ก็รักคุณทุกคืนนั่นแหละ สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 8 : ลูกสาวผู้มีพระคุณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 777
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    11 พ.ย. 63

หลังจากแยกย้ายกับรัญญาและวรินทรกฤตนัยก็พาแม่กลับมาที่คอนโดเพราะคุยกันแล้วว่าคืนนี้แม่จะพักกับลูกชาย และแม้ว่าคอนโดของเขาจะมีสองห้องนอนอยู่แล้ว แต่พออาบน้ำเสร็จเจ้าตัวก็แอบแวะมาหาแม่ นั่งคุยกันเล่นหรือบางคืนก็นอนค้างที่ห้องเลย

“อืม” ตอนที่มาถึงหัยก็นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง มาถึงลูกชายคนเดียวก็ขึ้นมานอนบนเตียงด้วย ทิ้งตัวนอนหนุนตักแม่จนหทัยต้องขยับให้ลูกชายตัวโข่งนอนหนุนได้ถนัดๆ

“อะไรกันลูกคนนี้ โตจนจะมีเมียแล้วยังมานอนหนุนตักแม่อีก” แม้ปากจะบ่นแต่ดวงตาเปล่งประกายความสุข ไม่ต่างจากลูกชายที่ทิ้งตัวนอนด้วยความผ่อนคลายสบายใจ

“เป็นยังไงบ้างแม็กซ์วันนี้ แม่ว่าหนูอุ้มก็น่ารักนะ เป็นคนจิตใจดี เหมือนแม่เขานั่นแหละ ถอดกันมาเลย” เงียบกันสักพักหทัยก็ถามลูกชาย ซึ่งกฤตนัยก็เห็นด้วย

“ครับ น่ารัก” น่ารักและใจดีมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แม้โตขึ้นจะไม่ค่อยได้เจอกันแต่กฤตนัยก็เคยติดตามเธอบ้าง เวลาทำงานเครียดๆ เปิดดูคลิปรีวิวของเธอก็เพลินๆ ดี เจอกันกี่ครั้งก็ดูเป็นคนที่มีแต่ความอารมณ์ดีอยู่รอบตัว

“อาจจะไม่ได้สวยหุ่นดีพิมพ์นิยมแบบที่แม็กซ์ชอบ”

“แม่รู้เหรอครับว่าแม็กซ์ชอบแบบไหน”

“แน่ะ มีปกป้องกันด้วย” แม่ก็รีบแซว คนถูกแซวหัวเราะเบาๆ อาจจะจริงที่สาวๆ ที่เขาเคยมีความสัมพันธ์ด้วยจะมีแต่สาวสวยหุ่นดีทั้งนั้น ไม่เคยมีไซซ์นี้ แต่กฤตนัยก็ไม่ได้รู้คิดว่าถ้าจะลองคบใครสักคนจริงๆ เรื่องนี้จะเป็นปัญหา

“น้ารัญน่ะเขามาขอลูกชายให้ลูกสาวเขา กลุ้มใจมากว่าลูกสาวจะไม่ได้ออกเรือน คนมีลูกสาวก็คงอยากให้เป็นฝั่งเป็นฝามีคนดูแล ขนาดแม่มีลูกชายแม่ยังรู้สึกลึกๆ ว่าอยากเห็นแม็กซ์มีครอบครัวที่อบอุ่น” และไม่อยากให้พังเหมือนเธอกับพ่อของเขา แต่เรื่องแบบนี้หทัยก็รู้ดีว่าไม่มีใครรู้อนาคต

“ครับ แต่พี่อุ้มเขาก็ไม่น่าจะหาแฟนยากเลยนะ น่ารักออก” 

“แน่ะ ชมเขาอีกแล้ว” รัญญาแอบแซวลูกชาย กฤตนัยหัวเราะเบาๆ เรื่องความสวยมันก็เป็นเรื่องของรสนิยม และกับวรินทรหน้าตาผิวพรรณก็อยู่ในประเภทที่พระเจ้าประทานมาได้เลย เขาเคยเห็นตั้งแต่เธอยังไม่อวบขนาดนี้ สมัยมัธยมก็คงฮอตพอตัวแม้ว่าวรินทรไม่เคยผอมเพรียวหรอก แต่ไซซ์ปัจจุบันก็น่าจะเพิ่มขึ้นมาสิบกว่าโลได้ 

“น้ารัญเขามีบุญคุณกับแม่มากนะแม็กซ์ แม่คิดเสมอว่าถ้าอะไรที่ตอบแทนได้ก็อยากทำให้เขา ไม่คิดเหมือนกันว่าจู่ๆ เขาจะมาขอลูกชายไปเป็นเขย” ปลายประโยคพูดติดตลกเล็กน้อย

“แต่เรื่องนี้แม่กับน้ารัญก็คิดว่าคงแล้วแต่เด็กๆ”

เรื่องรัญญาช่วยเหลือครอบครัวของเขาแค่ไหนกฤตนัยรู้ดี พ่อกับแม่เขาเลิกกันตั้งแต่เขาหกขวบ ตอนนั้นหทัยเป็นแม่บ้านเต็มตัวขณะที่สามีทำงานในตำแหน่งผู้จัดการ ก็ถือว่ามั่นคงทีเดียว มันคือชีวิตครอบครัวที่ลงตัว แต่จิตใจคนเราก็อยากแท้หยั่งถึง การที่เธอออกจากงานเพื่อจะได้ดูแลลูกและสามีได้เต็มที่ อยู่แต่กับบ้าน มันกลายเป็นสวนทางกับชีวิตของสามีที่กำลังเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และสุดท้ายเขาก็นอกใจเธอ ทิ้งเธอไปคบกับผู้หญิงอีกคนที่เขามองว่าจะส่งเสริมเขาได้ดีกว่าเธอ...ที่เธอเสียสละเวลา อนาคตหน้าที่การงานเพื่อเขามันกลายเป็นไร้ค่า

ตอนนั้นชีวิตเสียศูนย์ไปเหมือนกัน...ความเสียใจยิ่งเทียบกันไม่ติด แทบไม่อยากตื่นขึ้นมาหายใจ แต่พลังใจเดียวของเธอก็คือลูก หทัยคือเพื่อนสนิทตั้งแต่มัธยมที่ยื่นมือเข้ามาประคับประคอง ผู้หญิงในวัยสามห้าที่ไม่ได้ทำงานมากว่าหกเจ็ดปีจะหางานดีๆ ในตอนนั้นก็ค่อนข้างลำบาก รัญญาให้เธอทำงานที่บริษัท ทั้งยังช่วยดูแลในหลายๆ เรื่องช่วงที่เธอยังเสียใจและไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต ทั้งเรื่องงาน เรื่องลูก และเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลในการฟ้องร้องค่าเลี้ยงดูกับอดีตสามี เธอเองแทบจะไม่มีแรงลุกมาเผชิญหน้ากับความเจ็บปวด นอกจากครอบครัวแล้วก็มีเพื่อนคนนี้นี่แหละที่คอยอยู่ข้างๆ จนผ่านพ้นมาได้

หทัยทำงานในบริษัทของเพื่อนจากตำแหน่งเล็กๆ จนก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลได้เพราะมองเห็นลูกแล้วก็อยากทำทุกอย่างเพื่อเขา และอย่างน้อยที่สุดก็เพื่อความภาคภูมิใจของตัวเอง แม้ว่าเธอจะเกิดในครอบครัวชนชั้นกลางที่พอมีอันจะกิน แต่ก็รู้ว่าคงไม่มีใครจะมาซัพพอร์ตเธอได้ไปตลอด เธออยากให้คุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดกับลูกตามกำลังที่แม่คนหนึ่งจะสามารถทำได้ ส่วนเรื่องพ่อของเขาแม้จะยังส่งเสียค่าเลี้ยงดู และยังมีสวัสดิการให้ลูกตามเดิมแต่เธอก็ไม่อยากคาดหวังอะไร และมันก็วุ่นวายอย่างที่คิดเพราะสามีของเธอนอกจากจะทำหน้าที่สามีที่ดีไม่ได้แล้วก็ยังไม่อยากจะทำหน้าที่พ่ออย่างเต็มใจอีกต่างหาก...มาเจอกับภรรยาใหม่ที่เห็นแก่ตัวไปด้วยกันก็ยิ่งนำแต่เรื่องไม่น่าปวดหัวมาให้ แรกๆ เธอเจ็บ เธอไม่อยากรับรู้ แต่คนรอบข้างก็ช่างยุโดยเฉพาะรัญญานี่แหละบอกให้เธอเก็บทุกเม็ดทุกบาท หทัยเองพอเจ็บจนชาก็เปลี่ยนจากแรงเจ็บเป็นแรงแค้น เธอจะรักษาผลประโยชน์ให้ลูกชายให้ได้มากที่สุด

หทัยครองตัวเป็นโสดเกือบสิบปีก่อนจะมาเจอสามีคนปัจจุบัน ตอนนี้เธอก็อยู่ที่บ้านสามี ส่วนกฤตนัยก็แยกตัวมาอยู่คนเดียวได้หลายปีแล้ว

“ผมรู้ครับแม่ว่าน้ารัญมีพระคุณกับเราแค่ไหน” กฤตนัยรับรู้ทุกอย่างว่าแม่ต้องเจอกับอะไรบ้าง เขารับรู้ความเจ็บปวดของแม่...ที่ก็คงไม่ต่างจากเขาเอง อาจจะไม่มากเท่าแต่พอคิดถึงเรื่องของพ่อทีไรมันก็สะกิดบาดแผลได้ทุกครั้ง

“แม่ไม่ได้อยากบังคับใจแม็กซ์นะ แม่แล้วแต่แม็กซ์”

“ผมรู้” แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าถูกบังคับใจเลย ด้วยความที่มีกันแค่สองคนอะไรที่ทำให้แม่ได้เขาจะทำ และกับเรื่องแต่งงานกฤตนัยก็ไม่ได้มีคนรักอยู่แล้ว ไม่เคยมีความคิดว่าจะต้องมีครอบครัวแบบไหน วรินทรก็เหมือนเป็นหนังสือเล่มที่ใหม่ที่เขาพร้อมที่จะเปิดอ่านและทำความเข้าใจ...ตอนนี้ก็ไม่ได้รู้สึกว่าขัดใจอะไรเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น