ก็รักคุณทุกคืนนั่นแหละ สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 4 : กอดแรก...จูบ?แรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    9 พ.ย. 63

 

        “เอ่อ อุ้ม ให้เกียรติแต่งงานกับผมนะครับ” ขณะที่เอ่ยขอนอกจากอาการเก้อเขินแล้วกฤตนัยยังรู้สึกเหมือนหัวใจจะกระตุกเล็กน้อย ยิ่งเห็นดวงตาพราวระยับด้วยความดีใจของคนตรงหน้าก็คิดว่ามันดีมากที่เขาทำอะไรแบบนี้ให้เธอ แม้ว่าการแต่งงานของพวกเขาจะไม่ได้เกิดจากการคบหาแบบคนรักมาก่อน แต่เขาก็เลือกแล้ว เมื่อตัดสินใจเองก็อยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด 

                ส่วนวรินทรนั้นไม่ต้องพูดถึงเลย หูอื้อตาลายไปหมด ความยินดีกระจุกอยู่ที่อก ไม่คิดเลยจริงๆ ว่ากฤตนัยจะคุกเข่าเซอร์ไพรส์ขอเธอแต่งงาน แม้ว่าตลอดระยะเวลากว่าหกเดือนที่เดตกันมันจะแฮปปี้ดีแต่ก็ไม่คิดว่าจะมีโมเมนต์แบบนี้ เธอกับเขาจะเรียกว่าแฟนก็คงไม่ใช่ คนสองคนที่ผู้ใหญ่พามาเจอกันแล้วบอกว่าอยากให้แต่งงานกัน ลองคบลองคุยก็ไม่ได้รู้สึกต่อต้าน จนผู้ใหญ่ตกลงเรื่องแต่งงานจริงจังไปเมื่อเดือนก่อนก็ยังไม่รู้สึกถึงความแฟนอยู่ดี สิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันดีใจมาก ตามประสาสาวช่างฝันคนหนึ่ง ดีใจจนเผลอโน้มตัวลงไปกอดเขา

                กฤตนัยอึ้งไปเล็กน้อยกับการถูกกอดไม่ตั้งตัว พอตั้งตัวได้ก็ยิ้มกว้างแล้วก็กอดกลับเบาๆ พลางแอบคิดในใจว่าตัวนิ่มจัง หอมด้วย...นี่เป็นกอดแรกเลยก็ว่าได้ ขนาดจะจับมือถือแขนกันยังแทบไม่เคย

                “ขอบคุณนะคะแม็กซ์” เอ่ยขอบคุณกับไหล่เขา กฤตนัยยิ้มผ่อนคลาย 

                “ตกลงแต่งไหมครับ” พอเขาทวงถามอีกคนก็ขืนตัวออก ย่นจมูกใส่...อืม ทำไมรู้สึกไม่อยากปล่อยเลย

                “แต่งค่ะ” ตอบแล้วก็ยื่นมือซ้ายให้เขา กฤตนัยหัวเราะเบาๆ แล้วสวมแหวนที่นิ้วนางข้างซ้าย เขามองนิ้วที่มีเพชรเม็ดเล็กอยู่บนนั้น ความคิดบางอย่างแว่บเข้ามาในหัวแล้วเขาก็ทำ...ชายหนุ่มก้มจรดริมฝาปากที่มือแผ่วเบา

                วรินทรตาโตด้วยความตกใจ ความร้อนแผ่กระจายจากจุดที่ถูกจูบไปลามไปทั่วมือ และเหมือนจะลามมาที่แก้มทั้งสองข้างด้วยเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมาสบตากัน กฤตนัยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะลุกขึ้น แต่ไม่ได้กลับไปนั่งที่เดิมของตัวเอง นั่งเบียดเธอบนม้านั่งตัวเดียวกันนี่ละ กว่าวรินทรจะหายเขินแล้วขยับให้เขานั่งด้วย

                “ถ่ายรูปกันหน่อยไหม” ตอนนี้แหละที่ทั้งคู่เพิ่งหายจากอาการเขินกันเอง หันมายิ้มให้คนที่รอถ่ายรูปอยู่ เขาทั้งนั่งใกล้ ทั้งโอบไหล่ บางทีก็เอาแก้มมาแนบชิดกัน วรินทรก็ได่แต่เนียนๆ แล้วก็ยิ้มให้กล้อง แบบนี้ถือว่าเธอได้กำไรหรือเปล่าที่ได้ใกล้ชิดกับพระเอกสุดฮอตขนาดนี้ แต่ อืม อีกไม่นานเขาก็จะกลายมาเป็นสามีเธอแล้วนี้นา ตอนนั้นจะใกล้แค่ไหนก็ได้ กรี๊ด หญิงสาวได้แต่บอกตัวเองให้สงบจิตสงบใจ กลับมาโฟกัสกับการถ่ายรูปตรงหน้า

                หลังจากถ่ายรูปและพนักงานร่วมแสดงความยินดีเป็นที่เรียบร้อยทั้งคู่ก็รับประทานอาหารเย็นต่อ สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้วรินทรอิ่มอกอิ่มจนจนอิ่มข้าวตามไปด้วย กลับกันเธอกลับเจริญอาหารมากกว่าปกติเสียอีก

                พวกเธอออกจากร้านราวๆ สามทุ่ม เกินเวลาร้านปิดมาเล็กน้อยซึ่งตรงนี้วรินทรแจ้งกับผู้จัดการตั้งแต่แรกแล้วว่าอาจเลิกช้าเล็กน้อยเพราะจะพากฤตนัยมากินข้าวเย็นด้วย ใครไม่รีบกลับก็คงขอให้ทำโอทีสักชั่วโมงสองชั่วโมง ไม่นึกเลยว่าเป็นกฤตนัยที่แอบนัดแนะกับทุกคนก่อนเธอ

                พอขึ้นมาอยู่บนรถคนที่ชอบชวนคุยก็เงียบกว่าปกติ เอาแต่นั่งกอดช่อดอกไม้แนบอก กฤตนัยก็ไม่ได้รบกวน แต่ก็แอบมองคนข้างๆ อยู่เรื่อยๆ มองทีก็ยิ้มที เป็นความรู้สึกที่ดีเหมือนกัน

                “แม็กซ์เข้าบ้านก่อนไหมคะ” เธอถามหลังจากที่เขาเอารถเข้ามาจอดในบ้าน

                “เดี๋ยวลงไปส่งอุ้มในบ้านก็ได้ครับ” ตอนนี้สี่ทุ่มกว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าพ่อกับแม่เธอจะนอนกันหรือยัง ถ้าเจอก็จะได้ถือโอกาสไหว้ท่าน พอทั้งคู่เดินเข้ามาก็เห็นแม่และพี่ชายทั้งสองอยู่ในบ้าน ส่วนผู้เป็นพ่อคงขึ้นนอนแล้ว

                “สวัสดีครับน้ารัญ พี่อ้น พี่เอ็ม”

                “สวัสดีจ้า กินข้าวกันมาหรือยัง” รัญญาแสร้งถามเป็นการแซวลูกสาวที่หอบดอกไม้ช่อโตเข้ามาในบ้าน

                “เรียบร้อยแล้วครับ เอ่อ น้าวิโรจน์นอนแล้วเหรอครับ” กฤตนัยก็รู้สึกเขินๆ ครอบครัวเธอเล็กน้อย เรื่องที่เขาเพิ่งขอวรินทรแต่งงานก็ไม่ได้บอกใคร 

                “รายนั้นกินข้าวเสร็จก็ขึ้นห้องแล้วล่ะ น้าดูละครอยู่น่ะเลยยังไม่ได้นอน เพิ่งจบเมื่อกี้เอง” 

                “มาส่งอุ้มครับ เอ่อ ขอลูกสาวน้ารัญอย่างเป็นทางการแล้วนะครับ” การขออย่างเป็นทางการจริงๆ เกิดขึ้นเมื่อเดือนก่อนระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย กำหนดการแต่งงานต้นปีหน้าซึ่งอีกประมาณสามเดือน เมื่อกี้ก็ถือว่าเขาเอ่ยขอว่าที่เจ้าสาวด้วยตัวเองอย่างเป็นทางการจริงๆ ครั้งแรก

                “จ้า น้ายกให้เลย เตรียมเก็บใส่กระเป๋าให้ตั้งนานแล้ว” รัญญายังแซวลูกสาวกับว่าที่ลูกเขย สมใจเสียทีนึกว่าลูกสาวจะนอนอืดอยู่บนคานทองเสียแล้ว แม้จะเป็นลูกสาวคนเล็กและพี่ๆ ทั้งสองวัยสามสิบสี่และสามสอบสามยังโสด แต่คนนี้เธอกังวลสุดว่าจะไม่เป็นฝั่งเป็นฝากับเขา

 

มาต่ออีกนิดค่า ตอนนี้ยังปั่นไปอัปไปอยู่นะคะ อาจจะมานิดบ้างหน่อยบ้าง ^^ สัปดาห์หน้าค่อยจะว่างปั่นจริงจัง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #1 jeauan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 20:44

    น่ารัก อย่ามีดราม่านะคะ
    #1
    1