ก็รักคุณทุกคืนนั่นแหละ สนพ.เขียนฝัน

ตอนที่ 17 : เรื่องแบบนี้ต้องให้สอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    23 พ.ย. 63

“แม็กซ์ กฤต...อ๊าย อีอุ้ม” กรีดร้องเสียงหลงแล้วก็นิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะทำเป็นโวยใส่เพื่อนเล็กๆ

                “แม็กซ์ของฉันเนี่ยนะ”

                “ของแกได้ไง แม็กซ์ของฉันสิ” ทางนี้ก็ทำเป็นรีบทวงคืนทันที ณรงศักดิ์ได้มองบนใส่

                “เออ ของแกก็ของแก ว่าแต่แกพูดจริงดิ จริงเหรอครับพี่อ้น” พอหันไปถามพี่ชายเพื่อนอีกฝ่ายก็พยักหน้ายืนยัน ณรงศักดิ์ถอนหายใจแรงๆ อีกที พอคิดทบทวนก็เริ่มจะมองเห็นความเข้ากันของเรื่องราวทั้งหมด

                “จะว่าไปฉันก็แอบได้ยินข่าวซุบซิบเรื่องแม็กซ์กับแกอยู่นะ” ณรงศักดิ์เป็นเจ้าของเวดดิ้งสตูดิโอ และเป็นช่างแต่งหน้าที่ดารานิยมเลือกใช้บริการประมาณหนึ่ง ก็ถือว่าคุ้นเคยกับวงการบันเทิงพอๆ กับวรินทรนั่นแหละ อาจจะเชี่ยวชาญกว่าด้วยซ้ำ

                “ฉันก็นึกว่าแกคงแค่ไปกินข้าวกันแบบคนรู้จัก” เพราะรู้ว่ากฤตนัยกับวรินทรรู้จักกัน ตอนได้ยินข่าวซุบซิบก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร

                “อืม ก็คงมีคนเจอฉันกับแม็กซ์แล้วเอาไปเมาธ์ล่ะมั้ง”

                “แม็กซ์เหรอ”

                “หืม”

                “ก็เมื่อก่อนเห็นเรียกน้องแม็กซ์” ณรงศักดิ์แซวเพื่อน วรินทรมองค้อนเขินๆ

                “เป็นไงมาไงเนี่ย เอ หรือแกแอบชอบน้องแม็กซ์มาก่อนแล้วเลยเซเยสง่ายๆ” ณรงศักดิ์กึ่งเดากึ่งแซวเพื่อน วรินทรก็ปฏิเสธเสียงอ่อย

                “เปล่า”

                “ปฏิเสธไม่เต็มเสียงอะ” ดักอย่างรู้ทันกันอีกครั้ง แล้วก็มองหน้าอย่างคาดคั้นอยากรู้อยากเห็น วรินทรก็อ้อมแอ้มตอบ

                “มันก็ไม่ได้แอบชอบอะไรจริงๆ แต่ คือแกก็รู้ว่าฉันแพ้คนหล่อ เหมือนแกนั่นแหละ”

                “เออ ฉันยอมรับ แล้วไงต่อ”

                “ฉันกับแม็กซ์เราอาจเคยสนิทกันตอนเด็กๆ แต่พอโตมาก็ไม่ค่อยได้เจอกันแล้ว แล้วเขาก็โตมาแบบงานดีขนาดนี้อะเนอะ มันก็มีบ้างที่แว่บเข้ามาว่าเขาหล่อจัง ถ้าคนนี้เป็นแฟนเราจะดีไหม แต่คือมันก็แค่คิดเล่นๆ ไง ไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นไปได้” ยอมรับว่าการได้เจอกฤตนัยช่วงหลังๆ มาเธอแอบเขินบ้างตามประสาผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น คิดแค่ว่าเขาเป็นลูกของน้าหทัย และเป็นน้องแม็กซ์ในวัยเด็กของเธอ

                “อืม คิดว่าเข้าใจ” ณรงศักดิ์เออออไปกับเพื่อน

                “ทีนี้พอแกรู้ว่ามันน่าจะเป็นไปได้แกก็เลยรีบตะครุบเลยสินะ”

                “แกก็ ตะครุบเลยเหรอ” 

                “เออ จะมาเหนียมอายอะไรอีก”

                “ก็ ตามนั้น เขาตรงสเป็ก แล้วนิสัยใจคอเท่าที่รู้จักกันมาฉันก็คิดว่ามันน่าจะโอเค แล้วพอลองเดตกันจริงๆ มันก็โอเคมากไง” พอพูดมาถึงประโยคนี้คนฟังก็ส่ายหน้าอย่างเอือมๆ

                “เด็กๆ ยังไงพี่ขอตัวขึ้นห้องก่อนนะ แล้วนี่พากันนอนนี่กันเลยไหม พรุ่งนี้ค่อยกลับ ดื่มกันไปเยอะแล้วพี่ว่า” วิทวรรธที่รู้สึกว่าถึงเวลาอันสมควรแล้วก็เอ่ยขอตัวกับน้องๆ คิดว่าตัวเองต้องก็ได้เวลานอน และเผื่อเพื่อนๆ เขามีอะไรอยากคุยกัน

                “ว่าจะให้นอนนี่กันแหละค่ะพี่อ้น พวกแกว่าไง” ตอนนี้ก็ดึกแล้ว และเพื่อนๆ เธอก็ดื่มกันหนักพอสมควร โดยเฉพาะริสาที่บ้านอยู่ไกลด้วย

                “ก็คิดว่าจะนอนนี่แหละ แกมีปัญหาอะไรไหมริสา” ณรงศักดิ์หันไปถามเพื่อน

                “ไม่หรอก บอกพ่อไว้แล้ว” ตอนนี้ริสาอยู่กับพ่อแค่สองคนหลังจากที่ผู้เป็นแม่เพิ่งเสียไปเมื่อสี่ปีที่แล้ว จะไปไหนมาไหนพ่อก็ไม่ค่อยตามแล้ว ขอแค่บอกไว้ก่อน

                “ฉันว่าพวกเราขึ้นบ้านกันเลยไหม มีใครอยากดื่มต่อหรือเปล่า ว่าไงริสา” วรินทรหันไปหยอกเพื่อนสาว เพราะวันนี้ริสาน่าจะดื่มเยอะกว่าใคร เป็นประเภทที่ถ้าได้ดื่มแล้วก็คือไปเรื่อยๆ ไม่มีอาการเมาให้เห็นชัด รู้ตัวอีกทีก็น็อกหลับไปเลย ริสาส่ายหน้าปฏิเสธ ไม่ได้ต่อความแม้จะรู้ว่าเพื่อนแอบล้อ

                เป็นอันว่าทุกคนก็แยกย้ายขึ้นห้องพร้อมกัน ทั้งสามคนเข้านอนที่ห้องวรินทรหมดแม้จะมีห้องรับรองอยู่ก็ตาม เตียงนอนของเธอเพียงพอให้นอนได้แค่สองคนแบบสบายๆ เธอจึงหาโซฟามาเสริมให้เพื่อน ซึ่งณรงศักดิ์ก็เป็นผู้เสียสละยึดมันไว้คนเดียว

                “ฉันล่ะเบื่อห้องนอนสีชมพูของแกจริงๆ” มากี่ครั้งก็ยังแอบบ่นห้องสีชมพูที่เต็มไปด้วยตุ๊กตาของเพื่อน

                “แม็กซ์เขาไม่ว่าอะไรบ้างเหรอเวลาขึ้นมาห้องแก” ถามไปเพลินๆ พอเห็นเพื่อนทำตาโตก็เริ่มเอะใจ ณรงศักดิ์ยิ้มแบบมีจริตเล็กน้อยก่อนจะถามเพื่อนต่อ

                “แกกับแม็กซ์ถึงขั้นไหนกันแล้ว”

                “บ บ้า ขั้นไหนอะไรกันเล่า” เพราะรู้ทันสายตาของเพื่อนก็เลยรู้ว่าณรงศักดิ์หมายถึงอะไร แต่อีกฝ่ายก็เฉไฉ

                “มาบ้งมาบ้าอะไร ฉันก็แค่ถามว่าแกกับเขาเป็นยังไงกันบ้าง ก็คบกันห้าเดือนเองไม่ใช่เหรอ แบบสนิทสนมรู้ใจกันดีหรือยังอะไรประมาณนี้” พูดแบบลอยหน้าลอยตาจนวรินทรมองเพื่อนแรงๆ

                “ไหนลองเล่าสิว่ามันเป็นยังไงที่แกบอกว่าดีม้ากเนี่ย แม็กซ์เขาแซ่บ เอ่อ โรแมนติกไหม” พอโดนเพื่อนขึงตาใส่ก็รีบเปลี่ยนคำให้ดูดีขึ้น แม้จะแกล้งเพื่อนแต่อีกใจก็อยากรู้จริงๆ ว่าเขาคบกันเป็นอย่างไรบ้าง วรินทรเองพอหายงอนเพื่อนก็ถอนหายใจแรงๆ อยากเล่าให้เพื่อนฟังเหมือนกัน

                “คือก็แบบเดตกัน ไปกินข้าว ดูหนัง ช็อปปิ้ง แบบนานๆ ครั้ง ส่วนใหญ่ส่งข้อความคุยกันมากกว่า”

                “ที่นานๆ ครั้งเนี่ยนานแค่ไหน”

                “ก็สัปดาห์ละครั้ง ประมาณนั้น”

                “อืม แล้วมีอะไรพิเศษไหม แบบ แบบคนเป็นแฟนเขาควรจะมีกันน่ะ” แล้วก็วกมาล้อเพื่อนเรื่องนี้ ซึ่งเห็นจากอาการค้อนควักของเพื่อนก็เดาได้แล้วล่ะ

                “สรุปว่าแกกับแม็กซ์เดตกันแบบกินข้าวดูหนังแล้วแยกย้ายสินะ” ณรงศักดิ์ช่างหาคำเปรียบเปรยได้ดีจริงๆ

                “แบบนี้ไม่ผ่านๆ” ทำเป็นส่ายหน้าเอือมๆ

                “ตอนอยู่ข้างล่างแกยังว่ามันแต่งงานเร็วอยู่เลย” ริสาที่นอนอยู่อีกฟากของเตียงได้ทีขัดขึ้น

                “นึกว่าหลับ ฟังอยู่เหรอ” แอบกัดเพื่อนเล็กน้อย ก่อนจะสาธยายต่อ “ของแบบนี้จะช้าจะเร็วมันก็ขึ้นอยู่กับบริบทอะไรหลายๆ อย่างย่ะ แล้วอย่างแม็กซ์น่ะไม่ต้องรอถึงห้าเดือนหรอก ห้าวันก็ถือว่านานแล้วจ้ะ แต่ช่างเถอะๆ เรื่องมันผ่านไปแล้ว มาดูต่อจากนี้ดีกว่า” ว่าแล้วก็หลิ่วตามองเพื่อนด้วยสายตาซุกซน วรินทรทำเป็นเฉไฉไม่รับรู้

                “แกควรจะเรียนรู้วิธีมัดใจแฟนนะยัยอุ้ม คืนนี้ฉันเปิดคลอสสอนให้ฟรีเลย แกเองก็ฟังด้วยริสา พวกเวอร์จิ้นแบบแกสองคนต้องติวหนักๆ”

                “บ้า ไม่ต้องเลย” บอกปัดอย่างอายๆ

                “ไม่จริงเหรอ ไม่ลองไม่รู้นะยะ”

                “ปิดไฟนอนเถอะ ง่วงแล้ว” ริสาบอกอย่างรำคาญ โดยไม่ได้เห็นว่าเพื่อนอีกสองคิดอะไร วรินทรมีสีหน้าเขินอายแต่อีกใจก็นึกสนุก

                “เอ่อ เอานิดหนึ่งก็ได้” ทำเสียงอุบอิบ ณรงศักดิ์หัวเราะชอบใจ ส่วนริสาถอนหายใจแรงๆ แล้วพลิกตัวหนีไปอีกทาง ปล่อยให้เพื่อนสองคนสอนกลวิธีมัดใจชายกันจนดึกดื่น จากนิดหนึ่งก็กลายเป็นอีกนิด และอีกนิดไม่รู้จบ 


ติวหนักๆ เลยนะนิกกี้ 555

บทหน้าเขาจะไปดูห้องหอกันนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #14 jeauan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2563 / 22:17

    เก็บรายละเอียดให้เต็มที่เลยอุ้ม

    #14
    1