ก็รักคุณทุกคืนนั่นแหละ สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 25 : สามีภรรยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    29 พ.ย. 63


          หลังจากเลี้ยงฉลองมงคลสมรสและมีปาร์ตี้กันต่ออีกนิดหน่อยจนงานเลิกกันจริงๆ ก็เกือบๆ เที่ยงคืน วรินทรกับกฤตนัยรวมถึงแม่ของเขาพักที่บ้านของวรินทรก่อน แล้วพรุ่งนี้ตอนเย็นค่อยไปส่งบ่าวสาวที่คอนโดที่ถือว่าเป็นเรือนหอ หลังจากหาที่พักให้แม่ของเขาเรียบร้อยผู้ใหญ่ก็ให้ทั้งคู่พักผ่อน วรินทรรู้สึกเขินหน่อยๆ ที่ต้องเปิดห้องนอนต้อนรับเขา

                “เอ่อ ห้องนอนอุ้มรกไปหน่อยนะคะ” กฤตนัยเข้ามาในห้องแล้วก็กวาดมองรอบๆ คำว่ารกของเธออาจหมายถึงบ้านตุ๊กตาพวกนี้

                “แล้วก็อาจจะสีหวานแหววไปหน่อย”

                กฤตนัยหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเดินไปนั่งบนเตียง แล้วก็หันมามองเจ้าสาวที่อยู่ในชุดราตรีสั้นสีขาวที่นั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่ก็สีชมพูอีก

                “น่ารักดีนะครับ แบบนี้เราต้องขนตุ๊กตาหมีพวกนี้ไปที่ห้องเราไหม อืมจริงๆ ถ้าอุ้มบอกผมก่อนผมจะได้ลองดูว่าจะทำตู้วางตุ๊กตาให้อุ้มได้ไหม”

                “อุ้มก็เกรงใจ มันจะรกห้องแม็กซ์” ห้องเขาโล่งมาก เธอไม่อยากเอาอะไรไปรก

                “อืม เอาไปส่วนหนึ่ง แบบไว้มุมหนึ่งดีไหมครับ”

                “ได้เหรอคะ”

                “ได้สิครับ กันอุ้มคิดถึงพี่หมีแล้วกลับมานอนบ้านบ่อยๆ” เขาเอ่ยล้อเธอ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคนที่แย่ก็เขานี่แหละ

                 “แต่ห้องสีชมพูนี่ต้องใช้เวลาหน่อยนะครับ” พอถึงเรื่องนี้วรินทรก็หัวเราะเบาๆ

                “อันนี้ไม่ต้องก็ได้ค่ะ อุ้มเอาโต๊ะสีชมพูไปก่อนก็ได้” พอเธอตอบกลับมาแบบนั้นกฤตนัยก็หัวเราะบ้าง ในใจก็เริ่มคิดเรื่องการสร้างบ้านจริงจัง

                “ผมเริ่มอยากจริงจังเรื่องสร้างบ้านแล้วสิ” ครั้งที่สองที่เธอได้ยินเขาเปรยเรื่องทำบ้าน ได้ยินทีไรก็รู้สึกอบอุ่นใจทุกที และถ้าทำจริงเธอก็ไม่ปล่อยให้เขาทำคนเดียวหรอก แต่เธอยังไม่รีบ อยากให้เธอกับเขาอยู่ด้วยกันนานกว่านี้อีกหน่อย ให้มั่นใจว่าเราจะสร้างครอบครัวด้วยกันได้จริงๆ

                “เรื่องนั้นเอาไว้ค่อยคิดเถอะค่ะ ตอนนี้อุ้มว่าแม็กซ์ไปอาบน้ำก่อนเถอะ อุ้มง่วงแล้ว”

                “อุ้มอาบก่อนไหม”

                “ไม่ค่ะ แม็กซ์แหละอาบก่อน กว่าอุ้มจะเช็ดเครื่องสำอางเสร็จ”

                “โอเคครับ” แล้วเขาก็เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าสีชมพูหวานแหววน่ารัก มีเสื้อผ้าเขาที่เตรียมมาอยู่ในนั้นสองสามชุด เพราะคุยกันแต่แรกแล้วว่าจะนอนที่บ้านเธอก่อน พอเขากลับออกมาจากห้องน้ำวรินทรก็เช็ดหน้าเสร็จแล้ว แต่ยังอยู่ในชุดเจ้าสาวในช่วงอาฟเตอร์ปาร์ตี้ตามเดิม เขาเดินยิ้มเข้าไปหาทั้งยังสวมชุดคลุมอาบน้ำ เอ่ยเสียงอ่อนหวาน

                “ถอดชุดเจ้าสาวได้หรือเปล่า”

                “ได้ค่ะ ชุดนี้ถอดเองได้” เธอพูดยิ้มๆ กฤตนัยก็ยิ้มเก้อไปเหมือนกัน เห็นว่าเธอมองอย่างล้อเลียนก็เลยต้องเอาคืนกันหน่อย

                “โอเคครับ เอาไว้ผมรอถอดชุดนอน”

                วรินทรถึงกับเหวอค้างในอากาศกับดอกนี้ของเจ้าบ่าว ขณะที่อีกฝ่ายเอาแต่ยิ้มจ้องตากันไม่ยอมหลบ ตั้งตัวได้หน่อยก็ทำได้แค่ชักสีหน้างอนๆ ใส่แล้วก็หนีเข้าห้องน้ำไปก่อน กฤตนัยหัวเราะชอบใจ มองประตูที่ปิดลงพลางส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่เตียง มองไปรอบๆ ห้องอีกครั้งอย่างสำรวจ ก่อนจะขึ้นไปนอนบนเตียงรอเจ้าสาวที่กำลังอาบน้ำอยู่ แต่ด้วยความเพลียจากงานนอนเล่นๆ ไปก็เกือบหลับไปจริงๆ เหมือนกัน

                ในขณะที่เหมือนจะเคลิ้มหลับไปก็รับรู้ว่าอีกคนออกจากห้องน้ำมาแล้ว หูได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว จนอีกฝ่ายมานั่งบนเตียง ทิ้งตัวนอนข้างๆ แต่เว้นระยะห่างพอสมควร ตอนนี้นอกจากประสาทหูแล้วจมูกก็ได้กลิ่นหอมสดชื่นจากเธอ ชายหนุ่มเป็นฝ่ายขยับเข้าหาแล้วก็สวมกอดเธอ

                “อุ๊ย” วรินทรสะดุ้งเล็กน้อย หันกลับไปมองก็เห็นว่าเขายิ้มให้อยู่

                “งานเป็นยังไงบ้างครับ เหนื่อยไหม” เนียนถามไปเรื่อย หญิงสาวถอนหายใจเริ่มผ่อนคลายกับกอดของเขา

                “เหนื่อย แต่ก็สนุกดี อืม ที่สำคัญเพื่อนเจ้าบ่าวงานดีทั้งนั้น ชื่นตาชื่นใจ” วรินทรเอ่ยอารมณ์ดีเพราะคนในวงการมาร่วมงานเยอะทีเดียว

                “แล้วเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าบ่านี่ใครงานดีกว่ากัน” พอเขาถามกลับก็แอบยิ้ม เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะตอบเน้นเสียงอย่างตั้งใจ

                “เจ้าบ่าวงานดีสุด” พอได้คำตอบกฤตนัยก็หัวเราะพอใจ อีกคนก็ยิ้มสดใส แล้วก็กลายเป็นนอนจ้องกันอย่างไม่รู้จะทำไปชั่วขณะ ก่อนที่ร่างหนาจะกระชับวงแขน เกยคางบนศีรษะเธอ

                “อุ้มครับ”

“คะ”

“ขอกอด...คืนนี้ขอกอดนอนได้ไหม เราจะได้คุ้นเคยกันจริงๆ เสียที” พูดจบก็ปิดปากหาวด้วยความง่วง แล้วก็ซุกหน้าลงกับไหล่เธอ วรินทรมองตามงงๆ แต่พอเห็นอีกฝ่ายนิ่งอยู่ท่าเดิมก็ยิ้มจางๆ ออกมา ถอนหายใจแล้วก็หลับตาลงด้วยความง่วงเหมือนกัน แอบตื่นเต้นมาตั้งนานสำหรับคืนเข้าหอ แต่เธอกับเจ้าบ่าวต่างเพลียหลับไปทั้งคู่

                เป็นวรินทรที่หลับไปก่อน กฤตนัยยกหน้าออกจากไหล่ที่เขาซุกอยู่มองคนหลับ เห็นแก้มใสๆ อยู่ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะหอมเบาๆ เขารู้สึกว่านี่คงเป็นการสร้างความคุ้นเคยระหว่างกันอย่างจริงๆ จังๆ เพราะที่ผ่านมาถึงแม้ว่าเขากับเธอจะเคยกอด เคยจูบ เคยนอนร่วมเตียง แต่ก็รู้สึกเหมือนกับว่าพอแยกกันแล้วกลับมาเจอกันใหม่ก็ยังรู้สึกห่าง...ตั้งแต่คืนนี้คงจะไม่ปล่อยให้ต้องห่างอีกแล้ว

 

                กว่าที่คู่บ่าวสาวหมาดๆ จะตื่นในเช้าแรกก็สายพอสมควร อาหารมื้อแรกที่รับประทานร่วมกันในครอบครัวจึงกลายเป็นมื้อเที่ยง สมาชิกบนโต๊ะอาหารวันนี้ประกอบด้วยครอบครัวของวรินทร และครอบครัวของกฤตนัยซึ่งก็คือผู้เป็นแม่พร้อมสามีใหม่และลูกของเขาอีกสองคน

                “น้าอุ๊เดี๋ยวผมกับอุ้มจะขอตัวกลับคอนโดก่อนนะครับ”

                “จ้ะ เราเจอกันที่ร้านเลยแล้วกันนะ”

                “ครับ”

                ผู้ใหญ่นัดกันว่าจะไปส่งบ่าวสาวที่ห้องเย็นนี้ รับประทานข้าวเย็นด้วยกันเสร็จก็ไปส่งลูกๆ กัน กฤตนัยจึงอยากไปดูความเรียบร้อยที่ห้องก่อน

                พอถึงเวลาที่ทุกคนมาถึงที่คอนโดวรินทรก็รู้สึกใจหายเหมือนกัน มันเป็นสัญญาณที่บอกว่าเธอกำลังจะก้าวออกจากครอบครัวที่ใช้ชีวิตมาเกือบสามสิบเอ็ดปี มาสร้างครอบครัวและมีเส้นทางชีวิตของตัวเอง

                “ดึกแล้วคุณ ให้ลูกได้พักผ่อนเถอะ” วิโรจน์บอกกับภรรยา กาญจนาหันมามองสามีแล้วก็ถอนหายใจแรงๆ ตอนนี้ทุกคนนั่งที่ห้องนั่งเล่น ไม่ได้ไปส่งตัวบ่าวสาวที่ห้องนอนให้มีวิธีรีตองอะไร

                “แม่กับพ่อกลับแล้วนะอุ้ม ดูแลตัวเองดีๆ นะ ตอนนี้มีครอบครัวของตัวเองแล้ว ฝากด้วยนะแม็กซ์” ปลายประโยคหันมาคุยกับลูกเขย กฤตนัยเพียงยิ้มรับจางๆ

                “ปะ” กาญจนาส่งสัญญาณแล้วทุกคนก็เคลื่อนไหว ทั้งคู่ไปส่งครอบครัวที่หน้าประตู วิทวรรธหันมามองน้องสาวเห็นหน้าหงอยๆ ก็อดไม่ได้ที่จะเอามือโยกศีรษะ

                “ดูทำหน้าเข้า เนี่ยลาถึงวันไหนนะ”

                “มะรืนค่ะ”

                “อืม ค่อยเจอกันในบริษัทแล้วกัน อย่าแนบหนีสามีกลับบ้านล่ะ” เอ่ยแซวน้องไม่อยากให้บรรยากาศมันเหงาเกินไป วรินทรค้อนพี่ชายไปตามระเบียบ

                “บาย สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ น้าหทัย น้ากฤต”

                พอทุกคนกลับไปแล้วก็ยิ่งเหงา อาการซึมๆ ของเธอกฤตนัยก็มองเห็นและเข้าใจความรู้สึกของเธอดี อาการเหงาหงอยของเธอยังติดอยู่บนใบหน้าจนกระทั่งถึงเข้านอน แม้ปิดไฟนอนแล้วก็ยังนอนไม่หลับ คนที่นอนข้างๆ จึงเปิดโคมไฟหัวเตียงแล้วถามไถ่

                “นอนหลับไหมครับ”

                “อืม อาจจะไม่ชินที่”

                “คิดถึงบ้านหรือเปล่า” พอเขาถามแบบนั้นคนที่พยายามทำใจอยู่ก็น้ำตาคลอหน่วยขึ้นมา แม้ไม่ได้ร้องไห้ออกมาแต่ก็ทำเอาคนมองสะท้อนใจ ชายหนุ่มขยับเข้าหาภรรยาของเขา กอดเธอหลวมๆ

                “ตอนที่ผมออกมาอยู่คนเดียววันแรกก็คิดถึงแม่มาก”

                “นานไหมคะ กว่าจะชิน”

                “ก็นาน แต่อยู่ๆ ไปเราก็รู้ว่าแม่ไม่ได้ไปไหน คิดถึงเมื่อไหร่ก็โทรหา ว่างก็ไปเจอได้ตลอด อุ้มครับผมรู้ว่ามันอาจจะใจหายเมื่อต้องคิดว่าเราต้องออกมาใช้ชีวิตของตัวเอง แล้วจะห่างไกลจากครอบครัว แต่ผมก็อยากให้อุ้มรู้สึกมั่นใจกับการที่เราจะใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะสามีภรรยา...เราอาจจะใช้เวลาศึกษากันน้อย แต่ผมอยากให้อุ้มรู้ว่าผมตั้งใจจะทำมันให้ดีที่สุด จะดูแลอุ้มเท่าที่สามีคนหนึ่งจะดูแลภรรยาได้...เราอาจจะยังไม่ชินกันบ้าง แต่คิดว่าเราจะค่อยๆ ชินกันเนอะ” ประโยคสุดท้ายเขาพูดยิ้มๆ วรินทรยิ้มหวานให้คนตรงหน้าตอบรับด้วยสีหน้าสดใส

                “ค่ะ”

                กฤตนัยยิ้มจางๆ ก่อนจะยื่นหน้าจุมพิตหน้าผากคนในอ้อมกอด วรินทรหลับตาลง จูบนี้ของเขาให้ความรู้สึกสบายใจและมั่นคงเธอคิดว่าตัวเองคงจะค่อยๆ ชินกับชีวิตต่อจากนี้ ชีวิตที่มีสามีของเธอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

61 ความคิดเห็น

  1. #22 jeauan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2563 / 00:25

    หลบใต้เตียงจนเหน็บกินแล้ววววว
    #22
    1