจอก็นึกเป็นห่วงกลัวว่าแกแอบไปอ้วกอยู่ที่ไหน”

ฉันไม่ได้แอบแต่อ้วกใส่โต้งๆ เลยแหละ แถมอ้วกใส่คนที่แกชื่นชอบด้วยแหละยายสาเอ๋ย หิรัญญิการ์ตอบเพื่อนอยู่ในใจแต่ปากก็พูดออกไปว่า

“ฉันอยู่ที่รถกำลังจะกลับแล้ว ฝากแกบอกพวกที่โต๊ะด้วยแล้วกันว่าฉันขอตัวกลับก่อน มึนหัวชะมัด”

“แล้วแกขับรถกลับคนเดียวได้เหรอ ให้ฉันนั่งไปเป็นเพื่อนไหมล่ะ”

“ไม่ต้อง” หิรัญญิการ์พูดปฏิเสธทันควัน “แกกลับไปนั่งกับพวกพี่พริ้งเถอะ เดี๋ยวฉันถึงบ้านแล้วจะโทร. รายงาน”

“อืม ถ้าอย่างนั้นแกก็ขับรถดีๆ ระวังตำรวจด้วยแล้วกัน”

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

0 ความคิดเห็น