หัวใจรักของทักษกร (ภาคต่อคู่ขวัญชีวา) ตีพิมพ์กับสถาพรบุ๊กส์

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 101,701 Views

  • 220 Comments

  • 1,009 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3,056

    Overall
    101,701

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 ฝากรัก 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10050
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    10 เม.ย. 62


บทที่ 1 ฝากรัก

 

“ต่อแต่นี้เราอย่าได้เจอกัน

ขอให้มันจงเป็นวันสุดท้าย

เพราะรู้ดีว่าไม่มีความหมายถึงเจ็บเพียงใดฉันก็ต้องตัดใจ

ก็คนนั้นเขาก็ยังพบเธอ
ก็เห็นเธอยังไปเดินกับเขา
ไม่เคยนึกเลยว่าจะทำกับเรา
อุตส่าห์เอาใจเอาความรักจริงมอบให้เธอ
ที่แท้เปลืองตัว
….

(เพลง เจ็บนิดเดียว ของ นิตยา บุญสูงเนิน)

 

ขณะที่บนเวทีในผับดังย่านทองหล่อ นักร้องหนุ่มหุ่นเซียะกำลังร้องคร่ำครวญเพลงเก่าที่นำมาร้องใหม่ โดยใส่อารมณ์ร่วมอย่างเต็มที่ทั้งน้ำเสียงและท่าทาง จนเรียกให้คนฟังด้านล่างต่างพากันร้องตามไปด้วย

ทว่า...

บนโต๊ะทางด้านขวามือห่างจากเวทีพอสมควร หญิงสาวสวยเจ้าของนามหิรัญญิการ์ในชุดกางเกงยีนขาสั้นเหนือเข่าอวดช่วงขาเรียวยาวกับเสื้อเชิ้ตแขนสี่ส่วนเข้ารูปสีขาวแบบเก๋ กำลังส่งเสียงต่อว่าต่อขานใส่หญิงสาววัยใกล้เคียงกัน ที่นั่งอยู่ด้านข้างด้วยเสียงยานคางจากฤทธิ์สุราที่ดื่มเข้าไปไม่น้อย

“พี่พริ้งนะพี่พริ้ง พลูก็คิดว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไร ที่แท้เป็นปาร์ตีสละโสดหนีน้องไปแต่งงานนี่เอง” พูดพลางดื่มเหล้าในแก้วที่ถืออยู่เข้าไปอึกใหญ่ “สัญญากันไว้ดิบดีว่าจะอยู่บนคานทอง...ฝังเพชรด้วยกัน จู่ๆ ก็มาตัดช่องน้อยแต่พอตัวทิ้งกันไปดื้อๆ ซะงั้น อย่างนี้ก็ได้หรือคะ”

ณัฐมนที่ถูกต่อว่าต่อขานยังไม่ได้เอ่ยปากพูดโต้ตอบอะไรออกไป ชานนท์ที่นั่งจ้องนักร้องบนเวทีตาหวานเชื่อมก็หันมาเถียงแทนขึ้นว่า

“นี่...นังพลู พี่พริ้งเค้าทำถูกแล้วที่เอาตัวรอดหนีคานไปได้ ใครจะมัวมาดักดานเกาะคานปล่อยให้ความสาวความสดร่วงโรยเหี่ยวเฉาไปตามกาลเวลาเหมือนหล่อนล่ะยะ ยิ่งสูงก็ยิ่งหนาว”

ดวงหน้าของคนพูดนั้นหล่อเหลาจนสาวๆ มองเหลียวหลัง ถ้าเสียงที่พูดไม่ออกอาการกระตุ้งกระติ้งก็ไม่มีใครคาดเดาเพศที่แท้จริงได้เป็นแน่

“นัง...นนนี่ แกอย่ามาทำเป็นสู่รู้หน่อยเลย ฉันไม่เคยเหี่ยวเฉาอย่างที่แกพูดซะหน่อย แล้วก็ไม่เคยคิดจะปล่อยให้ความสาวความสดของฉันร่วงโรยด้วย ฉันมีความสุขกายสบายใจมากๆ ต่างหาก ยิ่งสูงสำหรับฉันไม่ใช่ยิ่งหนาว แต่ยิ่งมองเห็นอะไรๆ ได้อย่างชัดเจนต่างหากย่ะ”

คนชอบอยู่บนที่สูงพูดเสียงสะบัดพลางส่งค้อนให้ผู้เป็นเพื่อนควับใหญ่ แล้วยกแก้วที่มีน้ำสีเหลืองอำพันเหลืออยู่เกือบครึ่งแก้วขึ้นกระดกลงคอจนหมด

“เฮ้ย...ยายพลู เบาๆ หน่อย ทำเป็นดื่มแบบพวกคอทองแดงไปได้ แกมันคอแป๊ปเดี๋ยวก็เมาแย่หรอก”

ปิยะชาติ ชายหนุ่มผมยาวหน้าเหี้ยมท่าทางติสต์แตก แต่ความจริงเจ้าตัวเป็นคนเรียบร้อยสะอาดสะอ้านจนใครต่อใครคิดไม่ถึงเอ่ยเตือน เจ้าตัวชอบทำตัวเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มด้วยอายุที่มากกว่าคนอื่นถึงสองปี

“พี่ชาติ ถ้าจะเมาก็คงไม่ถึงกับแย่หรอกน่า ไหนๆ พี่พริ้งก็อยากจะไปลงนรก เอ๊ย ขึ้นสวรรค์ พลูก็จะดื่มอวยพรให้พบกับความสุขสมหวังดังตั้งใจไงค้า” คนพูดพูดยานคางพลางยกขวดเหล้าเทใส่แก้วตัวเองเพียวๆ แล้วดื่มลงคอทันที ท่ามกลางเสียงร้องของคนทุกคนในโต๊ะ

“เฮ้ย!!!

หิรัญญิการ์หัวเราะคิกคักกับท่าทางของกลุ่มผองเพื่อนก่อนจะยกมือขึ้นโบกไปมา นัยน์ตาคู่สวยฉ่ำปรือ

“จะร้องกันทำไม” แล้วจึงหันไปทางชานนท์ “นังนนนี่ แกเป็นคนบอกฉันเองไม่ใช่หรือว่า การดื่มเหล้าให้อร่อยลิ้นและไม่เสียรสชาติต้องไม่ผสมอะไรลงไปเลย แค่เหล้าเพียวๆ ตามด้วยน้ำแข็งเปล่าก็อร่อยแล้ว” พูดจบก็ยกแก้วน้ำแข็งเปล่าตรงหน้าดื่มตามลงไปทันที

“นี่...นังพลู” ชานนท์เรียกเพื่อนเสียงแหลม “คนที่ทำอย่างที่ฉันพูดได้ต้องดื่มเหล้าเก่งๆ แบบพี่ชาติหรือฉันเท่านั้น ไม่ใช่แกที่ดื่มเหล้าสองแก้วแต่เมาเป็นขวด” พูดพลางก็ยื้อแย่งแก้วเหล้าจากผู้เป็นเพื่อนเอาไปวางจนพ้นเงื้อมมือ แล้วจึงหันไปทางหญิงสาวเจ้าของงานปาร์ตีสละโสด “พี่พริ้งช่วยห้ามมันหน่อยสิครับ”

สาวสวยที่ถูกขอร้องให้ช่วยห้ามซึ่งเป็นเจ้าของงานปาร์ตีสละโสด มองสาวรุ่นน้องที่รู้จักสนิทสนมด้วยเคยทำงานด้วยกันที่บริษัท แม้เจ้าตัวจะลาออกไปแล้วก็ตาม สนิทจนถึงขั้นเคยสัญญาว่าจะอยู่ขึ้นคานเป็นเพื่อนกัน นิ่งอยู่ครู่หนึ่ง

“พี่ขอโทษนะพลูที่จู่ๆ ก็แต่งงาน และพี่...ก็ไม่ได้ทิ้งอย่างที่พลูว่านะ แต่เป็นเพราะความรักมันโบยบินมาหาพี่จนตั้งตัวไม่ติดต่างหากล่ะจ๊ะ”

คนที่เพิ่งค้นพบว่าการอยู่บนคานนานๆ บางช่วงก็เหงาไม่ใช่น้อย ครั้นมีคนมาสอยจึงไม่รีรอที่จะกระโดดลงมาแม้จะรู้ว่าแข้งขาอาจจะหักก็ยอม บอกเหตุผลด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเจือไปด้วยความสุข คำพูดดังกล่าวหิรัญญิการ์ที่ตอนนี้สติสัมปชัญญะไม่ค่อยจะสมบูรณ์ครบถ้วนนักฟังแล้วอดเบ้ปากเล็กน้อยออกมาไม่ได้

“ความรักโบยบินมาหาจนตั้งตัวไม่ติดหรือคะ เฮ้อ...ช่างเป็นคำน้ำเน่าจริงๆ ทำเป็นยายสาไปอีกคนแล้ว ยายนั่นแอบรักเจ้านายที่บริษัท รักเขาข้างเดียวเหมือนข้าวเหนียวนึ่ง น้ำท่วมไม่ถึงก็แห้งเหี่ยวเฉาตาย ทั้งที่รู้ว่าเล่นกับไฟแต่ทำไมคนเราจึงโหยหากันนักไอ้ความรักเนี่ย มันเป็นเพียงแต่นามธรรมจับต้องก็ไม่ได้”

“อ้าว...ยายพลู” มาริสาผู้ถูกพาดพิงถึงส่งเสียงโวยวาย “แกวกมาพูดแขวะเรื่องฉันอีกแล้วนะ อุตส่าห์นั่งฟังเพลงเงียบๆ ถึงฉันจะได้เพียงแค่แอบรักเขาข้างเดียว แต่ก็ยังโชคดีที่ได้รู้จักกับความรักว่ามันเป็นยังไง ถึงจะไม่สมหวังแต่ก็ไม่เสียชาติเกิด และยังโชคดีที่ไม่ได้เป็นอย่างในเพลงที่นักร้องเพิ่งร้องจบนั่น”

“โชคดีตรงไหน” คนใจอคติกับความรักเอ่ยถามเสียงสูง “การแอบรักเนี่ยมันเรียกว่าโชคดีด้วยเหรอยายสา โชคร้ายละสิไม่ว่า”

มาริสาขยับปากจะเถียงออกไป แต่ถูกณัฐมนขยิบตาส่งสัญญาณให้เงียบก่อนจะหันไปพูดกับหิรัญญิการ์

“ฟังพี่นะพลู สักวันถ้าพลูเจอคนที่ใช่จะเข้าใจ จงจำไว้เถอะ ทุกอย่างถ้าไม่เจอกับตัวเองจะไม่รู้ซึ้งหรอกจ้ะ อยู่บนที่สูงมองเห็นอะไรได้ชัดเจนอย่างที่พลูพูดก็จริง แต่บางครั้งมันก็เหงานะ” 

“พลูไม่เห็นจะเหงา” หิรัญญิการ์เถียงเสียงดัง “คอยดูสิ อีกไม่นานพี่พริ้งก็จะเป็นเหมือนยายหนิง ที่หลังแต่งงานแล้วชวนไปไหนก็ไม่ไป เพราะต้องรีบกลับบ้านไปหาข้าวปลาไว้คอยท่าสามีที่ไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหน กลายเป็นยายเพิ้งที่แม้แต่วันหยุดยังต้องทำงานงกๆ สภาพตอนนี้ดูได้ที่ไหน”

“ยายหนิงอาจจะมีความสุขที่ได้ทำแบบนี้ก็ได้ แกมองในมุมมองด้านเดียวของแกเท่านั้นนังพลู” ชานนท์พูดกับเพื่อนทว่าดวงตานั้นจ้องมองนักร้องบนเวทีตาเป็นมัน “แหม...นักร้องบนเวทีเนี่ยน่าสอยไปนอนซบชะมัด”

“อาจจะเป็นอย่างที่นนนี่ว่านะพลู” ณัฐมนพยักหน้าเห็นด้วยกับชานนท์ “เรามองว่าหนิงดูมีชีวิตที่วุ่นวายแต่เจ้าตัวอาจจะมีความสุขกับชีวิตอย่างนั้นก็ได้ใครจะรู้ และที่พลูว่าสภาพดูไม่ได้น่ะมันขึ้นอยู่กับคนคนนั้นต่างหาก เพื่อนพี่หลายคนหลังแต่งงานก็ยังใช้ชีวิตเป็นปกติ ทุกอย่างอยู่ที่การจัดสรรเวลาเท่านั้นเองจ้ะ”

ดวงหน้าสะสวยของหิรัญญิการ์ที่ตอนนี้แดงก่ำเพราะร่ำสุราเข้าไปหลายแก้วเผยรอยยิ้มหมิ่นๆ

“เอาเถอะ ใครจะมีความสุขก็มีไป แต่พลูยินดีที่จะไม่เลือกมีความสุขแบบนั้น ขอมีความสุขในรูปแบบของตัวเอง”

ณัฐมนมองรุ่นน้องสาวแล้วยิ้มกว้าง เพราะเมื่อก่อนตัวเธอก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน แต่อะไรในโลกนี้เป็นสิ่งไม่แน่นอน ด้วยมักจะมีสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอ อีกฝ่ายยังไม่เจอความรักเกิดขึ้นจังๆ กับตัว ตอนนี้จะพูดอะไรก็ย่อมได้

             สักวันเมื่อถึงวันนั้น...จะหลงลืมว่าเคยพูดอะไรไว้






ฐิญาดา
หิรัญญิการ์ สาวมาดมั่นที่ประกาศลั่นว่าไม่คิดคบเด็ก แต่กลับไปก่อวีรกรรมเด็ดจนต้องคอยหลบหน้าคู่กรณีซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน ทักษกร ชายหนุ่มรูปหล่อมาดเนี้ยบท...
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

0 ความคิดเห็น